Devil May Cry 1 : The Legend Of Sons Sparda

ตอนที่ 11 : Mission 11 - Free Day

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 657
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    9 พ.ย. 49

Mission  11

- Free Day -

 

          2 สัปดาห์มาแล้วหลังจากที่อารอนจากไป ชีวิตประจำวัน(อันวุ่นวาย)ของพวกดันเต้ก็ได้กลับคืนมา เพิลที่โดนอารอนทำร้ายหายเป็นปกติตั้งแต่3วันแรก

                ว่างจัง...ไม่มีอะไรทำเลยดันเต้บ่นอย่างเบื่อๆในขณะที่นั่งควงปืนเล่นที่โต๊ะทำงาน เพิลเดินเข้ามาพลางยื่นจานแพนเค้กที่เธอเพิ่งทำเสร็จส่งให้

                กินนี่แก้เบื่อไปก่อนละกันเพิลพูดอย่างอารมณ์ดีก่อนจะเดินเอาจานขนมไปให้เฟียร์และเวอร์จิลที่นั่งอยู่ตรงโซฟา

                สักวันฉันต้องอ้วนตายเพราะยัยนี่แน่ดันเต้บ่นขำๆ และหันไปทางเฟียร์ เฟียร์ ออกไปข้างนอกกันมั้ย?”

                ไม่ว่าง มีธุระเฟียร์ตอบสั้นๆขณะกำลังกินแพนเค้กอยู่

                ไปไหน?” เวอร์จิลถามและเหลือบสายตามองเธอเล็กน้อย

                ไปข้างนอกกับเพิลเฟียร์พูดโดยไม่มองเขาแม้แต่น้อย ส่วนดันเต้หันไปมองเพิลเพื่อขอคำตอบ แต่เพิลอมยิ้มและเดินเข้าครัวไป

                เพิลไปกันรึยังเฟียร์ลุกขึ้นยืนและตรงไปที่ประตู โดยมีเพิลเดินตามเธอไป

                ดันเต้มองตาม2สาวไปด้วยสีหน้างงๆ  ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความสนุกสนาน

                เวอร์จิลดันเต้เรียก

                มีอะไร?” เวอร์จิลถามสั้นๆ

                ฉันคิดอะไรสนุกๆออกอย่างหนึ่ง...สนใจมั้ย?”

                เรื่องอะไร?”

                แอบสะกดรอย2สาวของเราว่าจะไปที่ไหนกันดีกว่าดันเต้พูดด้วยสีหน้ากวนๆและยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์

                ฉันไม่สนใจหรอกเวอร์จิลตอบเรียบๆแต่ปิดหนังสือลงทันที  ดันเต้มองเขาอยู่ครู่หนึ่งและเดินออกจากร้านไป  เวรอ์จิลมีท่าทางเหมือนกำลังคิดอะไรบางอย่างและเดินตามดันเต้ไปทันที

                ไหนบอกไม่สนใจไง?” ดันเต้ส่งลูกยั่วอย่างกวนๆ

                ว่างเวอร์จิลบอกสั้นๆและเดินนำเข้าไป

 

                ตอนนี้เฟียร์และเพิลกำลังเดินอยู่ในเมืองในสภาพที่เพิลเกาะแขนเฟียร์ไว้แน่น  ถึงเธอจะรำคาญแต่ก็สะบัดออกไม่ได้  เพราะถ้าเพิลหายไปเธอคงจะต้องมาเสียเวลาตามหาอีก

                เพิล..รู้สึกอะไรรึเปล่าเฟียร์ถามด้วยสีหน้าเย็นชาเล็กน้อย

                เหมือนเราเป็นคู่รักกันเลยเพิลพูดด้วยใบหน้ายิ้มและส่งตาหวานเยิ้มให้กับเฟียร์

                ไร้สาระ ฉันหมายถึงเรากำลังโดนสะกดรอยต่างหากน้ำเสียงของเฟียร์หงุดหงิดเล็กน้อย 

                ใคร? ปีศาจเหรอ? มีกี่ตัว?” เพิลมีท่าทางตื่นๆและหันรีหันขวาง เฟียร์จึงล็อกคอเธอ

                อย่าเอะอะไป เดี๋ยวพวกมันรู้ตัวเฟียร์กระซิบเบาๆ

                ดูทำเข้าสิ 2คนนี้ชักยังไงๆแฮะ รึนายว่าไง?” ดันเต้หันไปถามความเห็นเวอร์จิลที่ยังคงมีสีหน้าสงบราบเรียบ เขาไม่ตอบอะไรแต่ยังคงเดินตามต่อไป

                มันมี2ตัว แต่...” พูดถึงตรงนี้เฟียร์เงียบไปทำให้เพิลมีสีหน้างงๆ

                แต่อะไรเหรอ?” เพิลถาม

                เปล่ารอดูสถานการณ์ก่อนเฟียร์เหมือนกำลังคิดอะไรบางอย่าง เพิล ตรงหัวโค้งนั่น เมื่อเดินไปถึงแล้วให้รีบแยกกันทันที

                เพิลพยักหน้าเป็นเชิงตอบรับ และพยายามที่จะหาร่องรอยของคนที่สะกดรอยตามพวกเธออยู่

                ฉันไปด้านซ้ายนะเพิลบอก 

                ไม่ได้...ตัวด้านซ้ายน่ากลัวสุดฉันไปเองเฟียร์บอกด้วยสีหน้าจริงจัง

                และเมื่อพวกเธอเดินไปใกล้หัวโค้งนั้น เฟียร์กระทืบเท้าอย่างแรงจนพื้นคอนกรีตร้าวเป็นทางยาวและเหวี่ยงคอนกรีตชิ้นใหญ่ขึ้นลอยไปบนฟ้า  ก่อนที่จะกราดกระสุนให้มันแตกจนฟุ้งกระจาย

                วิ่งเฟียร์ตะโกนบอกเพิล แล้ววิ่งไปตามทางโค้งข้างหน้า ก่อนที่จะแยกกันไปคนละทาง

                บ้าชิบ! มองไม่เห็นอะไรเลย!” ดันเต้บ่นอย่างหัวเสียและพยามจะมองหาทั้ง2คน

                แยกกันเป็น2ทางว่าจบ ทั้งสองคนก็แยกกันไปทันที

               

เฟียร์กำลังวิ่งอ้อมไปทางที่เธอเพิ่งผ่านมาเพื่อไล่ตามคนที่สะกดรอยเธออยู่ จนเธอมาอยู่ด้านหลังเขาเรียบร้อยแล้ว  เฟียร์พุ่งไปอย่างรวดเร็วและใช้เดสเซิร์ทอีเกิ้ลจ่อที่คอด้านหลังคนตรงหน้าทันที

นึกแล้วว่าต้องเป็นนาย

 

ทางด้านเพิลที่ยืนอยู่บนดาดฟ้าของตึกแห่งหนึ่งกำลังมองหาคนน่าสงสัยอีกคนหนึ่ง สักพักเธอเห็นเขาเดินมาที่ซอกตึกซึ่งเป็นตึกเดียวกันกับที่เธออยู่ตอนนี้ เพิลกระโดดลงมาอย่างรวดเร็วและลงดาบใส่ด้านหลังเขา แต่เขาก็ไวพอที่จะชักดาบมากันโดยไม่หันมามองเธอแม้แต่น้อย

นายเป็นใคร? ตามฉันมาทำไม?”

 

เฟียร์ที่อยู่อีกฝากหนึ่งเก็บปืนลงเรียบร้อยแล้ว คนตรงหน้าเธอเริ่มหันมาหาเธอช้าๆด้วยสีหน้ากวนๆ

ดันเต้ ตามฉันมาทำไม?” เธอพูดด้วยเสียงเคืองๆเล็กน้อยและยืนกอดอกมองเขา

เธอรู้ได้ไงว่าเป็นฉันดันเต้ถามด้วยสีหน้างงๆ

พอเดาได้ ไม่งั้นฉันคงไม่เลือกทางนี้หรอก

หมายความว่าไง?”

ฉันพอจับความรู้สึกได้ ถึงไม่เลือกอีกทางไงว่าจบ เฟียร์เหมือนนึกอะไรขึ้นได้ และก็ได้ยินเสียงกรีดร้องของเพิล

กรี๊ดดดดดดดดดด!!!

เพิลดันเต้และเฟียร์พูดพร้อมกันและรีบวิ่งไปทางที่มาของเสียง

 

เพิลกำลังกรีดร้องอย่างตกใจ เมื่อคนที่สะกดรอยเธอหันหน้ามามองเธอด้วยสีหน้าเรียบเฉยเย็นชาแบบที่เพิลหวาดเป็นประจำ

คะ..คุณ..เวอร์จิล!” เพิลพูดติดๆขัดๆ ในขณะที่ดันเต้และเฟียร์วิ่งมาถึงที่เกิดเหตุเรียบร้อยแล้ว

เป็นอะไรเกิดอะไรขึ้น?” ดันเต้เดินเข้าไปหาเพิล และเจ้าหล่อนก็ล้มลงทันที เขารับเธอไว้ได้ทันและหันมองเวอร์จิล

นายทำอะไรยัยเพิลตี้เนี่ยดันเต้ถามด้วยสีหน้าตื่นๆ

ยัยนั่นต่างหากที่เอาดาบฟันฉันเวอร์จิลพูดและหันไปส่งสายตาดุให้เฟียร์ เพราะเขารู้ว่าแผนการทั้งหมดนี้ต้องเป็นความคิดของเฟียร์ แผนการของเธอสินะ

                บอกแล้วไง ว่าสายตาอย่างนั้นใช้ไม่ได้ผลเฟียร์พูดพลางยักไหล่อย่างคนไม่ทุกข์ร้อน

                มัวแต่จีบกันอยู่นั่นแหละ ทำอะไรเข้าสักอย่างสิยัยนี่สลบไปแล้วนะดันเต้ดูจะโมโหเล็กน้อย

                ใช้วิธีของฉันมั้ยหล่ะ?” เฟียร์บอกพร้อมกับหยิบเดสเซิร์ทอีเกิลออกมาและขึ้นลำทันที พี่..เพิลเธอพูดด้วยโทนเสียงต่ำๆ ทำให้เพิลสะดุ้งตื่นขึ้นมาทันที

ตื่นแล้วจ้ะ..ตื่นแล้ว! อย่ายิงนะ!” เพิลมีสีหน้าหวาดผวาและรีบลุกขึ้นยืน

แค่นี้แหละเฟียร์เก็บปืนลงและถอนหายใจออกมาเบาๆอย่างเสียดาย

เฟียร์ใจร้าย รู้ใช่มั้ยว่าเป็น2คนนี้?” เพิลตัดพ้อและหันไปมองเวอร์จิล เมื่อกี้ขอโทษนะคะ คุณไม่ได้รับบาดเจ็บใช่มั้ย

เพิลพูดด้วยน้ำเสียงที่เธอคิดว่าหวานที่สุด แต่เวอร์จิลดูจะไม่ค่อยใส่ใจเท่าไหร่นัก

รีบไปกันซักที เสียเวลามามากแล้วเฟียร์พูดตัดบทอย่างรำคาญและรีบเดินไปทันที ทั้ง3คนจึงตามเธอไป

และแล้วทั้ง4คนก็มาถึงจุดหมายปลายทางคือ หอสมุดกลางเมืองเนเธอร์เวิร์ลใกล้ๆกับหอคอยศักดิ์สิทธิ์

ฉันขอตัวไปหาหนังสือก่อนนะเฟียร์พูดและปลีกตัวออกไป

ดันเต้ไปทางนู้นกันเพิลบอกและลากดันเต้ให้ไปกับเธอ ส่วนเวอร์จิลนั่งอ่านหนังสืออยู่ที่โต๊ะกลางห้อง

 

เราก็นึกว่าจะไปไหนกัน ที่แท้ก็มาห้องสมุดดันเต้เปรยขึ้นอย่างเซ็งๆ

แล้วนายคิดว่าพวกฉันจะไปไหนกันล่ะ ไปเปิดศึกกับพวกHellอย่างนั้นเหรอเพิลพูดกวนๆขณะที่กำลังหาหนังสืออยู่

เซ็งง่ะ

เป็นอะไรไป ถ้าจะบ่นก็ไปบ่นกับเฟียร์สิ

ไปก็โดนสาดกลับมาสิเขาพูดพลางครุ่นคิด แล้วยัยนั่นมาหาอะไร?”

ไม่รู้ อยากรู้ไปถามเจ้าตัวสิเพิลพูดอย่างไม่ใส่ใจนัก

ก็ได้ ถือว่าเธอเปิดโอกาสให้ฉันกับน้องเธอนะดันเต้พูดด้วยสีหน้าเจ้าเล่ห์และกำลังจะเดินไป แต่โดนเพิลกระชากคอเสื้อไว้ก่อน

จะไปไหน?”

ไปหาเฟียร์ไง

นายอยู่นี่แหละดีแล้วเพิลบอกทั้งที่ยังถือหนังสืออยู่ในมือ

ฉันไม่ไปก็ได้ แต่มีเรื่องอยากจะถามเธอหน่อยดันเต้พูดด้วยน้ำเสียงจริงจังและเขยิบเข้ามาใกล้เพิล

เรื่องอะไร?” เธอยังคงไม่หันไปมองเขา

เรื่องที่ฉันพูดคราวก่อนตอนที่เธอบาดเจ็บน่ะ

พูดอะไรเหรอ?” เพิลมีสีหน้าสงสัย

เธอได้ยินหมดทุกคำรึเปล่าล่ะ?” ดันเต้ถามอย่างหยั่งเชิง

ฉันจำไม่ได้หรอก เพราะหลับไปก่อนน่ะ ได้ยินถึงแค่ว่าอารอนไปแล้วคำบอกที่ทำให้ดันเต้หัวเสียเล็กน้อย และเดินจากไปทันทีโดยมีเพิลมองตามหลังอย่างงๆ

 

ด้านเฟียร์ที่อยู่มุมลึกสุดของหอสมุด กำลังค้นหาหนังสือบางอย่างอยู่ เธอดูจะเคร่งเครียดและหัวเสียในเวลานี้

มีอะไรให้ผมช่วยมั้ยคุณผู้หญิง?” เสียงผู้ชายคนหนึ่งทักเธอขึ้นจากด้านหลัง แต่เฟียร์ไม่หันกลับไปมองแม้แต่น้อย เธอควงปืนขึ้นมาและจ่อไปที่คนข้างหลังในขณะที่เธออ่านหนังสืออยู่

ผมคิดคว่าคุณคงไม่ต้องการชายหนุ่มบอกอย่างหวาดๆและรีบเดินจากไปทันที

ไม่มี...” เธอบ่นเบาๆและรื้อหนังสือออกมาหลายเล่ม เธอดูจะหัวเสียมากขึ้นกว่าเดิม

ทำไม...ถึงไม่มีนะ...เรื่องราวของDeath Blood!”

 

ขณะที่เวอร์จิลกำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่ ดันเต้ก็เดินเข้ามาทำลายความเงียบของเขาลงทันที

นายเห็นเฟียร์รึเปล่า?” ดันเต้ถามและกวาดสายตาไปรอบห้อง แต่เวอร์จิลยังคงมีสีหน้าสงบเช่นเคย

เห็นยัยนั่นเครียดๆก็เลยรู้สึกเป็นห่วงน่ะ ก็คู่หูกันนี่ดันเต้ทำหน้ากวนๆและจ้องหน้าเวอร์จิลเขม็ง

นายจะว่าอะไรมั้ย ถ้าจะให้ยัยนั่นเป็นน้องสะใภ้คำกล่าวต่อมาที่เวอร์จิลปิดหนังสือลงทันทีและจ้องมองดันเต้ด้วยสายตาดุ อ๊ะ ไม่ต้องมาทำถลึงตานะบอกแล้วไงว่าชินแล้วดันเต้พูดและเลียนแบบท่าทางของเฟียร์

เรื่องของนายเวอร์จิลตอบสั้นๆและลุกเดินออกจากไปทันที โดยมีดันเต้หัวเราะเบาๆไล่หลัง

 

เป็นเวลาเย็นพอดีที่ทั้ง4คนใช้เวลาอยู่ในห้องสมุด ดันเต้และเวอร์จิลไม่หันมามองหน้ากันแม้แต่น้อย ทำให้เพิลและเฟียร์มีสีหน้างงๆกับสถานการณ์นี้

ไหนๆวันนี้เราออกมาข้างนอกกันครบ4คน ลองเปลี่ยนบรรยากาศกินข้าวนอกบ้านกันหน่อยเป็นไง?” เพิลพูดขึ้นด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม แต่ไม่มีใครตอบรับเธอเลย เพิลหันไปมองดันเต้ด้วยสายตาวิงวอนเพื่อให้ดันเต้ตอบรับความคิดเธอ

ดับเบิ้ลเดทสินะดันเต้พูดหน้ายิ้มๆและเดินไปโอบไหล่เฟียร์ เพิลมีสีหน้าไม่พอใจเล็กน้อยโดยที่เธอก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเพราะอะไร ส่วนเวอร์จิลส่งสายตาดุให้เฟียร์

และทั้ง4คนก็เดินไปที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งในเมือง ซึ่งเป็นร้านอาหารกลางแจ้ง บรรยากาศดูจะคึกคักเพราะระหว่าง2ฝั่งฝากถนนรายล้อมไปด้วยเหล่าร้านค้ามากมาย

คนเยอะจริงแฮะเพิลพูดและกำลังมองหาที่นั่ง และสายตาเธอไปสะดุดกับคนๆหนึ่งที่นั่งห่างออกไปไม่ไกลนัก เขาเป็นชายหนุ่มผมสีน้ำตาลเข้มหน้าอ่อนในชุดเสื้อคลุมสีขาวลายปักสีดำ นั่งอยู่กับสุนัขขนสีเงินที่มีเขา

อารอน!” เสียงเพิลตะโกน เรียกนัยน์ตาคนทั้ง3ให้หันไปจ้องมอง พอดีกับที่คนตรงหน้าพวกเขาก็หันมามองเช่นกัน

เฟียร์!” อารอนพูดขึ้นและรีบวิ่งตรงมาทางพวกเขาอย่างรวดเร็วพร้อมกับโผเข้ากอดเฟียร์ โดยมีสายตาของเหล่าผู้คนจ้องมองเขาอยู่

เวอร์จิลดึงเฟียร์ออกห่างทันที และมองอารอนด้วยสายตาเย็นชา

เสนอหน้ามาอีกทำไม?” ดันเต้พูดอย่างเคืองๆและจับเข้าที่คอเสื้ออารอน

คิดถึงกันจังนะอารอนพูดยิ้มๆ

พอสักทีน่า นายทำอะไรของนายเนี่ยเพิลเดินเข้ามาปัดแขนดันเต้ออก และยืนทำหน้าดุขวางเขาไว้

หยุดซะทีสิ คนมองกันใหญ่แล้วซิลเวอร์พูดขึ้น แต่เป็นเสียงที่ได้ยินแค่เฉพาะพวกเขาเท่านั้น เจ้าหมาควักมือเรียกทุกคนให้มานั่งที่โต๊ะซึ่งทั้ง5คนก็ทำตามแต่โดยดี ไม่อายกันบ้างรึไงนะพวกนายน่ะมันพูดอย่างปลงๆ

ไม่คิดเลยว่าจะได้มาเจอกันที่นี่อารอนบอกและส่งยิ้มให้ทุกคนอย่างใสซื่อ

บาดแผลหายดีแล้วเหรอ?เพิลถามด้วยความเป็นห่วง โดยไม่รู้เลยว่าดันเต้มองเธอด้วยสายตาไม่สบอารมณ์

น่าจะตายๆไปซะดันเต้พูดเค้นเสียง แต่เพิลส่งสายตาดุให้เขา

หายดีแล้ว ฉันเองก็ต้องขอโทษเธอด้วยแล้วกัน แผลเป็นยังไงบ้างล่ะ?” อารอนบอกด้วยสีหน้าเป็นห่วง

แค่ยัยนี่นั่งเสนอหน้าอยู่ก็เป็นหลักฐานได้แล้วคำบอกของดันเต้ที่เพิลมองค้อนใส่เขาทันที

ฉันก็ไม่เป็นอะไรเหมือนกันเพิลบอก

เฟียร์..เธอกำลังหาข้อมูลเกี่ยวกับหอคอยอยู่ใช่รึเปล่า?” อารอนหันไปถามเฟียร์ด้วยสีหน้าจริงจัง

นายรู้ได้ยังไง?” เฟียร์เองรู้สึกสนใจกับคำพูดของเขา

ไม่มีเรื่องไหนของเธอที่ฉันไม่รู้อารอนบอกและยิ้มออกมาอย่างอ่อนโยน ทำให้เวอร์จิล ส่งสายตาดุให้เขาทันที ส่วนเฟียร์ถอนหายใจออกมาเบาๆ

ตอนนี้ เหล่าปีศาจถูกปล่อยออกมาเพ่นพ่านในเมืองเหมือนกับพวกมันกำลังค้นหาอะไรบางอย่าง

ค้นหาอะไร?” เวอร์จิลถามขึ้นหลังจากที่เขาเงียบมานาน

บางสิ่งที่ใช้ในการเปิดประตูโลกปีศาจอารอนพูดพลางยกกาแฟขึ้นมาจ่อดื่ม

มันคือะไรหล่ะ?” ดันเต้ยังคงมีท่าทางหงุดหงิดแม้จะสนใจกับเรื่องที่อารอนบอก

ไม่รู้ มีคนบอกฉันมาแค่นี้

ใคร?” เฟียร์ถามอย่างรำคาญเล็กน้อย

บาทหลวงดำที่มีตาสองสี เขาบอกว่าพวกเธอคงอยากรู้เรื่องนี้

อาร์คแฮม!” เพิลและดันเต้พูดขึ้นพร้อมกัน เวอร์จิลมองอารอนอย่างไม่ละสายตา ส่วนเฟียร์สีหน้าแปรเปลี่ยนเป็นเย็นชาและน่ากลัว

                เขาเป็นใครเหรอ?” อารอนถามอย่างอยากรู้ แต่ถูกเฟียร์ตัดบททันที

                ศัตรูที่ฉันต้องฆ่าเป็นอันดับต้นๆเธอบอกและจดจ่อกับเมนูอาหารในมือโดยที่ไม่มองหน้าใครอีกเลย

 

                ฉันเลี้ยงเอง ถือเป็นการไถ่โทษไงอารอนบอกขณะที่ทุกคนกำลังยืนอยู่หน้าเคาน์เตอร์จ่ายเงิน

                ไม่เป็นไร พวกเราเกรงใจน่ะเพิลปฏิเสธอย่างสุภาพ แต่อารอนยังคงยืนกรานเช่นเดิม

                ขอบคุณที่อุดหนุนค่ะ โอกาสหน้าเชิญใหม่นะคะเสียงพนักงานสาวบอกและยื่นบัตรเครดิตคืนให้เฟียร์ ทำให้ทุกคนมองตามอย่างงงๆ

                มัวแต่เกี่ยงกันอยู่ได้ รำคาญเฟียร์บอกและเดินนำหน้าไปก่อน

                เฟียร์ เธอมีบัตรเครดิตด้วยเหรอ?” เพิลถามอย่างสงสัยและหยิบบัตรที่มือเธอมาดูอย่างไม่ได้รับอนุญาติ

                เห็นอย่างนี้ก็เถอะ เฟียร์น่ะเป็นรองประธานบริษัทอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่เลยนะ โดยมีอาสาวของเธอเป็นประธานอารอนชี้แจง ดันเต้และเพิลเบิกตากว้างอย่างตกใจกับสิ่งที่ได้ยิน

                ลูกคุณหนู อาศัยบารมีอาดันเต้บ่นขำๆ

                เธอได้รับการเลี้ยงดูอย่างดีตั้งแต่อายุ8ขวบแล้ว ชนิดที่ยุ่งไม่ให้ไต่ไลไม่ให้ตอมคำชี้แจงของอารอนที่ดันเต้ต้องหลุดหัวเราะออกมาเสียงดัง เฟียร์จึงหันไปมองเขาด้วยสายตาปราม

                โทษที อดหัวเราะไม่ได้น่ะ อิมเมจมันห่างไกลจากคุณหนูลูกเศรษฐีลิบลับ นิสัยยัยนี่บิดเบี้ยวกว่าเยอะดันเต้พยายามที่จะหยุดหัวเราะเพราะเฟียร์เตรียมจ่อปืนมาที่เขา

                แต่เพราะอย่างนั้น ฉันกับเฟียร์ถึงถูกจับหมั้นกันไงอารอนมีสีหน้ายิ้มแย้ม ส่วนซิลเวอร์กำลังกลั้นหัวเราะอยู่

 

                หลังจากที่ทุกคนกลับถึงร้านเรียบร้อยแล้ว และเตรียมที่จะแยกย้ายกันไปทำภารกิจส่วนตัว ดันเต้มองแขกผู้ไม่ได้รับเชิญและถามขึ้น

                นายตามมาทำไม หรือจะมาจับตัวยัยนี่อีกดันเต้พูดพลางชี้ไปที่เพิลที่ยืนอยู่ใกล้ๆ

                เปล่า แค่จะมาขออยู่ด้วยนะ ค่าน้ำค่าไฟค่าอาหารไม่ต้องห่วง ฉันออกให้เองอารอนพูดเองเออเองเสร็จสรรพ

                ไม่มีห้องว่างดันเต้ตอบสั้นๆแต่ถูกเพิลขัดทันที

                นอนห้องนั่งเล่นที่ชั้น2ก็ได้นะเพิลพูด อารอนยิ้มรับ

                ให้ท้ายกันเข้าไปสิ ซักวันหมอนี่คงได้จับเธออีกแน่ดันเต้กัดฟันกรอดและหันไปทางเวอร์จิลเพื่อขอเสียงสนับสนุน

                ฉันเห็นด้วยกับดันเต้ ฉันยังไม่ไว้ใจหมอนี่เวอร์จิลตอบเรียบๆ

                อารอนไม่ใช่คนเลวร้ายจริงๆนะเพิลบอก

                แน่ใจได้ยังไง เอาอะไรมายืนยัน?” ดันเต้ทำหน้ากวน

                ตัวฉันนี่แหละยืนยันได้ ถ้าอารอนคิดจะฆ่าฉันจริงๆล่ะก็ ฉันตายไปนานแล้ว บาดแผลที่อารอนแทงเมื่อคราวที่แล้ว..ถึงเลือดจะออกเยอะแต่ก็ไม่โดนจุดสำคัญเลยสักที่นึงคำสาธยายของเพิลที่ดันเต้แยกเขี้ยวงุด

                นายต้องการอะไรอารอน?” เฟียร์ถามขึ้นและจ่อปืนที่เขา

                ไม่มีอะไร...ก็แค่ความรู้สึกส่วนตัวกับถูกขอร้องมา

                จากใคร

                เฟย์ อาเรีย

                คำตอบของอารอนที่เฟียร์มีสีหน้าเหวอไปเล็กน้อย เมื่อพูดถึงอาสาวที่เป็นญาติเพียงคนเดียวของเธอ ซิลเวอร์หัวเราะอย่างรู้ทัน เฟียร์จึงเดินขึ้นห้องไปทันที ดันเต้เดินเซ็งๆไปที่โต๊ะทำงาน เพราะเขารู้ดีกว่าเขาแพ้เรียบร้อยแล้ว ส่วนเวอร์จิลนั่งลงที่โซฟาตัวเดิม

                ฉันมีเรื่องจะถามนายหน่อยเพิลถามดันเต้

                ว่ามา?” เขาพูดอย่างไม่มองหน้าเธอเลย

                เรื่องที่นายพูดวันนี้ที่ห้องสมุดน่ะ เรื่องอะไรเหรอ?”

                สนใจด้วยเหรอ?”

                สนสิ นายทำหน้าตาไม่พอใจใส่ฉันตั้งแต่ตอนนั้นนี่นา ทำเหมือนกับว่าฉันผิดงั้นแหละเพิลพูดพลางยักไหล่ ดันเต้ใช้เท้ากระแทกพื้นและลุกขึ้นยืนพลางส่งสายตาดุๆมาให้เพิล

                อ๋อใช่ เธอถูกอยู่แล้วนี่ อยากรู้อะไรก็ไปถามเฟียร์ละกันดันบอกอย่างหงุดหงิดและเดินไปที่ประตูร้าน

                นั่นนายจะไปไหนน่ะ?”

                เดินเล่นแก้เซ็งเขาบอกและเดินออกจากร้านไป เพิลทำหน้างงๆก่อนที่จะเดินขึ้นห้องไปหาเฟียร์

                เฟียร์ พี่มีเรื่องจะถามเพิลถามขณะที่เฟียร์กำลังหยิบเสื้อฟ้าในตู้

                อะไร?” เธอถามสั้นๆอย่างไม่ใส่ใจ

                วันที่พี่นอนเจ็บอยู่ ดันเต้พูดว่าอะไรบ้างเหรอ ทำไมเค้าถึงต้องไม่พอใจพี่ซะขนาดนั้นด้วย?” คำถามของเพิลที่เฟียร์ถอนหายใจออกมาและเหลือบสายตาไปมองเพิล

                งี่เง่าเธอพูดและเดินออกจากห้องไปทันที เพิลจึงวิ่งไปจับแขนเธอไว้

                เดี๋ยวก่อนสิ บอกมาก่อนว่ามีอะไรเพิลยังคงเซ้าซี้ เฟียร์สะบัดมือเธอออก

                เธอนี่มันซื่อจนบื้อจริงๆเฟียร์เดินลงบันได้ไปทันที โดยมีเพิลยืนมองตามหลังเธอไป พอดีกับที่อารอนเดินขึ้นมา

                เป็นอะไรไป ทำไมทำหน้าแบบนั้นอารอนถามด้วยความเป็นห่วง

                เป็นอะไรกันไปหมด ฉันเนี่ยซื่อจนบื้อเหรออารอน?” เพิลถามด้วยสีหน้าปลงๆ อารอนหัวเราะออกมาเบาๆ

                สถานการณ์แบบนี้เค้าเรียกว่างอนแล้วต้องง้อ คำแนะนำเพียงหนึ่งเดียวคือถามตรงๆเลยว่าจบ อารอนเดินตรงไปที่ห้องนั่งเล่น

                ถามยังไงในเมื่อเจ้าตัวไม่ยอมบอก?” เพิลตะโกนถามไล่หลัง

                ไม่มีผู้ชายคนไหนที่ปฏิเสธคำขอร้องของผู้หญิงที่ตัวเองชอบหรอก

                คำกล่าวของอารอนที่ทำให้เพิลยืนคิดอย่างงงๆ ก่อนที่เธอจะเดินกลับเข้าห้องไป

 


                                                                                                        By : Minoru and Michiyo

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

79 ความคิดเห็น