Devil May Cry 1 : The Legend Of Sons Sparda

ตอนที่ 6 : Mission 6 - Before Long AGo

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 836
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    3 พ.ย. 49

Mission  6

- Before long AGo!! -

 

          เย็นนี้จะกินอะไรกันดีดันเต้ถามขณะที่กำลังเดินอยู่

                อะไรก็ได้เธอตอบสั้นๆ

                ว้า....แล้วจะรู้มั้ยเนี่ย

                อะไรที่คนเค้ากินกันฉันกินหมดแหละ

                ทั้งสองคนเดินคุยกันสบายอารมณ์ทั้งที่มือของทั้งคู่ตอนนี้กำลังกราดปืนใส่บรรดาHellที่เข้าโจมตีโดยที่พวกเขาไม่ได้หันไปมองแม้แต่น้อยเรียกความสนใจของบรรดาผู้คนในเมือง 

                รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นดารา มีแต่คนมองและติดสอยห้อยตามดันเต้พูดกวนๆและหัวเราะออกมา

                ถ้าเป็นคนน่ะนะเฟียร์บอกเรียบๆ

                ท่าทางเราจะเข้ากันได้ดีนะ  พี่สะใภ้

                เปรี้ยง!!

                พูดจบกระสุนนัดหนึ่งเฉียวปลายจมูกดันเต้อย่างรวดเร็ว เขาผละออกมาจากเฟียร์ทันที

                ยังไม่ทันจะเป็นครอบครัวเดียวกันก็ต้อนรับซะเต็มรักแล้วเหรอ?” ดันเต้ว่าพร้อมกับทำท่าโมโหอย่างหน้าตาย

                แล้วนายหล่ะ...จะมาเป็นพี่เขยฉันเมื่อไหร่คำกล่าวของเฟียร์ที่เล่นเอาดันเต้เกือบหน้าคะมำ

                เธอจะบ้าเหรอ! ใครจะไปสนใจยัยไม้กระดานเดินได้กันเล่า!” ดันเต้ตะโกนอย่างฉุนๆ  เขาหันปืนไปทางเฟียร์ซึ่งเธอเองก็ทำแบบนั้นกับเขาเช่นกัน

                “Combat Open”

เฟียร์และดันเต้เริ่มสาดกระสุนใส่กันอย่างไม่ยั้งทั้งที่ทั้งคู่ไม่ได้ขยับไปไหนเลย

 

รีบกันหน่อย เดี๋ยวยัยนั่นจะกลายร่างซะก่อนเฟียร์บอกหลังจากสาดกระสุนกันจนเป็นที่พอใจแล้วพร้อมเก็บปืนลงซองภาพที่ปรากฏเบื้องหลังคนทั้งคู่คือเหล่าHellที่ราบเป็นหน้ากลองด้วยฝีมือของพวกเขา

ถ้าเรา2คนมาจับคู่กันท่าจะรุ่งแฮะดันเต้พูดอย่างขำๆกับผลงานที่พวกเขาช่วยกันละเลง

ราบน่ะสิไม่ว่า...แต่ก็ไม่เลวนะเธอยังคงบอกด้วยสีหน้าเรียบเฉยเช่นเคย

แต่ถ้าเราไม่รีบกลับไปหล่ะก็ได้รุ่งจริงๆแน่  รุ่งริ่งน่ะ

จากนั้นทั้งคู่เร่งฝีเท้าเพื่อที่จะไปทำภารกิจของพวกเขาให้เสร็จ  โดยที่ยังคงมีสายตาของบรรดาผู้คนในเมืองจับจ้องอยู่

 

กลับมาแล้วดันเต้บอกขณะที่เปิดประตูเข้ามาไม้กวาดด้ามหนึ่งพุ่งใส่เขาทันที

ยินดีต้อนรับกลับนะยะเพิลบอกด้วยสีหน้าแสยะยิ้ม

ของที่สั่งได้แล้วนะเฟียร์บอกพลางยื่นถุงกับข้าวให้เพิล และเดินไปนั่งลงที่มุมหนึ่งของห้องส่วนดันเต้เดินกลับไปนั่งที่โต๊ะทำงานของเขา

งั้นฉันขอเวลาไปเตรียมข้าวเย็นก่อนนะเพิลบอกและเดินกลับเข้าครัวไป

 

เป็นเวลาเกือบ 10 นาทีที่ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบทั้ง 3 คนไม่มีใครพูดอะไรออกมาจนกระทั่ง

เฟียร์อยู่ๆดันเต้ก็เรียกชื่อเธอขึ้นมา ทำให้เวอร์จิลเหลือบไปมองเขาเล็กน้อย

คำตอบของคำขอเมื่อกี้หล่ะคำพูดแฝงความนัยน์ที่เรียกสายตาของเพิลและเวอร์จิลได้ชะงัดนักส่วนเฟียร์มองเขาอย่างงงๆและเหมือนกับนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้จึงตอบกลับไป

น่าสนดี โอเคก็ได้เฟียร์ตอบเรียบๆ

อีตาบ้าดันเต้!! บอกไว้ก่อนนะว่าอย่ามาทำทะลึ่งกับน้องสาวฉันเพิลตะโกนบอกพร้อมด้วยปังตอเหินหาวที่เฉียดหัวเขาไปอย่างรวดเร็ว

มาแล้ว  พลังติดน้องดันเต้บ่นพลางลูบหัวตัวเองเบาๆ

 

หลังจากนั้นการร่วมวงรับประทานอาหารที่แสนจะวุ่นวายก็เริ่มขึ้น ดันเต้และเพิลทะเลาะกันทุกๆ 10 วินาที  เฟียร์และเวอร์จิลต่างนั่งเงียบไม่พูดอะไรกันจนเมื่อทานอาหารเสร็จ  ทั้ง 4 คนมานั่งรวมกันที่ห้องโถง

เฟียร์..เธอรับปากเรื่องอะไรกับอีตาบ้านั่นงั้นเหรอเพิลถามขึ้นอย่างกังวลทำให้อีตาบ้าที่เธอพูดถึงหันมามองและแทรกขึ้น

สัญญาระหว่างคนที่จะมาเป็นครอบครัวเดียวกัน พอดีฉันถูกใจเฟียร์น่ะว่าถึงตรงนี้เพิลมีท่าทางไม่พอใจอย่างมากและเตรียมที่จะหาอะไรก็ได้ที่ใกล้มือที่สุดโยนใส่เขา

สามีภรรยาทะเลาะกันเฟียร์บ่นพึมพำเบาๆแต่ให้ทั้งคู่ได้ยิน        

ใครจะไปสนใจอีตานี่/ยัยนี่กันล่ะ/ฟะเพิลและดันเต้ตะโกนออกมาพร้อมกันและหันไปเขม่นกันเอง

ตกลงจะเล่าให้ฟังได้รึเปล่า เรื่องของพวกเธอเวอร์จิลตัดบทอย่างรำคาญและหันไปมองเฟียร์ที่หลบสายตาเขา

เพิลเองก็หันไปมองเฟียร์เพื่อดูว่าเธอจะพูดอะไรออกมารึเปล่า แต่เมื่อไม่มีทีท่าว่าเธอจะบอกอะไรเพิลจึงต้องเป็นฝ่ายเปิดบทสนทนา       

จะเริ่มจากตรงไหนก่อนดีหล่ะเพิลโพล่งขึ้นมาอย่างหวาดๆพร้อมเหลือบสายตาไปมองเวอร์จิลที่ตอนนี้หันไปจ้องเธอเช่นกัน

ฉันเองก็ไม่ค่อยรู้อะไรหรอกนะ เพราะว่าฉันเพิ่งเข้าไปอยู่ได้3ปีก่อนจะเกิดเหตุการณ์ในวันนั้นขึ้นน้ำเสียงเธอดูจะประหม่ากับการสนทนาในครั้งนี้

แต่ถ้าเป็นเฟียร์หล่ะก็...เธออยู่ที่นั่นมาก่อนฉันอีกเธอบุ้ยใบไปทางเฟียร์ที่ส่งสายตาปรามไปให้เธอ

เธออยู่มาตั้งแต่เมื่อไหร่?” ดันเต้ถามอย่างอยากรู้ตอนนี้สายตาทุกคู่จับจ้องมาที่เธออย่างรอคำตอบ  เธอจึงถอนใจออกมาเบาๆและพูดขึ้น

จำความได้ฉันก็อยู่ที่นั่นแล้ว...พูดง่ายๆก็คือตั้งแต่เป็นเด็กทารกว่าถึงตรงนี้เธอมีสีหน้าเศร้าลงไปอย่างเห็นได้ชัด  เพิลจึงอธิบายแทน

สถานสงเคราะห์พิเศษที่รวบรวมเอาเด็กที่เกิดมาพร้อมกับคำสาปที่เรียกว่าDeath Blood ที่นี่เลี้ยงดูเด็กเหล่านี้ด้วยการปลูกฝังว่าจะต้องกำจัดปีศาจให้หมดสิ้นที่ฉันรู้ก็มีแค่นี้ว่าจบดันเต้หันไปเพิลปลงเล็กน้อยเพราะสิ่งที่เธอเล่าเขาก็พอจะรู้มาบ้าง

“3ปีได้แค่นี้เหรอ? ช่างเป็นข้อมูลที่ไร้ประโยชน์สิ้นดีเขาส่ายหน้าอย่างเซ็งๆ

คนที่เพิ่งอยู่ได้3ปีจะเอาอะไรกันหนา!” เพิลตะคอกเขาอย่างหงุดหงิด

                มันก็น่าจะมีข้อมูลอื่นอีกบ้าง อย่างเช่นเรื่องของพวกเธอ

                ความเงียบเข้าครอบงำ เฟียร์และเพิลต่างไม่พูดอะไร

                ว่ายังไงหล่ะ?” ดันเต้ยังคงถามต่อไปอย่างไม่ลดละ เพิลที่ตั้งท่าเตรียมสวนถูกมือของเฟียร์ห้ามไว้และเธอก็เริ่มเล่าออกมา

              “Death Bloodถูกสร้างโดยเหล่านักเวทย์ในสมัยก่อน จากความกลัวต่ออันตรายของมนุษย์  พวกเรามีชีวิตอยู่เพื่อทำลายล้างปีศาจถ้าไม่ฆ่าก็ถูกฆ่าเพราะพวกเรามีพลังที่ทำลายล้างพวกมันได้  พูดถึงตรงนี้ เฟียร์นิ่งเงียบทันที

                แล้วInfinity Bloodหล่ะเป็นยังไง?” เวอร์จิลเป็นฝ่ายถามออกมา เพิลกำลังจะตอบแต่ถูกเฟียร์หยุดไว้อีกครั้ง

                “Infinity Blood คือคำสาปแห่งฝันร้ายที่ถูกสาปมากที่สุด มันมีพลังในการลบทุกอย่างทิ้งและถูกกล่าวขานว่าสามารถโค่นล้มราชาปีศาจได้และInfinity Bloodจะมีแค่คนเดียวแต่เพราะคำสาปรุนแรงเกินไปทำให้ภาชนะที่รองรับมันนั้นควบคุมพลังไม่ค่อยได้และมีร่างกายที่ไม่แข็งแรงพอ หากฝืนใช้พลังมากเกินไปจนไม่สามารถควบคุมได้อาจเกิดอันตรายต่อสิ่งรอบตัว

                สิ่งรอบตัว?...ไม่ได้เกิดอันตรายต่อผู้ใช้เหรอ?” ดันเต้ถามอย่างงงๆ

                ไม่--เพราะว่ามันจะลบทุกสิ่งที่อยู่รอบๆตัวทั้งคนและสิ่งของเฟียร์ตอบด้วยสีหน้าเรียบเฉยเหมือนเป็นเรื่องปกติธรรมดา  

                น่าสนุกดีแฮะคำกล่าวของดันเต้ที่เพิลมีท่าทางสยองเมื่อนึกถึงเรื่องนั้น

และทำไมเธอถึงรู้ละเอียดนักล่ะ

                ฟังเค้ามาอีกทีแต่ถ้าเป็นเพิลล่ะก็...เธอเป็นคนที่รู้ดีที่สุดการบ่ายเบี่ยงที่ทำให้เพิลสะดุ้งเฮือกและหนืดคออย่างบอกไม่ถูก

                เอ่อ..ก็ตามนั้นแหละนะ...เพราะว่าแม่ฉันที่ตายไปแล้วเป็นInfinity Blood” เพิลบอกอย่างเศร้าๆ

                มีวิธีแก้คำสาปมั้ย?” เวอร์จิลถามขึ้น

                ต้องบูชายัญปีศาจ1,000ตัวในคืนพระจันทร์เต็มดวงถึงจะแก้คำสาปของDeath Bloodได้เพิลเป็นฝ่ายบอก

                แล้วInfinity Bloodหล่ะเวอร์จิลยังคงถามต่อไป  คราวนี้เฟียร์เป็นฝ่ายตอบเขาเอง

                มี2วิธี วิธีแรกคือการโค่นล้มราชาปีศาจ...”พูดถึงตรงนี้นัยน์ตาของเธอแฝงไว้ด้วยความเศร้าลึกๆ  และก็พูดต่อไป

                วิธีที่2 เป็นผลลัพธ์ของวิธีแรกคือ...ความตาย

อีกครั้งที่ทั่วทั้งห้องมีแต่ความเงียบ เวอร์จิลปิดหนังสือในมือลงและลุกขึ้นยืน

ง่วงแล้วเขาบอกสั้นๆเตรียมที่จะเดินไปที่บันไดพอดีกับที่ดันเต้เรียกเขาไว้

เฮ้พี่ชาย--ห้องน่ะมีแค่2นะห้องหนึ่งของฉัน อีกห้องเป็นของยัยเพิลตี้

ฉันนอนห้องนายคำบอกของเวอร์จิลที่ดันเต้มีท่าทางสยอง 

                อย่าล้อเล่นน่ะ--ใครมันจะไปนอนกับนายฟะ ถ้าเป็นอย่างนั้นฉันสู้ไปนอนกับยัยเพิลตี้ดีกว่า

                นายจะบ้าเหรอ! ฉันเป็นผู้หญิงนะยะเพิลตัดบทขึ้นทันที

                เหมือนจะไม่ใช่...ฉันไม่เกิดอารมณ์กับเด็กยังไม่โตอย่างเธอหรอกว่าพลางดันเต้จ้องเธอด้วยสีหน้ากวนประสาท

                ฉันนอนข้างล่างเฟียร์โพล่งขึ้นมาและเดินไปที่โซฟาตัวใหญ่สุด      

                ได้ไงเธอเป็นผู้หญิงนะเพราะฉะนั้น...ยัยเพิลเธอมานอนแทนซิดันเต้หันไปบอกเพิล

                แล้วฉันไม่ใช่ผู้หญิงหรือไงยะเธอพูดอย่างฉุนๆ

                เกือบๆว่าจะใช่

                เวอร์จิลเดินตรงไปที่บันไดและก้าวขึ้นแต่แล้วเขาก็ต้องหยุดลงกับคำกล่าวต่อมาของดันเต้

                โอเค--เวอร์จิลนอนห้องฉัน เพิลนอนห้องเดิม ส่วนฉัน...จะนอนข้างล่างกับเฟียร์การตัดสินใจที่เพิลไม่พอใจอย่างรุนแรงจนเกือบที่จะหาของที่ใกล้มือที่สุดปาใส่เขา

                พอได้แล้ว...เอาตามที่ดันเต้ว่า...โซฟาตัวใหญ่เป็นของฉันส่วนตัวเล็กอีก2ตัวเป็นของนายเธอหันไปบอกกับดันเต้และนอนลงทันที เพิลได้แต่ยืนนิ่งเฉยเพราะว่าเฟียร์ได้ตัดสินใจไปแล้ว  ส่วนเวอร์จิลเดินต่อไปอย่างไม่หันมาอีกเลย

                แต่ว่าเฟียร์...” เพิลพยายามที่จะค้านแต่ถูกเฟียร์ตัดบท

                ฉันง่วงแล้วเฟียร์พูดด้วยน้ำเสียงที่บ่งบอกได้ว่าเริ่มจะหงุดหงิดเล็กน้อย

                จากประสบการณ์ที่ผ่านมาของเพิลมันบอกว่า ใครก็ตามที่ไปกวนเวลานอนของเธอคนๆนั้นๆอาจจะได้หลับไปตลอดกาล

                งั้นราตรีสวัสดิ์เพิลเดินขึ้นตรงไปบนห้องทันที

                ฉันเองก็เข้านอนบ้างจะดีกว่าว่าพลางยกโซฟาทั้ง2ตัวมาต่อกันใกล้ๆกับเฟียร์แล้วนอนลงหันหน้าไปหาเธอ

                ฉันนึกว่าเธอจะขึ้นไปนอนกับพี่ชายฉันซะอีกคำยั่วที่ส่งให้ทำให้เด็กสาวรู้สึกขุ่นเคืองจึงยันโซฟาของเขาตัวหนึ่งอย่างแรงจนมันเลื่อนไปติดกับแพง ดันเต้จึงตกจากโซฟาทันที

                ฉันไม่ชอบถูกกวนตอนนอน

                เหมือนเธอกำลังหลบหน้าหมอนั่นนะ เขินรึไงเขายังคงหยอดคำยั่วต่อไป ทำให้เฟียร์ลุกขึ้นตรงไปที่เขาที่นั่งอยู่กับพื้นทันที

                ฉันจะนอนเธอบอกและหันหลังจะก้าวกลับไปก็พอดีกับที่ดันเต้ส่งลูกยั่วสุดท้ายมา       

                รุนแรงจริงแฮะพี่สะใภ้เรา

                คำบอกที่เรียกอารมณ์คนฟังได้ชะงัดนัก เฟียร์หันไปหาดันเต้และทิ้งตัวลงอัดใส่เขาอย่างแรงและแล้ว...การตะลุมบอนอย่างๆย่อยก็เริ่มขึ้นเป็นเวลาเกือบ20นาที โดยที่เวอร์จิลและเพิลเองต่างไม่ได้ยินอะไร 

                บ้าระห่ำจริงๆดันเต้พูดขณะที่แผ่อยู่บนพื้น หน้าของเขาตอนนี้มีรอยฟกช้ำและปากแตก  ที่ตัวมีรอยขีดข่วนและรอยแดงเป็นหย่อมๆ

                ก็พอกันนั่นแหละเฟียร์พูดพลางหอบออกมาเธอเองก็มีรอยแดงจางๆที่แก้มและมีรอยแดงๆเป็นรูปนิ้วที่มือ 

ทั้ง2คนนอนหันหัวชนกันที่พื้น  และดันเต้โยนเสื้อคลุมของเขาให้เธอ

อะไรของนายเฟียร์ถามพลางชูเสื้อขึ้น

ผ้าห่มไงเขาตอบ

เสื้อเหม็นสาบนี่น่ะเหรอ?”

ฮะ..ฮะ..ขนาดน้ำหอมกลิ่นใหม่นะนั่น  ยัยเพิลยังบอกว่าชอบเลยดันเต้พูดปนขำๆ

นายเจอกับพี่ฉันเมื่อไหร่?” เฟียร์ถามอย่างอยากรู้

ประมาณ1เดือนก่อนแล้วเธอเจอกับหมอนั่นเมื่อไหร่?” เขาย้อนถาม

ประมาณ2สัปดาห์ก่อนเธอบอกและพยายามเอาเสื้อมาห่ม

 นาย...คิดยังไงกับพี่สาวฉัน

คำถามที่ทำเอาคนฟังเกือบจะสำลักน้ำลาย จนต้องลุกขึ้นมานั่งจ้องคนพูดด้วยสายตาที่อยากจะถามว่าเอาสมองส่วนไหนคิด

แล้วเธอกับพี่ชายฉันล่ะ

นั่นสินะ...อาจจะแค่ของชำรุดที่เก็บตกคำตอบที่คลุมเครือเรียกสายตางุนงงของเขา

แต่มันก็น่าแปลกนะ ที่คนอย่างเวอร์จิลให้ใครมาอยู่เคียงข้างแถมยังเป็นเด็กผู้หญิงอีก

อาจจะแค่ฆ่าเวลาคำกล่าวที่แฝงความเจ็บปวดลึกๆ แต่คนข้างๆนั้นสัมผัสได้ถึงความเศร้านั้น

เธอชอบพี่ชายฉันเหรอ?” ดันเต้ถามขึ้น

และแล้วกำปั้นลูกใหม่ก็ถูกส่งมาที่ท้องของเขาอย่างแรงทำให้เขานั่งตัวงอกุมท้องอย่างเจ็บปวด

อีกแล้วเหรอ บ้าชิบ!!” เขากัดฟันกรอดอย่างโมโหแต่เฟียร์กลับทำหน้าสะใจ

คราวต่อไปจะไม่ใช่แค่ที่ท้องเธอบอกและล้มตัวลงนอนทันที

ไม่ต่อรอบ2เหรอเขาท้าเธอและเตรียมที่จะสวนกลับ

ง่วงแล้วเธอตอบสั้นๆและหลับตาลงทันที

พูดความจริงนิดหน่อยก็ใส่ใหญ่เลยนะ ท่าทางเวอร์จิลคงจะเจอศึกหนักซะแล้วดันเต้ตั้งการ์ดขึ้นมาเพราะคิดว่าเขาคงจะเจออีกระลอกแต่ว่าเขาก็คิดผิดเมื่อเฟียร์หลับไปเรียบร้อยแล้ว

เป็นผู้หญิงที่เข้าในยากชะมัดเขาเองก็ทิ้งตัวลงนอนเช่นกัน

 ราตรีสวัสดิ์

 



                                                                                                    By : Minoru and Michiyo 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

79 ความคิดเห็น