Devil May Cry 1 : The Legend Of Sons Sparda

ตอนที่ 5 : Mission 5 - Blood Link

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 933
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    21 เม.ย. 50

 

Mission  5

- Blood  Link -

 

          น่าแปลก...” เฟียร์เปรยขึ้นมาระหว่างที่กำลังต่อสู้อยู่

                ใช่เวอร์จิลพูดสั้นๆ เรียกสายตาของดันเต้และเพิลให้หันไปมองคนทั้งคู่

                เรื่องอะไรเหรอเฟียร์?” เพิลถามอย่างอยากรู้

                มันหละหลวมเกินไป--เหมือนกับว่า...” เฟียร์บอกพลางครุ่นคิดอะไรบางอย่างอยู่

                เป้าหมายของพวกมันไม่ได้อยู่ที่พวกเราเวอร์จิลต่อให้จบและพยามมองไปรอบๆ

                และแล้ว...บรรดาHellก็เพิ่มจำนวนอย่างรวดเร็ว ดันเต้กระโดดขึ้นไปอีกครั้งพร้อมจัดออเดอร์ชุดใหญ่ให้แก่พวกมัน  ในระหว่างที่ทุกคนไม่ทันระวังตัวนั้นเอง  Blood Goyle ปีศาจสีแดงเลือดที่เหมือนกับนกประมาณฝูงหนึ่ง(นับไม่ได้ว่ากี่ตัว)บินโฉบไปที่ดันเต้และเวอร์จิล

                เสร็จกัน! หรือว่าที่พวกมันเล็งอยู่เฟียร์มีท่าทางตกใจเล็กน้อยและพยายามที่จะตะโกนบอกดันเต้และเวอร์จิลให้ระวัง  แต่มันก็สายไปเสียแล้วเมื่อบรรดา Blood  Goyle ได้โฉบเอาอัญมณีทั้ง 2 ชิ้นไปเรียบร้อยแล้วและบินหายลับไปทันที

                บ้าชิบ! ดันเสียท่าพวกมันได้!” ดันเต้บอกอย่างหัวเสียเพราะไม่คาดคิดว่าสิ่งที่พวกมันเล็งอยู่จะเป็นอัญมณีของเขา

                ฝีมือของหมอนั่นสินะเวอร์จิลพูดอย่างไม่พอใจ  และพยามยามมองหาคนที่อยู่เบื้องหลัง

                ปาร์ตี้สนุกมั้ย?” เสียงหนึ่งถามขึ้นพร้อมกับปรากฏของบาทหลวงดำตรงหน้าพวกเขา

                เป็นฝีมือนายสินะอาร์คแฮมเวอร์จิลจ้องมองอย่างโกรธเคืองไปที่เขา

                ทุกอย่างมันเหมาะกับข้ามากกว่า...ถึงแม้ว่าพวกเจ้าจะได้รับสืบสายเลือดมาจากSpardaก็ตาม

                สายเลือดSpardaเหรอ?” เพิลทำหน้าประหลาดใจและหันไปมองดันเต้กับเวอร์จิล

                ไม่รู้เหรอ...Spardaมีลูกชายฝาแฝดเฟียร์ตอบสั้นๆที่ทำให้เพิลถึงบางอ้อทันทีและหันไปมองคนข้างตัวอย่างไม่เชื่อสายตา

                ไม่อยากเชื่อเลย  ทำไมวีรบุรษอย่างSpardaถึงมีลูกชายที่ปากเสียกและEqต่ำฟะ

                ไม่อยากให้คนอย่างเธอมาวิจารณ์หรอกนะยัยเพิลตี้ดันเต้มองเธอด้วยหางตา

                หมายความว่าไงอาร์คแฮมเวอร์จิลตัดบทคนข้างๆอย่างรำคาญ

                ทุกอย่างเป็นไปตามที่คาดหมาย  ทั้งการยืมมือเจ้าและงานเลี้ยงที่จัดขึ้นผู้ที่จะได้รับสืบทอดอำนาจจากราชาปีศาจผู้ยิ่งใหญ่..มีเพียงข้าเท่านั้นอาร์คแฮมพูดอย่างคนมีชัยเหนือกว่า 

                นายไม่มีทางควบคุมมันได้หรอกเวอร์จิลบอก

                อันนี้มันก็ต้องดูกันไปว่าจบอาร์คแฮมหัวเราะออกมา  บรรดาHellต่างพุ่งเข้าใส่ทั้ง 4 คนอย่างไม่ยั้งมือ  ระหว่างที่ทุกคนเตรียมรับมืออยู่นั้น  มีเพียงเฟียร์ที่ยืนนิ่งเงียบสีหน้าเฉยเมยจ้องมองไปยังอาร์คแฮม

                ไม่ชอบใจเลยแฮะ...กับการที่ต้องเต้นไปบนฝ่ามือของใคร

                เพิลสะดุ้งไปเล็กน้อยกับคำพูดและน้ำเสียงของเฟียร์  เธอถอยไปอยู่ข้างๆดันเต้และกระทุ้งที่สีข้างเขาเบาๆ

                อะไรยัยเพ้อดันเต้ถามอย่างหงุดหงิด

                บรรลัยแล้วไงเพิลบอกอย่างตื่นๆ

                อะไร?”

                พยากรณ์อากาศบวกความรู้สึกฉันบอกว่า  จะมีเมฆฝนก่อตัวและฟ้าคะนองในบางพื้นที่และอาจจะเป็นที่ตรงนี้

                เพิลชี้อย่างหวาดๆไปที่เฟียร์ทำให้ดันเต้และเวอร์จิลต้องหันไปมองตาม

                พี่...เพิลเฟียร์เรียกเพิลด้วยเสียงโทนต่ำ

                จะ..จ๋า!...จ้ะ!...” เพิลขานรับอย่างนึกหวาด

                เก็บกวาดให้เรียบร้อย

                หา!!!”

                ไม่ได้ยินที่พูดรึไง?เฟียร์บอกและหันมาจ้องมองเธอด้วยความไม่สบอารมณ์

                ได้ยินแล้วจ้ะ...จะจัดการเดี๋ยวนี้แหละเธอรับคำทันที  เวอร์จิลและดันเต้เองต่างก็ไม่มีใครพูดอะไรออกมาทำได้แค่มองสลับไปมาระหว่างคนทั้งคู่

                ว่าแต่หมดเลยเหรอ?” เพิลหันไปถามเพื่อความแน่ใจ  ทำให้เฟียร์มองตอบด้วยสายตาอำมหิต

จ้ะ...หมดเลยก็หมดเลยเพิลปาดแหงื่ออย่างเหนื่อยใจ

                ข้างบนฉันจัดการเองเฟียร์หยิบปืนออกมาและถอดแม็กกาซีนของปืนออก

                ทั้งคู่ยืนหันหลังชนกัน  เพิลหยิบดาบอีกเล่มหนึ่งออกมาและกางออกเป็นพัด

                ม้วนเดียวจบคำสั่งการที่เอาแต่ใจจากเฟียร์แต่เพิลตอบรับโดยดี(หล่ะมั้ง)  เวอร์จิลและดันเต้มองตามสองสาวอย่างงงๆ

                สิ้นคำสั่ง  เพิลร่ายรำพัดเหมือนเป็นบรรณาการแก่เทพวายุก่อเกิดคมดาบสายลมจำนวนมากฟาดฟันใส่เหล่าปีศาจที่รุมล้อมอยู่

                ถ้าไม่ได้ขนาดนี้  ก็ไม่มีความหมายเฟียร์บ่นขึ้นมาลอยๆ  และเล็งปืนขึ้นฟ้ากระสุนเวทย์ขนาดใหญ่เหมือนคลื่นซัดเข้าใส่Blood Goyle หายไปในพริบตา

                “Good Night!” เฟียร์พูดส่งท้าย

                หลับฝันดีนะจ้ะเพิลบอกยิ้มๆ 

                แต่บรรดาคนที่เฝ้าดูเหตุกาณ์อยู่กลับไม่มีใครยิ้มไปกับเธอ  ไม่มีคำพูดอะไรออกมาจากชายหนุ่มทั้งสองมีเพียงสายตาตกตะลึงกับการกระทำที่เหนือความคาดหมายของพวกเธอ

                เสียงปรบมือดังขึ้นอาร์คแฮมเดินเข้ามาใกล้เธอทั้งสองคน

                น่าประทับใจ--เด็กน้อยในตอนนั้นเติบโตขึ้นอย่างงดงามจริงๆอาร์คแฮมพูดพร้อมกับแสยะยิ้ม

                หมอนั่น..ท่าทางสายตาจะมีปัญหาดันเต้บ่นเบาๆกับเวอร์จิลที่ยังคงนิ่งเงียบ

                นึกออกแล้ว! ท่านสาธุคุณในตอนนั้นนี่นา!” เพิลมีสีหน้าตกใจ

                มันเป็นใคร?” เฟียร์หันไปถามเพิลอย่างสงสัย

                ท่านสาธุคุณที่คอยมาสวดมนตร์ให้เราฟังทุกวันอาทิตย์ที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าไง

                มีด้วยเหรอคนแบบนั้น?เฟียร์พูดเสียงราบเรียบ

                เมื่อไหร่จะเลิกนิสัยไม่สนใจสิ่งรอบข้างซะทีนะ

                เฟียร์ไม่ตอบอะไรเพราะยังไงเธอก็ไม่ค่อยใส่ใจอะไรอยู่แล้ว

                รู้เปล่าว่าเมื่อมนุษย์เกิดความกลัวต่ออะไรบางอย่าง  พวกเขาจะคิดหาวิธีที่จะขจัดความกลัวนั้นออกไปอาร์คแฮมหันไปพูดกับดันเต้และเวอร์จิล

                คุณอยากจะพูดอะไรกันแน่เพิลถามขึ้น

                หลังจากที่การปิดผนึกระหว่าง2โลกล่วงเลยมาแล้ว2,000ปี  พลังที่อ่อนลงทำให้เกิดรอยร้าวระหว่างมิติอาร์คแฮมพูดอย่างเพ้อฝัน

                นายพูดเรื่องอะไร?” ดันเต้ถามอย่างเซ็งๆ  แต่อาร์คแฮมยังคงพูดต่อไปอย่างไม่สนใจ

                เหล่าปีศาจเล็ดลอดเข้าสู่โลกมนุษย์ทีละน้อย มนุษย์ผู้อ่อนแอ...จึงได้สร้างอาวุธที่เป็นภัยร้ายแรงแก่เหล่าปีศาจ...” ว่าถึงตรงนี้  เวอร์จิลพูดแทรกขึ้นมา

                มนุษย์ที่โง่เง่าคิดต่อกรกับปีศาจ  สร้างอาวุธที่สามารถโค่นล้มได้แม้ราชาปีศาจ

                ฉันก็เคยได้ยินมาเหมือนกัน  มันคงเป็นศัตรูตามธรรมชาติของพวกเราเลยแหละดันเต้ทำสีหน้ากวนๆใส่อาร์คแฮม

                ใช่--มันเป็นศัตรูของพวกเจ้าที่มีสายเลือดของปีศาจ  พวกมันเกิดมาเพื่อทำลาย  ถ้าพวกเจ้าได้พบกับพวกมันจะทำยังไงรอยยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นที่ริมฝีปากของอาร์คแฮมขณะที่เขาหันไปถามเวอร์จิลกับดันเต้

                ต้องฆ่ามันก่อนที่จะถูกฆ่าน่ะสิ  ใครมันจะไปปล่อยให้ฆ่าได้ง่ายๆกันเล่าดันเต้พูดพลางยักไหล่

                คนที่หันคมดาบใส่ฉัน  ฉันจะฆ่ามันเวอร์จิลตอบอย่างขรึมๆ

                คำตอบของทั้งคู่เรียกรอยยิ้มจากอาร์แฮมแต่สองสาวตรงหน้าพวกเขาได้แต่ยืนนิ่งเงียบไม่เอ่ยอะไร

                และถ้า...เป็นอาวุธระดับสูงที่สามารถโค่นได้แม้พลังของSpardaหล่ะ?  ถ้าเจ้าได้เจอกับมันจะทำยังไงหล่ะเวอร์จิลอาร์คแฮมเจาะจงถามเวอร์จิล

                มันเป็นตัวขัดขวางความแข็งแกร่งของฉัน  เพราะฉะนั้นฉันจะฆ่ามันอย่างไม่ลังเลเลยแม้จะเป็นคนสำคัญก็ตามเวอร์จิลในตอนนี้มีสีหน้าอำมหิตและเย็นชา  เขาไม่รู้เลยว่าคำพูดของเขาทำให้ใครบางคนรู้สึกเจ็บปวด

                เพิลหันไปมองเฟียร์อย่างเป็นห่วง  ถึงเฟียร์จะตีหน้าตายแต่เธอก็รู้ได้ว่าในใบหน้านั้นแฝงไว้ด้วยความเศร้า

                คำสาปที่ถูกสร้างขึ้น  พันธการแห่งความกลัวและความขลาดของมนุษย์สิ่งที่ตกทอดมาสู่ชนรุ่นหลังอาร์คแฮมชูมือทั้งสองขึ้นฟ้าเหมือนคนกำลังเพ้อฝัน  และเขาหันมาทางเด็กสาวทั้งสองและพูดขึ้น

                “12 ปีก่อนสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้าพิเศษถูกวางเพลิง  เหล่าเด็กๆและเจ้าหน้าที่ถูกเผาทั้งเป็น  เด็กที่เหลืออยู่ถูกตามล่าโดยเหล่าปีศาจที่กระหายในเลือดของพวกเขา  มีเพียงบางส่วนเท่านั้นที่หนีรอดจากการตามล่าได้  พวกเขาแค้นในโชคชะตาที่โหดร้าย  แค้นเหล่าปีศาจที่คร่าชีวิต  เมล็ดพันธุ์แห่งความกลัวที่เติบโตท่ามกลางความโกรธแค้นและชิงชัง 

                ดันเต้และเวอร์จิลมองเขาอย่างงงๆ  ส่วนเพิลกัดฟันแน่นด้วยความโมโห  แต่เฟียร์ไม่มีปฏิกิริยาอะไร

                ทั้งที่คิดว่าจัดการได้หมดแล้วเชียวนะ  ไม่คิดว่าจะมีเหยื่อชิ้นโตเหลือรอดอยู่จนถึงทุกวันนี้สายตาของอาร์คแฮมบ่งบอกความดูแคลน

                หมายความว่าไง?” เพิลถามอย่างเดือดดาล  เพราะเธอเองพอจะรู้คำตอบ

                คนที่เผาสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าและส่งเหล่าปีศาจไปตามล่าพวกที่เหลือรอดอยู่ก็คือฉันเองเขาส่งสายตามุ่งร้ายไปที่เฟียร์และเพิล

                ชั่วบริสุทธิ์จริงๆดันเต้บ่นพึมพำ

                พวกนายคงยังไม่ลืมคำตอบเมื่อกี้นะอาร์คแฮมถามพวกเขาอีกครั้ง

                เวอร์จิลกับดันเต้มีสีหน้าสงสัย  และเหมือนกำลังรอคำตอบของการร่ายยาวในครั้งนี้

                ดีใจซะสิ  เมื่อสิ่งที่พวกนายควรกำจัดน่ะมาอยู่ตรงหน้าแล้ว...ฉันพูดถูกมั้ยเหล่าDeath Blood ผู้รอดชีวิต  อาร์คแฮมบอกพลางผายมือไปทางเฟียร์และเพิล

                เวอร์จิลและดันเต้ในตอนนี้มีสีหน้าตกใจจนทำได้แค่ยืนนิ่งงันไม่พูดอะไรออกมา  เฟียร์และเพิลไม่แม้แต่จะหันไปสบตาคนทั้งคู่  แต่สีหน้าอาร์คแฮมในตอนนี้บ่งบอกถึงความปีติยินดีเป็นอย่างยิ่งกับละครที่มีเขาเป็นผู้กำกับ

                โดยเฉพาะ...สิ่งที่เหนือกว่าอย่าง..” ว่าถึงตรงนี้เขาหันไปมองเฟียร์  ทันใดนั้นบางอย่างพุ่งปาดหน้าด้านขวาเขาไปอย่างรวดเร็ว

                ลุง...ฉันช่วยศัลยกรรมใบหน้าอีกซีกให้เอามั้ยเป็นเพิลนั่นเองที่ลงมือ  ตอนนี้รังสีอำมหิตจากตัวเธอแผ่พุ่งออกมาอย่างน่ากลัว               

                อาร์คแฮมไม่พูดอะไรและหันหลังจะเดินจากไปพอดีกับที่เฟียร์เรียกเขาไว้

                หยุดอยู่ตรงนั้น--ฉันให้เวลา 3 วินาทีในการสั่งเสียเฟียร์มีสีหน้าท่าทางเย็นยะเยือกและน่ากลัว  ความอำมหิตของเธอตอนนี้ดุจปีศาจร้าย

                “ 3...2....” เพิลเป็นฝ่ายนับขึ้นมา  เฟียร์เล็งปืนไปที่อาร์คแฮม

                “Time  Over” อาร์คแฮมพูดขึ้น 

                ฉับพลัน แผ่นดินเริ่มสั่นสะเทือนหอคอยที่เดิมมีแต่ยอดกลับโผล่ขึ้นมาจนหมด 

                คอหอยที่สมบูรณ์กับอัญมณี2ชิ้นในการบูชายัญอาร์คแฮมชูอัญมณีขึ้นมา  ดันเต้ทำท่าจะวิ่งไปคว้าไว้แต่โดนม่านพลังที่ไม่รู้มาจากไหนดีดเขากลับไป  และมันกำลังจะขยายตัวขึ้นเพื่อที่จะซัดพวกเขาให้ตกจากหอคอย

                เวอร์จิล  ดันแต้และเพิลเตรียมที่จะหนีโดยการกระโดดลงจากหอคอยที่สูงเสียดฟ้านี้  แต่เฟียร์กลับยืนนิ่งจ้องมองอาร์คแฮมอย่างไม่วางตา

                เฟียร์!!  หนีเร็วเพิลทำท่าจะวิ่งกลับไปหาเฟียร์แต่ถูกดันเต้ล็อคคอไว้

                นายจะทำอะไรของนายน่ะปล่อยฉันนะ!!” เธอพูดพลางดิ้นรนขัดขืน

                เธอนั่นแหละจะทำอะไร!?”

                ปล่อยฉัน   ฉันจะกลับไปช่วยน้องฉัน!!” เธอพยายามที่จะสะบัดเขาให้หลุดแต่ก็ไม่เป็นผล

                เวอร์จิลทำอะไรซักอย่างสิ ฉันจะรับมือกับหมาบ้านี่ไม่ไหวแล้วนะ!” ดันเต้พูดพร้อมหันไปขอความช่วยเหลือจากเวอร์จิล 

                โอ๊ย!” ดันเต้ร้องขึ้นหลังจากโดนเพิลกัดที่แขนเข้าอย่างแรง

                นายว่าใครเป็นหมาบ้ายะ!!”

                นี่แหละหมาบ้าของแท้  แล้วฉันจะติดเชื้อบ้ามั้ยเนี่ยว่าจบเขาอุ้มเธอและหันไปเร่งเวอร์จิลเฟียร์ยังคงยืนประจันหน้ากับอาร์คแฮม  ตอนนี้เมฆดำแผ่ปกคลุมอย่างบ้าคลั่ง มันรวมตัวเหนือหอคอยเหมือนกับกำลังรอรับคำสั่ง

                คุณเวอร์จิล!! รีบไปพาเฟียร์ออกมาเร็วก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไปเพิลบอกอย่างใจร้อนในขณะที่ยังโดนดันเต้อุ้มอยู่

                เฟียร์เตรียมยกมือขึ้นเป็นสัญญาณของการเริ่มต้นที่จะนำไปสู่ความว่างเปล่า

                มันจบแล้วอาร์คแฮมเธอบอกสั้นๆและเริ่มสั่งการ  แต่ทันใดนั้นก็มีมือหนึ่งคว้าเอวเธอไว้

เวอร์จิลอุ้มเธอและวิ่งหนีออกมาอย่างรวดเร็ว

                โดด!!” เวอร์จิลตะโกนบอกดันเต้ทันที

                ไม่น๊ะ!!!” เพิลร้องเสียงหลงอย่างตกใจกลัว

                คิดบ้างมั้ยว่าเราจะลงถึงพื้นโดยปลอดภัยน่ะพี่ชายดันเต้ตะโกนถามอย่างกวนๆ

                ไม่คิดเวอร์จิลตอบสั้นๆและได้ใจความ

                โร้กกกกกกกกกกก!!!” เพิลตะโกนออกมาอย่างสุดเสียง

                ฉับพลันแมวน้อยที่เฝ้าดูอยู่กลายร่างกลับสู่สภาพที่แท้จริง  ปีศาจแมวตัวเท่ารถยนตร์โผล่มารับพวกเขาไว้ได้ทัน

                ไอ้นี่สะดวกดีแฮะดันเต้พูดกลั้วหัวเราะ  ส่วนเพิลตอนนี้นั่งช็อคอยู่ในอ้อมอกของดันเต้

เวอร์จิลและเฟียร์ต่างไม่พูดอะไรกัน

 

                หลังจากผ่านเหตุการณ์ที่น่าหวาดเสียวโร้กก็พาทุกคนกลับมาที่ร้านของดันเต้อย่างปลอดภัย 

                เดี๋ยวฉันขอตัวไปหาอะไรให้โร้กกินก่อนนะเพิลทำลายความเงียบออกมาเป็นคนแรกและเดินเข้าร้านไปโดยที่โร้กซึ่งตอนนี้ได้กลายเป็นเพียงแค่แมวธรรมดาเดินตามเข้าไป

                ฉันเองก็ไปหาอะไรยัดใส่ท้องมั่งดีกว่าดันเต้ตัดบทอย่างรำคาญและหันไปหาเวอร์จิลกับเฟียร์

พวกนายจะอยู่ที่นี่ไปก่อนก็ได้พูดเสร็จเขาเดินหันหลังกลับเข้าไปในร้านทันที

                ความเงียบเข้าครอบงำอีกครั้ง  เวอร์จิลและเฟียร์ยืนนิ่งไม่ขยับไปไหน  เฟียร์ยังคงไม่มองหน้าเวอร์จิลเหมือนกับเธอกำลังรอให้เขาไปจากตรงนี้  แต่แล้วเมื่อไม่เห็นว่าเขาจะไปซะทีเธอจึงเป็นฝ่ายพูดขึ้น

                ขอโทษ...” คำกล่าวอย่างแผ่วเบาที่เรียกนัยน์ตาสีฟ้าของเขาให้หันมาจ้องมอง

                คุณ...จะฆ่าฉันรึเปล่า..” เธอถามพลางจ้องมองเขาด้วยแววตาที่แฝงความเศร้าไว้ลึกๆ  เวอร์จิลไม่ตอบอะไรและหันหลังจะเดินเข้าไปในร้านพอดีกับที่เฟียร์พูดขึ้น

                ชีวิตฉันเป็นของคุณ...ถ้าคุณบอกให้ฉันตาย....ฉันก็จะตายคำกล่าวของเธอที่ทำให้เขาหันมามองอีกครั้งพร้อมกับพูดทิ้งท้ายไว้

                ถ้าคิดอย่างนั้นมันก็ขึ้นอยู่กับฉันเขาบอกอย่างเรียบๆเหมือนกับเป็นการเลี่ยงคำตอบและเดินเข้าร้านไป  เฟียร์ในตอนนี้ได้แต่ยืนจ้องมองหอคอยที่สูงตระหง่านเบื้องหน้าด้วยสายตาที่อ้างว้างและปวดร้าวผสมปนเปกันไป  ถ้าทำได้เธอไม่อยากจะเกิดมาเป็นแบบนี้  ไม่อยากข้องเกี่ยวกับใคร...เพราะเธอคือคำสาป...คำสาปที่จะลบทุกอย่างให้สูญสิ้น...แม้สิ่งนั้น...อาจจะเป็นสิ่งสำคัญสำหรับเธอ

 

                ภายในร้านขณะที่เพิลกำลังให้อาหารโร้กอยู่นั้นพอดีกับที่ดันเต้เดินเข้ามา

                หิวแล้ว  มีอะไรให้กินบ้าง?” ดันเต้ถามขึ้น

                ไม่มีเธอตอบสั้นๆ

                แล้วข้าวเย็นล่ะ--วันนี้มีแขกที่ไม่ได้อยากจะเชิญถึง2คนดันเต้พูดพลางสังเกตพฤติกรรมของเพิลที่ดูจะพูดน้อยกว่าทุกวัน

                จะไปซื้อให้เธอตอบกลับเรียบๆและเตรียมที่จะลุกออกไป

                โอเค...เดี๋ยวฉันไปเป็นเพื่อน

                ไม่เป็นไร--ไปคนเดียวได้

                ดันเต้มีท่าทางไม่สบอารมณ์กับท่าทางของเพิลเพราะเธอไม่แม้แต่จะชายตามามองเขาเลยในระหว่างที่พูดกัน

                เป็นบ้าอะไรของเธอ?ดันเต้ถามอย่างมีโมโหและยืนขวางประตูไว้

                ไม่ได้เป็นไรเธอบอกและไม่ยอมเงยหน้ามองเขา  ทำให้ดันเต้ต้องจับหน้าเธอเงยขึ้น

                เวลาพูดน่ะหัดมองหน้าคนอื่นบ้างดันเต้พูดด้วยน้ำเสียงที่พยายามให้เป็นปกติที่สุด  ตกลงเธอเป็นอะไรกันแน่? ทำไมต้องหลบหน้าฉัน? ปกติเธอพูดมากกว่านี้นี่นา?”

                เพิลปัดมือของดันเต้ออกและกลับมาจ้องมองเขาเหมือนเดิม

                นายไม่รู้สึกอะไรบ้างเลยเหรอ?” เพิลถามขึ้น

                ฉันเคยบอกแล้วไงว่าราบเรียบแบบเธอน่ะเห็นแล้วไม่เกิดอารมณ์

                มันไม่ใช่เรื่องนั้นซะหน่อยพูดจบเธอสวนหมัดใส่แต่เขารับไว้ได้

                ท่าทีของนายน่ะมันน่าโมโหชะมัดยาด!--ทำไมนายถึงทำตัวเป็นปกติอยู่ได้  ทั้งที่นายเองก็รู้แล้วว่าฉันน่ะ  ฉันน่ะเป็น…”

                “Death Bloodน่ะเหรอ?”

                ถ้าอย่างนั้นทำไมถึงทำตัวปกติอยู่ได้  นายบ้าไปแล้วเหรอ!?”

                ตอนแรกก็ตกใจอยู่  แต่Death Bloodที่บ้าๆบอๆแบบนี้  ฉันไม่จำเป็นต้องสนใจหรอก

                ไม่สนน่ะเหรอ?  ทั้งที่ฉันเปรียบเสมือนศัตรูของนายนะ?”

                เธอเนี่ยนะศัตรูเขาบอกพลางกวาดสายตามองเพิลตั้งแต่หัวจรดเท้า

                สายตาอย่างนั้นหมายความว่าไงยะ?

                ดันเต้ยื่นมือมาตบหน้าเธอเบาๆและพูดขึ้น

                อย่างนี้ค่อยสมกับเป็นเธอหน่อย

                อย่ามาเล่นบทผู้ใหญ่ปลอบเด็กนะเฟ้ย!” ว่าจบบรรดาสรรพเพเหระที่อยู่ในครัวถูกปาใส่ดันเต้ราวกับมีแม่เหล็กดึงดูด  ดันเต้วิ่งหลบมาที่ห้องรับแขกโดยมีเพิลไล่ตามมาติดๆ

                แน่จริงอย่าหลบซิเพิลตะโกนบอกและต้องหยุดชะงักกับภาพตรงหน้า  เมื่อเวอร์จิลที่กำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่หันมาถลึงตามองใส่พวกเธอ

                ว่าที่พี่สะใภ้ฉันไปไหนหล่ะ?ดันเต้พูดอย่างกวนๆ ทันใดนั้นเศษไม้จากเฟอร์นิเจอร์เมื่อคราวที่เขาสู้กับพวกHellถูกขว้างใส่หัวเขาโดยเพิล

                ทำบ้าอะไรของเธอฟะ?”

                ฉันต่างหากที่ต้องถามว่านายพูดบ้าอะไร?”

                เงียบกันซะทีได้มั้ย?” เวอร์จิลพูดตัดบท ถ้าเป็นยัยนั่น...ยืนอยู่ข้างนอก

                ว่าจบพอดีกับที่เฟียร์เปิดประตูร้านเข้ามา  เธอดูจะประหลาดใจเล็กน้อยกับสภาพภายในร้านที่เหมือนผ่านยุคสงครามมา

                แน่ใจนะ...ว่าคนอยู่เธอบอกพลางกวาดสายตามองรอบๆ

                เธอมาพอดี  ว่างรึเปล่าไปซื้อของมาทำอาหารเย็นกับฉันหน่อยดันเต้รีบพูดขึ้นมาทันทีเมื่อเฟียร์พูดถึงสภาพภายในร้าน

                นี่นาย!!” เพิลพูดพร้อมกับชี้หน้าเขาแต่สายไปเสียแล้วเมื่อเขาเดินไปที่เฟียร์

                ไปก่อนนะจ๊ะ  ฝากทางนี้ด้วยหล่ะเขาบอกและผายมือไปรอบห้องแล้วรีบลากเฟียร์ออกไปทันที

                หนอยแน่ะ ทิ้งกันได้นะว่าแล้วเหลือบสายตาไปมองคนที่นั่งอ่านหนังสืออยู่อย่างหวาดๆ  และรีบชักสายตากลับทันที

ดันเต้...ถ้านายกลับมานะ..น่าดูเธอเค้นเสียงพูดอย่างหัวเสียและเริ่มลงมือจัดการกับขยะกองโตภายในร้าน

 

 

 

 

 

 

            

                                                                                                              By : Minoru and Michiyo

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

79 ความคิดเห็น