ลิขิตโลกา - One World

ตอนที่ 8 : ตอนพิเศษ รินรดา นวนิต 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 378
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    7 พ.ค. 59



ย้อนกลับไปเมื่อ 8 ปีที่ผ่านมา ก่อนที่ฉันจะได้รู้จักกับเอก และโทยะ ฉันตามคุณพ่อคุณแม่มาที่ทำงานเป็นครั้งแรก ฉันไม่รู้หรอกคะ ว่าที่นี่เรียกว่าที่ไหน แค่รู้ว่าเป็นที่ทำงานของคุณพ่ออีกที่หนึ่งนอกจากการเดินทางไปตรวจการทำงานของโรงแรมที่เป็นสาขาในตระกูลเรา บนอาคารแห่งนี้มีตราของสภาโลกติดอยู่ที่ตัวตึกด้วย

          วันนี้เป็นวันพิเศษของครอบครัวเราเลยแหละ ก็เพราะว่าเป็นวันเกิดครบรอบ 15 ปีของฉันไงล่ะ คุณพ่อและคุณแม่เลยจะพาฉันไปเลี้ยงฉลองวันคล้ายวันเกิดที่สวนสนุกในตอนบ่ายของวันนี้ค่ะ แต่ทันทีที่มาถึงที่ทำงาน คุณพ่อก็บังเอินพบเพื่อนของท่านทั้ง 2 คน คือน้าเคียวยะ และน้าไพรวัลย์

" สวัสดีค่ะ น้าเคียวยะ น้าไพรวัลย์ " ฉันกล่าวทักทายผู้ใหญ่ทั้งสองคน ตามที่คุณแม่สะกิดบอก

" สวัสดีจ๊ะหนูริน โตเป็นสาวแล้วนะเรา น้าขอจองหนูรินไว้ให้ลูกของน้าได้รึเปล่าเนี้ย " น้าเคียวยะพูดเสร็จก็หัวเราะร่า คำพูดนั้นดูเหมือนจะเป็นคำพูดหยอกเล่นของพวกผู้ใหญ่เสียมากกว่า เพราะพ่อของฉันก็หัวเราะไปกับเค้าด้วยอีกคน

" โอ้ย....นี่ถ้าลูกแกจะเอานะ ฉันคงเบาใจกว่านี้เยอะแหละ ยัยรินเนี้ย ซนอย่างกับลิง เห็นเรียบร้อยแบบนี้ก็เพราะมีแม่มาด้วยหรอก " ไม่ทันไร คุณพ่อสุดที่รักของฉันก็เริ่มปฏิบัติการเผาลูกสาวให้เพื่อนฟังแบบต่อหน้าต่อตาฉันทันที

" ว้า.....เจ้าเคียวยะจองซะแล้ว แบบนี้ฉันคงต้องรีบไปบอกเจ้าเอกลูกฉันให้ทำใจซะตั้งแต่ตอนนี้เลยดีมั้ยเนี้ย " น้าไพรวัลย์แซวฉันเพิ่มไปด้วยอีกคน

จากนั้นเหมือนว่าพวกผู้ใหญ่จะคุยกันเรื่องงานของสภาโลกต่อ ฉันนั่งฟังได้ซักพักก็รู้สึกเบื่อ ๆ เลยขอตัวคุณแม่ไปเดินเที่ยวดูรอบ ๆ ซึ่งคุณแม่ก็อนุญาต แถมน้าเคียวยะ กับน้าไพรวัลย์ บอกให้ไปเล่นกับลูก ๆ ของพวกแกที่สนามหญ้าด้านข้างก่อน จะได้รู้จักกันไว้

ฉันเดินดูการทำงานของเจ้าหน้าที่สภาโลกไปด้วยระหว่างที่เดินไปที่สนามหญ้า แล้วฉันก็เห็นผู้ชายสองคนที่น่าจะอายุพอ ๆ กับฉัน กำลังเล่นขว้างลูกเบสบอลให้กันอยู่ จากนั้นเขาทั้งสองคนก็มองมาที่ฉัน ทำให้ฉันเกิดอาการประหม่าขึ้นมานิด ๆ

" เห้ยเอก.....มีเด็กคนอื่นนอกจากเราด้วยแหะ ชวนมาเล่นด้วยกันดีมะ "

" เอาสิ....ฉันก็เล่นกับแกจนเบื่อแล้วเนี้ยโทยะ "

ฉันเดิน ๆ หยุด ๆ อย่างกล้า ๆ กลัว ๆ เพราะไม่รู้ว่าจะต้องทำตัวยังไงดีกับเพศตรงข้าม ปกติฉันไม่ค่อยมีเพื่อนกับเค้าด้วยสิ เพราะต้องตามคุณพ่อคุณแม่เดินทางไปตรวจดูงานโรงแรมของตระกูลบ่อย ๆ ทำให้ไม่ค่อยมีสังคมเหมือนคนอื่นนัก

         ชายทั้งสองเดินมา พร้อมกับยิ้มกว้าง น่าแปลกที่พอฉันเห็นรอยยิ้มของทั้งสองคนแล้วทำให้ฉันรู้สึกอบอุ่น หายประหม่าได้อย่างน่าประหลาดใจ

" เธอมาเล่นรับลูกเบสบอลกับพวกเรามั้ย เล่นกันสองคนแบบนี้มันเซ็งอะ " ชายคนที่มีผมสีทอง ดวงตาสีน้ำตาล ลักษณะเป็นคนร่าเริงอยู่เสมอ โดยสังเกตได้จากรอยยิ้มทะเล้น ๆ เหมือนป้ายยี่ห้อของเขาพูดขึ้นมาเมื่อยืนต่อหน้าฉัน

" เห้ยโทยะ.....ปกติเค้าต้องแนะนำตัวก่อนสิ นายเนี้ยน้า " ชายอีกคนที่เดินมาทีหลังบ่นออกมาเบา ๆ เขามีผมสีดำเหมือน ๆ กับสีของดวงตา ลักษณะของเขาดูเป็นผู้ใหญ่มากกว่าคนที่เรียกว่าโทยะซะอีก แต่ถึงแม้จะพูดบ่น ๆ แบบนั้น เขาก็ยังมีรอยยิ้มเล็ก ๆ ที่มุมปาก ซึ่งมันทำให้เขาดูเปล่งประกายพอ ๆ กับชายที่ชื่อโทยะ

" เออจริง....โทษทีรีบไปหน่อย แหะ ๆ ถ้าอย่างนั้นก็........สวัสดีนะขอรับคุณผู้หญิง กระผมนั้นมีนามว่าฮิบาริ  โทมิยะ จะเรียกว่าโทยะก็ได้ขอรับ และไอ้หนุ่มที่ทำหน้าเบื่อ ๆ อยู่ข้างผมนี่ก็ชื่อ.." โทยะพูดแนะนำตัวขึ้่นมา (อย่างเป็นทางการไปมั้ยคะ?) แต่ก่อนที่เขาจะพูดจบก็ถูกชายอีกคนเบรกเสียก่อน

"พอเลยโทยะ เล่นตลอดเลยนะนายเนี้ย.........อ่า....สวัสดีนะ เราชื่อเอกราช จะเรียกว่า เอก ก็ได้เพราะอายุเราน่าจะพอ ๆ กัน........คือว่า พ่อของพวกเราทั้งสองคนทำงานอยู่ที่นี่แหละ เธอชื่ออะไรเหรอ? " ชายที่ชื่อเอก แนะนำตัว และถามฉันทันทีที่เขาพูดจบ

" สะ....สวัสดีคะ  ฉันชื่อรินรดา คุณพ่อกับคุณแม่ก็ทำงานที่นี่เหมือนกัน ยะ...ยินดีที่ได้รู้จักคะ " ฉันแนะนำตัวแบบประหม่านิด ๆ แต่หลังจากที่เราได้พูดคุย และเล่นขว้างลูกเบสบอลกันไม่นาน ฉันก็พบว่าเราทั้งสามคนกลายเป็นเพื่อนกันไปซะแล้ว น่าแปลกที่เราสามารถสนิทกันได้ ภายในเวลาแค่ไม่กี่นาที

" อ้าวเห้ยเอก ไหงขว้างบอลไปไกลซะแบบนั้นล่ะ แบบนี้ใครมันจะไปรับได้กันห๊ะ " โทยะวิ่งตามลูกเบสบอลที่ลอยสูงไปเกินกว่าจุดที่เขายืนอยู่ ลูกเบสบอลมันลอยเข้าไปตกในริมป่าด้านข้าง

" โทษที ๆ พอดีมันหลุดมือน่ะ เดี๋ยวฉันไปเก็บเอง " เอกพูดพลางวิ่งตามโทยะไป ก็ในเมื่อทั้งสองคนไปกันหมด ฉันเลยวิ่งตามไปด้วย

" หาลูกเบสบอลไม่เจออะ มาช่วยกันหาหน่อยสิ " โทยะตะโกนบอก หลังจากที่เขาก้ม ๆ เงย ๆ มองดูในจุดที่คิดว่าลูกบอลตกลงมา แต่ฉันว่ามันไม่ได้ตกอยู่แถว ๆ นี่หรอก ฉันเลยเดินห่างออกมาเพื่อหาอีกจุด

" อะคึ  อะคึ  อะคึ เจอเด็กผู้หญิงด้วยล่ะ ฮี่ ๆ ๆ ๆ " เสียงดังออกมาจากพุ่มไม้ข้างหน้าฉัน ทำให้ฉันตกใจจนเผลอหกล้มทันทีที่ได้ยินเสียง จากนั้นก็มีระยางคล้าย ๆ หนวดปลาหมึกแหวกพุ่มไม้ออกมาคว้าข้อเท้าของฉันไว้ และดึงฉันเข้าไปข้างใน " มามะ เรามาเล่นสนุกกันดีกว่านะจ๊ะ สาวน้อย อะคึ อะคึ อะคึ....."

" กรี๊ด!!............. โทยะ เอก ช่วยด้วยยยยย......... " ฉันหวีดร้องออกมาสุดเสียงก่อนที่หนวดปลาหมึกนั้นมันจะเลื้อยมาปิดปากฉันไว้ ฉันมองเห็นใบหน้าของชายแก่ ๆ คนหนึ่ง ที่มีร่างกายเป็นสายระยางของหนวดปลาหมึกอยู่เต็มตัว มันขยับไป ๆ มา ๆ อยู่รอบกายของเขา น้ำตาฉันไหลออกมาพร้อม ๆ กับตัวที่กำลังสั่นด้วยความกลัว

" เห้ย....ตัวอะไร!! แกปล่อยรินเดี๋ยวนี้นะ " เอก คว้าท่อนไม้วิ่งมาฟาดหนวดปลาหมึกให้ปล่อยตัวฉัน ส่วนโทยะ หยิบก้อนหินก้อนใหญ่ขว้างเข้าใส่ใบหน้าชายแก่ที่ฉันคิดว่าเป็นอสูรกาย จนเกิดเสียงดังเหมือนก้อนหินแตก

" ยี้.......เด็กผู้ชาย ข้าไม่ชอบ ออกไป ๆ ๆ " ใบหน้าของชายแก่พูดขึ้นมา มันใช้ระยางบนตัวบังหน้ามันไว้ส่วนหนึ่งทำให้ก้อนหินไม่โดน และยังใช้หนวดปลาหมึกที่เหลือเหวี่ยงตีโทยะ และเอกให้กระเด็นออกไป แล้วหันหน้ามามองฉันด้วยแววตาที่น่ากลัว

" มามะ แม่สาวน้อยของฉัน เรามาสนุกกันดีกว่า อะคึ อะคึ อะคึ "

จู่ ๆ หนวดปลาหมึกก็เลื้อยมาพันรอบขารอบแขนฉัน มันยกฉันลอยค้างอยู่บนอากาศข้างหน้าของมัน จากนั้นก็ดึงขาฉันแยกออก แล้วเลื้อยหนวดปลาหมึกเข้ามาในกระโปรงเรื่อย ๆ จนถึงโคนขาอ่อน ฉันดิ้นสุดแรงไปพร้อม ๆ กับร้องไห้ด้วยความกลัว แต่ไม่สามารถออกเสียงได้เพราะปากถูกปิดไว้อยู่

" หยุดเดี๋ยวนี้!!!! " เสียงตะโกนดังขึ้นมาจากปากของเอก เป็นเสียงที่ดังก้องสะท้อนไปทั่วทั้งป่า เอกค่อย ๆ ลุกขึ้นยืนหลังจากโดนซัดปลิวไป ชายแก่ในร่างปลาหมึกหยุดทันทีเหมือนกับถูกสั่ง มันมองไปที่เอก พร้อมกับจ้องตาค้าง

อากาศรอบ ๆ ตัวเอกตอนนี้เหมือนกำลังถูกบิดไปบิดมา ทำให้ภาพรอบ ๆ ตัวดูพร่ามัว คล้าย ๆ กับมิติถูกบิดจนเบี้ยว โทยะ ที่ยื่นอยู่ไม่ห่างจากเอก รีบถอยออกมา พร้อมกับบ่น " เอาแล้วไง.......เจ้าเอกของขึ้นอีกแล้ว....." จากนั้นโทยะก็ค้นกระเป๋ากางเกง และหยิบขวดสเปรย์เล็ก ๆ ออกมาถือ

เอกเงยหน้าขึ้นมามองชายแก่ปลาหมึก จากนั้นก็ยิ้มเหยียดอย่างหน้ากลัว แล้วพูดออกมาเบา ๆ ว่า [ ตายซะ ]

ทันทีที่เอกพูดจบ หนวดปลาหมึกที่พันร่างของฉันถูกตัดออกด้วยอะไรซักอย่างที่ฉันมองเห็นเพียงเงาราง ๆ เหมือนมีมีดล่องหนบินไปมาด้วยความเร็วสูง พร้อม ๆ กับเฉือนชิ้นส่วนร่างกายของชายแก่ปลาหมึกไปด้วย

" อ๊าก....นี่มัน....อะไรกัน....แก่ทำได้ยังไง......โอ็ย..... " มันร้องออกมาอย่างเสียงดัง แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่สามารถหลบไปไหนได้ ร่างของมันถูกเฉือนตัดแบ่งออกเป็นชิ้นส่วนเล็ก ๆ ไปอย่างรวดเร็ว จนเหลือเพียงกองเนื้อและเลือดที่กระจายเต็มไปหมด

ฉัน ที่ยังอยู่ในอาการตกใจกลัวจนไม่สามารถขยับได้ มองภาพที่เกิดขึ้นข้างหน้าด้วยร่างกายที่สั่นสะท้าน จากนั้น เอกก็มองมาที่ฉันด้วยสายตาที่ดูว่างเปล่า

แต่ก่อนที่จะเกิดอะไรขึ้นต่อไป โทยะรีบกระโดดมาหาเอก แล้วกดพ่นสเปรย์ในมือไปที่หน้าของเขา ทำให้สายตาของเอกมีอาการเหมือนคนเมา จากนั้นเอกก็สลบไปในทันที

พวกผู้ใหญ่ต่างก็รีบลงมาดูเหตุการณ์ คุณพ่อคุณแม่ของเราทั้งสามคน ต่างพาเราไปนั่งพักในห้องทำงานของพวกเขา และให้โทยะเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดให้ฟัง เพราะฉันยังอยู่ในอาการตกใจกลัวอยู่ ส่วนเอกก็ยังไม่ฟื้น

พอคุณน้าเคียวยะ (พ่อของโทยะ) ได้ฟังเหตุการณ์ ก็พูดปรึกษากับคุณน้าไพรวัลย์ (พ่อของเอก) และคุณพ่อคุณแม่ของฉัน

" เป็นไปได้มั้ยว่านี่เป็นฝีมือของพวกสมุนเงา ที่ออกตามล่าเด็กที่น่าจะมีพรสวรรค์ "

" ไม่ผิดแน่นอน เจ้าตัวที่ลงมือ มันมีลักษณะเหมือนกับที่เกิดขึ้นในทวีปอเมริกาตามที่เราคุยกันเมื้อกี้แหละ แบบนี้ก็แสดงว่ายังมีอีกหลายตัวแน่นอน " พ่อของเอกพูดขึ้นมา ฉันได้ยินก็ยิ่งเกิดอาการกลัวเข้าไปใหญ่ นี่หมายถึงยังมีตัวแบบนี้อีกหลายตัวเลยอย่างงั้นเหรอ ไม่จริงนะ...........

" พอจะเดาเป้าหมายของพวกมันได้รึเปล่า ว่าเพราะอะไรพวกมันถึงจ้องเล่นงานแค่เฉพาะเด็ก " พ่อของฉันถามน้าเคียวเฮ

" จากข้อมูลตรวจสอบ ส่วนใหญ่เด็กที่ถูกจู่โจม จะเป็นเด็กที่มีพรสวรรค์ทั้งนั้น เหตุการณ์ในครั้งนี้ แสดงว่า ลูกของพวกเราทั้ง 3 คนน่าจะมีพรสวรรค์แน่นอน "

พวกผู้ใหญ่ก็คุยกันต่อเกี่ยวกับวิธีป้องกันพวกเราให้ปลอดภัยในอนาคต พอดีกับที่โทยะเดินออกจากห้องไป ฉันเลยตามเขามาด้วย

" เอกฟื้นแล้วนะ หมอนั้นมันถามถึงเธอด้วยแหนะว่าปลอดภัยดีรึเปล่า " โทยะพูดแล้วหันมายิ้มอย่างอบอุ่นให้ฉัน

" อื่ม.....แล้วเธอล่ะโทยะ บาดเจ็บตรงไหนรึเปล่า ฉันขอบคุณเธอทั้งสองคนมากนะ ที่มาช่วยฉัน ถ้าไม่ได้เธอทั้งสองคน ฉันคง............. "

หมับ.....มือของโทยะ วางลงบนหัวฉันเบา ๆ " ไม่เอาน่า เรื่องมันผ่านมาแล้ว เราเป็นเพื่อนกันไม่ใช่เหรอ อย่าพูดขอบคุณอะไรเลย ไปเยี่ยมเจ้าเอก ด้วยกันดีกว่า "

ความหวาดกลัวในใจฉันค่อย ๆ จางหายไปพร้อม ๆ กับคำพูดที่โทยะบอกกับฉัน ฉันยิ้มขึ้นมาอย่างมีความสุขให้โทยะ พอดีกับที่สายตาของฉันที่เห็นโทยะถือสเปรย์อยู่ในมืออีกข้าง

" โทยะ สเปรย์ที่เธอพ่นใส่เอก เป็นยาสลบเหรอ ฉันเห็นว่าพอเอกโดนสเปรย์ ก็มีอาการเหมือนเมา ๆ แล้วก็สลบไปซะอย่างนั้นน่ะ "

" อ้อ.......สเปรย์นั้นไม่ใช่ยาอะหรอก ก็แค่น้ำธรรมดาผสมกับต้นตำแยแมว หรือต้นแคทนิป ที่เอาไปปั่นละเอียด แค่นั้นแหละ ไม่ได้อันตรายหรอก.......หมายถึงกับคนน่ะนะ " โทยะพูดอย่างขำ ๆ แล้วเราก็มาถึงห้องรับรองพอดี

" เอก เธอเป็นยังไงบ้าง เจ็บตรงไหนบ้างรึเปล่า " ฉัน และโทยะ เดินเข้าไปหาเอกที่กำลังลุกขึ้นจากโซฟา

" อ่า......ไม่เป็นอะไรหรอก แค่รู้สึกสติมันเคลิ้ม ๆ อยุ่นิดหน่อยเท่านั้นแหละ " เอก พูดตอบมาในสภาพที่เห็นได้ชัดว่ากำลังเบลอ ๆ

" พอดีฉันฉีดไอ่นี้ใส่นายน่ะ ซักพักก็หายแล้วแหละ แหะ ๆ " โทยะ ยกขวดสเปรย์มาให้เอกเห็น ทำให้ฉันแปลกใจว่าทำไมเอก ถึงถอยหนีไปไกลขนาดนั้น

จากนั้นฉันถึงได้รู้ว่า เอก มีจุดอ่อนเหมือนกับแมวเปี้ยบ คือแพ้กลิ่นของต้นแคทนิป ทุกครั้งที่ได้กลิ่นจะมีอาการเคลิ้ม ๆ และหากถูกพ่นใส่หน้าก็จะทำให้สลบได้เลย และพอฉันรู้ ฉันก็อดขำไม่ได้ ทำให้โทยะหัวเราะไปด้วยอีกคน แต่กับเอก คงขำไม่ออกเพราะถอยหนีไปติดมุมห้องแล้ว

คุณพ่อและคุณแม่ พร้อมกับน้าเคียวเฮ น้าไพรวัลย์ ก็เดินเข้าห้องมา บอกกับฉันว่าจะส่งให้ฉันไปทดสอบพรสวรรค์กับทางสภาโลก ซึ่งมีวิทยาการในการตรวจพรสวรรค์ที่ปลอดภัย ไม่มีความเสี่ยงเหมือนกับการดึงพรสวรรค์โดยใช้ชีวิตเข้าแลก แบบที่คนส่วนใหญ่ทำกัน

ทั้งฉัน เอก และโทยะ ได้คุยกันอีกนิดหน่อย ก่อนที่ฉันจะกลับบ้านพร้อมกับคุณพ่อคุณแม่ และเพราะเกิดเหตุร้ายขึ้นมาแบบนี้ ทริปการเที่ยวสวนสนุกในวันเกิดของฉันก็ถูกเลื่อนไปทันที

" ไม่เป็นไรนะจ๊ะริน เดี๋ยวแม่กับพ่อค่อยพารินไปเที่ยวทีหลังเนอะ " คุณแม่พูดปลอบฉันพร้อมกับดึงฉันมากอดแนบอก

" ไม่เป็นไรค่ะคุณแม่ ถึงจะไม่ได้เที่ยวตามที่หวังไว้ แต่วันเกิดของหนูปีนี้ หนูได้เพื่อนที่ดีตั้งสองคนเลยนะคะ เป็นของขวัญที่วิเศษรองจากคุณพ่อและคุณแม่เลยล่ะค่ะ "
ฉันพูดแล้วหันไปยิ้มให้กับท่านทั้งสอง ซึ่งกำลังยิ้มอย่างมีความสุขเพราะคำพูดของฉันเหมือนกัน

-------------------------------------------------------------------
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

183 ความคิดเห็น