Devil May Cry 1 : The Legend Of Sons Sparda

ตอนที่ 1 : Mission 1 - Danger Hazard

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,173
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 14 ครั้ง
    20 เม.ย. 50


Devil May Cry

- The Legend Of Sons Sparda -

Opening

 

                คุณเคยได้ยินมาบ้างใช่ไหม? เกี่ยวกับเรื่องราวของSparda เพราะสมัยเด็กๆนั้น พวกเรา...ถูกปลูกฝังกันถึงเรื่องนี้

            ครั้งหนึ่งนานมาแล้วในอดีต...มีปีศาจตนหนึ่งนามว่า Sparda ได้ต่อสู้กับเหล่าปีศาจมากมายเพื่อช่วยเหลือมวลมนุษย์  และได้ใช้พลังของดาบปีศาจปิดกั้นช่องทางเข้าออกระหว่างโลกปีศาจกับโลกมนุษย์ไว้ด้วยพลังทั้งหมดที่เขามี  และเนื่องจากเขาเองก็เป็นปีศาจจึงถูกผนึกไว้ในโลกเบื้องหลัง

            แต่ว่าพวกเราไม่เคยเชื่อเรื่องพวกนี้หรอกนะ  เพราะมันจะเป็นสิ่งที่ยอมรับถึงชะตากรรมของพวกเราน่ะสิ

            แต่แล้ว...พวกเราก็ต้องยอมรับถึงโชคชะตานั้น  เพราะว่าเรื่องเหล่านี้ไม่ได้เป็นเรื่องโกหก  Spardaมีอยู่จริงๆ...ทำไมพวกเราถึงแน่ใจน่ะเหรอ?  ก็พวกเรา...ได้พบกับลูกชายของเขาน่ะสิ  ทั้ง 2 คนเลย

 

            -  2,000 ปีล่วงมาแล้ว  นับจากSpardaจอมปีศาจจากโลกอันมืดมิดได้สิ้นอายุขัย เขาได้มอบกุญแจซึ่งใช้เปิดประตูที่กั้นระหว่างโลกปีศาจกับโลกมนุษย์ ซึ่งเป็นเครื่องรางอัญมณีสีแดง 2 ชิ้นให้กับลูกชายของเขาทั้งสองคน แล้วSpardaก็ได้จากโลกปีศาจไปตลอดกาล

            แต่แล้ว...ด้วยรอยร้าวของช่องว่างแห่งประตูที่ล่วงเลยมานาน ทำให้ปีศาจจำนวนหนึ่งถูกปลดปล่อยจากพันธนาการ  มนุษย์จึงได้สร้าง อาวุธที่ใช้ต่อกรกับเหล่าปีศาจไว้ โดยที่อาวุธนั้นมีชื่อว่า “Death Blood คำสาปมรณะ

 

 

 

 

 

Mission 01

- Danger Hazard… -

 

               สายลมเย็นยะเยือกพัดมาเอื่อยๆ ท่ามกลางความมืดมิดของยามราตรีมีเพียงแสงจันทร์สาดส่อง เหล่าบรรดาผู้คนในมหานครเนเธอร์เวิล์ดต่างก็หลับไหล แต่ร่างเล็กๆ ร่างหนึ่งกำลังวิ่งเพื่อเอาตัวรอดจากบางสิ่ง สาวน้อยร่างบางผมสีน้ำตาลยาวลู่ต้องลมขณะวิ่ง ดวงตาสีชมพูมุกเป็นประกาย เนื้อตัวเต็มไปด้วยคราบฝุ่นและดินโคลนกำลังวิ่งหนีบางอย่างอยู่แบบเอาเป็นเอาตาย สิ่งมีชีวิตที่แปลกประหลาดไม่สามารถบอกได้ว่าคืออะไร ชุดคลุมสีดำโทรมๆ มีฮู้ด ใบหน้ารูปกระโหลกเหมือนไม่ใช่คนและเคียวอันใหญ่ในมือเตรียมง้างและฟาดฟันสาวน้อยอย่างไม่ปราณี เธอหลบการโจมตีได้ฉิวเฉียดแต่ก็พลาดไปหน่อยจากการกระโดดหลบทำให้ขาของเธอแผลง ดูเหมือนวันนี้โชคช่างไม่เข้าข้างเอาเสียเลยเธอพยายามวิ่งหนีแต่กลับถูกต้อนให้จนมุม ไอ้โม่งชุดดำค่อยๆ ตรงเข้ามาที่เธออย่างช้าๆ แม้ว่าจะกลัวจนตัวสั่นแต่สาวน้อยก็ยกดาบสั้นอาวุธคู่กายขึ้นมาขู่

เฮ้ๆ สิบรุมหนึ่งแถมอีกฝ่ายยังเป็นเด็กอีกต่างหากไม่อายฟ้าดินบ้างรึไง พวกแก--” เสียงผู้ชายนุ่มทุ้มกังวาลดังมาจากด้านบนหัวของสาวน้อย เธอแหงนหน้าขึ้นมองดูที่มาของเสียงพบชายหนุ่มในชุดโค้ดหนังสีแดงสด ผมสีขาว โดดลงมาจากดาดฟ้าบนตึกพร้อมกับสาดกระสุนลงมาเป็นของฝากให้กับบรรดาไอ้โม่งทั้งหลายจนราบเป็นหน้ากลอง สาวน้อยยืนอึ้งกับเหตุการณ์ตรงหน้าคนอะไรกันนี่โดดลงมาจากตึกสูงขนาดนั้นแต่กลับไม่เป็นอะไรสักนิดแถมยังสู้กับพวกไอ้โม่งหน้าปีศาจได้อย่างสูสีอีก

ยังอยู่ครบสามสิบสองใช่ไหม?” ชายหนุ่มหันมาถามเธอ หน้าทะเล้น

อ๊ะ--เอ๋!? เอ่ออือเธออ้ำอึ้งตอบไม่ถูกเพราะยังรู้สึกตกใจอยู่

ไอ้โม่งตัวหนึ่งที่เหลือรอดจากการสาดกระสุนเมื่อครู่ลุกขึ้นและพุ่งอาวุธของมันเข้าเสียบที่หน้าอกของเขาจนทะลุ  สาวน้อยร้องกรี๊ดเสียงหลงชายหนุ่มผมขาวค่อยๆ เงยหน้าขึ้นด้วยแววตาเรียบเฉยมองมาทางสาวน้อย

เหอะ!--เอาเข้าไปเขาพูดอย่างเซ็งๆ ก่อนจะหมุนตัวกลับไปเป่าหัวสมองของไอ้โม่งซะจนกระจาย

เอ้า! เอาของแกคืนไปเขาพูดพร้อมกับดึงง้าวที่เสียบอยู่ตรงหน้าอกออกและเหวี่ยงทิ้งไปบนกองซากศพพวกไอ้โม่ง

 ที่น่าตกใจยิ่งกว่านั้นคือแผลที่หน้าอกของเขาจางหายไปอย่างรวดเร็วจนไม่หลงเหลือแม้แต่ร่องรอย เขาเดินตรงมาทางที่สาวน้อยที่นั่งดูอย่างตกตะลึงและทันทีที่ได้สติเธอยกดาบสั้นขึ้นมาทำราวกับว่าชายหนุ่มเป็นศัตรู 

ก็จะไม่ให้เธอคิดแบบนั้นได้ไงล่ะ คนบ้าอะไรกันเนี่ยโดนแทงจนทะลุยังทำเป็นไม่รู้สึกแถมแผลจากการต่อสู้ก็ไม่มีสักนิดดูยังไงหมอนี่ก็ไม่ใช่คนแล้ว  สาวน้อยคิดในใจ และการกระทำของเธอทำให้ชายหนุ่มต้องหยุดเดิน  เขาทำสีหน้างงๆ

ทำอะไรของเธอน่ะ?” เขาถามพร้อมกับควงปืนทั้งสองเก็บที่

ก็ป้องกันตัวน่ะสิ

ป้องกันตัว? จากอะไร?”

ก็จากตัวนายไง ยังจะมาถามอีก--อย่าเข้ามานะไม่งั้นฉันจับนายเจี๋ยนแน่เธอขู่เสียงดุ

ดุจริงแฮะ เอาๆ ไม่เข้าไปก็ได้  ว่าแต่เธอเถอะ ดึกดื่นป่านนี้แล้วออกมาทำอะไรข้างนอกแอบหนีพ่อ แม่มาเที่ยวรึ?”

บ้าเหรอ ฉันกำลังตามล่าไอ้พวกHellนั่นต่างหากล่ะเธอตอบอย่างไม่สบอารมณ์และพยายามลุกขึ้นแต่ข้อเท้าของเธอช่างไม่อำนวยเอาเสียเลย จากการพยายามจะหนีไอ้พวกโม่งที่เธอเรียกว่า เฮล ทำให้ข้อเท้าที่แพลงของเธอเริ่มเกิดอาการอักเสบขึ้นมา

ตามล่า--” ชายหนุ่มทวน

ใช่ ฉันกำลังตามล่าแล้วก็กำจัดไอ้พวกนรกพวกนั้นอยู่ไม่ได้แอบหนีพ่อแม่มาเที่ยวอย่างที่นายพูดซะหน่อย

อุ๊บส์--ฮ่า..ฮ่า..ฮ่าทันทีที่สาวน้อยพูดจบชายหนุ่มก็ระเบิดเสียงหัวเราะออกมาสุดเสียง

หัวเราะอะไรของนาย ห๊ะ!!! มีอะไรน่าขำนักหรือไงเธอตวาดเสียงเข้ม สายตาดุดัน

ฮะ..ฮะ..โฮะ--โอ้ย ท้องจะแข็งตายชายหนุ่มยังคงหัวเราะต่อก่อนจะค่อยๆรวบรวมสติพูด ตลกสิเพราะเท่าที่ฉันเห็นนะ  ฉันว่าเธอถูกพวกมันตามล่ามามากกว่าจะตามล่าอ่ะ

ว่าไงนะ--อะ..โอ้ย!!” สาวน้อยตะคอกเสียงดังและลุกขึ้นยืนด้วยความโมโหแต่เธอก็แพ้ภัยตนเองจากอาการเจ็บข้อเท้า ทรุดลงไปนั่งแผละอยู่กับพื้น

อ้าว--นี่เธอเจ็บเท้าเหรอ? ไหนขอดูหน่อยสิชายหนุ่มนั่งลงและขอดูแผลที่ข้อเท้าของสาวน้อยแต่เธอก็ปัดมือเขาออก

ก็บอกว่าอย่าเข้ามาไงเล่า  ไม่เข้าใจรึไงที่นายช่วยฉันก็ขอบใจล่ะนะถ้าพอใจแล้วก็ไปได้แล้วไป

นี่ฉันไม่ทำอะไรเธอหรอกน่า  ถ้าจะทำแล้วฉันจะโดดลงมาช่วยเธอทำซากไปหาสวรรค์อะไรเล่า ไหนขอดูเท้าหน่อยคงจะแพลงล่ะสินั่นน่ะ

ไม่! อย่าเข้ามานะไม่งั้นฉันจะฟันนายจริงๆด้วยเธอยกดาบเตรียมพร้อมฟันทุกอย่างที่ขว้างหน้าแต่ชายหนุ่มไม่สนใจ  เขาเอื้อมมือจับข้อเท้าของเธอขึ้นมาดู

อยากจะฟันก็ฟันเลย--เชิญ แต่ก็อย่างที่เธอเห็นฉันน่ะ--ไม่ตายหรอกนะเขาพูดในขณะที่กำลังดูข้อเท้าให้เธอ อืมข้อเท้าแพลงแถมอักเสบอีกต่างหากบ้านเธออยู่ที่ไหนล่ะฉันจะไปส่ง

“………….” สาวน้อยนิ่งเงียบ ไม่ตอบคำถาม

เอ้า--เป็นอะไรไปอีกล่ะ คราวนี้ใบ้กินรึไง

ไม่มีแล้วล่ะ--” เธอพูดเบาๆ จนแทบจะเป็นเสียงกระซิบ

หา!?”

บ้านน่ะฉันไม่มีแล้ว ไม่มีที่จะให้กลับไปอีกแล้วเธอพูดเสียงเหมือนจะร้องไห้ ถ้าเข้าใจแล้วก็ปล่อยฉันสักที  ฉันจะได้ไปหาที่พัก

แล้วไง จะคลานไปรึ เดินเองก็ไม่ได้จะลุกยังลุกไม่ไหวเลย ไป--เข้าบ้านฉันก่อนเดี๋ยวฉันจะได้ทำแผลให้เขากล่าวพร้อมกับชี้ไปด้านหลังของเขาที่เป็นตึกทาวเฮ้าท์ค่อนข้างโทรม(ก็เก่านั่นแหละนะ)

บ้าน? ของใคร?”

ก็บ้านฉันน่ะสิ อะไร--นี่เธอไม่รู้เลยรึไงว่ามาทะเลาะกันหน้าบ้านคนอื่นเขาน่ะเขากล่าว เอาเหอะยังไงซะ ถ้ามีคนมานอนตายอยู่หน้าร้านฉันตั้งแต่ยังไม่เปิดกิจการก็อัปมงคลแย่น่ะสิพูดจบชายหนุ่มก็ช้อนตัวเธอขึ้นมาอุ้มพาดบ่าและตรงไปที่ประตูตึก

อ๊ะ ว้ายๆๆ นี่นายจะทำอะไรฉันน่ะ  ปล่อยฉันลงนะบอกว่าให้ปล่อยไงฉันเดินของฉันเองได้ นี่--อีตาบ้าปล่อยฉันลงไปนะ

ถ้าเธอเดินไปเองได้ล่ะก็เธอคงจะเดินไปไกลหลายร้อยกิโลแล้ว ไม่โดนฉันอุ้มอยู่อย่างนี้หรอกชายหนุ่มตอกกลับทันที

สาวน้อยรู้สึกสะอึกกับคำพูดแต่เธอยังคงพยายามดิ้นขัดขืนทว่าความพยายามของเธอก็ไร้ผล  ในที่สุดก็โดนอุ้มเข้ามาในตึกจนได้ ชายหนุ่มวางเธอลงบนโซฟาสีแดงใต้บันไดภายในไม่มีอะไรมากมายนักนอกจากโต๊ะทำงานที่ทำมาจากไม้แลดูเก่าๆ (แถมยังเหมือนกับว่าจะดูผุๆ ด้วย)ตั้งอยู่กลางห้อง ชุดโซฟารับแขกที่เธอกำลังนั่งอยู่ โต๊ะสนุ๊กเกอร์ ตู้เล่นเพลงและเครื่องดนตรีอีกชุดที่วางอยู่ใกล้ๆ กัน

มันอาจจะดูสกปรกแล้วโทรมไปสักหน่อยนะแต่ว่าก็คลาสสิคดีใช่มะ?ชายหนุ่มพูดในระหว่างที่เขากำลังถอดอาวุธวางบนโต๊ะ เมื่อเห็นว่าเธอมีท่าทีสนใจที่นี่

อืม--นั่นสินะถ้านายตกแต่งให้มันดีๆ ล่ะก็ที่นี่ก็คงจะสวยดีนะเธอพูด

เอาล่ะ ถอดบู๊ดออกสิฉันจะได้ดูแผลให้

เอ่อ--ไม่ต้องๆๆ  ไม่ต้องเลยแล้วก็ไม่เป็นไร เดี๋ยวฉันจัดการเองดีกว่านายน่ะมันไม่น่าไว้วางใจยังไงชอบกลก็ไม่รู้

นี่แม่คุณ บอกไว้ก่อนนะว่าฉันไม่มีธุระอะไรกับเด็กๆอย่างเธอหรอกเฟ้ย เห็นแล้วไม่เกิดอารมณ์เขาพูดพลางทิ้งตัวลงนั่งที่เก้าอี้ตรงโต๊ะทำงานที่อยู่กลางห้อง คำพูดนั่นทำให้สาวน้อยไม่พอใจอย่างมาก  เธอปาขวดยาทาแผลที่เขาเพิ่งส่งมาให้ใส่หน้าแต่ชายหนุ่มก็รับไว้ได้อย่างสวยงาม

กะเอาให้หัวแตกเลยใช่มั้ยเนี่ย

เสียมารยาทที่สุดเห็นอย่างนี้แต่ฉันน่ะ19แล้วนะยะไม่ใช่เด็กๆ ซะหน่อย

ฉันไม่สนใจที่อายุสักหน่อยแต่สนตรงรูปร่างต่างหาก ราบเรียบแบบนั้นฉันไม่สนหรอกน่าเมื่อพูดจบคราวนี้กล่องยาทั้งกล่องก็ลอยมาทางที่ชายหนุ่มนั่งอยู่และเขาก็ยังคงรับได้อย่างสวยงามอีกเช่นเคย

นี่เธอ--คราวนี้เล่นมาทั้งกล่องเลยรึ

ก็ถ้านายยังไม่หุบปากหมาๆ นั่นล่ะก็ฉันจะขว้างโซฟานี่ให้นายดู

ก็ได้ๆ ไม่พูดก็ได้ เอ้า! เอาไปเขาพูดพร้อมกับโยนกล่องยาคืนให้เธอ สาวน้อยยื่นมือไปรับกล่องยาพลางมองเขาอย่างไม่สบอารมณ์ก่อนจะก้มหน้าจัดการกับแผลบนข้อเท้าข้างซ้ายของเธอ

ให้ตายเถอะมีผู้ชายบ้าที่ไหนมันโยนของให้กุลสตรีกันมั่งฟะ! อีตานี่น่าโมโหชะมัดยาด! เธอคิดในใจพลางกัดฟันกรอดๆ 

ว่าแต่ ทำไมเธอถึงได้ถูกไอ้พวกนั้นมันตามล่าเอาล่ะ? ชายหนุ่มถามขึ้น

ไม่รู้สิ--” เธอยักไหล่ ตอบเสียงราบเรียบ แต่ที่ฉันรู้อยู่อย่างหนึ่งก็คือฉันเป็นคนที่พวกมันต้องการฆ่า  เพราะตลอดสองสัปดาห์ที่ผ่านมาฉันก็โดนเล่นงานตลอดแถมยังแบบถี่ยิบเลยด้วยเธอพูดต่อพลางพันแผลที่ข้อเท้าไปด้วย

หมายความว่าไง--?

ก็หมายความว่า ฉันไม่มีความทรงจำเกี่ยวกับตัวเองไงล่ะ--เมื่อ2ปีก่อนฉันตื่นขึ้นมาจากโบสถ์แถวๆชานเมืองในสภาพโทรมสุดฤทธิ์แถมโบสถ์ยังถูกเผาซะเกรียมเหลือแต่ตอ

เดาว่าเธอคงเป็นผู้โชคดีที่รอดชีวิต

ใช่--แต่หลังจากนั้นก็มีไอ้พวกบ้าที่ไหนก็ไม่รู้มาตามฆ่าฉัน  ที่ฉันรู้ก็มีอยู่แค่นี้

รันทดดีเนอะ

อยากจะพูดอะไรกันแน่ยะ--”

ก็เปล่านิ--ว่าแต่เธอเอาแต่หนีอย่างเดียวเลยรึไง? ดาบก็มีทำไมไม่ตอบโต้ไปบ้างล่ะ?”

ไอ้เนี่ยเหรอ--” เธอพูดพร้อมกับยกดาบคู่สีทองขึ้นมาให้เขาดูก่อนจะพูดต่อ บอกตามตรงนะว่า--ฉันใช้ไม่เป็นหรอก

ยัยจิ๋วเอ๊ยชายหนุ่มส่ายหน้า  เขาพูดพร้อมกับสรรพนามเรียกแทนตัวสาวน้อยที่ถือวิสาสะตั้งเอาเองสดๆ ร้อนๆ  เธอเงยหน้าขึ้นมองแบบโกรธๆ

นี่นาย--เรียกใครยัยจิ๋วยะ

แล้ว--ในนี้เธอเห็นใครคนอื่นอีกไหมล่ะ หือ?” ชายหนุ่มพูดออกแนวกวนประสาท  เขาเดินมาที่เธอและโน้มตัวลงมาพูดเล็กน้อยเป็นเชิงตอกย้ำในเรื่องความต่างของส่วนสูง สาวน้อยทำหน้าคิ้วผูกโบว์ใส่เขาทันที  แววตาสีชมพูมุกประกายเริ่มฉายแววไม่พอใจ เมื่อชายหนุ่มมองเธออย่างพิจารณาภายใต้แสงไฟจากหลอดนีออนในตึก  แล้วเขาเองก็เพิ่งสังเกตุเห็นว่าสีตาของเธอเป็นสีชมพูอ่อนๆ ราวกับไข่มุก  มันเป็นสีตาที่แปลกและดูสวยอย่างประหลาด  แต่ในขณะที่ทั้งคู่กำลังปะทะคารมกันอยู่นั้นเสียงกระจกแตกก็ดังขึ้นจากทางหน้าร้านพร้อมด้วยอาคันตุกะที่ไม่ได้รับเชิญแบบเป็นฝูง พวกเฮลนั่นเองมันค่อยๆ ย่างเท้าตรงเข้ามาที่ทั้งสอง

นั่นไง คนอื่นที่นายถามถึงเธอพูดเสียงแหยงๆ

เออ--ไม่เถียงล่ะแต่อย่างไอ้พวกนี้เนี่ยไม่จิ๋วแล้วมั้งเขาพูด นี่พวกแกทีหลังจะเข้ามาเนี่ยประตูก็มี  รู้จักไหมประตูน่ะ ประตู?ชายหนุ่มพูดไม่สบอารมณ์พลางชี้ไปที่ประตู แล้วพวกเฮลก็ตรงเข้ามาเล่นงานทั้งสองทันทีที่ชายหนุ่มพูดจบ เขาอุ้มสาวน้อยขึ้นจากโซฟาและกระโดดออกมาจากวงล้อมของพวกเฮลไปที่โต๊ะทำงานพร้อมกับคว้าปืนคู่ที่วางไว้เมื่อครู่มา

นี่ยัยจิ๋ว--อยู่ตรงนี่อย่าไปไหนนะ เข้าใจ?เขาพูดในระหว่างที่วางเธอลง สาวน้อยพยักหน้าหงึกหงักเป็นเชิงรับรู้แต่ก็รู้สึกเปล่งๆ ตอนที่เขาเรียกเธอว่า ยัยจิ๋ว

นี่! เดี๋ยวเถอะ--อีตาบ้าฉันไม่ได้ชื่อยัยจิ๋วนะยะเธอตะโกน เพราะต้องแข่งกับเสียงปืนที่ชายหนุ่มกำลังเริ่มกราดใส่พวกเฮลอย่างเมามัน

เอ้า! ก็แล้วเธอมีชื่อให้ฉันเรียกไหมล่ะเขาตะโกนถามกลับมาแต่ยังคงไม่ละสายตาจากการต่อสู้  ทำให้สาวน้อยเริ่มรู้สึกว่าอีตานี่เป็นคนรึเปล่ากันนะในสถานการณ์แบบนี้ยังมาพูดคุยกันได้หน้าตาเฉยอีก(เธอเองก็เหมือนกันแหละ ยังจะด่าตามหลังอีกเหลือเกินจริงๆ )

ฉันชื่อ เพกรี๊ดดดดดดในขณะที่สาวน้อยกำลังจะ(ตะโกน)บอกชื่อแก่ชายหนุ่ม เธอก็ต้องตกใจเพราะมีเฮลกลุ่มหนึ่งโผล่มาจากด้านหลังของเธอ ชายหนุ่มจึงหันมาและพบว่าสาวน้อยกำลังจะถูกเฮลทำร้ายเขาก็พยายามจะปลีกตัวไปช่วย แต่จากระยะที่เขาอยู่กับระยะของเธอมันห่างกันเกินไปอีกทั้งพวกเฮลก็รุมล้อมหน้าล้อมหลังเขาให้ตรึมไปหมดก่อนที่เขาจะโดดไปช่วยเธอมันก็อาจจะสายเกินไป  เขาตัดสินใจเปลี่ยนแม็กของปืนและโยนให้เธอกระบอกหนึ่ง

เอ้า! ยัยจิ๋ว--รับ!!”

หา! หา! อ๊ายยยยเธอกลิ้งหลบพวกเฮลและเอื้อมมือรับปืนที่ชายหนุ่มส่งมาให้อย่างงงๆ

ใช้มันป้องกันตัวไปก่อนนะ อ้อ! ห้ามมาตายในร้านฉันเด็ดขาดล่ะขี้เกียจเก็บกวาด

อีตาบ้า--ก็บอกแล้วไงว่าฉันไม่ได้ชื่อยัยจิ๋วแล้วที่สำคัญฉันใช้ปืนเป็นซะที่ไหนกันเล๊า--”เธอตะโกนพลางจับปืนที่เขาส่งมาให้อย่างแหยงๆ มือ

ปัดโธ่--ยัยจิ๋วเอ๊ย ก็ยิงๆ ไปเหอะน่าไม่เห็นจะยากเด็กสามขวบยังทำได้เลยเฟ้ย เขาตะโกนกลับในขณะที่ยังคงสาดกระสุนใส่พวกเฮลและฟันด้วยดาบสีเงินที่เขาคว้ามาจากไหนก็ไม่รู้ในระหว่างที่ชุลมุนวุ่นวาย

เว้ย--เอาก็เอา(วะ) ยังดีกว่าต้องมาตายเป็นผีเฝ้าเรือนให้คนอย่างอีตาบ้านี่แน่ๆ เข้ามาเลยไอ้พวกบ้าทั้งหลายว่าแล้วเธอก็เล็งปืนขึ้นและลั่นไกใส่พวกเฮลแบบไม่เลี้ยง จนหัวสมองกระจายเป็นแถบๆ

 และในขณะที่สาวน้อยกำลังจนมุมมีเฮลตัวหนึ่งฟาดง้าวใส่เธอ แต่เธอก็กระโดดหมุนตัวบนกำแพงและใช้ขาขาวเรียวๆ(แต่สั้น)ของเธอหักคอของเฮลตัวนั้นอย่างชำนาญ ทำเอาชายหนุ่มอึ้งไปพักหนึ่งทั้งการต่อสู้และฝีมือในการยิงปืนของเธอที่ไม่เหมือนคนเพิ่งเคยต่อสู้เป็นครั้งแรก  เขารู้สึกว่ายัยจิ๋วนี่ต้องไม่ใช่คนธรรมดาแน่ๆ แต่จากนั้นก็กลับมาเป็นอีหรอบเดิมอีกคือ เธอหนีอย่างเดียวเขาจึงเปลี่ยนความคิดทันทีสงสัยเมื่อกี้เขาคงจะตาลาย ในที่สุดเฮลตัวสุดท้ายก็ถูกจัดการโดยฝีมือของชายหนุ่มเมื่อการต่อสู้จบสาวน้อยก็นั่งแผละลงกับพื้นทันที

โอ๊ย!! นี่มันอะไรกันนักกันหนาเนี่ย อยากจะร้องไห้--” สาวน้อยโอดครวญ

ทางฉันนี่สิที่อยากจะร้องไห้ไม่ใช่เธอ  ดูผลงานของเธอซะยัยจิ๋วเล่นร้านฉันจนพรุนเป็นรูไปหมดเลยเนี่ย  กระจกหน้าร้านก็แตก--เธอจะรับผิดชอบยังไงห๊า!!”

อะไรกันยะ--ก็ฉันบอกนายแล้วนี่ว่าฉันไม่เคยใช้ปืนแล้วก็ไม่เคยสู้ด้วย ไอ้ที่บ้าระห่ำน่ะมันนายคนเดียวเลยนะยะ  ส่วนกระจกหน้าร้านนั่นไอ้พวกเฮลบ้าต่างหากที่ทำไม่ใช่ฉัน

แล้วที่ไอ้พวกบ้านี่มันเข้ามาเนี่ยคิดว่าเป็นเพราะใครกันล่ะ หา!!”

อึก!!(เสียงสะอึกเป็นอาการของการเถียงไม่ออก)” สาวน้อยเถียงไม่ออกเพราะพวกที่พวกเฮลต้องการก็คือชีวิตของเธอจริงๆ ตามที่ชายหนุ่มพูดและที่มันบุกมาถึงในนี้ก็เป็นเพราะเธออยู่ที่นี่

ถึงจะว่างั้น แต่ฉันก็ไม่มีเงินหรอกนะจะบอกให้ เท่าที่มีอยู่ตอนนี้ก็ตัวเท่านั้นแหละ

เออ--เยี่ยมชายหนุ่มสบถเชิงประชดแต่สักพักเขาก็นึกอะไรบางอย่างได้ ชายหนุ่มหันมาที่สาวน้อยอย่างมีเลศนัย  แววตาแฝงไปด้วยความเจ้าเล่ห์จนเธอเองเริ่มรู้สึกไม่ดี

อะไรยะ--” เธอถามสีหน้าผวาๆ พร้อมกับตั้งท่าเตรียมหนีเต็มที่

ก็นะ--เธอบอกว่าเธอไม่มีเงินใช่มั้ย

เอ๋?--กะก็ใช่ ทำไม?”

มีแต่ตัว--” เขาลากเสียงยาวและยาน

แล้ว--ไง เสียงเริ่มผวาหนักกว่าเก่า

ดี งั้นเธอก็เอาตัวเธอมาชดใช้หนี้สินครั้งนี้ก็แล้วกัน

ห๊า!!” เธอร้องว้ากด้วยความตกใจจนชายหนุ่มเอามือขึ้นมาปิดหูแทบไม่ทัน เธอถอยกรูจนไปแปะอยู่ข้างฝาบ้าน นะ--นายคิดจะทำอะไรฉันน่ะ อย่านะ ถ้านายทำอะไรฉันนะฉันจะ..จะ..(จะอะไรดีวะ อีตานี่ฆ่าก็ไม่ตายเสียด้วย)” เธอพูดอ้ำอึ้งด้วยความกลัวเพราะเธอคิดว่าชายหนุ่มจะให้เธอชดใช้ค่าเสียหายด้วยร่างกายของเธอ  ชายหนุ่มเห็นดังนั้นก็อดที่จะขำไม่ได้ว่ายัยจิ๋วนี่ต้องกำลังเข้าใจคำพูดของเขาผิดอยู่แน่ๆ เขาจึงนึกสนุกอยากแกล้งสาวน้อยขึ้นมา

จะอะไร--เธอจะทำอะไรฉันได้งั้นเหรอ หือ?” เขาพูดพร้อมกับเดินมาให้ใกล้เธอเข้าไปอีก

จะ..จะ..เอ่อ--ฉันจะกัดลิ้นตายเธอพูดเสียงหนักแน่นและมาดมั่น ชายหนุ่มทำหน้าเหวอๆ อยู่พักหนึ่ง

กัดลิ้นตายเนี่ยนะ--”

เออเด่ะ--ก็นายน่ะโดนเสียบจนทะลุกลางอกยังไม่ตายเลย แล้วอย่างฉันจะไปมีปัญญาทำอะไรนายได้ และก็ถ้าจะต้องโดนนายทำมิดีมิร้ายล่ะก็นะฉันขอฆ่าตัวตายดีกว่า

เธอจะบ้าเหรอ ที่ฉันบอกเธอว่าให้ชดใช้ด้วยร่างกายน่ะหมายถึงเธอต้องมาทำงานให้ฉันต่างหากเล่า ยัยบ๊องเอ๊ย!”

หา?--อ้าว เหรอเธอเอ่ยหน้าตาเหลอหลา แต่ก็แอบโล่งใจนิดๆ

นี่ยัยจิ๋ว--ฉันก็บอกไปแล้วนี่ว่าฉันไม่มีธุระอะไรกับเด็ก

ฉันไม่ได้ชื่อยัยจิ๋ว ฉันชื่อเพิลย่ะ สาวน้อยกล่าวแนะนำตัวเองอย่างเป็นทางการด้วยเสียงอันดังต่อจากเมื่อครู่ที่ถูกขัดเพราะการต่อสู้  สาวน้อยนามเพิลหวังว่าเขาคงจะเลิกเรียกเธอว่ายัยจิ๋วเสียที

หืม?--เพิล (Pearl-ไข่มุก) น่ะเหรอ?”

ไม่ใช่เพิลมาจาก เพิลริล (Peril-ภัยอันตราย) ต่างหากล่ะเพิลตอบปฏิเสธกับความหมายที่ชายหนุ่มกล่าว เขาทำหน้าไม่อยากจะเชื่อหูตนเอง

เฮ้! ล้อเล่นน่ะมีใครที่ไหนจะบ้าตั้งชื่อลูกแบบนี้กันบ้างเนี่ย?--”

จริงๆ ฉันจำเรื่องของตัวเองได้เรื่องเดียวก็คือเรื่องชื่อนี่แหละ ทำไมนายถึงคิดว่าเป็นเพิลที่มาจากคำว่าไข่มุกล่ะเพิลถาม ชายหนุ่มนิ่งไปพักหนึ่งก่อนจะตอบ

ตาไง เพราะว่าสีตาของเธอเหมือนสีของไข่มุกทะเล สีชมพูใสเป็นประกายชายหนุ่มตอบ เพิลรู้สึกคุ้นๆ กับคำพูดประโยคนี้ของเขาเป็นอย่างมาก ราวกับว่าเมื่อนานมาแล้วมีคนเคยพูดประโยคนี้กับเธอ แต่เธอนึกไม่ออกและเกี่ยวกับเรื่องชื่อก็เหมือนกัน เพิลไม่เข้าใจว่าทำไมพ่อกับแม่ที่เธอไม่รู้จักถึงตั้งชื่อเธอแบบนี้

เอาล่ะ งั้นตกลงตามนี้แล้วกันนะ เพิล--เธอต้องทำงานให้ฉันเพื่อใช้หนี้และต้องอยู่ที่นี่ด้วยห้องข้างบนยังมีว่างเหลืออยู่ห้องหนึ่ง เข้าใจนะ--ฉันง่วงจะไปนอนชายหนุ่มพูดตัดบทแบบเออเองก่อนจะเก็บปืนกับดาบแล้วเดินขึ้นบันไดไปชั้นบน เพิลสะดุ้งเล็กน้อยแต่ยังไม่ทันที่จะตอบอะไรเขาก็พูดตัดบทขึ้นมาอีกครั้ง อ๋อ! อย่าลืมเก็บกวาดให้เรียบร้อยด้วยล่ะ

นี่เดี๋ยวสิ ชื่อนายล่ะ--จะให้ฉันเรียกนายว่าอะไรเพิลถาม ชายหนุ่มเปิดประตูห้องก่อนจะหันหน้ามามองเธอ

ดันเต้...คือชื่อของฉันเพิลริล--ราตรีสวัสดิ์นะพูดจบชายหนุ่มนามดันเต้ก็เดินเข้าห้องและปิดประตูปล่อยให้เพิลยังยืนงงๆ อยู่

ฮึ้ย! อีตาบ้าเอ๊ยแล้วนี่ฉันจะทำยังไงกับไอ้ซากพวกนี้ดีล่ะเนี่ย โอ๊ย! ปวดหัวเพิลโอดครวญ

และนับจากนี้เธอจะต้องอยู่ที่นี่และทำงานให้กับเขา ดันเต้ชายซึ่งเธอมีความรู้สึกไม่ถูกชะตาเอาซะเลย อีกอย่างคนที่โดนเสียบจนอกทะลุกแต่ยังไม่ตายแถมไม่มีท่าทีว่าจะรู้สึกเจ็บอย่างนี้คงไม่ใช่คนแน่ๆ แต่จะทำไงดีล่ะเพราะเพิลในตอนนี้นอกจากเรื่องชื่อของตนเองแล้วเรื่องอื่นๆ ที่เกี่ยวกับตัวเองเธอก็ยังไม่รู้  ไหนยังจะมีคำถามมากมายที่เธอต้องค้นหาคำตอบ  

ในเมื่อไม่เหลือทางเลือกอื่น  เธอจึงตัดสินใจที่จะอยู่ที่นี่ไปจนกว่าเธอจะรู้ว่าตัวเองเป็นใครและทำไมถึงถูกพวกเฮลตามล่า เรื่องฝีมือที่บางทีก็เก่งขึ้นมาซะเฉยๆ จนตัวเธอเองยังตกใจอีก บางทีการมีคน(ที่อาจจะไม่ใช่คน)อยู่ใกล้ๆ มันก็น่าอุ่นใจกว่าด้วย แต่เรื่องสำคัญในตอนนี้ของเพิลก็คือเธอต้องหาทางทำอะไรซักอย่างกับไอ้ขยะกองโตกับซากพวกเฮลที่นอนตายให้เกลื่อนร้านนี่เสียก่อน

เฮ้อ--สรุปว่าเรานี่โชคดีหรือโชคร้ายกันแน่หว่าเพิลบ่นพึมพำในระหว่างการเก็บกวาดร้าน ทำไมกันนะถึงรู้สึกเหมือนกับว่า เรื่องราวบางอย่างกำลังจะเริ่มต้นแปลกจริงเรานี่

 

 

 




                                                                                         By : Minoru And Michiyo      
 (จากเกมส์Devil May Cry เพื่อความบันเทิง คนที่เคยเล่นเกมส์นี้หรือไม่ก็ได้ โปรดวิจารณ์ด้วยนะคะ)

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 14 ครั้ง

79 ความคิดเห็น

  1. #77 bomeza (@taye) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2556 / 20:59
    ขอบคุณครับ ผมชอบเกมนี้มากๆเลย เลยมาหาอ่านเกี่ยวกะ DMC มาเจอของคุณพอดี ขอบคุณครับที่หามาให้อ่าน \O/
    #77
    0
  2. #76 Dante (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2556 / 21:04
    *-* จะลองอ่านดูนะครับ
    #76
    0