เมฆาสะท้านฟ้า

ตอนที่ 129 : ตอนที่128:การออกเดินทางครั้งไหม่

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6091
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 434 ครั้ง
    9 ต.ค. 61


หลังการประกาศของทางพระราชวังเรื่องรางวัลนำจับคนที่เหลือของตระกูลสุ่ยเพียงครึ่งชั่วยาม   เวลานี้ตามท้องถนนได้เต็มไปด้วยเหล่าลูกศิษย์จากตระกูลต่างๆเดินสวนกันไปมา  บางตระกูลถึงกับส่งศิษย์หลักให้ออกไปยังเมืองที่อยู่ใกล้ที่สุดเพื่อสืบหาร่องรอยของเหล่าคนตระกูลสุ่ยที่หนีรอดไปได้   ทำให้เวลานี้แต่ละหัวเมืองต่างก็เต้มไปด้วยเหล่าศิษย์ของ5สำนักและ4ตระกูลเดินอยู่ทุกที่

 

หลังจากที่เสี่ยวหมิงรู้สึกตัวจากการนอนหลับมาทั้งคืนแล้ว  เสี่ยวหมิงจึงรีบจัดการธุระส่วนตัวแล้วรีบไปยังห้องประชุมที่ชั้น5เพื่อบอกกล่าวเรื่องราวที่มารดาอยากรู้ หลังจากที่วานนี้เขาขอตัวกลับมาพักผ่อนที่ห้องก่อน

 

“ว่าไงลูกชายตัวดี  วันนี้มีอะไรจะเล่าให้แม่ฟังบ้างไหม?”เสี่ยวมินกล่าวหลังจากที่มองเห็นบุตรชายเดินเข้ามา

 

เสี่ยวหมิงที่ได้ยินดังนั้นจึงรีบเดินเข้าไปนั่งที่เก้าอี้ด้านข้างของมารดา พร้อมกับกล่าวว่า

 

“วันนี้ลูกจะบอกกล่าวเรื่องราวทุกอย่างที่ท่านแม่อยากฟังเลยขอรับ”เสี่ยวหมิงกล่าวพร้อมกับยิ้มจนเห็นฟัน

 

“ดีมาก ถ้าเช่นนั้นลูกก็จงเล่าออกมาตอนนี้เลยว่าใครเป็นผู้สอนลูกปรับแต่งเม็ดยา และลูกเอาเวลาไหนไปฝึกฝนจนสามารถทำได้สำเร็จ?

 

เสี่ยวหมิงจึงเริ่มเล่าตั้งแต่ที่กลุ่มของเขาเดินทางไปยังเมืองต้าชิง และไปพบเจอกับเรื่องราวต่างๆมากมาย   แต่เมื่อเสี่ยวหมิงเล่าไปถึงตอนที่เขาเข้าไปยังถ้ำโบราณแล้ว แล้วถูกคนของ3ตระกูลดักรอที่ปากถ้ำแล้ว เสี่ยวมินถึงกับปลดปล่อยจิตสังหารออกมาแล้วกล่าวว่า

 

“บังอาจ! กล้าดียังไงถึงได้คิดส่งคนมาดักรอสังหารลูกชายของข้าเยี่ยงนี้ เห็นทีตระกูลทั้ง3คงไม่อยากที่จะมีชีวิตอยู่แล้วกระมัง”

 

นางกล่าวออกมาอย่างเกรี้ยวกราดเพราะเรื่องนี้เสี่ยวหมิงไม่เคยเล่าให้นางฟังมาก่อนหลังจากที่เขากลับมาจากถ้ำโบราณแล้ว   เมื่อรู้ว่าทั้ง3ตระกูลของเมืองต้าหลางคิดสังหารลูกชายที่เปรียบเสมือนแก้วตาดวงใจของนางเข้า ด้วยความโกรธนางจึงเผลอตัวปลดปล่อยจิตสังหารออกมาในทันทีที่ได้ฟัง

 

“ท่านแม่โปรดใจเย็นๆก่อนขอรับ  พวกเรามีเรื่องสำคัญกว่านั้นรออยู่นะขอรับ ท่านแม่อย่าไปเสียเวลากับคนพวกนั้นเลย  มันจะทำให้พวกเราเสียเวลาไปโดยเปล่าประโยชน์นะขอรับท่านแม่”เสี่ยวหมิงกล่าวพร้อมกับกุมมือของมารดาเอาไว้

 

“เอาเถอะ  แม่จะปล่อยให้พวกมันมีลมหายใจต่อไปอีกหน่อยก็แล้วกัน  ขอเพียงแค่พวกมันไม่หาทางมาเล่นงานลูกอีกครั้ง  พวกมันก็ยังจะมีลมหายใจต่อไปได้อีก  แต่ถ้าหากว่ามันยังไม่ยอมรามือเรื่องนี้แล้วหล่ะก็ เห็นทีว่า ตระกูลของพวกมันทั้ง3คงจะต้องหายไปตลอดกาล”นางกล่าวพร้อมกับหยุดปลดปล่อยจิตสังหารในทันที  จากนั้นนางจึงได้เอ่ยถามบุตรชายว่า

 

“แล้วลูกมีแผนที่จะทำอ่ยางไรหลังจากที่พิธีหมั้นเสร็จสิ้นลงแล้ว?

 

เสี่ยวหมิงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งจากนั้นก็ได้ตอบกลับไปว่า

 

“ลูกคิดว่าจะอยู่เที่ยวที่เมืองนี้กับท่านแม่ก่อนสัก1สัปดาห์ หลังจากนั้นลูกถึงจะเดินทางไปยังเมืองเมฆา โดยลูกจะแวะเที่ยวตามเมืองต่างๆก่อนขอรับท่านแม่”

 

“ลูกต้องการอยู่เที่ยวกับแม่จริงๆอย่างนั้นหรือ? ไม่ใช่ว่าแกล้งบอกว่าอยากอยู่เที่ยวกับแม่  แต่ใจจริงแล้วนั้นต้องการเที่ยวเล่นในเมืองนี้กับว่าที่ภรรยาทั้งสองมากกว่าหรอกนะ”นางกล่าวพร้อมกับมองไปยังบุตรชายด้วยสายตาที่ไม่อยากจะเชื่อ

 

“ท่านแม่อย่าพูดล้อเล่นแบบนี้สิขอรับ ลูกอยากอยู่เที่ยวกับท่านแม่ก่อนจริงๆนะขอรับ”เสี่ยวหมิงกล่าวพร้อมกับทำหน้าตาจริงจัง 

 

“เอาเถอะๆ  แม่เชื่อแล้วว่าลูกชายของแม่อยากอยู่เที่ยวที่มืองนี้กับแม่จริงๆ   แต่แม่คงไม่มีเวลาอยู่เที่ยวเล่นกับลูกได้หรอก แม่มีเรื่องสำคัญที่จะต้องไปทำอยู่เหมือนกัน 

 

เอาเป็นว่าช่วงระหว่าง4-5วันหลังจากพิธีหมั้นเสร็จสิ้นลงแล้ว  ลูกก็อยู่เที่ยวกับพวกนางทั้งสองรอแม่ก่อน  หลังจากที่แม่กลับมาจากไปทำธุระสำคัญแล้วลูกถึงค่อยเดินเที่ยวที่เมืองนี้เป็นเพื่อนแม่ก็แล้วกัน”กล่าวจบนางเหลือบมองไปยังบุตรชายแล้วยิ้มออกมา มีหรือว่านางจะไม่รู้ว่าบุตรชายของนางนั้นต้องการอะไร

 

จากนั้นนางก็ได้เอ่ยถามถึงเรื่องอื่นๆที่นางอยากรู้จากบุตรชาย  จนเวลาล่วงเลยถึงยามเที่ยงเสี่ยวหมิงและมารดาจึงหยุดพูดคุยพร้อมกับที่พวกเขากินอาหารพร้อมกับทุกๆคน

 

และในระหว่างที่ทุกคนกำลังกินอาหารและดื่มสุรากันได้ไม่นาน   หน่วยข่าวที่1ก็ได้เดินเข้ามายังห้องประชุมแล้วกล่าวว่า

 

“เรียนนายน้อยขอรับ  ข้าน้อยหน่วยข่าวที่1มีข่าวจากสายของเรามารายงานขอรับ”เขากล่าวพร้อมกับโค้งคาราวะ

 

“เจ้าลองกล่าวมาดูซิว่ามันคือข่าวอะไร   ถึงได้ทำให้เจ้ารีบร้อนจนที่ไม่สามารถรอให้พวกเรากินอาหารเสร็จก่อนได้”เสี่ยวหมิงหยุดกินแล้วมองไปยังหน่วยข่าวที่1ด้วยความอยากรู้

 

“จากที่สายของเรารายงานมา   พบว่าเวลานี้ในเมืองเฉินหนานของทวีปวายุทมิฬได้มีการค้นพบหุบเหวที่ไร้ก้นบึ้งแห่งหนึ่ง ซึ่งบริเวณรอบๆต่างเต็มไปด้วยถ้ำมากมายซึ่งเวลานี้ได้มีผู้คนจากทั่วทั้ง5ทวีปเดินทางไปยังเมืองเฉินหนานเพื่อสำรวจแล้วขอรับ”

 

เสี่ยวหมิงถึงกับปรากฏสีหน้าที่ตื่นตะลึงขึ้นมาในทันที เมื่อได้ยินในสิ่งที่หน่วยข่าวที่1กล่าว  เพราะเขากำลังคิดไม่ตกอยู่ว่าจะไปสอบถามเรื่องเกี่ยวกับหุบเหวจากใครได้บ้าง    เมื่อได้ยินเช่นนี้แล้วเสี่ยวหมิงจึงไม่ต้องการที่จะรอเวลาอีก2วัน รอให้พิธีหมั้นแล้วเสร็จก่อนถึงค่อยไปตรวจสอบเรื่องนี้ดู ว่ามันมีส่วนเกี่ยวข้องกับแผนที่ ที่ฝังอยู่ในศีรษะของเขาหรือไม่

 

“ท่านแม่ขอรับ พิธีหมั้นสามารถเร่งรัดเวลาให้เร็วขึ้นไปเป็นวันพรุ่งนี้ได้หรือไม่ขอรับ?

 

“ทำไมลูกถึงได้รีบร้อนเยี่ยงนี้หล่ะ หรือว่าลูกมีอะไรเร่งด่วยที่ต้องไปทำอย่างนั้นรึ?”เสี่ยวมินเอ่ยถามพร้อมกับขมวดคิ้วด้วยความสงสัย

 

“ตอนนี้ลูกยังบอกอะไรท่านแม่มากไม่ได้ เพราะลูกยังไม่มั่นใจว่าข้อมูลที่ได้จากหน่วยข่าวที่1นั้นมันคลายความสงสัยของลูกได้หรือเปล่า มีแต่ต้องไปพิสูจน์ด้วยตัวเองเท่านั้น ลูกถึงจะมั่นใจได้  เอาเป็นว่าหลังจากที่ลูกเดินทางไปพิสูจน์ด้วยตนเองจนสามารถมั่นใจได้ว่า   ทุกอย่างมันเป็นไปตามสิ่งที่ลูกคิดแล้ว เมื่อนั้นลูกจะกลับมาพบกับท่านแม่เพื่อเล่าเรื่องนี้ให้ท่านแม่ฟังอีกครั้งก็แล้วกันขอรับ”เสี่ยวหมิงกล่าวแล้วมองไปยังมารดาด้วยแววตามุ่งมั่น

 

เมื่อมองเห็นสายตาที่มุ่งมั่นขอองบุตรชาย เสี่ยวมินจึงไม่อยากที่จะสอบถามอะไรต่อไปอีก เพราะนางเองก็มีเรื่องที่ปิดบังบุตรชายเอาไว้อยู่เช่นกัน และยังไม่ต้องการที่จะเล่าให้บุตรชายฟังก่อนที่จะถึงเวลา นางจึงเข้าในได้ว่า ถ้าหากเสี่ยวหมิงมั่นใจและอยากที่จะเล่าเรื่องนี้ให้นางฟัง  เสี่ยวหมิงคงจะเป็นฝ่ายพูดออกมาเองโดยที่นางไม่จำเป็นต้องเป็นฝ่ายเอ่ยถาม

 

“เรื่องได้หรือไม่ได้นั้นแม่คงยังบอกอะไรลูกไม่ได้ตอนนี้   เพราะแม่ต้องเข้าไปพูดคุยกับองค์ฮ่องเต้ที่พระราชวังก่อน ว่าเรื่องพิธีหมั้นสามารถเลื่อนเป็นวันพรุ่งนี้ได้หรือไม่  แต่แม่ก็จะพยายามช่วยลูกอย่างเต็มที่ก็แล้วกัน”

 

“ขอบคุณมากขอรับท่านแม่  ลูกรักท่านแม่ที่สุดเลย”เสี่ยวหมิงกล่าวพร้อมกับใช้ศีรษะไปคลอเคลียที่แขนของมารดาเหมือนกับตอนสมัยเด็กๆอีกครั้ง

 

ทำให้เสี่ยวมินที่มองเห็นการกระทำของบุตรชาย ต้องอดส่ายหน้าและยิ้มออกมาไม่ได้  พร้อมกับที่นางนึกไปถึงสมัยก่อนที่เสี่ยวหมิงอายุได้5ขวบแล้วอยากได้ของบางอย่าง  เสี่ยวหมิงจึงได้เอ่ยขอให้มารดาไปซื้อมาให้ และเมื่อนางรับปากว่าจะไปซื้อของที่เสี่ยวหมิงต้องการมาให้แล้ว เสี่ยวหมิงจึงได้บอกว่าขอบคุณและรักเสี่ยวมินมากพร้อมกับที่ใช้ศีรษะไปคลอเคลียที่แขนของนางเหมือนเช่นตอนนี้

 

หลังจากที่รับปากบุตรชายแล้ว  ในเวลาต่อมาเสี่ยวมินจึงเดินทางไปยังพระราชวังพร้อมกับไป๋เตียวและไป๋อู่  เพื่อพูดคุยถึงการเร่งพิธีหมั้นให้เร็วขึ้นเป็นวันพรุ่งนี้แทน   

 

ส่วนเสี่ยวหมิงก็ได้ปรึกษากับทางไป๋หยุนและไปชุนว่าหลังจากที่พิธีหมั้นจบลงแล้วพวกเขาจะเดินทางไปยังเมืองเฉินหนานของทวีปกันอย่างไร เพื่อให้ใช้เวลาในการเดินทางน้อยที่สุด  อีกทั้งก็ยังได้สั่งให้หน่วยข่าวที่1ไปหาข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องนี้มาให้ได้มากที่สุดเท่าที่ทำได้ เพื่อคิดวางแผนที่จะทำหลังจากที่เขาได้เดินทางไปถึงเมืองเฉินหนานแล้ว


ในระหว่างที่รอให้มารดากลับมาจากพระราชวัง  เสี่ยวหมิงก็ได้รับรู้ข่าวสารของชาวยุทธต่างๆที่ได้นำตัวของเหล่าศิษย์ตระกูลสุ่ยที่หลงเหลือไปมอบให้กับทางพระราชวังเป็นจำนวนมากกว่า40คน

 

ซึ่งถ้าหากมองดูตามรายชื่อที่เสี่ยวหมิงมีนั้น  เขาคิดว่าอีกไม่เกิน2-3วันเหล่าศิษย์ตระกูลสุ่ยที่หลงเหลืออีกปประมาณ140คน คงจะถูกนำตัวมามอบให้แก่ทางพระราชวังจนครบหมดทุกคนแน่  

 

และเมื่อนั้นตระกูลสุ่ยถึงจะถูกเรียกได้ว่า ถูกเสี่ยวหมิงถอนรากถอนโคนได้อย่างแท้จริง

 

จนเวลาล่วงเลยผ่านไปถึงช่วงหัวค่ำ เสี่ยวมินจึงกลับมาจากการพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องพิธีหมั้น แล้วเดินขึ้นไปยังชั้นที่5ซึ่งเป็นห้องประชุมในทันที

 

“เป็นยังไงบ้างขอรับท่านแม่  พิธีหมั้นสามารถเร่งรัดเวลาให้เร็วขึ้นได้หรือไม่ขอรับ?”เสี่ยวหมิงกล่าวพร้อมกับมองไปยังมารดาด้วยสายตาแห่งความหวัง

 

เมื่อเสี่ยวมินได้ยินบุตรชายกล่าวเช่นนั้นนางถึงกับมองเห็นภาพของสามีซ้อนทับร่างของบุตรชายตนเองอยู่  จากนั้นนางจึงได้เดินไปนั่งที่เก้าอี้ตรงกลางห้องแล้วกล่าวว่า

 

“พวกท่านดูสิ เจ้าลูกชายตัวดีไม่ได้เป็นห่วงข้าเลยว่าเหนื่อยไหมหลังจากที่กลับมาจากพระราชวังแล้ว   เหมือนกับนายของเจ้าสมัยก่อนไม่มีผิดเพี้ยนเลย”นางกล่าวพร้อมกับมองไปยังผู้ติดตามทั้งสองที่เดินตามหลังเข้ามา  จนทำให้ทั้งสองอดที่จะยิ้มออกมาไม่ได้

 

“แม่จัดการทุกอย่างได้สำเร็จตามที่ลูกต้องการแล้ว   แล้วลูกจะหาอะไรมาตอบแทนแม่สำหรับเรื่องนี้บ้างหล่ะ  เจ้าลูกชายตัวดี”

 

นางกล่าวพร้อมกับมองไปบุตรชายพลางแกล้งทำสีหน้าที่จริงจัง จนทำให้เสี่ยวหมิงต้องก้มหน้าลงด้วยความละอายใจหลังจากที่มองเห็นใบหน้าของมารดา

 

“เอ่อ….ขอเพียงท่านแม่กล่าวออกมาว่าต้องการอะไร ไม่ว่าจะขึ้นเขาลงห้วย หรือต่อให้ของสิ่งนั้นอยู่บนสรวงสวรรค์ ลูกก็จะนำมันมามอบให้กับท่านแม่ให้จงได้ขอรับ”เขากล่าวด้วยแววตาแห่งความมุ่งมั่น  ทำให้นางอดที่จะยิ้มออกมาอย่างผู้ชนะไม่ได้

 

“สิ่งที่แม่ต้องการจริงๆตอนนี้นั้น ลูกไม่จำเป็นที่จะต้องไปขึ้นเขาลงห้วย หรือไปเอามาจากสรวงสวรรค์อันใดเลย  แม่ขอเพียงแค่ลูกมีหลานให้แม่อุ้มเร็วๆก็เพียงพอแล้ว”นางกล่าวพร้อมกับยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ออกมา

 

เสี่ยวหมิงถึงกับหน้าแดงพร้อมกับก้มหน้าลงด้วยความเขินอายทำอะไรไม่ถูก เมื่อได้ยินในสิ่งที่มารดากล่าว   พร้อมกันนั้นเขาก็ได้ตอบกลับไปว่า

 

“ท่านแม่เลิกล้อลูกเล่นได้แล้วกระมังขอรับ  ดูสิลูกทำตัวไม่ถูกแล้วเห็นไหมขอรับท่านแม่”เขากล่าวโดยที่ยังก้มหน้าอยู่

 

“เอาเถอะๆ ลูกจะออกเดินทางเลยหลังจากที่พิธีหมั้นจบลงเลยหรือไม่ หรือตอนรุ่งเช้าของอีกวันลูกจึงจะออกเดินทาง?

 

นางเอ่ยถามบุตรชายถึงเรื่องนี้  หลังจากที่เห็นว่าขืนยังคงพูดถึงเรื่องก่อนหน้ากับบุตรชายต่อไป  บุตรชายจะต้องเขินอายอยู่แบบนั้นจนไม่ได้เอ่ยถามถึงแผนการที่จะทำหลังจากที่พิธีหมั้นเสร็จสิ้นลงต่อไปแน่

 

“ลูกคิดว่าจะออกเดินทางไปยังเมืองเฉินหนานหลังจากที่พิธีหมั้นเสร็จสิ้นลงเลยขอรับท่านแม่”

 

“ถ้าเช่นนั้นวันนี้ลูกก็กลับไปพักผ่อนก่อนก็แล้วกัน  เดี๋ยวแม่ขอพูดคุยธุระอะไรกับพวกท่านอาทั้ง6ก่อน”นางกล่าวพร้อมกับทำสีหน้าที่จริงจัง บ่งบอกได้ว่าเรื่องที่กำลังจะพูดคุยนั้นมันเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างมาก

 

“ถ้าเช่นนั้นลูกขอตัวกลัยไปพักผ่อนก่อนนะขอรับท่านแม่ พรุ่งนี้เช้าลูกจะรีบมาพบกับทุกคนอีกครั้ง”เขากล่าวพร้อมกับรีบออกไปจากห้องประชุมในทันที

 

หลังจากที่เสี่ยวหมิงออกไปแล้ว   เสี่ยวมินก็ได้พูดคุยเกี่ยวกับเรื่องราวที่จะต้องจัดการในพิธีหมั้นของวันพรุ่งนี้กับคนทั้ง6ต่ออีกประมาณ1ชั่วยาม จากนั้นนางจึงได้บอกให้ทุกคนแยกย้ายกันกลับไปพักผ่อนได้

 

รุ่งเช้าของอีกวันมาถึง เสี่ยวหมิงรีบจัดการธุระส่วนตัวหลังจากที่เขาตื่นนอน  จากนั้นเขาจึงขึ้นไปยังชั้น5เพื่อพบกับทุกคน

 

เมื่อพบว่าทุกคนมากันครบแล้ว พวกเขาก็ได้เดินทางไปยังพระราชวังในทันที เพื่อพาเสี่ยวหมิงไปเข้าพิธีหมั้นกับองค์หญิงและซิวเอ๋อพร้อมกัน

 

หลังจากที่ทุกคนเดินทางมาถึงพระราชวัง เสี่ยวหมิงก็ได้แยกไปเตรียมตัวเข้าพิธีหมั้น โดยที่ทางพระราชวังได้จัดเตรียมทุกอย่างไว้รอกลุ่มของเสี่ยวหมิงอยู่ก่อนแล้ว 

 

ซึ่งพิธีในวันนี้นั้นเป็นไปอย่างเรียบง่าย  มีเพียงแค่เหล่าขุนนางที่จงรักพักดีต่อองค์ฮ่องเต้เท่านั้นที่ได้เข้าร่วมพิธี   

 

และเมื่อเวลาที่ถูกกำหนดไว้มาถึง  องค์หญิงและซิวเอ๋อก็เดินเข้ามายังสถานที่ ที่ได้จัดเตรียมไว้ด้วยชุดลายหงษ์ที่ดูสูงส่ง   โดยองค์หญิงนั้นสวมใส่ชุดสีแดง ส่วนซิวเอ๋อนั้นสวมใส่ชุดสีฟ้า  ซึ่งมันทำให้หญิงสาวทั้งสองนั้นดูราวกับเทพธิดาที่อยู่บนสรวงสวรรค์ที่พึ่งเดินทางลงมายังโลกมนุษย์เป็นอย่างมาก

 

ส่วนเสี่ยวหมิงหลังจากที่สวมใส่ชุดลายมังกรสีขาวที่ถูกจัดเตรียมเอาไว้แล้ว มันยิ่งทำให้เสี่ยวหมิงดูหล่อเหลาราวกับเทพบุตรก็มิปาน ซึ่งเมื่อเสี่ยวหมิงเดินเข้ามายังสถานที่สำหรับจัดพิธีหมั้นแล้ว มันยิ่งทำให้ทุกคนที่อยู่ในนั้นต่างมองไปในทางเดียวกันว่า หนุ่มสาวทั้งสามคนนั้นช่างดูเหมาะสมกันราวกับกิ่งทองใบหยกก็มิปาน

 

จนเวลาล่วงเลยผ่านไป2ชั่วยาม พิธีหมั้นก็ได้แล้วเสร็จลงพร้อมกับที่เสี่ยวหมิงได้บอกกล่าวต่อหญิงสาวทั้งสองว่า   เขาต้องรีบออกเดินทางไปทำธุระยังต่างเมืองอย่างเร่งด่วน   ให้หญิงสาวทั้งสองรอคอยตนเองอยู่ที่เมืองนี้รอให้เขากลับมา 

 

จากนั้นเสี่ยวหมิงก็ได้ออกเดินทางไปยังเมืองเฉินหนานกับไป๋หยุนและไป๋ชุนในทันที












หลังจากที่ไรท์พักผ่อนสมองมาสามวันแล้ว มันก้รู้สึกดีขึ้นมากแล้ว ยังไงก็ขอบคุณที่ยังคอยติดตามนิยายเรื่องนี้อยู่นะครับ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 434 ครั้ง

1,845 ความคิดเห็น

  1. #1407 tata6759 (@tata6759) (จากตอนที่ 129)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2561 / 20:56

    ช่วงตอนขึ้นเนื้อเรื่องใหม่เป็นอะไรที่หนีกใจมากว่าจะดองไว้อ่านรวดเดียวหรือรอเป็นตอนต่อไป
    #1407
    1
    • #1407-1 Djdy1730 (@Djdy1730) (จากตอนที่ 129)
      9 ตุลาคม 2561 / 23:36
      รออ่านทีละตอนไปพร้อมกับไรท์ดีกว่านะ อิอิ
      #1407-1
  2. #1406 drakdevill (@drakdevill) (จากตอนที่ 129)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2561 / 18:49
    ขอบคุณครับ
    #1406
    0
  3. #1405 moobiin_za (@moobiin_za) (จากตอนที่ 129)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2561 / 08:23
    รออีกตอนคับ
    #1405
    0
  4. #1404 joelamtan (@joelamtan) (จากตอนที่ 129)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2561 / 07:20
    ขอบคุณครับ
    #1404
    0
  5. #1403 Tumbabycorn (@Tumbabycorn) (จากตอนที่ 129)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2561 / 06:56
    รอคอยเสมอ
    #1403
    0
  6. วันที่ 9 ตุลาคม 2561 / 06:55
    หมั้นเสร็จชิ่งเลย
    ร้ายจริงๆ
    #1402
    0
  7. #1401 att123456 (@att123456) (จากตอนที่ 129)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2561 / 00:28
    ขอบคุณครับ
    #1401
    0