ตอนที่ 10 : ทวงสัญญา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8167
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 576 ครั้ง
    15 ก.พ. 62

         วันนี้คือวันที่นางมาอยู่ที่นี่ครบหนึ่งปีและครบกำหนดตรวจร่างกายของนาง ท่านพ่อจ้างท่านหมอหม่ามาตรวจร่างกายของนางทุกเดือนตั้งแต่เด็กๆ อีกทั้งท่านหมอหม่ายังเป็นหมอประจำตระกลูของนาง 
 
         "คุณหนูหายเป็นปกติแล้วขอรับ ร่างกายของนางแข็งแรงเต็มสิบส่วนแล้วขอรับ"

         "ลูกข้าหายดีแล้วเช่นนั้นรึ!!? แข็งแรงดีแล้วเช่นนั้นรึ!!?"แม่ทัพหย่งหนานทั้งตื่นเต้นดีใจทั้งแปลกใจที่บุตรสาวของตนหายดี

          "ขอรับท่านแม่ทัพ ข้าเองยังแปลกใจทั้งที่ก่อนหน้านี้ทำอย่างไร ยาบำรุงขนานไหนคุณหนูก็ไม่เห็นจะแข็งแรงขึ้น ตั้งแต่คุณหนูหายป่วยคราวนั้นร่างกายของคุณหนูก็ค่อยๆแข็งแรงขึ้นขอรับ"ท่านหมอหม่าเองก็ยังนึกแปลกใจเช่นกัน

          "ดียิ่ง!!บุตรสาวของข้าหายดีแล้วเช่นนี้ดียิ่งนัก ฮ่าๆๆ"แม่ทัพหย่งหนานหัวเราะออกมาเสียงดังด้วยความดีใจที่บุตรสาวตนแข็งแรงดีแล้ว คนเป็นบิดาจะอยากเห็นบุตรสาวตนร่างกายอ่อนแอเช่นนั้นรึ ตอบเลยว่าไม่ นางเป็นถึงแก้วตาดวงใจของตระกูลเฟิ่ง ใครจะทนเห็นนางทรมารได้กัน

          "ขอบพระคุณท่านหมอที่ดูแลรักษาฮวาเอ๋อมาตลอดเจ้าค่ะ"นางเอ่ยพร้อมกับลุกขึ้นย่อคำนับขอบคุณ
ท่านหมอหม่า

          "ข้าเองก็เช่นกันขอบคุณท่านที่มาดูแลรักษาฮวาเอ๋อตลอดหลายปี ข้าขอมอบรางวัลเล็กๆน้อยๆให้ท่านเป็น
ค่าตอบแทนแล้วกัน จากนี้คงต้องรบกวนท่านอีกแต่อาจจะไม่บ่อยเช่นแต่ก่อน"แม่ทัพหย่งหนานโค้งคำนับขอบคุณ
ท่านหมอหม่า พร้อมกับมอบรางวัลเป็นค่าตอบแทน

           "มิได้ขอรับท่านแม่ทัพ ข้าเองก็เป็นหมอประจำตระกลูเฟิ่งอยู่แล้วหารบกวนไม่ขอรับ ที่จริงท่านไม่จำเป็นต้องมอบให้ก็ได้ขอรับทุกครั้งที่ข้ามาตรวจอาการของคุณหนูท่านก็ให้ข้าเยอะอยู่แล้ว"

           "ได้อย่างไรกันท่านรับไว้เถอะถือเป็นสินน้ำใจจากข้าแล้วกัน"

           "เช่นนั้นข้าก็ขอรับน้ำใจจากท่านแล้วกันนะขอรับ ไม่มีอะไรหน้าเป็นห่วงแล้วข้าคงต้องขอตัวลากลับก่อน
เดียวข้าจะจัดยาบำรุงร่างกายไว้ให้เช่นเคย ข้าลาละ"

           "เดินทางปลอดภัยท่านหมอหม่า พ่อบ้านซูส่งท่านหมอพร้อมกับรางวัลให้เรียบร้อย"หย่งหนานเอ่ยกับ
ท่านหมอหม่าเสร็จ ก็หันไปกำชับพ่อบ้านเรื่องรางวัลอีกที

            "เดินทางปลอดภัยเจ้าค่ะท่านหมอ"  หลังจากเอ่ยลาท่านหมอก็หันหลังเดินออกจากห้องโถงไปยังประตูจวนเพื่อกลับร้านหมอของตน

            "ท่านพ่อเย็นนี้หลังรับอาหารเย็นลูกมีเรื่องจะคุยด้วยเจ้าค่ะ"เหมอยฮวาไม่รอช้าวันนี้เป็นวันที่นางจะทวงสัญญาจากบิดาตน

            "ลูกมีอะไรจะคุยกับพ่อรึฮวาเอ๋อคุยกันตอนนี้เลยมิได้รึ เจ้าอยากได้อะไรบอกพ่อได้เลยพ่อตามใจเจ้า
ทุกอย่าง"ถึงจะรู้สึกสังหรใจแปลกๆเกี่ยวกับบุตรตรีแต่แม่ทัพหย่งหนานก็ปัดมันทิ้งมิสนใจมันอีกเพราะตอนนี้เขารู้สึกยินดีอย่างยิ่งที่บุตรสาวของเขาหายดีจึงมิอยากติดเล็กคิดน้อย

            "คุยตอนนี้มิได้เจ้าค่ะ ต้องรอท่านแม่กับพี่ใหญ่กลับมาก่อน แต่ท่านพ่อบอกจะตามใจฮวาเอ๋อทุกอย่าง
ท่านพ่อพูดแล้วอย่าคืนคำนะเจ้าคะ" นางยิ้มกว้างพร้อมกับสายตาออดอ้อนแฝงเจ้าเล่ห์ไปให้ ทำให้หย่งหนานสังหรใจแปลกๆเข้าไปใหญ่ 'ตกหลุมพรางของข้าแล้วท่านพ่อเมื่อท่านได้รู้ความจริงท่านจะคืนคำมิได้นะเจ้าคะ'

             "ได้ๆพ่อมิคืนคำแน่นอน"เมื่อเห็นสายตาออดอ้อนนั่นก็ทำให้ตอบตกลงโดยมิคิดอันใดอีก 'เห้ออออ! ที่ข้าตอบตกลงมันจะไม่มีอะไรเกิดขึ้นใช่หรือไม่ '
   
             "ขอบพระคุณเจ้าค่ะท่านพ่อ ถ้ามิมีอันใดแล้วลูกขอตัวไปพักผ่อนก่อนนะเจ้าคะ ไว้พบกันมื้อเย็นเจ้าค่ะ"นางเอ่ยขอบคุณพร้อมกับขอตัวกับไปพักผ่อนพักสมองรอสำหรับมื้อเย็น 

             "เจ้าไปพักผ่อนเถอะลูกพ่อ อีกเดี๋ยวแม่ของเจ้าก็จะกลับจากไหว้พระที่ศาลเจ้าในเมืองแล้ว พี่ใหญ่เจ้าสักชั่วยามคงกลับถึงจวน "

             "เช่นนั้นลูกขอตัวเจ้าค่ะ"  นางเดินออกมาจากห้องโถงใหญ่สำหรับรับรองแขกเพราะนางมาตรวจอาการที่นี่มิใช่ที่เรือนของนาง นางเดินตรงไปที่ศาลากลางน้ำหน้าเรือนเหมยฮวา ด้วยนางยังมิอยากเข้าเรือนตอนนี้ นางต้องใช้ความคิดอย่างหนักว่าจะทำอย่างไรให้ท่านพ่อกับพี่ใหญ่ยินยอมเรื่องที่นางจะขอ ถึงจะมีคำสัญญาที่บิดาให้ไว้
แต่ใช่ว่าพวกเขาจะไม่คัดค้านเสียที่ใหน

              "เห้ออออออ!!!"

              "เป็นอะไรไปรึเจ้าคะคุณหนู "ชิงชิงที่อยู่ในศาลาด้วยกันกับเหมยฮวาเอ่ยถามขึ้นอย่างเป็นห่วงเมื่อได้ยินคุณหนูของนางถอนหายใจ

              "ข้าคิดไม่ตกนะชิงชิง เรื่องที่ข้าจะทำจากนี้อาจมิมีผู้ใดเห็นด้วยกับข้าเนี่ยสิ"เหมยฮวาบอกออกไป
ตามตรงแต่ไม่ทั้งหมดกลัวบอกไปชิงชิงจะตกใจ รอให้ท่านพ่อท่านแม่ตกลงเสียก่อนนางค่อยบอกชิงชิงทีเดียว

              "ชิงชิงว่าไม่ว่าคุณหนูจะทำสิ่งใด ทุกอย่างคุณหนูย่อมคิดมาดีแล้วเจ้าค่ะ เช่นนั้นอย่ากังวนเลยเจ้าค่ะ
เข้าไปพักผ่อนในเรือนก่อนดีกว่านะเจ้าคะ ไกล้ถึงเวลาอาหารชิงชิงจะเข้าไปปลุกคุณหนูเองเจ้าค่ะ"

              "ใช่แล้ว ข้าคิดมาดีแล้วอย่างทีเจ้าว่านั่นและชิงชิง ขอบใจเจ้ามาก กลับเรือนเถอะข้าอยากพักผ่อนแล้ว"
ก็อยางชิงชิงว่านั่นแหละข้าคิดมาดีแล้วถึงสิ่งที่จะทำต่อจากนี้

              "เจ้าค่ะคุณหนู"


  ณ ห้องโถงเรือนใหญ
      
               "เห็นพ่อเจ้าบอกว่าเจ้ามีเรื่องจะคุยด้วยแต่ต้องรอคุยพร้อมกันใช่หรือไม่"เหม่ยหลินเอ่ยถามบุตรสาวของนางเพราะสามีบอกก่อนรับอาหารเย็นว่าบุตรสาวมีเรื่องจะคุยกับพวกเขาทุกคน

               "เจ้าค่ะท่านแม่ ที่ลูกต้องการคุยกันครบทุกคนเพราะลูกต้องการการยินยอมจากครอบครัวเจ้าค่ะ" 
เหมยฮวาเอ่ยด้วยสายตาแน่วแน่และน้ำเสียงที่จริงจัง จนทุกคนแปลกใจ

               "เจ้าต้องการจะทำอะไรหรือต้องการสิ่งใดจงบอกพี่มาเถอะพี่จะหาให้เจ้าทุกอย่าง"  หยางจือเอ่ยด้วยสีหน้า
อ่อนโยนแต่แฝงความจริงจังเอาไว้หลายส่วนเพื่อน้องน้อยเขาให้ได้ทุกอย่าง 'พี่ใหญ่ท่านพูดเช่นนี้คิดดีแล้วนะเจ้าคะ' นางคิดในใจด้วยความเจ้าเลห์

                " ถ้าอย่างนั้นฮวาเอ๋อมิอ้อมค้อมเลยนะเจ้าคะ ฮวาเอ๋ออยากเป็นทหารเจ้าค่ะ" เมื่อนางพูดออกไปตรงๆถึงกับทำให้ทุกคนนิ่งอึ้งค้างกันไปหมด แต่ดูเหมือนคนที่ตั้งสติเร็วสุดคงไม่พ้นแม่ทัพกับรองแม่ทัพของจวนนี้

                "ไม่ได้!!!!/ไม่ได้!!!!"ทั้งท่านพ่อและพี่ใหญ่ตะโกนขึ้นพร้อมกันเสียงดัง

                "เจ้าเป็นสตรีจะไปเป็นทหารอยู่ในค่ายทหารที่มีแต่บุรุษได้เยี่ยงไร! ทั้งยามออกศึกรบราฆ่าฟันกันมันมีแต่อันตรายทั้งนั้น พ่อมิยินยอมเด็ดขาด!!"หย่งหนานเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจังกว่าทุกครั้ง

                "พี่เห็นด้วยกับท่านพ่อ พี่ก็ไม่ยินยอมเช่นกัน สตรีควรเรียนรู้ศาสตร์ของสตรีมิดีกว่าหรือ"หยางจือเห็นด้วยกับผู้เป็นบิดาพร้อมกับเอ่ยเกลี่ยกล่อมน้องน้อยของตน

                "ข้ายังพูดไม่จบเจ้าค่ะท่านพ่อพี่ใหญ่ ข้าแค่ทวงสัญญาของข้า ข้ามิได้ขอร้องแต่อย่างใดเจ้าค่ะ" เมื่อนางพูดด้วยสายตาจริงจังกว่าเดินพร้อมน้ำเสียงที่ไม่มีแววว่าจะล้อเล่นแม้แต่นิดจบสองพ่อลูกก็นิ่งไปทันที

                "เจ้าคิดดีแล้วรึฮวาเอ๋อ แม่ว่าเจ้ารองทบทวนดูอีกนิดดีหรือไม่ การที่เจ้าไปอยู่ในที่แบบนั้นทุกอย่างล้วนเป็นอันตรายต่อเจ้าทั้งสิ้น แม่เป็นห่วงเจ้ายิ่งนัก"ฮูหยินเหม่ยหลินเอ่ยหว่านล้อมบุตรสาวของตนให้คิดใหม่อีกทีด้วยน้ำเสียงเว้าวอน

                "ฮวาเอ๋อคิดดีแล้วเจ้าค่ะท่านแม่ หนึ่งปีนับตั้งแต่ลูกหายป่วยลูกก็ตั้งใจเรียนในสิ่งที่กุลสตรีที่ดีพึงมีจากท่านแม่ทุกอย่างแถมลูกยังทำได้ดีเกินที่ท่านแม่หวังไว้ใช่หรือไม่"

                "ใช่ แต่แม่ว่า......"เหม่ยหลินยังพูดไม่ทันจบเหมยฮวาก็ขัดขึ้น มันอาจจะดูเสียมารยาทกุลสตรีที่ดีไปบ้างแต่นางก็มิอยากใจอ่อนกับคำพูดหว่านล้อมของท่านแม่ เพราะนี่ถือว่าคือความตั้งใจของนางตั้งแต่มาอยู่ที่นี่

               "ท่านแม่ท่านพ่อพี่ใหญ่ ฟังข้าอธิบายสักนิดนะเจ้าคะ ข้าเป็นบุตรตรีแม่ทัพใช่หรือไม่"ทุกคนพยักหน้าตอบรับ"แล้วการที่ข้าจะเป็นทหารเช่นพวกท่านมันผิดหรือเจ้าคะ"นางถามพร้อมกับมองตาทุกคนเพื่อรอคำตอบ

                "มันไม่ผิดแต่มิมีสตรีที่ใดเขาทำกัน" หย่งหนานเอ่ยตอบบุตรตรีตามตรง ถึงจะมีก็ส่วนน้อยแต่เขาคงไม่พูดให้บุตรตรีได้ยิน

                "ในเมื่อมันไม่ผิดข้าที่เป็นสตรีย่อมเป็นทหารได้ใช่หรือไม่เจ้าคะท่านพ่อพี่ใหญ่"

เงียบ   เงียบ  เงียบ  ทั้งสามคนนั่งเงียบไม่มีใครพูดอันใดออกมา

                "คงมิผิดสัญญากับลูกใช่หรือไม่เจ้าคะเมื่อสองชั่วยามที่แล้วท่านพ่อยังบอกว่าจะตามใจลูกทุกอย่างและจะไม่คืนคำอีกด้วยมิใช่หรือเจ้าคะ"เหมยฮวาเอ่อออกมาพร้อมกับดวงตาแดงกล่ำคล้ายจะร้องไห้ แม่ทัพหย่งหนานเห็นเช่นนั้นก็ทำอันใดมิถูก 

                'นี่สินะความรู้สึกแปลกๆที่ข้ารู้สึกเมื่อสองชั่วยามที่แล้ว'แม่ทัพหย่งหนานที่คิดได้ดังนั้นก็ถอนหายใจออกมาอย่าปลงตกที่มิอาจขัดอันใดบุตรตรีได้

                "พี่ใหญ่เองก็จะผิดสัญญากับน้องด้วยใช่หรือไม่เจ้าคะ ทั้งที่พี่ใหญ่เป็นคนบอกน้องเองแท้ๆ"นางพยายามบีบน้ำตาอย่างถึงที่สุดแต่มันก็ออกมาแค่หยดเดียว 'เวรกรรมยายลลิตาจะแสดงละครดราม่าแต่น้ำตาดันไม่ไหลซะงั้น' หยางจือที่เห็นน้ำตาของน้องน้อยใหลลงมาหนึ่งหยดหัวใจก็ดันเจ็บปวดขึ้นมา เพราะคิดว่าตนคือต้นเหตุที่ทำให้น้องเสียน้ำตา
     
                "เห้อออออ...ก็ได้  แต่เจ้าต้องอยู่ในความดูแลของหยางจือตลอดและภายในหกเดือนหากเจ้าเอาชนะนายกองมิได้แม้แต่คนเดียวเจ้าต้องออกจากการเป็นทหารและกับมาเรียนรู้มารยาทของสตรีดังเดิม" ท่านแท่ทัพเอ่ยขึ้นอย่างจนใจ และคิดว่าตนใจอ่อนกับบุตรตรีมากเกินไป

                "เห้ออออ..เอาอย่างนั้นก็ได้ ข้าจะรับหน้าที่ดูแลฮวาเอ๋อเองขอรับ"รองแม่ทัพเอ่ยอย่างจนใจเช่นกัน

                "ฮวาเอ๋อมีเรื่องจะเสนอเล็กน้อยเจ้าคะ"

                "เจ้าลองว่ามาสิ" หย่งหนานเอ่ออย่างสนใจ

                " เมื่อลูกอยู่ในค่ายทหารลูกจะใส่หน้ากากครึ่งหน้าตลอดเวลาจะถอดก็ต่อเมื่ออยู่ในจวนเท่านั้น และลูกขอใช้สกุลหลี่ของท่านแม่ได้หรือไม่เจ้าคะเพราะคนนอกต่างรู้แค่ว่าคุณหนูเหมยฮวานั้นร่างกายอ่อนแอจะเป็นการดีกว่าที่จะให้ทุกคนคิดเช่นนั้นต่อไป อีกอย่างลูกขออยู่รวมกับทหารหญิงในค่ายนะเจ้าคะ เพราะถ้าให้อยู่กับพี่ใหญ่ตลอดเวลาลูกอาจถูกเพ่งเลงและคนอื่นอาจระแคะระคายเรื่องของลูกได้"  เมื่อควาตั้งใจที่จะเป็นทหารของนางเป็นจริงขึ้นมานางก็ยื่นข้อเสนอทันที บางคนอาจสงสัยว่าทำไมนางต้องตีหน้าเศร้าบีบน้ำตาทั้งที่ไม่เหมาะกับคนที่กำลังจะไปเป็นทหาร แต่จะให้ทำยังไงได้ถ้าใช้เหตุผลอย่างเดียวคงไม่ได้แน่เลยต้องมีการบีบน้ำตาเพื่อให้ดราม่ากันนิดหน่อยละนะ

                "อืมเป็นความคิดที่ดีเอาตามที่เจ้าว่าก็ได้แต่อย่าลืมแค่หกเดือนเท่านั้นหากเจ้าชนะไม่ได้แม้แต่น้ำตาเจ้า
พ่อก็จะไม่มีทางใจอ่อนอีก"แม่ทัพเอ่ยบอกบุตรสาวด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง

                "ฮวาเอ๋อเจ้าจะทำจริงรึแม่เป็นห่วงเจ้ายิงนักแม้ท่านหมอจะบอกว่าเจ้าแข็งแรงเต็มสิบส่วนแล้วก็เถอะแม่ก็ยังอดห่วงเจ้ามิได้อยู่ดี "เหม่ยหลินเอ่ยออกมาน้ำตาคลอที่หยุดบุตรสาวของนางมิได้

                "มิต้องห่วงเจ้าค่ะข้าจะดูแลตนเองให้ดีทั้งยังมีพี่ใหญ่กับท่านพ่ออยู่ด้วย ต้องเป็นฮวาเอ๋อสิที่ต้องห่วงท่านแม่กลัวว่าท่านจะเหงา"เหมยฮวาเอ่ยอย่างเอาใจผู้เป็นแม่พร้อมรอยยิ้มขี้เล่นสดใส

                "มิต้องมาพูดดีเลยเจ้าตัวแสบ"เหม่ยหลินบีบจมูกโดงรันของเหมยฮวาโยกไปมาอย่างหมันเขี้ยว
              
                "โอ๊ะ!!! ลูกเจ็บแล้วเจ้าค่ะท่านแม่"นางร้องเสียงโอดโอยอย่างหน้าสงสารไปให้ผู้เป็นแม่ของนาง
               
               เพี้ย!!
                
               "นี่แนะ!!   เจ้ามิต้องมาโอดโอยเลยเจ้าตัวแสบ" นางตีไปทีแขนน้อยๆของบุตรสาวเมื่อเห็นบุตรสาวทำท่าทางร้องโอดโอยเหมือนเจ็บเสียเต็มประดาก็ให้นึกหมันเขี้ยวเข้าไปอีก ทั้งที่นางหาได้ลงแรงบีบจมูกของบุตรสาวไม่ 
               
               "อุ่ย!!!อันนี้เจ็บจริงแล้วเจ้าค่ะท่านแม่"นางถึงกับสะดุ้งเมื่อมารดาตีลงมาที่แขนของนางอย่างแรง พร้อมกับส่งสายตาหน้าสงสารไปให้  จากนั้นก็หันไปถามท่านพ่อของนางถึงวันเวลาที่ต้องเข้าไปเป็นทหาร
             
               "แล้วลูกจะได้เข้าไปเป็นทหารเมื่อใดเจ้าคะท่านพ่อ"

               "อีกหนึ่งอาทิตย์จากนี้ เจ้าก็เตรียมตัวให้พร้อมเพราะจากนี้เจ้าจะมิได้กลับจวนจนกว่าจะฝึกครบหกเดือน"

               "เจ้าค่ะท่านพ่อ"จากนี้สินะที่ขีวิตของนางจะก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างช้าๆ


                

               



                



           มาต่อแล้วคร้า


        

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 576 ครั้ง

296 ความคิดเห็น

  1. #267 monmanon (@monmanon) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2562 / 08:03

    ขอบคุณค่ะ

    #267
    0
  2. #236 เหนือฟ้า (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 17 เมษายน 2562 / 10:44

    หน้าเป็นห่วง, หน้ารัก ที่ถูกคือน่าเป็นห่วง น่ารัก ผู้ประพันธ์มักพิมพ์คำเหล่านี้ผิดเป็นประจำซึ่งไม่ใช่เกิดจากแป้นพิมพ์มือถือแน่นอน

    #236
    0
  3. #215 Maichan (@ryuzaki) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2562 / 12:04
    บุตรีค่ะ
    #215
    0
  4. #183 มนันยา (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2562 / 17:58

    เจ้าเล่ห์จริงนางเอกเรา

    #183
    0
  5. #38 rossukon2531 (@rossukon2531) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2561 / 20:56
    สนุกค่ะ ชอบๆ
    #38
    0
  6. #23 tongjub (@tongjub) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2561 / 17:29
    ต่อค่ะชอบมากกกกกกค่ะ
    #23
    0
  7. #22 ku_ro (@ku_ro) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2561 / 09:08
    พระเอกจะอยู่ในค่ายทหารรึเปล่านะะ!? เรื่องนี้คาดว่าพระเอกค่าตัวจะค่อนข้างเเพง
    #22
    0
  8. #21 AssasinX25 (@AssasinX25) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2561 / 09:05

    5555555555555555555555555

    #21
    0
  9. #20 dnkdnk (@dnkdnk) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2561 / 02:24
    ชอบบบบมากกกจ้าาาาาา
    #20
    0
  10. #19 Phasuk Nyffenegger (@bofano) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2561 / 01:55

    นางเอกจะไปเป็นทหารแล้ว....จะเจอกับพระเอกหรือเปล่าน้าาาาา...รอลุ้นต่อนะค่ะ
    #19
    0