Caje
ดู Blog ทั้งหมด

สังเกตการณ์การเขียน

เขียนโดย Caje

แล้วต่อ ๆ ไปก็ต้องเขียนในสภาพนั้นจึงจะดีสุด ไม่เช่นนั้นแล้วก็เขียนได้ไม่ดีเท่า หรืออาจจะเขียนไม่ออกเลยก็เป็นได้...

ดังนั้นเราจึงเริ่มสังเกตพฤติกรรมการเขียนของตัวเอง...


ถ้าเป็นการเขียนบันทึกทั่วไป ฝึกเขียนเช่นนั้น ก็เขียนได้ในหลายที่ หลายสถานนะ เพราะเราเปลี่ยนคอมและสถานที่ที่ใช้มาหลายครั้งแล้ว สำหรับเจ้าบันทึกนี่ สะดวกดี นึกอยากเขียนเมื่อไหร่ก็เขียนได้นะ มีคนรบกวนได้นิดหน่อย แต่ที่ห้ามเด็ดขาดเลยก็คืออ่านตอนที่เรากำลังพิมพ์อยู่นี่ แม้บันทึกนี่จะเปิดเผยต่อสาธารณชนให้คนทุกเข้าชมได้ก็ตามเถอะ แต่ตอนกำลังสร้างสรรค์มันขึ้นมานี่ถือว่าเป็นเวลาส่วนตัวที่สุด กำลังจมปรักอยู่ในแห่งความคิดก็ว่าได้ ดังนั้น อย่าอ่านตอนที่เรากำลังพิมพ์บันทึกก็พอ

ถ้าเป็นนิยายล่ะก็ จะจริงจังว่า ต้องสงบว่า ไม่ชอบให้มีใครมาขัดจังหวะ หรือรบกวนเลย แล้วเวลาแต่งนิยาย เราก็จะมีเวลาพักของเราเอง แต่งได้ไปประมาณครึ่งชั่วโมงถึงชั่วโมงหนึ่ง เราก็ต้องลุกไปทำอะไรสักอย่าง เปลี่ยนอิริยาบท คลายสมาธิจากนิยายลงบ้างเล็กน้อย เป็นต้นว่า ดื่มน้ำ หรือเข้าห้องน้ำ ล้างหน้าล้างตา จากนั้นจึงมานั่ง(นอน)แต่งต่ออีกครั้ง ผ่านไปอีกระยะ ก็จะลุกไปทำเช่นเดิมอีก ส่วนใหญ่แล้วช่วงที่เราลุกไปจะเป็นเวลาที่แต่งแล้วติดขัด ไม่พอใจขึ้นมา หรือไม่ก็ช่วงเว้นพักตัดฉาก จบตอนพอดีน่ะ

แล้วเราก็มักจะหงุดหงิดขึ้นมา เมื่อมีใครมาขัดขวางการแต่งของเรา ด้วยการชวนไปที่ไหน ๆ ในวันนั้น ที่เรากำหนดกับตัวเองไว้แล้วว่า วันนี้ทั้งวัน เราจะใช้แต่งนิยายให้จบบทให้ได้

ซึ่งส่วนใหญ่ที่มักจะเป็นคำชวนแกมบังคับของครอบครัว ที่ยังไงเราก็ปฏิเสธไม่ได้อยู่แล้ว ต้องไปกับเขาทุกที พอถามขึ้นว่าทำไมถึงทำหน้าตาบูดบึง โกรธใครมาเหรอ เราก็ไม่รู้จะตอบยังไง ก็พวกเขานั่นแหละ ขัดขวางแผนการแต่งนิยายของเรา เคยบอกตามตรงไปเหมือนกัน แต่เขาก็เฉย ๆ น่ะนะ ครอบครัวกันย่อมรู้แนวกันดีอยู่แล้ว เราก็ทำหน้าไม่พอใจเป็นปกติ เสมอแหละ

จะว่าตารางเราไม่ยืดหยุ่นก็ใช่อยู่ แต่นิยายถือเป็นเรื่องสำคัญสำหรับเรานะ เป็นงานอดิเรกที่เราถือเป็นจริงเป็นจัง เหมือนที่คนคนหนึ่งต้องไปออกกำลังกายเป็นประจำเวลานี้นี้ หรือนักเรียนไปเรียนพิเศษตามเวลานั่นแหละ เพียงแต่เราไม่ได้บอกใคร ทำให้คนอื่นรู้ว่านี่เป็นเวลาแต่งนิยายของเราเท่านั้น เราหายตัวไปขลุกอยู่หน้าคอมในห้องตัวเอง ซึ่งคนอื่นอาจจะคิดไปได้หลายอย่างว่าเราไปเล่นเกมหรือเล่นเน็ตใด ๆ ก็ตาม จึงไม่คิดว่ามันสำคัญน่ะ

ว่าจะลองบอกไปอยู่ ว่าเวลานี้นี้ เราจะใช้แต่งนิยาย... แต่ในเมื่อเป็นครอบครัว ที่นาน ๆ จะกลับมาพบกันนี่นา ก็คงต้องยอมกันหน่อยแหละ

อย่างไรก็ตาม เรื่องความหงุดหงิดนี่ก็ไม่จางหายไปง่าย ๆ หรอกนะ

สรุปว่าการแต่งนิยายของใหญ่ ส่วนใหญ่ก็อยู่แต่กับตนเองฉะนี้แล

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1
เนอะ.. บางทีหน้าจอคอมก็เหมือนกับกระจก

การที่เราได้ไปนั่งอยู่ต่อหน้ามันแล้ว... ทำให้เราได้รู้จักตัวเองมากขึ้น