Devil May Cry 1 : The Legend Of Sons Sparda

ตอนที่ 29 : Mission 29 - Invading Hell

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 503
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    5 เม.ย. 50

Mission  29

- Invading Hell - 

 

                คงเป็นการต่อสู้ที่คาดเดาผลได้ยาก  เมื่อเวลาผ่านมาประมาณชั่วโมงกว่าแล้วที่ดันเต้ไม่สามารถทำอะไรกับเงาของตนเองได้  มีแต่เขาที่ถูกทำให้เกิดบาดแผลเพียงฝ่ายเดียว

                มันอะไรกันฟะเนี่ย! ฟันเท่าไหร่มันก็ไม่ได้ผล!” ดันเต้สบถออกมาอย่างหัวเสีย  แต่คนที่นั่งห่างออกไปไม่ไกลกลับยิ้มอย่างมีเลศนัย

                จะให้ตัวไร้ประโยชน์ช่วยอะไรบ้างมั้ย?” เพิลตะโกนถามอย่างอารมณ์ดีสร้างความไม่พอใจให้เขาเป็นอย่างมาก

                อยากทำอะไรก็ทำ  ฉันไม่ได้ห้าม!” ดันเต้ตอบกลับอย่างหัวเสียและกำลังจดจ่อกับศัตรูตรงหน้าที่ท่วงท่าทุกอย่างเกือบจะเหมือนเขาหมด

                งั้นก็ช่วยส่งไอ้นั่นมาหน่อยสิเพิลพูดพลางชี้ที่ด้านหลังของดันเต้

                กำลังหนักอยู่พอดีดันเต้ว่าพร้อมกับโยนบาซูก้าให้กับเพิลซึ่งเธอก็รับมันไว้ได้(แต่ก็เซไปเหมือนกัน)

                จะลุยละนะพูดจบ  เพิลกระหน่ำยิงไปที่กำแพงรอบๆห้องทันที

                ยิงไปที่ไหนน่ะยัยบ้า!!” ดันเต้ตะโกนถามอย่างหงุดหงิด  แต่เพิลยังคงยิงต่อไปเรื่อยๆ

                ถ่างตาดูรอบๆซะบ้างสิ  นั่นล่ะ...วิธีเอาชนะเพิลชี้แจงและทิ้งตัวลงนั่งอีกครั้งพร้อมกับวางปืนไว้ข้างๆตัวอย่างลำบากเล็กน้อย

                จะให้เอาชนะยังไงล่ะฟะดันเต้บ่นพึมพำอย่างไม่สบอารมณ์และมองไปรอบๆห้อง  แล้วเขาก็เข้าใจได้ทันทีถึงคำตอบที่เพิลให้ไว้ อย่างนี้นี่เอง..แสงจะทำให้มันปรากฏร่างที่แท้จริง

                ดันเต้แย้มรอยยิ้มพร้อมกับหันไปมองเพิลที่นั่งมองเขาอย่างสบายอารมณ์

                มีประโยชน์ก็วันนี้แหละ..” เขาผงกหัวให้เพิลเล็กน้อยและพุ่งเข้าใส่ปีศาจเงาทันที  โดยใช้การโจมตีที่รุนแรงเพียงแค่ครั้งเดียวจนตอนนี้มันมาหยุดยืนอยู่ที่ตรงหน้าเขาและค่อยๆแปรสภาพกลายเป็นตัวของเขาเอง

                ใช้ได้นี่...หล่อเหมือนฉันเลยคำกล่าวที่ทำให้คนที่นั่งอยู่ตรงมุมห้องทำหน้าแหยใส่ก่อนที่จะบ่นด่าเบาๆเป็นคำที่พออ่านได้ว่าหล่อตายชักแหละ

                ทันใดนั้น  ทั้งเงาและตัวดันเต้เองพุ่งเข้าใส่กันพร้อมกับปล่อยทั้งหมัดและการเตะที่เหมือน กันก่อนที่หมัดสุดท้ายของทั้งคู่จะปะทะ และจู่ๆ..เงาก็ค่อยๆเดินกลับเข้าไปในร่างของเขา

                หวิดจะไม่มีเงาตัวเองซะแล้วสิดันเต้บ่นพลางกลั้วหัวเราะ  เพิลเดินเข้ามาหาเขาอย่างช้าๆพร้อมกับโยนบาซูก้าส่งคืนให้

                เงาหัวน่ะเหรอ?” เพิลถามกวนๆและยังคงอมยิ้มอยู่

                อย่ากวนน่า...แล้วเธอรู้ได้ไง?” ดันเต้ถามอย่างสงสัย

                หลักการง่ายๆ  เงาก็ต้องแพ้แสงน่ะสิ  ขนาดคนซื้อบื้ออย่างฉันยังรู้เลย  ขนาดนายยังไม่รู้...อย่างเนี้ยเขาเรียกว่าบื้อของบื้อเพิลตอบยิ้มๆ

                หมายความว่าไงฟะนั่น?” ดันเต้เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยอย่างสงสัย

                รวมๆกันแล้วก็โง่ไง..” เพิลตอบหน้าตายพลางออกเดินไปอย่างสบายอารมณ์

                พี่น้องคู่นี้...นับวันจะเหมือนกันไปทุกทีแล้วสินะดันเต้เค้นเสียงพูดอย่างเคืองๆก่อนที่จะเดินตามเธอไป

                แต่แล้วทั้งคู่ต้องหยุดชะงักลง  เมื่อวงกลมปริศนาซึ่งมีแสงสีขาวปรากฏอยู่ที่ใจกลางห้อง

                นั่นอะไรน่ะ?” เพิลถามขึ้นและค่อยๆเดินเข้าไปใกล้

                บัตรเชิญ..ไว้สำหรับต้อนรับเราไง...เป็นการเชื้อเชิญฉันให้เข้าสู่ปาร์ตี้ของนายสินะ..อาร์คแฮมดันเต้พูดด้วยน้ำเสียงโหดเหี้ยม

                งั้นก็ไปกันเถอะเพิลพูดพลางจะเดินเข้าไป  แต่ถูกดันเต้หยุดไว้

                ถึงตรงนี้...เธอไม่ต้องไปแล้วดันเต้บอกด้วยน้ำเสียงจริงจัง

                ทำไมหล่ะ?” เพิลมีสีหน้างงๆเล็กน้อยกับคำพูดของเขา

                เรื่องนี้เดิมทีมันก็ไม่เกี่ยวกับเธออยู่แล้ว...อีกอย่างเจ้านั่นมันเชิญฉันคนเดียว..แต่ฉันก็ยังทำให้เธอเข้ามาพัวพันจนได้ดันเต้มองเพิลด้วยสาตามุ่งมั่นแต่น้ำเสียงที่พูดนั้นอ่อนโยน

                แล้วไง  มันก็เชิญเราทุกคนนั่นแหละ..ทั้งฉัน..ทั้งนาย..และทุกๆคนเพิลบอกอย่างเรียบเฉย  แต่ดันเต้ยังคงมีสีหน้าจริงจัง  เมื่อเห็นดันเต้ยังคงนิ่งเงียบ..เธอจึงพูดต่อไป แล้วก็นะ...นายจะให้ฉันกลับไปคิดมั่งมั้ยว่าฉันจะกลับออกไปได้...อย่างฉันเนี่ยน?” เพิลพูดพลางชี้มาที่ตัวเอง  ดันเต้มองเธออยู่ครู่หนึ่งก่อนจะถอนหายใจออกมาและส่ายหน้าอย่างปลงๆ

                ก็ตามใจเธอละกัน...ตัวของเธอ...เธอก็ดูแลเอาเองละกัน..แต่ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นขอให้เรียกฉัน..ฉันจะปกป้องเธอเองคำกล่าวอย่างมุ่งมั่นจากดันเต้ทำให้คนข้างกายหน้าขึ้นสีเรื่อพลางอมยิ้มอย่างดีใจ

                อย่ามัวพูดมากอยู่เลย...ไปกันเถอะเพิลบอกพร้อมกับดึงดันเต้ให้เข้าไปในวงกลมด้วยกัน  ฉับพลัน...พวกเขาก็หายลับไปทันที

               

                อีกด้านหนึ่ง  ขณะที่ทั้ง4คนกำลังเดินเล่น(ระห่ำ)ไปตลอดทาง  จู่ๆ..เบื้องหน้าของพวกเขากลับมีวงกลมแสงสีขาวปรากฏเช่นกัน

                ประตูมิติ...ต้อนรับกันเต็มที่เลยนะเฟียร์บ่นด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดเป็นที่สุดเมื่อนึกถึงเจ้าของที่ส่งมันมาให้

                จะเอายังไง...จะเข้าไปรึเปล่า?  อาจจะเป็นกับดักก็ได้?” เนมีถามความเห็นพลางกำลังวิเคราะห์สถานการณ์

                จะกับดักรึอะไรก็ช่าง...ใครขวาง...ฉันกราดไม่เลี้ยงเฟียร์ว่าพลางจะตรงเข้าไป  แต่กลับถูกอารอนดึงไว้

                ฉันว่าที่เนมีพูดมาก็มีเหตุผลนะ..มันอาจจะเป็นกับดักก็ได้อารอนค้านขึ้นพร้อมกับหันไปขอเสียงสนับสนุนจากเวอร์จิล

                เราควรจะเข้าไป  ถึงมันจะเป็นกับดัก..แต่ก็เป็นหนทางเดียวที่จะพาไปหาอาร์คแฮมเวอร์จิลพูดเรียบๆและเดินตรงเข้าไปหาเฟียร์แล้วดึงเธอให้เข้าไปพร้อมกัน

                เอาไง?” อารอนหันไปถามเนมี  เธอพยักหน้าเล็กน้อยก่อนที่จะเดินเข้าไปพร้อมกันกับเขา

 

                ทางฝากดันเต้  เมื่อเขาเข้ามาถึงด้านในโลกปีศาจ  สิ่งที่พวกเขาพบคือทางเดินที่ทอดยาวและประตูมิติที่ตรงหน้า         

ประตูมิติอีกแล้วเหรอ?” เพิลพูดอย่างเบื่อๆพลางกำลังจ้องมองมันอย่างอ่อนใจ

                ไปกันต่อเถอะ  ไม่มีเวลาแล้ว..” ดันเต้บอกและลากเพิลให้เข้าไปข้างในกับเขา  เมื่อโผล่ออกมาจากประตูก็พบว่ามีทางเดินเพียงเส้นเดียวเบื้องหน้าพวกเขาเท่านั้น  ทั้งคู่เดินไปตามทางอย่างเบื่อๆและพบว่า  มีประตูบานใหญ่ขวางหน้าอยู่

                เดี๋ยวก็ประตูเดี๋ยวก็ทางเดิน  นี่ถ้าปูพรมแดงอีกหน่อยนะหรูเลยดันเต้พูดด้วยสีหน้าปลงๆ

                ด้วยเลือดน่ะเหรอ?” เพิลถามและเค้นเสียงหัวเราะแห้งๆ

                นั่นสินะ..เข้าๆไปเถอะ..รำคาญและดันเต้บอกและยังคงลากเพิลให้เข้าไปพร้อมกับเขา

                เมื่อเขาเข้าไปข้างในก็พบว่า  มันเป็นห้องที่ดูถมึงทึงมีแต่สีม่วงเข้มและความมืดที่น่ากลัว  และเสาสูงจำนวนมาก

                รสนิยมแย่ชะมัดเพิลบ่นและทำท่าจะอาเจียน  แต่ดันเต้กำลังเดินสำรวจรอบห้อง

                แต่แล้วจู่ๆ...ดาบเล่มหนึ่งพุ่งมาที่ข้างหลังเขาพร้อมกับการปรากฏตัวของร่างปีศาจที่คุ้นเคย  แต่ดันเต้ก็ใช้ดาบของเขากันรับไว้ได้พร้อมกับสะบัดมันออกไปและใช้ดาบชี้ไปที่หน้าของอาคันตุกะผู้มาเยือน

                ยินดีต้อนรับ  เจ้าคิดจะทำอะไรล่ะ?  หลังจากที่ได้เห็นตัวข้าในร่างพ่อของเจ้าแล้วอาร์คแฮมในร่างสปาร์ด้าพูดขึ้นและค่อยๆก้าวเข้ามาช้าๆ

                มันเหมือนอะไรบางอย่างที่อยู่ในห้องน้ำนั่นล่ะ  ทำไมแกถึงต้องมายุ่งเกี่ยวกับครอบครัวคนอื่นด้วย  เข้ามาเลยไอ้ตัวประหลาด  แกไม่มีงานอดิเรกอื่นทำแล้วเหรอ?” ดันเต้ถามพลางยังคงใช้ดาบชี้ไปที่หน้าของปีศาจ

                นั่นพ่อนายเหรอ..? หน้าเหมือนนายเด๊ะเลยเพิลหันไปถามดันเต้ด้วยสีหน้าตื่นเต้น  แต่เขากับหัวเสียเล็กน้อยกับคำปรามาสของเจ้าหล่อน

                สายตามีปัญหารึไงห๊ะ..บอกฉันทีเถอะ! ฉันดูดีกว่าหมอนั่นตั้งเยอะ!” ดันเต้เค้นเสียงพูดพลางส่งสายตาดุให้กับเธอ

                อาร์คแฮมในร่างสปาร์ด้าและดันเต้ต่างหัวเราะออกมาพร้อมกันเหมือนกับว่า  เรื่องแค่นี้ทั้งคู่ก็อยากจะเอาชนะกัน

                พูดมากไปเถอะ  หลังจากที่ได้เห็นสิ่งนั้นแล้วล่ะก็  ข้ารู้สึกว่าพลังแห่งปีศาจกำลังไหลล้นเอ่อในตัวข้า  พลังแห่งสปาร์ด้าขณะที่อาร์คแฮมกำลังพูดอยู่นั้น  ร่างกายของเขาค่อยๆแปรสภาพขยายใหญ่ขึ้น  ดันเต้ที่หัวเราะอยู่สีหน้าแปรเปลี่ยนเป็นตกใจและต้องค้างกับภาพเบื้องหน้า

                ชักไม่ตลกแล้วสิเพิลยืนค้างกับสิ่งที่ได้เห็นและหันไปมองสีหน้าของดันเต้

                อาร์คแฮมกลายเป็นปีศาจสีม่วงที่เหมือนกับวุ้นขนาดใหญ่มีแขนขา

                ไอ้ตัวประหลาดเอ๊ย!  พ่อของฉันคงไม่น่ากลัวเท่าไหร่นักหรอก  แกบอกไม่ได้ใช่มั้ยถ้าเพ่งมองฉันดันเต้พูดพลางหยิบดาบขึ้นมาส่องดูหน้าตนเองพลางลูบที่คางไปมา สภาพนั้นดูจะเหมาะกับแกมากกว่านะ  มาเริ่มสร้างเหตุการณ์อันยิ่งใหญ่กันดีกว่า!” ดันเต้พูดพร้อมกับสะบัดดาบลงที่พื้นเตรียมตั้งท่าโจมตี

                ต้องการของหวานมั้ยยัยเพิลตี้?” ดันเต้เปรยหางตาไปมองคนข้างตัวและถามปนขำๆ

                ถ้าหมายถึงวุ้นยักษ์ที่อยู่ตรงหน้าล่ะก็..ไม่!” เพิลรีบตอบปฏิเสธและหยิบพัดทั้ง2เล่มของเธอออกมาเช่นกัน

                มาปิดงานในค่ำคืนนี้กันเถอะดันเต้ว่าจบ  ทั้งเขาและเพิลริลก็พุ่งเข้าจู่โจมใส่ปีศาจตรงหน้าทันที

 

                อีกฝากของทั้ง4คนที่เข้ามาในประตูมิติเช่นกัน  พวกเขากำลังเผชิญกับศึกหนักเมื่อมาโผล่ที่ตารางหมากรุกปีศาจขนาดใหญ่

                แล้วเราต้องเดินหมากกับมันมั้ยเนี่ย?” อารอนถามกวนๆขณะที่กวาดสายตาไปรอบๆกระดาน

                คงงั้น..หมากรุกเลือดน่ะเฟียร์ตอบรับพร้อมกับหยิบเคลเบรอสออกมา

                เละแน่งานนี้อารอนบ่นพึมพำเบาๆกับสิ่งที่เขาไม่อยากจะเห็น  เมื่อคิดว่า..ทั่วทั้งห้องกลายเป็นน้ำแข็งในชั่วพริบตา  แต่ยังไม่ทันที่เขาจะได้เอ่ยอะไร  เธอก็ใช้อาวุธในมือเรียกน้ำแข็งให้เริ่มจับตัวตั้งแต่พื้นห้องครอบคลุมไปโดยรอบ  อารอนคว้าคอเนมีไว้ได้ทันและพาเธอกระโดดขึ้นไปกลางอากาศ  เวอร์จิลเองก็ไวพอที่จะทำแบบนั้น

                เรียบร้อย...แช่แข็งอย่างสวยงามเฟียร์ตอบอย่างเบื่อๆและหันกลับไปหาทุกคนที่ตอนนี้ลงมาถึงพื้นเรียบร้อยแล้ว

                เธอจะฆ่ากันรึไง  ทีหลังจะทำอะไรก็บอกกันก่อนสิอารอนตะโกนตัดพ้อแต่เฟียร์ทำสีหน้าเรียบเฉย

                ถ้าบอกก่อนก็ไม่ตื่นเต้นน่ะสิเธอตอบหน้าตายพร้อมกับเดินไปที่หมากรุกตัวคิงด้านในสุด รุกฆาก..ฉันเป็นฝ่ายชนะเฟียร์พูดด้วยเสียงที่บ่งบอกได้ว่ากำลังเซ็งกับสถานการณ์นี้

                ไปต่อกันได้แล้วเนมีพูดและกำลังจะหาทางออกจากห้องนี้  แต่แล้วเธอก็กรีดร้องออกมาอย่างตกใจเมื่อ  น้ำแข็งที่จับตัวคิงและควีนค่อยๆสั่นไหวและแตกออกเป็นเสี่ยงๆ

                บ้าน่ะ!...ทำไมมันถึงทำลายน้ำแข็งออกมาได้!” อารอนโพล่งออกมาอย่างตกใจ  เขาไม่คิดว่าฝีมือขนาดเฟียร์จะทำอะไรปีศาจพวกนี้ไม่ได้  แต่เฟียร์ยังคงมีสีหน้าเรียบเฉยและยืนประจัญหน้ากับทั้ง2ตัวอย่างไม่ยี่หระ

                ก็ไม่ได้ตั้งใจจะแช่แข็ง2ตัวนี้นี่...อย่างน้อยก็มีความสนุกไว้ฆ่าเวลา...” เฟียร์บอกพร้อมกับเก็บเคลเบรอสและชักโคริฮิเมะออกมาจากซอง  คมดาบน้ำแข็งค่อยๆปรากฏเป็นรูปร่างจ่อไปที่ปีศาจเบื้องหน้า สวัสดีและ...ลาก่อน..”

ว่าจบ  เธอพุ่งเข้าใส่มันทันที  คมดาบน้ำแข็งที่รวดเร็วและงดงามถูกฟาดฟันใส่ปีศาจตรงหน้าอย่างไม่ปราณี  และแล้ว..คิงก็ถูกแช่แข็งด้วยน้ำแข็งที่ใสบริสุทธิ์ก่อนที่มันจะแยกออกเป็นชิ้นๆเหมือนปติมากรรมที่ถูกทำลาย  ส่วนด้านควีนนั้นก็ถูกจัดการโดยฝีมือของคนที่นิ่งเงียบมานานที่ตอนนี้กำลังควงดาบเก็บลงใส่ฝัก

คุณมาแย่งฉันทำไม?” เฟียร์หันไปถามคนที่ยืนห่างออกไปไม่ไกลอย่างหงุดหงิดเล็กน้อย  แต่เขาหันมาส่งสายตาดุให้

เลิกเล่นได้ซะที..เราไม่มีเวลาแล้วนะ  ป่านนี้..หมอนั่นคงไปถึงเรียบร้อยแล้วเวอร์จิลว่าพร้อมกับเดินตรงไปข้างหน้าที่ประตูมิติปรากฏขึ้นอีกครั้ง

ไอ้งี่เง่านั่น..ไปถึงแล้วงั้นเหรอ..” เฟียร์บ่นอย่างเจ็บใจเล็กน้อยแล้วรีบเก็บดาบลงพร้อมกับวิ่งกระโจนเข้าไปในประตูมิติโดยมีเวอร์จิลตามติดไป

ไม่ยอมแพ้กันเลยนะ...2คนนั่น..ทั้งเฟียร์และก็ดันเต้เลยอารอนพูดขำๆและดึงเนมีให้ตามเข้าไปเช่นกัน

 

ฝ่ายดันเต้และเพิลที่กำลังสู้กับอาร์คแฮมนั้น  ดูจะยากลำบากไม่น้อยเมื่อมันใช้แขนแกว่งไปรอบๆทำให้ทั้งคู่ไม่สามารถที่จะเข้าไปโจมตีในระยะประชิดได้

แล้วจะจัดการกับไอ้ตัวบ้านี่ยังไงล่ะเนี่ย!..” เพิลสบถพรืดออกมาอย่างหัวเสียกับการจู่โจมที่รุนแรงของมันซึ่งทำให้เธอและดันเต้กระเด็นไถลไปกับพื้น

ไม่รู้  แทนที่จะเปลืองน้ำลายเปลืองหัวสมองในการคิดดีกว่า!” ดันเต้พูดพลางปาดเลือดที่ไหลซึมอาบแก้ม

ฝีมือมีแค่นี้งั้นเหรอลูกชายสปาร์ด้าและเดธบลัดที่น่ารักอาร์คแฮมพูดพร้อมกับหัวงเราะ อย่างบ้าคลั่ง

เดี๋ยวก็ฆ่าซะหรอกเพิลจ้องมองมันด้วยแววตาอาฆาตและยันตัวให้ลุกขึ้นยืน

อย่าเก่งแต่ปากก็แล้วกันพูดจบ  มันปล่อยตัวทากออกมารุมโจมตีใส่พวกเขา  เพิลสะดุ้งสุดตัวเมื่อเห็นสิ่งที่เธอขยะแขยงเป็นที่สุด

อึ๋ย…น่าเกลียด!  สปาร์ด้ามีทากด้วยเหรอ..แล้วคนข้างตัวฉันจะมีอะไรแบบนี้มั้ยเนี่ย!?” คำกล่าวที่เรียกสายตาค้อนขวับจากดันเต้ในขณะที่เพิลทำหน้าแหยเก 

เมื่อมันค่อยๆเข้ามาใกล้  เธอกรีดร้องออกมาเสียงดังพร้อมกับใช้คาไมทาจิผ่ามันออกเป็น2ท่อนและหายไปในพริบตา(ทั้งฝูง)

กลัวนะนั่น...สยองฟ่ะดันเต้ทำท่าขนลุกเล็กน้อยกับอาการกลัวของเจ้าหล่อน สาบานได้นะว่านั่นน่ะกลัวยังไม่ทันที่ดันเต้จะได้พูดอะไรต่อ  ทั้งเขาและเพิลก็ถูกเหวี่ยงอีกครั้ง  แต่คราวนี้กลับถูกแยกไปคนละทาง

ใช้ไม่ได้! ไม่สนใจหรอกว่าเจ้ามีความแข็งแกร่งแค่ไหน! เจ้าไม่แข็งแกร่งอะไรทั้งนั้น  แต่เจ้าก็เป็นแค่ลูกผสมตัวหนึ่งเท่านั้น  เจ้าไม่สามารถเอาชนะปีศาจโดยแท้จริงอย่างสปาร์ด้าได้หรอกอาร์คแฮมพูดพร้อมกับใช้มือพุ่งเข้าหาดันเต้ที่ยืนหอบอยู่

 แต่แล้วจู่ๆ..มือของมันกลับถูกฟันขาดกระเด็นโดยฝีมือของชายหนุ่มที่นั่งตั้งท่าคุกเข่าอยู่บนแท่นหินตรงกลางด้านข้างพวกเขา  ดันเต้ที่อยู่ในท่าเตรียมฟันหันไปมองที่มาของคมดาบทันที

นี่คืออะไร! แกเองรึ!?” อาร์คแฮมถบทออกมาอย่างโกรธเคืองและหันไปจ้องมองแขกผู้มาเยือนเช่นกัน

ในที่สุดก็มาถึงซะทีอารอนและเนมีเดินมายืนข้างๆเขา  ตามมาด้วยเพิลและเฟียร์ที่ใช้ปืนจ่อขมับจากด้านหลัง

ทำบ้าอะไรของเธอ?” ดันเต้หันไปถามเด็กสาวที่ยืนทำหน้าหงุดหงิด

ไม่รู้  รู้แค่ว่าต้องทำแบบนี้พูดจบ  เธอยิงเข้าใส่ที่ขมับเขาทันที  โชคดีที่เป็นแค่กระสุนปืนธรรมดาไม่ใช่กระสุนพลังของเธอ  ไม่อย่างนั้นดันเต้คงได้ไปนอนเล่นที่โลกเบื้องล่าง

ยัยบ้า!  สถานการณ์แบบนี้ยังมีอารมณ์มาเล่นสนุกอีกเหรอ..!?” คำถามจากดันเต้ที่ไม่ได้รับคำตอบ  มีเพียงสายตากวนๆจากเธอส่งให้

เลิกเล่นกันได้แล้ว..” เวอร์จิลบอกกับพวกเขาอย่างหงุดหงิดเล็กน้อยก่อนที่จะหันไปพูดกับอาร์คแฮม แกสู้ฉันไม่ด้หรอกอาร์คแฮมว่าจบ  เขายืนขึ้นและกระโดดลงไปยืนอยู่ข้างๆดันเต้พลางจ่อดาบไปที่คอของเขา

ดูนายสิ...สร้างบทเด่นอย่างกับในละครแย่งความเด่นของฉันไปหมดดันเต้พูดด้วยน้ำเสียงกวนๆและพยายามทำท่าจริงจัง

เป็นไปได้ที่นายเชื่อว่าเขาสมควรจะได้รับเป็นเรื่องราวสำคัญของเราตอนนี้  นายว่ามั้ย?” เวอร์จิลว่าพลางถอยหลังเล็กน้อยและใช้ดาบปัดมือส่งคืนให้อาร์คแฮมโดยไม่หันไปมองมันแม้แต่น้อยและจ่อดาบชี้ไปที่อาร์คแฮมซึ่งมันรับมือของตนเองไว้ได้และนำมาต่อติดเหมืนเดิม

และนั่นจะทำให้นายพาดพิงถึงมัน  นายถูกแล้ว..” ดันเต้พูดและเดินมาอยู่ข้างๆเวอร์จิล พลางถือดาบพาดไว้ที่ไหล่  จากนั้นทั้งคู่ก็เดินก้าวไปหาอาร์คแฮมพร้อมกัน

พวกแกรู้สึกเหรอว่าจะเอาชนะข้าได้?  เอาชนะพลังแห่งพ่อของพวกเจ้า  สปาร์ด้าที่ยิ่งใหญ่อาร์คแฮมพูดด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน

แกไม่อาจควบคุมพลังแห่งสปาร์ด้าได้หรอกเวอร์จิลพูดและใช้มือชี้ไปที่อาร์คแฮม

อย่าให้เสียเวลาเปล่าคู่หู  ดันเต้บอกพร้อมกับชี้ดาบไปที่มันเช่นกันก่อนที่ทั้งคู่จะหยุดเดิน

ฉันคิดว่าเราต้องการเรียนรู้วิธีอะไรที่มันยากๆน่ะเขาบอกพลางหันไปมองเวอร์จิลที่หันมามองด้วยหางตา

                เวอร์จิลใช้ดาบของเขากระทบกับดาบของดันเต้ก่อนที่จะออกวิ่งสลับข้างกันแล้วพุ่งเข้าใส่อาร์คแฮม

 

 

 

                                                                By : Minoru and Michiyo

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

79 ความคิดเห็น