ลิขิตโลกา - One World

ตอนที่ 3 : เรื่องแปลก ๆ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 524
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    4 พ.ค. 59

บทที่ 3 เรื่องแปลก ๆ

 

                แสงแดดอ่อน ๆ พร้อมกับท้องฟ้าที่สดใส เบื้องบนนั้นเต็มไปด้วย ปุยเมฆลักษณะเหมือนกับขนมปุยฝ้ายที่ลอยละล่องปลิวไปตามสายลม รอบข้างผมตอนนี้ ต่างก็แว่วเสียงนกเสียงแมลงร้องขับขานเป็นบทเพลงแห่งธรรมชาติท่ามกลางผืนป่า ซึ่งเป็นสิ่งที่แสดงออกถึงความมีชีวิตชีวาและปกติสุขของเหล่าสรรพสัตว์

 

                ผมเอกราช หรือที่มีชื่อเล่นว่าเอก ตอนนี้ลืมตาขึ้นมามองสิ่งต่าง ๆ รอบ ๆ กาย ไม่ว่าจะเป็นสนามหญ้า พุ่มไม้ที่มีดอกไม้ป่าหลากหลายสายพันธุ์ ต้นไม้ขนาดใหญ่หลายคนโอบที่อยู่รอบตัว และผมก็พบว่า ผมกำลังนั่งพิงต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่งอยู่ ดู ๆ แล้วน่าจะเป็นต้นมะกอกของแถบยุโรป หรือที่เรียกว่าต้นโอลีฟน่ะแหละครับ ต้นโตขนาดแบบนี้น่าจะอายุซัก 300 ปีเป็นอย่างต่ำ

 

                งงกันรึเปล่าครับว่าผมอยู่ที่ไหน บอกตรง ๆ เลยว่าผมก็ไม่รู้เหมือนกัน จำได้ตอนสุดท้ายผมจะสลบไปในห้องพักของผม เจ้าโทยะ มันประคองผมนอนบนเตียง คล้าย ๆ ว่ามันจะเอายาแก้ปวดหัวจากอาการใช้สมาธิเร่งให้สมองทำงานเกินพิกัดมาให้ผมกิน แล้วผมก็สลบไป........อื่ม......แล้วไหงผมมาอยู่ที่นี่ได้ล่ะ ?

 

                เอาเถอะนะ ไม่ว่าที่นี่คือที่ไหนก็ตาม สิ่งหนึ่งที่ผมรู้สึกคือความสงบ ไม่มีความวุ่นวายของมนุษย์คนอื่น ๆ มาทำให้สถานที่แห่งนี้แปดเปื้อน รอบกายของผมเต็มไปด้วยความบริสุทธิ์ของธรรมชาติ ถึงแม้จะมีไอ้มนุษย์อย่างผมมาโผล่ที่นี่แบบแปลก ๆ ก็ตาม ผมก็ไม่อยากให้อะไรเปลี่ยนแปลงไปจากตอนนี้หรอกครับ ขอดื่มด่ำกับภาพและบรรยากาศขณะนี้ให้เต็มที่เสียก่อนก็แล้วกัน เพราะโลกจริงที่ผมอยู่นั้น สถานที่ที่เต็มไปด้วยพลังชีวิตแห่งธรรมชาติแบบนี้มันไม่มีอีกแล้วน่ะสิ ขอนั่งแบบนี้ไปนาน ๆ เท่าที่จะทำได้ดีกว่า

 

                อื่ม.......เฉื่อยกว่าที่คิดนะเจ้าน่ะ...... เสียง ๆ หนึ่งดังขึ้นมา ผมจำแนกไม่ได้ว่ามันดังมาจากทางไหน และบอกไม่ได้ว่าเป็นเสียงผู้หญิงหรือผู้ชาย เพราะเสียงพูดนี้มันเป็นเสียงรวมของหลาย ๆ เสียงที่พูดประโยคเดียวกันขึ้นมา คิ้วของผมย่นลงเล็กน้อย เพราะรู้ว่าคงหมดเวลาที่ผมจะนั่งอยู่กับความสงบแล้ว

 

                ไม่ถามข้าซักหน่อยหรือ ว่าที่นี่คือที่ไหน และข้าเป็นใคร หรือเพราะเหตุใดเจ้าถึงมาที่นี่ได้ เสียงนั้นถามผม

 

                ที่นี่......ถ้าจะให้ผมเดา ก็คงเป็น Garden of Eden มั้งครับ? หรือถ้าไม่ใช่ผมก็ไม่สนใจหรอกว่ามันคือที่ไหน เพราะตอนนี้ผมพอใจที่ได้มาอยู่ในสถานที่นี่แล้วล่ะ ผมลองตอบแบบส่ง ๆ และมั่ว ๆ ไปตามที่เคยได้เรียนในตำรามา

 

                “ เดาไปได้ไกลมากนะมนุษย์.....ไม่ใช่หรอก ที่นี่ก็แค่ป่าในอดีต ก่อนที่เผ่าพันธุ์มนุษย์เช่นเจ้าจะเริ่มทำลายมันต่างหาก

 

                ผมมองไปรอบ ๆ พร้อมกับเกิดความคิดว่าน่าเสียดายจริง ๆ เหตุใดนะที่บรรพบุรุษของมนุษย์ถึงต้องทำลายสิ่งที่เปรียบได้ดังสรวงสวรรค์นี้ด้วย...........เพียงแค่เพราะเงินอย่างนั้นหรือ แล้วไงล่ะ สุดท้ายก็ตายกันเกือบยกโลก

               

                “ เฮ้อ........น่าเศร้ากับการกระทำของบรรพบุรุษพวกผมจริง ว่าแต่คุณเป็นวิญญาณหาที่อยู่รึเปล่า ผมไม่ใช่เคนจิตสัมผัสอะไรหรอกนะ และถ้าจะให้ผมเลี้ยงตุ๊กตาลูกเทพอะไรนั้นก็ไปคุยกับคนอื่นเถอะครับ ผมเลี้ยงไม่ไหวอะ

 

                “หึ หึ ........อารมณ์ขันและมองโลกในแง่บวกดีนะเจ้าเนี้ย ข้าเป็นใครนั้นยังไม่ต้องรู้หรอก ที่ข้ามาเพื่อจะบอกเจ้าว่า มันได้เวลาแล้วต่างหาก เรื่องที่เกิดขึ้นกับเจ้าถือเป็นเรื่องดีนะ ข้าอยากให้เจ้ามีความยินดีในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ ถึงมันจะผิดแผนที่ข้าวางไว้ก็ตาม

 

                “ อารมณ์ขันน่ะผมยอมรับนะ แต่มองโลกในแง่ดีเนี้ยผมขอปฏิเสธดีกว่า  ว่าแต่ คุณกำลังพูดถึงเรื่องอะไรอยู่ล่ะ ผมไม่เข้าใจ


                ถ้าข้าจำไม่ผิด ความฝันสุดท้ายของเจ้าคือการได้ใกล้ชิดกับเพศตรงข้ามสินะ ข้าคิดว่าเรื่องนี่เจ้าน่าจะพอใจ เพราะจากนี้ไปเจ้าได้ไกลชิดกับหญิงสาว ผู้สวยงามตลอดเวลาแน่นอน ข้า Confirm ถึงข้าจะไม่ใช่หมอดูคนนั้นก็เถอะ

 

                    พอได้ยินแบบนั้นแล้ว ผมเกิดอาการอายขึ้นมาทันที เพราะฝันที่ผ่านมาคือการได้เที่ยวแบบแนบเนื้อใกล้ชิดกับเหล่านางแบบสวย ๆ ทั้งกองถ่ายในทะเล มันไม่มีทางเกิดขึ้นจริง ๆ หรอกครับ ไม่ใช่ว่าผมหน้าตาห่วยอะไรหรอกนะ แต่พอผมอยู่ใกล้ ๆ ผู้หญิงสวยทีไร หัวมันจะขาวโพลนไปหมด  เกิดอาการประหม่าจนทำอะไรไม่ถูก พูดตรง ๆ คือผมแพ้ผู้หญิงสวยอะ ตอนเรียนมหาวิทยาลัยผมมีแฟนตั้ง 37 คนนะ ฟังดูดีมั้ยครับ เวลา 4 ปี มีแฟน 37 คน แต่ขอโทษเถอะอย่าพึ่งอิจฉา แต่ละคนคบได้ไม่ถึง 3 วันก็ต้องเลิกไป เพราะไอ้อาการแพ้ผู้หญิงของผมเนี้ยแหละ จนกระทั่งตอนนี้ผมอายุ 25 ปีแล้ว ก็ยังไม่เคย.......ซักที เป็นไงล่ะฟังแบบนี้อิจฉาผมมั้ย? ในความฝันที่ทะเลนั้น มันก็เป็นฝันที่ดีจริง ๆ แหละ ผมไม่มีอาการแพ้ผู้หญิงเลย แต่เอ........

 

                    ทำไมคุณถึงรู้ความฝันผมได้ล่ะ แล้วมันเกี่ยวอะไรกับเรื่องที่คุณบอกผม ผมถามออกมาด้วยความสงสัย ถึงจะไม่รู้ว่าตอนนี้ผมกำลังคุยอยู่กับใครก็เถอะ

 

                    “ มันผิดพลาดนิดหน่อยนะ ข้าก็นึกว่าเจ้าจะชอบแนวโลลิเหมือนข้า แต่คงไม่เป็นไรนะ หยวน ๆ เอาก็แล้วกัน ส่วนเรื่องที่เจ้าถามมา ข้า.....ขี้เกียจอธิบาย ยังไงเจ้าก็จะเข้าใจเองแหละว่าข้าหมายถึงอะไร บอกตอนนี้เจ้าคงไม่เห็นภาพ เสียงลึกลับตอบกลับมา ทำให้ผมงงเข้าไปใหญ่

 

                    แต่ก่อนที่ผมจะได้ถามอะไรต่อไป จู่ ๆ ภาพรอบกายก็เลือนหายไปกลายเป็นหมอกควันสีเทา ๆ แต่ถึงอย่างนั้น ท่ามกลางหมอกควัน ผมมองเห็นเงาของนกตัวหนึ่งที่กำลังค่อย ๆ บินมาหาผม พร้อม ๆ กับเสียงหนึ่งที่ดังขึ้นในหัว

 

                    ข้ากำลังตามหาเจ้า.............เจ้าอยู่แห่งไหนกันนะ......

 

---------------------------------

 

                    “ ปู้ด.....ป๊าดดดด........แผละ ๆ ๆ ๆ !!! ” เสียงดังขึ้นจากกระเป๋ากางเกงฟุตบอลด้านหลัง มันเป็นกางเกงที่ผมใส่นอนประจำ ฟังดูแล้วน่าสยองรึเปล่าครับ จริง ๆ แล้วมันเป็นเสียงนาฬิกาปลุกของโทรศัพท์มือถือที่ผมตั้งไว้เองแหละ อย่าคิดไปไกล

 

                    ผมคว้าโทรศัพท์มือถือออกมาจากกระเป๋ากางเกง แล้วกดปิดเสียงปลุก ตอนนี้เวลา 08:15 น. สายนิด ๆ แหะ แสดงว่าโทรศัพท์ผมมันปลุกมา 4 รอบแล้วสินะ ตื่นเอารอบที่ 5 เหอะ ๆ ก็ยังดีกว่ารอบที่ 10 แหละนะ

 

                    จู่ ๆ หัวผมก็ปวดขึ้นมาอีกซะอย่างงั้น อาการเมื่อวานยังไม่ดีขึ้นสินะ ครั้งนี้เหมือนจะหนักไปหน่อย แต่เพราะอีกฝ่ายมันฆ่าคนตายนี่น่า จะว่าไปมอง ๆ ดูก็ไม่เห็นศพของนักวิจัยคนนั้นแล้วแหะ โทยะ มันเรียกเจ้าหน้าที่ตั้งแต่เมื่อคืนแล้วมั้ง

 

                    ผมลุกขึ้นจากที่นอนมาปัดเตียงพับผ้าห่มเรียบร้อย จากนั้นก็เดินออกห้องนอนมาเห็นโทยะ นอนอยู่ที่โซฟา หัวกำลังเอียงตกหมอนอยู่ เป็นที่มั่นใจได้เลยว่าตื่นนอนแล้วมันต้องคอเคล็ดแน่นอน

 

                    เห้ย...โทยะ เอ็งนอนตกหมอนอยู่เว้ย.. ผมตะโกนบอกโทยะเสียงดัง หวังให้มันนอนเหมือนชาวบ้านเค้าบ้าง

 

                    อื่อ..........อย่าเผือก.......คนกำลังนอน ครอกฟี้.........

 

                    เอาเป็นว่า คอที่จะปวดมันไม่ใช่คอผมก็แล้วกัน ผมเดินไปเข้าห้องน้ำเพื่อล้างหน้าแปลงฟันตามปกติ แต่พอผมเดินผ่านกระจกห้องน้ำ หางตาผมแลเห็นคนเดินผ่านในกระจก ปกติแล้วมันก็ไม่แปลกอะไรหรอกครับ ถ้าครั้งนี้มันไม่ใช่เด็กผู้หญิงผมยาวแต่งตัวเหมือน ๆ กับผมเดินผ่านไปพร้อมกัน

 

                    ผมหยุดเดินทันที ตาสว่างโดยไม่ต้องล้างหน้า ( แต่ปากยังเหม็นเพราะยังไม่ได้แปรงฟัน ) สะบัดหัวเบา ๆ เพื่อตั้งสติ แล้วค่อย ๆ เดินถอยหลังมาหน้ากระจก ภาพที่ผมเห็นคือ ตัวผมเองในสภาพหัวกระเซิงแบบเด็กแนวที่มีสไตล์การจัดทรงผมสุดฮิปสเตอร์ ( ทรงตื่นนอนนั้นแหละครับ อย่าไปฟังเอกมันโม้มาก : ไรเตอร์เองจ๊ะ )

 

                    ก็ปกติ.....ในกระจกยังคงเป็นตัวผม แล้วเด็กผู้หญิงเมื่อกี้......ผมตาฝาดสินะ เอ.......เหมือนก่อนผมตื่นผมจะฝันอะไรรึเปล่านะ จำไม่ได้ซะด้วย จำได้แค่ฝันของเมื่อวานอะ ทะเล นางแบบ โอ้ว.....ขอฝันแบบนั้นอีกทีได้ป่ะ

 

                    คิดไปไกลละ ผมเดินเข้าห้องน้ำต่อ เพื่ออาบน้ำแต่งตัวตามปกติ พอเสร็จแล้วก็ออกมาด้วยชุดเดิมนั้นแหละ ไอ้โทยะมันยังนอนท่าเดิม ปลุกมันดีกว่า เพราะนี่ก็สายแล้วด้วย

 

                    เห้ย โทยะ.....ตื่นได้แล้วเว้ย....นอนเอาโล่ห์หรือไงฟะ ผมปลุกเพื่อนรักอย่างนุ่มนวล ด้วยการเอาเท้าเขี่ย ๆ

 

                    อื่อ........ตื่นแย้วววววว  โอ้ย....ทำไมปวดคอแบบนี้เนี้ย โทยะ ลุกขึ้นมา และทำท่าพยายามจะเอียงคอไปอีกด้านอย่างทรมาน

 

                    ก็เอ็งนอนตกหมอนซะแบบนั้น ตะโกนเรียกแล้วก็ไม่ยอมตื่นนี่หว่า

 

                    จู่ ๆ โทยะก็ค่อย ๆ หันมามองผมที่ยืนอยู่ข้าง ๆ จากนั้นมันก็ทำตาโตเท่าไข่ห่าน แล้วกระโดดเข้าแท๊คเอวผมแบบนักอเมริกันฟุตบอลจนล้มไปด้วยกัน เห้ย.......ทำอะไรฟะโทยะ ตอนนี้โทยะกำลังทับตัวผมอยู่ด้านบน พร้อมกับทำสายตาในแบบที่มันมักจะทำเวลาเจอผู้หญิงสวย ๆ เดินผ่าน หรือเวลาที่มันอยู่กับกิ๊กจำนวนนับไม่ถ้วนของมันเอง

 

                    หนูเป็นใครครับ แล้วแต่งตัวแบบนี้มาปลุกพี่ตอนเช้า หนูคงไม่คิดว่าพี่จะทนไหวหรอกนะครับโทยะพูดขึ้นมาเสียงเบา ๆ พร้อมกับรอยยิ้มกับสายตาเยิ้ม ๆ บนใบหน้าที่ค่อย ๆ ใกล้เข้ามาหาผมเรื่อย ๆ

 

                    เดี๋ยว ๆ เห้ย....ไอ้โทยะ เป็นอะไรฟะ.......เราผู้ชายด้วยกันนะเว้ย

 

-----------------------------------

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

183 ความคิดเห็น

  1. #38 owari45176 (@owari45176) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2559 / 18:35
    ไปอาบน้ำ ยังไม่รู้ตัวอีกเหรอๆๆพระเอกเรา😅😅😅
    #38
    1
    • #38-1 ไรท์เตอร์เองคร้าบ (จากตอนที่ 3)
      12 พฤษภาคม 2559 / 21:52
      ตอนอาบน้ำแค่เห็นผ่านกระจกแว็บ ๆ ครับผม ^_^



      ขอบคุณสำหรับคอมเม้นนะครับ เย้ ๆ
      #38-1