วิมานสวาทจอมเถื่อน

ตอนที่ 5 : ตอนที่ 2 P.2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,673
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 18 ครั้ง
    13 ส.ค. 59

สามเดือนต่อมา...

“ตอนนี้ไร่พฤกษ์พนาเป็นที่รู้จักกันมากขึ้นเยอะเลยนะครับ ดูเพจเราสิครับคุณเข้มมีคนกดไลค์เยอะเลย”

สำนักงานขนาดกะทัดรัดถูกสร้างขึ้นพร้อมๆ กับกิจการที่เติบโต ไร่พฤกษ์พนากลายเป็นหนึ่งในความสนใจของทั่วประเทศไม่ใช่เฉพาะเหล่าคนที่ต้องการพ่อพันธ์แม่พันธ์วัวควายอีกแล้ว

สำนักงานแห่งนี้ เป็นสำนักงานภายใน จัดการเกี่ยวกับงานทุกอย่างในไร่ โรมรันทำงานที่นี่ด้วย นอกจากเขา ยังมีพนักงานออฟฟิศอีกหลายคน ส่วนใหญ่เป็นลูกหลานคนงานในไร่ เรียบจบมาก็มาขอทำงานตามที่ถนัด นอกจากที่นี่ ร้านค้าด้านหน้าไร่จะมีสำนักงานอีกที่ไว้สำหรับติดต่อพบปะผู้มาเยี่ยมชม ซึ่งโรมรันจัดส่วนนั้นไว้ เป็นศูนย์การเรียนรู้ แยกเป็นสัดส่วนชัดเจน พื้นที่ส่วนการเรียนรู้มีประมาน 10 ไร่เห็นจะได้  

โรมรันแค่ปรายตามอง จะไม่มอง คนยื่นไอแพดก็แทบจะทิ่มมันกระแทกหน้าเขาอยู่รอมร่อ

“มึงจะตื่นเต้นอะไรนักหนาวะไอ้พัน จัดระบบจัดการให้ดีล่ะ กูยังไม่อยากดังลงโซเชี่ยว วุ่นชิบ ตั้งแต่ทำศูนย์การเรียนรู้ ต้องปรับเปลี่ยนอะไรเยอะแยะ ทั้งคนดูงานทั้งมาเที่ยว ถ้าจัดการไม่ดี มันจะกลายเป็นความเสียหายไปซะ”

 “เรื่องนี้ ส.บ.ม.ย.ห. วางใจได้เลย ผมจัดการระบบเรียบร้อย เอาอยู่แน่นอน แยกชัดเจนส่วนไหนสำหรับให้ดูงาน ส่วนไหนที่เป็นพื้นที่ห้ามเข้า พวกห้องน้ำห้องท่าสะอาดถูกสุขอนามัย ที่ร้านค้าของไร่ขายของกันไม่พอสักวันเลยครับ”

“ระวังอย่างให้คนนอกข้ามเขตที่เราจัดไว้เข้ามาในไร่ได้ล่ะ มันจะวุ่นวายเพิ่ม มันไปได้สวยก็ดีแล้ว สิ้นปีพวกมึงจะได้มีโบนัสกันเยอะๆ”

“แจ่มเลยครับแบบนั้น เออว่าแต่ คุณเข้มจะให้ไอ้ชาลมันกลับมาไร่หรือเปล่า มันบ่นเบื่อเมืองกรุงจะตายชักแล้ว”

“กลับทำไม”

“อ้าว หนูพุดจะเรียนจบแล้ว นี่ก็เหลือสอบอีกไม่กี่วัน คุณเข้มคงไม่ให้มันเฝ้าหนูพุดทำงานด้วยหรอกนะครับ”

โรมรันนิ่งไปสักพักเมื่อได้ฟัง “งั้นให้มันกลับมา”

เขาจะไปกรุงเทพเอง!!!

 

เวบไซด์เอย เฟซและเพจเอย ของไร่พฤกษ์พนาได้รับการพูดถึงอยู่เนืองๆ ยิ่งเพื่อนๆ รู้ว่าเธอมาจากไร่นี้ พากันมาซักไซ้ใหญ่ เพราะภาพไร่กว้างท่ามกลางขุนเขามันสวยงามจับใจ บ่อยครั้งที่พุดแก้วเข้าไปดูรูปพวกนั้น หากเมื่อก่อนเทคโนโยลีสื่อสารมันพัฒนาเหมือนตอนนี้ เธอคงมีภาพความประทับใจเก็บไว้มากมาย

จากเด็กสาว ในวันนี้เธอกลายเป็นหญิงสาวคนหนึ่งที่กำลังจะจบการศึกษาแล้ว เกือบสี่ปี เธอได้เพียงติดต่อไปทางประนอมกับพันแสงเท่านั้น ส่วนผู้ปกครองของเธอน่ะเหรอ ไม่เคยมีโผล่หน้ามาหาสักครั้ง โทรศัพท์สักสายยังไม่มี เห็นไร่พฤกษ์พนาเจริญเติบโตมีชื่อเสียงแบบนี้ พุดแก้วทั้งดีใจและเสียดาย

ดีใจที่บ้านเกิดของเธอเป็นที่รู้จักไปอย่างกว้างขวาง เพราะมันหมายถึงเม็ดเงินที่จะเข้าไปจุนเจือเหล่าพี่น้องคนงานที่นั่น

เสียดายเพราะต่อจากนี้ไป เธอคงไม่ได้กลับไปที่นั่นอีก

ใครจะว่าเธอเนรคุณไม่กลับไปตอบแทนคนที่ส่งเสียเลี้ยงดูก็ช่างเถิด เธอจะกล้ากลับไปได้ยังไง จะมองหน้าโรมรันสนิทใจได้ที่ไหน เมื่อเขาแสดงออกว่าไม่ต้องการเธอขนาดนั้น

“เสียดายอ่ะ ไม่เห็นหน้าเจ้าของไร่เลย ชื่ออะไรนะพุด” อรัญหันมาถามเพื่อนสาว ขณะกวาดนิ้วไปบนจอโทรศัพท์ “คนที่จัดการดูแลทุกวันนี้”

พรพิศมองเพื่อนรัก แล้วตอบแทน

“คุณโรมรัน พฤกษ์พนา”

“เออๆ นั่นล่ะ ไร่นี้เพิ่งเปิดตัวแค่หกเดือน แต่ดังมาก เห็นวิว เห็นธรรมชาติแล้วอยากไปว่ะ เรียนจบแล้วไปเที่ยวกันไหม พุดต้องกลับบ้านอยู่แล้วนี่” ชายหนุ่มหน้าใสสไตล์เกาหลีพูดยิ้มๆ มองเพื่อนสาวคนสวยที่ตนมีใจให้ไปมากกว่าคำว่าเพื่อน

“เอ่อ” พุดแก้วสบตาพรพิศ เพื่อนรักคนสนิทที่เธอเล่าทุกเรื่องให้ฟัง รวมทั้งแผนชีวิตในอนาคต

“เราว่าจะยังไม่กลับไปน่ะโก้ ถ้าโก้อยากไปเที่ยวเดี๋ยวเราติดต่อผู้จัดการที่นั่นให้ได้นะ”

“โหย ไม่เอาหรอก พุดไม่ไปจะเที่ยวสนุกได้ไง คือเมื่อกี้เราคิดเล่นๆ นะว่าถ้าไปกับพุดจะได้รู้จักผู้ปกครองของพุดด้วย ในเนตไม่ค่อยมีรูปเลย มีก็เห็นไม่ชัด”

พุดแก้วยิ้มขำอย่างเผลอๆ รู้ว่าทำไมถึงไม่มีรูปเขา

ที่นี่พัฒนาไปมากทุกอย่างนั่นล่ะ ยกเว้นคน พันแสงเคยพูดกับเธอแบบนั้น เมื่อคุณเข้มอนุมัติเรื่องเอาไร่ลงโฆษณาในอินเตอร์แต่มีข้อแม้ว่า ไม่ให้เอารูปเขาลงไปด้วย แต่ใช้รูปพ่อแม่ของเขาแทนในฐานะผู้เบิกเบิกก่อสร้างไร่

“โอ๊ย คุณเข้มน่ะเหรอจะให้เอารูปตัวเองลง รอให้ช้างออกลูกเป็นลิงก่อนเหอะ” พรพิศที่คันปากยิบๆ โพล่งขึ้น

“ไมอ่ะพิศ คุณเข้มแกหน้าตาขี้เหร่มากเหรอ” เพื่อนในกลุ่มอีกคนถามขึ้น คนอื่นๆ พลอยอยากรู้ไปด้วย

“ป่าว หล่อเข้มออกดุดัน สายตาคมยังกะมีดโกน แถมดุยิ่งกว่าบางแก้ว ปากร้ายยิ่งกว่าทิงเจอร์ ถ้าได้กัดใครสักทีนะ แสบไปถึงขั้วหัวใจเลยล่ะแก”

“โห เว่อร์ไปมั้ง”

“ไม่เชื่อถามไอ้พุดดิ”

“ก็...คุณเข้มแกออกดุๆ แล้วก็ชอบความเป็นส่วนตัวน่ะ” เมื่อเพื่อนต่างมองมา พุดแก้วเลยจำใจต้องตอบกลางๆ พลางยิ้ม รีบหาทางเปลี่ยนเรื่อง

“ไม่เอาแล้วคุยแต่เรื่องไร่ ไปห้องสมุดกันดีกว่า อาทิตย์หน้าจะสอบไฟนอลแล้วนะ มีหนังสือที่เราสนใจ ใครจะไปบ้าง”

“ไปก็ไป” พรพิศรีบรับ เพราะรู้ว่า เพื่อนรักไม่อยากพูดถึงไร่พฤกษ์พนา ที่นั่นมีความหลังฝังใจ สร้างทั้งความสุขและความเจ็บช้ำน้ำใจนั่นเอง

 

 

“อุทาหรณ์ของคนรุ่นเก่า มีชายชราเป็นคนขี้เมา งานการไม่ทำ แกกินแต่เหล้า กินตั้งแต่เช้า...ทุกวี่วัน”

CR:ลุงขี้เมา:คาราบาว

 

เสียงแหกปากร้องเพลงลั่นระงมใต้ต้นมะขามต้นใหญ่สอดรับด้วยการเคาะแก้วเคาะขวด เพลงแล้วเพลงเล่า ร้องถูกเนื้อบ้างผิดบ้างเป็นที่สนุกสนามครื้นเครง ไม่มีใครมามัวจับผิดใคร เพราะแต่ละคนเมามายหน้าแดงก่ำ ตาแดงช้ำ คนที่เมากว่าเพื่อนก็หนีไม่พ้นเจ้าเวกกับเจ้าหมึกขาประจำ

“เบื่อลุงขี้เมาแล้วว่ะ เปลี่ยนเพลงๆ เพลงนี้ดีกว่า”

 

“อยากมีเมียโว้ย... หัวใจมันร้องโอดโอย โอ๊ย โอ๊ยอยากจะมีเมีย

อยู่ตัวคนเดียว โคตรเหงาเปล่าเปลี่ยวเหลือแสน  วันนี้เลยอยากมีเมีย อยากมีคนให้คิดถึง”

CR:อยากมีแฟนโว้ย:กร ธนกร

 

หนุ่มหมึกแหกปากเสียงยานคางขึ้นมา แถมเปลี่ยนเนื้อจากคำว่าแฟนเป็นคำว่าเมียอีกต่างหาก

“โห่... ไอ้หมึก... ครายวะครายจะตาต่ำมาเอามึงทำผัว ฮ่าๆ” อัดโห่แซวขึ้นทันที เวกเป็นลูกคู่หัวเราะถากถางไปด้วย

โรมรันกับพันแสงได้แต่ส่ายหน้าในความสนุกเข้าขั้นบ้าบอของลูกน้องก๊กแก๊งก๊งเหล้า

ทว่า ไอ้เพลงที่มันร้องนี้ กระแทกใจหนุ่มแน่นเจ้าของไร่นัก  

“โด่... ที่ไม่มีเพราะกูไม่เอาหรอกโว้ยไอ้เวก กูรอน้องพุดคนเดียว น้องพุดคนสวย ซ้วยสวย...”

“โฮะไอ้นี่ เล่นของสูงนะมึง ถามคุณเข้มรึยังวะ ริจะจีบหนูพุดน่ะ” พันแสงศอกถองท้องมันไปทีหนึ่ง เหล่ตามองนายหนุ่มที่หน้าแดงเพราะดีกรี

เหล้าป่าดองยาที่เจ้าสามคนนี้เอามา รสแรงบาดคอยิ่งกว่าเหล้ามียี่ห้อเสียอีก

โรมรันกดใจให้นิ่ง แต่ใจส่วนที่มันคิดถึงเจ้าของชื่อ อกพุ่งพล่านไม่น้อย

“พี่พ้านพี่พัน... คูณเข้มไม่ว่าร้อก หมึกออกจะเป็นโคนดี ขา...หยันทำงานจะตาย”

“อือไม่ว่า แต่กูจะเหยียบหน้ามึงจมโคนต้นมะขาม อยากลองมั้ย ไอ้หมึก” นายหนุ่มคำราม ตาเรื่อแดงจากฤทธิ์น้ำเมามองไอ้หนุ่มลูกน้องตาขวาง

“ฮ่าๆ” เพื่อนสนิททั้งสองหัวเราะสมหน้าหมึกทันที “สม!

“โธ่ๆ คุณเข้มใจร้าย น้องพุดซ้วยสวย หมึกเห็นทีไรใจเต้น อยากมีเมียเด็กขึ้นมาทันทีเล้ย” ไอ้หนุ่มจอมกะล่อนพูดลิ้นพันกันแล้วยังจะเซ้าซี้หาเรื่องตายต่อ

พันแสงเลยกระแทกศอกให้อีกที อยู่ดีไม่ว่าดี ชีวิตจะหาไม่มันยังไม่สำเหนียก เห็นหน้านิ่งๆ กินเหล้าเงียบๆ เหมือนไม่สนใจแบบนั้น พันแสงรู้ดีว่า เรื่องเกี่ยวกับพุดแก้ว มักจะทำให้เจ้าของไร่หนุ่มร้อนเป็นไฟได้เสมอ

“หยุดเลยมึงไอ้หมึก เมาจนเพี้ยน มึงสองตัวลากมันไปนอนเลยไป”

“โห กำลังสนุกเลย” เวกบ่นเสียดาย ตามองโถเหล้าหน้าละห้อย

“เอ้า พวกมึงหอบเอาไปกินที่บ้านพักจะได้ไม่มาเมาพับเรี่ยราดหน้าบ้านคุณเข้ม” หัวหน้าคนงานหนุ่มและลูกน้องคนสนิทของเจ้าของไร่ยกโถเหล้ายาดองให้มันไปทั้งโหล

“พี่พันไล่จัง พูดถึงหนูพุดทีไรไล่ทู้กที... ไปก็ได้ ไปนอนกอดหนูพุดในโทรศัพท์ของหมึกก็ได้”

“ไปเลยมึง ไอ้นี่เมาแล้วเพี้ยนตลอด มันจะคลั่งอะไรขนาดนั้น” พันแสงตามเตะก้นไอ้หนุ่มคนงานอย่างหมั่นไส้พลางหัวเราะ มองเจ้าสามคนนั้นกอดคอกัน เดินเซซ้ายเซขวาแหกปากร้องเพลงกลับไปทางบ้านพักคนงาน

โรมรันกระดกแก้วสาดเหล้าเข้าคอทีเดียวหมดทั้งแก้ว

“อย่าไปถือสาไอ้บ้าหมึกมันเลยครับคุณเข้ม ไอ้นี่มันเพี้ยน” พันแสงรีบบอกก่อนอารมณ์ผู้เป็นนายจะเดือดปุด

นับแต่พุดแก้วไปเรียน โรมรันกลายเป็นคนอารมณ์ฉุนเฉียว ขึ้นๆ ลงๆ ใครทำอะไรไม่ถูกใจหน่อยเป็นได้โดนว้ากลั่น แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่มีใครถือโกรธ เพราะต่างรู้ดีว่าถึงนายจะอารมณ์ร้อนปากร้ายแต่น้ำใจมีให้ลูกน้องแบบไม่มีกั๊ก ใครเดือดร้อนต้องการความช่วยเหลือ โรมรันไม่เคยปฏิเสธไม่ว่าเรื่องนั้นจะเล็กหรือใหญ่

“มีเมียเด็กนี่มันน่าเกลียดมากไหมวะไอ้พัน”

จู่ๆ คุณเข้มกลับถามขึ้นหน้าเคร่งขรึม

พันแสงหัวเราะก๊าก “น่าเกลียดอะไรล่ะครับคุณเข้ม สมัยนี้ใครๆ เขาอยากมีเมียเด็กกันทั้งนั้นล่ะครับ”

“แล้วถ้าเป็นเด็กที่เราเห็นมาแต่เล็กแต่น้อยล่ะ”

“มันอยู่ที่ใจ เราห้ามปากคนได้ที่ไหนกันละครับคุณเข้ม ว่าแต่... คุณเข้มถามทำไมครับ” คนอายุมากกว่าไม่กี่เดือนย้อนถามกลับ ดวงตาวิบวับถูกเปลืองตาบังไว้ เมื่อผู้ร้ายปากแข็งเริ่มจะง้างปากง้างหัวใจ

“เปล๊า เห็นพวกในเมืองฮิตมีกิ๊กกั๊กเป็นสาวสวยวัยใส บางคนก็คบเด็กไซด์ไลน์กันเลยถามดูแค่นั้น กูไปนอนแล้วนะ สงสัยจะเมาแล้วว่ะ เหล้าไอ้หมึกแม่มแรงชิบ”

“อ้อ ครับ เดินดีๆ นะครับคุณเข้ม ระวังจะสะดุด”

“สะดุดห่าอะไรของมึงวะไอ้นี่ บ้านกูมีตอที่ไหน” ร่างสูงกำลังจะก้าวขึ้นบ้านชะงัก ถามด้วยความสงสัย

“ก็สะดุดตอรักไงครับคุณเข้ม”

“ไอ้พัน! มึงอยากโดนดีใช่มั้ย ไปไหนก็ไปเลยไป เกะกะหน้าบ้านกู ตอรักพร่องมึงดิ”

“ฮ้าว....” พันแสงทำท่าอ้าปากหาว “ง่วงเหมือนกัน งั้นผมไปนอนแล้วนะ ฮ่าๆ อยากมีเมียโว้ย...”

คนหลบฉากไม่หลบไปเฉยๆ แต่ครวญเพลงที่ไอ้หมึกเคยร้องเสียงดังลั่น

“โอ๊ยๆๆ อยากจะมีเมีย...” ไหนจะ...

“ผู้บ่าวเฒ่ากับสาววัยทีน ปีนอายุลงไปหาบ่ได้ นอกจากตายแล้วไปเกิดใหม่ แต่ก่อนตาย ขอให้ได้ ลั้ล ลั้ล ลา ฮ่าๆๆ”

“ไอ้พัน ไอ้!

เจ้าของไร่หนุ่มสบถตามหลังลูกน้องคนสนิทด้วยหน้าตาบูดบึ้งขึงขวาง รู้สึกเสียหน้าตงิดๆ เลยพายโมโหคนสนิทไปด้วย

เปิดช่องหน่อยไม่ได้ ไอ้นี่มันอยากตายเป็นผีเฝ้าไร่รึไงวะ

โรมรันกระแทกเท้าปังๆ ขึ้นบ้านอย่างหัวเสีย หาคนลงไม่ได้ ก็เข้าห้องไปดวดเหล้าที่วางทิ้งไว้คืนก่อนต่อ ร่างแกร่งทิ้งกายลงนั่งริมเตียง ยกขวดขึ้นซด ตามองกระดาษแผ่นใหญ่ที่เหน็บอยู่กับกระดานบนขาตั้งรูปเขียน

หน้าตาเอียงอาย สายตาหวั่นๆ ของเจ้าของใบหน้ารูปไข่มองมาที่เขา ภาพความทรงจำเมื่อหลายปีก่อนย้อนเข้ามาในสมอง ที่จริงภาพนั้นไม่เคยเลือนหายไปจากความทรงจำ โรมรันนึกถึงทุกครั้งที่สมองว่างก็ว่าได้ ถ่ายทอดมันลงบนกระดาษตามความถนัด

ชายหนุ่มยื่นมือไปไล้บริเวณแก้มสีเรื่อ... ตาคมกล้าทอแสงอ่อนลงโดยที่เจ้าตัวไม่รู้

“มองแบบนี้คิดสมน้ำหน้ากันอยู่ใช่ไหม รอก่อนเหอะ สอบเสร็จเมื่อไหร่ ได้เห็นดีกัน ฉันไม่ปล่อยเธอลอยนวลง่ายๆ หรอก”

 

 

“เย้ เย้ วู้”

พุดแก้วกระโดดขึ้นไปเต้นเหย็งๆ บนเตียงนอน วันนี้สอบวันสุดท้าย เธอมั่นใจว่าสอบผ่านจบการศึกษาแล้วแน่นอน ความอึดอัดกังวลช่วงหนึ่งอาทิตย์ที่ผ่านมาถูกระบายออกไปกับการกระโดดและเสียงร้องเบาๆ หลังสอบเสร็จทั้งก๊กแก๊งของพุดแก้วชวนกันไปกินหมูกระทะเป็นการปลดปล่อย

“เฮ้อ! โล่ง จากนี้ก็เตรียมไปรายงานตัวที่บริษัท รอรับปริญญา พ่อจ๋าแม่จ๋าหนูเรียนจบแล้วจ้ะ”

กระโดดจนเหนื่อยก็ทิ้งตังลงนั่งบนเตียง ยิ้มคนเดียว... นึกถึงบุพการีที่จากไป ถ้าวันนี้พวกท่านยังอยู่คงภูมิใจในตัวเธอเป็นอย่างมาก แล้วก็...

พุดแก้วหุบยิ้ม เมื่อนึกถึงผู้ปกครองอีกคน

สี่ปีแล้วสินะ ป่านนี้เขาคงลืมแล้วล่ะว่ามีเธออยู่บนโลกด้วย พี่น้อมคอยส่งรูปส่งไลน์ทั้งเล่าเรื่องที่ไล่ให้เธอรู้ข่าวคราวตลอดเวลา ไม่ว่าจะเรื่องไร่หรือเรื่องสาวๆ ที่มาติดพันเจ้าของไร่

จากความอับอายในคืนนั้น พุดแก้วปฏิญาณกับตนเอง จะไม่กลับไปที่นั่นอีก แม้ลึกๆ ในใจยังโหยหาอ้อมกอดของบ้านไร่ไม่เคยเปลี่ยน ที่นั่นสุขสงบไม่วุ่นวายเหมือนในเมืองฟ้าอมรฯ แต่ให้โหยหายังไงเธอไม่กลับไปอีกแล้ว

ร่างแบบบางทิ้งตัวลงบนที่นอน ทอดสายตามองเพดานห้อง

ห้องเล็กๆ ห้องนี้ พุดแก้วใช้เงินจากการทำงานพิเศษเป็นเด็กเสิร์ฟร้านอาหารในห้างมาเช่าเมื่อเดือนที่แล้ว หลังตัดสินใจแน่วแน่ว่าเรียนจบแล้วจะทำงานในเมืองกรุง เธอโชคดีที่บริษัทที่ไปฝึกงานให้โอกาส เลยไม่ต้องลำบากวิ่งหางานเหมือนคนอื่นๆ แม้ตำแหน่งที่ทำนั้นจะไม่สำคัญอะไร มันเป็นการเริ่มต้นที่ดีแล้ว เก็บหอมรอมริบไปเรื่อยๆ เพื่อเป็นทุนสำรองเลี้ยงชีพในอนาคตข้างหน้า

พุดแก้วไม่เคยขัดสนเรื่องเงิน ตลอดเวลาที่เรียน ผู้อุปการะเธอจะโอนเงินเข้าบัญชีให้ทุกเดือน เธอก็ใช้มันอย่างเกิดประโยชน์มากที่สุด เงินที่โรมรันให้ไม่เคยใช้หมด ตอนนี้มันก็สะสมกันเป็นก้อนใหญ่ก้อนหนึ่ง หากพุดแก้วไม่คิดจะเอามาใช้อีกแล้ว

คิดๆ ไปแล้ว เธอช่างรู้สึกเงียบเหงา โดดเดี่ยว ตอนเรียนพักในหอของมหาลัยยังมีเพื่อนเฮฮาปาร์ตี้ ตอนนี้ออกมาพักข้างนอก พรพิศเพื่อนรักของเธอตั้งใจกลับไปทำงานที่บ้านเกิด อรัญได้งานที่คลังสินค้า ไกลจากเธอพอควร มันทำให้พุดแก้วรู้สึกเหงาอย่างบอกไม่ถูก

ยิ่งในโอกาสพิเศษๆ แบบนี้ เธอโหยหาครอบครัว โหยหา...ใครสักคน เคียงข้างร่วมยินดี

“โอ๊ย ไม่เอาแล้วนังพุด แกเริ่มจะฟุ้งแล้ว ไปอาบน้ำดีกว่า สงสัยกินเหล้ามากไป”

เมื่อรู้ตัวว่า ปล่อยใจอ่อนแอ หญิงสาวเด้งตัวลุกจากเตียง คว้าผ้าเช็ดตัวแล้วเข้าห้องน้ำ

ห้องเช่าเล็กๆ แบบสตูดิโอ ห้องโถงห้องเดียว มีเตียงนอน ตู้เสื้อผ้า โต๊ะเครื่องแป้ง ห้องน้ำในตัวกับระเบียงตากผ้า มันอาจไม่หรูหราสวยงาม สำหรับพุดแก้วแล้ว เธอคิดว่ามันดีมากๆ ตึกใหญ่ มีคนพักอาศัยไม่น้อย ระบบรักษาความปลอดภัยดูรัดกุม มันเหมาะกับคนที่กำลังเริ่มต้นชีวิตแบบเธอ พุดแก้วก็ซื้อพัดลมตัวใหญ่มาเพิ่ม เท่านี้ห้องเช่าน้อยๆ ก็กลายเป็นวิมานของเธอแล้วล่ะ

สิบห้านาทีต่อมา หญิงสาวเดินออกมาจากห้องน้ำพร้อมฮัมเพลงเบาๆ ตรงมาเปิดตู้หาชุดสวมนอน ไปกินหมูกระวันนี้เธอกินเหล้าผสมโค้กโซดาไปหลายแก้ว ได้อาบน้ำ ร่างกายกับสมองค่อยสดชื่นหายมึนขึ้นมาหน่อย พุดแก้วแต่งตัวเรียบร้อย พอดีเสียงเคาะประตูห้องดังขึ้น

ก๊อกๆ

พุดแก้วนิ่วหน้า เธอยังไม่รู้จักใครที่นี่สักหน่อย แล้วใครกันมาเคาะ หรือจะเป็นพรพิศกับอรัญ

ใครก็ตามจะขึ้นมาถึงห้องเธอที่พักชั้นสามได้ ต้องผ่านประตูกระจกแบบคีย์การ์ด ผ่านยาม มีแค่สองคนนี้ที่จะขึ้นมาได้เพราะยามเห็นหน้าบ่อยที่สุด

“อย่าบอกนะว่าเมากันจนกลับไม่ไหว”

หญิงสาวส่ายหน้าช้าๆ กลับจากกินหมูกระทะ อรัญขับรถมาส่งเธอก่อนจะไปส่งพรพิศ หรือสองคนนี้จะเปลี่ยนใจนอนกับเธอที่นี่

พุดแก้วก้าวไม่กี่ก้าวก็ถึงประตู เพราะห้องแคบนิดเดียว เสียงเคาะก็รัวถี่

ก๊อกๆ ก๊อกๆ

“มาแล้ว มาแล้ว เปลี่ยนใจจะนอนกับฉันรึไงพวกกะ....” คำว่า แก หายไปในลำคอ ตากลมโตเบิกกว้าง

ร่างสูงสง่ายืนเด่นเป็นยักษ์ปักหลั่นอยู่หน้าห้อง หน้าตารกครึ้มด้วยหนวดเคราสีดำ พุดแก้วคงจะกรีดร้องลั่นตึก หากว่าไม่เคยเห็นรูปเขามาก่อน ไม่ใช่เพราะกลัว คนตรงหน้าเข้มคมดุดันอย่างกับหลุดออกมาทีวี

“คะ...คุณเข้ม”

“กะจะนอนอยู่พอดี” เสียงห้าวบอกเรียบๆ ร่างสูงใหญ่ บึกบึน หนาด้วยมัดกล้ามเนื้อสวยไร้ไขมันก็ก้าวเข้ามาในห้อง

พุดแก้วตะลึงจังงัง เพราะไม่คิดว่า ผู้อุปการะเธอจะมาปรากฏตัวตรงหน้าแบบนี้


งานเข้าหนุพุดซะแว้ว ฝากติดตามและเป็นกำลังใจให้หนูพุดด้วยนะคร้าาา จะรอดปากคุณเข้มไหมน๊าาาาา หุหุ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 18 ครั้ง

58 ความคิดเห็น

  1. #8 วรรณภา มูลเหลา (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2559 / 09:35
    ชอบค่ะ รอนะคะ
    #8
    0
  2. #7 사 랑 (@pattira809) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2559 / 03:24
    รอค่า คุณเข้มน่ารักดี
    #7
    0
  3. #6 Chom-pp (@Chom-pp) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2559 / 23:00
    คุณเข้มเล่นมาตามถึงที่เลย จารอดไหมเนี่ย
    #6
    0