วิมานสวาทจอมเถื่อน

ตอนที่ 9 : ตอนที่ 4

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,735
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 19 ครั้ง
    19 ส.ค. 59


โรงอาหารกลางไร่คึกคักเป็นพิเศษ ไม่ใช่มีมวยเด็ดระหว่างกินข้าวเที่ยงตามที่เจ้านายหนุ่มเคยลั่นคำพูดไว้ ความคึกคักวันนี้เป็นเพราะมีผู้ช่วยแม่ครัวแสนสวยมาให้หนุ่มๆ กระชุ่มกระชวยแทะเล็ม

หนุ่มคนงานเวียนวนมาเติมข้าว เติมกับ ทำให้กับข้าวที่ว่าทำไว้มากพอสมควรกำลังจะไม่พอ โดยเฉพาะหนุ่มหมึกกับก๊กแก๊ง

“ถ้าพี่หมึกรู้ว่าน้องพุดจะกลับมาเมื่อคืน พี่หมึกจะไปนอนรอใต้ต้นมะขามหน้าบ้านคุณเข้มเลยจ้ะ”

ไอ้เวกขำก๊าก “น้อยๆ หน่อยเพื่อน แค่โงหัวจากขวดก็ทำให้มันได้เหอะ ดวดเหล้าเป็นไหเลยมึง”

“ทำไมๆ ถ้ารู้ว่าน้องพุดจะมา กูไม่กินเสียเวลาเลยยังได้ ที่กินก็กินเป็นเพื่อนพวกมึงเฉยๆ หรอก คุณเข้มใจดำเหลือเกิน ไปรับน้องพุดก็ไม่บอกใครเลย”

พุดแก้วยิ้มขำ ยกแกงถ้วยที่สามส่งให้หนุ่มผิวเข้ม ก่อนจะไล่ให้ไปนั่งโต๊ะเพราะยืนขวางคนอื่น

“สงสัยต้องจำกัดให้เติมได้แค่คนละครั้งพอ พวกที่พักเที่ยงครึ่งไม่ได้กินแน่แบบนี้” ประนอมออกปากอย่างหมั่นไส้ เธอเองก็ตื่นเต้นที่พุดแก้วไปเรียกที่เรือนที่เมื่อเช้า เพราะไม่รู้ว่าคุณเข้มไปรับนั่นเอง

“ช่างเถอะจ้ะพี่น้อม มีผักกับหมูเหลืออยู่ เราทำเพิ่มอีกสักสองอย่างก็ได้มังจ๊ะ” พุดแก้วบอกยิ้มๆ เมื่อเช้าเธอไปเรียกประนอมเพื่อชวนไปวัดทำบุญให้บุพการีของเธอและคุณท่านทั้งสองพ่อแม่ของโรมรัน เสร็จแล้วก็กลับมาช่วยประนอมและยายปลิวทำกับข้าวเลี้ยงคนงาน

“โอ๊ย ไอ้ทำน่ะมันทำได้หรอกนะ แต่เห็นใจกันมั่ง ทำแล้วทำอีก ไม่เสร็จสักที มันเหนื่อยนะวุ้ย” แสงเดือนกระแทกทัพพีกับหม้อแรงๆ ส่งเสียงค่อนขอด หน้าตาที่แต่งสวยๆ มันแผล็บ

ประนอมมองตาขวาง ร่ำๆ จะสวนกลับ แต่ถูกพุดแก้วดึงแขนไว้ เพราะรู้ว่าทั้งสองถูกคาดโทษจากคุณเข้มอยู่...

“ไม่เป็นไรหรอกจ้ะ เดี๋ยวพุดกับพี่น้อมทำกันเอง พี่เดือนตักกับข้าวให้คนอื่นๆ เถอะจ้ะ”

เพิ่งกลับมาไร่วันแรก พุดแก้วไม่อยากมีปัญหากับใคร แม้จะได้ยินกิตติศัพท์ของแสงเดือนมาบ้าง พุดแก้วบางๆ ให้สาวรุ่นพี่ ดึงประนอมให้ปลีกตัวออกไปทางด้านข้างซึ่งเป็นโรงครัวประกอบอาหาร แต่แสงเดือนก็อุทานชื่อหนุ่มเจ้าของไร่ขึ้นมา

“คุณเข้ม” 

พุดแก้วหันไปมอง พบว่าเขามองมาที่เธอพอดี แก้มใสพลันร้อนผะผ่าว รีบดึงแขนประนอมไปโรงครัวทันที

แสงเดือนรีบจัดหาสำรับกับข้าวยกไปวางให้ชายหนุ่มที่ตนหมายปอง

“วันนี้มีต้มยำไก่บ้านใบมะขามอ่อน เดือนทำเองนะคะ อร่อยมากเลยล่ะ คุณเข้มลองชิมดูนะคะ”

พันแสงทำเสียงจุ๊ปากอย่างชอบใจ ส่วนผู้เป็นนายฟังเฉยๆ หยิบจานเปล่ามาวางตรงหน้าเพื่อเตรียมตักข้าว

โรมรันชอบที่จะกินข้าวในโรงงานร่วมกับคนอื่นๆ เขาไม่ต้องการให้รู้สึกแปลกแยกแตกต่าง คนงานกินอะไร เขากินอย่างนั้น

“มีส้มตำ ผัดหมี่ด้วย นึกยังไงมีผัดหมี่ ปกติเห็นมีแต่ส้มตำ” แล้วก็นานๆ ทำที

“ก็นัง เอ๊ย น้องพุดเค้าบอกป้าปลิวว่าอยากกิน ป้าปลิวเลยจัดให้น่ะพี่พัน นี่น้องพุดก็ตำเองด้วยไม่รู้จะกินได้หรือเปล่านะ” พูดแล้วก็แทบอยากกัดลิ้นตัวเอง แสงเดือนไม่อยากเรียกเด็กนั่นดีนักหรอก แต่เพราะตอนนี้อยู่ต่อหน้าโรมรันจึงจำใจเรียก

นึกๆ แล้วแสงเดือนยังหงุดหงิดหัวใจ ขุ่นใจ ไม่รู้คุณเข้มจะไปรับนังเด็กนั่นกลับมาทำไม ถึงว่าหายหน้าไปหลายวัน ที่แท้ก็ไปกรุงเทพฯ

พันแสงเหลือบมองเจ้านายแวบหนึ่ง แล้วแกล้งทำไม่สนใจ คดข้าวใส่จานตนเองทันที พอยื่นมือไปขอจานจากโรมรันกลับถูกปฏิเสธ

“วันนี้ไม่ค่อยหิว กินส้มตำผัดหมี่ก็พอ ข้าวไม่เอา”

“ขอบใจเอ็งมากนังเดือน ไปทำอะไรก็ไปเถอะ” พันแสงเลยต้องหันมาไล่สาวสวยแทน

แสงเดือนสะบัดเดินหนีไปที่จุดตักอาหารอย่างไม่ค่อยพอใจ ด้วยอยากอยู่ใกล้ๆ เจ้าของไร่หนุ่มหล่อนานๆ หน่อย กลับถูกขัดคอตลอด หญิงสาวตวัดตาค้อนมารคอหอยที่คอยเจ้ากี้เจ้าการ บางทีเธอถึงกับสงสัย พันแสงแอบชอบคุณเข้มอยู่รึไง ถึงได้ทำตัวเป็นจระเข้ขวางคลองตลอดเวลา

ทางด้านเจ้าของไร่หนุ่ม ทอดสายตาไปที่โรงครัวสำหรับประกอบอาหาร จะเป็นเพิงซึ่งต่อออกด้านข้างของตัวโรงอาหาร ก่อด้วยอิฐฉาบปูนจากพื้นขึ้นมาประมานหนึ่งเมตรด้านหลังและด้านข้าง ต่อจากนั้นเป็นโครงเหล็กแปะทับด้วยตาข่ายเหล็กเพื่อกันพวกนก ช่องระหว่างตาข่ายช่วยถ่ายเทอากาศและกลิ่นพริกเกลือเวลาทำกับข้าวได้ดี ส่วนพื้นเทปูนเช่นเดียวกับพื้นโรงอาหาร ด้านหน้าเปิดโล่งทั้งแผง เขาใช้เหล็กเชื่อมให้เป็นแผงลูกกรง ทำเหมือนกันสาด เวลาปิดเปิดก็เพียงดันแผงเหล็กดันขึ้นดึงลง

“รสแซ่บถูกใจ มิน่าไอ้หนุ่มพวกนี้ถึงเติมเอาๆ” พันแสงฉวยแก้วน้ำมาดื่มอักๆ หลังชิมส้มตำรสเด็ดเข้าไป

โรมรันตักใส่จานบ้าง โดยโปะลงบนผัดหมี่เส้นสีน้ำตาลอ่อนๆ รสชาติแซ่บเหมือนที่พันแสงพูด เป็นธรรมดาของคนละแวกนี้ที่ชอบกินอาหารรสจัดจ้านอยู่แล้ว

“อร่อยไหมครับคุณเข้ม”

“กินได้” เสียงขรึมตอบเรียบๆ

พันแสงมองคนกินได้ด้วยสายตายิ้มๆ เพราะอาหารอย่างอื่น เจ้านายของเขาไม่แตะเลย

โรมรันนั่งหันหน้าไปทางโรงครัว บ่อยครั้งที่สายตามักทอดมองไปยังคนที่หนีลงจากเรือนตั้งแต่พระอาทิตย์ยังไม่พ้นขอบฟ้า

เมื่อเช้าเขาตื่นแล้ว แต่แกล้งนอนนิ่ง ปล่อยให้พุดแก้วจัดการกิจวัตรตามสบายก่อนที่เธอจะย่องออกจากห้องเพราะคิดว่าเขานอนหลับ การได้กอด ได้แอบหอมบ้างนิดหน่อย ชื่นใจดีเหมือนกัน โรมรันตั้งใจจะให้เวลาสาวน้อยปรับตัวปรับใจกับสถานการณ์ระหว่างกันไปก่อนสักพัก ได้ตัวมาอยู่ใกล้ๆ ใจแกร่งลดความรุ่มร้อนลงไปพอควร อันนั้นความคิดเมื่อเช้านะ เพราะตอนนี้เขาเริ่มหงุดหงิดกับไอ้หนุ่มคนงานที่พากันมาแทะเล็มของที่เขาจองมานานปี

ทางด้านพุดแก้ว ก้มหน้าก้มตาช่วยประนอมกับยายปลิวหั่นกะหล่ำปลีโดยไม่พยายามมองไปทางโต๊ะกินข้าว กระนั้นเธอยังรู้สึกถึงตาคมขึงจับจ้อง

แอบหนีมาจากห้องเมื่อเช้าก็ด้วยกลัวว่าจะมีใครขึ้นไปพบเห็นเธอกับโรมรันนอนห้องเดียวกัน ปกติแล้วประนอมจะขึ้นไปทำความสะอาดบนบ้านทุกวัน

“อ้าว ตายแล้ว เรามีกล้วยบวชชีนี่ นังน้อมเอ็งมายกไปตั้งข้างนอก ร้องบอกพวกคนงานด้วยเร็วๆ” ยายปลิวที่วุ่นอยู่กับกระทะร้องบอกลูกสาว เมื่อบังเอิญไปเปิดหม้อใบใหญ่ที่ตั้งบนแคร่

“จริงด้วยแม่ มัวแต่วุ่นๆ เลยลืมเลย พุด เอ็งมาตักใส่ถ้วยไปให้คุณเข้มกับพี่พันด้วย พี่จะได้ยกหม้อออกไป เร็วๆ จะอิ่มข้าวกันหมดแล้ว”

พุดแก้วจำต้องวางมีดวางกะหล่ำปลีหัวใหญ่ที่จะผัดใส่หมู ไปหยิบถ้วยมาตักขนมหวาน ไม่คิดจะยกไปให้คนที่เธออยากหลบหน้า

“เสร็จแล้วจ้ะพี่น้อม พุดยกหม้อออกไปเลยนะจ๊ะ”

“ไม่ต้องๆ หม้อเบ้อเริ่ม แกยกไม่ไหวหรอก ยกถ้วยขนมไปให้คุณเข้มเลย ส่วนหม้อพี่จัดการเอง” ประนอมรีบบอก ยกหม้อกล้วยบวชชีออกมาเอง จะให้พุดแก้วยก เกรงจะยกไม่ไหว ผอมบางร่างน้อยแบบนั้น

“ไปสิพุด คุณเข้มจะได้กินของหวานล้างปากแก้เผ็ดด้วย ไปๆ” ยายปลิวหันมามองเห็นสาวน้อยยังนิ่งจึงเร่ง

พุดแก้วเลยปฏิเสธไม่ได้ หาจานมารองใต้ถ้วยทั้งสอง ก่อนจำใจยกออกมาให้เจ้าของไร่หนุ่มกับหัวหน้าคนงาน

ถ้วยขนมวางถูกวางเบาๆ โรมรันเห็นตั้งแต่ที่เธอเดินมาแล้ว แต่เขาไม่พูด ใช้สายตามองหน้ามันแผล็บอย่างไม่ชอบใจ

พุดแก้วเข้าใจว่า อีกฝ่ายน่าจะไม่พอใจเธอมาตั้งแต่เมื่อเช้า  

“มีขนมหวานด้วย วันนี้ลาภปากดีจริง ขอบใจนะพุด นั่งก่อนสิ” พันแสงบอก ยิ้มเอ็นดูให้สาวน้อย ที่โตมาสะสวยเอาเรื่อง

“พุดยังหั่นผักไม่เสร็จเลยจ้ะน้าพัน”

“เฮ้ย นังน้อมมันทำได้ มาคุยกันก่อน คุณเข้มไม่ยอมบอกเลยว่าไปรับ น้าจะได้ไปด้วย”

พันแสงไม่พูดเปล่า ดึงข้อมือพุดแก้วให้มานั่ง ครั้นเห็นสายตาขวางๆ ของเจ้านายก็ต้องรีบปล่อยมือ

“ถ้ามึงไปด้วย ใครจะดูแลไร่วะไอ้พัน” นอกจากจะตาขวางแล้ว เสียงเข้มขึ้นด้วย

โรมรันยกจานตรงหน้าตนออก เลื่อนถ้วยกล้วยบวชชีเข้าไปใกล้ๆ ก่อนตักกิน หน้าตาเรียบเฉยคล้ายไม่สนใจใคร

“โอ๊ย คุณเข้มก็พูดเหมือนว่าไปเป็นเดือน แค่วันสองวัน จะเป็นไรไป ว่าแต่พุดเถอะ จบแล้วอยากช่วยงานอะไรในไร่ หรือจะไปช่วยทำบัญชีร้านในเมืองไหม”

“พุดจะทำได้เหรอน้าพัน พุดไม่ได้จบบัญชีมานะจ๊ะ”

“ทำไม่ได้หรอก อยู่ในไร่นี่แหละดีแล้ว” เสียงขรึมบอกเรียบๆ โดยที่พันแสงยังไม่ได้พูดอะไร

พุดแก้วเหลือบมองหน้าดุๆ อย่างไม่ชอบใจ จึงแกล้งทำเมินไม่ใส่ หันมาคุยกับพันแสงต่อ...

“ในไร่มีงานอะไรให้พุดช่วยทำบ้างจ๊ะน้าพัน”

“งานเธอฉันจะจัดให้เอง”

พันแสงแทบซ่อนยิ้มไม่ไหว คนหน้าตายเล่นตอบขรึมๆ ไปทุกเรื่อง แบบนี้เขาจะว่าอะไรได้

พุดแก้วรู้สึกว่าตนกำลังโดนพาลแบบไม่มีเหตุผล จึงเอ่ยขอตัว

“พุดไปช่วยพี่น้อมกับยายปลิวก่อนนะคะ”

“ได้ๆ ไว้คุยกัน”

“จะคุยอะไรนักหนา เห็นแล้วว่ากลับมาแล้ว”

“โธ่ คุณเข้มก็ ไม่เจอหนูพุดตั้งสี่ปี ผมก็อยากถามไถ่เรื่องทั่วไปนั่นแหละครับ”

พุดแก้วยังได้ยินเสียงคุยแว่วๆ แต่ไม่หันไปมอง หมั่นไส้คนแก่ขี้พาลแถมยังเจ้าอารมณ์ ทำไมเขาเปลี่ยนไปได้ขนาดนี้นะ เมื่อก่อนออกจะนิ่ง

แสงเดือนตวัดสายตาจิกสาวน้อยคนสวยศัตรูหัวใจที่ได้นั่งโต๊ะเดียวกับโรมรัน ความไม่ชอบใจกรุ่นๆ เต็มอกด้วยริษยา มาวันเดียวก็วิ่งไปให้ท่าเจ้านายเสียแล้ว นี่คงคิดว่าคุณเข้มส่งหล่อนเรียนกระมัง ถึงไม่สำนึกว่า ที่จริงก็แค่เด็กกำพร้าลูกคนงาน

อย่าให้อีเดือนมีโอกาสนะ จะจับคุณเข้มให้อยู่หมัดเลย หล่อก็หล่อ รวยอีกต่างหาก

แสงเดือนดึงสายตาไปมองเจ้าของไร่หนุ่มอีกครั้ง พลางนึก... สบโอกาสเหมาะเมื่อไหร่ เธอจะอ่อยให้โรมรันสนใจให้ได้ รูปร่างหน้าตาอย่างเธอ มีหรือโรมรันจะไม่สนใจ รอให้เธอเปลื้องผ้าต่อหน้าเขาก่อนเถอะน่ะ ขนาดยังไม่ถอดสักชิ้น ไอ้หนุ่มคนงานก็พากันน้ำลายหกเป็นทางแล้ว

“พุด กินข้าวก่อนไป ผักน่าจะพอแล้วนะ”

“ไม่เป็นไรจ้ะยาย พุดชิมจนอิ่มแล้วล่ะ” สาวน้อยบอกหญิงสูงวัยยิ้มๆ

“เอ็งกลับมาถึงกี่ทุ่มล่ะเมื่อคืน”

“น่าจะ ราวๆ สองทุ่มจ้ะยาย พุดคิดว่ายายกับตาหลับแล้ว เลยไม่ได้ไปกวน”

“แล้วแกนอนที่ไหนนังพุด กุญแจห้องแกอยู่กับพี่นี่ เดี๋ยวกลับไปบ้านพี่จะหยิบให้” ประนอมนิ่วหน้าถาม เธอเป็นคนทำความสะอาดห้องพุดแก้วทุกอาทิตย์ตามคำสั่งของโรมรัน เขาให้กุญแจเธอเก็บไว้ด้วย ว่างเวลาไหนก็ไปทำได้เลย

“เอ่อ คุณเข้มให้นอนบนเรือนจ้ะ คงไม่อยากกวนพี่น้อมน่ะ”

คนโกหก!!!

พุดแก้วตวัดสายตาไปที่โต๊ะกินข้าว ก่อนจะรีบหันกลับเพราะสบตาคมเข้าอย่างจัง ไม่กล้าบอกประนอมมากไปกว่านั้น ทั้งเรื่องที่เขาบอกกับเธอว่าเอาห้องไปทำห้องเก็บของ เพราะกลัวว่า เรื่องที่โรมรันบังคับให้นอนด้วยจะรู้ไปถึงคนอื่นๆ แต่ตอบแล้ว วงแก้มใสก็ร้อนผ่าวอย่างห้ามไม่ได้ ใจมันเต้นตึกตักไปหมด ถ้าได้เห็นหน้าตัวเอง พุดแก้วจะเห็นเลยว่ามันแดงขนาดไหน

“เสร็จงานครัวตรงนี้ เอ็งสองคนก็พากันไปทำความสะอาดอีกสักรอบ เย็นนี้พุดมันจะได้ไม่ต้องไปรบกวนคุณเข้มบนเรือน” ยายปลิวสั่งทั้งสองสาว ด้วยว่าเกรงใจเจ้านายหนุ่ม

“จ้ะแม่/จ้ะยาย”

พุดแก้วเก็บความเรื่องห้องไว้ในใจ มั่นใจในนาทีนี้แล้วว่า โรมรันโกหกเรื่องที่เอาห้องเธอไปเก็บของ

คนบ้าอะไร ร้ายนัก!

ทว่า สาวน้อยคิดเคืองผู้ปกครองหนุ่มได้ไม่นาน หนุ่มคนงานหน้าทะเล้นส่งเสียงแซวมาอีก ขณะที่พากันมาตักขนมหวาน

“น้องพุดจ๋า กินข้าวกินปลาหรือยังจ๊ะ พี่หมึกเห็นน้องพุดทำงานงกๆ กลัวจะเป็นลม”

“หนอย ไอ้เวรหมึก ไม่ต้องแสลนหน้ามาทางนี้เลย จะกินหวานก็กินไป หรืออยากได้มันราดหน้า” ประนอมเงื้อตะหลิวชี้หน้า หนุ่มจอมกะล่อน

พุดแก้วได้แต่ขำ รู้สึกดีที่กลับมาก็ยังมีคนรักมีคนให้มิตรไมตรี หมึกกับแก๊งอาจทะเล้นทะลึ่งไปบ้าง แต่พวกเขาไม่มีจิตคิดร้าย แซวๆ หยอกล้อกันตามประสาคนรู้จัก ตัวเธอเองก็อยู่ที่ไร่นี้มาตั้งแต่เกิด รู้จักและคุ้นเคยกับหลายๆ คนเป็นอย่างดี

“หูย แรงเกินไปละนังน้อม ฉันไม่ได้คุยกะเอ็ง แต่คุยกะน้องพุดคนสวยต่างหาก”

“พุดชิมไปเยอะแล้วจ้ะพี่หมึก” หมึกแก้วส่งเสียงตอบพลางยิ้มให้

รอยยิ้มพิมพ์ใจของเธอกลับสร้างความไม่พอใจให้ใครอีกคน หน้าดุๆ บูดบึ้งมากขึ้น เสียงห้าวเข้มร้องถามพลางพยับกายหนาใหญ่ลุกยืน

“ไอ้หมึกมึงกินข้าวเสร็จยัง”

“คุณเข้มมีอะไรจะใช้หมึกรอครับ”

“มึงสามคน ตามกูมา จะให้อาบน้ำให้ไอ้ข้าวโพดมัน”

“แต่เมื่อเช้าก็อาบแล้วนะครับ” เวกตอบ ทำหน้างง

“มันนอนทับขี้ ตัวเลอะ”

สามหนุ่มมองหน้ากันงงๆ ก่อนออกมาจากคอก ก็เห็นตัวมันสะอาดอยู่นี่หว่า

“อ้าว มัวยืนบื้อทำไมวะ เร็วๆ”

“คร้าบๆ คุณเข้ม”

หมึกมองกล้วยบวชชีตาละห้อย แต่มองหน้าหวานๆ ของน้องพุดขวัญใจแล้วละห้อยกว่า อยากจะอยู่มองหน้ากันนานๆ

“ไอ้หมึก! โรมรันส่งเสียงเข้ม

“คร้าบ ไปแล้ว”

ประนอมหัวเราะลั่นอย่างสะใจที่เห็นคู่กัดของเธอถูกโรมรันลากตัวออกไปจากโรงอาหาร

“สบายหูขึ้นหน่อย”

พุดแก้วได้แต่มองตามร่างบึกบึน พลางนึกงง ยังไม่หมดเวลาพักเลย โรมรันใจร้ายอะไรแบบนี้

ส่วนพันแสงนั้นยิ้มขำกับท่าทีของผู้เป็นเจ้านาย ทำเสียงดัง หน้าดุ ที่แท้ก็ไม่พอใจที่เห็นหนุ่มๆ แทะโลมสาวน้อย

 

 

กว่าจะเสร็จจากงานครัวกลางไร่ก็ปาไปเกือบบ่ายสามโมง ประนอมกับพุดแก้วถึงได้ซ้อนจักรยานกันกลับมาที่บ้านของโรมรัน แล้วเริ่มช่วยกันทำความสะอาดห้อง

ห้องเก่าของพุดแก้ว อยู่ในสภาพเรียบร้อยและสะอาดพอควร ทุกอย่างที่เป็นของเธอก็ยังเก็บอยู่ในนั้น

“คุณเข้มสั่งพี่ทำความสะอาด แต่ไม่ให้เก็บอะไรออกไป”

“ห้องพุดไม่มีอะไรให้เก็บมากกว่าค่ะ” พุดแก้วพูดยิ้มๆ ของใช้ของเธอไม่เยอะมาก เรียกว่ามีเฉพาะที่จำเป็นจริงๆ เนื่องจากเธอไม่ต้องการรบกวนโรมรันจนเกินไป อันไหนที่เกินจำเป็น อย่างพวกเสื้อผ้าสวยๆ งามๆ เธอก็ไม่ได้ซื้อมากนัก

“แล้วคุยกับคุณเข้มหรือยังพุด จะทำไงต่อ พี่ว่าเรียบจบสูงๆ แบบพุดไปช่วยงานที่ออฟฟิศดีกว่ามาหั่นผักตักแกงนะ”

“คุยแล้ว คุณเข้มคงดูให้จ้ะ”

ดูหรือไม่ก็ไม่รู้ เพราะเขายังไม่คุยเรื่องงานเป็นกิจจะลักษณะเลยด้วยซ้ำ พุดแก้วได้แต่ลอบทำหน้าเหนื่อยใจ ไม่ใช่ว่าเขาตั้งใจจะเอาเธอเป็นนางบำเรอจริงๆ หรอกนะ

คิดแล้ว ใจดวงน้อยก็หวั่นไหวเต้นแรง อ้อมกอดนั้นมันอบอุ่นน้อยเสียเมื่อไหร่ กล้ามเนื้อกำยำแน่นตึงเซ็กซี่น้อยที่ไหน เห็นทีไรใจเธอมันพาลจะสั่น อยากเป็นลมเพราะเสน่ห์ร้ายเหลือรับประทานของโรมรันเสียจริงๆ

“ค่อยเป็นค่อยไป พี่ว่าคุณเข้มคงหางานที่เหมาะให้แกเองนั่นแหละ ไม่งั้นจะส่งเรียนทำไมสูงๆ”

“จ้ะพี่”

พุดแก้วก็หวังว่ามันจะเป็นอย่างนั้น ทำงานหนัก ดีกว่าการปะทะคารมกับโรมรันเป็นไหนๆ

สองสาวช่วยกันจัดเก็บห้องนอนเล็กเสร็จ ประนอมชวนขึ้นไปทำความสะอาดบนเรือน พุดแก้วช่วยทำเต็มที่ ทำทุกห้อง ยกเว้นห้องทำงาน ซึ่งแต่ไหนแต่ไรเป็นที่รู้กันว่า โรมรันสั่งไม่ให้เข้า นอกจากเขาจะเรียกเข้าไปทำเอง ไม่ใช่ว่าห้องนั้นมีความลับ แต่โรมรันมักหัวเสียเวลาหาของไม่เจอ เพราะการเก็บเรียบร้อยของคนทำความสะอาด   

ทว่า เย็นนั้นเอง คนหน้าดุเดินลงส้นตึงๆ ลงมาจากเรือน ทุบประตูห้องนอนเล็กของพุดแก้วโครมๆ

“เปิดประตู”

พุดแก้วยังไม่หลับ คุยไลน์ติดพันเรื่องกลับมาบ้านแล้วกับพรพิศและอรัญ ฝ่ายหลังดูตื่นเต้นมาก เพราะอยากมาเที่ยวไร่พฤกษ์พนา ขณะที่พรพิศจิกกัดทำนองต่อว่าที่พุดแก้วหนีกลับบ้านมาก่อน

“คุณเข้มมีอะไรคะ”

“ฉันบอกให้เปิดประตู เร็วๆ”

เสียงดุ แม้ไม่ถึงขั้นกระโชกโฮกฮากก็บอกอารมณ์คนพูดได้ พุดแก้วลอบถอนใจ ไม่รู้เขาจะโวยวายเรื่องไหนอีก แต่เธออาศัยเขาอยู่ จะไม่เปิดก็ไม่ได้

ประตูเปิดออก มือหนาเอื้อมมารวบข้อมือเล็ก ลากให้เดินตามขึ้นบันได

“คุณเข้ม จะไปไหน”

โรมรันกลับขึ้นเรือน ลากคนตัวเล็กหัวซุนมาด้วย หน้าดุๆ นั้นเข้มจัด ตาขึงขวาง เมื่อปล่อยมือพุดแก้วก็มองจ้องเหมือนอย่างเอาเรื่อง

“ใครใช้ให้ลงไปนอนห้องข้างล่าง”

“อ้าว ก็ห้องของพุดอยู่นั่น” เธอเถียง มองหน้าคมด้วยสายตาต่อว่านัยๆ เรื่องที่เขาโกหก

“ทำไม ชอบนักเรอะไอ้ห้องเล็กๆ ใต้ถุนนั่นน่ะ ให้นอนบนบ้านดีๆ ไม่ชอบ”

“พุดไม่อยากรบกวนคุณเข้ม”

“กวน! หรือรอจะให้ท่าใคร อย่าคิดว่าฉันไม่เห็นนะ ที่โรงอาหารวันนี้ ชอบไอ้หนุ่มคนงานคนไหนล่ะ หรือชอบทุกคนให้ท่ามันทุกคน แล่นลงไปนอนข้างล่าง รู้ก็รู้ว่าบ้านนี้ไม่มีรั้ว ใครเข้ามาก็ได้ หรือว่ารอให้มันมาเคาะประตูอยู่ล่ะ”

บ้านของโรมรันปลูกสร้างในบริเวณไร่ อาณาบริเวณทั้งหมดกินขอบเขตกว้างขวางประมาณสองไร่เศษ แยกเป็นส่วนตัวอยู่แล้ว เพราะบ้านพักคนงานปลูกอยู่อีกด้าน จะมีก็แต่บ้านของลุงสมบัติที่ปลูกไม่ห่างกัน เมื่อโรมรันกลับมาอยู่ที่นี่จริงไม่คิดจะทำรั้วให้ยุ่งยาก แต่วันนี้เขากำลังคิดจะอยากทำขึ้นมา ขณะมองดวงหน้าสวยหวานของสาวน้อย

เธอย่องหนีจากห้องแต่เช้าตรู่ หายหน้าไปทั้งวัน เจออีกทีที่โรงอาหารก็มีหนุ่มๆ คนงานก้อร่อก้อติก บ่ายก็หายไปอีก กลับมาที่บ้านเดินหาจนทั่วไม่พบ เข้าไปดูห้องนอนสำรอง กระเป๋าเสื้อผ้าไม่อยู่ในนั้น โรมรันรู้ทันทีว่า สาวเจ้าแอบขนของลงมานอนห้องข้างล่าง ความฉุนมันพุ่งขึ้นติดหมัด

พุดแก้วตาโต คนอะไรปากร้ายได้ขนาดนี้

“พุดไม่เคยคิด แล้วก็ไม่คิดจะทำอย่างที่คุณเข้มกล่าวหานะคะ”

“ยังไม่ทำมากกว่ามั้ง”

“คุณเข้ม! ไม่มีเหตุผลที่สุด พุดไม่คุยด้วยแล้ว”

พุดแก้วต่อว่าอย่างโมโห เจอหน้าทีไรต้องหาเรื่องจิกว่า ถ้าไม่ชอบจะไปพาเธอกลับมาอีกทำไม มันน่าโมโหไหม ร่างบางหมุนตัวจะเดินหนีลงมาชั้นล่าง โกรธที่เขาดูถูกจนตัวสั่น ทั้งโกรธทั้งน้อยใจ อกแน่นไปหมดด้วยความรู้สึกคับข้องใจ ไม่อยากเห็นหน้าโรมรันอีกแล้ว

ร่างบางก้าวได้แค่สองก้าวก็ต้องหมุนคว้าง เสียงอุทานหายไปในลำคอ เมื่อปากถูกประกบจากปากที่กระแทกลงขยี้ไม่ปรานี พุดแก้วเบี่ยงบ่ายส่ายหน้าหนี ผลัก ดิ้น ท่าไหนก็ไม่พ้น ท้ายทอยเล็กถูกมือหนาจับตรึงเอาไว้ ลิ้นร้อนชำแรกเข้าหารวดเร็วว่องไว กระตุกหัวใจสาวสั่นรัว

“ก่อนจะลงไปยั่วไอ้พวกนั้น ฟัดกับฉันก่อนเป็นไร”


ตอนต่อไปไม่ควรพลาดอย่างยิ่งนะคะ หุหุ ( อ่อยเต็มที่ขนาดนี้ คุณเข้มของเรา)


ฝากผลงานฮอตอีโรติกสุดแซ่บเรื่องแรกในชีวิต (ขนาดนั้นเลย ^ ^) ไปชิม กันได้ 

ห้วงสวาท
ทิวลม
www.mebmarket.com
“อย่าทำตุ๊กตาแบบนี้นะนพ นพเป็นอะไร ตุ๊กตาเป็นแฟนเอกนะ” “ผมรู้” เสียงห้าวแตกพร่า เต็มไปด้วยอารมณ์ ปากร้อนผ่าวจูบไซ้ซอกคอ ไล้ลิ้นปาดไปทั่ว ขณะที่รัดตัวเ...
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 19 ครั้ง

58 ความคิดเห็น

  1. #20 Namhorm (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2559 / 22:03
    เข้าไปส่องที่ธัญฯไม่อัพ ดีนะคะที่มาเจอที่นี่ รออัพตอนต่อไปไม่พลาดแน่ค่ะ
    #20
    0