ตอนที่ 29 : งานชมบุปผา4

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6064
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 522 ครั้ง
    22 ก.พ. 62

      หลังจากเกิดเหตุการณ์วุ่นวายเมื่อสักครู่ตอนนี้สถานการณ์ก็กลับมาเป็นปกติเหมือนเมื่อสักครู่มิมีเรื่องอันใดเกิดขึ้นและตอนนี้ทุกคนในงานก็กำลังสนใจอยู่กับการแสดงของบรรดาคุณหนูที่ออกไปทำการแสดงคนแล้วคนเล่าจนมาถึงคุณหนูไป๋หมี่ฮวาที่ถูกประกาศชื่อจากฉู่กงกงขันทีพิธีการว่าให้ออกไปทำการแสดง

        "เชิญคุณหนูไป๋หมี่ฮวาออกมาทำการแสดงงงงงง"หลังจากขันทีพิธีการประกาศจบไป๋หมี่ฮวาก็เดินออกมาจากที่นั่งของนางด้วยท่าทางยั่วยวนชุดที่นางใส่ถึงจะสีชมพูอ่อนหวานแต่ก็เปิดเปลือยอกอยู่พอสมควรเกาะอกที่นางสวมใส่นั้นเหมือนจะเล็กกว่าทรวงอกของนางมันจึงทำให้หน้าอกของนางล้นทะลักออกมาแต่ดูเหมือนนางจะชมชอบที่เป็นเช่นนั้นแทนที่นางจะอับอายนางกับเชิดหน้ายกหน้าอกของนางให้เด่นยิ่งขึ้นและท่าทางที่นางเดินก็ยั่วยวนบุรุษเพศยิ่งนัก บรรดาบุรุษที่หื่นกามต่างมองมาทางนางอย่างสนใจหื่นกระหายอยาก แต่บุรุษที่นางอยากให้มองและสนใจนางมากที่สุดกับมิชายตาแลนางแม้แต่นิดเดียว สายตาของเขากับมองไปทางสตรีอ่อนแออย่างนังเหมยฮวาเพียงคนเดียว นางที่ทำอันใดมิได้ก็ได้แต่เก็บความเคียดแค้นเอาไว้คิดบัญชีกับนางเหมยฮวาทีหลัง เมื่อนางเดินมาถึงลานแสดงนางก็ย่อทำความเครพผู้เป็นใหญ่ของแผ่นดินอย่างอ่อนช้อย จากนั้นนางก็เตรียมพร้อมที่จะเริ่มการแสดงของนาง และการแสดงที่นางเตรียมมาในครั้งนี้คือการบรรเลงกู่เจิง21สายเพราะสามปีกว่ามานี้นางฝึกฝนอย่างหนักเพื่อมิให้พ่ายแพ้แก่นังเหมยฮวาอีกถึงจะมิได้ประชันขันแข่งกันแต่งานเลี้ยงครั้งนั้นนางก็ถูกเปรียบเทียบฝีมือกับนังเหมยฮวาอยู่ดี ครั้งนี้นางจะมิยอมให้เป็นเช่นนั้น เมื่อเตรียมพร้อมปลายนิ้วเรียวก็เริ่มกรีดกรายบรรเลงเพลงที่นางเตรียมมาแสดง ชุดสีชมพูพริ้วไหวไปตามการขยับแขนแต่แทนที่จะอ่อนช้อยงาดงามมันกับดูขัดกับภาพลักที่นางแสดงออกเมื่อสักครู่
       
  ตึ้ง  ตึ่ง ตึง!!!!

           นางบรรเลงเพลงแต่สายตาของนางกับจับจ้องไปที่ชินอ๋องอย่างสื่อความหมายและหลงใหลอยู่ในที่ เมื่อบรรเลงจบเสียงปรบมือก็ดังขึ้นแต่ก็มิดังเท่าที่ควรไป๋หมี่ฮวาถึงกับขมวดคิ้วอย่างไม่ใคร่จะพอใจ

           "ไพรเราะยิ่ง!! ฝีมือเจ้าดียิ่งนัก มอบรางวัล!!"แม้จะดูขัดๆไปบ้างแต่ฮ่องเต้ก็ยังเอ่ยคำชมออกมาเพื่อมิให้นางและเสนาบดีกรมคลังขายหน้า

           "ขอบพระทัยเพคะ แต่หม่อมฉันขอบังอาจกราบทูลขอของรางวัลด้วยตนเองได้หรือไม่เพคะ"ไป๋หมีฮวาที่ได้รับคำชมจากฮ่องเต้ก็กระหยิ่มยิ้มย่องอยู่ในใจว่าที่ตนแสดงไปนั้นถูกพระทัยของพระองค์ยิ่งนักนางจึงจะเอ่ยขอในสิ่งที่นางหมายปองมานาน

            "ของรางวัลอย่างนั้นรึ!?ได้สิถ้าสิ่งที่เจ้าขอเจิ้นให้ได้เจิ้นจะให้"ฮ่องเต้ถึงกับแปลกใจที่นางเอ่ยจะขอรางวัลกับเขาด้วยตนเองโดยไม่สนรางวัลที่เขาจะมอบให้แต่กระนั้นเขาที่เป็นถึงฮ่องเต้เมื่อมีประชาชนเอ่ยขอสิ่งที่ตนต้องการทำไมเขาจะให้มิได้แต่ก็ต้องเป็นสิ่งที่เหมาะที่ควรเท่านั้นครั้งนี้ก็เช่นกันเขาเองจึงตอบแบบแบ่งรับแบ่งสู้

            "หม่อมฉันอยากจะขอสมรสพระราชทานเพคะ"ไป๋หมี่ฮวาเอ่ยออกมาอย่างขัดเขินและเขินอายจนพวงแก้มทั้งสองข้างของนางขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างหน้ามอง ถึงนางจะยังมิถึงวัยปักปิ่นแต่ถ้าได้สมรสพระราชทานมาก่อนจะเป็นการดีกว่าถึงจะมิได้แต่งตอนนี้แต่ก็ได้หมั่นหมายกันไว้อยู่ดีจะได้มิมีสตรีหน้าหนาคนใหนแย่งเขาไปจากนาง

            "สมรสพระราชทานอย่างนั้นรึ!?ใต้เท้าไป๋บุตรสาวของท่านมีชายที่นางหมายปองแล้วอย่างนั้นรึ"ฮ่องเต้ถึงกับแปลกใจยิ่งกว่าเก่ากับของรางวัลที่คุณหนูผู้ยังมิถึงวัยปักปิ่นเอ่ยขอนางใจกล้าไปหรือไม่ กระนั้นฮ่องเต้ก็ยังเอ่ยถามผู้เป็นบิดาของนางเพื่อความแน่ใจ ส่วนใต้เท้าไป๋ที่ถูกเอ่ยถามก็รีบออกมายังลานแสดงด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแต่ในใจกับกับกระหยิ่มยิ้มย่องอยู่ในใจเพราะถ้าบุตรสาวของนางได้แต่งกับบุรุษผู้นี้ตระกูลของตนจะต้องได้เป็นผู้มีอำนาจในแผ่นดินนี้อย่างแน่นอน

             "ถวายพระพรฝ่าบาท กระหม่อมขอกราบทูลว่าเป็นเช่นนั้นพะย่ะค่ะ นางนั้นปักใจรักชายผู้นั้นตั้งแต่เด็กแล้วพะย่ะค่ะ ถ้าฝ่าบาทเมตตาโปรดรับคำขอของนางด้วยเถิดพะย่ะค่ะ"ด้วยความเจ้าเล่ห์ใต้เท้าไป๋จึงเอ่ยขอด้วยความเมตตาเพราะถ้าฮ่องเต้ปฏิเสธคำขอของบุตรสาวตนเท่ากับฮ่องเต้นั้นขัดขวางความรักและความสุขของบุตรสาวตนจนทำให้เกิดคำครหาตามมา

             "แล้วชายที่เจ้าจักขอสมรสพระราชทานด้วยเป็นผู้ใดอย่างนั้นรึ"ฮ่องเต้ที่รู้ถึงความเจ้าเล่ห์ของใต้เท้าไป๋เป็นอย่างดีจึงทำเป็นมิสนใจในคำพูดของใต้ท้าวไป๋มากนักจากนั้นก็หันไปถามคุณหนูไป๋ที่เอ่ยขอสมรสพระราชว่าบุรุษที่นางจะตบแต่งด้วยเป็นผู้ใด

              "ชินอ๋องหวงหยางเฟิ่งหลงเพคะ"ไป๋หมี่ฮวาที่เอ่ยตอบฮ่องเต้ถึงชายที่ตนหมายปองว่าเขาคือผู้ใด และทันทีที่เอ่ยจบใบหน้าของนางก็แดงกล่ำด้วยความเขินอายจนมิได้ยินเสียงวิพากษ์วิจารณ์ของบรรดาขุนนางถึงสิ่งที่นางขออีกทั้งเหล่าสตรีที่อยู่ในงานถึงจะตกใจไปชั่วครู่แต่ต่อมากับหัวเราะเยาะกับสิ่งที่ไป๋หมี่ฮวาเอ่ยขอออกมาเพราะทุกคนต่างรู้ดีว่าชินอ๋องมิชอบให้สตรีเข้าใกล้หรือกระทั่งเข้าใกล้สตรีเองก็เช่นกันแต่กระนั้นสตรีทุกนางก็แอบหวั่นๆอยู่บ้างว่าฮ่องเต้จะตอบรับคำขอ แม้กระทั่งฮ่องเต้เองก็ถึงกับตะลึงไปชั่วขณะเพราะมิคิดว่าชายที่คุณหนูผู้นี้หมายปองจะเป็นบุตรของตนแต่เมื่อตั้งสติได้ก็หันไปทางบุตรของตนทันทีและเตรียมที่จะเอ่ยถามออกไปทั้งที่ในใจของตนรู้ดีอยู่แล้วว่าเจ้าบุตรชายของตนจะปฏิเสธเป็นแน่

               "...ไม่!!!!!!...."ยังไม่ทันที่ฮ่องเต้จะเอ่ยถามชินอ๋องก็ชิงตอบออกมาด้วยน้ำเสียงเยียบเย็นและหน้ากลัวพร้อมกับตวัดสายตาเย็นชาและสีหน้าเกลี่ยวโกธรไปทางหมี่ฮวาและบิดาของนางจนทั้งคู่หวาดกลัวจนตัวสั่นจากนั้นก็หันไปทางเหมยฮวาเช่นเดิมพร้อมกับสายตาที่เปลี่ยนไปเป็นอบอุ่นและอ่อนโยนเพื่อสื่อความหมายว่าเขานั้นมิได้คิดสิ่งใดหรือกระทั่งให้ความสนใจสตรีนางอื่นแม้แต่นิดด้านฮ่องเต้ที่ได้ฟังคำปฏิเสธแบบมิมีเยื่อใยของชินอ๋องก็ได้แต่ส่ายหัวให้กับความเย็นชาของโอรสของพระองค์

                แต่สำหรับไป๋หมี่ฮวานั้นมันเหมือนกับมีใครเอามีดมากรีดที่ดวงใจของนางนางยอมหน้าหนาเอ่ยขอสมรสพระราชทานแต่ชินอ๋องกลับปฏิเสธอย่างง่ายดายทั้งสายตาที่ใช้มองมายังนางก็ยังเย็นชาและรังเกียจมิเหมือนกับนางเหมยฮวาที่ได้สายตาอบอุ่นและอ่อนโยนจากชินอ๋องไป ถ้าอย่างนั้นถ้าไม่มีมันสักคนสายตาอบอุ่นคู่นั้นต้องเป็นของนางแต่ตอนนี้นางต้องทำอะไรสักอย่าง

               "ในเมื่อชินอ๋องปฏิเสธเจิ้นก็คงให้ตามที่เจ้าขอมิได้ เพราะเจิ้นได้ออกราชโองการให้ชินอ๋องหวงหยางเฟิ่งหลงสามารถเลื่อกคู่ครองได้ด้วยตนเองแม้แต่เจิ้นก็ไม่มิสิทธิเลือกให้ ถ้าอย่างนั้นของรางวัลของเจ้าเจิ้นจะชดเชยให้ ฉู่กงกงเพิ่มรางวัลให้คุณหนูไป๋เป็นสองเท่า"ฮ่องเต้เอ่ยมอบรางวัลทันทีโดยมิรอให้ผู้ใดได้ขัดขึ้นอีกและเพื่อมิให้สองพ่อลูกต้องขายหน้ามากไปกว่านี้จึงหันไปส่งสัญญานให้ฉู่กงกงเรียกคุณหนูคนต่อไปมาแสดง

               "ขอบพระทัยเพคะ/ขอบพระทัยพะย่ะค่ะ""ไป๋หมี่ฮวาและไป๋เถียนต้านที่รู้สึกขายหน้าและอับอายอย่างยิ่งจึงรีบออกจากลานแสดงทันทีและแยกกันไปนั่งยังที่ของตน ทางด้านหมี่ฮวาเมื่อเดินมาถึงที่นั่งของนางนางก็หันไปส่งสายตาเกลียดชังเคียดแค้นไปทางเหมยฮวาเพราะมันชินอ๋องถึงไม่สนใจนางนางต้องกำจัดนางหมี่ฮวาให้ได้

               เหมยฮวาเองที่ได้ยินสิ่งที่ไป๋หมี่ฮวาเอ่ยขอก็ยอมรับว่าทึ่งในความกล้าของนางมิใช่น้อยแต่ก็ต้องทึ่งยิ่งกว่าเมื่อชินอ๋องเอ่ยปฏิเสธอย่างไม่ไว้หน้าทั้งน้ำเสียงกระทั่งสีหน้าแววตาก็เย็นชาจนหน้ากลัวและดูเหมือนชินอ๋องจะโกรธเกรี้ยวมิใช่น้อยจากนั้นเขาก็หันมาทางนางและสีหน้าแววตาที่เย็นชาเมื่อครู่ก็เปลี่ยนไป เปลี่ยนไปเป็นอบอุ่นและอ่อนโยนแทนและสายตาคู่นั้นยังแฝงความนัยบางอย่างไว้อีกด้วยนางที่ทนสายตาเช่นนั้นไม่ไหวจึงกันไปอีกทางแต่ก็ต้องพบเจอกับสายตาเกลียดชังของคุณหนูไป๋หมี่ฮวาที่ใช้มองมายังนาง 'แล้วข้าไปทำอันใดให้นางโกรธเกลียดกัน  เห้อออ'

              "คุณหนูเฟิ่งเหมยฮวาออกมาทำการแสดงงงงง"เหมยฮวาที่ได้ยินเสียงขันทีประกาศชื่อของนาง นางจึงลุกออกจากที่นั่งของตนและเดินออกไปยังลานแสดงโดยมีชิงชิงถือกู่เจิงหงคล่ำครวญตามออกมาด้วยทวงท่าการเดินของนางนั้นช่างเหมือนสตรีผู้สูงศักดิ์กำลังก้าวเดินมันทั้งอ่อนช้อยงดงามแต่กับเข้มแข็งบวกกับชุดที่นางสวมใส่มันจึงทำให้นางสวยสง่าและโดดเด่นทุกคนภายในงานต่างจ้องมองมายังนางโดยไม่ละสายตาเพราะตอนนี้นางได้ถอดเสื้อคลุมที่เปื่อนชาและปดผ้าคุมหน้าออกไปแล้วจึงทำให้ตอนนี้หน้าตาที่งดงามของนางที่ถูกแต่งแต้มมาอย่างดีได้เผยให้ทุกคนในงานได้เห็นทุกคนที่ได้เห็นต่างจ้องมองอย่างตกตะลึงในความงดงามราวเทพเซียนของนางแต่ดูเหมือนจะมีบุรุษอยู่สามคนที่ดูเหมือนจะมิค่อยพอใจสักเท่าไหร่แต่คนที่ไม่พอใจหนักที่สุดคงจะเป็นชินอ๋องที่ดูจะมีอาการฮึดฮัดขัดใจและใคร่อยากจะควักลูกตาคนเต็มที

             เมื่อมาถึงกลางลานแสดงชิงชิงก็วางกู่เจิงไว้แล้วก็ออกจากลานไปเหลือไว้เพียงนางที่ยืนโดดเด่นอยู่กลางลาน เช่นนั้นนางจึงย่อทำความเครพและเตรียมที่จะเริ่มการแสดงทันทีเพราะนางนั้นอยากกลับจวนไปนอนเต็นทีเมื่อทุกคนเห็นว่านางเตรียมที่จะเริ่มแสดงเสียงทุกเสียงก็เงียบลงอย่างรอคอย

             ตึง! ตึ่ง! ตึ้ง! ตึ่ง! ตึง! 

            ปลายนิ้วเรียวดั่งลำเทียนขยับขับบรรเลงเพลงอย่างอ่อนช้อยชุดสีน้ำเงินไล่สีปลิวไสวไปตามการขยับแขนทั้งความงดงามของนางที่หาหญิงใดเปรียบกับเครื่องดนตรีเซียนที่ทำจากหยกขาวชั้นดีอย่างหงคล่ำครวญยิ่งบวกกับสายลมที่พัดพาเอาความหอมจากมวลบุปผาเข้ามาร่วมด้วยทำให้นางดูราวกับเซียนสาวลงมาจากชั้นฟ้าเพื่อมาบรรเลงเพลงให้พวกเขาได้ฟัง บรรดาบุรุษในงานต่างจับจ้องและจับจองอยากที่จะได้นางมาครอบครองจนตัวสั่นเมื่อได้เห็นความงามและความสามารถของนางจนทุกคนต่างมองข้ามร่างกายที่อ่อนแอของนางไปจนหมดและต่างคิดว่าเมื่อจบงานนี้จะส่งแม่ซื๊อไปสู่ขอนางมาเป็นภรรยาของตน 

           ด้านชินอ๋องที่เห็นสายตาของบุรุษในงานก็ได้แต่เข่นเขี่ยวเขี้ยวฟันอย่างโมโหเพราะพวกมันบังอาจมองสตรีของเขาด้วยดวงตาที่หลงใหลและใคร่อย่างครอบครองนาง เห็นทีเขาจะช้าไม่ได้คงต้องรีบทำให้นางมารักเขาให้ได้โดยเร็ว 'ฮวาเอ๋อความงามของเจ้าจะเรียกพวกแมลงน่ารำคาญมากเกินไปแล้ว อย่างนี้คงต้องมีลงโทษกันบ้าง หึหึ'

          ทางด้านฮ่องเต้เมื่อดนตรีบรรเลงขึ้นเขาก็เคลิบเคลิ้มไปกับท่วงทำนองและอารมณ์ของเพลงทันที่มันทั้งอ่อนหวาน ดุดันแต่ก็ซึ้งกินใจจนบางช่วงของเพลงยังแอบน้ำตาซึมไปกับท่วงทำนองที่นางบรรเลงแต่ในใจก็คิดขึ้นมาว่าอยากได้นางมาเป็นสะใภ้ของตนแต่ก็ติดอยู่ที่บิดาของนางที่หวงนางมากเกินไปคงต้องฝากโอรสของตนให้รีบนำนางมาเป็นสะใภ้ของเขาให้ได้โดยเร็ว

          ตึ่ง! ตึง! ตึ้ง!

          เงียบกริบ

         "เอ่อ.....อะแห้ม!!!!!"นางที่เงยหน้าขึ้นมาก็เห็นว่าทุกคนต่างนิ่งค้างตกอยู่ในพวังไม่ขยับหรือพูดอะไรออกมานางจึงกระแอมออกมาหนึ่งทีเพื่อเรียกทุกคน

          "ดี!!ดียิ่ง!!ยอดเยี่ยมมากไพเราะมากฝีมือของเจ้าสมกับเป็นที่หนึ่งในแคว้นนี้จริงๆเจิ้นคิดไม่ผิดที่มอบเครื่องดนตรีเทพเซียนให้กับเจ้า เอาละ!!ในเมื่อฝีมืของเจ้านั้นดีเกินกว่าของรางวัลที่เจิ้นจะมอมให้ดังนั้นเจิ้นจักให้เจ้าขอของรางวัลที่เจ้าอยากได้มาหนึ่งอย่าง เจ้าอย่างใด้สิ่งใดอย่างนั้นรึ"ฮ่องเต้ที่ได้สติจากเสียงกระแอมของนางก็รีบปรบมือและเอ่ยชื่นชมทันทีเพราะด้วยความสามารถของนางนั้นเป็นที่หนึ่งของแคว้นอย่างมี่พูดออกไปจริงๆจึงทำให้เขาต้องหารางวัลที่เหทาะสมมาให้นางและนั่นก็คือให้นางขอสิ่งที่อย่างได้เองแต่ถ้านางมิขอเขาก็คิดไว้ว่าจะมอบสมรสพระราชทานให้กับเฟิ่งหลงบุตรของตน

           "ขอบพระทัยเพคะ หม่อมฉันหาได้ต้องการสิ่งใดเป็นรางวัลไม่เพคะแต่ถ้าพระองค์จะกรุณาหม่อมฉันอยากขอราชโองการให้หม่อมฉันสามารถเลือกคู่ครองได้ด้วยตนเองและไม่มีผู้ใดสามารถบังคับหม่อมฉันได้หากหม่อมฉันมิเต็มใจ"และนี่คือสิ่งที่นางต้องการนางยังมิอยากออกเรือนในตอนนี้ก็รู้ๆกันอยู่ว่าสตรีมิตินี้ออกเรือนกันเร็วและนางมิได้ต้องการเช่นนั้นนางยังอยากที่จะเป็นทหารอยู่

           "แม้แต่เจิ้นก็บังคับเจ้ามิได้อย่างนั้นรึ"ฮ่องเต้ถึงจะประหลาดใจแต่ก็ถูกใจในเวลาเดียวกันเพราะส่วนมากสตรีอยากแต่งเข้าราชวงศ์มักใหญ่ใฝ่สูงอยากมีอำนาจเงินทองกันทั้งนั้นแต่กับนางกับขอสิ่งที่มิมีผู้ใดคาดคิดว่านางจะขอนั่นคือราชโองการเลือกคู่ครองช่างสมกับที่บุตรชายของเขาพึงใจต่อนางยิ่งนัก

            "หม่อมฉันขออภัยที่บังอาจกราบทูลว่า..ใช่!!.เพคะ"นางตอบออกไปตามตรงแต่ก็ยังแอบหวั่นๆอยู่บ้างว่าจะทำให้ฮ่องเต้ทรงกริ้ว

            "ฮ่าๆๆๆ ข้าถูกใจเจ้ายิ่งนัก เฟิ่งเหมยฮวารับราชโองการต่อจากนี้ไปเจ้าสามารถเลือกคู่ครองได้ด้วยตัวเองและจะมิมีผู้ใดบังคับเจ้าให้แต่กับผู้ที่เจ้ามิได้เลือกแม้แต่ข้าผู้เป็นฮ่องเต้เองก็ไม่สามารถบังคับเจ้าได้เช่นกันจบราชโองการ"

             "ขอบพระทัยเพคะฝ่าบาท ขอพระองค์ทรงพระเจริญหมื่นปี หมื่นๆปี"เหมยฮวาที่ก้มหน้าถวายพระพรถึงกับแย้มยิ้มมุมปากอย่างยินดีที่ต่อจากนี้นางจะได้ทำหน้าที่ทหารอย่างไม่ต้องกังวล

             "หนังสือราชโองการเจิ้นจะให้เฉินกงกงนำไปให้ที่จวนแม่ทัพพรุ่งนี้ตอนยามซือ"

             "ขอบพระทัยเพค"จากนั้นนางก็ย่อทำความเครพและกลับไปนั่งยังที่ของนาง 

            ฝ่ายชินอ๋องที่ได้ยินสิ่งที่นางเอ่ยขอก็รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งเพราะถึงอย่างไรนางก็ต้องแต่งเข้าวังพยักเมฆาของตนอยู่ดีที่นางของราชองค์การนี้ถือว่าป้องกันพวกแมลงหวี่ที่จ้องจะฉวยโอกาสได้อย่างดี

            ทางด้านหย่งหนานกับหยางจือเองก็ยินดีเช่นกันที่นางเอ่ยขอเยี่ยงนั้นเพราะถึงอย่างไรพวกเขาก็ไม่ให้ผู้ใดเข้าใกล้นางอยู่แล้วอีกอย่างหากนางมิคิดจะออกเรือนเขาเองก็สามารถเลี้ยงนางได้

            เมื่อการแสดงของเหมยฮวาจบไปการแสดงของคุณหนูคนต่อๆมาก็ดูเหมือนจะน่าเบื่อไปทันทีไม่สนุกหรือรื่นรมณ์อีกต่อไปคุณหนูที่เหลือก็ต่างออกมาแสดงตามคำเรียกขานของขันทีพิธีการแต่ก็มิได้รับความสนใจเท่าใดนักและเมื่อการแสดงของเหล่าคุณหนูจบลงงานเลี้ยงที่เริ่มขึ้นตั้งแต่เย็นก็จบลงเช่นกัน ฮ่องเต้เองก็เสด็จกลับตำหนักของตนบรรดาสนมและองค์ชายเองก็เช่นกันจะมีก็แต่ชินอ๋องที่กำลังยืนคุยกับพี่ชายของนางและทั้งสองก็ดูเหมือนจะกำลังเดินมาทางนางพอดี

            "เรากลับกันเถอะฮวาเอ๋อท่านพ่อกับท่านแม่รอเราที่ด้านหน้างาน"หยางจือมาถึงก็รีบเอ่ยชวนน้องน้อยของตนกลับทันทีมิเปิดโอกาสให้ชินอ๋องได้พูดกับน้องน้อยของตนแต่ดูเหมือนน้องน้อยของเขาจะมิเข้าใจยังจะหันไปเอ่ยทำความเครพสหายของเขาอีก

            "ถวายพระพรชินอ๋องเพคะ มีอันใดหรือเพคะ"นางที่รู้ว่าพี่ใหญ่มิอยากให้นางสนทนากับชินอ๋องแต่จะทำอย่างไรได้ในเมื่อคนเยอะแยะและอีกอย่างถึงไม่มีคนแต่มันก็คือมารยาท

            "อย่าได้มากพิธีกับเปิ่นหวาง พรุ่งนี้ฮองเฮาต้องการให้ฮวาเอ๋อเข้าเฝ้าและเปิ่นหวางอาสาจะไปรับเจ้าเข้าวังแล้วเจอกันตอนกลางยามเฉิน(08.00น)"ชินอ๋องที่เอ่ยรวบรัดจนจบโดยมิรอให้ผู้ใดเอ่ยแทรกและเมื่อเอ่ยจบก็หันหลังเดินออกไปทันทีโดยมิรอให้ผู้ใดเอ่ยค้านเช่นกัน 

             "เอ่อ...."ทางด้านเหมยฮวาที่ตอนนี้ยืนนิ่งเป็นที่เรียบร้อยจะเอ่ยอะไรก็มิทันเสียแล้วเพราะคนที่พูดจบเมื่อกี้นี้
เดินนำไปไกลเสียแล้ว 'คนอะไรเอาแต่ใจชะมัด'

             "หื่ย!!!!.เจ้าสหายหน้าตาย"หยางจือเองก็หงุดหงิดที่ค้านไม่ทันเช่นกันจะบอกว่าไม่ต้องมารับก็ไม่ทันเสียแล้ว
        
             "กลับกับเถอะเจ้าค่ะพี่ใหญ่ ประเดี๋ยวท่านพ่อท่านแม่รอนาน"เหมยฮวาที่เห็นพี่ใหญของนางกำลังหึดหัดขัดใจก็ได้แค่สายหน้าและเอ่ยชวนกันกลับบ้านเพราะตอนนี้นางง่วงนอนเต็มที
               
             "อืม กลับกันเถอะ"จากนั้นทั้งสองคนพี่น้องก็พากันเดินออกไปจากงานเพื่อที่จะไปรวมตัวกับท่านพ่อท่านแม่เพื่อเดินทางกลับจวน แต่หารู้ไม่ว่าที่ชินอ๋องเอ่ยเมื่อสักครู่นี้มีผู้ที่ได้ยินด้วยและคงเป็นใครมิได้นอกจากไป๋หมี่ฮวาที่นั่งอยู่โต๊ะถัดไปและกำลังจะลุกกลับจวนของตนแต่ก็บังเอิญได้ยินที่ชินอ๋องเอ่ยพอดี
       
            "ข้าจะกำจัดเจ้าให้พ้นทางของข้านังเหมยฮวา"ไป๋หมี่ฮวาเอ่ยออกมาอย่างเครียดแค้นและมีแผนการอยู่ในใจแต่นางคงต้องหาคนช่วยและเป็นใครมิได้นอกจากบิดาของนาง นางจึงลุกออดจากโต็ะของตนเพื่อที่จะเดินทางกลับจวนเช่นกับ
 

                ณ.จวนตระกลูไป๋ ไป๋หมี่ฮวาที่กลับมาถึงจวนก็ตรงไปยังห้องทำงานของบิดาทันทีนางมิสนว่าบิดาจะโกธรนางหรือป่าวแต่ตอนนี้นางต้องการความช่วยเหลือ

               ก็อกๆๆ

               "ท่านพ่อเจ้าคะ ลูกเองเจ้าค่ะ"นางเคาะประตูห้องทำงานและเอ่ยขออนุญาตจากบิดาของนาง

                   "เข้ามา!!เจ้ามีอันใดอีกรึ!!วันนี้ยังทำให้ข้าอับอายขายหน้าไม่พอหรืออย่างไร"ไป๋เถียนต้านเอ่ยออกมาอย่างมีโทสะถึงนางจะเป็นบุตรสาวที่เขารักมากแต่เมื่อทำประโยชน์อันใดมิได้เขาก็มิคิดจะดูดำดูดีเช่นกัน

               "ท่านพ่อจะว่าข้าคนเดียวมิได้นะเจ้าคะแต่เป็นเพราะมันที่ทำให้ท่านอ๋องมิสนใจข้าที่ข้ามาข้ามาขอความช่วยเหลือเจ้าค่ะ ข้าอยากได้ทหารฝีมือดีของท่านสักสิบคน เพื่อที่จะไปกำจัดมัน จากนั้นท่านอ๋องก็จะหันมาสนใจข้า"ไป๋หมี่ฮวาเอ่ยออกมาด้วยสีหน้าเกลียดชังจนไป๋เถียนต้านยังอดแปลกใจมิได้

                    "ผู้ใดกัน"เถียนต้านเอ่ยถามออกมาอย่างอยากรู้

               "เฟิ่งเหมยฮวาเจ้าค่ะ"ทันทีที่ไป๋หมี่ฮวาเอ่ยออกมาไป๋เถียนต้านก็มีสีหน้ามืดคลึ้มขึ้นทันทีเพราะตัวเขาเองก็เกลียดชังหย่งหนานเช่นกันและเพราะมันสตรีที่เขาปักใจรักมาตั้งนานไปตกหลุมรักกับมันและแต่งงานกันโดยที่ตัวเขานั้นทำอันใดมิได้เนื่องจากมันมีฮ่องเต้คอยหนุนหลัง

               "ได้!!แต่เจ้าต้องวางแผนให้รอบคอบอย่าหาเรื่องมาให้ข้าต้องเก็บกวาดอีก"

               "ขอบคุณเจ้าค่ะท่านพ่อ"จากนั้นนางก็ออกจากห้องทำงานของบิดานางเพื่อกลับไปยังเรือนของตนและรอให้ถึงวันพรุ่งนี้อย่างใจจดใจจ่อเพื่อรอดูความพินาศของนังเหมยฮวา

มาต่อแล้วค่ะ
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 522 ครั้ง

296 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2562 / 23:42

    รอออคะ

    #209
    0
  2. #206 Saminmime (@Saminmime) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2562 / 20:30

    รอนะคะ
    #206
    0
  3. #205 munongmu (@munongmu) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2562 / 10:22
    เวลาจะพูดตอบฮ่องเต้นี่ต้องใช้คำว่า "กราบทูลฝ่าบาท" แทนคำว่า "ถวายพระพรฝ่าบาท"

    มากกว่าไหมอ่ะ

    ถวายพระพรมันเหมือนกับคำทักทายยามแรกเจอมากกว่า
    #205
    0
  4. #204 + SaiChil + (@parkchaewon00) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2562 / 23:58
    เรานี่ซ้อมซ้ำเติมรอเลยจ่ะ หึๆ เล่นกับใครมั้ยเล่น..
    #204
    0
  5. #203 rossukon2531 (@rossukon2531) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2562 / 20:27
    สนุกค่ะ แกสิจะพินาศนางคุณหนูไป๋ รอๆ
    #203
    0
  6. #202 555 (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2562 / 16:38

    ถึงนักเขียนเนื่องจากเราเห็นว่าคุณมีความตั้งใจในการแต่งเรื่องนี้มากดังนั้นเราอยากให้เรื่องนี้สมบูรณ์ขึ้นดังนั้นมีคำที่นักเขียนต้องกลับไปอ่านและแก้ไขในแต่ละบทดังนี้คือความลับ เรื่อยๆ พลังปราณ เก่งกาจ เจ้านี่นะ ลูกศร เกี้ยว ท่าไหน

    แปลกใจ ซีรี่ย์ โลมเลีย น่าเบื่อ ภักดี บุปผา กระซิบกระซาบ น่ากลัว คร่ำครวญ พินาศ   นี่เป็นแค่คำผิดส่วนหนึ่งดังนั้นนักเขียนต้องไปแก้ไขอีกหลายคำนะเราหวังว่าเรื่องนี้นักเขียนจะแต่งให้จบนะสู้ๆจ้า

    #202
    0
  7. #201 jdjdjg (@jdjdjg) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2562 / 07:24
    สนุกมากเลย
    #201
    0
  8. #200 chamee (@chamee) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2562 / 07:16
    ช่างกล้า เดี๋ยวได้รู้กัน
    #200
    0
  9. #199 nuanganong (@nuanganong) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2562 / 07:12
    ขอคุณค่ะ
    #199
    0
  10. #198 piamya (@piamya) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2562 / 05:47

    กำลังสนุกเลย รอนะค่ะ

    #198
    0
  11. #197 ติดตามผลงาน (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2562 / 04:35

    อิหนูไป๋ จะส่งคนไปให้เขาฆ่าหรอก รนหาที่ชัดๆ ว่าที่สามีหนูเฟิ่ง พี่ชายอีก แพ้ตั้งแต่อยู่ในมุ้ง

    #197
    0
  12. #196 Sasi_amamp (@Sasi_amamp) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2562 / 01:32
    เดี๋ยวก็รู้ใครจะพังพินาศ ต่อสายหาไรท์แปปโหลๆไรท์เจ้าขาจัดให้หนักเลยนะเค้าคะ
    #196
    0