Devil May Cry 1 : The Legend Of Sons Sparda

ตอนที่ 18 : Mission 18 - Revenge, Hunter And Hunted

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 590
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    17 มิ.ย. 50

Mission  18

- Revenge, Hunter And Hunted -

 

          เป็นเวลาไม่นานหลังจากที่ดันเต้และเฟียร์พูดคุยกัน ดันเต้ทิ้งตัวลงนั่งที่พื้นโดยหันหลังชนกันกับเฟียร์

                ฉันจะนอน ปลุกด้วยนะดันเต้เปรยขึ้นและหลับตาลง

                เสียใจ ฉันเองก็จะหลับเหมือนกัน ห้ามปลุกนะเฟียร์บอกและกำลังจะหลับตาลง แต่แล้วทั้งคู่ก็ต้องสะดุ้งทันที  เมื่อมีบางอย่างตกลงมาจากด้านบน

                พลังของSpardaงั้นรึเสียงแหบต่ำและน่ากลัวดังมาจากแขกตรงหน้าพวกเขาที่มีขนาดตัวใหญ่โต  มันมีสีเทาเข้ม และมีปีกทั้ง4ที่ด้านหลัง  ตาของมันบอดหายไปข้างหนึ่ง

                นายทำในสิ่งที่โง่มาก แม่ของเจ้าได้สอนรึเปล่าว่าประตูใช้อย่างไรดันเต้บอกอย่างหงุดหงิดและผายมือไปที่ประตู

                ประตูรึ ข้ารู้แล้ว กลิ่นนี้มัน---” มันพูดพลางเขยิบเข้ามาใกล้

                หมาอีกแล้วเหรอ? เบื่อจริงเฟียร์บ่นอย่างเบื่อๆและลุกขึ้นยืน

                ให้ฉันพักก่อนฉันบอกนายเพียงว่าคราวหน้าจะพยายามกว่านี้ ขอเตรียมตัวใหม่ดันเต้ลุกยืนเช่นกันและกำลังจะเดินจากไป

                มันเป็นเหมือนกับภาพลวง เห็นSpardaปรากฏตัวขึ้น ข้าจะทำลายล้างเผ่าพันธุ์ทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับSparda” มันบอกอย่างน่ากลัวพร้อมกับคำรามออกมา

                แล้วเขาก็จัดการกับความชั่วร้ายนั้น รู้สึกว่าก่อนหน้านี้ ฉันเคยได้ยินเรื่องราวนี้มาจากไหนดันเต้พูดกวนๆและหันไปจ้องมองมัน

                ฉันไม่เกี่ยวอะไร ทำไมต้องมาเจอเรื่องแบบนี้ด้วยเฟียร์บ่นเซ็งๆและทิ้งตัวลงนั่ง

                คิดที่จะช่วยบ้างไหม?”

                ฉันไม่ค่อยชอบหมาเท่าไหร่นักเธอพูดไพล่ไปตรงหน้าและค่อยๆหลับตาลง

                ก็ตามใจ แต่เธอคงไม่ทันได้หลับหรอก เพราะทุกอย่างจะเรียบร้อยในพริบตาดันเต้ชักดาบของเขาออกมาและพุ่งเข้าโจมตีทันที

                ปีศาจเข้าจู่โจมด้วยกรงเล็บใส่ดันเต้อย่างรวดเร็ว แต่เขากระโดดหลบไปด้านหลังได้ทัน พร้อมกับวิ่งเข้าไปฟันทันทีเพราะมันกลับตัวได้ช้า และเมื่อมันหันมาเขาถูกฟาดกระเด็นไปติดกับผนัง

                พักนี้รับแต่บทแบบนี้แฮะดันเต้พยุงตัวขึ้นมาและปาดเหงื่อที่หน้าผากเล็กน้อย ก่อนที่จะกระโจนเข้าใส่อีกครั้ง

เขากำลังหาจุดอ่อนของมัน และก็ไปสะดุดกับดวงตาที่บอดอยู่และคิดบางอย่างขึ้นได้ แต่

ก่อนที่เขาจะทันได้ดีใจกับความคิดนั้น ปีศาจทุบลงที่พื้นอย่างแรง แสงสว่างพุ่งเข้าใส่เขารอบทิศทาง จนเฟียร์ที่นอนอยู่มุมห้องต้องใช้ม่านน้ำแข็งขึ้นมากันไว้

                ไม่มีใครสอนรึไงว่าห้ามรบกวนคนอื่นเวลานอนเฟียร์บอกด้วยสีหน้าสะลึมสะลือเล็กน้อย

                โทษที จะรีบทำให้มันจบเดี๋ยวนี้แหละดันเต้หันไปบอกเธอและอาศัยจังหวะที่มันชะงักไปนิดหนึ่งกระโจนเข้าใส่อีกครั้ง  เขาฟันมันด้วยความเร็วและแรงกว่าเดิมแต่ก็ไม่ได้ทำให้มันบาดเจ็บเท่าไหร่นัก 

                มันเตรียมทุ่มพลังทั้งหมด  และเมื่อมันกำลังทุบลงใส่อย่างแรง  ดันเต้ที่โดนต่อยล้มลงขว้างดาบRebellionไปเฉี่ยวที่ตาอีกข้างของมันจนคราวนี้..ตาของมันบอดสนิททั้งสองข้าง  มันส่งเสียงร้องโอดครวญก่อนที่จะตะโกนก้องให้ดันเต้ที่จมปักติดอยู่กับพื้น

                แกเป็นตัวที่น่าขยะแขยงมีหัวใจเป็นตัวสูบฉีดเลือดของSparda! ถึงแม้ว่าตาของข้ามองไม่เห็น แต่ข้าก็จำกลิ่นแกได้ ข้าจะฆ่าแกให้ตายให้สิ้นซาก ข้าจะจัดการกับแกได้จนกว่าข้าจะสามารถรอดพ้นจากการเผชิญหน้ากับสภาพกลิ่นที่น่ารังเกียจของแกพูดจบ มันก็หนีไปทันที

                ทำไมฉันต้องเจอกับความรุนแรงนี้เพื่อพ่อของฉันด้วย เข้ามาเลย เข้ามาฆ่าฉันสิเขาว่าพลางปัดฝุ่นที่ตัวก่อนจะยืนเท้าสะเอว

                เงียบซะ แล้วไปต่อกันได้แล้ว เราคงจะไม่มีเวลามัวมาเอ้อระเหยอีกแล้วเฟียร์เดินเข้าไปตบไหล่ดันเต้และออกเดินไป                           

 

ทางด้านเวอร์จิลและเพิลที่ได้เข้าไปยังห้องแห่งหนึ่งที่เหมือนกับลานพิธีกรรมบางอย่าง ระหว่างที่พวกเขากำลังเดินสำรวจอยู่นั้น บางอย่างก็ตกลงมาด้านหลัง เพิลส่งเสียงร้องออกมาอย่างตกใจ แต่เวอร์จิลยังคงนิ่งเฉย

เบียร์วูล์ฟเวอร์จิลพูดสั้นๆ มันเริ่มขยับเข้ามาใกล้

ข้าเจอแกอีกแล้ว เผ่าพันธุ์ของSparda ข้าบอกแกแล้วว่าจำกลิ่นเหม็นของแกได้ ไม่เป็นผลหรอก แกไปซ่อนที่ไหน แกหลบข้าไม่พ้นหรอก..”

 เวอร์จิลจ้องมองอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่จะชักดาบออกมาและกระโดดขึ้นไปบนหัวมันพร้อมกับควงดาบในมือและเก็บดาบเข้าฝักตามเดิม

แกไม่ใช่คนที่ข้าเคยเจอก่อนหน้านี้! แต่กลิ่นนี้ข้าจำได้--มันมี2ตัว จากกลิ่นนั้นSpardaมีลูก2ตัวเมื่อเบียร์วูล์ฟพูดจบ หัวของมันถูกแยกออกเป็นชิ้นๆทันที ด้วยน้ำมือของบุตรชายSpardaที่มันเกลียดชัง เวอร์จิลกระโดดลงมาอยู่ที่พื้นพร้อมกับยื่นมือออกไปตรงหน้า  และจู่ๆพลังของมันก็ไหลเข้าไปในตัวของเขากลายเป็นอาวุธใหม่ที่ชื่อว่าเกราะแขนขาเบียร์วูฟล์  เขาทดลองใช้มันกับซากศพของเจ้าของพลังที่ตอนนี้ถูกผ่าออกเป็นสองซีกก่อนที่จะสลายไป

โอ้โห..คุณเวอร์จิลนี่เก่งจังเลยเพิลเผลออุทานออกมา เวอร์จิลหันมาส่งสายตาดุให้เธอ ขอโทษค่ะเพิลรีบบอก

มันไม่ใช่เรื่องน่าตกใจ ถ้าไม่ได้ขนาดนี้ก็ไม่สามารถจะปกป้องสิ่งสำคัญได้หรอกเวอร์   จิลบอกเรียบๆและยังคงเดินต่อไป

คุณเวอร์จิลนี่เด็ดขาดดีนะ ฝีมือดาบก็ยอดเยี่ยมขนาดที่ฉันอยากให้สอนให้เลยคำพูดตามน้ำที่เวอร์จิลหยุดชะงักและหันมาจ้องมองเธอ

แต่ฉันไม่ค่อยชอบใจกับฝีมือของเธอ การลงดาบก็ไม่เด็ดขาดไม่มีความแน่นอนเวอร์จิล บอก เพิลหน้าเจื่อนลงไปเล็กน้อย

ฉันไม่อยากฆ่าใครโดยไม่จำเป็น แม้กระทั่งปีศาจก็เถอะ

ถ้าไม่ฆ่าก็ถูกฆ่า

แต่....”

เพิลยังไม่ทันที่จะพูดขึ้น เวอร์จิลแทรกขึ้นมาทันที

ไม่ว่าจะเป็นปีศาจหรือมนุษย์ เมื่อหันคมดาบเข้าหากันก็เป็นการบ่งบอกว่า ไม่ฆ่าก็ถูกฆ่า และถ้าไม่มีความเด็ดขาดพอก็อย่าคิดจับดาบขึ้นมาต่อสู้เวอร์จิลมองด้วยสายตาดูถูก แต่คนตรงหน้ากลับสบตาเขาตรงๆ

ดาบของฉันมีไว้เพื่อปกป้อง ไม่ได้มีไว้ทำลาย!” เพิลพูดด้วยสายตามุ่งมั่น

งั้นช่วยยืนยันคำพูดนั้นให้ดูหน่อยละกันแววตาของเขาเหี้ยมเกรียมไปทันที เพิลมีสีหน้าหวาดๆเพราะไม่คิดว่าตัวเองจะกล้าขนาดนั้น ฉันจะสอนความเด็ดขาดให้เธอเอง

 

เดี๋ยวเฟียร์เรียกดันเต้ให้หยุดเดิน

มีอะไร?”

บางอย่างกำลังมา

ว่าจบ บางสิ่งมุ่งเข้ามาหาพวกเขาและหยุดลงตรงหน้า  เมื่อเจ้าตัวตลกโค้งให้พวกเขาก่อนที่จะพูดขึ้น

นี่เป็นสิ่งที่ไม่น่าเชื่อ  เมื่อเจ้าเป็นปีศาจหนุ่ม ไม่เหมาะจะเป็นคู่แข่งกับมันเลย เจ้าไม่ฆ่าข้าหรอกใช่ไหม? ถ้าเจ้าฆ่าข้า--ข้าจะตายเข้าใจไหม?” Jesrterพูดขึ้นระหว่างที่มองปลายดาบของดันเต้ที่จ่อที่คอ

ถ้าเป็นเช่นนั้นฉันจะทำ มันเป็นเรื่องที่บ้าคลั่งที่จะกำจัดฉัน เมื่อใครบางคนพูดมากว่าทำดันเต้เค้นเสียงพูด

อย่าเพิ่งทำอะไรผลีพลามไป ข้าจะเปิดเผยเรื่องราวให้เจ้ารู้ แต่ถ้าเจ้าเอาปืนมาจ่อปากข้าอย่างนี้ ข้าไม่สามารถบอกอะไรกับเจ้าได้ ปล่อยข้าได้รึยัง ข้าคิดว่าข้าตายแล้วแน่นอน โอ้--เจ้าก็เห็นมันด้วย เห็นไหม? ตึกนั้นใหญ่โตตั้งตระหง่านอยู่บนพื้นดิน ช่องอุโมงค์ขนาดใหญ่เป็นสาเหตุทำให้คนกลัว  เป็นอุโมงค์ซึ่งเชื่อมต่ออาณาเขตของปีศาจไปสู่โลกมนุษย์

นี่มันเป็นเหตุผลที่เจ้าบอกฉันใช่ไหม?” ดันเต้ถามอย่างเบื่อๆ

ไร้สาระ แค่นี้ใช่ไหม?” เฟียร์ชักปืนออกมาและจ่อไปที่มัน

ใจเย็นๆคุณหนู ฉันไม่ชอบความรุนแรง” Jesterบอกและทำท่าผวา

แต่ฉันไม่รังเกียจหรอกนะพูดจบ เฟียร์ยิ่งใส่ทันที แต่Jesterก็หายไปเสียแล้ว หนีเก่งจริงๆเธอว่าแล้วเก็บปืนลง

แต่แล้วทั้งคู่ต้องหลบชิดขอบสะพานทันที เมื่อบางอย่างวิ่งเข้ามาหาพวกเขา

พวกเราคงเป็นคู่ที่โชคดีที่สุดสินะเฟียร์บอกและหยิบกระบอง3ท่อนออกมา

คงงั้น ยังไม่ได้พักเลย ให้ตายสิ!” ดันเต้หัวเสียเล็กน้อยและกระชับดาบในมือแน่น

และภาพที่ทั้งคู่เห็นคือม้าสีเขียววิ่งตรงมาอย่างบ้าคลั่งพร้อมลากบางสิ่งที่คล้ายกับรถลากพ่วงท้ายมา 

ช่างเป็นม้าที่ทรงพลังอะไรเช่นนี้ จะแข่งวิ่งกันได้รึยัง หือ..มาเลยได้เสมอ!” ว่าจบดันเต้กระโดดขึ้นขี่มันอย่างสนุกสนาน

งี่เง่า รีบๆจัดการให้เสร็จซะทีเฟียร์บอกอย่างไม่สบอารมณ์และโจมตีใส่ด้วยน้ำแข็งทันทีอย่างไม่รอช้า

จะฆ่าฉันรึไง!” ดันเต้ตะโกนถามทั้งที่ยังคงอยู่บนหลังมัน

จะลงหรือไม่ลง ถ้าไม่ลงฉันจะได้จัดการพร้อมกันไปเลยเฟียร์บอกเซ็งๆและวิ่งไปยืนดักหน้าปีศาจม้า พร้อมกับใช้น้ำแข็งพุ่งเข้าใส่ ดันเต้รีบกระโดดออกมาทันที  แต่แล้ว..มันก็หายวับไป ก่อนที่จะโผล่มาอีกครั้งจากช่องว่างแห่งมิติ

หรือว่าGeryon..เคยได้ยินมาว่าเจ้านี่เป็นม้าในตำนานที่ซ่อนเร้นอยู่ในห้วงมิติ..มันมีพลังในการหยุดเวลาเฟียร์พูดด้วยสีหน้าครุ่นคิด  น้ำเสียงเธอฉายประกายถูกใจกับม้าตัวนี้

จะทำอะไรก็ทำซักอย่างสิ ดันเต้บอกแกมไม่สบอารมณ์  และคงทำให้เขาไม่พอใจมากขึ้นไปอีก  เมื่อคราวนี้เด็กสาวใช้น้ำแข็งพุ่งเข้าโจมตีมันอย่างแรงทำให้สะพานที่ยืนอยู่เริ่มสั่นไหว

แล้วจู่ๆ..สะพานที่พวกเขายืนอยู่ก็พังทลายลง  ทำให้ทั้งคู่รวมถึงปีศาจม้าสีเขียวตกลงไปข้างล่าง

เธอทำให้มันคลั่ง รับผิดชอบด้วยดันเต้โยนความผิดให้เธอทันทีและดูจะหงุดหงิดกับการที่เขาต้องตกลงมาข้างล่างในห้องที่ไม่เคยเข้ามา

ถึงนายไม่บอกฉันก็จะทำอย่างนั้นอยู่แล้ว

เฟียร์บอกแล้วกระโจนพุ่งเข้าใส่อีกครั้งพร้อมกับกระโดดขึ้นไปนั่งไขว่ห้างบนรถลากอย่างเฉยเมยไม่สะทกส้ะท้าน

ตัวเองก็อยากเล่นเหมือนกันละฟะดันเต้พูดยังไม่ทันขาดคำ ปีศาจก็วิ่งตรงมาที่เขาเหมือน กับมันโดนสั่งให้ทำแบบนั้น

ไหนบอกอย่ามัวแต่เล่นไง รีบๆจัดการมันซักที!” ดันเต้วิ่งวนไปรอบๆ และหันมายิงใส่มันเป็นครั้งคราวทั้งที่ความจริงแล้วเขาอยากจะกราดใส่คนข้างบนมากกว่า 

จู่ๆ..ดันเต้ก็เคลื่อนไหวช้าลง  Geryonวิ่งพุ่งเข้าใส่เขาอย่างแรงแต่เฟียร์ก็ไวพอที่จะใช้ม่านน้ำแข็งขึ้นมากันให้เขาพร้อมกับเปลี่ยนทิศทางการวิ่งของมัน

บอกแล้วไงว่ามันมีความสามารถในการหยุดเวลา เฟียร์ชี้แจง  ตอนนี้...ดันเต้กลับมาเป็นปกติเหมือนเดิม  เขาปาดเหงื่อที่ซึมชื้นออกมและจ้องมองเฟียร์อย่างหงุดหงิด

ถ้ารู้อย่างนั้นก็รีบๆจัดการซะทีสิ  ฉันไม่อยากเล่นสโลโมชั่นนะ!”

รับบัญชาเฟียร์รับคำและใช้ไอเย็นแช่แข็งทั้งห้องไว้ ดันเต้เองก็เกือบจะโดนไปเหมือน กัน โชคดีที่เขากระโดดหลบได้ทัน ม้าปีศาจถูกแช่แข็งขยับไปไหนไม่ได้โดยที่เธอยังคงนั่งอย่างสบายอารมณ์ จัดการด้วยละกันเธอหันไปบอกดันเต้และลุกเดินออกห่างจากมันช้าๆ ก่อนที่ดันเต้จะวิ่งเข้าไปฟันจนอย่างรุนแรงจนมันล้มลงไปกองทันที

เป็นม้าที่น่ารักดีนะ เฟียร์เปรยพลางเดินไปใกล้ๆGeryonที่นอนทรุดอยู่กับพื้น  มันพยายามจะลุกขึ้นยืนเพราะดูจะหวาดเกรงเธอไม่น้อย

ขนาดปีศาจยังกลัวเลยนะนั่น ดันเต้เค้นเสียงพูดและหัวเราะแห้งๆ

ไม่ต้องกลัวนะ..ฉันไม่ทำอะไรแกหรอก เฟียร์ทรุดตัวลงนั่งข้างๆและลูบหัวมันอย่างเอ็นดูด้วยสีหน้าอ่อนโยนที่ทำให้ดันเต้รู้สึกผวาว่าคนอย่างเธอแสดงสีหน้าแบบนี้ออกมา

Geryonลุกขึ้นยืนพร้อมกับพยศใส่  มันจ้องมองเธออยู่ครู่หนึ่งก่อนที่จะล้มลงนอนกับพื้นอีกครั้ง  แต่คราวนี้..ดวงไฟพลังงานสีเขียวจากมันค่อยๆลอยเข้ามาหาเธอ

  เฟียร์ยื่นมือไปตรงหน้าเพื่อรับไว้  มันแล่นเข้าสู่ตัวเธออย่างรวดเร็วเกิดเปลวเพลิงสีเขียวรอบๆตัวเธอก่อนที่จะค่อยๆสลายไป

หลับให้สบายนะ...เจ้าม้าน้อย เฟียร์พูดพร้อมกับใช้มือแตะที่หน้าอกตนเอง

ฉันคนจัดการแต่ทำไมเธอได้หล่ะ ดันเต้ถามแกมหงุดหงิดเล็กน้อย  เขาเองก็ดูอยากจะได้มันเช่นกัน

มันไม่ชอบขี้หน้านายหรือเห็นว่าฉันสมควรกว่ามั้ง คำตอบที่เล่นเอาดันเต้หน้างอแต่ก็ไม่ได้คิดจะตอบโต้

เฟียร์! ดีใจจังที่เธอไม่เป็นอะไร!” เสียงอารอนดังขึ้นจากด้านหลัง เขารีบวิ่งตรงมาและจะโผเข้ากอดเธอ แต่ก็ต้องหยุดชะงักลง

ทางด้านนายเป็นไงบ้าง?” เฟียร์ถามด้วยแววตาเรียบเฉย

ก็ไม่มีอะไรมาก ไม่ค่อยเจอศัตรูเท่าไหร่นักอารอนบอกยิ้มๆ

แต่พวกเราสิ เจอทุกๆ10นาทีเห็นจะได้ดันเต้เค้นเสียงพูดอย่างเซ็งๆ ก่อนที่จะเดินตรงไป

ไม่มีเวลาจะมาคุยกันแล้วนะ รีบๆไปกันเถอะเนมีตัดบทแล้วเดินออกไป เฟียร์และอารอนจึงเดินไปพลางคุยไปพลาง

รู้รึเปล่าว่าอาร์คแฮมตายแล้วเธอเกริ่น เรียกนัยน์ตาคนฟังให้หันมามองอย่างงงๆ

เป็นไปได้ยังไง ฝีมือของใครกัน?”

เวอร์จิลมั้งดันเต้เป็นฝ่ายตอบ

แต่ฉันไม่เชื่อหรอกว่าหมอนั่นน่ะตายแล้ว มันต้องมีอะไรซักอย่าง...” เฟียร์บอกพลางครุ่นคิด  อารอนมองตามเธอด้วยสีหน้าอ่อนโยน ที่หน้าฉันมีอะไรติดรึไงเธอดูจะไม่ค่อยชอบใจเล็กน้อย

เปล่า แค่ไม่คิดว่าเธอจะ...” คำพูดถูกกลืนหาย คนฟังเริ่มจะหงุดหงิดเล็กน้อย

จะอะไร?”

ไม่มีอะไรอารอนบอก ไม่ต้องห่วงนะ ฉันจะทำทุกอย่างเพื่อเธอเขากระซิบที่ข้างหูเธอเบาๆก่อนที่จะเดินไปหาเนมี

 

ทั้ง 4 เดินมาถึงห้องโถงใหญ่รองจากชั้นบนสุด ภายในมีประตูมากมายอยู่รายล้อม

ในที่สุดก็ใกล้ถึงซะทีดันเต้พูดและล้มลงไปนั่งแผละกับพื้น

จะเอายังไง จะรอ2คนนั่นหรือจะไปต่ออารอนหันไปถามความคิดเห็นกับเฟียร์

รอดีกว่า จะได้พักผ่อนไปในตัว

ฉันเพิ่งเห็นวันนี้นี่แหละ ที่เธอมีความคิดดีๆกับเขาดันเต้พูดขำๆและนอนแผ่ไปเรียบร้อยแล้ว เฟียร์อารอนและเนมีจึงนั่งลงข้างๆ

อารอนมองเฟียร์อยู่ครู่หนึ่งและก็พูดสิ่งที่เขาอยากจะถามตั้งแต่เจอเธอเมื่อกี้แล้ว

เสื้อนั่น...” ยังไม่ทันที่อารอนจะได้ถามอะไรเนมีก็แทรกขึ้น

พี่เวอร์จิล!”

สายตาทุกคู่จับจ้องมองไปที่ภาพเบื้องหน้า เมื่อเวอร์จิลเดินออกมาพร้อมกับเพิลที่ท่าทีอ่อนแรงและโทรมไปทั้งตัว

เพิลเป็นอะไรไปน่ะ! เธอไปทำสงครามกับใครที่ไหนมาเหรอ!?” อารอนถามด้วยสีหน้าตื่นๆ

ไม่ใช่ก็เหมือนใช่ ไม่มีแรงจะยืน..แล้วเพิลพูดอย่างอ่อนแรงและล้มลงไป แต่เวอร์จิลรับเธอไว้ได้ ดันเต้ถลึงตามองอย่างหงุดหงิดก่อนที่จะเบือนหน้าหนี

เวอร์จิลพยุงเธอเดินเข้ามาสมทบกับพวกเขา และวางลงอย่างช้าๆ

เธอนั่งพักก่อนดีกว่า..” เวอร์จิลบอกและสายตาเขาก็ไปสะดุดอยู่กับเสื้อคลุมสีแดงสดที่เฟียร์ใส่อยู่ เขามองเธอด้วยสายตาเย็นชา

เฟียร์ เสื้อนั่น...” เพิลเป็นฝ่ายถามแต่เสียงเธอขาดหายไป

ก็แค่ กลัวอดใจไม่ไหวกับวิวดีๆดันเต้บอกกวนๆ

วิวดีๆอะไร?” เพิลถาม

ก็วิวดีๆที่เธอไม่มีไงล่ะ ยัยนี่เป็นผู้ใหญ่กว่าเยอะดันเต้บอกด้วยน้ำเสียงกึ่งประชดและโอบไหล่เฟียร์ เพิลหน้าซีดลงไปเล็กน้อยอารอนจึงถามขึ้น

เธอเป็นอะไรรึเปล่า สีหน้าดูแย่ลงกว่าเมื่อกี้อีกอารอนถามด้วยความเป็นห่วง

ไม่เป็นอะไร แค่เหนื่อยนิดหน่อย พักซะหน่อยก็ดีขึ้นเองแหละเพิลพูดและนั่งก้มหน้าหลบสายตา เวอร์จิลมองดันเต้ด้วยแววตาอาฆาต

ปล่อยได้แล้วเฟียร์โพล่งขึ้นและถอดเสื้อคลุมส่งคืนให้ดันเต้ แต่เขาไม่ยอมรับมันและมองเฟียร์ด้วยสายตาเจ้าเล่ห์

ใส่ให้หน่อยสิดันเต้บอกอย่างอ้อนๆ เรียกนัยน์ตาของทุกคนให้ต้องหันไปมอง โดย เฉพาะเวอร์จิล

ใส่เองสิ มีมือไม่ใช่เหรอ?เฟียร์บอกอย่างไม่ค่อยสบอารมณ์

ไม่มีแรง  ฉันเหนื่อยกับเธอมามากแล้วคำบอกที่เล่นเอาคนฟังอึ้งและสงสัยทันทีกับคำพูดกำกวมของเขา

เละแน่ๆงานนี้อารอนบ่นเบาๆและเอามือกุมขมับอย่างไม่มองภาพเบื้องหน้า

บรรยากาศชักมาคุซะแล้วสิเนมีหันหน้าขึ้นมองด้านบน เพราะเธอเองก็รู้สึกหวาดๆในสถานการณ์นี้

เวอร์จิลทอดสายลงมองดันเต้กับเฟียร์ เขากำดาบยามาโตะไว้แน่น ไม่ทันที่เขาจะได้พูดอะไร บรรดาปีศาจก็พุ่งลงมาจากด้านบน

ต้องใส่เองจนได้สินะ  ดันเต้รีบรับเสื้อมาอย่างรวดเร็ว ทุกคนดีดตัวหลบไปด้านข้าง อารอนรีบคว้าเพิลเข้ามาในอ้อมแขนทันทีเพราะเธอไม่มีแรงที่ขยับไปไหน

ทำไมมันมากันเยอะแบบนี้! เกิน50ตัวอีกมั้งเนี่ยเนมีพูดขึ้นอย่างตกใจและวิ่งไปรวมตัวกับทุกคน

ตั้งแต่1St Hell ยัน 7Th Hell รวมทั้ง 7Hells” เฟียร์บอกอย่างใจเย็นพลางพิจารณาสถาน การณ์ เอาไง จะจัดการหรือจะหนี?” เธอหันไปถามความเห็นทุกคน เพราะตอนนี้เธอยืนอยู่มุมห้องคนละฟากกับพวกเขา

ก็คงต้องจัดการให้หมดนั่นแหละ ได้เปลืองแรงอีกแล้วดันเต้บ่นพึมพำและตั้งดาบขึ้นมา

เฟียร์ รีบมาทางนี้เร็ว!” อารอนตะโกนเรียกเธอ เฟียร์เตรียมที่จะวิ่งฝ่าออกไป แต่อาจเพราะเธอประมาทไปเล็กน้อยจึงไม่รู้เลยว่ามีปีศาจตนหนึ่งพุ่งเข้าใส่เธอจากด้านข้าง

“Hell Vanguard” เธอหันไปมองอย่างรวดเร็ว แต่ก็สายไปเสียแล้ว เพราะตอนนี้มันเข้ามาประชิดตัวและซัดเธอกระเด็นทะลุประตูด้านหลังไป

เฟียร์!!” เพิลตะโกนออกมาอย่างสุดเสียง และจะวิ่งเข้าไปแต่ถูกเวอร์จิลหยุดไว้

อย่าผลีผลาม ฉันเคยบอกเธอไปแล้วเวอร์จิลบอกอย่างเยือกเย็น ทั้งที่ความจริงแล้วเขาเองก็รู้สึกร้อนรน

เราต้องฝ่าเข้าไปเพื่อไปช่วยเธออารอนเองก็ดูจะตกใจไม่น้อยและอยากจะพุ่งเข้าไปช่วยเธอเช่นกัน

แต่แขกของเราคงไม่ให้เราทำแบบนั้นดันเต้พูดพลางชี้ไปข้างหน้า เมื่อบรรดาปีศาจยืนล้อมประตูไว้ โดยมีHell Vanguardยืนขวางประตู

 

ทางด้านเฟียร์ที่กระเด็นเข้ามาในห้องแห่งหนึ่ง ภายในเป็นห้องโล่งๆและมืดสลัว เธอพยายามเพ่งสายตามองไปรอบๆ

ไม่คิดว่าจะเสียท่า ประมาทไปหน่อย...เธอบ่นพลางเดินเรื่อยเปื่อย  เบื้องหน้าเธอมีแต่ทางเดินเส้นเดียว  เธอเดินไปตามทางเรื่อยๆจนมาพบกับประตูใหญ่บานหนึ่ง เธอผลักมันอย่างแรงและเดินเข้าไปข้างในอย่างถือวิสาสะ  ภายในห้องทั้งกว้างใหญ่และมีลวดลายทางยาวสีฟ้าขาวสลับไปมา  ตรงกลางห้องมีวงกลมขนาดใหญ่ซึ่งมีแสงสว่างอยู่  

แต่แล้วจู่ๆแสงไฟก็สว่างวาบขึ้น เบื้องหน้าของเธอมีบุรุษชุดดำที่คุ้นเคยยืนอยู่

กะแล้ว..ว่าแกต้องยังไม่ตายเธอเค้นเสียงพูดอย่างเหี้ยมเกรียม

ก็คิดอยู่แล้วว่ามันต้องใช้กับเจ้าไม่ได้ เป็นผู้หญิงที่ฉลาดจริงๆ เฟียร์ อาร์เรียอาร์คแฮมพูดอย่างฝันๆ

นั่นคือคำชมสินะเฟียร์บอกพลางชักดาบออกมาและชี้ไปที่คนตรงหน้า แต่คราวนี้...ฉันจะฆ่าแกเองเฟียร์พุ่งเข้าไปแทงอาร์คแฮมอย่างแรง เลือดสดๆกระฉูดออกมาจากแผล แต่อาร์คแฮมยังคงยิ้มเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

สมกับเป็นสายเลือดผู้ต้องสาป ลงดาบโดยไม่มีลังเลแม้แต่น้อย กับเหล่าคนสำคัญจะว่ายังไงบ้างนะ ถ้ารู้ว่าคนที่พวกเขารักและห่วงใยพร้อมที่จะลงดาบใส่พวกเขาอย่างไม่ลังเล

หุบปาก!”

พวกเขาจะว่ายังไงบ้างนะ ถ้าเจ้าทรยศต่อความไว้เนื้อเชื่อใจ เมื่อวันที่คำสาปแสดงตัวตนออกมาอาร์คแฮมยังคงพูดต่อไป

ฉันบอกให้นายหยุด!!” เฟียร์ก้มหน้าลงทั้งที่ยังคงแทงเขาอยู่

และถ้า...เจ้าคือคำสาปแห่งฝันร้ายที่ลบสิ้นทุกอย่างให้หายไปหมด

หยุดพูดเดี๋ยวนี้!!!”

คำยั่วสุดท้ายส่งให้ ทำให้เธอคลั่งไปทันที พร้อมกระชากดาบออกจากร่างอาร์คแฮมอย่างบ้าคลั่ง เธอทรุดตัวลงไปนั่งคุกเข่ากับพื้น อาร์คแฮมเดินเข้ามาลูบหัวเธอเบาๆและพูดขึ้น

ร่วมมือกับข้าสิ ร่วมมือกับข้าแล้วเจ้าได้จะทุกอย่างที่ต้องการ!”

 





                                                                                                By : Minoru and Michiyo

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

79 ความคิดเห็น