FIC HXH | Carnal Apple ตัณหาเจสเตอร์

ตอนที่ 9 : บทที่7 : จุดอ่อนของปีศาจ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,748
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 273 ครั้ง
    6 ต.ค. 62

บทที่7 : จุดอ่อนของปีศาจ

ฮานิอุทานเสียงหลงเมื่อร่างของเธอถูกแรงโน้มถ่วงฉุดดึง


แต่เบื้องล่างกลับมีใครบางคนยืนขวางเธอจึงเสียหลักร่วงลงนอนแผ่ทับคนๆ นั้นดังโครมในท่าที่ไม่ค่อยสวยงามเท่าไหร่นัก เสียงหวานครางแผ่วๆ อย่างเจ็บปวด มือบางยกขึ้นกุมหัวตัวเองที่ถูกกระแทกตอนตกลงมา เธอไม่สนแล้วว่าใครคือผู้โชคร้ายคนนั้น ถือซะว่าฟาดเคราะห์ไปพร้อมกับเธอเนี่ยแหละ


‘เจ็บโว้ย!!’ 


กึกๆๆ 


ร่างบางตัวชาวาบเมื่อได้ยินเสียงคล้ายของแข็งลั่นกระทบกันเบาๆ อันแสนคุ้นหู แล้วก็เป็นไปตามคาดเมื่อเธอก้มลงมองเจ้าของเสียงนั้นและพบกับใครไม่ได้นอกจาก… 


“อิรุมิ! ขะ..ขอโทษนะ ฉันไม่ได้ตั้งใจ เอ่อ..ไม่สิ ตอนนี้ต้องเรียกว่ากีตาราเคิล 


น่าแปลกที่เธอไม่เคยมีความรู้สึกกลัวฮิโซกะมากนัก (เอนเอียงไปทางหวาดระแวงมากกว่า) และมักจะต่อปากต่อคำกับเขาอยู่บ่อยๆ แต่กับผู้ชายตรงหน้ากลับไม่เป็นแบบนั้น เขามักจะให้ความรู้สึกน่าขนลุกแก่เธอเสมอ ด้วยรูปลักษณ์แบบนั้นยิ่งไปกันใหญ่ 


“จะอยู่ท่านั้นอีกนานมั้ย”


เสียงทุ้มของฮิโซกะที่เอ่ยค่อนส่งผลให้เธอลนลานผลุนกายลุกขึ้นแทบจะในทันที เธอไม่ได้ยื่นมือเข้าไปช่วยคนที่ยังนอนไม่พูดไม่จาอยู่บนพื้นเพราะรู้ว่าเขาคงไม่ต้องการความช่วยเหลือ 


“ฮิโซกะก็อยู่ด้วยเหรอ” นั่นหมายความว่าเธอจะต้องติดแหงกอยู่กับสองคนนี้จนกว่าจะออกจากหอคอยได้สินะ 


ถอนหายใจลากยาวพลางชักสีหน้าเซ็งจัด


‘วันนี้ช่างเป็นวันซวยจริงๆ..ลางสังหรณ์ของฉันแม่นยำไม่มีผิด’ 


“ครบสามคนแล้วสินะ ใส่นาฬิกาสิ” 


ฮานิพยักหน้ารับคำของอิรุมิที่ตอนนี้อยู่ในคราบกีตาราเคิล ก่อนจะเดินไปหยิบนาฬิกาดิจิตอลเรือนเรียบบนแท่นวางทรงกลมยกสูงขึ้นจากพื้น บนหน้าจอฉายตัวเลขบอกเวลาว่าเหลืออีกร่วมเจ็ดสิบชั่วโมง ถัดมาข้างล่างคือปุ่ม กับ ซึ่งเธอก็ยังไม่รู้ว่ามีไว้ทำไม 


ทันทีที่สวมมันลงบนข้อมือเล็กประตูหินก็เลื่อนขึ้นเปิดออกเผยให้เห็นหน้าจอขนาดย่อม ซึ่งมีตัวหนังสือเขียนกำกับเอาไว้ว่า ประตูนี้ เปิด ไม่เปิด จงเลือกมา


ทั้งสองปุ่มคงมีไว้เพื่อการนี้เองสินะ 


แน่นอนว่าผลลัพธ์คือเลือก ทั้งสามคน เธอยังโชคดีที่อย่างน้อยสองคนนี้ก็มีความเป็นมืออาชีพสูง 


‘อยากรู้จังว่าทางฝั่งกอร์นจะเป็นยังไงบ้างนะ…’ โดยที่ไม่รู้ตัวความกังวลได้คืบคลานเข้ารุมเร้าหัวใจเธอทีละน้อย 


 

เจสเตอร์หนุ่มมองเด็กสาวกวาดสายตามองห้องมืดสนิทเบื้องหน้าแล้วเกิดกลัวจนต้องหลบหลังเพื่อนสนิทเขาอย่างขบขัน (แต่จะดีกว่ามากถ้ามาหลบหลังเขา แฟนยืนหัวโด่อยู่ตรงนี้ทั้งคน) เขารู้สึกอยากปกป้องทุกครั้งที่เห็นฮานิมีความกลัวเหมือนผู้หญิงปกติทั่วๆ ไปอยู่บ้าง


เพราะถึงจะไม่ถูกดึงออกมาใช้มากนักแต่สัญชาตญาณความเป็นสุภาพบุรุษของเขาก็ยังทำงานได้ดีอยู่


ทันทีที่ก้าวเท้าเข้าไปในห้องทึนทึบซึ่งมีเพียงแสงสว่างสาดส่องจากบานประตูที่เลื่อนเปิดออก ก่อนจะปิดลง เปลวเพลิงสีเขียวจ้าจากเทียนทุกเล่มซึ่งวางเรียงรายเรื่อยขึ้นไปบนขั้นบันไดขนาบข้างทั้งสองฝั่งก็จุดตนเองลุกกระพือขึ้น เติมเต็มแสงสว่างภายในห้องจนมองเห็นบุคคลที่นั่งรออย่างใจเย็นอยู่ก่อนแล้วได้อย่างชัดเจน 


ไม่ได้เจอกันนานนะฮิโซกะ ชายเจ้าของใบหน้าเต็มไปด้วยรอยบากรอยแผลเป็นกล่าวพลางฉีกยิ้มเหี้ยม ตั้งแต่การสอบครั้งที่แล้วฉันก็เฝ้าฝึกในฝีมือเพื่อฆ่าแกโดยเฉพาะ 


แค้นส่วนตัว?


ร่างเล็กเลิกคิ้วน้อยๆ ต่างจากกีตาราเคิลที่ตัดตัวเองออกจากปัญหาทั้งหมดโดยการทำเหมือนคนไม่เกี่ยวข้องและเดินไปยืนกอดอกพิงผนังเย็นชืดนิ่งๆ


วันนี้ละวันตายของแกแล้ว ล้างคอรอได้เลย!! หลังจบคำมือหยาบก็ชักดาบสั้นรูปทรงโค้งสะท้อนแสงวาววับราวกับกำลังอวดอ้างความคมของตัวเองขึ้นมาตั้งท่าพร้อมโจมตีเต็มที่ 


ประโยคนั้นเรียกเสียงหัวเราะในลำคอจากคนฟัง ล้างคองั้นเหรอ ฝีมือก็ไม่เห็นต่างกับคราวที่แล้วเลย  


เก็บปากไว้ดีกว่า อีกเดี๋ยวก็ตายแล้ว! 


ใบมีดคมทั้งสี่หมุนควงตัดอากาศพุ่งปราดเข้าใส่นักมายากรหนุ่มรอบทิศ บนล่าง ซ้ายขวา หน้าหลัง ยากที่จะหลบพ้น กระนั้นร่างสูงกลับยังสามารถกระโดดหลบได้อย่างคล่องแคล่วว่องไวแต่ก็พลาดโดนใบมีดเฉือนไปสองแห่ง 


แกหลบไม่พ้นหรอก ดาบพวกนี้จะคอยเฉือนเนื้อแกจากรอบทิศทาง ลองชิมรสชาติความเจ็บปวดซะบ้าง ตายซะเถอะฮิโซกะ!! 


ชิ้ง! 


!!!


เจ้าของดาบชะงักพลันเหงื่อแตกพลั่ก มองมือหนารับด้ามจับใบมีดคมที่ลอยคว้างพุ่งทะยานเข้าใส่ร่างตาค้าง หยุดความเคลื่อนไหวทุกอย่างไปชั่วขณะ 


ดาบของแกมันหนีได้ยากก็จริง ฮิโซกะยกดาบในมือขึ้นมาชิดริมฝีปากเปื้อนยิ้ม เรียวลิ้นชื้นลากสัมผัสกับส่วนแบนเรียบ ..แต่แค่หยุดมันซะก็สิ้นเรื่อง 


เหงื่อเม็ดเย็นเฉียบผุดพรายขึ้นตามใบหน้าอันเต็มไปด้วยรอยแผลเป็น เขาฝึกตั้งครึ่งปีกว่าจะรับดาบที่ร่อนกลับมาได้แต่ไอ้ปีศาจนี่กลับรับดาบของเขาแถมยังลองควงจนดูเหมือนเป็นเรื่องง่ายดายเสียเต็มประดา


รู้แก่ใจว่าความพ่ายแพ้กำลังจะเดินทางมาถึง กล้ามเนื้อทุกมัดยังอัดแน่นไปด้วยความหวาดกลัว.. ทว่าทันใดนั้นเองที่สายตาเลื่อนไปบรรจบกับร่างบางของเด็กสาวตรงมุมห้อง


บางทีเขาอาจจะใช้แม่นั่นได้! 


มือหยาบบังคับให้ดาบคมที่ยังเหลืออยู่อีกสองเล่มลอยคว้างไปยังทิศของเด็กสาวทันที


และนั่น.. เขาสังเกตเห็นถึงสีหน้าที่เปลี่ยนไปแทบจะในทันทีของฮิโซกะ 


อะไรกัน..ปีศาจอย่างแกก็มีจุดอ่อนเหมือนกันนี่หว่า! 


ร่างบางรีบกระโดดหลบไปอีกทางแต่ก็ต้องตาโตเพราะถูกดักทางเอาไว้ โอ๊ย! ร้องเสียงหลงด้วยความเจ็บปวดเมื่อแขนข้างหนึ่งถูกมือหนาจับบิดพลิกกลับไปด้านหลังอย่างแรง 


คิดว่าจะหนีฉันพ้นด้วยความเร็วแค่นั้นน่ะเรอะ แสยะยิ้มอย่างผู้ถือไพ่เหนือกว่า 


ได้ยินดังนั้นฮานิก็ส่งเสียงเหอะภายในลำคอเป็นเชิงเย้ยหยัน พวกผู้ชายก็ทึ่มอย่างนี้กันซะทุกคน 


ฝ่ามืออีกข้างที่ไม่ได้ถูกจับกุมกระแทกเสยเข้าที่คางและจมูกของชายตรงหน้าอย่างรวดเร็วจนร่างใหญ่ผงะถอย “คิดว่าจะจับฉันได้จริงๆ ด้วยความเร็วแค่นั้นน่ะเหรอ” จบคำเธอก็หมุนกายส่งแรงทั้งหมดฟันปลายศอกกลับไปทางด้านหลังตามจังหวะที่สัมพันธ์กับการเคลื่อนตามเท้า ปะทะเข้าที่หน้าท้องอีกฝ่ายเต็มแรงจนเขาจุกตัวงอเซถลาไปไกล


“แกแหย่ผิดคนแล้ว ขอโทษด้วยนะที่ต้องให้เสียแรงเปล่า” ใบหน้าขาวซีดแสยะยิ้มกว้างส่งกระแสเย็นเยียบแล่นเข้ากระดูกสันหลังคนฟัง 


“บ้าเอ๊ยย!!!” เสียงคมมีดพุ่งแหวกอากาศตัดผ่านเนื้อดังฉวัะ พร้อมกับเปลวเทียนที่วูบไหวมอดดับลง… 


คนที่กำลังยืนพิงกำแพงสบายๆ ทำเพียงยกเข็มทรงกลมตรงส่วนหัวขึ้นมาหมุนเล่น แท้จริงเขาเตรียมไว้เพื่อรับมือกับสถานการณ์เมื่อครู่แต่ดูเหมือนจะไม่ต้องถึงมือเขาเพราะโดนคนตัวเล็กชิงจัดการอยู่หมัด ไม่สิ ยังไงก็ไม่มีทางถึงมือเขาอยู่แล้วฮิโซกะคงจะยอมยาก



ท่ามกลางห้องโล่งไร้ซึ่งบานหน้าต่าง มีเพียงประตูและคบเพลิงรายล้อมรอบทิศ เสียงประกาศของผู้คุมรอบที่สามดังขึ้นผ่านลำโพง 


“หมายเลข 44 ฮิโซกะ สอบผ่านการสอบรอบที่สามเป็นคนแรก คนที่สอง หมายเลข 301 กีตาราเคิล และคนที่สาม หมายเลข 45 เลดี้ ฮานิ” 

 


60 กว่าชั่วโมงผ่านไป… 


แม้ว่าจะมีนาฬิกาดิจิตอลอยู่บนข้อมือแต่ฮานิก็เลือกที่จะหยิบนาฬิกาพกแสนรักขึ้นมามองเข็มของมันค่อยๆ ขยับคืบคลานวนไปทางขวาทีละนิด ที่เค้าบอกว่าเวลาจะหยุดลงในตอนที่เรารู้สึกเบื่อหรือในตอนที่เราให้ความสนใจกับนาฬิกามากเกินไปมันเป็นความจริงสุดๆ เพราะจากที่เคยคิดว่าเวลาไม่เคยรอใครบัดนี้เธอกลับต้องนั่งรอมันจนรากแทบงอก 


แหก! 


“ไม่จริงน่า! คราวที่แล้วยังทำได้อยู่เลย” 


เธอจึงต้องฆ่าเวลาโดยการบ้าจี้นั่งก่อปราสาทไพ่ตามคนตัวสูงอยู่นี่ไง แต่ที่น่าเจ็บใจคือทำไมครั้งนี้เธอถึงได้ล้มเหลวซ้ำแล้วซ้ำเล่า ได้แต่กำหนดลมหายใจทุกครั้งที่ปราสาทไพ่ซึ่งก่อไปได้เพียงนิดล่มลงมา 


“เพราะคราวที่แล้วเธอได้วางไพ่แค่สองใบเองนี่ ถ้าจะก่อให้เสร็จทั้งหมดฝีมือระดับเธอยังถือว่าห่างไกล” ได้ยินเขาเย้ยหยันดังนั้นร่างเล็กก็กัดฟันกรอดๆ นึกอยากจะตะบันใบหน้าหล่อๆ ของเขาสักที 


“เหลือเวลาอีกหนึ่งนาที” เสียงประกาศดังขึ้นอีกครั้ง 


“เท่ากับว่ามีคนผ่านแค่สิบเก้าคนสินะ” หนึ่งในผู้เข้าสอบที่เป็นแฝดสามพูด 


ทันใดนั้นเปลวไฟบนคบเพลิงก็โหมกระพือคล้ายต้องลมหอบใหญ่ ประตูหินบานหนึ่งเคลื่อนเปิดขึ้นอย่างเชื่องช้าพร้อมๆ กับเสียงผู้คุมสอบประกาศศรายชื่อของชายทั้งสามที่ก้าวพ้นผ่านธรณีประตูออกมาในสภาพเปรอะเปื้อนมอมแมมไปทั่วทั้งตัว 


“คนที่ยี่สิบ หมายเลข 404 คุราปิก้า คนที่ยี่สิบเอ็ด หมายเลข 99 คิรัวร์ คนที่ยี่สิบสอง หมายเลข 405 กอร์น ใช้เวลาไปเจ็ดสิบเอ็ดชั่วโมง ห้าสิบเก้านาที” 


“กว่าจะผ่าน! ไม่คิดเลยว่าจะผ่านทางที่สั้นและง่ายได้” เด็กชายผมเงินบ่นอุบพลางชักสีหน้าขยาดเต็มที 


“ตอนนั้นมันวุ่นวายไปหมดเลยนะ” 


“มือฉันสั่นเลยล่ะ” 


‘สามคนเหรอ? แล้วเลโอลีโอ…’ หัวใจดวงน้อยพลันหล่นวูบ แต่ยังไม่ทันที่เธอจะได้เดินเข้าไปถามเพื่อคลายข้อสงสัยในใจ สายตาก็เหลือบไปเห็นชายอีกสองคนที่เดินตามข้ามาทีหลังและกำลังถองศอกเบียดกันอย่างเอาเป็นเอาตายเพื่อแก่งแย่งเส้นชัย


โถ่เอ๊ยไอ้เธอก็หลงคิดว่าเขาจะผ่านมาถึงจุดนี้ไม่ได้ซะแล้ว เพราะเวลาเหลืออีกเพียงสามสิบวินาที!


เป็นครั้งแรกของวันที่เธอถอนหายใจด้วยความโล่งอก ดูท่าคงไม่จำเป็นต้องถามถึงสถานการณ์หรือเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมด แค่เห็นเจ้าหมูอ้วนทอมป้าก็รู้แล้วว่าพวกเขาคงต้องคอยรับมือจอมขัดแข้งขัดขาอย่างหมอนั่นจนมือเป็นระวิงแน่ 


ก็ถือว่าโชคร้ายและน่าสงสารอยู่นะ แต่ยังไงการทดสอบรอบที่สามก็จบลงโดยผ่านด้วยกันมาได้พร้อมหน้าพร้อมตาแล้ว


มีผู้ผ่านเข้ารอบทั้งหมด 25 คน หนึ่งในนั้นเสียชีวิต 


ถึงจะยังไม่รู้ว่ามีการสอบอีกกี่รอบที่รอคอยอยู่แต่ในเมื่อผ่านมาได้ไกลถึงขนาดนี้ก็ยิ่งมีแรงผลักดันให้เอื้อมมือไขว่คว้าเป้าหมายมากขึ้น กระนั้นอีกนัยหนึ่งกลับรู้สึกเหมือนกำแพงสูงกำลังไล่ตามหลังใกล้เข้ามาทุกที… 


คิดถูกแล้วที่ไม่อยากเป็นฮันเตอร์


เด็กสาวใช้มือเท้ายันลงบนเข่าทั้งสองข้างแล้วหยัดกายลุกขึ้นยืน ดวงตาคู่สวยทอดมองไปยังแสงอ่อนๆ ของดวงอาทิตย์เบื้องหลังบานประตูหอคอยที่เลื่อนเปิดออก แสงของมันชโลมร่างดุจผ้าห่มผืนบางย้ำเตือนว่าวันใหม่เดินทางมาเยือนเสมอ 




สวัสดีค่ะรีดเดอร์ที่น่ารักทุกท่าน! 


ยังรอกันอยู่ไหมเอ่ย // ปาดเหงื่อ ยังไม่หายไปไหนนะคะะ เจียดเวลามาอัพเพราะกลัวลืมกันไปก่อน 555 คาดว่าจะกลับมาอัพได้ประมาณปลายเดือนมีนาค่ะ เพราะสอบเสร็จพอดี




T
B
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 273 ครั้ง

187 ความคิดเห็น

  1. #132 pearketsawang (@pearketsawang) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 23 เมษายน 2562 / 07:27
    สู้ๆ น้าาาา เราตามมมจนกว่าเรื่องจะจบ
    #132
    1
  2. #69 หมูอ้วนนนน (@sasasa0808) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 6 มีนาคม 2562 / 13:54
    รอค้าาา
    #69
    0
  3. #68 BlancNoir (@PemiWa) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 3 มีนาคม 2562 / 07:50

    ยังรออยู่น้าาา ไม่ต้องห่วงเราตามอ่านจนกว่าเรื่องนี้จะจบแน่นอนจ้า สู้ๆนะคะไรท์
    #68
    1
  4. #67 jeab007y (@jeab007y) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 3 มีนาคม 2562 / 00:25

    รอค่าาาา
    #67
    0
  5. #66 โยชิน่อน (@hellzen) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 2 มีนาคม 2562 / 22:29

    มาแล้ววววววว
    #66
    0
  6. #65 Shirayuki Ariel (@chinchicha) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 2 มีนาคม 2562 / 20:57

    เย้!! ไรท์กลับมาแล้ว >w<

    #65
    0
  7. #64 LoveAnd_Devil_02 (@LoveAnd_Devil_02) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 2 มีนาคม 2562 / 19:46

    ฮานิจังงงงง
    #64
    1
    • #64-1 Color Ring (@130825446666) (จากตอนที่ 9)
      2 มีนาคม 2562 / 20:43

      รออยู่แล้วค่าา~~
      #64-1