วิมานสวาทจอมเถื่อน

ตอนที่ 8 : ตอนที่ 3 P.2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,038
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 13 ครั้ง
    18 ส.ค. 59



โรมรันชำเลืองมองหน้างอง้ำของคนนั่งข้างๆ ตาคมพราวระยับแวบหนึ่งก่อนเลือนหายไป รถวิ่งด้วยความเร็วสม่ำเสมอออกจากกรุงเทพฯ ตีห้า ตอนนี้จะห้าโมงเช้าแล้ว ยังเหลือระยะทางอีกเกินกว่าครึ่ง ไร่พฤกษ์พนาอยู่ในจังหนึ่งทางภาคอีสานของประเทศไทย การเดินทางด้วยรถยนต์ใช้เวลากว่าสิบชั่วโมง

“เมื่อยมั้ย”

รถกระบะสี่ประตู เบาะที่นั่งกว้างขวางสบายสะดวก ตัวเล็กๆ อย่างพุดแก้ว นั่งได้สองคนด้วยซ้ำบนเบาะเดียว ทำไมจะนั่งไม่สบาย เธอคิดค่อนแคะ ปรายตาค้อน...

“หน้าน่ะ เมื่อยมั้ย ถ้าเมื่อยก็เปลี่ยนเป็นยิ้มหรืออะไรอย่างอื่นมั่งก็ได้ เห็นหน้าบึ้งหน้างอมาตั้งแต่เช้าจนจะเป็นจวักตักแกงอยู่แล้ว” เสียงห้าวพูดเรียบเรื่อยดังมาอีก

คราวนี้คนฟังสะบัดหน้าพรืด ไปมองหน้าต่างรถแทน ไม่อยากคุยกับคนหน้าไม่อาย ถามมาได้ เพราะใครล่ะที่ทำให้เธอเป็นแบบนี้

โรมรันเบือนหน้าไปทางกระจกรถ ลอบยิ้มขัน เหตุที่ทำให้สาวน้อยหน้างอง้ำก็เพราะเธอตื่นมาเจอชีเปลือย...

เสียงกรี๊ดลั่นปลุกโรมรันสะดุ้งตื่น รีบตะครุบปิดปากพุดแก้วเอาไว้ ก่อนที่เสียงเธอจะทำให้คนแตกตื่นรับอรุณ

พุดแก้วทำปากขมุบขมิบกับตนเอง นึกถึงเรื่องที่ทำให้หน้าเธอร้อนไม่หาย อากาศตอนเช้าเย็นๆ เธอซุกตัวควานหาไออุ่นจากผ้าห่ม ควานไปควานมา มือก็ไปสัมผัสบางอย่างเข้าอย่างจัง มันกระตุก เต้นตุบๆ อยู่ในมือบาง เธอสงสัยเลยลืมตาขึ้นมอง ก่อนจะร้องกรี๊ดลั่นห้อง สะบัดมือออกเหมือนโดนของร้อน เจ้านั่นก็ชี้หน้าเธออย่างน่าไม่อายเสียด้วย

“คนบ้า”

พุดแก้วหน้าสุกปลั่ง แก้มร้อนวูบวาบ เกิดมาจากท้องพ่อท้องแม่ไม่เคยเห็นของใครนอกจากเด็กเล็ก แต่คนหน้าไม่อายกลับยักไหล่หน้าตาย

“นึกว่าเป็นอะไร ร้องยังกับเจ๊กตื่นไฟ”

“คุณเข้มหน้าไม่อาย น่าเกลียดที่สุด ทำไมไม่นุ่งผ้าให้เรียบร้อย”

“มีที่ไหน เห็นอยู่ว่าฉันมาแต่ตัว” เพราะความร้อน พัดลมเอาไม่อยู่ โรมรันถีบผ้าห่มร่วงไปกองบนพื้นตอนไหนไม่รู้ แต่อย่างเขามีหรือจะอาย

ร่างสูงลุกจากเตียง เดินโทงๆ ไปหยิบผ้าขนหนูที่ถอดทิ้งไว้เมื่อคืนมาพันตัวท่ามกลางเสียงร้อง

“ดูไว้จะได้ชิน อีกหน่อยเธอจะได้เห็นมันทุกวันนั่นแหละ”

“คุณเข้มลามกที่สุด”

 พุดแก้วปากสั่น ตาเบิกค้าง คนบ้าที่ช่างหน้าด้านหน้าทน มีหน้ามาบอกให้เธอดูไว้อีก สัดส่วนนั้นที่เห็นเพียงไม่กี่วินาที เพราะไม่กล้ามองนาน มันอลังการอย่างบอกไม่ถูก น่าขนหัวลุกมากกว่า



รถวิ่งมาถึงไร่ พุดแก้วมองไม่เห็นอะไรนอกความมืด ด้านหน้าปากทางเข้าไร่ มีไฟเปิดไว้เป็นจุดๆ เธอรู้ว่าบริเวณนี้เป็นจุดที่มีคนมาเยี่ยมชมบ่อยๆ จากคำบอกเล่าของประนอมและรูปในเวบไซด์ พอผ่านจุดนั้นลึกเข้ามาตามทาง มีไฟติดไว้เป็นระยะ ใจพุดแก้วเต้นแรงขึ้น บ้านเกิดที่เธอไม่ได้กลับมาตั้งสี่ปี มันมีความตื่นเต้นในใจไม่น้อย

สองข้างทางมองไม่เห็นอะไรมากไปกว่าต้นข้าวโพด สาวน้อยลดกระจกรถลง สูดกลิ่นไอดินกลิ่นหญ้าเข้าปอดอย่างสดชื่น

โรมรันปิดแอร์ในรถ ลดกระจก ชะลอความเร็วลง ถนนเส้นนี้ลาดยางมะตอยเพราะเป็นเส้นที่เขาใช้สำหรับขนสินค้าออกจากไร่

“หอมดินจัง” บรรยากาศที่หาไม่ได้ในเมือง ชโลมหัวใจดวงน้อยให้เบิกบาน ความรู้สึกเวลากลับบ้านมันเป็นเช่นนี้เอง

“ข้าวโพดล็อตนี้ใกล้จะเก็บฝักได้แล้ว” เสียงห้าวพูดเรียบๆ เป็นเชิงเล่าให้ฟัง

พุดแก้วแหงนทอดสายตามองป่าข้าวโพด แสงไฟน้อยนิด ไม่สว่างเท่าแสงจันทร์ มันทำให้เธอมองเห็นภาพชัดขึ้น และมองเห็นดาวระยับอยู่บนฟ้า

“พี่น้อมเล่าอยู่ค่ะ ว่าร้านข้างหน้ากับในเมืองขายของไม่ทัน คนชอบข้าวโพดจากไร่คุณเข้มมาก”

“ข้าวโพดฝักใหญ่ รสหวาน เก็บกันวันต่อวันที่เอามาออกมาขายที่ร้าน ไม่ใช่ข้าวโพดค้างคืน รสชาติเลยไม่เสียไม่จืด”

พุดแก้วพอรู้เรื่องวิธีการหากพอเขาเล่าเธอดันชอบฟังอีกจึงไม่ค้านอะไร หลายปีที่นี่เปลี่ยนไปเยอะ พื้นที่ร้านขายของกับจุดต้อนรับนักท่องเที่ยวข้างหน้าเป็นส่วนที่โรมรันซื้อเพิ่ม ขับรถมาไกลหลายกิโลเมตรทีเดียว จึงมาถึงทางเข้าไร่เดิม

สาวน้อยกรีดนิ้วซับน้ำที่เอ่อขอบตาอย่างอดไม่ได้ แม้เคยคิดว่าจะไม่กลับมา หากเมื่อได้กลับมา ความรู้สึกมันเต็มตื้นอย่างบอกไม่ถูก ที่สำคัญเธอคิดถึงพ่อแม่ที่จากไป ถ้าวันนี้พวกท่านอยู่คงได้ปลาบปลื้มยินดีที่ได้เห็นหน้าเธอ ได้เห็นความสำเร็จของเธอ คิดแล้ว... น้ำตาคลอคลอง

โรมรันได้ยินเสียงสูดน้ำมูกเบาๆ รู้ทันทีว่าสาวน้อยอยู่ในอารมณ์ไหน มือหนาเอื้อมมาจับศีรษะเล็ก ไม่ได้ลูบ จับแล้วกดมือบีบเบาๆ

พุดแก้วเผลอน้ำตาร่วง ไหล่สะท้านนิดๆ แอบเช็ดน้ำตา กระซิบบอกกับพ่อแม่

พ่อจ๋าแม่จ๋า พุดกลับมาแล้วจ้ะ...

ชายหนุ่มชำเลืองมองร่างบางโดยไม่พูดอะไร พารถเคลื่อนไปช้าๆ เขาเองก็รู้สึกดีเวลาที่ได้อยู่ที่ไร่ มันเหมือนที่นี่เป็นบ้าน เป็นอาณาจักรที่เขาอยู่แล้วสบายใจที่สุด โรมรันจึงไม่ค่อยไปไหน หลายปีกับการขลุกอยู่กับไร่และฟาร์ม ทำงานเป็นบ้าเป็นหลัง ทุกวันนี้เขามีกิจการที่มั่นคงระดับหนึ่ง มีรายได้ที่สามารถเลี้ยงดูคนงานทั้งหมดได้ไม่เดือดร้อน และเลี้ยงเมียกับลูกอีกสักคนสองคนได้สบาย

พ้นจากไร่ข้าวโพด มีทางแยกเพื่อเข้าบ้านของโรมรัน พุดแก้วแอบหันกลับมามองสารถีของเธอ ใจสั่นแปลกๆ มันมีทั้งความคิดถึงและความไม่แน่ใจนั่นเอง

ไม่นาน บ้านสองชั้นที่อยู่ในความทรงจำก็ปรากฏในคลองสายตา ไฟหน้าบ้านเปิดไว้เพียงหลอดเดียวเหมือนเช่นเมื่อก่อน

โรมรันพารถเข้าไปจอดที่โรงเก็บด้านข้าง เสร็จแล้วก็ลงไปเปิดประตูเบาะหลัง หยิบเป้ใบย่อมของตัวเอง และหิ้วกระเป๋าของพุดแก้วมาด้วย

“มาค่ะ พุดหิ้วเอง” มันดูไม่เหมาะ เพราะในนั้นมีของใช้ส่วนตัว พุดแก้วจึงรีบมาจะแย่งหิ้ว

“กระเป๋าหนัก เก็บอะไรมาเยอะแยะ จะให้คนขนมาให้ก็ไม่ฟัง เดินขึ้นบ้านไป ฉันหิ้วให้เอง” เสียงดุๆ บอก

“ห้องพุดอยู่ข้างล่างนะคะ”

เธอเตือน ห้องพักเดิมของเธออยู่ติดห้องครัวเยื้องๆไปทางทางด้านหลัง ซึ่งด้านนั้นมีบันไดขึ้นไปตรงห้องครัวและบาร์ชั้นบน ขณะที่ด้านหน้าบ้าน มีบันไดไม้สิบเอ็ดขั้นทอดขึ้นไปตรงชาน ถัดจากชานบ้านเป็นห้องนั่งเล่น ทางเดินคั้นกลาง ห้องนอนสองห้อง ห้องทำงานอีกหนึ่ง พุดแก้วจำได้ไม่ลืม

“ห้องข้างล่างฉันทำเป็นที่เก็บของแล้ว วันนี้เธอต้องนอนบนบ้าน”

ร่างสูงกำยำเดินหิ้วกระเป๋าตัวปลิวย่ำเท้าขึ้นบันไดไปก่อน พุดแก้วเลยต้องวิ่งตา หน้านิ่วคิ้วขมวดเพราะความแปลกใจ ก็ไหนพี่น้อมเล่าว่า ทำความสะอาดห้องของเธออาทิตย์ละครั้ง แล้วเขาเอาไปทำห้องเก็บของตอนไหน

โรมรันวางกระเป๋าที่หน้าโซฟานั่งเล่น จัดการเปิดไฟ เวลาสองทุ่มก็จริง ประนอมคงจะนอนแล้ว ตามวิสัยของชาวบ้านที่มักจะนอนเร็ว

“ไปอาบน้ำ จะได้มากินข้าว” ก่อนออกจากตัวเมือง โรมรันแวะซื้อข้าวต้มกับอาหารสองสามอย่างติดมือมาด้วย

“พุดลงไปนอนข้างล่างดีกว่าค่ะ พี่น้อมบอกว่าทำความสะอาดห้องพุดอยู่เลย คุณเข้มเอาไปทำห้องเก็บของตอนไหน”

“ทำก่อนที่ฉันจะเข้ากรุงเทพ เธอไม่ต้องพูดมาก จะนอนห้องข้างบนหรือนอนห้องเดียวกับฉัน เลือกเอาสักห้องแล้วกัน” คนหน้านิ่งเป็นนิจบอกเรียบๆ เดินหนีเข้าครัวไป

พุดแก้วอ้าปากค้าง ฟังทางเลือกของคนเผด็จการแล้วอยากตะกุยหน้านัก คุณเข้มบ้า... ขืนนอนห้องเขา ชาวบ้านได้นินทาไปทั้งตำบลสิ

เจ้าของร่างบาง ฉวยกระเป๋าลากไปอีกห้อง แค่คืนนี้ พรุ่งนี้ค่อยว่ากัน มือที่กำลังจะดึงประตูห้องเปิดชะงัก เธอหันไปมองอีกห้องอย่างอดไม่ได้

ห้องที่เธอทำเรื่องน่าอับอายไว้ ห้องของโรมรัน...

พวงแก้มพลันร้อนวูบวาบ ใจเต้นรัวขึ้น คำพูดของเขาวนเข้ามาในสมอง ทั้งคำพูดที่เกิดในห้องนั้น และคำพูดที่เขาโยนใส่หน้าเมื่อวาน

พุดแก้วสะบัดหัวแรงๆ ผลักประตูเข้าไปห้องนอนอีกห้อง วางกระเป๋าบนพื้น รื้อหาเสื้อผ้าที่จะสวมใส่นอน ตรงเข้าห้องน้ำอาบน้ำ นึกถึงคนอื่นๆ ขึ้นมา เช่นยายปลิว ลุงสมบัติ ประนอม น้าพัน รวมทั้งคนอื่นๆ วันนี้ทุกคนคงนอนหมดแล้ว ไว้พรุ่งนี้เธอจะไปคุยกับพวกเขาให้หนำใจเลย

อาบน้ำเสร็จ ประตูห้องถูกเคาะ พอเธอเยี่ยมหน้าออกไปมอง โรมรันก็ชี้ไปที่โซฟา

“มากินอะไรก่อน”

ถ้วยสองใบ มีควันลอยล่อง มีใส่อาหารอีกสามจานวางอยู่ส่งกลิ่นหอมๆ ก็กระตุ้นน้ำย่อยในท้อง

สาวน้อยไม่คิดปฏิเสธ ตลอดทางจะกินขนมนมเนยมาตลอด เที่ยงเขาพาแวะกินข้าว แต่เธอยังไม่ได้กินข้าวเย็น เห็นท่าทางเขาขับรถเหนื่อย จึงเสนอให้ซื้อมากินที่บ้านดีกว่า

ข้าวต้มปลาทรงเครื่องหอมยั่วน้ำลาย ยังมียำไข่เยี่ยวม้า ปลาสลิดทอด และผัดผักบุ้ง

“น่ากินจัง”

“น่ากินก็รีบกิน จะได้รีบนอน” โรมรันบอกเมื่อลดขวดเบียร์ที่เพิ่งกระดกไปทีเดียวเกือบครึ่งขวด

พุดแก้วนั่งขัดสมาธิบนพื้นไม้ขัดมัน จัดแจงยกถ้วยข้าวต้มมาวางตรงหน้าตัวเอง ยกไปวางให้โรมรันด้วย เธอสังเกตว่าโรมรันอาบน้ำแล้วเช่นกัน เพราะเขาเปลี่ยนไปใส่ชุดนอนแล้ว เสื้อกล้ามสีขาว กางเกงขายาว เช่นที่เขาชอบใส่เสมอมา

“ทำไมไม่นั่งบนโซฟา”

“นั่งบนพื้นถนัดกว่าค่ะ ไม่ต้องก้มด้วย” เธอตอบพลางเคี้ยวข้าวตุ้ยๆ

ชายหนุ่มส่ายหน้า ไม่ว่าอะไร ยกขวดเบียร์ขึ้นกระดกเงียบๆ ขณะมองสาวน้อยจ้วงข้าวต้มเข้าปากอย่างไม่สงวนท่าทีหรือมีความเอียงอายอะไร

หากเป็นเมื่อก่อน เธอคงจะนั่งตัวลีบหนีบแล้วหนีบอีก ไม่กล้ามองสบตาเขา

แปลกดี อายแต่กลับกล้ามายั่ว พิลึกคนจริง

ใช่ว่าโรมรันไม่รู้ เรื่องที่พุดแก้วไม่อยากไปเรียน แต่เขาก็ให้เธออยู่ด้วยไม่ได้ในตอนนั้น ด้วยเหตุผลหลายๆ อย่าง ตาคมทอดมองดวงหน้าผ่องสะอาดปราศจากเครื่องสำอาง ความสวยแบบบริสุทธิ์ธรรมชาตินี่เอง ที่ทำให้เขาลอบมองบ่อยๆ จนกลายเป็นความต้องการ อยากมอง อยาก...

“คุณเข้มไม่กินเหรอ”

“เหนื่อย กินไม่ลง”

“กินข้าวไม่ลงแต่กินเบียร์ได้แปลกจัง เดี๋ยวก็แสบท้องแย่หรอกค่ะ”

“อยากให้กินก็ป้อนฉันสิ”

คราวนี้พุดแก้วถือช้อนค้าง เอียงหน้ามองคนตัวโต เขาก็มองเธอนิ่งๆ

เอาแล้วสิ คนบ้านี่ ทำไมชอบทำให้เธอใจสั่นด้วยนะ

“แล้วคุณเข้มจะให้พุดทำงานอะไรที่นี่คะ” สาวน้อยรีบเปลี่ยนเรื่องไปทันที

“เหนื่อย ไม่อยากพูดเรื่องงาน”

พุดแก้วเหลือบค้อนอย่างอดไม่ได้ เมื่อเขาไม่อยากพูด เธอจึงกินข้าวไปเงียบๆ อาหารง่ายๆ ในเวลาหิวมันกลับเลิศรสอย่าบอกใคร ไม่ทันไร ข้าวต้มก็หมดถ้วย เธอยกไปเก็บ โรมรันบอกให้เก็บถ้วยของเขาด้วย ทั้งที่ยังไม่ได้แตะสักนิด

“พุดขอตัวไปนอนก่อนนะคะ”

สาวหน้าบอกเบาๆ ถอยหลังไปจะกลับเข้าห้อง แต่ต้องร้องอุทาน หน้าตื่น เมื่อร่างสูงใหญ่ตามเธอเข้ามาด้วย ไฟในห้องดับพรึบเพราะฝีมือของเขา

“คุณเข้ม! ทะ...ทำอะไรคะ”

“นอนไง มาสิ ไหนว่าง่วงแล้ว”

“คุณเข้มไปนอนห้องตัวเองสิ”

“นอนห้องนี้ก็เหมือนกันนั่นแหละ อย่าเรื่องมาก” เสียงห้าวเข้มดังเหนือกระหม่อมบาง ก่อนที่ร่างของพุดแก้วจะถูกดันไปที่เตียง

โรมรันเดินไปเปิดหน้าต่าง ลมเย็นๆ พัดวูบเข้ามาในห้อง ไร่พฤกษ์พนาอยู่กลางหุบเขา ทำให้อากาศดีตลอดทั้งปี แม้จะอยู่ภาคอีสานที่ว่ากันว่าร้อนกว่าทุกภาค กลางวันอาจจะมีร้อนบ้างตามธรรมดา พอตกกลางคืน อากาศเย็นสบาย แล้วรอบๆ บ้านของโรมรันมีต้นไม้สูงใหญ่ให้ร่มเงาจึงมีความเย็นและร่มรื่นเป็นพิเศษ โรมรันจึงไม่ได้ติดแอร์ที่บ้านสักตัว บ้านของเขาก็ยังคงเป็นบ้านสมัยเก่าที่ก่อสร้างจากไม้ หากโละเอาไม้มาขายคงได้ราคาดี ราคาไม้ในปัจจุบันนั้นสูงเอาเรื่อง

ชายหนุ่มชอบอยู่แบบนี้ แค่เปิดหน้าต่าง ห้องก็เย็นสบายแล้ว จึงไม่คิดจะปรับเปลี่ยนอะไร และแม้ว่าบ้านจะสร้างมานาน แต่ไม้ที่ใช้ล้วนเป็นไม้เนื้อแข็งคุณภาพดี พอได้รับการดูแลรักษาเป็นอย่างดีทำให้คงทนมากขึ้น

ผ้าม่านผืนบางปลิวไหวๆ สายลมพัดเข้ามาเบาๆ เธอกลับหนาวยะเยือกถึงหัวใจ พุดแก้วได้แต่ยืนอ้ำอึ้ง

นี่เขาจะทำอย่างที่พูดจริงๆ เหรอเนี่ย

โรมรันกระตุกเสื้อกล้ามถอดออก เลิกคิ้วสบตาที่จ้องตนเขม็ง ชักอยากยิ้มแต่กลั้นไว้ ตวัดเกี่ยวเอวเล็กติดมือ ก่อนจะพาล้มตัวนอนลงบนเตียง

“คุณเข้ม...”

“หือ...”

“คุณเข้มจะทำอย่างที่พูดจริงเหรอ”

“เรื่อง” เขาแสร้งถามหน้าตาย

“ก็... เรื่อง เรื่อง...” คนถามเองกลับไม่กล้าพูดต่อ แก้มร้อนไปหมด มัดกล้ามแน่นๆ ที่เบียดแนบก็แผ่ไอความร้อนออกมาแผดเผา ใจสาวสั่นรัว

แสงจันทร์ที่สาดผ่านหน้าต่างทำให้โรมรันมองเห็นหน้าอายๆ สายตาหวั่นๆ ของสาวน้อย เข้าใจทันทีว่าเธอหมายถึงอะไร อ้อมแขนแกร่งกระชับ รัดร่างนุ่มหอมแนบอก

“อยากให้ทำมั้ย”

คนถูกถามส่ายหน้าหวือ ยันมือกับไหล่กว้างไว้

“เห็นเคยอยากได้”

“พุดเด็กนี่ตอนนั้น ทำไมต้องย้ำนักหนา คุณเข้มมีความสุขที่ทำให้พุดอับอายมากเหรอคะ แล้วทำกับพุดแบบนี้ พุดจะเอาหน้าไว้ที่ไหน”

“เอาไว้บนคอเล็กๆ ของเธอนั่นแหละ” โรมรันกดจมูกกับแก้มใส สูดกลิ่นหอมอ่อนเข้าปอดแรงๆ “ฉันจะมีความสุขถ้าเธอทำแบบนั้นอีกครั้งมากกว่า”

“คุณเข้มน่ะ”

“หลับตาได้แล้วพุด ถ้าไม่อยากให้ฉันเริ่มต้นเรื่องที่เราคั่งค้างกันไว้”

“หึ อะไรก็ดีแต่ขู่”

“พูดแบบนี้จะให้ฉันเข้าใจไหมว่า ควรลงทำมือทำจริงจังสักที”

“บ้า”

“หลับตา”

“พุดสับสนไปหมดแล้ว คุณเข้มกำลังทำให้พุดเป็นเด็กมีปัญหา” แม้ตาจะหลับปี๋จากเสียงสั่งดุๆ ปากอิ่มๆ บ่นอุบอิบกับอกกว้าง

โรมรันส่ายหน้า รู้หรอกว่าตนเองรุกเธอเร็วไป แต่จะให้ทำไงได้ เขาไม่ใช่เด็กสิบแปดจะได้ค่อยๆ แทะ ค่อยๆ เทียวไล้เทียวขื่อสาว เขาสามสิบหก พกความมั่นใจเกินร้อย พุดแก้วเคยแสดงออกว่ามีใจ ส่วนเขาก็ปรารถนาเธอยิ่งกว่าใคร แล้วทำไมต้องรอให้ ม.ค.ป.ด. (หมาคาบไปแดก)

หากวันนี้เขาก็ยังรั้งรอ ขอแค่กอด ได้เธอมาอยู่ในอ้อมแขน อยู่ในสายตา ชายหนุ่มคิดว่า เขาจะรออีกนิด อย่างน้อยๆ ก็คง พรุ่งนี้!

“เธอไม่ใช่เด็กแล้วพุดแก้ว มีตัณหาเถอะ นั่นต่างหากที่ฉันอยากทำกับเธอ”

เสียงห้าวพูดราบเรียบ เถรตรง กระทบใจคนฟังเต็มแรง พุดแก้วแอบนิ่วหน้า แต่ยอมนอนิ่งๆ ปรับความคิดของเธอใหม่ เพื่อตั้งรับคนตัวใหญ่ที่แสดงออกชัดเหลือเกิน จะเอาเธอเป็นเมีย  


***** กลับไร่แว้ววว คึคึ คุณเข้ม เค้าจะรอดู จะทนอดได้กี่น้ำ 555 


วันนี้มีนิยาย ดาร์กฮอตมาแนะนำค่ะ 

*** คำเตือน ไม่เหมาะกับท่านที่หัวใจอ่อนแอและไม่ชอบกินแซนวิส 

ห้วงสวาท
ทิวลม
www.mebmarket.com
“อย่าทำตุ๊กตาแบบนี้นะนพ นพเป็นอะไร ตุ๊กตาเป็นแฟนเอกนะ” “ผมรู้” เสียงห้าวแตกพร่า เต็มไปด้วยอารมณ์ ปากร้อนผ่าวจูบไซ้ซอกคอ ไล้ลิ้นปาดไปทั่ว ขณะที่รัดตัวเ...
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 13 ครั้ง

58 ความคิดเห็น

  1. #25 YulSica (@0mygirl0) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2559 / 00:47
    อีคุณพูดสิคะ555555555
    #25
    0
  2. #17 Chom-pp (@Chom-pp) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2559 / 21:43
    คุณเข้มออกตัวแรงง 555
    #17
    0