ลิขิตโลกา - One World

ตอนที่ 33 : เวลาที่แตกต่าง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 171
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    30 พ.ค. 59


 

บทที่ 33 เวลาที่แตกต่าง

 

สถานที่แห่งหนึ่งภายในทวีปอเมริกา

 

            ท่ามกลางตึกขนาดสูงใหญ่ซึ่งมีจำนวนมากมายภายในเมือง มีอาคารแห่งหนึ่งตั้งอยู่กลางลานกว้างกลางเมือง ในกลางสถานที่แห่งนี้มีบ้านลักษณะธรรมดา ๆ อยู่หนึ่งหลังที่ถูกล้อมรอบไปด้วยป่าไม้นานาพรรณ แสดงให้เห็นถึงฐานะอันพิเศษของผู้เป็นเจ้าของ ยังไม่นับถึงเหล่าพนักงานรักษาความปลอดภัยจำนวนมากที่รายล้อมอยู่ทุก ๆ จุดรอบอาณาเขตของบ้านและป่า

 

            หลงเซียงหยู หนึ่งในจอมพลขององค์กรเงา กำลังยืนก้มหน้านิ่งอยู่ริมพนังห้อง พร้อม ๆ กับมอล ผู้มีฐานะเป็นจอมพลเช่นเดียวกัน เขาทั้งสองคนไม่กล้าแม้แต่จะพูดจา ด้วยเกรงว่าจะสร้างความรู้สึกรำคาญแก่ชายคนหนึ่งซึ่งนั่งหันหลังให้ในตอนนี้

 

            ข่าวที่ผมให้พวกคุณไปสืบ ยังไม่ได้อะไรคืบหน้าเลยอย่างนั้นหรือชายคนเดียวที่นั่งหันหลังเอ่ยปากถามทั้งสอง

 

            ขออภัยด้วยครับท่านอสูรเงา พวกผมและเหล่าหัวหน้าหน่วยไม่สามารถสืบหาได้เลยว่าตอนนี้นังเด็กนั้นอยู่ที่ไหน ล่าสุดทางเราสืบได้เพียงแค่ว่ารูปที่แสดงในงานแฟชั่นคือรูปของนังเด็กนั้นไม่ผิดแน่นอนครับมอลก้มหน้าตอบ

 

            เรื่องรูป ผมสามารถยืนยันได้ครับ เพราะตอนที่ผมตามสืบในครั้งแรก เธอแต่งตัวแบบนั้นออกมาจากร้านเสื้อผ้าจริง ๆ แต่น่าเสียดาย.....หากว่าตอนนั้นผมได้รับคำสั่งให้จับตัวก็คงไม่เสียเวลาเปล่าไปเช่นนี้หลงเซียงหยูพูดขึ้นทันทีหลังจากที่ชายข้างกายพูดจบ

 

            เอาเถอะ.....ผมคิดว่าตอนนี้เด็กคนนั้นน่าจะอยู่ภายใต้ความคุ้มครองของเจ้าผู้นำโลกนั้นแล้ว พวกคุณเปลี่ยนเป้าหมายเป็นคนใกล้ตัวก็แล้วกัน จับตัวเอาไว้ เพื่อดึงให้เด็กนั้นเผยตัวออกมาเองทีหลัง ผมหวังว่างานมันคงไม่ยากเกินไปสำหรับคนที่อยู่ในตำแหน่งจอมพลทั้ง 2 คนหรอกนะครับ

 

            “ครับท่าน ผมจะทำหน้าที่นี้ให้สำเร็จแน่นอนครับมอลและหลงเซียงหยูตอบรับพร้อมกัน

 

            เอาล่ะ พอแค่นี้ พวกคุณออกไปได้แล้ว

 

            จอมพลแห่งองค์กรเงาทั้งสองรับคำและเดินออกจากห้องไปด้วยอาการสำรวม กระทั่งประตูได้ปิดลง ชายผู้มีตำแหน่งสูงสุดขององค์กรเงาก็ลุกขึ้นยืนแล้วหันหน้าไปทางมุมห้องมุมหนึ่ง ในจุดนั้นมีกลุ่มละอองสีดำรูปร่างประหลาด ๆ ลอยอยู่ ซึ่งหากไม่สังเกตดี ๆ ก็คงไม่สามารถมองเห็นได้ เพราะมันกลืนกินไปกับเงาภายในห้อง

 

            เป็นไปตามที่เจ้าบอกทุกอย่าง แต่จนแล้วจนรอด เจ้าก็จะไม่แสดงตัวตนออกมาเลยรึยังไง [เงาโลกา]”

 

            “หึหึหึ ข้าเป็นเพียงแค่เงา จะให้แสดงตัวตนออกมาได้เช่นไรกันเล่าท่านอสูร แต่จงอย่ากังวลเลย เป้าหมายของท่านที่จะล้มล้างอำนาจของผู้นำโลก และนำพลังของมันมาเป็นของท่านคืบหน้าไปไกลแล้ว อีกไม่นาน เพียงแค่ทำตามแผนที่ท่านวางไว้ ข้ารับรองว่าทั้งอำนาจและพลังที่ท่านมุ่งหวัง มันจะกลายเป็นของท่านแน่นอน

 

            “เหอะ.......เป็นเพียงแค่เงาอย่างนั้นหรือ เจ้าคิดว่าข้าจะเชื่อคำพูดของเจ้ารึยังไง อย่าคิดว่าข้าไม่รู้ว่าเจ้าแอบหลบอยู่ในมิติทับซ้อนคอยออกมาชักจูงผู้คนด้วยคำพูด และข้าไม่ใช่สมุนของเจ้า......เจ้าต่างหากที่ข้ายืมมาใช้ประโยชน์ จงทำตามคำสั่งของข้าออกมาปรากฏกายเดี๋ยวนี้

 

            “ฮ่า ๆ ๆ ๆ ท่านอสูร ข้ายินยอมรับฟังคำสั่งของท่านแน่นอนอยู่แล้ว แต่ในครั้งนี้ข้าเกรงว่าข้ามิอาจทำตามได้ ความสามารถของข้ายังไม่แกร่งกล้าพอที่จะทำตามคำสั่งนั้น ใจเย็นเถิด......หากเวลานั้นมาถึง ท่านได้มองเห็นตัวตนของข้าอย่างแน่นอน เพียงแค่อย่าเสียดายกับค่าตอบแทนที่ท่านต้องจ่ายก็แล้วกัน ฮ่า ๆ ๆ ๆ ๆ

 

            สิ้นเสียงพูดกระซิบของเงา ละอองสีดำนั้นก็สลายจางไปจนเหลือเพียงเงาปกติตามที่มันควรจะเป็น ชายผู้เป็นอสูรเงามีสีหน้าหงุดหงิดกับคำพูดนั้น จนเกิดไอสีเทาลอยออกมาจากร่างกายและรวมกันที่เบื้องหลังของเขากลายเป็นรูปของหัวกะโหลกขนาดใหญ่ แต่เขาก็สะบัดมือเพียงครั้งเดียวไอสีเทานั้นก็หายไปทันที

 

            (หึ.......ซักวันหนึ่งเถอะ พลังของเจ้าก็จะเป็นของข้าเช่นกัน และข้าจะยืนอยู่เหนือทุกชีวิตบนโลกใบนี้ ข้าจะเป็นผู้บงการการกระทำของทุก ๆ อย่างบนโลก ไม่เว้นแม้กระทั่งเจ้า......เงาโลกา) เขาคิดขึ้นมาในใจ พร้อมกับเดินออกจากห้องไปเพื่อดำเนินการจับตัวเด็กหญิงคนหนึ่ง คนที่ชื่อ อาเคมิ  ยูกิโกะ

 

---------------------------------------------

 

          โอ้ว......แม่หญิงผู้งามเลิศ ข้าองค์ชายลำดับที่ 12 แห่งอาณาจักรเวียนก้าขอเชิญท่านเต้นรำกับข้าซักเพลงได้หรือไม่

 

          “หามิได้เพคะ ท่านองค์ชาย ข้านั้นมิได้มีเกียรติอันเหมาะสมใด ๆ เลยที่จะอาจเอื้อมไปเคียงข้างท่านได้ในงานนี้ เหตุใดท่านจึงไม่มองหาสตรีผู้สูงศักดิ์อื่น ๆ ภายในงานเล่าเพคะ

 

          “หญิงอื่นใดจะเทียบเท่ากับแม่หญิงได้เล่า โปรดเต้นรำกับข้าด้วยเถิด เพื่อให้ราตรีนี้เป็นความทรงจำอันเปี่ยมสุขสำหรับข้าตลอดไป

 

          “เพคะ เพียงแต่หม่อมฉันคงเต้นรำนานไปไม่ได้ ต้องขออภัยไว้ก่อนด้วยนะเพคะ

 

            “จากนี้ก็จะมีผู้หญิงในงานเข้ามาพัวพันกับองค์ชายสินะคะพี่โจอี้ แล้วยูจังผู้เป็นหญิงสาวปริศนาก็จะเดินหลบออกไปจากงานในทันที ข้ามไปถึงตอนนั้นเลยค่ะดาพูดขึ้นมาพร้อมกับอ่านบทไปด้วย

 

            ช้าก่อนแม่หญิงผู้งามเลิศ ได้โปรดอย่าจากไปพร้อมกับหัวใจที่ถวิลหาของข้าเช่นนี้ ข้าขอทราบนามของเจ้าจะได้หรือไม่......แม่หญิง......ช้าก่อนโจอี้อ่านบทพร้อม ๆ กับออกท่าทางเหมือนกับจะขาดใจตายอยู่ตรงนั้น

 

            ขออภัยเพคะองค์ชาย หม่อมฉันมีความจำเป็นที่ไม่อาจบอกท่านได้ จำต้องขอทูลลาไปเสียก่อน หากบุญวาสนาของกระหม่อมมีจริง เราคงได้พบเจอกันอีกครั้งแน่นอนเพคะ

 

            ฉันรีบเดินถอยห่างออกมาจากโจอี้ พร้อม ๆ กับแกะเชือกทำปลอกดาบตกหล่นอยู่บนพื้น จากนั้นก็ถือดาบเปล่าวิ่งหายไปทันที

 

            โถ่.....แม่หญิง เหตุใดต้องจากไปพร้อมกับความรักของข้าเช่นนี้ หรือท่านต้องการพิสูจน์ถึงรักแท้ของข้ากันนะ ปลอกดาบหรือ ข้าจะต้องตามหาท่านให้จงได้ รอข้าก่อนเถิดแม่หญิงผู้เป็นดวงใจของข้า

 

            แปะ ๆ ๆ ๆ ๆ เสียงปรงมือจากดาดังขึ้นมาทันทีที่โจอี้พูดจบประโยค ฉันเดินไปนั่งข้าง ๆ ดาด้วยความเหนื่อยล้า เฉพาะบทเต้นรำนี่ฉันต้องซ้อมแบบนี้เป็นรอบที่เท่าไหร่แล้วนะ 25 หรือว่า 29 แล้วเนี้ย มากซะจนจำไม่ได้แล้ว ไอ้ซ้อมบทพูดมันไม่เท่าไหร่หรอกค่ะ แต่มันต้องเต้นรำไปด้วยเนี้ยสิ......ถ้าคืนนี้ฉันจะละเมอลุกขึ้นมาเต้นรำตอนกลางคืนก็คงไม่ใช่เรื่องแปลกแล้วล่ะ

 

            ยูจังเก่งมากนะครับ ทั้งเรื่องเต้นรำ ทั้งการสื่ออารมณ์ของตัวละคร นี่ถ้ายูจังสนใจเป็นนักแสดงล่ะก็ ไปได้ไกลแน่นอนครับ เก่งกว่าพวกมืออาชีพบางคนเสียอีก แบบนี้สิถึงจะเป็นคนที่ผมรักโจอี้เดินมานั่งอยู่ข้าง ๆ ฉันพร้อมกับพูดชม (แต่ตอนท้ายเหมือนจะไม่ใช่คำชมนี่น่า)

 

            ไม่เอาอะ ฉันไม่ชอบทำตัวเด่นขนาดนั้นหรอกนะ นี่ถ้าไม่ใช่เพราะต้องช่วยดาในเรื่องการแสดง ฉันคงเลือกเรียนวิชาอื่นไปแล้วล่ะ

 

            “ขอบคุณนะจ๊ะ ยูจัง นี้ถ้าไม่ได้ยูจังมาแสดงด้วย ดาคงไม่ผ่านวิชานี้แน่เลย แต่พอดามาเห็นยูจังแสดงแบบนี้แล้ว ดาก็เข้าใจเลยนะว่าทำไมรุ่นพี่โจอี้ถึงไม่เลือกพวกคนที่มาคัดเลือกตัวในครั้งก่อน ดู ๆ แล้วมันยากจริง ๆ แหละที่จะแสดงอารมณ์ตามบทในช่วงหลัง ๆ ของเรื่องออกมาได้เหมือนยูจังแบบนี้

 

            “ใช่มั้ยล่ะครับ.....ที่ผมไม่ยอมเลือกใครมันไม่ใช่ว่าผมเรื่องมากอะไรหรอกนะครับ แต่บทละครตัวนางเอกเนี้ย ไม่ใช่ว่าหน้าตาดีก็จะแสดงได้หรอกนะ นักแสดงต้องมีความอ่อนไหวและน่ารักของหญิงสาว แถมต้องมีความเข้มแข็งและดุดันในแบบผู้ชายด้วย จะให้หาคนที่มีเอกลักษณ์เข้ากับตัวละครได้ดีมันไม่ง่ายเลยซักนิด นี่ถ้าเวลายังมี ผมคิดว่าจะซ้อมบทกับยูจังต่ออีกนิดนะเนี้ย

 

            “อ๊ะ......จริงสิ ได้เวลาที่ฉันต้องไปเรียนที่หอสมุดแล้วนี่น่า ดาเอาของที่ฉันฝากซื้อมาด้วยรึเปล่าจ๊ะ เดี๋ยวฉันต้องรีบไปล้างหน้าแอบเข้าไปเรียนในหอสมุดก่อนที่จะมีคนเห็นแล้วล่ะ

 

            “อ่ะนี่.......ดาซื้อมาให้ตั้งแต่เที่ยงแล้วล่ะ ว่าแต่....ยูจังไม่กลัวเลยเหรอ หอสมุดน่ากลัวจะตายไปนะ

 

            “ยูจังจะไปหอสมุดเหรอครับ ถ้าอย่างนั้นผมไปอ่านหนังสือเป็นเพื่อนด้วยดีมั้ยเอ๋ย ยูจังจะได้ไม่กลัวอะไรที่ดาเคยเล่าให้ฟังไง มีผมไปด้วยไม่น่าเบื่อหรอกนะครับ

           

            ฉันรับถุงกระดาษมาจากดา แล้วรีบบอกปฏิเสธโจอี้ไปทันที โดยให้เหตุผลว่าเป็นคำสั่งของคนสอนที่ฉันต้องไปเรียนเพียงคนเดียว คนอื่นไปด้วยไม่ได้ จากนั้นก็รีบขอตัวออกมาจากทั้งสองคนอย่างรวดเร็วเพราะกลัวว่าโจอี้จะตามมาจริง ๆ

 

            กระทั่งมาถึงหอสมุด ฉันเดินเปิดประตูเข้าไปพร้อมกับมองหาคุณบรรณารักษ์ที่ชื่อปอบอะไรนั้น ฉันมองเห็นเขานั่งทำตัวโก่งอยู่หลังเก้าอี้ พร้อมกับทำน้ำลายยืดหยดลงพื้นเหมือนก๊อกน้ำรั่ว

 

            คุณตาบรรณารักษ์คะ ฉันเอาของกินที่คุณตาชอบมาฝากค่ะ

 

            พอเขาได้ยินเสียงฉัน คุณตาบรรณารักษ์รีบทำจมูกฟุดฟิด ๆ รีบพุ่งเข้ามาหาถุงกระดาษในมือของฉันทันที

 

            นี่มัน......ไส้ย่างนี่น่า เธอเอามาให้ฉันรึยัยหนู โอ้ว.....ขอบคุณ ขอบคุณจริง ๆ ฉันไม่ได้กินมาเกือบเดือนแล้ว ฮ้า......ไส้แสนอร่อย....

 

            ฉันมองคุณตาบรรณารักษ์ที่กำลังดื่มด่ำกับไส้ย่างอย่างเอร็ดอร่อย จากนั้นก็เดินขึ้นไปบนชั้นสี่เพื่อเรียนเรื่องจิตวิญญาณกับคุณแอนนาต่อจากเมื่อวาน และทันทีที่ฉันขึ้นมาถึงก็พบกับภาพเดิม ๆ คือคุณแอนนากำลังนั่งเล่นไพ่อยู่กับเพื่อนหนังสือเล่มอื่น เพียงแต่วันนี้ดูแปลกไปหน่อยตรงที่มีเด็กคนหนึ่งกำลังเดินเข้ามาหาฉันพร้อมกับร้องเพลงแร็พไปด้วย

 

            เฮ้ เกิล.......เธอยังไม่ได้รู้จักกับเราสินะ เราชื่อเดินจงกรม (เด็ก) แนวเจ๋งฝุด ๆ ยินดีที่ได้รู้จัก วัทซัพเกิล....

 

            “อา.........อะไรนะ หนูเป็นหนังสืออีกเล่มที่ฉันต้องเรียนอย่างนั้นเหรอฉันถามออกไปอีกครั้งด้วยความไม่แน่ใจ (แล้วภาษาพูดแบบนั้น ฉันจะเรียนรู้เรื่องรึเปล่าเนี้ย)

 

            แม่นแหล้ว ๆ เอ้ย.....เย้  เบบี๋ เธอต้องเรียนกับเรานี้แหละ อีกอย่างอย่าเรียกเราว่าหนูนะ เราไม่ใช่เบบี๋เหมือนกับเธอซักหน่อย ถึงเราจะเป็นเด็กแนว แต่ไม่ได้หมายความว่าเราเป็นเด็กจริง ๆ หรอกนะเบบี๋~~”

 

            พูดจบร่างเด็กก็พลันหายไป กลายเป็นหนังสือหน้าปกสีแดงเข้มเล่มหนึ่งลอยอยู่ต่อหน้าฉัน ตรงปกเขียนไว้ว่า [เดินจงกรม (เด็ก) แนวเจ๋งฝุด ๆ] เอาเป็นว่าแบบนี้ฉันคงต้องเรียนกับหนังสือเล่มนี้จริง ๆ แล้วสินะ จะเรียนรอดรึเปล่านะฉัน

 

            อาร้าย......ทำหน้าตาแบบนี้ แสดงว่าไม่เคารพเราเลยสินะหนังสือที่กลายร่างเป็นเด็กอีกครั้งพูดบ่นออกมาเบา ๆ จากนั้นก็ตะโกนไปทางกลุ่มหนังสือที่กำลังเล่นไพ่กันอยู่

 

            นี่ แอนนา วันนี้เธออย่าพึ่งสอนยัยเด็กนี่นะ ฉันขอเลยจะสอนให้หลาบจำซะให้เข็ด

 

            “ได้สิ.......ตามใจนายก็แล้วกัน แต่อย่าให้มันหนักนักล่ะ เดี๋ยวหนูยูจังจะกลัวจนไม่มาเรียนเสียก่อนแอนนารับคำทั้ง ๆ ที่กำลังแจกไพ่ให้เพื่อนอยู่

 

            “That right~~~~ เอาล่ะยัยหนู มาเริ่มกันเลยดีกว่า

 

            ฉับพลัน ฉันรู้สึกเหมือนกับถูกดูดลอยขึ้นจากพื้นเข้าหาหนังสือที่กำลังกางออกอยู่เบื้องหน้า จากนั้นภาพทุกอย่างก็มืดไป

 

            นี่ ยัยหนู ลืมตาขึ้นมาได้แล้ว

 

            ฉันลืมตาขึ้นมามองก็พบว่าฉันกำลังยืนอยู่ในศาลาขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง พื้นศาลาปูเต็มไปด้วยไม้ขัดเงาที่ดูสวยงาม ไกลออกไปมีแท่นสีทองถูกยกสูงขึ้นจากพื้น ดูคล้ายแท่นประทับของเทพเทวดาระดับสูง บนแท่นนั้นมีชายวัยกลางคนนั่งอยู่ด้วยท่วงท่าเหมือนราชวงศ์ เขาสวมชุดสีขาวล้วนคล้ายกับคนมาถือศีลในวัด กำลังมองมาทางฉันด้วยสีหน้าเบื่อหน่าย

 

            เอ้า.....จะมัวแต่ยืนมองอยู่แบบนั้นรึยังไง ตกลงเจ้ามาเรียนหรือว่ามาฝึกยืนตรงกันแน่หือ?

 

            ฉันรีบเดินไปหาชายคนดังกล่าวด้วยความรู้สึกแปลก ๆ (ที่นี่ที่ไหน แล้วผู้ชายคนนี้เป็นใครกันเนี้ย ดูเหมือนจะดุเหมือนคุณตาตอนของขึ้นเลย นะ....น่ากลัวอะ)

 

            เอาล่ะ ข้าชื่อฉันทา เป็นหนังสือเล่มที่เจ้าต้องเรียนเกี่ยวกับการเดินจงกรม และวิปัสสนากรรมฐาน ส่วนเจ้าชื่อยูกิโกะสินะ

 

            “ใช่ค่ะ แต่หนังสือที่หนูเห็น เป็นเด็กตัวเล็ก ๆ ไม่ใช่เหรอคะ ทำไมกลายเป็นผู้ใหญ่แบบนี้ไปได้ล่ะ

 

            “ดังที่ข้าได้บอกกับเจ้าไปแล้ว ว่าข้าไม่ใช่ตามแบบที่เจ้าเห็น อย่าให้สายตามันหลอกเจ้าสิ เชื่อในสิ่งที่เห็นมากเกินไปก็มักจะถูกหลอกได้เสมอแหละนะชายชุดขาวที่ชื่อฉันทาพูดพลางเดินลงมาหาฉัน

 

            เอาล่ะ เพื่อไม่ให้เสียเวลาไปมากกว่านี้ แม้ว่าเวลาในมิติแห่งหนังสือจะเดินไปช้ากว่ามิติของโลกก็ตาม แต่สิ่งที่ข้าจะสอนเจ้า ไม่ใช่เรื่องที่เรียนแค่วันสองวันก็สำเร็จได้หรอกนะ เอาเป็นว่า......หากเจ้าเรียนจบเมื่อไหร่เจ้าก็จะได้ออกไปก็แล้วกัน เป็นยังไง ดีรึเปล่าล่ะ

 

            “จะเริ่มเลยอย่างนั้นเหรอคะ คือ.....หนูก็ไม่ได้ขัดข้องอะไรหรอกค่ะ ยิ่งเรียนได้เร็วเท่าไหร่ก็ยิ่งดี แต่ที่คุณฉันทาบอกว่าเวลาเดินต่างกัน มันต่างกันมากน้อยแค่ไหนเหรอคะ

 

            “อย่าใส่ใจเรื่องเวลานักเลย ข้าบอกได้แค่ว่าเจ้ามีเวลาเรียนจนสำเร็จได้ก็แล้วกัน ไม่ว่าจะใช้เวลาไป 1 หรือ 2 ปีก็ตาม

 

            “หา........นานขนาดนั้นเลยเหรอคะเนี้ย

 

            “ยิ่งเริ่มได้เร็วเท่าไหร่ ก็จะยิ่งเรียนได้ไวเท่านั้นนะ หรือเจ้าจะเอาแต่ถามในเรื่องไม่เป็นเรื่องอยู่ตลอดเวลาหือ.........นั่งลง แล้วกำหนดสมาธิจิตให้ว่าง จากนั้นข้าจะเริ่มสอนเจ้า เอาล่ะปฏิบัติได้แล้ว


---------------------------------------------------------


              ก่อนอื่นเลย.....ขอโทษนะคร้าบ ไม่ได้อัพหลายวัน ขอยอมรับผิดทุก ๆ ประการ


              คือ ไรท์ได้รถคันใหม่มา เลยขับเที่ยวต่างจังหวัดตั้งแต่วันแรกเลย แหะ ๆ ขออภัยรีดเดอร์ทุก ๆ ท่านจริง ๆ ครับผม


              เรื่องนี้ไรท์ยังไม่ได้หายไปไหนนะคร้าบ ยังแต่งต่อตามปกติจ้า ขอบคุณรีดเดอร์ทุก ๆ คนเลยนะครับผม เย้ ๆ ๆ


              ตัวเอกได้เรียนจริง ๆ จัง ๆ ซักที หลังจากไร้สาระมานานแสนนานละ ตอนหน้าจะเก่งขึ้นรึเปล่าน้า.......

183 ความคิดเห็น

  1. #182 vongmanysapp (@vongmanysapp) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2560 / 08:06
    ตัวเอกพยายามเข้า
    #182
    0
  2. #176 FairyZewi (@dokidokiprecure) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2559 / 20:53
    สุดยอดนิยายน่าอ่านมาก
    #176
    0
  3. #175 FairyZewi (@dokidokiprecure) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2559 / 20:53
    สุดยอดนิยายน่าอ่านมาก
    #175
    0
  4. #166 BossFinn (@bossnalak) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2559 / 21:47
    ขอบคุณมากครับ
    #166
    0
  5. #165 owari45176 (@owari45176) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2559 / 19:01
    กลับมาแล้วซินะ กลับมาแล้วซินะ ยูจังฉันคิดถึงเหลือเกิน~~~~~~
    #165
    0
  6. วันที่ 30 พฤษภาคม 2559 / 17:16
    แอ่วดีตะ-*-
    #164
    0
  7. #163 หมูโหด (@termsak221230) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2559 / 13:29
    รอติดตามอยู่ครับ
    #163
    0