ลิขิตโลกา - One World

ตอนที่ 25 : หยาดน้ำตา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 268
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    21 พ.ค. 59


บทที่ 25  หยาดน้ำตา

 

            [ท่านได้รับข้อความจากผู้อำนวยการ จำนวน 1 ข้อความครับ] เสียงดังขึ้นมาจากแหวนสีเขียวของฉัน ทำให้ฉันตกใจจนเกือบทำเอกสารในมือหล่น เพราะมัวแต่เหมอลอยคิดถึงเรื่อง ๆ หนึ่งอยู่

 

            เปิดข้อความทันทีที่ฉันพูดจบ ก็มีหน้าต่าง 3 มิติเด้งขึ้นมาตรงหน้าฉัน จากนั้นมันก็แสดดงข้อความที่ฉันได้รับ

 

            [ เรื่องเกี่ยวกับวิชาที่คุณเลือกเรียนในภาคบ่าย ขอให้เดินทางมาพบผมที่ห้องผู้อำนวยการ เวลา 15.00 . ด้วยนะครับ และที่สำคัญ ขอให้มาคนเดียว / ผู้อำนวยการไลท์ ]

 

            ฉันปิดหน้าต่างข้อความ แล้วก็นั่งลงบนเก้าอี้อย่างหมดแรงพร้อมกับถอนหายใจ รินที่กำลังง่วนอยู่กับขวดยาเห็นเข้าพอดีเลยวางมือจากงานเพราะผิดสังเกต แล้วเดินเข้ามาหาฉันด้วยอาการที่เป็นห่วง

 

            เป็นอะไรรึเปล่ายูจัง เห็นเงียบ ๆ ตั้งแต่เมื่อกี้ที่พี่เข้ามาแล้ว มีอะไรปรึกษาพี่ได้นะ

 

            ฉันเงยหน้าขึ้นมามองรินพร้อมกับคิดในใจ (นั้นสินะ เรื่องแบบนี้ถ้าจะปรึกษาก็คงต้องพูดกับผู้หญิงเท่านั้นแหละ แต่จะเอาไปถามดาหรือว่าอัลก็คงไม่เหมาะ ถ้าอย่างนั้นขอลองปรึกษารินดูก็แล้วกัน)

 

            พี่ริน….คือว่า…..จะว่ายังไงดีล่ะคือหนู…..หนูโดนผู้ชายเข้ามาจีบ…..ตอนเมื่อกี้อะ ที่พี่รินไม่อยู่

 

            หา…..ใครจีบยูจัง….แล้วอะไร ยังไง ไหนเล่ามาให้ฟังทั้งหมดเลยซิ

 

            ฉันเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้รินฟัง คือ....ฉันเล่าไปทุกอย่าง ตั้งแต่เรื่องที่เจอกับโจอี้ครั้งแรกที่ไปดูดาซ้อมละคร แล้วก็เรื่องที่โจอี้เข้ามาจูบมือฉันในห้องพยาบาลเมื่อกี้ ถึงแม้ว่าเรื่องจะผ่านมาแล้ว แต่พอเล่าถึงตอนที่โจอี้จูบมือ ฉันก็ยังเอามือข้างนั้นไปเช็ดกับผ้าขี้ริ้วที่วางอยู่บนโต๊ะบ่อย ๆ จนรินหยิบไปวางไกล ๆ จากฉันเสีย

 

            พอรินได้ฟังเรื่องทั้งหมดก็ยิ้มขึ้นมาที่มุมปาก จากนั้นก็ถามฉันแล้วยูจังรู้สึกยังไงล่ะ เวลาที่ถูกจูบเข้าที่มือ หรือว่าเวลาที่เค้าบอกว่าจะจีบยูจังให้ได้น่ะ

 

            ตอนที่บอกว่าจะจีบ หนูรู้สึกรำคาญมากอะ แล้วตอนถูกจูบมือเมื่อกี้ ในตอนแรกหนูรู้สึกทำอะไรไม่ถูก เหมือนจะคิดอะไรไม่ทันไปช่วงหนึ่ง จากนั้นก็รู้สึกขนลุกขยะแขยงทุกทีที่คิด.....อี๋........ฉันตอบรินพร้อมกับไปหยิบผ้าขี้ริ้วมาเช็ดมืออีกครั้ง รินพอเห็นท่าทางของฉันเป็นแบบนี้เลยยอมยกผ้าขี้ริ้วให้ฉันไปเลย

 

            ยูจังไม่ได้รู้สึกใจเต้นแรง หรือว่าเขินอายบ้างเลยเหรอ จะว่าไปโจอี้ก็หน้าตาดีอยู่นะ ข่าวซุบซิบดาราที่เห็นก็ไม่ได้เจ้าชู้อะไรมาก แถมขี้เล่นซะอีกต่างหาก คล้าย ๆ กับโทยะตอนเป็นเด็กเลยแหละ “

 

            ไม่ได้รู้สึกอะไรแบบนั้นเลยซักนิด ถึงร่างกายจะเป็นแบบนี้ไปแล้ว แต่จะให้คบกับผู้ชาย หนูรับไม่ได้หรอกนะ ฉันส่ายหัวปฏิเสธทันทีที่รินถามจบ

 

            จ้า ๆ ๆ ก็ถ้ายูจังไม่ได้รู้สึกพิเศษอะไร ยูจังบอกเค้าไปตรง ๆ เลยจ๊ะ ฝ่ายนั้นเค้าจะได้รู้ตัว แต่ถ้าเป็นพวกตื้อนี่ก็ลำบากหน่อยนะ ไม่เป็นไรหรอกยูจังซะอย่าง เป็นตัวของตัวเองต่อไปเถอะ ใจเย็น ๆ เข้าไว้ ยูจังสู้ ๆรินพยายามให้กำลังใจฉันด้วยคำพูดที่พวกเราเคยพูดกันอยู่เสมอในวัยเด็ก ซึ่งก็ทำให้ฉันยิ้มออกมาได้เหมือนทุกครั้ง

 

            นั้นสินะ เป็นตัวของตัวเองก็พอนี่น่า ฉันคิดว่าการทำตามที่รินบอกก็ดีเหมือนกัน นึกว่าจะยากอะไรมากกว่านี้ซะอีก ขอบคุณนะพี่ริน แค่นี้ก็สบายใจได้ซักทีฉันลุกขึ้นบิดขี้เกียจพร้อมกับไล่ความไม่สบายใจออกไปให้หมด จากนั้นก็เดินออกไปจากห้องพยาบาล เพื่อไปหาดาที่ห้องซ้อมละคร

 

            แต่พอเดินไปได้ซักพัก ฉันก็เริ่มรู้สึกแปลก ๆ เพราะทุกคนที่ฉันเดินผ่าน พวกเขาต่างหยุดยืนและมองมาที่ฉันทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นผู้ชาย ผู้หญิง หรือแม้กระทั่งพวกอาจารย์ก็ตาม ซักพักฉันถึงจะจำได้ว่าตอนนี้ฉันไม่ได้แต่งหน้าหลอกว่าขี้เหร่อยู่นี่น่า แต่จะหนีไปแต่งหน้าตอนนี้ก็คงไม่ทันแล้ว ฉันเลยรีบเดินให้ไวขึ้น เพื่อหนีกลุ่มคนที่ตามมา แล้วทำไมจำนวนคนที่ตามฉันมามันเยอะขึ้นเรื่อย ๆ แบบนี้นะ พอมาถึงห้องซ้อมละคร ฉันรีบปิดประตูล๊อคไว้ทันที หากไม่ทำแบบนี้มีหวังถูกพวกคนที่ตามมารุมเข้าหาแน่นอน

 

            ยูจัง หายดีแล้วใช่มั้ย ว่าแต่ล๊อกประตูทำ.. “ ดาที่เห็นฉันเดินเข้ามา ก็รีบวิ่งเข้ามาหาพร้อมกับถามเบา ๆ แต่ก่อนที่ดาจะถามจบก็มีเสียงโวยวายดังขึ้นที่ประตูห้องดังกล่าว

 

            โอ้ย….อย่าดันสิเห้ย   ประตูข้างหน้ามันล๊อก

            อ้ากบอกไอ้พวกข้างหลังถอยไปหน่อย ตัวฉันจะแบนแล้ว…. ”

            น้องนางฟ้าคนนั้นไปไหนแล้ววะ อยากรู้จักจัง ไอ้พวกข้างหน้าก็ไปต่อสิว้า จะหยุดทำไม เดี๋ยวน้องนางฟ้าเค้าก็บินหายไปหรอก ดันเว้ยดัน ไม่ไปต่อจะดันให้ตายอยู่เนี้ยแหละ

            นี่ พวกผู้ชายถอยไปให้หมดเดี๋ยวนี้นะ พวกเรากลุ่มแองจี้จะชวนน้องคนนั้นมาเข้ากลุ่ม ถอยไปสิยะ..........ด้ายยย ไม่ถอยใช่มั้ย........พวกเราดันมันเข้าไป เอ้าลุย~~~ “

            เรื่องอะไรเล่า แองจี้อแองเจ้ออะไรจะเป็นสาวถึกแบบนี้กัน อย่าทำร้ายภาพพจน์น้องเค้าด้วยการเอาไปเข้ากลุ่มพวกเธอนะ เอ้าพวกเรา มาปกป้องสิ่งสวยงามไม่ให้ถูกทำลายด้วยกันเถอะ ลุยเว้ยยยย

            แต่ก่อนที่จะเกิดสงครามขึ้นที่หน้าห้องการละคร เสียงของครูฝ่ายปกครองก็ดังขึ้นมาเสียก่อน ใครมาก่อเรื่องอยู่แถวนี้กันห๊ะ อ้อ….พวกนักเรียนเองหรอกเหรอ ลืมไปแล้วสินะว่าสถาบันแห่งนี้ใครคุม ดี….ดีมาก เดี๋ยวฉันคนนี้จะสอนพวกแกเองว่ากฎระเบียบสำหรับฝ่ายปกครองแล้วเนี้ย มันสะกดว่ายังไง

 

            จากนั้นก็มีเสียงวิ่งหนีตายดังขึ้นมาจากหน้าห้องซ้อมละคร ผ่านไปซักพักอยู่เหมือนกันกว่าความสงบจะกลับมาอีกครั้ง ดาทำสีหน้าตื่นตกใจ ซึ่งก็เหมือน ๆ กับทุกคนในห้องซ้อมละคร จากนั้นดาก็กระซิบกับฉันเบา ๆ

 

            ดารู้แล้วล่ะ ว่าทำไมยูจังต้องแต่งหน้าหลอกแบบนั้น ถ้าเป็นดา ดาคงทำยิ่งกว่านี้อีก น่ากลัวจังนะแบบนี้เนี้ยแต่พอดาพูนจบ ก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้นอีกครั้งพร้อมเสียงบ่น

 

            ใครมาล๊อกประตูไว้เนี้ย แล้วจะเข้าไปได้ยังไงกัน เปิดประตูให้ผมหน่อยสิคร้าบ ผมโจอี้คร้าบผม ถ้าไม่เปิดผมจะหนีไปงีบละนะคร้าบบบ

 

            เมื่อแน่ใจว่าไม่มีพวกที่คอยตามแล้ว ดาก็เปิดประตูให้โจอี้เข้ามา แล้วอธิบายทุกอย่างให้ฟัง พร้อมทั้งบอกถึงแผนการที่ฉันกับดาช่วยกันสร้างขึ้นมาเพื่อขอร้องให้โจอี้ช่วยยอมทำตามแผน

 

            ฮ่ะ ๆ ๆ น่าสนุกนี่น่า แต่ถ้าอยากให้ผมยอมทำตามแผน มันต้องมีข้อแลกเปลี่ยนด้วยนะครับ

 

            ถ้าไม่ลำบากเกินไป หรือไม่ใช่เรื่องที่น่ารังเกียจ พวกหนูคิดว่าทำได้แน่นอนค่ะ ว่าแต่ข้อแลกเปลี่ยนที่รุ่นพี่พูดถึงคืออะไรคะดาถามโจอี้ด้วยความสงสัย

 

            ไม่ลำบากหรือว่าน่าเกลียดหรอกน่า แค่ยูกิจังไปเดทกับผม 1 วันในเขตเมืองแค่นั้นเอง ไงล่ะ ไม่ยากใช่รึเปล่า

 

            ฉันพอได้ฟังก็เกิดอารมณ์หงุดหงิดขึ้นมาทันที และขณะที่กำลังจะปฏิเสธไปนั้นเอง ดาก็คว้ามือฉันไปจับไว้ พร้อมกับทำหน้าตาน่าสงสาร แถมยังทำปากขมุบขมิบว่า [ช่วยหน่อยนะ ยูจัง] ซะอีก ฉันถอนหายใจพร้อมกับหันไปบอกโจอี้

 

            ก็ได้ฉันจะไปเดทกับนาย พอใจรึยัง

 

            โจอี้ยิ้มออกมาเหมือนผู้ชนะ ซึ่งมันดูน่าหมั่นไส้มากในสายตาฉัน แล้วเขาก็ดึงมือฉันไปกุม พร้อมกับลากมาหากลุ่มนักเรียนการละครในห้อง ที่กำลังตาค้างจ้องมาทางฉัน คงเพราะจำได้ว่าฉันเป็นคน ๆ เดียวกับที่พึ่งเป็นข่าวไปนั้นเอง

 

            ทุก ๆ คนครับ วันนี้ช่างเป็นวันที่พิเศษมาก ๆ อะไรเช่นนี้ ทุกคนคงเคยเห็นเธอจากข่าวเมื่อวานแล้วใช่รึเปล่าครับ ผมจะบอกว่า น้องคนนี้ เออ…(น้องอะไรดีหว่า/พึมพำกับตัวเอง) อา….น้องแคทเทอรีน (ใช่ ๆ ตามนี้ไปก่อนก็แล้วกัน/พึมพำกับตัวเอง) น้องแคทเทอรีน เธอจะมาร่วมการแสดงกับเรา ในตำแหน่งนางเอกคู่กับผมครับ

 

            ทุกคนในห้องการซ้อมละครต่างก็เฮลั้นดีใจดันยกใหญ่ บางคนถึงกับลงไปคุกเข่าพร้อมกับตะโกนขึ้นเพดานห้องว่าได้ซ้อมจริง ๆ ซักทีแล้วเฟ้ยวู้วบางคนก็กระโดดกอดกัน ย้าฮู้ว......ได้แสดงร่วมกับน้องแคทเทอรีนด้วย คืออะไรจะขนาดนั้นเนี้ย จากนั้นโจอี้ก็พูดกับทุกคนอีกครั้ง

 

            ตามที่ผมบอกไปแล้วนะครับ ว่าน้องแคทเธอจะร่วมแสดงกับเรา เพราะฉะนั้น ในเวลาที่เหลือนี้ ผมขอให้ทุก ๆ คนตั้งใจซ้อมกันให้เต็มที่เลยนะครับ หากว่าใครแสดงออกมาได้ไม่ดี มันคงเป็นการทำให้เสื่อมเสียเกียรติ์นางแบบระดับโลก (?) อย่างน้องแคทแน่นอน ซึ่งผมคิดว่าคงไม่มีใครอยากให้เป็นแบบนั้น พวกเรามาพยายามกันให้เต็มที่เลยนะครับ

 

            โฮ้ว…..ผมจะพยายามสุดชีวิต เพื่อน้องแคทครับ

           ใครที่มันบังอาจขัดขวางการซ้อมละครของพวกเรา ฉันจะฆ่ามันให้หมดเลยค่ะ เพื่อรุ่นพี่โจอี้ และเพื่อคุณแคทเทอรีน ย้าห์ “ (เอิ่ม….หนูจ๋า  เก็บอาวุธก่อนเถอะนะ ฉันไม่ได้จะไปฆ่าใครหรอกนะคะ)

            เย้….ฆ่ามันให้หมด ย้าก…. “ (นี้ก็อีกคน เป็นอะไรกันไปหมดแล้วเนี้ย)

 

            " ทุกคนครับ แต่เป็นเรื่องที่น่าเสียดายอยู่นิดหน่อย ที่น้องแคทเค้าไม่สามารถมาซ้อมกับเราได้ตามปกติ เนื่องจากถูกต้นสังกัดสั่งห้ามไว้ แต่เธอจะไปซ้อมด้วยตัวเอง และซ้อมลับกับผมเท่านั้น ผมเชื่อว่าเรื่องแค่นี้ไม่สามารถทำให้ความพยายาม และความตั้งใจของเราน้อยลงไปหรอกใช่มั้ยครับ? "

 

            " Sir Yes Sir " ทุกคนตอบรับเป็นเสียงเดียวกันอย่างพร้อมเพรียง จากนั้นก็เริ่มซ้อมละครกันอย่างแข็งขันทันที

 

            ฮ่ะ ๆ ๆ สำเร็จไปตามแผนแล้วนะครับ [น้องแคท] (?) อย่าลืมเดทของเรานะครับ เอาไว้เดี๋ยวผมจะบอกนัดอีกทีก็แล้วกัน ที่รักของผมโจอี้หัวเราะ แล้วพูดย้ำทวงข้อแลกเปลี่ยนอีกครั้ง

 

            ฉันไม่ลืมหรอกน่า แล้วอย่าถือวิสาสะมาเปลี่ยนชื่อคนอื่น หรือว่าเรียกว่าที่รักจะได้มั้ย? “ ฉันพูดตอบไปแบบหงุดหงิดที่ถูกเรียกว่าที่รัก และถูกเปลี่ยนชื่อ (อีกครั้ง) ซึ่งโจอี้กลับหัวเราะขำแทนที่จะรู้สึกผิด จากนั้นดาก็เดินมาหาฉันอย่างยิ้ม ๆ พร้อมกับขอบคุณที่ช่วยเหลือดาและทุกคนให้สามารถซ้อมละครต่อไปได้ พอขอบคุณเสร็จเธอก็ยื่นของบางอย่างมาให้ฉัน

 

            นี่จ๊ะ บทของยูจัง เป็นตัวนางเอก ส่วนดาแสดงเป็นนางรองเพื่อนสนิทของนางเอก เหมือนเรื่องจริงเลยเนอะ เกี่ยวกับการซ้อมเอาไว้ค่อยไปซ้อมที่ห้องเราก็ได้ บทตอนไหนที่สำคัญเดี๋ยวรุ่นพี่โจอี้จะมาซ้อมด้วยอีกทีเอง ยูจังไหวรึเปล่าเอ๋ยดายื่นบทการละครมาให้ฉันหนึ่งปึกใหญ่ ๆ ซึ่งล้วนแต่เป็นบทพูดของตัวละครนางเอกทั้งหมด

 

            ฉันลองเปิดอ่านบทแบบผ่าน ๆ ไปซักพัก ก็คิดว่าไม่ยากเท่าไหร่ หากเทียบกับตอนสอบบรรจุตำแหน่งในสภาโลกยัง เรื่องที่ฉันอ่านและจำ มันยากกว่านี้ไม่รู้ตั้งกี่เท่า เลยตอบดาไปพร้อมรอยยิ้ม

 

            ไหวจ้า ถ้าเรื่องซ้อมมีดาช่วยด้วยล่ะก็ สบายเลยล่ะฉันตอบพลางมองทุกคนในห้องซ้อมที่เริ่มซ้อมการแสดงกันแล้ว ดาพอเห็นแบบนั้นก็รีบวิ่งไปซ้อมละครกับคนอื่น ๆ อย่างรวดเร็ว สำหรับฉันในช่วงแรก ๆ ของเรื่อง นางเอกจะยังไม่มีบทบาท ตอนนี้เลยได้แต่นั่งมองพวกเขาซ้อมละครกันอยู่เฉย ๆ

 

            เอ้า กินข้าวกับน้ำผลไม้นี่ก่อนสิ ดูจากเวลาแล้วยูกิจังคงยังไม่ได้ทานอะไรมาแน่เลยโจอี้เดินเข้ามาหาฉันพร้อมกับส่งข้าวกล่องและน้ำองุ่นมาให้

 

            ยูจัง

 

            หือ….ยูกิจังว่าไงนะ

 

            เรียกฉันว่ายูจังก็ได้ แล้วก็ขอบคุณนะที่เอาข้าวกับน้ำมาให้ นายกินข้าวเองเถอะ ฉันกินน้ำผลไม้ก็พอแล้วล่ะ

 

            อาห่ะ……แล้วยูจังคิดว่ายังไงล่ะตอนนี้ เริ่มสนใจที่จะคบกับฉันบ้างรึยัง สิทธิพิเศษเลยนะเนี้ย ผู้หญิงบางคนถึงกับจะฆ่ากันเพื่อให้ได้สิทธินี้เลยนะครับ

 

            ฉันฟังคำถามของโจอี้ด้วยอาการนิ่งเฉย พร้อมกับคิดในใจว่า (หมอนี้หลงตัวเองชะมัด) แต่ก็ดีเหมือนกันที่ถามตอนนี้ จะได้ตอบให้โจอี้ได้เข้าใจตามที่ได้คุยปรึกษากับรินไว้เสียที

 

            ไม่ดีกว่า ฉันไม่สนใจที่จะคบกับใครหรอกนะ ไม่ได้รู้สึกพิเศษอะไรกับนายด้วย เราเป็นแค่เพื่อนกันดีกว่ามั้ย? “ ฉันหันไปมองโจอี้ พรอ้มกับความรู้สึกกลัวอยู่ลึก ๆ ในใจ กลัวว่าเขาจะเสียใจ หรือว่าเศร้าใจที่ฉันตอบแบบนี้กับเขารึเปล่า คงไม่ร้องไห้ตรงนี้หรอกนะ แต่.........เปล่าเลยต่างหาก เพราะหมอนี่ดัน….

 

            ฮ่ะ ๆ ๆ ๆ ๆใช่เลย มันต้องแบบนี้สิ ผมถึงบอกยังไงล่ะว่ายูจังต่างจากคนอื่น แต่อย่าคิดนะว่าผมจะยอมแพ้แค่นี้ เกมของเรามันพึ่งเริ่มเท่านั้นนะครับ โจอี้หัวเราะขำ ๆ ทันทีที่ได้ยินฉันตอบ แววตาของเขาไม่มีความเศร้าเสียใจอยู่เลยซักนิด

 

            เฮ้อ… “ ฉันถอนหายใจออกมาต่อหน้าต่อตา ตกลงหมอนี่เป็นประเภทจอมตื้อสินะ คิดไม่ออกจริง ๆ ว่าผู้หญิงถ้าเจอคนแบบนี้แล้วเค้าจะทำยังไงกันต่อไป เอาเป็นว่าฉันเลิกใส่ใจดีกว่า อย่างน้อยก็ได้บอกไปแล้วล่ะ จากนั้นฉันก้มหน้าเริ่มท่องจำบทละครในมือ ซึ่งแน่นอนว่าใช้เวลาไม่นานก็จำได้หมดแล้วล่ะ (ใช้พรสวรรค์สมาธิเข้าช่วยอ่านไง อิอิ)

 

            จนเวลาผ่านไปเรื่อย ๆ มีเสียงดังเบา ๆ เหมือนนาฬิกาปลุกก็ดังขึ้นจากแหวน ทำให้ฉันรู้ว่าใกล้ถึงเวลาที่คุณไลท์นัดไว้แล้ว ฉันเลยขอตัวกับทุก ๆ คนเพื่อไปตามนัด ดาพยายามจะไปด้วย แต่ฉันก็อ้างว่าเป็นคำสั่งของผู้อำนวยการว่าให้ไปคนเดียว ดาเลยยอมไม่ตามฉันออกมา

 

            ตอนนี้ฉันรู้สึกเหมือนนินจาขึ้นมานิด ๆ แล้วล่ะสิ เพราะต้องวิ่งไปแอบตามมุมตึก หรือไม่ก็หลังต้นไม้ เพื่อที่จะหลบคนไม่ให้เห็นหน้าฉัน เริ่มอยากจะลงเรียนวิชานินจาเหมือนที่เคยเห็นแล้วแหะ ฉันลำบากอยู่นาน แต่ในที่สุดก็มาถึงตึกอำนวยการจนได้

 

            ขออนุญาตค่ะฉันเคาะประตูเบา ๆ แล้วส่งเสียงไป ซึ่งคุณไลท์ก็ตอบอนุญาตมาทันที ฉันเดินเข้ามาในห้อง แล้วนั่งลงตามคำเชิญ

 

            ได้ยินว่าเช้านี้เกือบจะเกิดเรื่องขึ้นเหรอครับคุณไลท์ถามฉันขึ้นมาขณะที่ฉันนั่งอยู่เก้าอี้หน้าโต๊ะทำงานของเขา

 

            อ้อ ค่ะ มีอุบัติเหตุนิดหน่อยที่โรงยิม ไม่เป็นอะไรมากหรอกค่ะ แค่หมดแรงจนเกือบไม่รอดเท่านั้นเองฉันตอบพร้อมกับสงสัยว่าคุณไลท์รู้เรื่องได้เร็วจัง

 

            ผมได้รับรายงานเรื่องที่เกิดขึ้นแล้วครับ และผมขอแจ้งคุณยูกิโกะไว้ก่อนเลยว่า ในเขตทวีปแอตแลตติสนี้ ต่อให้บาดเจ็บยังไงก็ไม่ตายหรอกครับ หรือต่อให้ตาย ใช้เวลาแค่แป็บเดียวก็ไปพื้นในห้องพักแล้ว หากว่ายังสวมแหวนที่ผมให้อยู่ล่ะก็นะ เพราะฉะนั้นสบายใจได้ครับ นี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดเหตุการณ์แบบนี้ และแน่นอนว่ามันไม่ใช่ครั้งสุดท้ายด้วยเช่นกัน

 

            ฉันฟังด้วยความสงสัย และลองถามคุณไลท์ออกไปทำได้ยังไงเหรอค่ะ เรื่องที่ตายแล้วฟื้น คือหากเอาเรื่องนี้ไปใช้กับเจ้าหน้าที่สภาโลก หนูว่ามันน่าจะดีกว่าการปล่อยให้เจ้าหน้าที่ต้องตายกันแบบนี้นะคะ แต่หากตอบไม่ได้ก็ไม่เป็นไรหรอกค่ะ หนูแค่ถามเฉย ๆ

 

            ไม่ใช่เรื่องปิดบังอะไรหรอกครับ แต่มันทำได้เฉพาะบนทวีปนี้เท่านั้น คุนไลท์วางเอกสารรายงานบนโต๊ะลง จากนั้นก็พูดกับฉันต่อ

 

            ผมว่าที่เรามาคุยกันวันนี้ ไม่น่าจะใช่เรื่องตายแล้วฟื้นนะครับ หรือหากคุณยูกิโกะอยากจะทราบจริง ๆ เดี๋ยวผมให้เอกสารเบื้องต้นประมาณ 3 ตู้ใหญ่ ๆ ไปอ่านเล่นก็แล้วกันคุณไลท์พูดขึ้นมาพร้อมกับมองฉันด้วยสายตาคาดหวังว่าฉันจะตอบรับ ฉันคิดว่ามันก็น่าสนอยู่หรอก

 

            แต่เดี๋ยวนะ เมื่อกี้ได้ยินว่า 3 ตู้ใหญ่ ๆ แถมนั้นแค่เบื้องต้น? เอาเป็นว่าฉันเปลี่ยนใจเป็นขอผ่านดีกว่า อีกอย่างที่น่ากลัวคือ สายตาของคุณไลท์นั้นแหละ ฉันว่าหากฉันยอมตกลงมันไม่จบแค่การอ่านให้หมดแน่นอนมะ….ไม่ดีกว่าค่ะ หนูมั่นใจว่าหากทางสถาบันยังทำไม่ได้ หนูคิดว่าตัวหนูเองก็ไม่ไหวหรอกค่ะ แหะ ๆ

 

            ว้า….น่าเสียดายนะครับ ผมนึกว่าจะมีคนคอยช่วยงานผมแล้วนะเนี้ย จะได้ขอให้คุณยูกิโกะทำสรุปให้ผมหน่อย เอกสารวิจัยทั้งหมดและเอกสารการพัฒนาเกี่ยวกับเรื่องฟื้นชีวิตมันกินพื้นที่ไป 4 ห้องแล้วด้วย ไม่สนใจจริง ๆ เหรอครับ

 

            นั้นยังไงล่ะ ว่าแล้วไม่มีผิด ฉันได้เรียนรู้แล้วว่าไม่ควรถามนอกเรื่องกับคุณไลท์เด็ดขาด ไม่ใช่ว่าจะโดนเค้าดุด่าอะไรหรอกนะ แต่ฉันมั่นใจว่าพอจบคำถาม ฉันจะโดนบวกงานเพิ่มแน่อนอนเลย

 

            ถ้าอย่างนั้น เรามาเข้าเรื่องกันดีกว่า เกี่ยวกับวิชาที่คุณอยากจะเรียน เบื้องต้นผมจะขอแนะนำให้ไปอ่านที่หอสมุดก่อนนะครับ แสดงแหวนประจำตัวแล้วเข้าไปในโซนที่ 4 หาหนังสือตามที่แหวนบอก ผมใส่ข้อมูลลงไปให้แล้ว เอาไว้วันพรุ่งนี้ค่อยไปก็ได้ครับ พออ่านจบลองมาแสดงให้ผมดูอีกที แต่สำหรับตอนนี้ผมอยากถามอะไรนิดหน่อยเสียก่อน

 

            เรื่องอะไรเหรอค่ะ? “

 

            คุณยูกิโกะคิดว่า หากเป็นร่างผู้ชาย คุณยูกิโกะจะสามารถสู้กับหุ่นอัศวินนั้นได้รึเปล่าครับ

 

            ฉันนิ่งคิดไปพักหนึ่ง ก่อนที่จะตอบว่าสบายค่ะ หากว่าฉันใช้ความสามารถเดิมเข้าสู้ ต่อให้เก่งกว่านั้นก็ไม่แตกต่างกันเท่าไหร่ แค่อาจใช้เวลามากกว่ากันนิดหน่อยเท่านั้น

 

            คุณไลท์ฟังคำตอบด้วยสายตาครุ่นคิดถ้าอย่างนั้นเราลองทดสอบกันดีรึเปล่าครับ ผมอยากทราบความสามารถของคุณในร่างผู้ชายอยู่เหมือนกัน เพื่อยืนยันอะไรนิดหน่อย แม้มันจะเป็นการจำลองร่างโดยใช้เครื่องสร้างภาพเสมือนก็เถอะ เอาเป็นพรุ่งนี้เช้าตอน 10.00 . ก็แล้วกันครับ เรื่องเรียนวิชาพื้นฐานผมคิดว่าไม่ค่อยสำคัญสำหรับคุณนัก เพราะความจริงคุณเรียนจบไปหมดแล้วตั้งแต่อดีต แล้วผมจะให้เลขาผมไปตามที่ห้องเรียนก็แล้วกันนะครับ

 

            ฉันตกลงตามนั้น เพราะเอาจริง ๆ ฉันก็อยากกลับไปเป็นผู้ชายมาตั้งแต่แรกอยู่แล้ว ถึงตอนนี้จะแค่ร่างจำลอง แต่ขอกลับไปเป็นผู้ชายบ้างก็ยังดี เผื่อว่าฉันจะมีข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อแก้ปัญหานี้ในอนาคต จากนั้นคุณไลท์ก็ถามฉันเกี่ยวกับเรื่องเอกสาร 3 ตู้ ว่าฉันไม่อยากลองอ่านจริง ๆ เหรอ? ซึ่งแน่นอนว่าฉันปฏิเสธด้วยการส่ายหัวจนคอแทบหัก

 

            ถ้าอย่างนั้น วันนี้ก็ไม่มีอะไรแล้วล่ะครับ เอาเป็นว่าเราจะเริ่มทุกอย่างในวันพรุ่งนี้ตามที่ตกลงกันไว้ก็แล้วกัน แต่หากว่าคุณยูกิโกะอยากช่วยงานผม ผมก็ยินดีนะครับ

 

            ฉันรีบกล่าวลาคุณไลท์ แล้วออกมาจากห้องทันที แต่พอมองดูเวลามันก็ยังไม่เลิกเรียน ขณะกำลังสับสนว่าจะไปที่ไหนดี ฉันก็เห็นโทยะเดินก้มหน้าอยู่ระหว่างทางเข้าพอดี

 

            ทะพี่โทยะ จะไปที่ไหนเหรอ หนูไปด้วย… ”

 

            น่าแปลกที่โทยะดูเศร้า ๆ ยังไงพิกล เขาหยุดรอฉันเดินเข้าไปหา แล้วเราก็เดินไปพร้อม ๆ กัน ระหว่างทางเจอคนมองอยู่หลายคน แต่ด้วยบรรยากาศรอบตัวของโทยะ ทำให้ไม่มีใครกล้าเข้ามาคุยกับฉันไปด้วย ก็ดีเหมือนกันนะ

 

            ยูจัง….. “ โทยะพูดด้วยเสียงเบา ๆ จนฉันเกือบไม่ได้ยิน

 

            หือ? เมื่อกี้พี่โทยะเรียกเหรอ… “

 

            ยูจังถูกผู้ชายจีบเหรอ….. “

 

            พี่รินเล่าให้ฟังด้วยเหรอ? อื่อ….หมอนั้นบอกว่าจะจีบให้ได้น่ะ แถมมาจูบมือหนูอีก ขนลุกยังไงก็ไม่รู้

 

            พอโทยะได้ยินฉันพูดแบบนั้น ก็หยุดเดินเอาดื้อ ๆ จนฉันออกอาการงงแล้วยูจังคิดว่าหมอนั้นเป็นยังไงบ้าง

 

            ก็น่ารำคาญนะ แต่ก็ตลกดี หน้าตาก็ดูดีเพราะเป็นพวกดาราด้วยแหละมั้ง แค่อึดอัดนิดหน่อยเวลาคุยด้วยเท่านั้นแหละ

 

            ตลก….หน้าตาดีอย่างนั้นเหรอ…. “ โทยะพึมพำแล้วยูจังคิดว่าฉันเป็นคนยังไงล่ะ

 

            พี่โทยะเหรอ เรารู้จักกันมาตั้งนานแล้วนี่น่า ก็เป็นคนเจ้าชู้ ขี้เล่น ตลก แต่ถ้าเป็นเรื่องที่จริงจัง พี่โทยะจะเป็นคนที่พึ่งพาได้เสมอ เป็นเพื่อนที่ดีคนหนึ่งเลยล่ะแล้วจู่ ๆ โทยะก็ทำหน้าเหมือนเจ็บปวดขึ้นมา

 

            พี่โทยะ……เป็นอะไรไปรึเปล่า ทำไมทำหน้าเหมือนจะร้องไห้แบบนั้นล่ะ มีอะไรเหรอ? “

 

            พอเถอะยูจัง….ฉันเจ็บมากนะที่ยูจังพูดแบบนี้ ฉัน….. “ โทยะก้มหน้าแล้วก็นิ่งเงียบไป ฉันรู้สึกว่ามันไม่ปกติแล้วโทยะคงต้องมีเรื่องอะไรซักอย่าง ฉันเลยดึงมือโทยะให้มานั่งที่ม้านั่งข้างทางเพื่อจะได้คุยกัน พอเราทั้งสองคนนั่งลงแล้ว ฉันตัดสินใจถามอีกครั้ง

 

            นายเป็นอะไรไปน่ะ โทยะ มีเรื่องอะไรอย่างนั้นเหรอ ฉันทำอะไรนายถึงบอกว่าเจ็บ? ไหนลองเล่ามาให้ฟังซิ

 

            แต่โทยะกลับไม่ตอบ เขาเอาแต่ก้มหน้านิ่งมองมือฉันที่กำลังกุมมือเขาอยู่

 

            โทยะ มีอะไรก็พูดมาสิ อย่าเอาแต่เงียบ แบบนี้ฉันจะเข้าใจรึเปล่า พูดออกมาสิฉันถามอีกครั้ง เพราะเริ่มหงุดหงิดขึ้นมาจากการเงียบของโทยะ

 

            ยูจัง เราอยู่ด้วยกันมาตั้งแต่เด็ก จริง ๆ แล้วถ้าจะว่าไป ยูจังเป็นคนที่รู้จักฉันมากที่สุด มากกว่าตัวฉันเองด้วยซ้ำ แต่พอยูจังกลายเป็นผู้หญิงแบบนี้ กลับมีคนอื่น ๆ มาชื่นชอบยูจังตั้งมากมาย ฉันคิดว่า.......ฉันควรจะออกไปจากชีวิตยูจังดีกว่า ให้อยู่ในฐานะเพื่อนแบบนี้ ฉันเจ็บนะ….. ” โทยะ พูดออกมาเบา ๆ สรุปแล้วหมอนี่จะไปจากฉันสินะ [ปึ้ด…] ฉันรู้สึกเหมือนกับเส้นอะไรซักอย่างที่ฉันฝืนอดทนมาตลอดมันขาดไปทันทีที่ฟังโทยะพูดจบ

 

            อย่างนั้นเองเหรอ นายคงเจ็บมากสินะ…… “ ฉันพูดขึ้นมาเบา ๆ โทยะหันหน้ามามองฉันพร้อมกับสีหน้าตื่นตกใจ แล้วฉันก็พูดไปต่อด้วยเสียงที่เบากว่าเดิมนาย........เห็นแก่ตัว…. “

 

            อะ….อะไรนะ เมื่อกี้……ยูจังพูดว่าอะไร?โทยะเริ่มพูดตะกุกตะกัก ทันที่ที่เห็นใบหน้าฉันตอนนี้

 

            ฉันบอกว่า........นายมันเห็นแก่ตัว……นายเจ็บอย่างงั้นเหรอ คงทรมานจนเกินจะทนมากเลยสินะ……แล้วนายเคยรู้มั้ยว่าฉันรู้สึกยังไงที่ต้องเป็นผู้หญิง รู้สึกยังไงที่ต้องจากพ่อแม่และน้องมาแบบนี้ รู้สึกยังไงที่ต้องมาวิ่งหนีเวลาโดนผู้ชายตามจีบ รู้สึกยังไงที่ต้องสูญเสียตัวตนของเอกราชไป ฉันพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่ดังขึ้นเรื่อย ๆ โทยะเองก็เริ่มหน้าเสียขึ้นทุกทีที่ฉันพูดออกไป

 

            ฉันรู้สึกเหมือนน้ำตามันไหลลงมา แต่ช่างเถอะ ฉันไม่สน ไม่อยากจะทนเก็บความรู้สึกอัดอั้นแบบนี้ไว้คนเดียวในใจอีกต่อไปแล้ว

 

            นายบอกว่านายเจ็บที่ฉันเป็นแบบนี้ แล้วนายเคยถามฉันมั้ยว่าฉันรู้สึกยังไง กลัวแค่ไหน ตลอดเวลาฉันต้องคอยปิดบังเรื่องของตัวเองไม่ให้คนรอบข้างรู้ ฉันต้องเปลี่ยนคำพูด ท่าทาง ชีวิตประจำวันทุกอย่างไป เพื่อที่จะไม่ให้ใครผิดสังเกต

 

            “ เดี๋ยวสิ....ยูจัง.....ดังไปแล้ว....หยุดร้องก่อนนะ..... โทยะยกมือห้ามไม่ให้ฉันพูดเสียงดัง ตอนนี้คนที่เดินผ่านไปผ่านมาต่างก็หยุดมองดูฉันที่ร้องไห้โวยวายกันหมด แต่ช่างมัน ไหน ๆ ก็พูดแล้ว ฉันขอพูดให้มันหมดไปเลยดีกว่า

 

            “ ทั้ง ๆ ที่ฉันเป็นแบบนี้ก็เพราะนาย แต่ยังไงฉันก็ไม่เคยคิดโทษนายเลยซักนิด แทนที่นายจะรับผิดชอบด้วยการคอยอยู่ข้าง ๆ ฉันเหมือนทุกวัน........นายกลับบอกว่าเจ็บ และจะไปอย่างงั้นเหรอฉันตะโกนออกมาพร้อมกับน้ำตาที่ไหล จนทำให้ภาพที่ฉันเห็นมันมัวไปหมด แต่ถึงอย่างนั้นฉันก็ไม่คิดจะหยุด

 

            นั้นสินะ ฉันคงหวังอะไรมากไป เอาเถอะ เมื่อก่อนฉันก็อยู่คนเดียวมาตลอด จะอยู่อีกครั้งก็ไม่ต่างกัน ใครมันจะไปเหมือนกับคุณโทมิยะ ผู้มีหญิงสาวมากมายมาคอยปลอบใจได้ล่ะ ฉันขอโทษนะที่ทำให้นายเจ็บ สบายใจเถอะ หลังจากนี้ฉันจะไม่ยุ่งกับนายอีกตามที่นายต้องการฉันเดินถอยหลังออกมาจากโทยะ และโน้มตัวลงโค้งคำนับชายที่กำจังจะกลายเป็นคนแปลกหน้า ลาก่อนค่ะ อาจารย์โทมิยะ ขอโทษที่หนูรบกวนและเสียมารยาทนะคะ

 

            ยูจัง เดี๋ยวก่อน อย่าพึ่งไป........ฉัน....

 

            แล้วฉันก็เดินออกจากจุดนั้นไปอย่างรวดเร็ว ถึงจะพยายามเช็ดน้ำตาที่ไหลให้มันหมด แต่ก็เหมือนจะไม่มีประโยชน์ ฉันตัดสินใจวิ่งกลับไปยังห้องพัก ล๊อกตัวเองอยู่ในห้อง จากนั้นก็นอนขดตัวอยู่บนเตียงและนิ่งอยู่แบบนั้น ด้วยความรู้สึกที่ฉันเองก็อธิบายไม่ถูก มันเหมือนกับถูกกรีดเข้าไปในหัวใจ หรือว่ายังไงก็ไม่รู้ แต่ที่แน่ ๆ คือทรมาน ไม่อยากให้เรื่องมันเป็นแบบนี้จริง ๆ แต่ยังไงมันก็เป็นไปแล้ว น้ำตานี้ก็ไม่หยุดซักที จะอะไรกันนักกันหนานะ

 

            ฉันนอนอยู่บนเตียงต่อไป ไม่อยากจะเจอใคร หรือว่าทำอะไรทั้งนั้น ถึงแม้ว่าดาจะมาเรียกฉันในตอนกลางคืน แต่ฉันก็ได้แต่ตอบรับและบอกไปว่าไม่สบายขอนอนพัก จากนั้นฉันก็นิ่งเงียบอยู่แบบนั้น ก่อนที่จะหลับไปอย่างไม่รู้ตัวพร้อมกับน้ำตาที่หยุดไหล

 

--------------------------------


สปอยตอนหน้า : นั้นเอกราชใช่รึเปล่านะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

183 ความคิดเห็น

  1. #103 เวนีล่า (@maysena) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2559 / 16:00
    ความแฟนตาซีมันหายไปไหนอ่าไรท์~~~~~~
    #103
    1
    • #103-1 CrossMelody (@CrossMelody) (จากตอนที่ 25)
      21 พฤษภาคม 2559 / 16:28
      มาแล้วคร้าบ ไม่หายไปไหนหรอกจ้า ^_^

      อ่านตอนใหม่ด้วยกันนะครับ

      ขอบคุณครับผมสำหรับคอมเม้น เย้ ๆ ๆ
      #103-1
  2. วันที่ 21 พฤษภาคม 2559 / 12:11
    อ่าาารอตอนหน้านะคะ
    #102
    0
  3. #100 owari45176 (@owari45176) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2559 / 09:34
    ไรท์เปลี่ยนบททำให้กลับมาคืนดีกันเดี๋ยวนี้ ตอนนี้ เวลานี้เลยด้วยเร็วๆๆๆๆเลยนะะะะะะ😠😠😠😠
    #100
    1
    • #100-1 CrossMelody (@CrossMelody) (จากตอนที่ 25)
      21 พฤษภาคม 2559 / 16:30
      อ๊ะ....เดี๋ยวสิครับ ให้งอลกันนาน ๆ หน่อย เดี๋ยวจะว่ายูจังใจอ่อนเกินไป หึหึหึ

      ลงตอนใหม่แล้วนะครับผม ^_^

      ขอบคุณสำหรับคอมเม้นนะคร้าบ เย้ ๆ ๆ
      #100-1
  4. #99 กัมจัง (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2559 / 09:18
    ไรท์แก่แต่งนิยายแบบรักหวานแหววตูไม่ว่า แล้วแกจะฉุดลงคราม่าทำ มายยยยยย ไรทททททททททท์
    #99
    1
    • #99-1 CrossMelody (@CrossMelody) (จากตอนที่ 25)
      21 พฤษภาคม 2559 / 16:31
      ดราม่า มาพร้อมกับเอกราชไงครับ อิอิ ล้อเล่น ๆ นาน ๆ ทีคร้าบ

      ตอนใหม่มาแล้วจ้า

      ขอบคุณสำหรับคอมเม้นนะคร้าบ เย้ ๆ ๆ
      #99-1
  5. #97 moth Zaa\' (@moth2015) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2559 / 08:47
    Vat is dat? ทัมไมถึงเป้นยังง้านนน
    #97
    1
    • #97-1 CrossMelody (@CrossMelody) (จากตอนที่ 25)
      21 พฤษภาคม 2559 / 16:32
      ให้เอกราชได้โชว์บ้างเนอะ อิอิ

      ขอบคุณสำหรับคอมเม้นนะครับผม เย้ ๆ ๆ ๆ
      #97-1
  6. วันที่ 21 พฤษภาคม 2559 / 07:31
    เอ้าเป็นงั้นไป555
    #96
    1
    • #96-1 CrossMelody (@CrossMelody) (จากตอนที่ 25)
      21 พฤษภาคม 2559 / 07:36
      เย้ ๆ ๆ ตื่นเช้าจังเลยครับ

      ไรท์กำลังคิดอยู่เลยว่าลงเช้าแบบนี้ รีดจะตื่นมาอ่านกันมั้ยน้า ^_^

      ขอบคุณครับผม ในทุก ๆ คอมเม้น และทุก ๆ กำลังใจที่มีให้กับไรท์คนนี้ เย้ ๆ ๆ

      ปล. อ่านจบแล้วเหรอครับ? อ่านเร็วมว้ากกกกกกเลยอะ
      #96-1