ลิขิตโลกา - One World

ตอนที่ 2 : เดชมวยไชยา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 539
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    5 พ.ค. 59

บทที่ 2 เดชมวยไชยา

 

                เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นกลางดึก ทำให้เอกราชจำต้องถอนตัวออกมาจากผิวหญิงสาวนิ่ม ๆ ของเหล่านางแบบในความฝันด้วยอารมณ์ที่หงุดหงิด

 

                ใครมันโทรมาตอนนี้ฟะ โอ้ย....ตีสองเนี้ยนะ ให้ตายเถอะ ผมบ่นออกมาเบา ๆ กับตัวเอง เมื่อมองไปยังนาฬิกาบนหัวเตียงแล้วพบว่าตอนนี้เวลา 02:18 น.

 

                ถ้าถามผมว่าทำไมไม่ปิดเสียงโทรศัพท์ล่ะก็ คุณคงไม่ลืมนะครับว่างานผมคืออะไร แม้จะเป็นนอกเวลาราชการ ผมก็ไม่มีอำนาจที่จะปิดเสียงเครื่องโทรศัพท์ที่ทำงานได้หรอกครับ ว่าแต่ นี่มันเบอร์ใครเนี้ย ไม่เคยเห็นแหะ.....

 

                สวัสดีครับ เอกราชพูดสายครับ

 

                “ คุณเอกราชครับ ผมนักวิจัยของศาสตราจารย์ที่เราเคยพบกันตอนเช้าวันนี้ ผมกำลังจะเอาผลงานวิจัยทั้งหมดไปให้คุณเอกราชที่ห้อง คุณเอกราชอย่าไปไหนนะครับ ”  น้ำเสียงในสายดูลุกลี้ลุกลนอย่างชัดเจน ทำให้ผมเกิดความสงสัยขึ้นมาว่าทำไมต้องรีบเอามาให้ตอนนี้ รอตอนเช้าก็ได้นี่น่า

 

                ปั่ง ๆ ๆ เสียงดังแว่ว ๆ จากปลายสาย แต่ก่อนที่เอกราชจะได้ถามอะไร สายก็ถูกตัดไปเสียก่อน เอกราชโยนโทรศัพท์ไปบนเตียงอย่างเซ็ง ๆ จากนั้นก็เดินไปล้างหน้าในห้องน้ำเพื่อให้ตาสว่าง จากนั้นก็ชงกาแฟดื่ม และโทรหาโทยะ เพื่อนสนิทของเขาที่โตมาด้วยกัน แต่หมอนี่มีพ่อเป็นแม่ทัพ ตำแหน่งเลยดีกว่าผม ก็นั้นแหละนะ เป็นถึงผู้อำนวยการด้านทรัพยากรบุคคลของสภาโลกเขตเอเชีย ส่วนเงินเดือน..........อย่าพูดถึงมันเลย เดี๋ยวผมจะชิงฆ่าตัวตายเสียก่อนถ้าเอามาเปรียบกับเงินเดือนผม

 

                ฮาโหยววว........โทรมาตอนนี้อยากตายรึงายว้า......เสียงโทยะตอบกลับมาอย่างง่วง ๆ

 

                โอ้ว.....สวัสดีครับคุณโทยะ กระผมโทรมาจากธนาคารอิงออน เพื่อเสนอโปรโมชั่นบัตรเครดิตให้คุณโทยะ ไม่ทราบว่าคุณโทยะสนใจฟังมั้ยครับ ผมตอบไปอย่างยิ้ม ๆ

 

                บัตรเครดิต......ตอนตีสองกว่าเนี้ยนะ......อยากตายมากสินะไอ่@!#@#$^%! ”

 

                “ เห้ย....โทยะ นี่เอกเองเว้ย มีเรื่องแจ้ง ศูนย์วิจัยโทรมาบอกว่าจะเอางานวิจัยมาให้ตอนเนี้ย เห็นว่าแปลก ๆ ก็เลยแจ้งแกไว้ก่อน

 

                “ อ่าว......เอกเองเหรอฟะ แกล้งเนียนเป็นพนักงานธนาคารนะเอ็ง งานวิจัยอะไรทำใมเราไม่เคยได้ยินหว่า

 

                “ งานวิจัยของสภาโลกนั้นแหละ ไม่รู้เหมือนกัน นายสั่งให้มารอรับ ก็เลยมารอตั้งแต่เมื่อวานละ นี่ก็ว่า.......แต่ก่อนที่ผมจะได้คุยต่อ ประตูห้องพักของผมก็ถูกกระแทกออกอย่างแรง พร้อมกับร่าง ๆ หนึ่งที่เต็มไปด้วยบาดแผลที่โดนยิงโซเซเข้ามาในห้องพัก

 

                คุณเอก......รับงานวิจัยไป แล้วรีบหนีครับ พวกมันตามผมมา พวกองค์กรเงา

 

                (เห้ย.....เอก เกี่ยวกับองค์กรเงาด้วยเหรอฟะ เอก....ได้ยินมั้ยเห้ย..เสียงแว่ว ๆ ในโทรศัพท์ดังขึ้น เพราะผมยังไม่ได้วางสาย )

 

                นักวิจัยโชกเลือดคนนั้นเหวี่ยงกระเป๋าหนังมาให้ผม แต่คงเพราะบาดแผลโดนยิงเข้าที่แขน ทำให้ไม่มีแรงตก กระเป๋ายังมาไม่ถึงตัวผม มันก็ตกลงพื้นและเอกสารข้างในก็ปลิวกระจายออกเต็มห้องพัก และทันใดนั้นเอง ก็มีเสียงปืนดังขึ้นเบา ๆ เหมือนการยิงผ่านกระบอกเก็บเสียง ร่างของนักวิจัยล้มลงแน่นิ่งกับพื้นหน้าห้องผม

 

                ชายชุดสูทสีดำ 3 คนเดินเข้ามาในห้องผม คนนำหน้าข้ามร่างของนักวิจัยมาหยุดตรงหน้าผม และมองดูเอกสารที่กระจายเต็มห้อง

 

                เก็บรวบรวมเอกสารทั้งหมด อย่าให้ขาดซักแผ่นล่ะ เขาหันไปสั่งงานชายชุดสูทสีดำ 2 คนด้านหลัง จากนั้นก็มีคนหนึ่งเดินแยกออกมาเก็บเอกสารทั้งหมดในห้อง ส่วนอีกคนยืนปิดทางออกไว้

 

                ขออภัยด้วยจริง ๆ ครับ และอย่าขัดขืนหรือขัดขวางการทำงานของพวกผมเลยนะครับ ผมไม่อยากฆ่าคนโดยไม่จำเป็น ชายชุดดำด้านหน้าพูดออกมา พร้อมกับจ้องหน้าผมเขม็ง

 

                สิ่งต่าง ๆ เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว แม้กระทั่งโทรศัพท์ที่ผมโทรหาโทยะ ผมก็ยังไม่ทันได้กดวาง แต่ด้วยเหตุการณ์นี้ ผมทำการวิเคราะห์สถานการณ์เบื้องต้น ด้วยสามัญสำนึกของตนเอง ผมตัดสินใจสู้กับคนพวกนี้

 

                หยุด!! ..... และวางเอกสารทั้งหมดไว้ที่เดิมด้วยครับ ผมพูดออกมาเสียงเบา แต่ในความเงียบยามตีสองแบบนี้ ชายชุดดำทั้ง 3 คน และโทยะในสาย ต่างก็ได้ยินอย่างชัดเจน

 

                ชายชุดดำด้านหน้าแสยะยิ้มขึ้นมา พร้อมยกปืนขึ้นมาเล็งทางหัวผมเหมือน ๆ กับขายชุดดำอีก 2 คน ทันทีนั้นผมใช้งานพรสวรรค์ของผมที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิด ด้วยการเร่งการทำงานของสมองขึ้น ทำให้พอจะคาดเดาวิถีกระสุนทั้งหมดได้ และชิงเคลื่อนไหวหลบก่อนที่ทั้ง 3 คนจะเหนี่ยวไกเพียงเสี้ยววินาที

 

                จากนั้นผมก็ย่อตัวลง ความคิดระลึกถึงพระคุณของครูมวยผู้สอนวิชา จากนั้นตั้งท่าเสือลากหาง และพุ่งเข้าหาชายชุดดำทั้ง 3 คนอย่างรวดเร็ว

 

                เพียงพริบตา ผมกลับมายืนในจุดเดิม ในท่าหันหลัง ชายชุดดำทั้ง 3 คนต่างก็ลงไปนอนอยู่กับพื้น สภาพแขนของทุกคนถูกบิดผิดรูป สร้างความเจ็บปวดให้กับทั้ง 3 คนเป็นอย่างมาก

 

                แต่ที่เหนือกว่านั้น สิ่งที่ก่อกำเนิดขึ้นมาในจิตใจของทั้ง 3 คนคือความกลัว เหมือนกับมองพญามัจจุราชที่กำลังหันหลังให้ตัวเอง ทั้ง 3 คนไม่มีความคิดที่จะต่อสู้อีกต่อไป ชายชุดดำที่เป็นหัวหน้าพอมองเห็นว่าลูกน้องที่เก็บเอกสาร ได้เก็บเอกสารมาจนครบแล้วและกำลังถืออยู่ในมือที่ถูกบิดผิดรูป ก็ออกคำสั่งให้รีบถอยในทันที ก่อนที่ตนเองและลูกน้องจะทำงานพลาด หรืออาจทิ้งชีวิตไว้ที่นี้เพราะฝีมือของชายหนุ่มคนนี้

 

                ชายชุดดำทั้ง 3 คนต่างก็รีบหนีออกไปจากห้อง โดยที่เอกราชไม่หันหลังมามอง กระทั่งเวลาผ่านไปซักพัก เขาก็ล้มลงกับพื้นห้อง มือทั้งสองที่ยกขึ้นมากุมหัวแน่น

 

                อ๊าก.................................ผมตะโกนออกมาเสียงดัง ด้วยอาการปวดหัว มันจะเป็นเช่นนี้ทุกครั้งที่ผมฝืนใช้พรสวรรค์ของผมร่วมกับเพลงมวยไชยา และตอนนั้นจู่ ๆ โทยะก็วิ่งเข้ามาในห้องของผมโดยที่ผมไม่รู้ตัว

 

-------------------------------

 

                โทยะด้วยที่รู้ว่าเพื่อนมีเรื่อง เลยรีบมาหาเพราะที่พักไม่ไกลกัน พอเห็นอาการของเพื่อนรัก ก็รู้ทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น อาการแบบนี้เอกมันต้องใช้พลังเกินตัวอีกแน่นอน โทยะค่อย ๆ พยุงเอกขึ้นมา และพาไปนอนที่เตียง หางตาของโทยะเหลือบไปเห็นกระปุกยาสีขาวตกอยู่ข้างห้อง พร้อมกับเอกสารสีแปลก ๆ ปึกเล็ก ๆ ที่ปลิวไปแทรกอยู่ในซอกตู้เสื้อผ้า

 

                จำได้ว่าเวลาเอกมันเป็นแบบนี้ ต้องกินยาเฉพาะที่หมอให้มานี่น่า คงยานี่แหละมั่ง เคยถามมันแต่ดันไม่ยอมบอกชื่อยาให้ฟัง เอาวะ ยานี่แหละ...........

 

                โทยะหยิบกระปุกยาแล้วเทมาหนึ่งเม็ด เหลียวมองไปที่เอก ก็เห็นเอกกำลังอ้าปากหอบหายใจอยู่ เลยหยอดยาเม็ดเล็ก ๆ นั้นใส่ปากให้เอกกลืนลงไปทันที จากนั้นเอกก็สลบไปทันที

 

                อาวละ........แค่นี้ก็เรียบร้อย ซักพักคงหายเหมือนทุกที ว่าแต่.......นี่มันเอกสารอะไร งานวิจัยทีว่ารึเปล่าเนี้ย โทยะเก็บกระปุกยาลงกระเป๋ากางเกง แล้วเดินไปหยิบเอกสารติดมือขึ้นมา จากนั้นโทรหาเจ้าหน้าที่เพื่อให้มาเก็บศพนักวิจัยที่เสียชีวิตอยู่หน้าห้องเอก

 

                พอโทยะได้อ่านเอกสารไปซักพัก ใบหน้าอันหล่อเหลาที่มีหญิงสาวหลายคนติดพัน จนทำให้เจ้าตัวมีนิสัยเจ้าชู้ และหื่นกาม ค่อย ๆ ซีดลงอย่างรวดเร็ว พร้อมกับดวงตาที่เบิกกว้างขึ้นเรื่อย ๆ มืออีกข้างก็หยิบกระปุกยาขึ้นมาดูจึงได้เห็นชื่อของตัวยาที่เขียนตัวเล็ก ๆ ติดข้างกระปุก

 

                “ ยา X-Turn นั้นไงล่ะ.......ชัดเจน ไม่ใช่ยาแก้ปวดเหมือนทุกทีนี่หว่า.............ตายแน่เรา ไอ้เอก โทยะคนนี้ขอโทษ... โทยะที่หน้าซีด รีบกดโทรศัพท์หาเพื่อนสนิทของกลุ่มเขา ที่มีกัน 3 คน

 

                ริน.............เรือหายแล้ว รีบมาห้องไอ้เอกด่วนเลยนะ........โอเค........ตอนเช้าก็ได้.....เรื่องใหญ่เลยแหละ.....ตายแน่เลยฉัน.......เฮ้อ........โทยะพอพูดจบก็นั่งซึมอยู่ไม่ไกลจากศพของนักวิจัย บรรยากาศดูมืดมนเหมือน ๆ กับมีศพ 2 ศพที่ถูกฆ่าตายอยู่ใกล้ ๆ กัน

 

                ( วิญญาณนักวิจัยหน้าห้อง : ถึงผมจะเป็นตัวประกอบ แต่สนใจร่างผมหน่อยสิครับ........ฮื่อ ๆ ๆ ๆ )

 

-----------------------------------

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

183 ความคิดเห็น

  1. #14 Nattalop Bunloy (@galcial) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2559 / 22:28
    อ่านแล้วติดลม
    #14
    1
    • #14-1 CrossMelody (@CrossMelody) (จากตอนที่ 2)
      9 พฤษภาคม 2559 / 23:26
      เขียนแล้วติดลมยิ่งกว่าอีกครับ อิอิ

      ขอบคุณสำหรับคอมเม้น อีกทีนะคร้าบบบบ
      #14-1
  2. #8 ห่อหมก (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2559 / 18:17
    งานงอก 55 หนุกดี
    #8
    1
    • #8-1 ไรท์เตอร์เองคร้าบ (จากตอนที่ 2)
      8 พฤษภาคม 2559 / 19:23
      ขอบคุณสำหรับคอมเม้นครับผม



      เย้ ๆ ช่วงหลัง ๆ งานงอกกว่านี้อีกครับ (หมายถึงงานไรท์เตอร์นะ ฮา.....)
      #8-1