*BIGGER* #ฟิคใหญ่ฟัดใหญ่ {chanbaek ft exo}

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 16,962 Views

  • 151 Comments

  • 2,758 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    140

    Overall
    16,962

ตอนที่ 20 : ความใหญ่ครั้งที่ 15 -พี่ไม่อยู่่อย่าซนนะ- 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1269
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 107 ครั้ง
    28 ต.ค. 61

15

 -พี่ไม่อยู่อย่าซนนะ-

 

Baekhyun

22.18 น.

 

ในขณะที่ผมนอนกลิ้งคุยโทรศัพท์กับพี่ชานยอลอยู่บนเตียงแสนนุ่ม แต่อยู่ๆน้ำย่อยในกระเพาะของผมก็ทำงานอย่างกระทันหัน

 

จ๊อก~

 

(เดี๋ยวนั่นเสียงท้องมึงร้องเหรอ) นี่เสียงท้องผมดังขนาดที่พี่ชานยอลได้ยินเลยเหรอ

 

“ฮี่ๆ ครับ” ผมหัวเราะแห้งๆใส่ปลายสาย

 

(กูนึกว่าฟ้าร้อง)

 

“ก็หิวนี่หน่า”

 

(มึงนี่มันสี่มุ่มกว่าแล้วกินตอนนี้ก็หมูชิบหายอะ)

 

“เอ้าก็คนมันหิวนี่หน่า”

 

(นี่คือมึงต้องกินให้ได้ใช่ไหม)

 

“ครับผม”

 

(ถ้าเกิดมึงเป็นหมูนะคอยดู)

 

“ทำไมครับจะเลิกกับผมเหรอ” ผมแกล้งทำเสียงอ้อนๆ ผมร็ครับว่าพี่ชานยอลล้อเล่น รึป่าว 555

 

(ป่าว กูจะพาเบิร์นยันสว่างเลย) พี่ชานพูดจาสองแง่สองง่ามทำเอาผมถึงกับสตั้นไปแป๊บหนึ่ง

 

“ก็ได้แค่ฝันไปไม่กลายเป็นจริงสักที~ ผมร้องเพลงแกล้งพี่ชานยอลอย่างอารมณ์ดีแล้วลุกขึ้นจากเตียงเพื่อไปหาอะไรกิน

 

(สมกับเป็นหมู ร้องเพลงเสียงก็อย่างกับหมูออกลูก)

 

“พี่ชานอะหูไม่ถึงเองแล้วมาว่าผม”

 

เมื่อผมเดินมาถึงซนครัวก็เปิดตู้เย็นหาพวกขนมปังที่พี่คริสชอบซื้อติดตู้ไว้

 

(นี่มึงถึงตู้เย็นแล้วใช่ไหม)

 

“แสนรู้มากครับ”

 

(เดี๋ยวมึงเดี๋ยวโดน)

 

ผมหัวเราะเบาๆก่อนจะปิดตู้เย็นแล้วเอาหูหนีบโทรศัพท์ไว้เพื่อแกะถุงขนมปังทิ้งถังขยะ ขนมปังสุดน่ารักของผมหง่ำหน่อยนะ

 

“แบคฮยอนกินอไรดึกๆเดี๋ยวก็อ้วน”

ผมสะดุ้งนิดหน่อยกับสียงพี่คริสรีบจับโทรศัพท์ลดเสียงตามสันชาตญาณ

 

“แงพี่คริสครับก็ผมหิวนี่” ผมเดินเข้าไปอ้อนพี่คริส

 

“หิวก็กินเข้าไปพี่ล้อเล่น นี่ก็ผอมจะตายอยู่แล้ว”พี่คริสยีหัวผมจนยุ่งเหยิงไม่มีคำว่าถนุถนอมสักนิด

 

“นี่ไงมีแค่พี่คริสที่มองเห็นถึงความผอมของผม”

 

“แล้วคุยกับใครอยู่เหรอ” ผมนิ่งไปนิดหนึ่งกับคำถามของพี่คริส

 

“เพื่อนนะครับ”

 ผมพยายามตอบเลี่ยง ผมไม่อยากโกหกพี่คริสหรอกแต่ว่าผมรู้พี่คริสกับพี่ชานยอลไม่ถูกกันถ้าเกิดบอกไปผมว่าไม่น่าจะดีเท่าไร บางทีผมก็กลัวเหมือนกันว่าพี่คริสจะบังคับให้ผมเลิกกับพี่ขานยอล และถ้าผมต้องเลือกผมคงต้องเลือกพี่คริส

 

“ก็อย่านอนดึกละรู้ไหม”

 

“ครับ” ผมยิ้มรับ

 

“เออมะรืนพี่จะไปจีนนะ”

พี่คริสพูดไว้แค่นั้นก่อนจะเดินเข้าห้องนอนตัวเองไป คงจะพึ่งออกจากห้องทำงานสินะ

 

ผมรีบเดินเข้าห้องตัวเองโดนไม่ได้พูดกับพี่ชานยอลเพราะกลัวว่าบางทีเสียงอาจจะเข้าห้องพี่คริส

 

(พึ่งรู้ว่ากูเพื่อนมึง)

ทันทีที่โทรศัพท์ผมแนบหูพี่ชานก็พูดขึ้นทันที


"พี่ชานยอลอ่า จะให้ผมบอกพี่คริสว่าไรเล่า" 


(บอกว่าคุยกับ..แฟน..อยู่ ) ผมหน้าร้อนฉ่ากับคำว่า แฟน ฟังแล้วก็เขินๆแหะ ถึงเราจะคบกันได้สักพักแล้วก็เถอะแต่ผมก็ยังไม่ชินสักที แต่ความจริงคำถามที่ผมถามว่า จะให้ตอบพี่คริสว่าอะไร ผมไม่ได้ต้องการคำตอบสักหน่อย


"ย๊า พี่แกล้งผมอีกแล้ว"


(เอ้า! กูพูดเรื่องจริงก็หาว่ากูแกล้ง)


"ทำงานเงียบๆไปเลยนะ" 

 คอยดูนะครับถ้าพี่เขาทำงานไม่เสร็จเพราะมัวแต่แกล้งผม ผมจะปล่อยให้อยู่คนเดียวจริงๆด้วย


(ถึงปากกูพูดมือกูก็ทำใครจะไปโง่แบบมึงละ)


"ครับพ่อคนฉลาด" 

ผมตอบก่อนจะพาตัวเองไปที่เตียง 


 

"พี่ชานยอลอ่า จะให้ผมบอกพี่คริสว่าไรเล่า" 

 

(บอกว่าคุยกับ..แฟน..อยู่ ) ผมหน้าร้อนฉ่ากับคำว่า แฟน ฟังแล้วก็เขินๆแหะ ถึงเราจะคบกันได้สักพักแล้วก็เถอะแต่ผมก็ยังไม่ชินสักที แต่ความจริงคำถามที่ผมถามว่า จะให้ตอบพี่คริสว่าอะไร ผมไม่ได้ต้องการคำตอบสักหน่อย

 

"ย๊า พี่แกล้งผมอีกแล้ว"

 

(เอ้า! กูพูดเรื่องจริงก็หาว่ากูแกล้ง)

 

"ทำงานเงียบๆไปเลยนะ" 

 คอยดูนะครับถ้าพี่เขาทำงานไม่เสร็จเพราะมัวแต่แกล้งผม ผมจะปล่อยให้อยู่คนเดียวจริงๆด้วย

 

(ถึงปากกูพูดมือกูก็ทำใครจะไปโง่แบบมึงละ)

 

"ครับพ่อคนฉลาด" 

ผมตอบก่อนจะพาตัวเองไปที่เตียงนอนแล้วทิ้งตัวลงอย่างจังเพราะเชื่อมั่นในความนุ่มของเตียงที่พี่คริสเลือกให้กับมือ

 

“พี่ชานยอลร้องเพลงให้ฟังหน่อยสิ”  ผมพลิกตัวกลับมาแล้วเปิดลำโพงโทรศัพท์วางไว้ข้างหมอน 

 

(ยูทูปอะมึงรู้จักไหม )

พี่ชานยอลนี่ไม่ได้มีความหวานกับใครเขาซะเลยถ้าผมอยากฟังเพลงก็ไปเปิดฟังแล้วแต่นี่ผมก็แค่อยากได้ยินเสียงพี่ชานร้องเพลงเองอะ ไม่ฟังก็ได้หึ่ย

 

(เงียบ งอนกูอีกแล้วรึไง)

 

“ป่าว” ผมไม่ได้งอนนะครับก็แค่ไม่อยากพูดเฉยๆ

 

(ทำไมงอนบ่อยจังวะ)

 

“ขอโทษครับ”  อ่าผมก็แค่งอนเล่นๆเองนะไม่ได้อะไรขนาดนั้นสักหน่อยหรือมันจะบ่อยเกินไปจริงๆนะ ผมดูงี่เง่าหรือป่าว

 

(อะไรขอโทษทำไมกูแค่พูดเล่น อะอยากฟังเพลงอะไรละ)

 

“ไม่ต้องแล้วก็ได้ครับ” ผมพูดด้วยน้ำเสียงปกติ

 

ผมและพี่ชานยอลไม่มีใครพูดอะไรเพราะพี่ชานยอลก็น่าจะกำลังตั้งใจทำงานส่วนผมก็ไม่อยากจะกวนเลยเอื้อมไปหยิบหูฟังมาใส่เปิดเพลงคลอเบาๆ

 

(คืนนี้เธอจงนอนด้วยใจเป็นสุข ขอจงลืมวันวานผ่านมา)     จากที่ผมกำลังเคลิ้มๆหลับก็ได้ยินเสียงทุ้มของพี่ชานยอลดังมาจากโทรศัพท์ ผมรีบกดปิดเพลงที่เปิดไว้แล้วนอนฟังเพลงที่พี่ชานยอลร้องเงียบๆ

 

(คืนนี้ไม่ต้องกลัวเรื่องใดหลอกหนา เพราะฉันยังคงอยู่ ใกล้ชิดเธอ)

 

(คืนนี้ดาวลางเลือน เสียงนกละเมอ แสงเรไรบรรเลงเรียกขวัญ ตัวฉันนั้นจะคอยดูแลป้องกัน ลิ้นยุงไรเข้ามาใกล้เธอ หลับตาสิที่รัก ในวงแขนของฉัน จะไม่มีผู้ใดคิดทำร้ายเธอได้ หลับตาสิที่รัก ขอเธอนอนหลับฝัน เผื่อพรุ่งนี้ได้พบวันใหม่กับฉัน)

 

ผมฟังเสียงของพี่ชานคลอไปจนกระทั้งตัวเองเริ่มเคลิ้มไปกับเสียงเพลงอีกครั้ง

 

 END

 

“จงพริ้มตาแล้วนอน เสียนะเจ้านอน เสียงเจ้าแมวเกเรก้องดัง ฟังสิเจ้าจงฟัง ลืมเถิดความหลัง เพราะฉันยังคงอยู่ใกล้ชิดเธอ”

คนอายุมากกว่ายังคงร้องเพลงไปเรื่อยจนกระทั้งไม่ได้ยินเสียงตอบกลับจากเด็กน้อยได้ยินแต่เสียงหายใจเป็นจังหวะเหมือนคนเข้าสู่ห้วงนิทรา

 

“แบคฮยอนๆ หลับแล้วเหรอหือ หลับงานจริงๆ”

เมื่อชานยอลเรียกแบคฮยอนสองสามครั้งก็ไม่มีเสียงตอบรับจึงเป็นที่เข้าใจว่าน่าจะหลับไปแล้วเขาจึงพึมพำกับตัวเอง แล้วตั้งหน้าทำงานต่อไป

 

“มึงรู้ไหมเพลงนี้พ่อกูชอบร้องให้กูกับแม่ฟังประจำเลยนะกูเข้าใจแล้วว่าทำไมเขาเอาแต่ร้องเพลงนี้ซ้ำไปซ้ำมา มันเป็นความรู้สึกที่เหมือนกับว่ากูจะสัญญากับมึงว่ากูจะปกป้องมึงตลอดทั้งในเวลาหลับทุกครั้งที่มึงตื่นมามึงจะเจอหน้ากู ถึงแม้กูจะมีเรื่องเป็นนักเลงหรือกูอาจจะเป็นมาเฟียแบบพ่อกู แต่กูสัญญานะแบคฮยอนกูจะไม่ทิ้งมึงไปแบบที่พ่อกูทำกับแม่ กูจะมีชีวิตอยู่ปกป้องมึงไปในทุกๆวัน นี่ถ้ามึงตื่นกูก็คงไม่กล้าพูดอะไรแบบนี้หรอก ”

 

ชานยอลยังคงพูดกับตัวเองไปเรื่อยๆ เหมือนกับว่าที่คนหลายๆคนชอบพูดอารมณ์คนเราจะจมดิ่งในช่วงเวลากลางคืนในเวลาที่คนอื่นหลับความมืดความสงบจะทำให้เรารู้สึกว่าใกล้ชิดกับตัวเองมากขึ้น

 

“แบคฮยอนนี่ทำไมกูถึงได้รู้สึกกับมึงมากขนาดนี้เนี่ย เห้อเอาไว้ตื่นเช้ามาแล้วคุยกันนะแบคฮยอนกูจะอยู่ตรงนี้รอจนมึงตื่นเลย”  ชานยอลยังคงพูดต่อไปโดยไม่รู้เลยว่า


การหายใจสม่ำเสมอไม่ได้เกิดขึ้นแค่กับคนที่กำลังหลับอยู่แต่กับคนที่เขินการหายใจก็เป็นจังหวะเดียวกันด้วย




เช้าวันไปจีน


"พี่คริสก่อนไปสนามบินมากินข้าวก่อนครับ"  

แบคฮยอนเทไข่เจียวอาหารอย่างสุดท้ายที่ทำให้มื้อนี้ใส่จาน


วันนี้เป็นวันแรกในรอบเดือนที่แบคฮยอนได้ใช้โซนครัวในการโชว์ฝีมือการทำอาหารระดับ มาสเตอร์เซฟ เอาใจพี่ชายสุดที่รักก่อนที่จะไปประเทศจีน


"อือหือกลิ่นหอมเชียว"

คริสสูดดมกลิ่มอาหารหน้าตาน่าทานเข้าไปเต็มปอด แต่กลิ่นของมันไม่ได้น่าทานสักเท่าไรเหมือนกลิ่นรถน้ำปลาคว่ำเสียมากกว่า แต่คริสก็ยังคงทำหน้าตาอร่อยอยู่ดี


"พี่คริสไปอยู่นู่นก็ดูแลตัวเองดีๆนะครับ ไปแค่สามวันอย่ามีเรื่องนะอ่อฝากความคิดถึงถึงคุณอาด้วย"

แบคฮยอนพูดกำกับแลเวถอดผ้ากันเปื้อนไปแขวนไว้ที่เดิมแล้วเตรียมตัวสะพายกระเป๋าไปโรงเรียน


"ครับแม่ เราเถอะพี่ไม่อยู่อย่าซนนะ เดี๋ยวเรื่องไปรับไปส่งพี่จะให้ไอ้จุนกิดูแลอ่ออีกอย่างพกบัตรเครติทติดตัวไว้เผื่อมีเรื่องฉุกเฉินแล้วเงินในกระเป๋าไม่พอเข้าใจไหม"


คริสออกปากบอกครั้งสุดท้ายก่อนน้องชายสุดที่รักจะออกจากห้องไป แววตาของคริสที่ดูจะมีความสุขในตอนแรกก็แปลเปลี่ยนสะท้อนให้เห็นถึงความกังวลที่มีในใจ  ถ้าเป็นปกติคริสก็ไม่ได้รู้สึกอะไรเพราะยังไงลูกน้องเขาก็ดูแบคฮยอนอยู่ตลอดอยู่แล้ว แค่หลังๆมานี้เขารู้ว่าน้องของเขามีความสัมพันธ์แบบไหนกับแบคฮยอน เขาก็ไม่อยากจะห้ามแต่มันก็อดห่วงไม่ได้ กลัวว่าชานยอลจะหลอกอะไรแบคฮยอนรึป่าว กลัวว่าลูกน้องเขาจะตามชานยอลไม่ทัน 


แต่ช่างเถอะยังไงคริสก็เชื่อในตัวแบคฮยอนถึงจะอ่อนแอแต่ก็คงมีวิธีเอาตัวรอดถ้าเกิดอะไรขึ้น และชานยอลมันคงไม่ทำอะไรแบคฮยอนหรอก 


Kris


Rrrrr!!!

 

โทรศัพท์มือถือในกระเป๋ากางเกงดังขึ้นผมหยิบมันขึ้นมาดูก็พบว่าบุคคลที่โทรมาคืออาของผมที่อยู่ที่จีน


"ครับอา"


(คริสอาจะโทรมาบอกว่าครั้งนี้อาไม่ได้ไปรับนะเดี๋ยวอาจะส่งลูกน้องไปรับ)


"ครับแต่ว่าไม่ต้องมาเยอะนะครับ"


(ครั้งนี้อาส่งไปคนเดียวไม่อยากให้เป็นเป้าสายตานะมันจะอันตราย)


"หือ คนคนนี้คงเก่งมากสินะครับอาถึงได้ไว้ใจขนาดนี้"


(คริสนั่นแหละเก่งอามั่นใจยังไงก็รอดได้อยู่แล้วละ ส่วนคนที่อาส่งไปนะขับรถเก่งเผื่อมีเหตุฉุกเฉินโดนไล่ตามแถมยังฉลาดอีก อ่อมีอีกอย่างที่คริสควรรู้แต่เดี๋ยวให้เขาคนนั้นบอกเองละกัน)


"อะไรครับอา"


(หึ ถ้าเจอเจาเดี๋ยวก็รู้เอง)


อาไม่ปล่อยให้ผมได้ถามหรือสงสัยอะไรต่อก็ตัดสายทิ้งไป 


ผมชักอยากจะไปถึงจีนเร็วๆแล้วสิอยากรู้อะไรที่พูดว่าผมควรจะรู้ น่าสนใจจริงๆน่าสนใจตั้งแต่ยังไม่เจอกันเลยนะ



การหายใจสม่ำเสมอไม่ได้เกิดขึ้นแค่กับคนที่กำลังหลับอยู่แต่กับคนที่เขินการหายใจก็เป็นจังหวะเดียวกันด้วย

 

 

 

เช้าวันไปจีน

 

"พี่คริสก่อนไปสนามบินมากินข้าวก่อนครับ"  

แบคฮยอนเทไข่เจียวอาหารอย่างสุดท้ายที่ทำให้มื้อนี้ใส่จาน

 

วันนี้เป็นวันแรกในรอบเดือนที่แบคฮยอนได้ใช้โซนครัวในการโชว์ฝีมือการทำอาหารระดับ มาสเตอร์เซฟ เอาใจพี่ชายสุดที่รักก่อนที่จะไปประเทศจีน

 

"อือหือกลิ่นหอมเชียว"

คริสสูดดมกลิ่มอาหารหน้าตาน่าทานเข้าไปเต็มปอด แต่กลิ่นของมันไม่ได้น่าทานสักเท่าไรเหมือนกลิ่นรถน้ำปลาคว่ำเสียมากกว่า แต่คริสก็ยังคงทำหน้าตาอร่อยอยู่ดี

 

"พี่คริสไปอยู่นู่นก็ดูแลตัวเองดีๆนะครับ ไปแค่สามวันอย่ามีเรื่องนะอ่อฝากความคิดถึงถึงคุณอาด้วย"

แบคฮยอนพูดกำกับแลเวถอดผ้ากันเปื้อนไปแขวนไว้ที่เดิมแล้วเตรียมตัวสะพายกระเป๋าไปโรงเรียน

 

"ครับแม่ เราเถอะพี่ไม่อยู่อย่าซนนะ เดี๋ยวเรื่องไปรับไปส่งพี่จะให้ไอ้จุนกิดูแลอ่ออีกอย่างพกบัตรเครติทติดตัวไว้เผื่อมีเรื่องฉุกเฉินแล้วเงินในกระเป๋าไม่พอเข้าใจไหม"

 

คริสออกปากบอกครั้งสุดท้ายก่อนน้องชายสุดที่รักจะออกจากห้องไป แววตาของคริสที่ดูจะมีความสุขในตอนแรกก็แปลเปลี่ยนสะท้อนให้เห็นถึงความกังวลที่มีในใจ  ถ้าเป็นปกติคริสก็ไม่ได้รู้สึกอะไรเพราะยังไงลูกน้องเขาก็ดูแบคฮยอนอยู่ตลอดอยู่แล้ว แค่หลังๆมานี้เขารู้ว่าน้องของเขามีความสัมพันธ์แบบไหนกับแบคฮยอน เขาก็ไม่อยากจะห้ามแต่มันก็อดห่วงไม่ได้ กลัวว่าชานยอลจะหลอกอะไรแบคฮยอนรึป่าว กลัวว่าลูกน้องเขาจะตามชานยอลไม่ทัน 

 

แต่ช่างเถอะยังไงคริสก็เชื่อในตัวแบคฮยอนถึงจะอ่อนแอแต่ก็คงมีวิธีเอาตัวรอดถ้าเกิดอะไรขึ้น และชานยอลมันคงไม่ทำอะไรแบคฮยอนหรอก 

 

Kris

 

Rrrrr!!!

 

โทรศัพท์มือถือในกระเป๋ากางเกงดังขึ้นผมหยิบมันขึ้นมาดูก็พบว่าบุคคลที่โทรมาคืออาของผมที่อยู่ที่จีน

 

"ครับอา"

 

(คริสอาจะโทรมาบอกว่าครั้งนี้อาไม่ได้ไปรับนะเดี๋ยวอาจะส่งลูกน้องไปรับ)

 

"ครับแต่ว่าไม่ต้องมาเยอะนะครับ"

 

(ครั้งนี้อาส่งไปคนเดียวไม่อยากให้เป็นเป้าสายตานะมันจะอันตราย)

 

"หือ คนคนนี้คงเก่งมากสินะครับอาถึงได้ไว้ใจขนาดนี้"

 

(คริสนั่นแหละเก่งอามั่นใจยังไงก็รอดได้อยู่แล้วละ ส่วนคนที่อาส่งไปนะขับรถเก่งเผื่อมีเหตุฉุกเฉินโดนไล่ตามแถมยังฉลาดอีก อ่อมีอีกอย่างที่คริสควรรู้แต่เดี๋ยวให้เขาคนนั้นบอกเองละกัน)

 

"อะไรครับอา"

 

(หึ ถ้าเจอเจาเดี๋ยวก็รู้เอง)

 

อาไม่ปล่อยให้ผมได้ถามหรือสงสัยอะไรต่อก็ตัดสายทิ้งไป 

 

ผมชักอยากจะไปถึงจีนเร็วๆแล้วสิอยากรู้อะไรที่อาพูดว่าผมควรจะรู้ น่าสนใจจริงๆน่าสนใจตั้งแต่ยังไม่เจอกันเลยนะ

 

ณ ประเทศจีน

 

ผมก้าวท้าวลงจากเครื่องบินเดินไปรอกระเป๋าเสื้อผ้าที่มีแค่กระเป๋าใบเล็กใบเดียวเนื่องจากผมเทียวไปเทียวมาระหว่างจีนกับเกาหลีข้าวของต่างๆที่จีนผมก็มีอยู่แล้วจึงไม่ต้องแบกของมาให้เยอะวุ่นวาย

 

ทันทีที่ผมลงมาจากลิฟท์ก็มองหาป้ายที่เขียนว่า Cacorn นั่นคือชื่อแก๊งของผมที่ย่อมาจากคำว่า Capricorn การเดินทางครั้งนี้ที่ผมไม่เลือกระดับบิสเนทก็เพราะผมอยากดูกลมกลืนกับคนอื่นๆ

 

ผมไล่สายตาไปเรื่ยๆจนกระทั่งเจอสิ่งที่ผมต้องการ เอ๊ะ แต่คนนั้น เดี๋ยวนะผมมองผิดไปรึป่าวหรือผมตาฝาด คนนั้นมัน ไม่ใช่หรอกผมว่า ถ้ามองจากตรงนี้มันอาจจะไกลไปรึป่าว ผมขอเดินไปดูใกล้ๆก่อนแล้วกัน

 

ผมสาวเท้าของผมอย่างรวดเร็วยิ่งใกล้ก็ยิ่งชัด ยิ่งใกล้ก็ยิ่งมั่นใจ แล้วเขามาอยู่ที่นี่ได้ยังไงนั่นมัน เลย์ นักศึกษาทันตแพทย์คนนั้นไม่ใช่แหรอ

 

“เลย์คุณมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง”


"เลย์? เลย์อะไรครับผมไม่ได้ชื่อเลย์นะครับคุณอี้ฝาน"

เขาทำหน้างงแถมยังในสิ่งที่ผมพูด อะไรกันเขาลืมผมแล้วงั้นหรือ


"เลย์เราเจอกันที่มหาวิทยาลัยไงที่คุณอยู่ซุ้มทันตแพทย์"


"ผมพึ่งรับปริญญาวิศวไฟฟ้าเมื่อต้นปี" 


"ย๊า นี่นายไม่ใช่เลย์จริงๆเหรอ"  ผมลังเลใจนิดหน่อยที่จะเชื่ออะไรันจะเหมือนกันขนาดนั้นจะว่าฝาแฝดหรือก็คงไม่ใช่ แต่ดูไปดูมาผิวคนนี้ก็ดูจะหยาบกร้านกว่าเลย์นิดหน่อย แต่ก็เถอะใบหน้ารูปร่างที่ดูเหมือนกันยังกับแฝดแบบนี้เป็นไปได้ด้วยเหรอ


"ไปกันก่อนเถอะครับค่อยคุยต่อในรถ"

เขาไม่มีรอยยิ้มเปื้อนใบหน้ามากเท่ากับเลย์แต่ก็น่ารักไม่แพ้กันเลย เอาเป็นว่าเรียนมหาลัยแบ้วค่อยเจอกันนะเลย์ 

เขาทำท่าจะรับกระเป๋าจากผมแต่ผมชักมือกลับเป็นการปฏิเสธ


"ฉันถือเองได้ไปเถอะ"

เขาเดินนำผมไปยังบริเวณประตูแล้วรีบวิ่งไปเอารถมาจอดที่หน้าประตู ผมเดินไปเปิดหลังรถแล้ววางกระเป๋าไว้ก่อนจะเดินอ้อมมานั่งด้านข้างคนขับ 


"ไม่นั่งด้านหลังเหรอครับ"

เขาทำน่างงเล็กน้อย ผมยักคิ้วใส่ไปสองทีแล้วหันหน้าตรงไม่สนใจ 


"ผมชื่ออี้จิงนะครับ ในเวลาสามวันนี้ผมจะเป็นคนแนะนำส่วนต่างๆและดูแลคุณในทุกเรื่องโปรดรับฟังคำเตือนจากผมด้วยนะครับ และนับจากนี้ไปหากมีอะไรที่ดูล่วงเกินขอให้ทราบไว้ว่าผมไม่ได้ตั้งใจแค่เพียงต้องการให้คุณรู้งานมากที่สุด"

เขาร่ายยาวเป็นธรรมเนียมของการขออนุญาติสอนงานผู้ที่เป็นหัวหน้า และยิ่งจะสอนงานผมคนต่อไปที่จะเป็นหัวหน้าแก๊ง คงจะต้องกล้าพอตัว 


บุคลิกเขาถือว่าใช้ได้ทั้งการวางตัวที่ดูนิ่งไม่ได้มีท่าทีเกร็งหรือกลัวผมถือว่าใช้ได้ ถ้าคนที่จะมาสอนงานผมกลัวผมแล้วจะสอนกันยังไงละ


"นี่นายไม่รู้จักคนชื่อเลย์จริงเหรอไม่สักนิดเลย?"


"ไม่ครับ" ผมควรจะเชื่อเขาแล้วเลิกถามเซ้าซี้ได้แล้ว ให้ตายสิไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อนเลยสงสัยต้องบอกแบคแล้ว ถ้าบอกไปคงจะอยากตามมา แต่รายนั้นรักเรียนยิ่งกว่าอะไร สามวันไม่มีทางมาหรอก



END

 BAEKHYUN


"ฮัลโหลครับพี่ชาน" นี่ก็สี่โมงเย็นแล้วผมก็เลิกเรียนแล้วด้วย ปกติเวลานี้คงเป็นพี่คริสไม่ใช่พี่ชานที่โทรหาผม แต่พอพี่คริสไม่อยู่พี่จุนกิก็รับหน้าที่ไปรับไปส่งผมแทนแต่วันนี้ผมจะกลับกับคยองครับโทรบอกพี่คริสแล้ว พี่คริวอนุญาติแล้วด้วย


(เลิกเรียนยัง)


"เลิกแล้วครับ นี่เสียงแปลกๆนะเนี่ย" เสียงพี่ชานยานๆแปลกๆเหมือนคนพึ่งตื่นนอนเลยอะคะรับ


(มาหาหน่อย)


"ที่ไหนครับ"


(โรงเรียน)


"ฮะโรงเรียนใคร" หวังว่าจะไม่ใช่อย่างที่ผมคิดนะครับ บางทรผมอาจจะเข้าใจผิดอะนะ


(โรงเรียนกูดิ) 


"พี่ตลกแล้วจะไปได้ไงเดี๋ยวผก็โดนกระทืบหรอก" ขนาดแค่เดินผ่านผมก็ยังโดนหาเรื่องเลยแล้วถ้าไปหน้าโรงเรียนพี่ชานยอลผมจะเหลือเหรอครับ แล้วยิ่งผมเป็นน้องพี่คริสด้วย อาจจะมีแต่คนอยากกระทืบผมก็ได้


(ก็ถอดเสื้อช็อปออกดิเดี๋ยวกูให้คนไปรับ)


"พี่ออกมารับเองไม่ได้เหรอครับ" อย่างร้อนถ้าเป็นพี่ชานยอลออกมารับผมก็จะมั่นใจว่ายังไงพี่ชานยอลก็จะปกป้องผมได้แต่ถ้าเป็นคนอื่น ผมคงไม่มั่นใจเท่าไรนัก


(เออน่าอย่าเรื่องมาก)


"...." ฮะเดี๋ยวเมื่อกี้ผมฟังอะไรผิดไปหรือป่าวพี่ชทนยอลไม่ได้ตั้งใจ ผมรู้ดี แต่แปลกที่เห้อหัวใจผมไม่เข้าใจเลยเหมือนจะร้องไห้เลยอะแต่ไม่ครับ ผมไม่ร้องหรอกแค่บอกว่ารู้สึก ไม่ได้จะร้องจริงๆ


(เออกูหมายถึงว่าเพื่อนกูไปรับหรือกูไปมันก็เหมือนกันปลอดภัยทั้งนั้น)


"ครับงั้นเดี๋ยวผมให้คยองไปส่งหน้าโรงเรียน" นั่นอหละครับผมเข้าใจว่สพี่เขาไม่ได้ตั้งใจก็ไม่อยมกจะงี่เง่าอะไร


(เออ)


ผมกดวางสายด้วยอาการน้อยใจเล็กน้อย แต่ก็แค่เล็กน้อยแหละครับเดี๋ยวก็หายผมไม่ใช่คนคิดอะไรมากขนาดนั้น ว่าแต่คยองไปไหนแล้วเนี่ยไปเอารถทำไมนานจัง อ่านั่นไงพูดถึงก็มาพอดีเลย


คยองขี่รถจักยานยนต์คันเก่งมาจอดหน้าผมแล้วส่งหมวกกันน็อกมาให้ โห ถ้าไม่รู้จักกันนี่ผมคงเป็นแฟนคลับคยองไปเลย


"ไปคอนโดเลยไหม"


"ไปโรงเรียนพี่ชานครับ"


"ฮะมึงบ้าปะเนี่ยเดี๋ยวก็โดนกระทืบกันหมดนี่" คยองตกใจพูดเสียงดังขึ้น จนผมนี่ต้องรีบเอามือมาทำท่าจุ๊ๆเพื่อให้คยองเบาเสียง


"พี่ชานบอกให้ถอดช็อปออกแล้วเดี๋ยวให้คนมารับ"


"มึงพูดแล้วนะรับผิดชอบชีวิตกูด้วยนะ"


"ครับ"


คยองดันกระจกหมวกกันน็อกลงแล้วถอดเสื้อส่งให้ผม ผมก็ถอดเสื้อตัวเองเก็บเช่นกัน เพื่อความปลอดภัยของชีวิต คยองออกรถด้วยความเร็วระดับปานกลางขับมาไม่นานนักก็ถึงจุดหมาย เพราะโรงเรียนผมกับพี่ชานยอลห่างกันไม่มากนัก


"อะนี่กลับบ้านดีๆนะคยอง"

ผมถอดหมวกกันน็อกคืนคยองแล้วเดินไปหาคนที่ยืนตรงป้ายโรงเรียน เขามองผมเหมือนรู้จัก ผมว่าก็น่าจะคนนี้แหละ


"เพื่อนพี่ชานยอลรึป่าวครับ" ผมค่อยๆเดินเข้าไปถามพี่เขม


"อ่าใช่ พี่จงอินนะ"


"ครับผมแบคอยอนครับ" ผมยิ้มแล้วแนะนำตัวอย่างสุภาพ


"พี่รู้จักเราแล้วละเข้าไปข้างในดีกว่าอ่อเดี๋ยวนั่งรถพี่ไป"


"ครับ"


ระหว่างทางผมก็นั่งนิ่งไม่ได้พูดอะไรแต่ก็ไม่ได้เกร็งจนอึดอัดนะครับผมมองรอบๆโรงเรียนมันก็ไม่ต่างจากโรงเรียนผมเท่าไรนะครับคล้ายๆกัน   


รถของพี่จงอินแล่นมาจนถึงคล้ายๆร้านอะไรสักอย่างที่มีเวทีอยู่ด้วยแต่ก็ไม่มีคนแสดงนะครับเห็นแต่กลุ่มคนที่นั่งจับกลุ่มอันอยู่ข้างล่าง หนึ่งในนั้นก็มีหลังของพี่ชานยอลอยู่ ทันทีที่ผมก้าวเท้าลงจากรถสายตาของพี่ๆกลุ่มนั้นก็หันมาจับจ้องที่ผมทันที


มองแบบนี้แล้วผมต้องทำตัวยังไงอะครับแล้วทุกคนที่หันมาก็ดันไม่ใช่พี่ชานไงครับ ผมควรเดินไปหาหรือนั่งรอหรืออะไร


"แบคฮยอนเดินสิรออะไร"  

 พี่จงอินอ้อมรถมาบอกผมเนื่องจากเห็นผมยืนนิ่งไม่ยอมเย้าไป


แต่ใครจะกล้าเข้าไปละครับ คนเยอะขนาดนั้น


"พี่ชานยอลครับ"

ผมเดินเข้าไปสะกิดพี่ชานยอล คนอื่นก็ยิ้มให้ผมส่วนพี่จงอินก็เดินไปนั่งเก้าอี้ว่างอยู่แล้วยกแก้ว เออน่าจะแก้วเหล่านะครับกระดกขึ้น


"กว่าจะมาช้า"

พี่ชานยอลแหงนหน้าขึ้นมาบ่นผม ดูจากสภาพรวมและกลิ่นแล้วน่าจะเมาและครับ


"นี่ก็รีบแล้วครับ"


"มานั่งมา"

พี่ช่รยอลไม่พูดเปล่าคว้ามือผมไปจับแล้วพยายามดึงไปเหมือนกับว่าจะให้ผมนั่งตักเขา


"เออเดี๋ยวผมไปนั่งรอที่อื่นดีกว่าครับถ้าพี่ชานยอลเลิกค่อยเรียกผม"

ผมพยายามดันมือพี่ชานยอลออกไม่อยากมานั่งตักหรือทำอะไรในที่ที่คนเยอะแบบนี้ ผมว่าผมคงเขินตายเลย


"ที่เรียกมาก็ให้มานั่งกับกู มึงดูคนอื่นดิแม่งมีคนนั่งด้วยกันหมดยกเว้นกูเนี่ย"

อ่าจริงสินี่ทุกคนก็มีคนนั่งด้วยหมดบางคนก็นั่งกับผู้ชายน่ารีกฟบางคนก็มีผู้หญิงนั่งตัก เออไม่นั่งธรรมดาครับ นั่งแบบจะสิงกันเลสทีเดียว


"พี่ชานยอลนั่งกินกับเพื่อนอยู่นั่งคนเดียวน่าจะสบายใจกว่า"


"อยากไปนั่งตรงไหนก็ไปเลยเดี๋ยวกูเรียกผู้หญิงมานั่งด้วยก็ได่"

พี่ชานยอลพูดออกมาด้วยความเมา รึป่าว ผมจะคิดแบบนั้นละกันนะครับแต่ยังไงผมก็ไม่ชอวอยู่ดีถึงจะเมาจะพูดไม่ได้คิดหรืออะไรก็ตามแต่ แต่ผมไม่ชอบ


"เฮ้ยเฮียชานผมว่าพูดแบบนั่นไม่ดีเท้าไรนะ" พี่ผู้ชายที่สูงๆหน้าตี๋ๆหล่อพูดขึ้น


"แล้วแต่พี่นะครับผมไม่ห้าม"

ผมพูดเสียงนิ่งแล้วหันหลังเตรียมเดินหนีแต่พี่ชานก็รีบคว้ามือผมไว้แล้วกระชากให้ผมเซไปนั่งตักพี่เขาจนได้


"พูดเล่นถ้าจะนั่งกับคนอื่นไม่ให้มาหรอก"

พี่ชาายอลพูดเบาๆ ที่ข้างหูผมแต่ก็ดังในระดับที่ผมและคนข้างๆผมจะได้ยิน พูดแบบนี้ผมจะทำยังไงละครับก็เขินนะสิ


"โห่ๆ!" เสียงแซวจากรอบวงดังขึ้นประหนึ่งได้ยินกันทุกคนทั้งๆที่น่าจะมีแค่กี่ข้างๆผมที่ได้ยิน


"อยากกลับบ้านรึยัง" พี่ชานถาม


"อยู่ก่อนก็ได้ครับถ้าพี่ชานเลิกกินค่อยกลับก็ได้"

ผมหันไปพูดในขณะที่ยังคงอยู่บนตักพี่ชานยอลและมีมือแกร่งโอบลอบเอวไว้ ผมพยายามแกะพยายามห้ามพยายามลุก อะสำเร็จสักอย่างครับก็เลยปล่อยๆไป


"กลัวกูให้ผู้หญิงมานั่งรึไง"


"ก็ลองดูสิครับ"

ผมตอบกลับแล้วชี้หน้าพี่ชานอย่าขำขัน พี่ช่นก็เอาจมูกมาชนนิ้วผมแล้วยกแก้วดื่มก่อนจะหันไปคุยกับเพื่อนต่อ


"พี่จงอินครับทำไมกินกันตอนเย็นละครับ" ผมถามพี่จงอินที่นั่งอยู่ใกล้ๆตอนที่พี่ชานยอลคุยกับเพื่อน


"เรียนชีวะทำไวน์วันนี้มันครบกำหนดแล้วพวกพี่ก็เปิดชิมกันแล้วติดลมก็ยาวเลย"


"อ๋อครับ"

ผมพยีกหน้ารับ 


จะว่าไปผมก็เริ่มเบื่อแล้วเหมือนกันนะครับนั่งมาชั่วโมงหนึ่งแล้วไม่รู้จะพูดอะไรกับใคร แล้วอีกอย่างนั่งบนตักพี่ชานแบบนี้นานๆก็กลัวพี่เยาจะหนัก


"อยากกลับบ้านยัง"


"แล้วแต่พี่ชานครับ"

ถึงผมจะเบื่อแต่ก็ไม่ได้มากมายขนาดทนไม่ได้


"กลัวน้องเบื่อก็ให้น้องลองสักแก้งไหมเฮีย"

เสีนงพี่คนหนึ่งที่ดูเหมือนจะมีสติที่สึดพูดขึ้น


"กวนตีนแล้วไอ้เซฮุน"

พี่ชานยอลพูดทีเล่นทีจริงแล้วยกแก้วเหล้วกระดกอีกครั้ง


ดูจากรอบๆวงแล้วคงมีแค่พี่เซฮุนนี่แหละครับที่เมาน้อยสุดเพราะส่วนมากเขาจะดื่มแก้วที่เป็นน้ำเปล่า ส่วนคนอื่นรอบวงนี่ก็ดูจะกรึ่มๆกันหมดแล้วยิ่งพี่ชานยอลยิ่งเข้าไปใหญ่


"แบคฮยอนเดี๋ยวพี่ใฟ้เซฮุนไปซื้อข้าวให้จะกินอะไร"


"ข้าวผัดกุ้งก็ได้ครับ"


พี่ชานพยักหน้าแล้วบอกให้พี่เซฮุนไปซื้อข้าวให้ผมแล้วก็พวกขนมและเครื่องดื่มแอลกอฮอร์เพิ่ม  พี่เซฮุนก็ลุกขึ้นอย่างไม่อิดออด


พี่ชานยอลกระชับอ้อมแ-นแน่นขึ้นแล้วยกสะโพกเพื่อนจะหยิบกระเป๋าตังออกมาแล้วลอกให้ผมหยิบให้พี่เซอุนสองพัน ผมก็ทำตามที่คนด้านล่างวาร แล้วพี่ชานยอลก็กระชับเอวผมอีกครั้งก่อนจะยกสะโพกเหมือนเดิมแล้วเก็บกระเป๋าตังค์ ก่อนจะเขยิบให้นั่งติดเก้kอี้มากขึ้น









Talk

MiSs kG ช่วย DM ทวิตมาทีน้าเราหาทวิตไม่เจออะ ทวิตเราจิ้มเลย 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 107 ครั้ง

5 ความคิดเห็น

  1. #139 Nannaphat_kn (@Nannaphat_kn) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2561 / 23:35
    เราDMหาไม่ได้อะะ แต่ลอง@Miss_kg4553
    #139
    0
  2. #136 pookie (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2561 / 22:43

    รู้เลยว่า แบคยังไม่หลับ รึแบคหลับไปแล้ว พี่ชานต่อหน้าเค้าก็ไม่บอก555

    #136
    0
  3. #135 Mr.B_toey (@toeyy19) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2561 / 07:12
    แซวหรือนอยด์65555
    #135
    0
  4. #134 pookie (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2561 / 23:49

    พี่ชานอย่าเพิ่งน้อยใจน้องนะ ใจเย็นๆ55

    #134
    0
  5. #133 baekkuyeol (@baekkuyeol) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2561 / 23:18
    โดนพี่ชานงอนแล้วป่ะเนี่ยยย
    #133
    0