Fic attack on titan (oc) สายเลือดของไททัน

ตอนที่ 18 : สนทนา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 490
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 53 ครั้ง
    31 ม.ค. 62

ตอนนี้ทุกคนในทีมสำรวจที่ผ่านฮันจิแทบบ้าเมื่อเห็นสีหน้าของฮันจิที่ต่อให้เห็นเพียงเล็กน้อยก็ทำให้คนกลัวได้กับความวิปริตผิดมนุษย์ที่ล้นทะลัก หลังจากประชุมกับพวกเออร์วินเสร็จก็ตรงดิ่งไปยังห้องใต้ดินที่คุมเรน่าไว้ชั่วคราว


ฉันที่นั่งนอนอยู่บนเตียงและออกไปไหนไม่ได้ก็ต้องจำใจนั่งเหม่อลอยต่อหลังจากการพยายามข่มตาหลับแต่ไม่สำเร็จ ฉันนั่งกอดเข่าท่ามกลางความเงียบและเริ่มข่มตาหลับอีกครั้ง


ตึก ตึก ตึก


เสียงรองเท้าหนังกระทบพื้นทำให้ฉันต้องลืมตาขึ้นอีกครั้ง


"งาย~" ฮันจิลากเสียงยาวและยืนอยู่หน้าตาราง


"คราวนี้อะไรอีก" ฉันที่เห็นฮันจิผู้ที่วิปริตและคลั่งไคล้ไททันเป็นอย่างมาก ทำให้แค่เห็นเธอมาที่นี่ก็รู้ได้ทันทีเลยว่าจะต้องมาเพราะเรื่องเกี่ยวกับไททันเป็นแน่แท้


"พอดีว่าอยากจะสอบถามหน่อยน่ะ ฮิ ฮิ" ฮันจิทำหน้าวิปริตในทันที


"ช่วยได้ไหมว่ารู้สึกยังไงตอนเป็นไททัน! แล้วมันควบคุมยังไงเหมือนแขนขาตัวเองเลยรึเปล่า! มุมมองลักษณะช่วยบอกมาให้หมดเลยได้ไหม!" ฮันจิยิงคำถามมารัวๆ ทั้งๆที่ฉันไม่คิดจะตอบเลยด้วยซ้ำ


"ยัยสี่ตาเธอควรจะอยู่ที่ห้องทดลองบ้าๆของเธอไม่ใช่รึไง" รีไวล์กลับเข้ามา


"ทำไมล่ะ~ ฉันแค่จะมาหารุ่นน้องที่แสนน่ารักเท่านั้นเอง" ฮันจิเรียกร้อง


"พอรู้ว่ายัยนี่แปลงเป็นไททันได้ก็แทบจะบุกเข้ามาเลยหนิ" รีไวล์ได้สวนฮันจิกลับ


"เอาเถอะน่ารีไวล์ให้ฉันได้คุยกับเรน่าเถอะนะ" ฮันจิทำท่าขอร้อง แต่คนอย่างรีไวล์ที่หัวดื้อหรอจะยอม


"ไม่" รีไวล์ตอบฮันจิกลับในทันทีนั่นทำให้ฮันจิได้หน้าแห้วก่อนที่จะกลับมาแจ่มใสอีกครั้ง ฉันแทบตกใจกับอารมณ์ที่เปลี่ยนไวราวกับกิ้งก่าของเธอ


"ก็ได้ไว้จะมาใหม่นะเรน่า~" ฮันจิทำตัวร่าเริงก่อนจากไปทิ้งไว้เหลือแค่ฉันกับรีไวล์ในความเงียบ


ไม่มีใครพูดออกมาความเงียบเข้าปรกคลุมไร้ซึ่งเสียงใดใด รีไวล์ไม่พูดอะไรส่วนฉันก็นั่งกอดเข่าอยู่บนเตียง แม้จะมีโซ่ล่ามไว้ก็ไม่เป็นอุปสรรค


"นี่เธอน่ะทำไมถึงไม่นอน" รีไวล์ถามขึ้นด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ


"ขอโทษค่ะหัวหน้า แต่มันนอนไม่หลับแล้วพวกเอเลนล่ะ" ฉันถามกลับเพราะยังไม่เห็นพวกเขาเลยรึว่าที่นี่จะไม่ให้พวกเขาเข้ามากัน


"เจ้าพวกนั้นสบายดีไม่มีอะไรต้องเป็นห่วง พวกนั้นต้องห่วงเธอมากกว่าฉันไปละ" รีไวล์ตอบก่อนเดินออกจากห้องไป


บรรยากาศเริ่มเงียบสงบอีกครั้งไม่มีเสียงอะไรเกิดขึ้นจะมีก็แต่เสียงโซ่กระทบกันไม่แปลกใจเท่าไหร่ที่ตัวเองจะถูกล่ามโซ่อย่างนี้ ให้เดาคงเป็นเพราะเรื่องที่เกิดขึ้นทุกคนจึงหวาดระแวงระหวาดกลัวต่อให้ไททันจะอยู่ฝ่ายมนุษย์แต่ด้วยความกลัวที่ฝังเข้าถึงกระดูดดำก็ไม่แปลกที่จะต้องทำแบบนี้


การคิดแบบนั้นทำให้ฉันกอดเข่าแน่นขึ้น รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นสัตประหลาดแตกต่างจากคนอื่นตั้งแต่เกิด เลือดที่อยู่ในตัวก็มีเลือดของไททัน ไม่ว่าจะคิดยังไงมันก็เป็นความจริงอันแสนโหดร้ายที่ต้องเผชิญ ไม่ว่าจะนานเท่าไรก็คงไม่มีใครสามารถเปลี่ยนแปลงให้มนุษยชาติเลิกหวาดกลัวไททันได้


นั่นทำให้ฉันเริ่มสงสัยและถามตัวเองว่าทำไมถึงเกิดมาแตกต่าง ทั้งๆที่ร่างกายก็เหมือนมนุษย์หน้าตาก็ปกติเหมือนคนทั่วไปแต่กลับมีความสามารถที่ไม่อยากจะมี ทำให้ฉันเริ่มคร่ำครวญกับตัวเองในใจว่าที่นี่เป็นที่ที่ฉันควรจะอยู่จริงจริงงั้นหรือ


การคิดเช่นนั้นทำให้ก่อเกิดน้ำตาและไหลลงมาอย่างไม่รู้ตัวแต่กลับยังคงเงียบสนิทไร้ซึ่งเสียงใดใดไม่มีแม้กระทั่งเสียงสะอื้น เนื้อตัวที่สั่นเทาไม่ขยับเขยียน


"พี่เรน่า!" เอเลนตะโกนขึ้นเรียกสติฉันที่หลุดลอยไปไกลกลับคืนมาเอเลนเกาะอยู่หน้ากรงโดยมีมีคาสะและอาร์มินอยู่ด้วย


"พี่เรน่าใครทำพี่ร้องไห้" มิคาสะพูดขึ้นด้วยเสียงหดหู่


"ฉันร้องไห้งั้นหรอ" ฉันที่ได้ยินมิคาสะบอกดังนั้นก็ใช้แขนตัวเองปาดน้ำตาที่หน้าทิ้งอย่างไม่ใยดี


"แต่ว่านี่น่ะ...จำเป็นต้องทำถึงขนาดนี้เลยรึไง" เอเลนพูดขึ้นเมื่อเห็นทั้งโซ่ทั้งกรงขังไหนจะห้องใต้ดินอีกว่าง่ายๆคือนรกของคนเป็นไททัน อีกอย่างเรน่าที่ช่วยเหลือมนุษย์ขนาดนั้นแต่กลับต้องเจอเรื่องแบบนี้


"ไม่แปลกหรอเอเลน ถึงแม้เรื่องที่พี่เรน่าเป็นไททันยังไม่ได้กระจายออกไปนอกทีมสำรวจแต่ว่าก็อย่างที่รู้รู้กันอยู่ว่ามนุษย์น่ะกลัวไททัน การบอกให้พวกเรากลัวไททันนานนับร้อยปีน่ะมันแก้กันไม่ง่ายหรอก" อาร์มินอธิบายยาวเหยียด ด้วยสีหน้าที่แสดงออกถึงความเศร้านิดๆ 


"พี่เรน่า พี่ไม่เป็นไรใช่มั้ย" มิคาสะถามด้วยความเป็นห่วงมิคาสะที่สมองไวคงตีความได้ไม่ยากว่าการที่หวาดกลัวไททันก็ไม่ต่างอะไรจากการที่หวาดกลัวคนที่แปลงเป็นไททันได้อย่างเรน่าหรือเอเลน


"ไม่เป็นไรหรอก พี่รู้อยู่แล้วว่าต้องมีวันที่พี่อาจถูกเปิดเผยถึงจะเตรียมใจไว้บ้างแต่การที่ต้องถูกตราหน้าว่าเป็นสัตประหลาดกินมนุษย์ก็ทำให้เสียความรู้สึกเหมือนกัน" ฉันพูดพร้อมยิ้มเศร้าเสียงแผ่วเบา


"ไม่ใช่พี่เรน่าไม่ใช่สัตประหลาดสักหน่อย! พี่เรน่าเป็นพี่ของพวกเราตากหาก! ต่อให้พี่จะเป็นอะไรพวกผมไม่สนหรอก! ผม เอเลนและมิคาสะจะคอยอยู่ข้างพี่เสมอครับ" อาร์มินที่ทนเงียบมานานก็ระเบิดอารมณ์ออกมา เสียงดังก้องไปทั่วราวกับตอกย้ำว่าฉันยังมีพวกเขาอยู่น้องๆที่น่ารักและคอยเคียงข้างไม่ว่าเวลาไหน ทำให้หยดใสๆที่เรียกว่าน้ำตาออกมาอีกครั้ง


"ขอบคุณนะที่อยู่กับพี่เสมอไม่เคยทิ้งกันเลย" ฉันพูดเสียงสั่นที่เป็นผลจากการร้องไห้ดังขึ้นใช้แขนตนปาดน้ำตาแห่งความปลื้มปิติที่ไหลลงไม่หยุดหย่อน


"พี่เรน่าหยุดร้องเถอะค่ะ" มิคาสะที่ทนไม่ไหวกับการที่ต้องดูพี่สาวตนร้องไห้ก็เริ่มปลอบให้หยุดร้อง


"ก็อยากทำอยู่หรอก...แต่มัน...หยุดได้ที่ไหนกัน" ฉันพยายามจะเช็ดน้ำตาต่อไป ข่มตัวเองให้หยุดร้องไป


"งั้นพวกผมไปก่อนนะ พี่จะได้อยู่กับตัวเองและหายร้องไห้" อาร์มินพูดขึ้น


"อืม..." ฉันพยักหน้าลงเล็กน้อยก่อนจะข่มให้น้ำตาหยุดไหล


พวกเอเลนเดินออกไปอย่างช้าๆทุกคนล้วนเป็นห่วงเรน่า ผูกพันธ์กันมานานเจอแบบนั้นก็อดห่วงไม่ได้

"อาร์มินนายแน่ใจนะ ปล่อยให้พี่เรน่าหยุดร้องเองแบบนั้นน่ะ" เอเลนถามอาร์มินเขาไม่เข้าใจเหตุผลที่ทำแบบนี้


"อืม ผมคิดดีแล้วล่ะอีกอย่างคนที่ร้องไห้อยู่พวกเราควรปล่อยให้เขาหยุดเองจะดีกว่า" อาร์มินบอกเหตุผลออกไป แต่ในใจก็อดห่วงไม่ได้


"งั้นหรอ" เอเลนที่รู้คำตอบของคำถามแล้วจึงเงียบไป แต่เงียบได้ไม่นานก็มีคนเดินสวนมาไม่ใช่ใครอื่น คนที่มาเฝ้าได้แทบไม่ได้หลับไม่ได้นอน

.

.

.

.

.

.

รีไวล์นั่นเอง






"หยุดไหล...สักทีสิ" ฉันที่นั่งเช็ดน้ำตาอยู่ก็สบถออกมากับน้ำตาที่ไม่ยอมหยุดสักที ถึงจะไม่รู้สึกเศร้าหรือซาบซึ้งใจอะไรแล้วแต่น้ำตาก็ไม่ยอมหยุดไหล


ฉันใช้แขนปาดน้ำตาไปเรื่อยๆ แต่ไม่รู้ว่าทำไมยิ่งปาดเท่าไรมายิ่งล้นออกมาเท่านั้น


"ร้องไห้งั้นหรอ" เสียงรีไวล์ดังขึ้นทำให้ฉันที่ปาดน้ำตาอยู่ชะงักและมองรีไวล์


"หัวหน้า..." ฉันพึมพำออกมาเบาๆแต่มันก็มากพอที่จะให้อีกฝ่ายได้ยิน


"ให้ตายสิ" รีไวล์กล่าวขึ้นอย่างหัวเสียก่อนที่จะเดินมาที่ประตูห้องขังแล้วเอากุญแจจากที่ไหนก็ไม่รู้มาไขประตูแล้วเดินเข้ามาข้างใน


รีไวล์เข้ามาแล้วหยิบกุญแจอีกดอกมาไขโซ่ตรวนที่ยึดไว้กับมือฉันทั้งสองข้าง นั่นทำให้ฉันได้เป็นอิสระในระดับนึง ทำให้เกิดความสงสัยกับการกระทำของเขา


"ไม่จำเป็นต้องใส่แล้ว" รีไวล์พูดราวกับดูความคิดของฉันออก


"แต่ว่า--" ฉันที่พูดอยู่ก็ถูกขัดขึ้น


"ไม่มีแต่อะไรทั้งนั้น" รีไวล์พูดขึ้นตัดประโยคก่อนหน้านี้ไปในทันที


หลังจากที่ไขเสร็จมือนั้งสองข้างก็รีบปาดน้ำตาออกทันทีก่อนที่ตาจะบวมมากกว่านี้ แต่ปาดไปได้ไม่นานมืออีกมือก็โผล่เข้ามาและปาดน้ำตาอย่างเบามือ ความอุ่นจากฝ่ามือหนาได้ส่งผ่านมายังใบหน้า นิ้วที่ค่อยๆเกลี่ยเพื่อปัดน้ำตาออกไป ก่อนที่จะกดหัวของฉันให้ลงไปนอนอย่างเบามือ


"หลับได้แล้ว" รีไวล์พูดขึ้นก่อนลูบหัวฉันอย่างเบามือ นั่นทำให้ฉันเคลิ้มและหลับได้ไม่ยากบวกกับความเพลียจากการร้องไห้ที่มีอยู่แล้วทำให้หลับในที่สุด


รีไวล์ที่เห็นหญิงสาวได้หลับไปแล้ว จึงค่อยๆหยุดลูบก่อนที่จะโค้งตัวลงและประทับริมฝีปากกับหน้าผากของอีกฝ่าย


"ขอให้หลับฝันดี" รีไวล์กล่าวขึ้นก่อนที่จะเดินจากไปโดยไม่ลืมที่จะปิดประตูกรงแต่ก็ไม่ได้ล็อคกุญแจไว้


"มีอะไร" รีไวล์ทำหน้าและเคร่งขรึมในทันทีเมื่อเห็นสามหน่อที่ควรจะกลับไปแล้วมองอยู่


"ไม่มีอะไรครับ!" เอเลนรีบพูดโดยมีมิคาสะลากอีกสองคนไปทันที


"กะ...เกือบไปแล้ว" เมื่อทั้งสามหนีออกมาจากห้องใต้ดินพอสมควร อาร์มินที่เหนื่อยจากการวิ่งก็พูดออกมาทันที


"นี่อาร์มิน มิคาสะพวกนายเห็นอย่างที่ฉันเห็นใช่มั้ย" เอเลนผู้ไม่อยากเชื่อในสิ่งที่ตนมองเห็นก็ถามไถ่อีกสองคน


"เอเลน...มันเป็นเนื่องจริง" มิคาสะทำสีหน้าเคร่งขรึมในทันที มิคาสะจริงจังขั้นสุดจนสามารถเห็นรังศีอำมะหิตชนิดรุนแรงได้ บนโลกนี้มีอยู่สองคนที่มิคาสะหวงมากที่สุดคนแรกคือเอเลนที่เปรียบเสมือนรักแรกพบ ส่วนคนที่สองคือเรน่าที่ทำหน้าที่เปรียบเสมือนพี่สาวแท้ๆ การเห็นภาพแบบนั้นทำให้มิคาสะแทบจะฆ่าคนตรงหน้าได้ทันทีถ้าไม่มีเอเลนและอาร์มินห้ามไว้


"แล้วจะเอาไงต่อดีล่ะ" เอเลนผู้อยากหลีกหนีจากความจริงได้พูดขึ้นพร้อมสีหน้าจิตตก


"คงต้องยอมรับความจริงและต้องเก็บเรื่องนี้เอาไว้และทำเป็นไม่มีอะไรเกิดขึ้นล่ะนะ" อาร์มินบอกเพื่อนเก่าแก่ทั้งสองด้วยอาการนิ่งที่สุด

































"ไม่งั้นมีหวังไม่รอดแน่ แต่ก่อนอื่นต้องจับไททันหญิงให้ได้ก่อน"

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 53 ครั้ง

40 ความคิดเห็น

  1. #33 ^GR_XXIV^ (@KuranYuki) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 31 มกราคม 2562 / 20:04

    รอค่ะ สนุก มาอีกเร็วๆนะคะ ค้างมากกก
    #33
    0
  2. #32 Bjakx (@0872160144) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 31 มกราคม 2562 / 17:14

    อุตะเกือบเนียนแล้วหัวหน้าโฮะๆพยายามเข้าเด้อไรท์~
    #32
    0