Devil May Cry 1 : The Legend Of Sons Sparda

ตอนที่ 19 : Mission 19 - Infinity Blood

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 565
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    6 ม.ค. 50

Mission  19

- Infinity Blood -

 

          น่าแปลก? อารอนเอ่ยขึ้น เรียกนัยน์ตาของทุกคนให้หันไปมอง

                อะไรที่ว่าแปลก? เนมีถาม ทั้งที่ยังคงยิงใส่เหล่าปีศาจอยู่

                มันดูหละหลวมเกินไป เหมือนกับว่าจุดประสงค์ของพวกมันไม่ใช่เราอย่างนั้นแหละ อารอนทอดสายตามอง และจู่ๆเพิลก็ตัวสั่นไปทันที

                เฟียร์..เฟียร์!..กำลังโกรธ! กำลังสับสน!” เพิลอุทานออกมาและหันไปมองทางประตูพร้อมกับกระโดดลงมาจากอ้อมแขนของอารอน

                ว่าไงนะ!! หรือว่าเธอจะ.. อารอนพูดยังไม่ทันจบ เพิลรีบวิ่งนำไปทันที บรรดาปีศาจพุ่งเข้าใส่เธออย่างไม่ยั้ง แต่เธอกระโดดม้วนตัวหลบไปอยู่หน้าประตูที่มีHell Vanguardยืนเฝ้าอยู่

                สุดยอด ทำได้ไงน่ะ อารอนตะลึงกับภาพตรงหน้า

                พลังติดน้องสินะ ดันเต้พูดขำๆ

                หลีกทางไปนะ ฉันไม่มีเวลามาเล่นกับแก เพิลพูดด้วยเสียงเหี้ยมโหดแล้วใช้คาไมทาจิโจมตีใส่มัน เธอวิ่งผ่านประตูเข้าไปอย่างรวดเร็ว โดยมีทั้ง4คนที่เพิ่งฝ่าวงล้อมมาวิ่งตามหลังไปติดๆ

                พวกเขาวิ่งมาสุดทางจนถึงห้องแห่งหนึ่ง สิ่งที่ปรากฏเบื้องหน้าของพวกเขาคือเฟียร์ที่ยืนก้มหน้านิ่ง

                เฟียร์!!” เพิลตะโกนแล้วจะวิ่งไป แต่ต้องหยุดชะงักเมื่อบรรดาปีศาจที่ตามหลังมาพุ่งเข้าใส่พวกเธอทันที

                พวกนี้ตื้อจริง ดันเต้บ่นพลางวิ่งหลบการโจมตีของพวกมัน

                เอาไงต่อดีล่ะ แบบนี้ก็เข้าใกล้เธอไม่ได้น่ะสิ!” เนมีร้องถามและยิงใส่พวกมัน

                คงมีทางเดียวคือต้องจัดการให้สิ้นซาก อารอนบอกและเตรียมจะพุ่งโจมตี แต่กลับต้องเปลี่ยนเป็นกระโดดหลบแทน

                เมื่อสายฟ้าชุดใหญ่ถูกฟาดใส่พวกปีศาจหายไปไม่เหลือแม้แต่เศษซาก ทุกคนหันไปมองเฟียร์ทันที และเมื่อลงถึงพื้นแล้วเพิลรีบวิ่งตรงเข้าไปหาเธอ ยังไม่ทันที่เพิลจะแตะต้องตัวเฟียร์ได้ก็ถูกเตะอัดกลางท้องจนกระเด็นพุ่งไปด้านข้าง

                เพิลริล!” ดันเต้ตะโกนออกมาพร้อมกับวิ่งไปรับเธอไว้ได้ทัน

                ไม่มีประโยชน์หรอกสาวน้อย นางในตอนนี้ไม่สามารถรับรู้อะไรได้อีก อาร์คแฮมที่รออยู่ปรบมือเดินออกมาด้วยสีหน้ายิ้มกริ่ม

                กะ..แก..ทำ..อะไรเธอ? เพิลพูดอย่างยากลำบาก เพราะโดนเตะเข้าที่ท้องอย่างแรง

                ไม่ได้ทำอะไร แค่พูดคุยกันแค่นั้น เจ้าก็น่าจะรู้ว่าสำหรับนางมันหนักหนาแค่ไหน จิตใจที่ไม่มั่นคง มันเป็นจุดอ่อนสำคัญของผู้อยู่เบื้องบน

                หุบปากเน่าๆของแกไปซะ เพิลเค้นเสียงพูดทั้งที่ไม่มีแรง

                แกต้องการอะไร? เวอร์จิลพูดด้วยน้ำเสียงโหดเหี้ยมไร้ความปราณีใดๆ

                ข้าได้กุญแจชิ้นสุดท้ายในการเปิดประตูมาเรียบร้อยแล้ว นั่นคือเลือดของสาวบริสุทธิ์ อาร์คแฮมชี้แจงและผายมือไปที่เฟียร์

                แล้วทำไมถึงต้องเป็นเฟียร์!!” อารอนแผ่รังสีฆ่าฟันใส่อาร์คแฮมที่ยืนทำหน้าเจ้าเล่ห์

                ก็เพราะ นางมีพลังที่เหล่าปีศาจหวาดกลัว มันเหมือนเป็นบรรณาการชั้นยอด เมื่อผู้ที่สามารถสยบได้แม้แต่ราชาปีศาจ ต้องหลั่งเลือดให้ มันคงเป็นความปีติยินดีหาใดเปรียบ ถึงตรงนี้ อาร์คแฮมยิ้มออกมาอย่างน่ากลัว

                หมายความว่ายังไง? หรือว่ายัยนั่นคือ.. ดันเต้พูดยังไม่ทันจบ เพิลก็รีบขัดขึ้น

                อารอน!” เพิลเรียก อารอนพุ่งเข้าโจมตีอาร์คแฮม แต่ทว่า..เฟียร์เข้ามารับดาบแทน แล้วฟันใส่อารอนอย่างรุนแรง จนเขากระเด็นไปติดผนัง

                ขอบใจ สหายข้า สมกับเป็นInfinity Blood” คำกล่าวที่ทำให้คนทั้งห้องหยุดหายใจไปชั่วขณะ อารอนนิ่งเงียบไม่พูดไม่จาอะไร แต่เพิลความโกรธกำลังปะทุขึ้นเรื่อยๆ

                อาร์คแฮม! แก!” เพิลวิ่งเข้าไปโดยไม่คิดชีวิตเพื่อที่จะจัดการอาร์คแฮม เฟียร์พุ่งเข้ามาและโจมตีใส่ แต่ดันเต้พุ่งเข้ามารับแทนพร้อมหันไปพูดกับเพิล

                จะให้ฉันทำยังไงกับยัยบ้านี่ดีเนี่ย!?

                ต้องหยุดเธอไว้ก่อนที่ตาของเธอจะเปลี่ยนสีโดยสมบูรณ์ เพราะไม่อย่างนั้นจะไม่สามารถหยุดเธอได้อีกแล้ว เธอจะลบทุกสิ่งให้หายไปจนหมด

                ยากจังแฮะ ดันเต้บ่นเซ็งๆ และก็ถูกถีบกระเด็นออกไปพร้อมกับเพิล แต่เขาดึงเพิลเข้ามาในอ้อมอกไว้ได้ทัน ใครมันจะไปทำได้ฟะ เขาตะคอกอย่างหัวเสีย

                มันต้องมีวิธีสิตาบ้า!” เพิลตะคอกเขากลับเช่นกัน

                เป็นยังไงล่ะ กับพลังของนาง เพราะนางโง่เองที่ไปรู้สึกต่อเรื่องไร้สาระ ถึงได้ถูกแทรกแซงจิตใจได้ง่ายนั่นแหละจุดอ่อนที่สำคัญของคำสาปสูงสุด อาร์คแฮมพูดและจับที่ไหล่ของเฟียร์

                อย่าแตะต้องเธอ!” เวอร์จิลสั่งด้วยน้ำเสียงเหี้ยมเกรียมและสายตาอาฆาต

                ก็ได้ แต่ข้าขอดูเหตุการณ์น่าประทับใจนี้หน่อยละกัน ว่าจบ อาร์คแฮมก็หายไปอีกครั้ง

                เฟียร์ชักปืนทั้งสองออกมาอย่างรวดเร็ว และสาดกระสุนใส่ทันที แต่กระสุนที่พุ่งออกมาคราวนี้เป็นสายฟ้าและน้ำแข็ง

                ประทับใจตายล่ะ ดันเต้บ่นพร้อมๆกับอุ้มเพิลหลบหลีกลุกระสุนที่พุ่งออกมาทุกทิศทาง

                แย่ล่ะ สีของนัยน์ตาเริ่มอ่อนลงแล้ว!” อารอนร้องบอกขณะที่ปกป้องเนมีอยู่

                ทำอะไรซักอย่างสิเพิล!” เนมีตะโกนอย่างไม่สบอารมณ์

                ก็แล้วจะให้ทำยังไงเล่า!” เพิลเองก็หัวเสียเช่นกัน เธอดูจะร้อนรนและทำอะไรไม่ถูกในสถานการณ์แบบนี้

                แต่แล้ว...เพิลก็ต้องค้างทันที เมื่อเวอร์จิลเดินเข้าไปตรงๆ เขาสามารถหลบกระสุนได้หมดทุกนัดจนตอนนี้มาหยุดยืนที่หน้าเฟียร์แล้ว

                คุณเวอร์จิลระวังนะคะ!!” เพิลร้องบอกอย่างเป็นห่วง

                เป็นห่วงจริงนะ ทีคนที่ให้เธอทับอยู่เนี่ยไม่คิดจะถามรึไงว่าเป็นยังไงบ้าง ดันเต้พูดอย่างไม่สบอารมณ์และกำลังจ้องมองเหตุการณ์ตรงหน้า

                นายก็ยังอยู่ดีไม่ใช่เหรอ? เธอย้อนถามด้วยสีหน้าบ่งบอกได้ว่ายังเคืองเขาอยู่ และหันกลับไปมองเวอร์จิลที่ยืนเผชิญหน้ากับเฟียร์

                หายบ้าได้รึยัง? เวอร์จิลพูดขึ้น เฟียร์เล็งปืนมาที่เขาแต่เวอร์จิลจับข้อมือเธอไว้ ไม่มีคำตอบออกมา มีเพียงสายตาเย็นชาไร้อารมณ์และแฝงความอำมหิต

                พี่เวอร์จิลรีบถอยออกมาเร็ว!!” เนมีร้องบอกและจะวิ่งเข้าไปแต่ถูกอารอนห้ามไว้

                เฟียร์ยิงเข้าใส่ท้องเขาอย่างไม่ยั้ง จนเลือดสดๆฟุ้งกระจายไปรอบตัวคนทั้งคู่ เวอร์จิลดึงเธอเข้ามาใกล้และกระซิบเบาๆ

                ตื่นซะที เด็กดื้อ!”

                ว่าจบ เขาทรุดลงไปอย่างช้าๆจนล้มลงไปนอนกับพื้น เฟียร์ที่ยังสติไม่กลับคืนจ้องมองมือตัวเอง สีตาของเธอเริ่มเข้มขึ้น ตัวเริ่มสั่นเล็กน้อย เธอทอดสายตามองคนที่นอนจมกองเลือดอยู่ตรงหน้า

                ไม่น๊ะ!!!” เฟียร์ร้องตะโกนออกมาอย่างสุดเสียงขณะที่ทรุดตัวลงนั่งข้างๆ มือของเธอจับอยู่ที่หัวเหมือนกับกำลังจะคุ้มคลั่ง เพิลผละออกจากดันเต้และรีบวิ่งตรงไปที่เวอร์จิล

                แย่แล้ว! คุณเวอร์จิล!” เธอเข้ามาประชิดร่างของเวอร์จิล และใช้พลังปิดปากแผลแล้วเงยหน้าพูดกับเฟียร์ เฟียร์! ใจเย็นๆนะ แว่บหนึ่งที่เพิลสังเกตได้ว่านัยน์ตาของเธอเปลี่ยนสีเกือบสมบูรณ์แล้ว แต่อารอนที่เข้ามาข้างหลังเฟียร์ใช้สันมือฟันที่ต้นคอทำให้เธอสลบไป

                เกือบไป อารอนถอนหายใจออกมาและหันไปหาดันเต้ที่กำลังลุกขึ้นยืน ดันเต้มาช่วยกันหน่อยสิ!”

                ดันเต้เดินทำหน้าบูดเข้ามาและเขาเลือกที่จะอุ้มเฟียร์ ส่วนอารอนและเพิลพยุงเวอร์จิลให้ลุกขึ้น

                เร็วเข้า รีบไปจากที่นี่กัน!!” เนมีบอกและนำหน้าเพื่อคอยระวังเหล่าปีศาจ

                ขณะที่พวกเขาวิ่งมาถึงระเบียง วัตถุสีดำบางอย่างที่มีแววตาสีทองส่องประกายในความมืดพุ่งเข้ามาหาพวกเขา

                พวกนายรีบขึ้นหลังฉันเร็ว ปีศาจแห่มาเป็นขโยงแล้ว!” โร้กบอกและขยายร่าง เนมีอึ้งไปแล้วกับภาพของแมวยักษ์พูดได้

                ไม่ต้องตกใจ มันเป็นมิตร เพิลบอกและพวกเขาก็รีบขึ้นขี่หลังมันทันที โร้กทะยานออกจากหอคอยมุ่งตรงกลับไปทางร้าน

                เพิลไม่เป็นไรนะ เธอดูแย่ๆ? โร้กถาม

                ไม่เป็นไร เธอตอบพลางหันไปมองดันเต้ที่อุ้มเฟียร์บอกอยู่ จริงสิ แล้วโร้กมาที่นี่ได้ไง?

                มีหมาตัวหนึ่งนั่งเห่าอยู่นั่นแหละ รำคาญเลยต้องมา แต่เจ้านั่นก็คาดการณ์ไว้ถูกโร้กอธิบายและส่ายหน้าอย่างปลงๆ

                หมอนั่นไม่ธรรมดาอยู่แล้ว อารอนยิ้มรับ

 

                เมื่อพวกเขามาถึงที่ร้าน โร้กกลับกลายเป็นแมวธรรมดาอีกครั้ง

                จะทำยังไงกับพี่เวอร์จิล? เนมีหันไปถามเพิล

                อารอน พาเค้าขึ้นไปข้างบน ฉันจะรักษาเอง เพิลหันไปบอกอารอนและเดินตามเขาขึ้นไปโดยไม่หันกลับมามองข้างหลังแม้แต่น้อย

                แล้วทำยังกับยัยนี่เนี่ย ดันเต้พูดกับเนมี เพราะเหลือแค่พวกเขา2คน

                ฉันจัดการเอง เสียงดังมาจากด้านหลังของดันเต้และเนมี พวกเขาหันไปมองอย่างงงๆ เพราะตรงหน้าปรากฏร่างของชายหนุ่มหน้าตาดีจัด ผู้มีผมยาวสีเงินนัยน์ตาสีฟ้าเขียว

                นายเป็นใคร? เข้ามาในร้านฉันได้ยังไง? ดันเต้ถามและยังคงไม่ละสายตาจากเขา

                งี่เง่า ฉันเอง คำบอกที่ดันเต้ยังคงสงสัย แต่เนมีกลับอุทานออกมาอย่างตกใจ

                เจ้าหมานั่นน่ะเหรอ!?

                ใช่! วางเธอลงที่โซฟาซะดันเต้ ซิลเวอร์หันไปสั่ง ดันเต้ทำตามอย่างว่าง่ายเพราะเขายังอึ้งอยู่กับการเปิดตัวที่เหนือความคาดหมายของมัน

 

                ข้างบน เพิลห้ามเลือดและใช้พลังปิดปากแผลเรียบร้อยแล้ว แต่เพราะใช้พลังไปมากทำให้เธอเซเล็กน้อย อารอนจึงเข้ามาประคองไว้

                ลงไปดูเฟียร์กันหน่อยมั้ย? อารอนถาม

                ไปสิ ทางนี้เรียบร้อยแล้ว เพิลบอกและออกเดินไปโดยมีอารอนคอยประคอง

                ทั้งคู่กำลังลงมาจากชั้นบน เพิลพยายามที่จะทรงตัว เพราะเธอใช้พลังมากไปจึงเคลื่อนไหวได้ลำบาก

                อ้าว..ซิลเวอร์ อารอนทักขึ้น เพิลยืนทำหน้าเหวอไปทันที ไม่ต้องตกใจ นั่นน่ะซิลเวอร์อารอนหันมาบอก

                ไม่จริงน่ะ เจ้าหมาปากเสียนั่นเหรอ? เพิลสบถออกมาอย่างลืมตัว

                ว่าใครปากเสียนะ ซิลเวอร์หันไปส่งสายตาดุให้เพิลขณะกำลังนั่งลูบหัวเฟียร์ที่หลับอยู่เหมือนเด็กๆ

                อารอน มานี่สิ ซิลเวอร์เรียกเขาพลางลุกขึ้นยืนและก้าวช้าๆเข้าไปหา

                มีอะไรเหรอ? อารอนถาม และเขาก็ต้องล้มลงไปกอง เมื่อซิลเวอร์ต่อยเขาอย่างแรงที่หน้า

                ฉันบอกนายแล้วใช่ไหมว่าให้ดูแลเฟียร์ให้ดีๆ!” ซิลเวอร์กระชากคอเสื้อเขาขึ้นมาและพูดต่อไป รู้ไม่ใช่เหรอว่าเธอสำคัญแค่ไหน! และนายให้สัญญาไว้กับฉันว่ายังไง ฉันถึงวางใจให้นายอยู่ข้างๆเธอ!” ซิลเวอร์ทำท่าจะชกต่อ แต่ก็ต้องหยุดลงเมื่อมีเสียงห้ามดังขึ้น

                หยุดนะซิลเวอร์ มันไม่ใช่ความผิดของอารอน เฟียร์ค่อยๆลุกขึ้น ซิลเวอร์ผละจากอารอนและรีบวิ่งเข้ามาหาเธอ

                เป็นยังไงบ้าง? เจ็บตรงไหนรึเปล่า? อย่าลุกขึ้นมาสิ เขาพูดด้วยน้ำเสียงเป็นห่วงและประคองเธอนอนลง

                ไม่เป็นอะไร แต่... เธอเงียบเสียงลงและเอามือปิดหน้าไว้

                แต่อะไรเหรอ... เพิลถามขึ้นแต่ยังคงไม่มีคำตอบจากเฟียร์ แต่แล้วจู่ๆเพิลก็ล้มลงไปกองอยู่กับพื้น ดันเต้รีบวิ่งเข้าไปหาเธอทันที เขาอุ้มเธอและพาขึ้นไปข้างบนโดยไม่พูดอะไร เนมีเดินตามพวกเขาไปเพื่อจะไปดูอาการเวอร์จิล

                ฉันเคยสั่งไปแล้วใช่ไหม ว่าอย่าทำอะไรเกินตัว ซิลเวอร์พูดด้วยน้ำเสียงตำหนิ

                ฉันขอโทษ ฉัน... น้ำเสียงเธอเบาลงและยังคงไม่เอามือออกจากหน้า

                นอนพักซะ ฉันจะอยู่ข้างๆเอง ซิลเวอร์บอกและลูบหัวเธอเบาๆ อารอนได้แต่ยืนมองด้วยความเจ็บปวดลึกๆ

 

                เป็นเวลา1วันมาแล้วที่เวอร์จิลนอนสลบอยู่บนเตียง เพิล อารอนและเนมีเฝ้าไข้เขาอยู่ข้างๆ ส่วนเฟียร์ยืนอยู่ข้างนอกห้องโดยมีดันเต้อยู่เป็นเพื่อน

                ไม่เข้าไปเหรอ? ดันเต้ถามขึ้นแต่เฟียร์ยังคงไม่หันมามองแม้แต่น้อย เธอก้มหน้าลงอย่างเศร้าๆ ไม่ใช่ความผิดของเธอ อย่าคิดมากเลย ดันเต้พยายามปลอบ

                แต่..ฉันเกือบจะฆ่า...ทุกคน เธอเปรยเสียงเบาและไม่เงยหน้าขึ้นมาสบตาของเขาแม้แต่น้อย

                ดันเต้มองดูเธออยู่ครู่หนี่งก่อนที่จะดึงเข้ามากอดปลอบพร้อมกับลูบหัวเธอเบาๆ

 

                เดี๋ยวฉันขอตัวไปเอาน้ำอุ่นมาเช็ดตัวให้คุณเวอร์จิลก่อนนะ เพิลบอกและลุกขึ้นเดินออกไปจากห้อง แต่ต้องชะงักกับภาพเบื้องหน้า เมื่อเห็นดันเต้ยืนกอดกับเฟียร์

                ขอโทษที่มาขัดจังหวะ เธอบอกและรีบกลับเข้าห้องทันที

                น้ำอุ่นล่ะ? อารอนถาม

                น้ำยังไม่เดือด เพิลก้มหน้าก้มตาพูดพลางทิ้งตัวลงนั่งที่โซฟา

                เวอร์จิลลืมตาตื่นขึ้นอย่างช้าๆ เขากวาดสายมองไปรอบๆห้องเหมือนกับกำลังหาอะไรบางอย่าง

                อยู่ข้างนอก อารอนบอกอย่างรู้ทัน เวอร์จิลค่อยๆลุกขึ้นนั่ง

                อย่าเพิ่งขยับตัวจะดีกว่านะคะ ถึงแผลภายนอกจะหายดีแล้วแต่แผลข้างในยังไม่หายดี เพิลชี้แจงและเดินมาดูอาการเขา

                พี่เวอร์จิลเป็นยังไงบ้าง? เนมีถามด้วยสีหน้าเป็นห่วง พอดีกับที่ดันเต้เดินเข้ามาในห้อง

                นายหายดีแล้วเหรอ? ดันเต้ถามพลางจ้องมองเวอร์จิล ส่วนเพิลไม่หันมามองดันเต้แม้แต่น้อย

                แล้วเฟียร์ล่ะ? อารอนหันไปถาม ดันเต้พยักเพยิดไปทางประตู อารอนจะเดินออกไปแต่ดันเต้ห้ามเขาไว้

                อย่าเพิ่งไปยุ่งกับเธอจะดีกว่า เขาบอกและเดินเข้าไปหาเวอร์จิล นายยังไม่ตายก็ดีแล้ว ยัยนั่นจะได้ไม่รู้สึกผิดว่าจบดันเต้เดินออกจากห้องไป เพิลมองตามหลังด้วยสายตาเศร้าๆ

                ตัวเองเป็นคนก่อเรื่องแท้ๆ แต่ไม่ยอมมาพบหน้ากันเลย เนมีบ่นอย่างหัวเสียและเปิดประตูออกไป เฟียร์และดันเต้หันมามองเธออย่างงงๆ

                ทำไมเธอถึงแย่ยังงี้ ทั้งที่ทำพี่เวอร์จิลบาดเจ็บปางตายทำไมไม่เข้าไปขอโทษเขา!” เนมีบอกด้วยน้ำเสียงโกรธเคือง แต่เฟียร์ยังคงไม่ตอบอะไรและส่งสายตาเป็นเชิงขอโทษ

                เธอกลับเข้าไปก่อน ฉันจัดการทุกอย่างเอง ดันเต้สั่งเฟียร์และจะพาเธอเดินลงไปข้างล่าง แต่เนมีจับแขนของเฟียร์ไว้

                ฉันไม่ให้เธอไปไหนทั้งนั้น เธอต้องเข้าไปข้างในเพื่อไปขอโทษพี่เวอร์จิลก่อน!” เนมีแผดเสียงและพยายามลากเฟียร์เข้าไปในห้อง ดันเต้เข้ามาปัดมือเนมีออกเพื่อดึงเฟียร์ออกมา เนมีมองดันเต้อย่างโกรธๆ ก่อนที่จะเดินกระทืบเท้าเข้าห้องไป

                อย่าใส่ใจเลย ลงไปข้างล่างกันดีกว่า ดันเต้บอกและจูงมือเฟียร์เดินลงบันได

                ทางด้านเนมีที่ทำหน้าตาบึ้งตึงเดินเข้ามาในห้อง เธอนั่งลงข้างๆเพิลและสถบออกมาอย่างไม่สมกับเป็นกุลสตรีเท่าไหร่นัก

                เป็นอะไรไปอีกล่ะ อารอนถามพลางมองหน้าเธอ

                ก็ดันเต้สิ ปกป้องเฟียร์อยู่ได้ นี่ก็พากันลงไปข้างล่างแล้ว หมั่นไส้จริงๆตัวเองทำผิดแล้วไม่ยอมรับผิด เมื่อเนมีพูดจบ เพิลมีสีหน้าเศร้าลงไปทันที อารอนที่สังเกตเห็นรีบหันไปพูดกับเนมี

                เนมี ไปเอาน้ำกับฉันดีกว่า อารอนพยายามจะลากเนมีออกไป

                เดี๋ยวสิ! ฉันจะอยู่เฝ้าพี่เวอร์จิลนะ ทำไมฉันต้องไปด้วย!” เธอบอกอย่างหงุดหงิดและยังคงดื้อดึงไม่ยอมไปไหน จนในที่สุดอารอนก็ลากเธอลงไปจนได้

                หลังจากที่ทั้งคู่ออกจากห้องไป เวอร์จิลที่นิ่งมานานหันไปมองเพิลที่นั่งเงียบอยู่ เขาเห็นเธอร้องไห้ออกมา

                เธอร้องไห้เพราะหมอนั่นเหรอ? เวอร์จิลถามเสียงราบเรียบ

                เปล่าค่ะ เธอตอบ แต่ยิ่งสะอื้นหนักขึ้นไปอีก จนโร้กเดินมานั่งที่ตักเธอเหมือนเป็นการปลอบใจ

 

                ที่ด้านล่าง ขณะที่อารอนและเนมีเดินลงมา พวกเขาเห็นดันเต้นั่งปลอบเฟียร์อยู่ อารอนพยายามหลบสายตาและกำลังจะเดินเข้าครัวไป แต่โดนดันเต้เรียกไว้

                อารอน เพิลเป็นยังไงบ้าง? ดันเต้ถาม

                นายสนใจด้วยเหรอ? อารอนย้อนกลับด้วยสายตาเย็นชา ดันเต้จึงรีบเปลี่ยนคำถามทันที

                แล้วตอนนี้ยัยนั่นทำอะไรอยู่?

                นั่งเฝ้าไข้คนป่วย เนมีชิงตอบแทนและดึงอารอนเดินเข้าครัวไป โดยมีดันเต้และเฟียร์มองตามหลังพวกเขา

 

                เฟียร์ ทำไมต้องปิดบังพวกเราเรื่องที่เธอเป็นInfinity Blood? ดันเต้ถามและทอดสายตามองเธออย่างอ่อนโยน

                เพราะ..ฉันกลัว..กลัวการที่จะสูญเสียทุกคนไป ด้วยน้ำมือของฉันเอง เธอตอบด้วยน้ำเสียงที่เบาและอ่อนแรง

                เธอคิดว่าจะฆ่าคนอย่างฉันได้เหรอ? อย่างน้อยๆฉันกับหมอนั่นก็มีสายเลือดของราชาปีศาจSparda ไม่โดนเธอฆ่าง่ายๆแน่ ดันเต้พูดและยักคิ้วให้

                นายไม่เข้าใจหรอก เธอบอกสั้นๆและยิ่งเศร้าลงไปอีก

                ไม่เข้าใจเล้ย พวกผู้หญิงเนี่ย!” เขาบ่นพึมพำเบาๆ

                ดันเต้ จำสัญญาได้รึเปล่า? จู่ๆเธอก็ถามขึ้น เรียกสายตาสงสัยจากเขา

                สัญญา? หมายถึงที่เธอบอกว่าจะมาเป็นครอบครัวเดียวกันน่ะเหรอ? เขาพูดอย่างกวนๆ

                ฉันหมายถึง คำที่ฉันบอกนายที่หอคอยต่างหาก

                จำได้ แต่ทำไม่ได้

                ทำไม?

                เวลาเธอคลั่ง เหมือนคนซะที่ไหนล่ะ ดันเต้เอามือกุมขมับอย่างปลงๆและหัวเราะออกมาเบาๆ

                ฉันอยากให้นายทำตามคำพูดนั้น หรืออย่างน้อยก็อยากให้นายดูแลเพิลแทนส่วนของฉันด้วย เธอสบตาเขาอย่างมุ่งมั่น ก่อนที่จะเบือนหน้าหนี

                เธอพูดเหมือนกับจะหายไปอย่างนั้นแหละ ดันเต้หันไปมองเฟียร์ที่เริ่มก้มหน้าลง เธอไม่ตอบอะไรออกมาและลุกขึ้นเดินออกจากร้านไป




                                                                                              By : Minoru and Michiyo

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

79 ความคิดเห็น