ตอนที่ 9 : งานเลี้ยง2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8064
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 535 ครั้ง
    15 ก.พ. 62

                "ข้าจะประกาศคนที่จะแสดงเป็นคนเแรกเลยนะ   คุณหนูจางมี่อิง บุตรตรีเสนาบดีกลาโหมจางต้วนเฉิง"
ขันทีพิธีการประกาศเสียงดังฟังชัด
   
                 "ถวายพระพรฝ่าบาท หม่อมฉันจางมี่อิงเพคะ " จางมี่อิงทำความเครพอย่างอ่อนช้อยบวกกับใบหน้าที่น่ารักคล้ายตุ๊กตากระเบื่องเคลือบนั่นทำให้นางดูหน้าทนุทนอมปีนี้นางก็อายุ11หนาวแล้ว

                 "ลุกขึ้นนเถอะ เริ่มแสดงได้เลย"

                จางมี่อิงเมื่อได้รับอนุญาตจากฮ่องเต้ก็ลุกขึ้นและหันไปทางนักดนตรีให้เริ่มบรรเลงเพลงได้ 
การแสดงวันนี้ของนางคือการร่ายรำ นางร่ายรำได้อ่อนช้อยงดงาม พริ้วไหวราวกับสายลมที่พัดล้อต้นไผ่ 
เมื่อนางแสดงจบก็ได้รับเสียงปรบมือพร้อมกับเสียงชื่นชม

                 " เยี่ยมมาก!!เจ้าร่ายรำได้งดงามยิ่งนัก มอบรางวัล"เมื่อสิ้นเสียงฮ่องเต้ขันทีก็นำถุงตำลึงทองไปมอบให้นางพร้อมกับผ้าใหมเนื้อดีอีก10พับ

                 "ขอบพระทัยเพคะฝ่าบาท "นางกล่าวขอบคุณพร้อมย่อทำความเครพและถอยหลังกับโต๊ะตระกลูตน

                      "คุณหนูหงลู่เซียน บุตรตรีอัครเสนาบดีหงต้าหลี่" เมื่อขันทีประกาศหงลู่เซียนก็เดินออกมาข้างหน้า
อย่างสง่างามดังหญิงสูงศักดิ์

                "ถวายพระพรฝ่าบาท หม่อมฉันหงลู่เซียนเพคะ"หงลู่เซียนทำความเครพอย่างอ่อนช้อยงดงามบวกกับท่าทางสูงศักดิ์นั่นยิ่งทำให้นางน่าหลงใหล บวกกับใบหน้าสวยหวานนั้นด้วยและตอนนี้นางอายุ12ขวบปีแล้ว

                "ลุกขึ้นเถอะ เริ่มแสดงได้"
  
               เมื่อฮ่องเต้อนุญาตขันทีกองพิธีการก็นำผีผามาให้ เพลงที่นางจะเล่นคือเพลงลมหวน นางเริ่มบรรเลงจากจังหวะช้าแผ่วเบาแววหวานและเริ่มเร็วขึ้นตามอารมณ์ของเพลงบวกกับอารมณ์ร่วมของนางในบทเพลงนั้น ทำให้ทุกคนที่ได้ยินได้ฟังละได้รับชมเช่นนั้นรู้สึกถึงอารมณ์เพลงที่นางเล่นต่างเคลิบเคลิ้มและมองภาพที่นางเล่นผีผาอย่างหลงใหลเมื่อนางเล่นจบเสียงปรบมือก็ดังขึ้นตามด้วยเสียงชื่นชมทั้งหลาย

               "ไพเราะยิ่ง!!! ฝีมือเจ้านั้นเป็นเลิศยิ่งนัก  มอบรางวัลให้นางเป็นผีผาบุพผาเรียงร้อย"เมื่อฮ่องเต้ตรัจเช่นนั้นเสียงชื่นชมก็ยิ่งดังขึ้นไปอีก เพราะผีผาตัวนี้มีชิ้นเดียวเท่านั้น พวกเขาต่างเรียกกันว่าเครื่องดนตรีของเซียน
ทุกคนตกตะลึงนึกไม่ถึงว่าฮ่องเต้เคว้นนี้จะมีครอบครองและยิ่งไปกว่านั้นยังมอบให้กับคุณหนูหงลู่เซียนที่เป็นคนสกุลเดียวกับหงฮองเฮาอีก แต่เป็นเพราะฝีมือของนางหากนางเปรียบตนเป็นที่สองคงไม่มีใครกล้าพูดว่าเป็นที่หนึ่ง เช่นนั้นข้อกังขานี้ก็เลยตกไป
                         
               "ขอบพระทัยเพคะฝ่าบาทที่ประทานของล้ำค่าให้หม่อมฉันเพคะ หม่อมฉันจะฝึกฝีมือให้เก่งยิ่งขึ้นเพคะ"นางกล่าวพร้อมรอยยิ้มยินดีดวงตาเป็นประกายและตื่นเต้นที่ได้ของล้ำค่าชิ้นนี้มาครอบครอง จากที่ต้อง
เหนื่อยเพราะต้องฝึกฝีมือทุกวันบัดนี้ความเหนื่อยพวกนั้นหายไปก็ตอนที่เห็นผีผาตัวนี้ที่ขันทีกองพิธีการนำมาให้
พร้อมกับหิบใส่ที่ทำจากทอง นางรับมาไว้ด้วยมืออันสั่นเทา เพราะผีผาตัวนี้ทำจากหยกเขียวเนื้อละเอียดสลักลายดอกมู่ตานลวดลายสวยงาม
     
                "ข้าจะรอชมฝีมือเจ้า"เมื่อฮ่องเต้ตรัจจบหงลู่เซียนก็ทำความเครพและเดินกลับโต๊ะของตระกลูตนระหว่างที่เดินก่อนจะถึงโต็ะนางก็ได้รับคำชมตลอดทาง
   
               จากนั้นการแสดงจากคุณหนูต่างๆก็ทยอยกันมาอวดฝีไม้ลายมือ บ้างก็ร่ายรำ บ้างก็แต่งกลอน บ้างก็กู่เจิงแต่จะเป็นแบบ13สายทั้งนั้น บ้างก็แสดงผีผาแต่ก็ไม่มีคุณหนูคนใดเล่นได้ยอดเยี่ยมกว่าหงลู่เซียนบ้างก็เป่าขลุย และการแสดงต่างๆมากมายแต่มิได้ทำให้ตัวของเหมยฮวาสนใจกับการแสดงเหล่านั้นมากนัก นางกับสนใจผีผาตัวนั้นมากกว่า นางไปเจอหนังสือเล่นนึงในห้องหนังสือของท่านพ่อเป็นหนังสือเล่มเก่าๆนางสนใจจึงหยิบมาอ่านและเนื้อความในนั้นมันเป็นเนื้อความของเครื่องดนตรีเทพเซียนพร้อมรูปภาพประกอบ ในนั้นมีเครื่องดนตรีทั้งหมด5ชิ้น มีผีผาที่เห็นเมื่อกี้กู่เจิง21สาย กู่ฉิน คลุ่ยและพิณจีน
            
            ผีผาทำจากหยกเขียวเนื้อละเอียดสลักลายดอกมู่ตาน มีชื่อว่าบุพผาร่ายรำ
           
            กู่เจิงทำจากหยกขาวมันแพะเนื้อละเอียดสลักลายหงส์ดวงตาเป็นทับทิมสีแดง มีชื่อว่าหงษ์คร่ำครวญ
            
            กู่ฉินทำจากหยกเขียวลายขาวสลักลายเมฆคล้อย มีชื่อว่าเมฆาคล้อย
            
            คลุ่ยทำจากหยกดำสลักลายมังกรดวงตาประดับทับทิมสีเหลืองส้มคล้ายมีดวงตาสีทอง มีชื่อว่าคลุ่ยมังกรทะยาน
            
            พิณจีนทำจากหยกสีเขียวอ่อนสลักลายป่าไผ่ มีชื่อว่าไผ่ลู่ลม

ในหนังสือยังบอกอีกว่าไม่มีใครรู้ว่าผู้ใดเป็นคนสร้างเครื่องตนตรีเหล่านี้และไม่มีใครรู้ว่าเครื่องดนตีทั้งหมดอยู่ที่ไหนรู้แค่ว่ามันอยู่มีจริงเท่านั้น เหมยฮวาหยุดความคิดตนไว้แค่นั้นเพราะขันที่ประกาศชื่อคุณหนูที่จะทำการแสดงคนต่อไป

             "คุณหนูไป๋หมี่ฮวา บุตรีเสนาบดีกรมคลังไป๋เถียนต้าน"

             "ถวายพระพรฝ่าบาท หม่อมฉันไป๋หมี่ฮวาเพคะ"นางทำความเครพให้อ่อนช้อยที่สุดและเหลือบมองไปที่ชินอ๋องพร้อมกับสงสายตาหวานช่ำไปให้แต่เหมือนชินอ๋องจะไม่สนใจสักนิดนางถึงกับเสียหน้าไปนิดและตอนนี้นางอายุเพียง11ขวบปีเท่านั้น

             'โอ็ะ!!!!!!แม่หนูอายุของเธอน่าจะเท่าฉันในร่างนี้นะเธอสนใจผู้ชายแล้วหรือแต่ผู้ชายที่เธอสนอยู่นะนั่งเป็นภูเขาน้ำแข็งไปแล้วมั้งเย็นชาชะมัดผู้หญิงเขาอ่อยขนาดนั้นยังทำเมินอีก'เหมยฮวาที่ดันตาดีไปเห็นเลยแอบคิดในใจนิดหน่อยแต่ก็ไม่แปลกอะไรที่ผู้หญิงยุคนี้จะมองผู้ชายแต่เด็กเพราะวัฒนธรรมของคนที่นี่เป็นแบบนี้ และตาเจ้ากรรมดันหันไปสบเข้ากับชินอ๋องพอดี เกือบสะดุ้งตกใจแล้วมั้ยละดีที่เก็บอาการทันและเหลือบมองไปที่อื่นแทน
     
            ฝ่ายชินอ๋องที่หันหน้าหนีความเบื่อหน่ายตรงหน้าบังเอิญสบสายตากับดรุณีน้อยนางหนึ่งแต่แค่แวบเดียวนางก็หันหน้าหนีไป ชินอ๋องจึงนึกแปลกใจว่านางไม่มีท่าทีตกใจหรือทำท่าเอียงอายเหมือนสตรีที่ตนมองผ่านแม้แต่นิดแถมนางยังทำท่าเฉยชาต่อทุกสิ่งนั่นมันอะไร 'เป็นสตรีที่แปลกยิ่งนัก'คิดได้แค่นั้นก็ละความสนใจไป
    
             "ลุกขึ้นเถอะ เริ่มแสดงได้" 

             จากนั้นขันทีกองพิธีการก็กูนำเครืองดนตรีของนางออกมามันคือกู่เจิง21สายเมื่อผู้คนเห็นเครื่องดนตรีของนางต่างก็ส่งเสียงฮือฮาออกมาเพราะกู่เจิง21สายไม่ค่อยมีใครเล่นกันเนื่องจากสายเยอะและเล่นยากแต่ถ้าใครเล่นได้ถือเป็นอัฉริยะเลยละเมื่อได้ยินเสียงฮือฮานางก็ยิ้มหวานขึ้นมาแต่ในใจกลับกระหยิ่มยิ้มย่องว่าตนนั้นเหนือกว่าดรุนีทุกนางเมื่อเครื่องดนตรีมาถึงนางก็เริ่มบรรเลงเพลงรักนิรันด์ทันทีบทเพลงของนางถึงจะไพเราะแต่ยังไม่เข้าถึงอารมณ์สักเท่าไหร่แต่ก็ไม่มีใครคิดติเมื่อนางบรรเลงจบเสียงปรบมือก็ดังขึ้น

              "ไพเราะยิ่ง!! ผู้ที่เล่นกู่เจิง21สายชังมีน้อยนัก เจ้าถือว่าเล่นได้ดียิ่ง มอบรางวัลให้นางเครื่องประดับ1หีบ ผ้าแพร10พับ เงิน100ตำลึงทอง"  สิ้นเสียงฮ่องเต้ขันที่ก็นำของจำนวนทั้งหมดมาให้นาง

               "ขอบพระทัยเพคะฝ่าบาท" นางยกยิ้มอย่างได้ใจและไม่มีการพูดถ่อมตนใดๆทั้งสิ้น เพราะนางถือว่าตนเป็นคนส่วนน้อยที่เล่นได้ กระนั้นนางก็ยังพยายามส่งสายตาหวานให้ชินอ๋องตลอด เมื่อชินอ๋องหาได้สนใจนางจากนั้นนางจึงเดินกลับโต๊ะครอบครัวตนด้วยรอยยิ้มที่เหนือกว่าแม้นางจะเสียหน้าไปบ้างเพราะชินอ๋องไม่สนใจก็ตาม
 
               "คุณหนูเฟิ่งเหมยฮวา บุตรตรีแม่ทัพบูรพาเฟิ่งหย่งหนาน"  ถึงตาของนางแล้วสินะ นางลุกจากที่นั่งและเดินไปที่ลานแสดง ถึงร่างนี้จะยังเด็กแต่ก็เรียนเกี่ยวกับกุลสตรีมาไม่น้อยบวกกับดวงจิตที่โตแล้ว ทำให้การเดินของนางทั้งอ่อยช้อยมั่นคงและแฝงความแข็งแกร่งสมกับลูกแม่ทัพ ทุกคนต่างมองนางอย่างหลงใหลแลชื่นชมแม้แต่ชินอ๋องยังเผลอมองมาที่นาง ไป๋หมี่ฮวาที่เห็นการกระทำนั้นของชินอ๋องก็เกิดอิจฉาริษยาเหมยฮวาขึ้นมา
   
               "ถวายพระพรฝ่าบาท หม่อมฉันเฟิ่งเหมอยฮวาเพคะ"นางถวายความเครพอย่างอ่อยช้อยพร้อมกับก้มหน้าลงนิดตามประเพณีห้ามมองพระพักต์เชื้อพระวงค์
    
              "ลุกขึ้นเถอะ เริ่มแสดงได้" 

              'ฮ่องเต้เพคะพระองค์พูดคำนี้ซ้ำกันกี่ครั้งแล้วเพคะ'

              เป็นเช่นเคยที่เมื่อได้ยินฮ่องเตัรับสั่งขันทีกองพิธีการก็นำกู่เจิง21สายสีดำสลักลายดอกเหมยมาให้นาง เมื่อเห็นเช่นนั้นบรรดาแขกในงานก็ส่งเสียงฮือฮาอีกครั้ง จะมีก็แต่คุณหนูหมี่ฮวาที่ส่งสายตาริษยามาทางตน 'คนเราอิจฉากันได้เพราะแค่ผู้ชายที่ตนปักใจไปสนใจคนอื่นที่ไม่ใช่ตนเนี่ยนะประสาท'เมื่อเครื่องดนตรีพร้อมนางก็เริ่มบรรเลงเพลงซ่อนกลิ่นพร้อมกับขับร้องไปด้วย ด้วยดนตรีที่ว่าไพเราะจับใจคนฟังแล้วเสียงหวานที่ร้องท่วงทำนองเพลงนั้นก็ยิ่งขับให้การบรรเลงนี้เหมือนจะพาให้ทุกคนหลุดลอยไปตามบทเพลงแม้แต่ชินอ๋องที่เย็นชากับทุกสิ่งยังหันมาสนใจนาง แต่เหตุการไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นผ้าที่ปิดบังครึ่งใบหน้าของนางอยู่เกิดหลุดล่วงลงมาจนใบหน้างามล้ำของนางถูกเปิดเผยต่อสาธารณะชนทั้งหลาย ดูเหมือนผู้คนที่กำลังเคลิ้มกับเพลงอยู่เมื่อเห็นหน้านางก็พากันตกตะลึงเข้าไปใหญ่ ทุกคนในที่นี้ต่างพากันคิดไปในทางเดียวกันว่า เทพเซียนตัวน้อยลงมาบรรเลงเพลงให้ตนฟังหรือไร  แม้แต่ชินอ๋องที่ว่าเย็นชายังตะลึงไปกับความงามของนาง
        
   ตึ่ง ตึง ตึง!!!
   
   เงียบกริบ    
                       
             "อะแห่ม!!!!"นางกระแอมไอเมื่อไม่มีใครส่งเสียงใดๆออกมาพร้อมกับเอาผ้าขึ้นมาคาดปิดหน้าไว้เช่นเดิมเสียงและเหมือนทุกคนจะได้สติจากเสียงกระแอมของนางจากนั้นเสียงปรบมือก็มาพร้อมเสียงชื่นชมมากมาย

                  "ดียิ่ง!! ไพรเราะยิ่งนัก!!ข้ามิเคยได้ยินผู้ใดบรรเลงกู่เจิง21สายได้ไพเราะเท่าเจ้ามาก่อนฝีมือของเจ้าตอนนี้เปรียบเป็นที่หนึ่งของแคว้นเลยก็ว่าได้ทั้งที่อายุยังมิถึงวัยปักปิ่นด้วยซ้ำ ข้าได้ยินข่าวว่าเจ้านั้นร่างกายอ่อนแอไม่แข็งแรง แต่มิคิดว่าเจ้าจะบรรเลงเพลงได้ไพเราะเยียงนี้"ฮ่องเต้มองนางอย่างเอ็นดู และสีหน้าพอใจออกมาอย่างปิดไม่มิด

                 "ขอบพระทัยเพคะฝ่าบาท ร่างกายหม่อมฉันแข็งแรงดีแล้วเพคะ ส่วนที่หนึ่งคงไม่เหมาะกับหม่อมฉันเพคะ หม่อมฉันยังต้องฝึกฝีมือและเรียนรู้อีกมากเพคะ " นางเอ่ยตอบอย่างถ่อมตนจึงสร้างความพอใจให้แก่ฮ่องเต้ยิ่งนักที่นางมีฝีมือขนาดนี้นางยังไม่ถือตนและหลงระเริงในฝีมือของตนอีก ฝ่ายแขกในงานต่างพากันคิดว่าหากนางคิดว่าตนมิใช่ที่หนึ่งคงมิมีใครกล้าพูดว่าตนเป็นที่หนึ่งเช่นกัน

                  "ฮ่าๆๆๆ  ถ้าเจ้าว่าตนมิใช่ที่หนึ่งคงมิมีกล้าเปรียบตนว่าเป็นที่หนึ่งด้านนี้อีกแล้ว นำกู่เจิงหงส์คร่ำครวญมามอบให้นางเป็นรางวัล"ฮ่องเต้ทรงถูกใจคำพูดของเหมอฮวาถึงกับสรวญออกมาอย่างชอบใจ เหล่าแขกในงานเองก็ตกใจและส่งเสียงฮือฮาออกมาเช่นกันที่ได้ยินชื่อเครื่องดนตรีชิ้นนี้ไม่คิดว่าแคว้นนี้จะมีเครื่องดนตรีเทพเซียนถึงสองชิ้น
                       
                  "ขอบพระทัยเพคะฝ่าบาท"นางยื่นมือไปรับกูเจิง21สายที่ทำจากหยกขาวมันแพะเนื้อละเอียดสลักลายหงส์ดวงตาทำจากทับทิมสีแดงสวยงามยิ่งนักจากนั้นนางก็กลับไปยังโต๊ะตระกูลตน  แต่ก็ยังมีการแสดงของคุณหนูคนอื่นๆอยู่ แต่ดูเหมือว่าการแสดงต่อจากนางจะหมดความสนใจไปโดยสิ้นเชิง นั่งมาสักพักนางก็รับรู้ว่ามีสายตาสองคู่มองมายังนาง นางเลยหันไปมองก็เจอสายตาของคุณหนูหมี่ฮวาที่มองมายังนางด้วยสายตาอิจฉาริษยา และเกลียดชัง ที่อิจฉาคงเพราะนางเก่งกว่าและโดดเด่นกว่าละมั้ง ส่วนเกลียจชังน่าจะเพราะชินอ๋องที่นางสนใจไม่สนใจนางไม่มองนางแต่เขากลับหันมองสตรีนางอื่นจึงทำให้นางรู้สึกอิจฉาที่สตรีที่ชินอ๋องสนใจไม่ใช่นางละมั้งแต่เหมยฮวานางก็หาได้สนใจสายตาของคุณหนูไป๋ไม่ เหมยฮวาคิดเช่นนั้นก็หันไปทางสายตาอีกคู่ที่มองมา อีกคู่เป็นของชินอ๋องเฟิ่งหลงที่มองมายังนางด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก ไม่รู้เขาคิดอะไรอยู่ เมื่ออ่านความคิดเขาไม่ออกนางก็หันหน้าหนีและไม่สนใจเขาอีก

                       " หึหึ" สตรีนางนี้หน้าสนใจมิใช่น้อย



    
                        
         ****    มาต่ออีกตอนแล้วค่ะ   ****
 





    
            

                      





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 535 ครั้ง

296 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 12 มิถุนายน 2562 / 07:18

    คุณนักเขียน ใช้คำว่า "น่า" เป็น "หน้า" เยอะมากเลยค่ะ

    น่าเกรงใจ น่ารัก น่ารัก น่าเกรงขาม

    น่ากลัว น่าทึ่ง และอีกสารพัดคำเหล่านี้

    ใช้ "น่า" นะคะ


    เอาว่าถ้ามีเวลา ลองตรวจดูสักนิดก็ดีนะคะ

    จะได้อ่านแล้วไม่สะดุด

    #271
    0
  2. #266 monmanon (@monmanon) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2562 / 07:56

    ขอบคุณค่ะ

    #266
    0
  3. #159 jaoh77 (@jaoh19770) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 29 มกราคม 2562 / 20:34
    สนุก น่าติดตาม แค่ยังมีคำผิดโดยเฉพาะคำควบกล้ำ
    เปร่งปรั่ง

    =

    เปล่งปลั่ง
    คล่ำครวญ

    =

    คร่ำครวญ
    #159
    0
  4. #37 rossukon2531 (@rossukon2531) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2561 / 20:44
    สนุกค่ะ ชอบนางเอกเก่ง
    #37
    0
  5. #17 Phasuk Nyffenegger (@bofano) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2561 / 01:45

    55555ตอนแรกก็งงกับอายุพี่เต้เหมือนกัน...แต่ตอนนี่เข้าใจแล้วค่าาาา
    #17
    0
  6. #11 Little Kratae (@little-kratae) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2561 / 08:59
    ขอบคุณที่มาไขความข้องใจเรื่องอายุค่ะ เนื้อเรื่องสนุกดี แต่คำผิดเยอะอยู่นะคะ เป็นกำลังใจให้ค่ะ
    #11
    0