คัดลอกลิงก์เเล้ว

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้




                                   The only thing you have to fear is fear itself.
                                                                                   -Franklin D


.
.
CindySonia


#RainynightwithCS

เรื่องในตอนนี้ อัพเดท 1 เม.ย. 61 / 23:35

บันทึกเป็น Favorite


The story of a rainy night.


#ซินดี้ซอนย่า


 

 

              บรรยากาศร้านนั่งดื่มที่ควรเต็มไปด้วยผู้คน แต่วันนี้บางตา ไม่ใช่เพราะมันคือวันหยุดหรือวันพิเศษอะไรหรอก แต่แก๊งเพื่อนสาววัยสี่สิบต้นๆที่มีหนึ่งในสมาชิกเป็นคุณแม่ผู้แสนดี ไม่อยากกลับดึกเลยนัดเพื่อนๆออกมาตอน 2ทุ่ม... และเมาที่เวลา3ทุ่มสิริเวลารวมหนึ่งชั่วโมง


“ชนนนนนนนนน” คุณแม่ผู้แสนดีคนนั้นขยั้นคยอเพื่อนๆให้ชนและยกซดจนหมดแก้ว โดยที่ไม่แคร์ ว่าอวัยวะภายในที่ใช้งานมากว่าสี่สิบปีจะได้ผลกระทบใดๆ คติประจำตัวในค่ำคืนนี้ของคุณแม่ผู้แสนดีหรือเมทินี คือ รีบยกรีบเมารีบกลับต้องส่งลูกเข้านอน!


“พวกยูคะใจเย็นๆก่อนอย่าเพิ่งรีบ” ซอนย่าว่าก่อนดึงแก้วไวน์ในมือผู้หญิงสองคนที่นั่งตรงข้ามมาไว้ในครอบครอง 


 สิรินยาเอื้อมแขนไปจับข้อมืออีกฝ่ายที่ถือแก้วไวน์ของเธออยู่ก่อนดึงเข้าหาตัว “คนสวยคะ ซินดี้ขอคืน”



ผิวสัมผัสเนียนนุ่ม กลิ่นน้ำหอมที่แค่ได้กลิ่นที่ปลายจมูกก็รู้ว่าเป็นกลิ่นของใคร อวัยวะที่หน้าอกข้างซ้ายของคนที่ได้กลิ่นกำลังเต้นไม่เป็นจังหวะ ณ วินาทีนี้สิรินยาไม่อยากดึงแค่ข้อมือแล้วแต่อยากดึงทั้งตัวของผู้หญิงตรงหน้าเข้ามากอดเลย... ถ้าทำได้...


“ไม่ให้ค่ะ” ซอนย่าว่าพลางชายตามองอีกฝ่ายอย่างพอใจ


ปกติปาร์ตี้ที่มีแค่เพื่อนสนิทแบบนี้ทุกคนก็จะแต่งตัวเบาๆสบายๆกัน แต่ความง่ายไม่เคยมีผลกับซอนย่าผู้หญิงที่สวยเหมือนอยู่บนเวทีนางงามตลอดเวลา เดรสสั้นสีดำเปิดหลัง นั่นแหละคำว่าเบาๆของโมเดล


สิรินยาถูกใจการแต่งตัวของซอนย่าเสมอเพราะ ไม่ว่าจะใส่ชุดอะไรซอนย่าก็ยังคือผู้หญิงที่สวยที่สุดในสายตาสิรินยา



“โห่อะไรว๊าาาา” เสียงเมทินีดังขึ้นแทนคำในใจสิรินยาเป็นอย่างดี เธอยิ้มออกมาเบาๆและหัวเราะให้กับท่าทีงอแงของเมทินีในที่สุด


“ไม่งอแงสิคะคุณแม่เคทธี่เอางี้มาเล่นเกมส์กัน Drink or Dare ตกลงมั้ย?ซอนย่าพูดขึ้น



“โหหหหหห!!” เมทินีกับสิรินยาประสานเสียงพร้อมกันทันที ที่ประโยคชักชวนของซอนย่าจบลง


‘แค่อยากเมาทำไมต้องแลก’ สิรินยาคิดในใจ



“พวกยูพร้อมนะ” ซอนย่าพูดพร้อมหยิบมือถือกับปากกาออกจากกระเป๋า โดยเธอวางปากกาไว้กลางโต๊ะเพื่อเอาไว้หมุนหาผู้โชคดี และมือถือเอาไว้ถ่ายวิดีโอ... “หัวปากกาหมุนไปหยุดอยู่ที่ใครคนนั้นจะมีสิทธิ์ท้าคนอื่น ตามนี้นะค้า”



“พร้อมขนาดนี้ไม่ต้องถามแล้วค่ะพิม” สิรินยาพูดเชิงประชดพร้อมขมวดคิ้วเบาๆ ไม่รู้ว่าทำไมตัวเองต้องมานั่งเล่นอะไรไร้สาระในวัยเกือบสี่สิบด้วย แต่พอคิดอีกทีมันก็น่าสนุก


ซอนย่าเอื้อมมือไปหมุนปากกาที่วางไว้กลางโต๊ะโดยมีเพื่อนสนิททั้งสองนั่งมองหน้าตาไม่รับแขก ก่อนที่หัวปากกาจะหมุนแล้วไปหยุดที่ตัวเธอเอง


“นี่เธอโกงรึเปล่าเนี้ย” เมทินีกล่าวด้วยเสียงไม่พอใจ เธอไม่เห็นด้วยเลยที่เกมจะเริ่มโดยโชคไม่เข้าข้างตั้งแต่ตาแรก


“จะโกงยังไงล่ะคะ” ซอนย่าตอบเสียงเรียบก่อนทำหน้าขุ่นคิด “เคทธี่คะ drink or dare ?


“ไอจะบอกพวกยูเลยนะว่าไอไม่กลัวค่ะ ไอจะdrink till i die!!” ว่าแล้วคนที่ถูกท้าก็ยกแก้วไวน์ขึ้นดื่มจนหมดก่อนหันไปยิ้มให้เพื่อนทั้งสองด้วยชัยชนะ


“ถ้าไม่ตายนะ” สิรินยาพูดพร้อมหัวเราะก่อนที่จะโดนฝ่ามือของเมทินีฟาดเข้าให้ที่คาง


“คอยดูสิยะ!” เมทินีตอบโต้




เกมไร้สาระที่ทั้งเมทินีและสิรินยาว่าถูกเล่นผลัดไปเรื่อยๆจนกระทั่ง...


“ซินดี้!!! Drink or dare?!!” เมทินีทั้งถามทั้งตะโกนด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์ เพราะตาก่อนๆเธอไม่มีโชคเอาซะเลยหมุนกี่ที่ๆก็ไม่เคยจะโดน เพื่อนทั้งสองก็รักเธอเหลือเกินเอะอะก็ท้าเธอจนตาหลังๆเริ่มไม่ไหวขอจิบแทนยกแก้ว


Dare…” สิรินยาตอบพร้อมยิ้มมุมปากเล็กๆ คงเป็นเพราะแอลกอฮอล์ในเลือดที่กำลังสูบฉีดทำให้เธออยากท้าทาย ถึงแม้จะรู้อยู่แล้วว่าเมทินีเป็นคนเล่นแรงถึงแรงมาก


“ชัวร์น้ะะ!! ยูใจกล้ามากซินดี้ยูใจกล้ามากก!!!!” เมทินีเอื้อมมือไปตบบ่าผู้หญิงข้างๆในความใจกล้าโดยสิรินยาที่เป็นคนแรกที่เลือกDare และเมทินีคนนี้ก็จะไม่ทำให้เพื่อนผิดหวังเธอจะสนองให้สาแก่ใจ... ตัวเอง


“ซินดี้ยูกล้าเลือกไอก็กล้าให้!!!! Kiss herเมทินีพูดพร้อมชี้นิ้วไปทางซอนย่า ซึ่งหมายความว่าคำสั่งของเมทินีคือ ให้สิรินยาจูบซอนย่า... “อ้ะๆๆๆๆๆๆๆ จูบปากนะคะอย่ามาเด็กๆ”


“บ้าไปแล้วรึไง บ้าไปแล้ว...” สิรินยาบ่นพร้อมทำหน้าอึ้งๆเธอไม่ได้คิดไว้เลยว่าเมทินีจะท้าอะไรแบบนี้เธอหันไปมองหน้าซอนย่าเพื่อขอความช่วยเหลือ แต่สิ่งที่ตอบกลับมาคือรอยยิ้มที่เธออาจจะคิดไปเองว่ามัน...เย้ายวน


Come on…”  ซอนย่าพูดขึ้นเบาๆแต่ยังชัดถ้อยชัดคำ เธอชอบรีแอคชั่นที่เหมือนจะทำอะไรไม่ถูกของสิรินยา มันเหมือนเธอกำลังถือไพ่ใบที่เหนือกว่า


สิรินยาค่อยลุกไปนั่งเก้าอี้ข้างๆซอนย่าอย่างว่าง่าย ปฏิเสธไม่ได้เหมือนกันว่าคำท้าของเมทินีมันเหมือนรู้ว่าเธออยากทำอะไร


สิรินยาค่อยๆช้อนในหน้าคมสวยให้เข้ามาใกล้ โดยมีเสียงเชียร์จากเมทินีดังอยู่ตรงข้ามแต่คงไม่ดังเท่าเสียงหัวใจของเธอ เธอจ้องเข้าไปในตาของผู้หญิงตรงหน้า สายตายั่วยวนคู่นี้เปรียบเสมือนไฟที่พร้อมจะหลอมละลายทั้งร่างกายและหัวใจของเธอ เวลาตกหลุมรักใคร อาการมันเป็นแบบนี้เอง


“ขอโทษนะคะ” 

สิรินยาใช้มือทั้งสองข้างประคองหน้าของซอนย่าเอาไว้ก่อนโน้มลงมา เธอทำเหมือนว่าเอาริมฝีปากสัมผัสอีกส่วนของอีกฝ่าย แต่จริงๆแล้วไม่ “ยูเอามานี่เลยเคทธี่!” สิรินยาลุกพรวดขึ้นวาดแขนคว้ามือถือของเมทินีทันที่เธอได้ยินเสียงชัตเตอร์ แต่มันก็ไม่ง่ายขนาดนั้น


ซอนย่ามองคนที่กำลังแย่งมือถือกับเมทินีด้วยความรู้สึกแปลก... ในหัวได้แต่คิดซ้ำไปซ้ำมาว่าทำไมคนที่ดูเหมือนจะชอบเธอเอามากๆ มีโอกาสจูบเธอแล้วแต่ไม่ยอมคว้าเอาไว้


“เกมบ้านี่เลิกเล่น!!มาตั้งใจเมาแล้วรีบกลับบ้านกันได้แล้ว!!” เมทินีพูดพร้อมยกแก้วไวน์ขึ้นดื่มตามด้วยสิรินยา เหมือนเด็กสองคนกำลังแข่งดื่มน้ำองุ่น แต่ในแก้วนั่นกลับเป็นแอลกอฮอล์


“นี่พวกยูคะ ดื่มเบาๆกันหน่อยถ้าเมาจนสลบพิมแบกไม่ไหวนะ”


“ไม่สลบหรอก แต่ขอเมากว่านี้” พูดจบสิรินยาก็ยกแก้วไวน์ขึ้นดื่มอย่างต่อเนื่องโดยไม่สนคำปรามของคนข้างๆแต่อย่างใด




The night is still young ~

Thats my song!!!” เมทินีโพล่งขึ้นสร้างความตกให้กับสมาชิกในโต๊ะก่อนรีบลุกออกไปโดยมีแดนซ์ฟลอร์ข้างหน้าเป็นจุดมุ่งหมาย


“ระวังข้อเข่าเสื่อม!!!...เคทธี่!..” ซอนย่าตะโกนตามหลังเพื่อนสนิทที่กระโดดโลดเต้นไม่ดูสังขาร เธอถอนหายใจออกมาเบาๆที่เห็นเพื่อนในวัยสี่สิบของเธอกำลังเต้นแล้งเต้นกาอยู่กลางฟลอร์ท่ามกลางเด็กวัยรุ่น เธอทำได้แค่ให้กำลังใจข้อเข่าของเพื่อนจากโต๊ะไกลๆ


ซอนย่านึกขึ้นได้ว่าเสียงที่พูดนู่นพูดนี่ของสิรินยามันเงียบหายไปเลยหันมาดูเลยพบว่าอีกคนฟุบลงกับโต๊ะแสดงอาการเมาควบคุมตัวเองไม่ได้อย่างชัดเจน


“ซินดี้ขา เมาแล้วหรอคะ” ซอนย่ายื่นมือไปลูบผมคนที่นอนฟุบอยู่เบาๆ


“ยังไม่เมาค่ะ..” คนที่นอนฟุบอยู่เงยหน้าขึ้นมาเล็กน้อยก่อนดึงมือที่ลูบผมตัวเองให้มาอยู่ในระดับสายตา “แต่อยากเมา”


“จะอยากเมาไปทำไม...” ซอนย่าส่งยิ้มบางๆให้สิรินยา


สิรินยาสบตากับเจ้าของมือที่เธอกุมอยู่จนใจไม่รักดีก็เต้นเร็วขึ้นมาเฉยๆ เธอไม่ใช่เด็กแล้วก็จริง แต่อาการที่ใจเต้นเพราะสบตาใครสักคนจนเหนื่อยก็มีมาเรื่อยๆแต่เฉพาะกับซอนย่าเท่านั้น


นานเท่าไหร่ก็ไม่รู้ที่ได้แค่นั่งกุมมือกันเงียบๆ เหมือนปล่อยให้เวลาเดินไป ได้ใช้ความรู้สึกมากกว่าคำพูด ยิ่งสบตาซอนย่าเท่าไหร่สิรินยาก็รู้สึกเสียดายมากขึ้นทุกครั้ง ที่ปล่อยให้โอกาสที่จะจูบหลุดมือไป เธอลังเลอยู่นานว่าควรพูดอะไรดีมั้ยแต่กว่าจะตัดสินใจได้ตัวป่วนก็กลับมาที่โต๊ะแล้ว


“อยากกลับแล้ววววว!!” เมทินีพูดพร้อมสบัดตัวไปมาแสดงความงอแงตามสไตล์เธอ


“งั้นกลับกันเถอะ” ซอนย่าเอ่ยขึ้น ไม่ใช่ว่าเธอตามใจเมทินีหรอก แต่คิดว่าถ้าอยู่ต่อคงวุ่นวายกายเพราะเพื่อนเธอคนนี้คงต้องเมาจนขาดสติแน่ๆ แล้วไหนผู้หญิงอีกคนอีก


หลังจากแย่งกันจ่ายค่าอาหารบวกกับพูดจาหยอกล้อกับเด็กในร้านเสร็จ ล้อก็หมุนออกออกจากร้านได้สักที โดยที่คนขับก็คือคนที่มีสติที่สุดซอนย่านั่นเอง


 

Don't you want to be more than friends

Hold me tight and don't let go~


เสียงเพลงเก่าที่น่าจะคุ้นเคยในวัยของเจ้าของรถคลอเบาๆ ไม่รู้ความบังเอิญหรืออะไรเนื้อเพลงถึงใกล้เคียงชีวิตจริงขนาดนี้



เธอไม่อยากเป็นมากกว่าเพื่อนหรอ


โอบกอดฉันไว้นะ แล้วอย่าปล่อยฉันไป...



รถยนต์สีดำคันหรูค่อยๆเทียบฟุตบาทหน้าบ้านสไตล์ยุโรปที่ทั้งซอนย่าและสิรินยารู้จักดี เพราะพวกเธอเคยมาจัดปาร์ตี้ที่นี่บ่อยๆสมัยที่เมทินียังไม่กลายเป็นคุณแม่


“ขับรถกลับบ้านดีๆนะจ๊ะสาวสาวว บะบาย” เมทินีโบกไม้โบกมือพร้อมยิ้มกว้างให้ก่อนเดินไปทะเลาะกับประตูบ้านตัวเอง จนซอนย่าต้องเดินไปเคลียร์สถานการณ์จนคลี่คลาย ส่งเพื่อนตัวป่วนของเธอเข้าบ้านอย่างปลอดภัย


“เฮ้ออมากับพวกยูนี่เหนื่อยจริงๆ” คนที่เพิ่งกลับขึ้นรถมาหันไปพูดกับสิรินยาที่นั่งหัวเราะจนต้องทุบกระจกรถ เธอคือคนที่นั่งดูตั้งแต่เมทินีทะเลาะกับประตูบ้านจนซอนย่าเดินเข้าไปห้าม ภาพมันดูไร้สติจนกลั้นขำไม่ไหว มั่นใจได้เลยว่าเรื่องนี้จะถูกนำมาพูดจนกว่าจะความจำเสื่อมกันไปข้าง


 “ขำอะไรขนาดนั้นล่ะคะซินดี้ขา”


 สิรินยาหยุดขำทันทีที่ได้ยินคำหวานที่ทำเธอใจสั่นทุกครั้งที่โดนเรียก เธอแปลกใจที่ประโยคเวลาซอนย่าเรียกเธอมันถูกทำให้พิเศษขึ้นกว่าปกติ “ทำไมต้องเรียกซินดี้ขา”


“ก็ปกติพูดจาแบบนี้นี่คะ” ซอนย่าหันหน้าไปสบตาผู้หญิงที่นั่งอยู่เบาะข้างๆพร้อมส่งยิ้มให้


“อยากให้พูดกับซินดี้แค่คนเดียว” สิรินยาเอ่ยหน้านิ่งมันไม่ใช่ฤทธิ์แอลกอฮอล์แล้ว ณ วินาทีนี้ ถึงเธอจะเมาแต่ก็ยังรู้ตัวว่าพูดอะไรกับใครอยู่


ซอนย่าหลุดหัวเราะออกมาก่อนเอื้อมมือไปปัดผมที่ปรกหน้าของสิรินยาออก “เดี๋ยวคนอื่นก็หาว่าพิมพูดจาแข็งหรอก”


“ช่างเค้าสิ” สิรินยาปลดเข็มขัดนิรภัยออกก่อนพาตัวเองโน้มเข้าหาผู้หญิงข้างๆ เอาหน้าผากชนกับส่วนเดียวของอีกฝ่าย เธอพึมพำความรู้สึกในใจที่ ‘เคย’ พูดไปแล้วให้คนตรงหน้าฟัง สิรินยาค่อยๆใช้ความกล้าทุบกำแพงของเธอลง เธออยากจูบผู้หญิงคนนี้มาก อยากมาตลอด




ก๊อกๆๆๆๆๆ!!!


เสียงเคาะกระจกดังขึ้นพร้อมเสียงโวยวาย ทำเอาคนที่อยู่ในสถานการณ์ล่อแหลมผละออกจากกันแทบไม่ทัน “พวกยูเห็นมือถือไอมั้ยย!!!?


สิรินยากดเลื่อนกระจกลงก่อนหันไปสำรวจเบาะหลังที่เมทินีเพิ่งลุกออกไปแล้วพบกับโทรศัพท์เจ้าปัญหา “อยู่นี่ๆ” เธอรีบยื่นให้เมทินีทันทีที่คว้ามันได้


“แต๊งกิ้วกู๊ดไนท์เกิร์ลลลลส~เมทินีรับมือถือที่ลืมไว้ก่อนโบกมือลั๊ลลาเดินกลับเข้าบ้านไปโดยมีผู้หญิงสองคนในรถนั่งลุ้นว่าเมทินีจะไปยืนทะเลาะกับประตูอีกมั้ย โชคดีที่ภาพไร้สตินั่นไม่เกิดขึ้นซ้ำสอง


ซอนย่ามองหน้าสิรินยาพร้อมหัวเราะในลำคอเบาๆให้กับเหตุการณ์เมื่อกี้ ทั้งเธอและสิรินยาก็อายุไม่ใช่น้อยๆแต่ก็ยังหวั่นไหวทำอะไรไม่ชัดเจนเหมือนวัยรุ่นอยู่ “ซินดี้เกือบจูบพิมแล้วนะเมื่อกี้”


สิรินยาหุบยิ้มลงทันทีเธอฟังประโยคของซอนย่านิ่งๆ สิ่งที่เธออยากทำคือจูบไม่ใช่แค่เกือบ ยิ่งซอนย่าพูดแบบนั้นก็เหมือนยิ่งกระตุ้นความต้องการที่ทั้งใจทั้งสมองเรียกร้อง ซึ่งมันทำให้ใจเธอทนผู้หญิงตรงหน้า...ไม่ไหว


สิรินยาประคองใบหน้าสวยคมของซอนย่าไว้ก่อนประทับริมฝีปากลงที่ส่วนเดียวกัน โดยไม่ได้บอกหรือส่งสัญญาณอะไร เธอค่อยๆใช้เวลาชักชวนอีกฝ่ายจนกระทั่งความต้องการของเธอถูกตอบสนอง ต่างฝ่ายต่างค่อยๆซึมซับจูบของกันและกัน สิรินยาเคยจินตนาการไว้ว่าจูบกับซอนย่าจะออกมาแบบไหน แต่ตอนนี้มันตรงข้ามกับที่คิดไว้ มันไม่ได้ร้อนแรงแต่ก็ไม่เอื่อยเฉื่อย มันแค่...พิเศษ


ซอนย่าค่อยๆถอนริมฝีปากออกจากการจูบที่อีกฝ่ายไม่มีทีท่าว่าจะเป็นฝ่ายหยุด “พอก่อนค่ะ”


“ขอโทษค่ะ” ซินดี้พูดพร้อมสบตาซอนย่าก่อนอีกฝ่ายจะเบือนหน้าหนีแล้วออกรถโดยไม่พูดอะไรอีก


รถยนต์สีดำคันสวยวิ่งออกไปเรื่อยๆ ไม่ต่างอะไรเลยกับความคิดของผู้หญิงสองคนที่นั่งอยู่ในนั้น ต่างฝ่ายต่างมีคำถามที่อยากถามกันและกันแต่กลับมีแค่ความเงียบเป็นบทสนทนาเท่านั้น


“ซินดี้คะ..” ซอนย่าเรียกชื่ออีกคนออกมาเบาๆเพื่อทำลายความเงียบและเริ่มบทสนทนา “ถ้าความสัมพันธ์ระหว่างเรามันพัฒนาไปมากกว่านี้ไม่ได้.. เราจะกลับไปเป็นเพื่อนกันเหมือนเดิมมั้ย”


ซินดี้ที่ตั้งใจฟังคำถามเงียบไปอึดใจนึง เธอตอบคำถามนี้ทันทีไม่ได้ มันคือสิ่งที่เธอกลัวมาตลอด ชีวิตเธอมีซอนย่าเป็นส่วนเติมเต็มในทุกๆวันจนลืมไปแล้วว่าการใช้ชีวิตก่อนเจอซอนย่าเป็นยังไง


“คงไม่ได้... พิมไม่ใช่เพื่อนซินดี้ตั้งแต่วันแรกที่เจอ ยูเป็นมากกว่าเพื่อน มากกว่าตั้งแต่ต้น” สิรินยาพูดเสียงสั่นเธอพยายามพูดให้ชัดถ้อยชัดคำแล้วแต่ความรู้สึกที่มีมันมากเกินไป มันถ่วงความเข้มแข็งของเธอ


 เธอแค่ไม่อยากร้องไห้ตอนนี้... ตรงนี้


ซอนย่าค่อยๆผ่อนเครื่องยนต์ลงเพื่อจอดเทียบฟุตบาท ใจที่กำลังวุ่นวายมันส่งผลต่อสมาธิ เธอขับรถต่อไม่ไหวแน่ๆถ้ามันยังวุ่นวายอยู่อย่างนี้


เมื่อรถหยุดอยู่กับที่ซอนย่าก็โพล่งคำถามที่ติดอยู่ในใจมานานทันที “ถ้าพิมปฏิเสธ... ซินดี้จะทำยังไง”


“ก็คงถามก่อนว่าทำไม... ถ้าไม่แน่ใจซินดี้จะทำให้พิมแน่ใจเอง” เธอกลั้นมันไม่อยู่แล้วนำ้ใสๆกำลังไหลอาบแก้ม นี่เป็นครั้งแรกในรอบหลายที่เธอร้องไห้ต่อหน้าคนอื่น


มันสุดแล้วจริงๆ เธอไม่ได้อยากดูเป็นคนขี้แพ้ที่ไม่ได้ดั่งใจก็แค่ร้องไห้ แต่ความรู้สึกที่มีให้ซอนย่ามันเหมือนเป็นส่วนหนึ่งของเธอ มันเหมือนเธอกำลังเสียตัวตนไป เสียส่วนที่ดีที่สุดไป


“ถ้าไม่ว่ายังไงความสัมพันธ์ของเรามันก็มาได้แค่นี้ล่ะ” ซอนย่าเองก็เก็บความรู้สึกไว้มากไม่แพ้กัน ไม่ใช่ว่าเธอไม่ชอบสิรินยา ไม่ใช่ว่าไม่หวั่นไหว ไม่ใช่ไม่เคยตั้งคำถามว่าเธอรักแบบไหน แต่สิรินยาสำคัญต่อเธอมาก เธอแค่ไม่อยากเอาความสัมพันธ์ที่เรียกว่า ‘เพื่อน’ เข้าไปเสี่ยง


“ซินดี้ก็จะถามซ้ำๆว่าพิมรักซินดี้ใช่มั้ย...”


ซอนย่าหันไปมองหน้าเจ้าของคำตอบที่อาบไปด้วยน้ำตาก่อนฟุบลงกับพวงมาลัย เธอเองก็ไม่ไหวเหมือนกัน เธอก็เจ็บไม่แพ้กัน...


“เราไม่จำเป็นต้องคบกันก็ได้... พิมแค่อยากเห็นซินดี้หัวเราะ อยากคุยกับซินดี้ทุกวัน ออกไปดูหนังแฮงค์เอ้าท์แค่นี้มันก็เป็นความสุขของพิมแล้ว”


“แต่ความสุขของซินดี้คือได้หัวเราะกับยู คุยกับยู ออกไปดูหนังไปเดท ในฐานะคนรักกับยู...ซินดี้จูบยูในฐานะเพื่อนไม่ได้!” สิรินยาดึงผู้หญิงที่ฟุบกับพวงมาลัยขึ้นมากอด ทันทีที่อ้อมกอดสมบูรณ์ต่างฝ่ายต่างปล่อยความรู้สึกผ่านหยดน้ำตาและเสียงสะอื้นที่เมือนอยู่ในสงครามความหน่วง


เป้าหมายและความต้องการของทั้งสองสวนทางกัน ในขณะสิรินยาชอบซอนย่าตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอ เธอมีเป้าหมายคือเป็นคนรักและไม่สามารถทำใจให้อยู่ในฐานะอื่นได้ แต่ทางซอนย่าเองถึงเธอจะเผลอใจให้ไปแล้ว แต่สิรินยาที่เธอรู้จักตั้งแต่ต้นคือเพื่อนที่แสนดีที่สุดในชีวิต ซึ่งเธอจะเสียเพื่อนคนนี้ไปไม่ได้


“พิมไม่กล้าเสี่ยง พิมเสียซินดี้ไปไม่ได้ ”


“ถ้าพิมไม่เสี่ยง พิมก็จะเสียซินดี้ไปตอนนี้...” สิรินยามองหน้าสวยของผู้หญิงที่เธอตกหลุมรัก ซอนย่าอยู่แค่นี้เอง อยู่ตรงหน้าเธอนี่เอง แต่เธอกลับรู้สึกเหมือนเธอคว้าเอาไว้ไม่ได้ “ขอโทษนะเป็นอย่างอื่นให้ไม่ได้จริงๆ”


สิรินยาเบี่ยงตัวหนีเธอพูดสิ่งที่ต้องการไปหมดแล้วที่เหลือก็ขึ้นอยู่กับอีกฝ่ายแล้วว่าจะเอายังไง


เม็ดฝนน้อยใหญ่พากันหล่นจากฟ้ามากระทบกับพื้นดินเป็นซาวด์ประกอบบรรยากาศในรถได้ดี ผ่านมากี่นาทีหรืออาจจะเป็นชั่วโมงแล้วก็ไม่รู้ ที่ทั้งสองปล่อยให้ความเงียบเข้ามาครอบงำ



“ช่วยทำตามหัวใจสักครั้งได้มั้ย...” สิรินยาพูดแทรกเสียงฝนขึ้นมาเบาๆ มันคงดีกว่าเงียบอยู่อย่างนี้ เธอหันไปมองหน้าอีกคนที่ไม่แม้แต่หันมาสบตา เธอเดาคำตอบอีกฝ่ายไม่ถูกเพราะดูท่าทางอีกฝ่ายเหมือนไม่คิดจะตอบอะไรเลย แม้ว่านี่จะเป็นการขอร้องครั้งสุดท้ายของสิรินยา แต่ถ้ามันจะจบตรงนี้ ก็คงต้องปล่อยมันไป  Say you love meplease


 


สิรินยาเฝ้ามองท่าทีของอีกฝ่ายจนใจเธอเริ่มร้องบอกว่ามันไม่ไหวแล้ว  “Goodnight”  สิรินยาเอ่ยเสียงสั่นพอจบประโยคเธอก็เปิดประตูลงจากรถไปทั้งๆที่ฝนกำลังตกลงมา โดยที่เจ้าของรถไม่แม้แต่ร้องขอให้เธอ... อย่าไป



พัง... มันพังหมดแล้ว ทุกอย่างภายในคืนเดียว ซอนย่ามองภาพของผู้หญิงที่กำลังจะจากเธอไปผ่านกระจกมองหลังก่อนที่ภาพนั้นจะสูญเสียความชัดเจนเพราะน้ำตาที่เอ่อล้น เธอปล่อยสิรินยาไปแล้วเธอไม่รู้ว่าพรุ่งนี้มันจะยังเหมือนเดิมมั้ย เธออาจะเป็นคนแปลกหน้าของกันและกันก็ได้ ซอนย่าปล่อยให้คำพูดของสิรินยาเข้ามาโลดแล่นในหัว กลับมาตอกย้ำว่าเธอโง่ โง่ที่ปล่อยสิรินยาไป ทั้งๆที่รู้อยู่ทั้งใจว่ารักมากแค่ไหน ซอนย่าปลดปล่อยความเสียใจออกมาเป็นหยดน้ำตาที่ไหลเหมือนไม่เคยได้ไหลมาก่อน การที่คนเราเจ็บเหมือนใจจะขาดมันรู้สึกแบบนี้เอง...


พลั่ก!! ซอนย่าสะดุ้งด้วยความตกใจที่ประตูฝั่งที่เธอนั่งถูกเปิดออก “ซินดี้..” เธอเห็นร่างสูงในสภาพที่เปียกปอนยืนอยู่ตรงหน้าเหมือนผีสางเทวดาทนเสียงสะอื้นของเธอไม่ไหว ซอนย่าไม่ทันได้พูดอะไรไปมากกว่าเรียกชื่อคนตรงหน้า สิรินยาก็ดึงให้เธอออกมาจากรถและดันประตูให้ปิดลง “ซินดี้จะทำอะไร..” ซอนย่าถามด้วยความสงสัย


shut upสิรินยาดึงร่างกายของผู้หญิงตรงหน้าเข้ามากอดก่อนประกบจูบลงเพื่อปิดปากไม่ให้ซอนย่าได้พูดอะไรอีก ‘ถ้าพูดคำว่ารักไม่ได้ ก็ไม่ต้องพูด’ นี่คือสิ่งที่สิรินยาคิดยามที่ริมฝีปากกำลังลิ้มรสชาติของหวานที่ทำหน้าที่คล้ายยาเสพติด เธออยากปล่อยให้เสียงหัวใจได้มีโอกาสได้พูดบ้าง มันคงคันปากอยากพูดว่าหุบปากนะแล้วใช้ใจ


ตอนนี้ท่ามกลางสายฝนที่กำลังโปรยปราย ไฟฉุกเฉินของรถกระพริบต่อเนื่อง รถที่ยังสตาร์ทเครื่องอยู่และด้านในไม่มีใคร แต่คนที่ขับผ่านไปผ่านมาตามถนนคงไม่คิดว่ารถคันนี้ไม่มีเจ้าของ เพราะเจ้าของรถกับเพื่อนของเค้ากำลังใช้พื้นที่ข้างรถ เป็นสมรภูมิรัก...


สมองของทั้งคู่กำลังสั่งให้ความโหยหาควบคุมเหตุผลทั้งหมดที่มี และใช้เวลาร่วมกันโดยไม่สนเสียงแตรของรถที่ขับผ่านมา พวกเธอไม่รู้หรอกว่าทำไมต้องตรงนี้ แต่ใครจะไปสนกันล่ะ สิรินยาดันตัวซอนย่าให้ติดกับรถโดยที่ปากก็ทำงานอย่างหนักอยู่ เธอปล่อยให้มือของตัวเองค้นหาความต้องการจากร่างกายของซอนย่า เธอแทรกมือเรียวผ่านเสื้อผ้าที่เปียกชื้นเพราะฝน สัมผัสและโอบกอดอีกคนไว้ และจะไม่คิดปล่อยอีกเป็นครั้งที่สอง


ซอนย่าที่กำลังอ่อนปวกเปียกเพราะการกระทำของสิรินยา เธอเอื้อมมือไปควานหามือจับเพื่อเปิดประตูที่นั่งด้านหลัง


ก่อนเป็นฝ่ายดึงสิรินยาเข้าไปข้างใน เธอไม่สนใจเสียงแตรรถที่ผ่านไปผ่านมาก็จริง แต่ถ้ามันจะมากไปกว่านี้เธอก็ไม่อยากทำอนาจารในที่โล่ง เธอผลักสิรินยาให้นอนราบกับเบาะให้ตัวเองได้เป็นฝ่ายควบคุมสิรินยาบ้าง เธอปล่อยให้สิรินยาเล้าโลมและปลดเสื้อของเธอออก นี่คือสิ่งที่เธอต้องการอะไรที่จะเกิดหลังจากนี้มันไม่ใช่แค่เซ็กซ์ แต่มันคือสิ่งที่เกิดจากความรัก


I love u ซอนย่ากระซิบข้างหูสิรินยาเบาๆ เธอไม่เคยบอกรักสิรินยามาก่อน แต่เหตุผลที่เธอเอ่ยประโยคนี้ไม่ใช่เพราะเธอกลัวอีกคนจะเดินหนีไปอีก แต่เป็นเพราะว่าเธอรู้สึกแบบนั้น จริงๆ


ซอนย่าพร่ำพูดประโยครักเรื่อยๆถึงแม้ว่าสิรินยาจะบอกว่าเธอได้ยินมันชัดแล้ว แต่เธอก็ยังคงพูดอีกเหมือนไม่มีอะไรหยุดเธอได้นอกจากจูบ วิธีการปิดปากที่ได้ผลเสมอ


คืนนี้ทั้งคู่แสดงความรักกันไปกี่รอบไม่รู้ รู้แค่ว่ามันมีค่าทุกครั้ง ทุกวินาที มันตอบแทนทุกความอดทนที่พยายามทำลายกำแพงความกลัวลง แล้วมาเป็นคนพิเศษของกันและกัน


.


.


6 month later


ณ ร้านอาหารของรีสอร์ตในจังหวัดภูเก็ต


วันนี้เป็นหนึ่งวันในทริปพักผ่อนของแก๊งเพื่อนสาว ซึ่งแน่นอนสถานที่ที่ชอบไปกันมากที่สุดก็คงหนีไม่พ้นทะเล


“พวกหล่อนมีอะไรจะบอกชั้นไม่ทราบคะ” เมทินีเท้าคางนั่งมองซอนย่าสลับกับสิรินยาไปมา ก็เพื่อนทั้งสองของเธอดันเกริ่นกระตุกต่อมอยากรู้อยากเห็นไว้ตั้งแต่เมื่อคืน


“จริงๆมันก็ไม่ได้สำคัญอะไรหรอก..” สิรินยาพูดไปก็มองนู่นมองนี่เพราะทำตัวไม่ถูก คิดสภาพเมทินีลุกขึ้นกรี๊ดแล้วก็เสียวสันหลัง


“แต่มันสำคัญกับเรา” ซอนย่าพูดด้วยสีหน้าจริงจังเธอเอื้อมมือไปประสานกับส่วนเดียวของสิรินยาก่อนยิ้มออกมาเบาๆ “เรากำลังคบกัน”


“วอท?!” เมทินีขมวดคิ้วอ้าปากค้างก่อนหันตัวหมุนติ้วๆมองไปรอบร้าน


“มองหาอะไรคะเคทธี่” ซอนย่าถามด้วยความสงสัย


“ซ่อนกล้องแน่ๆ ไหนกล้อง!! ไหน” เมทินีผู้ไม่เชื่อเริ่มลุกออกจากที่ไปค้นกระถางดอกไม้ของโต๊ะข้างๆว่ามีอะไรซ่อนอยู่รึเปล่า “ไม่มี...นี่ก็ไม่มี...อยู่ไหนอ่า...ไหนน!”


สิรินยาถึงกับกรอกตาให้กับจินตนาการของเมทินี พลางคิดว่ามันยังมีรายการแบบนี้อยู่อีกหรอในปี2018เนี้ย “ไงคะ เจอมั้ย..” สิรินยาพูดพร้อมหัวเราะ


“จริงๆ” ซอนย่าย้ำขึ้นอีกรอบ ก่อนช้อนหน้าของสิรินยาเข้ามาจูบเพื่อยืนยันว่าสิ่งที่พูดออกไปเป็นความจริง


Oh boyเมทินียกมือขึ้นมาทาบอกก่อนส่ายหัวเป็นเจ้าเข้า “ไอก็เคยจุ๊บพวกยู มันยืนยันไม่ได้”


“จะให้เอากันตรงหน้าเลยมั้ยค๊า ทำไมไม่เชื่อไม่เข้าใจ” ซอนย่าพูดพร้อมขมวดคิ้วเธอไม่เข้าใจว่ามันเข้าใจยากตรงไหน


“ก็ไออ่ะ สวยที่สุดในกลุ่มทำไมพวกยูสองคนไม่มีใครตกหลุมรักไอเลย งงมากๆไม่เข้าใจ”


เมื่อคำตอบของเมทินีจบประโยคลงทั้งซอนย่าและสิรินยาก็ระเบิดหัวเราะออกมาเหมือนจะขาดใจเอาให้ได้




“ช่างมัน พวกยูคบกันมานานเท่าไหร่ละ”


“6เดือน” สิรินยาตอบ



“มาเอามือมาคนละข้าง” เมทินียื่นมือไปจับมือของเพื่อนทั้งสองคนละก่อนเอามาวางทับกันและกุมเอาไว้ “ขอให้เป็นความรักที่แสนพิเศษ นำมาซึ่งความเบิกบาน...”


เมทินีหยุดพูดทันทีที่ได้ยินเสียงหัวเราะ “นี่พวกยูอย่ามาหัวเราะไอจริงจังนะ” ว่าเสร็จเธอก็กล่าวต่อ “ต่อจากนี้ไปพวกเธอจะไม่มีวันรู้สึกหวั่นกลัวสายฝนด้วยว่าต่างก็จะเป็นร่มกำบังให้แก่กันและกันฯ”


ถึงผู้หญิงสองคนจะกลั้นขำแทบตายแต่คำพูดของเมทินีมันก็จริง ต่อจากนี้ไปพวกเธอไม่เห็นอะไรที่น่ากลัวแล้ว เพราะเธอมีคนข้างๆที่เข้าใจและรักเธอที่สุด ไม่มีอะไรดีไปกว่านี้อีกแล้ว...



หลังจากจบทริปเพื่อนสาว สิ่งที่ได้กลับมาคือไม่ว่าความสัมพันธ์จะเปลี่ยนไปเป็นรูปแบบไหน แต่ความเป็นเพื่อนมันก็ยังอยู่ ไม่ได้เปลี่ยนไป


.

.


 

หากคืนนั้นทั้งสิรินยาและซอนย่าปล่อยให้ความกลัวยังมีพื้นที่ในใจ ตอนนี้ทั้งสองอาจจะกลายเป็นคนแปลกหน้าของกันและกันไปแล้ว


 


อยากลงทุนให้คุ้มค่าอย่าแนบความกลัวเข้ามาในสัญญาของคุณ


                         ด้วยรัก


 


 


-The end-






#RainynightwithCS

 

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ เรือสำราญแครอล จากทั้งหมด 7 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

1 ความคิดเห็น

  1. #1 RIRI.LM⁴ (@jiralak73) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 5 เมษายน 2561 / 01:39
    I love it!!
    #1
    0