Devil May Cry 1 : The Legend Of Sons Sparda

ตอนที่ 10 : Mission 10 - To Meet

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 687
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    7 พ.ย. 49

Mission  10

- To Meet -

 

          ท้องฟ้ามืดครึ้มถูกปกคลุมไปด้วยเมฆฝน ราวกับว่าพายุกำลังก่อตัวขึ้น ผู้คนต่างพากันหาที่หลบ มีเพียงคน2คนเท่านั้นที่ยังคงเดินต่อไปอย่างไม่สนใจกับเหตุการณ์รอบตัวเท่าไหร่นัก

                รู้สึกไม่ดีเลยแฮะเฟียร์บ่นพึมพำเบาๆ

                ทั้งคู่มุ่งเข้าสู่ตรอกเล็กๆที่ทอดยาวเบื้องหน้า จุดหมายปลายทางที่จะไปบรรจบคือเหล่าซากปรักหักพังที่อยู่ชานเมือง

                เมื่อพวกเขามาถึงก็พบว่า มีอาคันตุกะไม่ได้รับเชิญยืนรอการมาของพวกเขา

                มาแล้วสินะเสียงพูดขึ้นมาจากซิลเวอร์ หมาป่าขนสีเงินที่ยืนจ้องมองทั้งคู่อยู่

                นึกแล้วว่าต้องเป็นนาย ว่าธุระของนายมาเฟียร์บอกและหยิบปืนของเธอออกมา

                ใจเย็นๆ  ฉันจะแค่จะมาเตือนเธอเท่านั้นเจ้าหมายกขาหน้าขึ้นมาโบกอย่างเซ็งๆ

                เตือนอะไร?” เวอร์จิลโพล่งขึ้น ทำให้ซิลเวอร์เปรยหางตาไปมองเขาทันที

                เรื่องของอารอน..ระวังหมอนั่นไว้...เจ้านั่นเอาจริงแน่

                ระวังเรื่องอะไรเวอร์จิลยังคงถามเขาต่อไป

                หมอนั่นจะทำทุกวิถีทางเพื่อเอาเธอกลับไป...ระวังของสำคัญไว้ดีกว่านะเฟียร์คำบอกของซิลเวอร์ที่เฟียร์เผลอหันไปมองคนข้างๆอย่างลืมตัวและต้องรีบชักสายตากลับทันที

                นายหมายถึงอะไรกันแน่?” เฟียร์เดินเข้าไปหาซิลเวอร์ แต่มันดีดตัวออกห่างเธอ

                เดี๋ยวเธอก็รู้...” พูดจบ ซิลเวอร์หันหลังจะเดินจากไป แต่ก่อนที่เขาจะไปนั้นเขาได้พูดทิ้งท้ายไว้กับเธอ

                ฉันไม่สนหรอกนะว่าหมอนั่นจะทำอะไร  ฉันมาที่นี่เพื่อมาหาเธอ  ไม่ว่าผลลัพธ์จะออกมาเป็นยังไง

                ของสำคัญเหรอ?...แย่ล่ะ...ยัยนั่นกำลังอยู่ในอันตรายเฟียร์รีบวิ่งกลับเข้าไปในเมืองทันที  โดยมีเวอร์จิลวิ่งตามหลังเธอไป

 

                ที่ร้าน  เพิลกำลังนั่งว่างอยู่บนโต๊ะของดันเต้ เธอดูจะเซ็งๆกับการที่ต้องอยู่เฝ้าร้านคนเดียว  และแล้ว...ความเซ็งของเธอก็หายไปในพริบตา  เมื่อบรรดาHellประมาณ 10 ตัวบุกเข้ามาในร้าน

                ออร์เดิร์ฟชุดใหญ่สินะเพิลพูดพลางกระโดดลงจากโต๊ะ เธอตั้งท่าเตรียมจะสู้ ขณะที่ต่างฝ่ายต่างกระโจนเข้าหากันนั้น  เหล่าHellกลับสลายไปในพริบตา  พร้อมกับการปรากฏตัวขึ้นของชายหนุ่มหน้าตาดีผู้มีผมสีน้ำตาลใบหน้าเปื้อนไปด้วยรอยยิ้ม ในมือของเขาถือดาบขนาดใหญ่ไว้

                อารอน...หายไปไหนมาตั้งอาทิตย์หนึ่ง?เพิลมีสีหน้ายิ้มแย้มและเดินไปหาเขา

                ไปเตรียมการอะไรนิดหน่อยเขาบอกทั้งที่ยังคงยิ้มอยู่

                แล้วที่มาในวันนี้มีอะไรเหรอ?” เพิลถามพร้อมยิ้มให้อย่างเป็นมิตร

                ก็นะ...มีอะไรที่ต้องให้เพิลช่วยนิดหน่อย

 

                เฟียร์และเวอร์จิลวิ่งตรงมาที่ร้าน เธอถีบประตูอย่างแรงและพุ่งเข้าไปอย่างรวดเร็ว

                พี่เพิล!!” เฟียร์ตะโกนพร้อมกับกวาดสายตามองไปรอบๆห้อง แต่สิ่งที่เธอพบมีเพียงความว่างเปล่า

                ใจเย็นๆ ยัยนั่นอาจจะออกไปกับดันเต้ก็ได้เวอร์จิลพูดขึ้นพร้อมจับที่ไหล่เธอ  เขายังคงเยือกเย็นอยู่เสมอ

                อ้าว...กลับมากันแล้วเหรอ?” ดันเต้ที่เพิ่งกลับมาจากข้างนอกทักขึ้น

                ดันเต้  พี่เพิลล่ะ!?” เฟียร์รีบถามเขา

                ไม่ได้อยู่นี่เหรอ?” ดันเต้พูดอย่างงงๆ และกำลังพิจารณาสถานการณ์ตรงหน้า

                เธอหายไปเวอร์จิลบอกสั้นๆ 

                มันหมายความว่าไง?” ดันเต้ถามอย่างเยือกเย็น ทั้งที่ความจริงแล้วเขาเองก็กำลังร้อนรน

                อารอน...ฝีมือของหมอนั่น...เขาจับพี่เพิลไปเฟียร์ยืนกำหมัดแน่น เธอในตอนนี้ความโกรธกำลังปะทุขึ้น

                ไอ้บ้านั่นจะทำอะไรเพิล!” ดันเต้มีสีหน้าโกรธจัดอย่างเห็นได้ชัด

                ไม่รู้  รู้อย่างเดียวว่ามันต้องการให้ฉันกลับไป

                เราจะรู้ได้ยังไงว่าเธออยู่ที่ไหน?” เวอร์จิลยังคงถามอย่างสงบเยือกเย็น

                ไม่ใช่ไม่มีทาง แต่ถ้าเป็นแบบนั้นพี่เพิลก็ตกอยู่ในอันตรายจริงๆ

                หมายความว่าไง

 

                ตัดมาที่เพิลซึ่งถูกตรึงไว้กับเสาไม้ขนาดใหญ่เป็นรูปไม้กางเขนภายใต้การนำของอารอนและบรรดาลูกน้องที่อยู่รายล้อม 

                นายทำอะไรของนายเนี่ยอารอน?...นี่คงไม่ใช่การล้อเล่นหรอกใช่มั้ย?” เธอถามด้วยสีหน้าไม่เป็นมิตร

                ไม่ใช่หรอก แต่กำลังจะขอให้เธอช่วยต่างหากเขาพูดและยิ้มออกมาอย่างน่ากลัว

                ช่วย? งั้นนี่คงเป็นวิธีการขอร้องของนายสินะเพิลในตอนนี้มีสีหน้าไม่พอใจกับการที่เขายืนนิ่งไม่ตอบอะไร

                นายต้องการอะไร?”

                ก็บอกแล้วไงว่าขอให้ช่วย...ทำให้เฟียร์ยอมกลับไปกับฉันแต่โดยดี

                แล้วไง...นายก็เลยจับตัวฉันมาอย่างนั้นเหรอ?” เพิลทำสีหน้ากวนๆแต่อารอนยิ้มรับ

                คิดว่าคนอย่างฉันสำคัญพอขนาดที่ต้องให้เฟียร์มาช่วยเลยเหรอ?”

                อย่างน้อย...ก็คงสำคัญพอดูเชียวล่ะ...เพราะเธอเป็นคนเดียวที่เฟียร์จำได้โดยไม่ลืมภายใน1เดือนเขาพูดพลางแสยะยิ้ม เพิลสะอึกกับคำพูดของอารอนแต่เธอก็แอบดีใจเล็กน้อย

                นายคงรู้แล้วสินะ เรื่องของพวกเราน่ะเพิลถามสีหน้าจริงจัง ส่วนอารอนหยิบมีดสั้นขึ้นมาและเหมือนกับกำลังพิจารณาและครุ่นคิดอะไรบางอย่างอยู่

                ถ้าเป็นเรื่องคำสาปนั้นล่ะก็..แน่นอนเขาตอบสั้นๆ

                งั้นนายก็น่าจะรู้ไว้ด้วยนะว่าฉันรับรู้การมีอยู่ของเฟียร์  แต่เฟียร์ไม่รับรู้ถึงการมีอยู่ของฉัน  และการที่นายจับฉันมาไว้ที่นี่ เธอไม่มีทางที่จะรู้หรอกว่าฉันอยู่ส่วนไหนของโลก

                เธอคิดว่าฉันจะไม่รู้อะไรรึไง ถ้าเฟียร์ไม่รู้ก็ทำให้รู้ซะก็สิ้นเรื่อง

                สิ้นคำของอารอน  มีดสั้นแทงเข้าที่หัวไหล่ด้านขวาของเพิลและถูกกระชากออกทันที เพิลตะโกนร้องออกมาอย่างเจ็บปวด เลือดสดๆค่อยๆไหลรินออกมาจนย้อมแขนเสื้อด้านขวาของเธอให้กลายเป็นสีแดง

 

                พี่เพิล!” เฟียร์อุทานออกมาอย่างตกใจและรีบวิ่งออกไปทันที  ทำให้ดันเต้กับเวอร์จิลต้องรีบวิ่งตามเธอไป

                เกิดอะไรขึ้นน่ะ รู้ที่อยู่แล้วเหรอ!” ดันเต้ถามขณะที่ตามเธอไป เฟียร์ไม่ตอบอะไรเธอยังวิ่งต่อไปอย่างไม่สนใจรอบด้าน จนผ่านหอคอยกลางเมืองไปโดยไม่รู้เลยว่ามีบางอย่างกำลังไล่ตามพวกเธออยู่

                ข้างหน้าจู่ๆเฟียร์ก็พูดขึ้นระหว่างที่กำลังวิ่งอยู่

                อะไรนะ!?” ดันเต้ถาม และแล้ว...คำถามของเขาก็ได้รับคำตอบ

 เมื่อเบื้องหน้าของทั้ง3คน  ปรากฏภาพของเพิลที่ถูกตึงไว้กับเสาไม้ขนาดใหญ่  ที่ไหล่ขวาของเธอมีเลือดไหลออกมาอย่างไม่หยุด

และแล้ว...ตัวแสดงก็มากันครบอารอนพูดด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม

เพิลริล!!” ดันเต้ตะโกนสุดเสียงพร้อมกับจะวิ่งเข้าไป แต่ถูกเฟียร์ใช้มือห้ามไว้

นี่มันหมายความว่าไงอารอน?” เฟียร์ถามด้วยสีหน้าที่เรียบเฉย แต่จิตสังหารพุ่งเข้าใส่อารอนอย่างชัดเจน

ฉันเชิญเพิลมาให้ช่วยอะไรบางอย่างอารอนยังคงยิ้มแย้มไม่ทุกข์ร้อนอะไร

ปล่อยเพิลเดี๋ยวนี้นะ!!” ดันเต้กัดฟันกรอด

คงจะไม่ได้หรอกนะ...ต้องให้เธอแสดงบทบาทสุดท้ายของเธอให้เสร็จซะก่อนว่าจบ  มีดสั้นเล่มเดิมในมือของอารอนปักเข้าที่กลางอกของเพิลอย่างแรง เพิลกรีดร้องลั่นด้วยความเจ็บปวด เลือดสีแดงพุ่งกระฉูดออกมาอย่างรวดเร็วค่อยๆย้อมร่างเธอให้แดงฉาน

ขอโทษนะอารอนกระซิบที่หูเพิลเบาๆ สีหน้าบ่งบอกถึงความเสียใจ ตอนนั้นเอง...เพิลรู้สึกว่าอารอนคนที่เธอรู้จักได้กลับมาแล้ว

พลั่ก!!

ดันเต้พุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็วถีบอารอนออกไปอย่างแรง และเขารีบเลยไปหาเพิลทันที แต่โดนเหล่าบอดี้การ์ดของอารอนกันไว้

ขณะนั้นเอง เฟียร์ที่เดินมาถึงอารอนเรียบร้อยแล้ว และใช้เดสเซิร์ทอีเกิ้ลในมือเธอตบเข้าที่หน้าเขาพร้อมมองด้วยสายตาเย็นชาฉายแววอาฆาต

เลิกเล่นอะไรบ้าๆซะที รู้เปล่า...ทำให้ฉันเสียเวลาเฟียร์พูดพลางจ่อปืนไปที่อารอนที่นั่งกองอยู่ 

ดันเต้ นายรีบๆช่วยยัยนั่นเข้าสิ ก่อนที่จะตายไปจริงๆเวอร์จิลพูดด้วยสีหน้าไม่สบ อารอนหันไปมองเขาทันทีแล้วพูดขึ้น

นายทั้ง2คนเป็นลูกชายของSpardaสินะ

ถ้าใช่แล้วไงดันเต้โพล่งขึ้น

งั้นนายก็น่าจะรู้ไม่ใช่เหรอ...ถึงเบื้องหลังของเฟียร์และเพิลริล

แล้วจะทำไมดันเต้ถามขึ้นอย่างโมโหเล็กน้อย

ซักวันพวกเธออาจจะฆ่าพวกนายก็ได้นะ

ถ้านายหมายถึงเรื่องที่เธอเป็นDeath Bloodล่ะก็ ฉันไม่สนใจเวอร์จิลพูดเรียบๆและจ้องมองอารอนด้วยสีหน้าที่สงบราบเรียบ

“Death Blood? เธอไม่ได้บอกหมอนั่นเหรอเฟียร์?” อารอนหันไปถามเฟียร์ 

หุบปาก ไม่เกี่ยวกับนายเธอบอกและเตรียมลั่นไกได้ทุกเมื่อ

ก็ได้..ถ้าเธอไม่บอกฉันก็ไม่พูดเขาหันกลับไปมองเวอร์จิลอีกครั้งและพูดขึ้น นาย...เรามาสู้กันโดยมีเฟียร์เป็นเดิมพัน

หมายความว่าไง?” เวอร์จิลถาม

ถ้านายชนะ ฉันจะเลิกลา แต่ถ้าแพ้...จะขอรับเฟียร์คืนไปคำกล่าวของอารอนที่ทำให้เวอร์จิลมีสีหน้าโกรธเคืองและชักดาบออกจากฝัก

งี่เง่า...นี่มันเรื่องระหว่างฉันกับนาย เพราะฉะนั้นฉันจะเคลียร์ทุกอย่างเองเฟียร์พูด  ตอนนี้อารอนลุกขึ้นมายืนเรียบร้อยแล้ว

ดันเต้เฟียร์เรียกเขาโดยไม่หันไปมองแม้แต่น้อย

ฉันให้เวลา1นาทีในการช่วยยัยนั่นออกไปจากตรงนี้ เพราะฉัน...เบื่อ...แล้วคำพูดของเฟียร์ที่ดันเต้ต้องรีบรับคำทันที  เพราะเขาเองเคยพบกับสถานการณ์แบบนี้มาแล้ว 

ดันเต้พุ่งเข้าใส่เหล่าบอดี้การ์ดที่ขวางเขาอยู่อย่างรวดเร็ว และซัดพวกเขาด้วยมือเปล่าจนลงไปนอนหมดสติอยู่กับพื้น จากนั้นเขารีบวิ่งไปแก้เชือกให้เพิลที่ตอนนี้สติเริ่มเลือนราง

อย่าเพิ่งเป็นอะไรไปนะเขาพูดระหว่างที่แก้เชือกให้เธอ

ไม่..ได้..ฆ่าคนใช่..มั้ยเพิลพูดด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบา

ไม่หรอก แต่เราต้องรีบไปจากตรงนี้ให้เร็วที่สุด

เฟียร์เหรอ..?”

ใช่

ดันเต้อุ้มเพิลที่ร่างโชกไปด้วยเลือดวิ่งอย่างรวดเร็วตรงไปที่เวอร์จิลที่ยังคงสงบนิ่งอยู่

พลางมองเหตุการณ์เบื้องหน้าที่เฟียร์และอารอนยืนจ้องกันอย่างไม่ละสายตา

                มาเริ่มกันซะทีเฟียร์บอกพลางเก็บปืนลงซองและหยิบดาบของเธอออกมา  เมื่อมันสัมผัสกับพลังของเธอ  คมดาบที่ไม่เคยมีอยู่กลับปรากฏขึ้นเป็นน้ำแข็งสีใสบริสุทธิ์

                ฉันไม่อยากสู้กับเธออารอนพูดด้วยสีหน้าอ่อนใจ แต่เฟียร์พุ่งใส่เขาและเงื้อดาบฟาดฟันลงทันที ทำให้อารอนต้องชักดาบเล่มใหญ่ของเขาขึ้นมาตั้งรับ

                มันคงเป็นไปไม่ได้หรอก เพราะนายมายุ่งกับของๆฉันว่าจบ เธอแทงไปที่ไหล่ด้านขวาเขา แต่อารอนก็ไวพอที่จะโยกตัวหลบ

                ฉันจำเป็นต้องทำ เพราะฉันอยากให้เธอกลับไปอารอนไม่ตอบโต้การรุกแม้แต่น้อย  เขาได้แต่ตั้งรับการโจมตีของเฟียร์ ทำให้เธอไม่สบอารมณ์มากขึ้นไปอีก

เหตุผลน่าเบื่อ...ตอบโต้ฉันสิอารอน นายเป็นคนเริ่มทุกอย่างเพราะฉะนั้นต้องทำให้ถึงที่สุด ถ้านายเป็นลูกผู้ชายพอ...” คำกล่าวอย่างมีหลักการของเฟียร์ที่ทำให้อารอนมีสีหน้าครุ่นคิดเล็กน้อย

ก็ได้..ถ้ามันเป็นความต้องการของเธออารอนบอกและตั้งท่าเตรียมโจมตี แต่ถึงอย่างนั้นเฟียร์ก็สังเกตได้ว่าเขาไม่คิดจะลงดาบใส่เธอ เฟียร์จึงวิ่งไปตรงหน้าอารอนและชกเขาเข้าที่หน้าอย่างแรง

ฉันขอบอกเป็นครั้งสุดท้าย ต่อให้นายฆ่าคนทั้งโลก...ฉันก็ไม่ไปกับนายคำกล่าวของเฟียร์ที่ทำให้อารอนมีสีหน้าปวดร้าวอย่างเห็นได้ชัด

งั้นเหรอ...งั้นเรามารีบทำให้มันจบกันดีกว่าอารอนพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือเล็กน้อย

อารอนเพิลที่มองดูเหตุการณ์อยู่ห่างออกไปเอ่ยชื่ออารอนออกมาอย่างแผ่วเบา

เฟียร์และอารอนตอนนี้ ยืนจ้องมองกันเพื่อหาจังหวะในการโจมตีครั้งสุดท้าย อารอนมองเฟียร์ด้วยสายตาเจ็บปวดเหมือนกับจะร้องไห้  และแล้ว...การปะทะครั้งสุดท้ายก็เริ่มขึ้น  ทั้งคู่ต่างพุ่งเข้าหากันอย่างรวดเร็วและรุนแรง แต่ในชั่วขณะที่จะฟาดฟันกัน อารอนทิ้งดาบของเขาลงและเอ่ยกับเฟียร์เบาๆ

ฉันรักเธอนะ...เฟียร์อารอนบอกด้วยสีหน้าอ่อนโยนที่แฝงความเศร้าไว้  ดาบของเฟียร์แทงทะลุกลางอกของเขาจนเลือดกระฉูดออกมาไม่หยุดเหมือนสายน้ำ เขาล้มลงไปนอนอยู่กับพื้นและหยาดน้ำใสๆเริ่มไหลออกมาจากดวงตาสีเขียวที่ปวดร้าว

เพิลเองก็ร้องไห้ออกมาเช่นกัน เพราะเธอรู้ถึงความรู้สึกของอารอน

เธอเป็นอะไรน่ะ เจ็บแผลเหรอ?” ดันเต้ถามด้วยความเป็นห่วง เพิลส่ายหน้าและหันไปซบกับอกของเขา

ดาบของเฟียร์ยังคงปักอยู่ที่กลางอกของอารอน เธอจ้องมองเขาด้วยสีหน้าเรียบเฉย และสลายพลังของดาบกลายเป็นน้ำแข็งปิดปากแผลห้ามเลือกไว้

รู้คำตอบแล้วสินะ เราหายกันแล้วว่าจบเธอหันหลังจะเดินจากไป แต่แล้ว...เหล่าแขกผู้ไม่ได้รับเชิญก็ปรากฏขึ้น

ตัวบ้าอะไรเนี่ยดันเต้บอกพลางกวาดสายมองไปรอบๆ

“Savage Golem ปีศาจที่สามารถฟื้นฟูพลังชีวิตได้  มันเชื่องช้าและโจมตีได้ในระยะใกล้เท่านั้นเวอร์จิลพูดและเตรียมชักดาบ แต่ดันเต้ห้ามเขาไว้

ไม่ถนัดโจมตีระยะไกลอย่างนี้ก็สวยสิ ฉันจัดการเองฝากดูยัยนี่ด้วยละกันว่าจบ ดันเต้เดินตรงเข้าไปหาเฟียร์ทันที

คงรู้นะว่าต้องทำยังไงดันเต้พูดพลางหยิบปืนของเขาทั้งสองกระบอกขึ้นมา ซึ่งเฟียร์เองก็เช่นกัน

อดทนหน่อยนะ แป๊บเดียวก็จบแล้วเฟียร์บอกกับอารอนที่นอนอยู่ เขายิ้มเป็นเชิงตอบรับ

เราคงต้องรีบกันหน่อยแล้วสินะ มีคนเจ็บอยู่ตั้งสองคน

สิ้นคำ การบรรเลงสาดกระสุนก็เริ่มขึ้น โดยที่เฟียร์และดันเต้ยืนนิ่งหันหลังชนกันและกราดใส่อย่างไม่ยั้ง

ปืนของเธอเหมาะดีนี่ อยากลองใช้มั่งจังดันเต้บอกอย่างนึกสนุก

แลกหน่อยมั้ย?” เฟียร์ว่าพร้อมกับควงปืนกระบอกหนึ่งและโยนให้เขา ดันเต้เองก็ส่งปืนของตนเองให้เธอ

เฟียร์รับปืนของเขาและวิ่งเข้าใส่Savage Golemทันที เธอเตะมันให้ล้มลงไปกองและกระโดดขึ้นเหยียบที่ตัว เฟียร์ใช้เท้าตบที่พื้นอย่างแรงจนปีศาจพุ่งตัวไปข้างหน้าพร้อมกับที่เธอสาดกระสุน2มือและหมุนไปรอบๆ 

ส่วนดันเต้กระโดดขึ้นกลางอากาศและหมุนตัวยิ่งใส่เหล่าปีศาจ เมื่อพวกมันล้มลง เขาเข้าไปเหยียบและจ่อยิงทันที

ทางด้านเวอร์จิลที่ประคองเพิลอยู่นั้น ปีศาจก็บุกเข้ามาจากด้านหลัง เขาดูจะไม่ค่อยทุกข์ร้อนเท่าไหร่นัก และชักดาบออกมาควงอย่างไม่หันไปมอง ปีศาจถูกแยกออกเป็นชิ้นๆ

“Time Over” เฟียร์พูดพลางเก็บเดสเซิร์ทอีกเกิลลงซองและเดินไปหาดันเต้ ทั้งคู่ควงปืนของอีกฝ่ายชนกันเพื่อกลับคืนสู่เจ้าของ

ว่างๆขอยืมใช้อีกนะดันเต้พูดจบและรีบวิ่งไปหาเพิลทันที ส่วนเฟียร์เดินเข้าไปหาอารอน 

เพิลเป็นยังไงบ้าง!?” ดันเต้พูดด้วยสีหน้าจริงจังห่วงใย เพิลยิ้มแฮะๆให้เขา

ไม่เป็น แต่กำลังจะเป็นเวอร์จิลบอกและหันหน้าไปทางเฟียร์พร้อมกับพยักหน้าเรียกเธอให้มาหาเขา เฟียร์พยุงอารอนขึ้นมาและเดินตรงเข้าหาเวอร์จิล

หมายความว่าไง?” ดันเต้ถามอย่างงงๆ

แบบนี้ไงเวอร์จิลพูดและดึงดาบออกจากร่างของเพิล เลือดไหลทะลักออกมาอย่างเร็ว  แต่เฟียร์ใช้น้ำแข็งหยุดเอาไว้ เธอวางอารอนลงและหันไปมองรอบๆ

นายอยู่ที่นี่ใช่มั้ยซิลเวอร์?” เธอโพล่งขึ้น และซิลเวอร์ก็ปรากฏตัวออกมาหาเธอ

เซ้นส์ไว้จริงนะซิลเวอร์พูดพลางก้าวช้าๆมาใกล้เธอ

สุดท้าย...นายก็เอาแต่ดูอย่างเดียวสินะเฟียร์พูดอย่างโมโหเล็กน้อยและชักปืนออกมาอีกครั้ง

ใจเย็นๆน่า  ฉันไม่ได้มาทะเลาะกับเธอ แต่จะมาอารอนกลับไปแค่นั้นซิลเวอร์เดินไปที่อารอนและแบกเขาขึ้นหลังไว้

ไว้พบกันใหม่นะเฟียร์ว่าจบ ซิลเวอร์วิ่งออกไปทันที โดยมีเฟียร์ส่งบรรณาการไล่หลังไป

รีบกลับกันเถอะ...ดันเต้อุ้มเพิลแล้วออกวิ่งไปทันที เฟียร์เหลือบสายตาไปมองเวอร์จิลเล็กน้อยก่อนที่จะวิ่งออกไป และเวอร์จิลก็วิ่งตามหลังพวกเขาไป

 

หลังจากที่ทำแผลให้เพิลเสร็จแล้ว ทุกคนก็แยกย้ายกันไปพักผ่อน เหลือแต่ดันเต้ที่ยังคงนั่งเฝ้าเธออยู่

ดันเต้เพิลลืมตาขึ้นช้าๆ

รู้สึกตัวแล้วเหรอ? เป็นยังไงบ้าง?” ดันเต้ถามพลางจับที่มือเธอ เพิลส่ายหน้าพลางกวาดสายตามองไปรอบๆห้อง

เวอร์จิลกับเฟียร์เพิ่งออกไป ส่วนหมอนั่น..คู่หู4ขาพาไปแล้ว

เหรอเธอพูดด้วยสายตาเหม่อลอย

ฉันมีเรื่องจะพูดกับเธอ...” ดันเต้บอกและหน้าเริ่มขึ้นสีเรื่อ

รู้มั้ยฉันเป็นห่วงเธอแทบบ้า...และก็....ฉันชอบเธอนะพูดถึงตรงนี้ ดันเต้ก้มหน้าอย่างเขินๆ และเมื่อเขาเงยหน้าขึ้นมาก็พบว่า...เพิลหลับสนิทไปเรียบร้อยแล้ว 

นี่เธอหลับเหรอ หลับไปได้ยังไงกันเนี่ย ยัยบ๊องเอ๊ยดันเต้เอามือกุมขมับอย่างปลงๆก่อนที่จะลูบหัวเพิลเบาๆและจูบลงที่หน้าผาก

ชัดๆเลยนะ ฉันชอบเธอเขายิ้มออกมาอย่างอ่อนโยนและจ้องมองเพิลที่กำลังหลับอยู่

พลาดสินะเสียงเฟียร์ดังขึ้นจากด้านหลัง ทำให้ดันเต้ต้องรีบหันกลับไปมองทันที

เธอมาตั้งแต่เมื่อไหร่!” เขาถามอย่างร้อนรน

ตั้งแต่แรกแล้วเธอตอบเรียบๆ สีหน้าบ่งบอกถึงชัยชนะเล็กน้อย

ฉันทำตามคำสั่งแล้วนะ!” ดันเต้รีบแก้ตัวเพื่อกลบเกลื่อนความอาย

ไม่ยอมรับ เพราะนายไม่ทำตามที่ตกลงกันไว้

ตกลงอะไร?”

ก็..ที่บอกว่า...ให้สารภาพรักเพิลต่อหน้าทุกคนน่ะสิ แต่...ขาดพี่นายไปคนนี่เฟียร์พูดขณะที่ยืนกอดอกพิงประตูอยู่ เธอถอนหายใจออกมาเบาๆและส่ายหน้าเล็กน้อยเป็นเชิงปฎิเสธ

แล้วข้างหลังนั่นใครหล่ะดันเต้พูดด้วยสีหน้านิ่งๆ ที่ทำให้เฟียร์ต้องรีบหันกลับไปมองทันทีเมื่อเวอร์จิลมายืนอยู่ข้างหลังเธอเสียแล้ว เธออึ้งอยู่ครู่หนึ่งและรีบเดินออกไป เวอร์จิลเปรยหางตาไปมองดันเต้แว่บหนึ่งก่อนที่จะเดินตามเฟียร์ออกไป

เฟียร์รีบเดินตรงไปที่บันไดอย่างไม่หันกลับไปมองข้างหลัง  แต่ถูกเวอร์จิลดึงไว้

มีอะไร?” เฟียร์ถาม ยังคงไม่หันไปมองเขา

เธอจะนอนที่ไหน?” เวอร์จิลถาม

นอนที่โซฟาข้างล่างเธอตอบสั้นๆ

เวลาพูดหัดมองหน้าคนอื่นบ้างเวอร์จิลพูดด้วยเสียงดุอย่างออกคำสั่ง เฟียร์หันมามองเขาทันที

ข้างล่าง พอใจยังน้ำเสียงของเธอแฝงความประชดนิดๆ เวอร์จิลส่งสายตาดุให้เธอ

ไม่ต้องมาทำตาดุ บอกแล้วไงว่าชินแล้วเธอจ้องเขากลับไปมั่ง และต้องค้างกับการกระทำต่อมาของเขา เมื่อเวอร์จิลหอมที่แก้มเธอเบาๆ

ฉันจะไปนอนข้างล่างเองเวอร์จิลกระซิบเบาๆและเดินลงบันไดไป ทิ้งให้เฟียร์ยืนนิ่งงันอย่างตกใจปนความเขินเล็กๆก่อนจะรีบเดินเข้าห้องไปอย่างรวดเร็ว   



                                 
                                                                                                           By : Minoru and Michiyo               

 

               

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

79 ความคิดเห็น