Devil May Cry 1 : The Legend Of Sons Sparda

ตอนที่ 24 : Mission 24 - Come Back To The Tower

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 512
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    25 ม.ค. 50

Mission  24

- Come Back To The Tower -

 

          คิดถึงจังแฮะ และแล้ว..เราก็กลับมาเยี่ยมมันอีกครั้ง ดันเต้พูดอย่างสนุกสนานระหว่างที่กำลังเดินเข้าหอคอย

                งี่เง่า เฟียร์บอกสั้นๆขณะที่สาดกระสุนอย่างไม่ใส่ใจให้กับเจ้าบ้านที่ออกมาต้อนรับ

                อย่าทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นจะได้มั้ย!” เพิลตะคอกพลางหลบการโจมตีของเหล่าปีศาจ

แต่ดันเต้และเฟียร์ยังเดินหน้าต่อไปอย่างไม่สนคำทัดทาน ทำให้เพิลต้องสบถพรืดออกมาอย่างไม่สมหญิงไล่หลังพวกเขา

                เค้าสนุกกัน เราก็มาสนุกกันบ้างดีกว่า อารอนตบบ่าเพิลเบาๆและไปร่วมวงสังฆกรรมกับดันเต้และเฟียร์

                ไม่มีความเครียดกันเลยรึไงนะ เนมีพูดอย่างเคืองระหว่างที่มองพวกเขาทั้ง3เปิดระห่ำปาร์ตี้

 

                หลังจากที่เล่นสนุก?กันจนหนำใจแล้ว พวกเขาก็ขึ้นมาจนถึงครึ่งทางและพักผ่อนที่ห้องโล่งๆใจกลางหอคอย

                ดันเต้ เฟียร์และอารอนนั่งรวมกลุ่มคุยเรื่องไร้สาระกันอย่างสนุกสนาน โดยไม่สนใจสายตาของเหล่าเพื่อนๆที่มองอยู่

                เอาไง ใครจัดการไอ้บ้าบาทหลวงนั่นได้ก่อนเป็นผู้ชนะ และจะทำอะไรคนแพ้ก็ได้3ข้อ เฟียร์เสนอความคิดขึ้น เรียกนัยน์ตาพราวระริกจากดันเต้ได้ชะงัดนัก

                และเธอจะต้องเสียใจ คราวนี้แหละฉันจะทำให้เธอพูดคำน่าอายกับหมอนั่นบ้าง ดันเต้บอกพลางยิ้มกริ่ม

                คนที่แพ้มา2ครั้งรวดอย่างนาย ยังกล้าพูดอีกเหรอ? เฟียร์พูดด้วยสีหน้าเรียบๆ แต่ดันเต้แยกเขี้ยวรับ

                แล้วเธอสั่งให้เค้าทำอะไรล่ะเฟียร์? อารอนถามอย่างสงสัย ดันเต้หน้าตาตื่นและมองเฟียร์ด้วยแววตาอ้อนวอน

                ฉันก็แค่..ช่วยให้หมอนั่นพูดความรู้สึกตัวเองออกมาได้ง่ายๆ เฟียร์บอกและเหลือบสายตาไปมองเพิลเล็กน้อย อารอนจึงเข้าใจได้ทันทีและหัวเราะออกมา ดันเต้เอามือกุมขมับอย่างปลงๆก่อนที่จะหยิบปืนเขาจ่อไปที่เฟียร์

                รู้รึเปล่าว่าหันปืนใส่ใคร เฟียร์ชักปืนออกมาและเล็งไปที่ดันเต้เช่นกัน อารอนยังคงหัวเราะกับกิจวัตรประจำวันที่ทั้งคู่ชอบทำด้วยกัน

                เนมีที่นั่งห่างออกไปมองอารอนและเฟียร์ด้วยสีหน้าหงุดหงิด เพิลที่สังเกตเห็นจึงถามขึ้น

                เป็นอะไรไปเหรอ?

                เนมีไม่ตอบอะไรและลุกขึ้นเดินไปหาทั้ง3คน พวกเขาหันมามองเธออย่างงงๆและต้องชะงักทันทีเมื่อเธอตะโกนออกมา

              เธอทำให้เขาเสียใจและเจ็บปวดขนาดนั้นยังมีหน้ามาทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นอีกงั้นเหรอ! เธอมันปีศาจไร้หัวใจ! ไร้ความรู้สึก! ไม่สมควรที่จะได้รับความรักจากใคร!” เนมีระบายโทสะใส่เฟียร์ที่ยังนั่งตีหน้าเรียบเฉยและไม่สะทกสะท้านแม้แต่น้อย

                ใจเย็นๆเนมี อารอนจับมือเธอรั้งไว้ เนมีสะบัดมือเขาออกและหันมาตะคอกใส่

                คุณก็เหมือนกัน เจ็บแล้วไม่จำโดนเขาทำซะขนาดนั้น! ก็ยังจะทำดีกับเขาอยู่ได้! ทำไมใครๆถึงได้ใจดีและเป็นห่วงเป็นใยคนอย่างยัยนี่ขนาดนี้!” ว่าจบ เนมีวิ่งออกไปทันที โดยมีสายตาของทุกคนมองตามอย่างสงสัย

                ไปง้อสิ ดันเต้พูดขึ้นมาลอยๆ

                ฉันเหรอ? อารอนถาม

                ไม่ใช่นาย เธอต่างหาก ดันเต้ว่าพลางที่ไปที่เฟียร์ที่ยังคงนั่งทำหน้าเฉยเมยไม่รู้สึกอะไร

                ง้อทำไม? เธอถามอย่างเบื่อหน่ายขณะที่เก็บปืนลงซอง

                ข้อหาทำเด็กร้องไห้ ดันเต้บอกขำๆแต่เฟียร์ไม่ค่อยสบอารมณ์

                ฉันไม่สน เฟียร์บอกแต่ลุกขึ้นยืน แต่...ว่างอยู่พอดี...จะไปให้ก็ได้ ว่าจบ เธอเดินก้าวช้าๆออกตามไป เวอร์จิลจะลุกขึ้นแต่ถูกดันเต้ขัดไว้

                ไม่ต้องตามไปหรอก ก็แค่เด็กๆทะเลาะกันเดี๋ยวก็กลับมา ดันเต้บอกอย่างกวนๆแต่เวอร์ จิลส่งสายตาดุไปให้ ขอร้องล่ะฉันอยากจะพูดกับนายมานานแล้ว อย่าใช้ใบหน้าที่เหมือนกับฉันส่งสายตาแบบนั้นมาให้ฉันจะได้ไหม สยอง!” ดันเต้พูดพลางทำท่าขนลุก เวอร์จิลจึงหันไปมองทางอื่น

 

                เฟียร์กำลังเดินตามเนมีอยู่ห่างๆด้วยสีหน้าบ่งบอกได้ว่าเซ็งๆ เธอหันไปมองรอบๆเหมือนกับว่าขอให้อะไรก็ได้โผล่ออกมาตอนนี้

                เธอจะเดินตามฉันไปถึงไหน? เนมีหันมาถามอย่างไม่พอใจกับคนที่เดินห่างออกไปไม่ไกลนัก

                จนกว่าเธอจะกลับ เฟียร์ตอบหน้าตายทำให้เนมียิ่งหงุดหงิดขึ้นไปอีก

                จะไปไหนก็ไป อย่ายุ่งเรื่องของฉัน!” เนมีเร่งฝีเท้าขึ้นไปอีก เฟียร์(ที่เบื่อหน่ายอยู่)จึงหาเรื่องพูดหยุดเธอไว้

                เป็นบ้าอะไรของเธอ เพราะทำตัวงี่เง่าอย่างนี้แหละฉันถึงได้เกลียดเด็ก เฟียร์มองเนมีด้วยสายตาดูแคลนและทำเหมือนเธอไม่มีตัวตนแม้แต่น้อย

                มันไม่เกี่ยวอะไรกับเธอ! คนที่มีพร้อมทุกอย่างแบบเธอไม่เข้าใจหรอก!” คำกล่าวที่เฟียร์มองคนพูดด้วยแววตาดุก่อนที่จะพูดต่อ

                พร้อมทุกอย่าง? คิดว่าตัวเองเป็นนางเอกละครน้ำเน่าที่ตีหน้าเศร้าเล่าความทุกข์เหรอ คิดว่าตัวเธอคนเดียวรึไงที่โชคร้าย? เฟียร์ใส่อย่างไม่ยั้ง เนมีพยายามพูดตอบโต้

                เธอจะมาเข้าใจอะไร คนที่พ่อแม่พี่น้องถูกฆ่าตายหมด ไม่มีที่ให้พักพิง ไม่มีใครสนใจ!!” เนมีตะโกนออกมาอย่างสุดเสียงและวิ่งเข้ามาทุบใส่เธออย่างไม่ยั้ง แต่เฟียร์กลับพูดตอกหน้าเธอด้วยน้ำเสียงเย็นชาอ้างว้าง

                ใช่--ฉันไม่เข้าใจและไม่คิดอยากเข้าใจ เพราะตั้งแต่ที่ฉันจำความได้ฉันก็อยู่ในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้ามาตลอด หัดจับอาวุธก่อนขวดนม ของขวัญที่ได้ชิ้นแรกคือปืน คำที่หัดพูดคือไปตายซะ.... แต่..ฉันก็เข้าใจได้อยู่อย่างหนึ่งว่า คนที่ได้ชื่อว่าเป็นแม่พยายามที่จะตามฆ่าฉัน พูดถึงตรงนี้ เนมีหยุดชะงักลงและเงยหน้าขึ้นมอง แว่บหนึ่งที่เธอเห็นว่าเฟียร์มีหน้าเศร้าลงไปก่อนที่จะกลับมาเฉยชาเหมือนเดิม

                ฉันเองไม่มีสิทธิ์อะไรจะไปว่าเธอ และไม่รู้ด้วยว่าเวลาแบบนี้ต้องพูดยังไงถึงจะถนอมน้ำใจคนอื่น ฉันไม่มีพ่อแม่ คนที่เลี้ยงฉันมาหลังจากสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าล่มสลายคืออาสาวและซิลเวอร์ พวกเค้าจึงเป็นครอบครัวที่เหลืออยู่ของฉันก็ว่าได้...คนที่โชคร้ายกว่าเธอยังมีอีกมาก คนที่ต้องการจะมีชีวิตอยู่แต่กลับต้องตายลง เฟียร์พูดพลางเอามือลูบหัวเธอเบาๆอย่างเอ็นดู เนมีจึงเป็นฝ่ายพูดขึ้นบ้าง

                ฉัน...อิจฉาเธอ อิจฉาที่เธอมีแต่คนคอยห่วงใยเป็นที่รักของทุกคน จะทำอะไรก็ไม่มีใครโกรธใครว่าอะไร โดยเฉพาะ..พี่เวอร์จิล ว่าถึงตรงนี้ เนมีเงียบลงไปทันที เฟียร์มีสีหน้างงๆเล็กน้อยก่อนที่จะพูดถามเธอ

                เธอ..ชอบเขาสินะ เฟียร์เปรย เรียกสายตาของเนมีให้เริ่มมีน้ำใสๆไหลออกมาเล็กน้อย

เฮ้ย! ร้องไห้ทำไม

                ฉัน..เคยมีพี่ชาย..อยู่คนหนึ่ง เขาคล้ายกับพี่เวอร์จิลมาก คำบอกที่ทำให้เฟียร์สะท้านเล็กน้อย เพราะคิดว่ายังมีคนแบบเขาอยู่ในโลกอีกเหรอ? แต่ก็ต้องนิ่งเงียบเพราะเพิ่งมีคดีติดตัวอยู่ที่เพิ่งไปเถียงกับเขา ทั้งท่าทางการพูดจาและก็นิสัยใจคอ พอฉันเห็นพี่เค้าถึงได้ดีใจเพราะเหมือนกับว่าฉันได้พบพี่ชายอีกครั้ง

                ถ้าฉันได้รู้จักคนแบบหมอนั่นอีกคน ฉันคงคลั่งตายแน่ เฟียร์บ่นพึมพำเบาๆ แต่เนมีมองอย่างสงสัย เอ่อ..ว่าต่อเถอะ

                ฉันคงเอาภาพของพี่เวอร์จิลกับพี่มาซ้อนทับกัน เห็นพี่เวอร์จิลเป็นตัวแทนน่ะ..

                แต่เหตุผลที่เธอเดินหนีมา ไม่ใช่เรื่องนี้ไช่มั้ย? เฟียร์ถามอย่างรู้ทัน แต่เนมีอึกอักเล็กน้อยก่อนที่จะตอบ

                ฉันเองก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมต้องโมโหแทนอารอนขนาดนี้ เนมีมีสีหน้าลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่จะหลุบตาลง

                แล้วฉันจะรู้มั้ยเนี่ย--ช่างเถอะ...ไม่ได้คิดอยากรู้หรอก แค่จะมาตามแค่นั้น เฟียร์พูดพลางชักปืนออกมาและยิงเลยผ่านหัวของเนมีไป รีบๆจัดการให้เสร็จไปดีกว่า พวกนั้นคงบ่นแย่แล้ว พูดจบ เฟียร์กระโดดขึ้นกลางอากาศพร้อมกับกราดยิงเหล่าHellที่พุ่งออกมาโจมตีพวกเธอ

                ไม่ต้องบอกก็รู้น่ะ เนมีบอกและชักไรเฟิลของเธอออกมาเช่นกัน แล้วยิงใส่พวกมันอย่างไม่ยั้ง

                ว่าแต่เธอจะเอายังไง จะไปต่อรึเปล่า!” เฟียร์ตะโกนถาม

                มาถึงขนาดนี้แล้วก็คงต้องกันลุยต่อไป!” เนมีตอบและเปลี่ยนอาวุธเป็นปืนกระบอกใหญ่ที่แขนขวา

                เจ๋งแฮะ ว่างๆยืมใช้หน่อยได้มั้ย?

                ถ้าเธอจะให้ฉันยืมเดสเซิร์ทอีเกิล

                ก็หวังวาแขนเธอคงไม่หลุดก่อนนะ

                เฟียร์กับเนมียืนหันหลังชนกันและยิงบรรดาห่ากระสุนใส่พวกมันอย่างไม่ปราณี จนหายไปหมดในพริบตา พอดีกับที่พวกดันเต้เดินมาถึงพวกเขาเรียบร้อยแล้ว

                ท่าทางผลลัพธ์จะโอเคนะ ดันเต้พูดพลางมองไปทางผลงานของสองสาวที่กองเป็นซากชิ้นส่วนอยู่กับพื้น

                เกินกว่าที่นายคิด เฟียร์ตอบสั้นๆและเดินตรงเข้าไปหาอารอน ช่วยดูแลเด็กอีกซักคนได้ มั้ย? เธอถามด้วยแววตามุ่งมั่น

                ถ้าเธอหมายถึง... อารอนว่าพลางเปรยสายตาไปมองเนมี ส่วนเฟียร์พยักหน้ารับ ตอนนี้ก็กำลังจะทำอยู่ กะจะขออนุญาตเธอพอดี

                ก็ดี ฉันจะได้ไม่ต้องมาคอยดูแลเด็ก แค่ผู้ใหญ่ไม่รู้จักโตก็พอแล้ว เฟียร์หันไปมองเพิลด้วยสายตาเบื่อหน่ายพลางเก็บปืนลงซอง

                ฉันอีกแล้วเหรอ? เพิลชี้ที่ตัวเองและหันไปถามดันเต้ ดันเต้ไม่ตอบอะไรแต่หัวเราะออก มาเสียงดัง

                จะไปกันได้นึยัง เซ็งจะแย่แล้ว เฟียร์เดินนำหน้าออกไปแต่ต้องสะดุ้งกับคำเรียกที่ชวนขนลุกของเนมี

                พี่เฟียร์ ขอบคุณนะ เนมีบอกด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม เฟียร์ยืนอึ้งทำหน้าตาไม่ถูกได้แต่เอามือเกาหัวแกรกๆ

                น้องเราเป็นผู้ใหญ่แล้วสินะ เพิลพูดยิ้มๆพลางมองเฟียร์กับเวอร์จิลสลับไปมา

                แล้วจะรู้ว่านรกมีจริง ดันเต้บ่นปนขำและทำหน้าล้อเลียน

                เดี๋ยว... จู่ๆเฟียร์ขัดขึ้นและพยายามมองหาอะไรบางอย่าง ทีโอล่ะไปไหน?

                นั่นสิ เมื่อกี้ยังเดินมาด้วยกันอยู่เลย เพิลชี้แจงและมองหาเขาเช่นกัน

                ช่างหัวมันสิ เราไปกันได้แล้ว เดี๋ยวหมอนั่นคงกลับมาเองแหละ ดันเต้บอกอย่างหงุดหงิดและออกเดินต่อไป

 

                ตอนนี้พวกเขาเดินกันมาจนเกือบจะถึงดาดฟ้า แต่แล้วก็ต้องตกใจกับภาพเบื้องหน้า เมื่อปีศาจในเกราะชุดอัศวินพุ่งเข้าโจมตีมาอย่างรวดเร็ว

                ตัวบ้าอะไรอีกฟะ ดันเต้บ่นอย่างหัวเสียระหว่างที่ใช้ปืนตั้งรับ

                “Dullahan ไม่คิดว่าจะเจอพวกมันเลย เวอร์จิลพูดเรียบๆและชักดาบออกมา แต่พวกมันไม่สนใจใครเลยนอกจากเฟียร์และเพิล

                มันวิ่งเข้าไปจับตัวเพิลไว้แล้ววิ่งหายไป เฟียร์ที่เผลออยู่ถูกเตะกระเด็นทะลุผ่านเข้าประตูบานหนึ่ง จากนั้นพวกมันก็ยืนล้อมทางที่ทั้งคู่หายลับไป

                มันจ้องจะเล่นงานทั้ง2คน เวอร์จิลมีท่าทางเดือดดาลทันทีและจะพุ่งเข้าไป แต่อารอนห้ามเขาไว้

                ดูให้ดีๆก่อน อารอนบอกและพยักเพยิดไปทางต่างๆรอบห้องที่ตอนนี้เหล่าปีศาจกรูกันเข้ามา

                เอาล่ะสิ งานนี้มันส์แน่ ดันเต้พูดด้วยน้ำเสียงเหี้ยมฉายแววกระหายเลือด และจู่ๆเสียงหนึ่งก็ดังก้องไปทั่วทั้งห้องเรียกสายตาทุกคนให้มองหาที่มาของมัน

                พบกันอีกแล้วเหล่าผู้กล้าตัวน้อย การต้อนรับคราวนี้เป็นยังไงบ้างล่ะ

                เลวร้ายที่สุดถึงที่สุด โดยเฉพาะเมื่อมีแกร่วมอยู่ในนั้นด้วย อาร์คแฮม.. ดันเต้มีท่าทางหัวเสียอย่างเห็นได้ชัดและพยายามมองหาที่มาของเสียง

                ใจเย็นๆ ไม่ต้องห่วงเพื่อนตัวน้อยๆของพวกเจ้าหรอก ตอนนี้ข้าให้เพื่อนของข้าไปรับตัวพวกนางเรียบร้อยแล้ว อาร์คแฮมพูดด้วยน้ำเสียงเจ้าเล่ห์

                คนอย่างนายมีเพื่อนด้วยเหรอ? ดันเต้เค้นเสียงถามและยิ้มอย่างเลือดเย็น

                เพื่อนเก่าที่ไม่ได้พบกันซะนาน ดูท่าเค้าจะยินดีและเต็มใจที่จะไปรับเพื่อนๆของเค้าเช่นกัน ว่าจบ อาร์คแฮมหัวเราะออกมาเสียงดัง

                หุบปาก ไม่อย่างนั้นแกตายแน่ เวอร์จิลพูดอย่างน่ากลัวและกำดาบไว้แน่น

                ถ้าเจ้าคิดว่าทำได้นะ น้ำเสียงของอาร์คแฮมแฝงความดูถูกไว้เล็กน้อย คิดว่าเราคงมีโอกาสได้พบกันอีก แล้วเจอกัน

                เพื่อน? คงไม่ใช่นะ อารอนเปรยสิ่งที่เขาคิด แต่ไม่มีคำตอบอะไรนอกจากสีหน้าของดันเต้และเวอร์จิลที่บ่งบอกได้ว่าสิ่งที่เขาคิดเป็นความจริงทุกประการ

 

                ด้านเพิลที่ถูกอุ้มไป เธอพยายามดิ้นรนสุดชีวิตเพื่อจะให้ปีศาจปล่อยเธอลง

                ปล๊อยยยยยยยย....ไอ้บ้าปล่อยนะ!” เพิลใช้มือทุบที่เสื้อเกราะแต่ก็ต้องร้องเสียงหลงเพราะมันแข็งกว่าที่เธอคิด

ไม่ปล่อยใช่มั้ย! งั้นต้องเจอแบบนี้!” ว่าจบ เพิลปล่อยคาไมทาจิออกมาเฉือนร่างของDullahanกลายเป็นชิ้นๆ จนเธอล่วงลงมาที่พื้น

                โอ้ย!! เจ็บ ลืมคิดถึงตอนลงไปเลยแฮะ เพิลบอกอย่างหัวเสียและเดินไปเตะปีศาจชุดเกราะที่กองอยู่ แล้วตอนนี้..ฉันอยู่ไหนเนี่ย เธอมองรอบๆด้วยสายตาตื่นก่อนที่จะทิ้งตัวลงนั่ง

 

                ฝ่ายเฟียร์ที่ถูกเตะกระเด็นเข้ามาในห้องแห่งหนึ่ง เธอนั่งมองทางที่เพิ่งผ่านเข้ามาอย่างลอยๆทั้งที่ตอนนี้ตัวติดกำแพงอยู่และมีเศษอิฐกองอยู่ที่พื้นข้างๆตัว

                คุ้นๆแฮะ เธอพูดขึ้นอย่างเรียบเฉย และลุกขึ้นยืนพลางปัดเศษอิฐที่ตัวอย่างไม่ค่อยใส่ใจนักแล้วเริ่มเดินสำรวจไปรอบห้อง ยัยนั่นจะเป็นไงมั่งนะ ขืนปล่อยไว้คนเดียวได้กลายเป็นเด็กหลงแน่ เธอดูจะหัวเสียกับเรื่องนี้ซะมากกว่าสถานการณ์ตอนนี้ และแขกของเราก็มาถึง คราวนี้จะเอา อะไรมาฝากอีกล่ะ เฟียร์พูดพลางหันไปมองทางที่เธอเพิ่งผ่านเข้ามา เพราะรู้สึกได้ถึงอาคันตุกะผู้ไม่ได้รับเชิญ

                เฟียร์ ดีใจจังที่เธอปลอดภัย ทีโอบอกและเดินเข้ามาหา

                อ้าว..นายเองเหรอ ฉันนึกว่าไอ้บ้านั่นซะอีก เฟียร์บอกอย่างเบื่อๆและดูจะไม่ค่อยใส่ใจกับแขกของเธอคนนี้เท่าไหร่

                เฟียร์ ได้อยู่กัน2คนซะทีสินะ ทีโอพูดพลางผลักเธอไปชิดกำแพง และใช้แขนกันไว้

                อย่าเล่นอะไรแบบหมอนั่นได้มั้ย รู้สึกไม่ดีทุกที เฟียร์บอกและหยิบปืนออกมาจ่อที่ท้องคนตรงหน้า

                ถ้าไม่ทำแบบนี้ เธอคงไม่ฟังเรื่องที่ฉันจะพูดถึง

                ก็คงงั้น เธอตอบเรียบๆ แต่ทีโอยิ้มรับ

                ตอนนี้ฉันกับคนๆหนึ่งกำลังร่วมมือกันอยู่ มีข้อแลกเปลี่ยนว่าถ้าร่วมมือกับเขาฉันจะได้สิ่งที่ต้องการ นั่นคือ...ฉันต้องการรวบรวมเหล่าDBที่ยังมีชีวิตอยู่และสร้างสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าขึ้นมาใหม่ โดยมีเธอเป็นแกนนำ ..ถ้าพวกเราร่วมมือกันล่ะก็ ไม่มีใครสามารถที่จะแตะต้องเด็กพวกนี้ได้ เหล่าDBจะได้อยู่กันอย่างมีความสุข ทีโอพูดด้วยสีหน้าจริงจัง แต่เฟียร์กลับทำหน้าเซ็งออกมา

                งี่เง่า หลักการไร้สาระ เพราะอย่างนี้นายถึงได้ส่งไอ้พวกตัวบ้านั่นแยกฉันกับเพิลออกมางั้นเหรอ? เธอถามพลางจ้องมองคนตรงหน้าอย่างไม่สบอารมณ์

                ใช่ แต่มันผิดพลาดเล็กน้อย ไม่คิดว่าเธอกับเพิลจะแยกกันไป พวกมันดันทำรุนแรงเกินกว่าเหตุ ทีโอมีสีหน้าเศร้าๆและสายตาก็ไปสะดุดอยู่กับสร้อยอัญมณีสีฟ้าอัญใหญ่ที่คอของเธอ

สร้อยนั่น.. เขาพูดพลางจะเอื้อมมือไปจับ แต่แล้ว..ดาบเล่มหนึ่งก็พุ่งมาเฉี่ยวปลายนิ้วของเขาไป ทั้งคู่หันไปมองต้นตอทันที

                ถอยห่างออกจากเธอซะ เวอร์จิลเดินเข้ามาด้วยสีหน้าที่บอกได้ว่าเขากำลังไม่พอใจอย่างถึงที่สุด

                คนทรยศ พวกเราไม่น่าหลงเชื่อใจนายเลย เนมีบอกและเล็งปืนไปที่เขา แต่ทีโอหัวเราะออกมาเบาๆแล้วพูดขึ้น

                ฉันจำไม่ได้ว่าเคยร่วมมือกับพวกนายตอนไหน ที่ฉันต้องการก็แค่เฟียร์กับเพิลแค่นั้น ทีโอบอกอย่างไม่ยี่หระพร้อมกับส่งยิ้มยั่วให้เนมี

                เฟียร์! แล้วยัยนั่นล่ะ!” ดันเต้ตะโกนถาม

                ไม่รู้ หลงทางมั้ง? เฟียร์บอกเรียบๆและดึงดาบที่ปักอยู่ที่กำแพงออกมาแล้วชี้ไปที่ทีโอ ไม่คิดว่านายจะตกต่ำถึงกับร่วมมือกับปีศาจ

                ถ้ามันทำให้พวกเราได้กลับมาอยู่ด้วยกัน จะแลกกับอะไรฉันก็ยอม คำกล่าวที่น้ำเสียงแฝงความเจ็บปวดไว้ลึก เขาเดินเข้าหาคมดาบอย่างช้าๆจนมันจ่ออยู่ที่คอ

                ปณิธานของนายก็ดี แต่ไม่ถูกใจฉัน ฉันไม่คิดจะยึดติดกับอดีตหรือใฝ่หาอนาคตและไม่เคยสนใจในปัจจุบัน

                พูดง่ายๆ ยัยนี่วันๆไม่เคยคิดอะไรเลย ดันเต้บ่นเบาๆกับอารอนที่ยิ้มรับ

                ยังเย็นชาเหมือนเดิมนะ แต่ฉันไม่คิดสู้กับเธอหรอกแค่จะกำจัดเสี้ยนหนามให้หมดไป ทีโอหันไปสบตาทุกคนและมาหยุดอยู่ที่เวอร์จิล เฟียร์เปรยสายตาไปมองเวอร์จิลแว่บหนึ่งและพูดขึ้น

                ยืมก่อน คำขอดื้อๆที่เจ้าตัวไม่รับฟังคำตอบรับจากคนที่ยืนทำหน้าตาบึ้งตึง อยากจะลองใช้มาตั้งนานแล้ว เฟียร์บ่นพึมพำพลางควงดาบเลียนแบบท่าของเวอร์จิล

                อารอน นายเข้าไปจัดการสิ ตอนนี้หมอนั่นไม่มีดาบแล้วนะ ใส่ได้ไม่ยั้งเลย คำกล่าวกลั้วหัวเราะของดันเต้ที่เวอร์จิลหันมามองด้วยสายตาดุ

                นายลองก่อนสิ อารอนพูดแบบยิ้มๆ แต่ดันเต้น้ำลายหนืดคอและรีบหันไปมองทางอื่น แล้วเขาก็ต้องค้างไปเล็กน้อย เมื่อเพิลเดินเข้ามาด้วยเนื้อตัวมอมแมมเปื้อนไปด้วยฝุ่น

                ยัยเพิลตี้!” เขาส่งเสียงร้องเรียก สายตาของทุกคนหันไปมองตามทันที เพิลรีบวิ่งเข้ามาและโผเข้ากอดดันเต้อย่างลืมตัว

                ได้เจอกันซะที นึกว่าจะต้องหลงอยู่ในหอคอยนี้จนตายซะแล้ว!” เธอพูดอย่างตื้นตันและกอดดันเต้ไว้แน่น แต่เขายืนเหวอทำอะไรไม่ถูก เพราะสายตาทุกคู่กำลังมองอยู่

                ฉันไม่รังเกียจหรอกนะ...แต่เธอช่วยดูสถานการณ์หน่อยสิ คำกล่าวที่เพิลกวาดตามองและต้องรีบผลักดันเต้ออกทันทีพร้อมกับรีบเปลี่ยนเรื่องพูด

                มันเกิดอะไรขึ้นกันเนี่ย ทำไมทีโอกับเฟียร์ถึงต้องตั้งท่าจะสู้กันล่ะ เพิลถามขณะที่จับจ้องคนทั้งคู่

                เธอมันจะซื่อบื้อไปถึงไหน นี่ยังดูไม่ออกอีกเหรอว่าหมอนั่นมันทรยศ ดันเต้อธิบายอย่างหัวเสียเล็กน้อยพลางชี้หน้าทีโอ

                ก็บอกแล้วไงว่าไม่ได้ทรยศ เธอก็คงรู้ดีนะเพิลว่าฉันสนิทกับท่าสาธุคุณขนาดไหน คำชี้แจงที่เฟียร์ถลึงตามองก่อนที่จะหันกลับไปหาทุกคน

                ไปกันก่อน ฉันมีธุระต้องสะสาง เสร็จแล้วจะตามไป เฟียร์สั่ง เพิลจะอ้าปากพูดแต่เธอส่งสายตาดุไปให้

                ไปกันก่อนเถอะ เดี๋ยวยัยนั่นก็ตามมาเองแหละ พวกเราอยู่ไปก็เกะกะเค้าเปล่าๆ ดันเต้บอกพลางดึงเพิลให้ตามไป

                ถือว่าผิดสัญญากับซิลเวอร์รึเปล่า? อารอนถามเพื่อความแน่ใจก่อนที่จะเดินจากไปพร้อมกับเนมี เวอร์จิลยังคงยืนอยู่ไม่ขยับไปไหนและสบประสานนัยน์ตากับเฟียร์

                คุณเองก็ไปได้แล้ว อ้อ..แล้วฉันจะเอาดาบไปคืนให้ เฟียร์พูดด้วยสีหน้าจริงจังและหันไปจับจ้องที่ทีโอ เวอร์จิลมองเธออยูครู่หนึ่งก่อนที่เดินจากไปเช่นกัน

                หมดตัวกวนแล้ว เรามาเริ่มบรรเลงกันดีกว่า เฟียร์ตั้งดาบขึ้นมาและอยู่ในท่าเตรียมโจมตี ทีโอถอนหายใจออกมาและหยิบบางอย่างที่เหมือนกระบอง2ท่อนติดกันออกมา

                หอกAshura สามารถพับเก็บได้สะดวกดีด้วย หวังว่าเธอคงยังไม่ลืมมันหรอกนะ เพราะคนอย่างเธอไวต่อเรื่องพวกนี้ที่สุด ทีโอบอกยิ้มๆ

                คิดว่าไม่ นายเคยบอกว่าจะให้ฉันเฟียร์พูดอย่างตัดพ้อเล็กน้อยแต่นัยน์ตากลับพราวระริก

                ถ้าเธอชนะ..เขาอมยิ้มกับท่าทางของเธอและทำท่าเหมือนจะยื่นส่งให้

                ฉันไม่คิดว่าจะแพ้เธอพูดอย่างหงุดหงิดและปัดมันออกไป

                ถ้าฉันชนะจะขอรับตัวเธอและเพิลไป

                แย่หน่อยนะ ที่คงจะไม่มีใครให้นายทำแบบนั้นหรอก เธอพูดพลางไพล่ความคิดไปถึงคนๆหนึ่งอย่างลืมตัวและต้องรีบลบภาพของเขาออกทันทีพร้อมกับบ่นออกมาเบาๆ ทำไมต้องไปคิดถึงหมอนั่น ต้องซิลเวอร์หรือารอนสิ เธอยักไหล่เล็กน้อยเหมือนโอเคกับความคิดแล้วเปลี่ยนไปจ้องมองทีโอเขม็ง

                มาเริ่มกันเถอะ นายจะได้ตาสว่างซักที..ทีโอ 


                                                                  
                                                                                           By : Minoru and Michiyo

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

79 ความคิดเห็น