เมฆาสะท้านฟ้า

ตอนที่ 145 : ตอนที่144:สร้างความตกตะลึงอีกครั้ง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,088
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 415 ครั้ง
    15 ธ.ค. 61

ในขณะที่ทุกคนกำลังอยู่ในความตกตะลึง และยังไม่ได้สติอยู่แบบนั้น 

 

ฉับพลันเด็กชายอายุประมาณ5ปีที่บิดามารดา พามาชมดูการทดสอบในครั้งนี้พลันกรีดร้องออกมา หลังจากถูกมารดาเผลอตัวจากความตกตะลึง บีบแขนเข้า

 

ทันทีที่เด็กชายผู้นี้ร้องขึ้น ทุกคนที่อยู่ในบริเวณนี้ต่างก็พลันได้สติกลับคืนมากันหมด  ไม่เว้นแม้แต่เหล่าผู้คนที่ตกตะลึงจนอ้าปากค้าง ดวงตาเบิกกว้าง เมื่อพวกเขาได้สติกลับคืนมาแล้ว แต่ละคนถึงกับหุบปากลงโดยอัตโนมัติ   หลังจากที่ได้สติกลับคืนมาทุกคนแล้ว เสียงที่เคยเงียบงันพลันดังขึ้นมาอีกครั้ง

 

“มันคือปรากฏของการอะไรกัน! ทำไมมันช่างดูน่าหวาดกลัวเช่นนี้”

 

“เด็กหนุ่มนั่น ก็สำเร็จวิถีกระบี่ขั้นเดียวกันกับคุณชายชิงป่ายอย่างนั้นหรือ?  แต่ทำไมมันดูน่าหวาดกลัวมากกว่าคุณชายชิงป่ายหล่ะ?

 

“ข้าว่าเจ้าเด็กหนุ่มนั่นคงจะสำเร็จวิถีกระบี่ขั้นเดียวกันกับคุณชายชิงป่ายแน่  แต่มันแตกต่างเพียงแค่ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นเพียงเท่านั้นเอง”

 

เสียงของผู้คนที่เอ่ยคาดเดาไปต่างๆนาๆ ดังขึ้นมาอย่างไม่ขาดสาย  และไม่มีทีท่าว่าจะเบาลงเลย กลับกันมันยิ่งดังขึ้นๆเรื่อยๆ

 

“นี่ข้าสร้างปรากฏการณ์อันน่าหวาดกลัวอะไรขึ้นกันแน่ ทำไมข้าถึงไม่เห็นรู้เรื่องอะไรเลยหล่ะ”

 

เวลานี้เสี่ยวหมิงยิ่งมีความรู้สึกอยากรู้มากขึ้นไปอีก ว่าเหตุการณ์เมื่อครู่นี้มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่  ทำไมทุกคนถึงได้หันมามองยังตนเองด้วยสายตาที่หวาดกลัวแบบนี้กันหมด

 

จากก่อนหน้านี้ที่พวกอาวุโสทั้ง7ต่างพากันวุ่นส่งข่าวกลับสำนัก เพื่อปรึกษากับเจ้าสำนักของตนเอง ว่าจะทำเช่นไรต่อไปหลังจากที่ชิงป่ายสร้างปรากฏการให้เกิดขึ้นแล้ว

 

แต่มาบัดนี้พวกเขาทั้ง7กลับไม่รู้ตัวว่าจะทำเช่นไรต่อไป จะส่งข่าวกลับไปยังสำนักตั้นสังกัดของตนเองดีหรือไม่?  เพราะเหตุการณ์ที่พึ่งเกิดขึ้นมาเมื่อครู่นี้  ตั้งแต่ทั้ง7เกิดมาจวบจนอายุปูนนี้แล้วพวกเขายังไม่เคยประสบพบเจอกับปรากฏการณ์อันน่าหวาดเช่นนี้มาก่อน

 

มิหนำซ้ำพวกเขาทั้ง7ต่างก็ไม่รู้ว่า เหตุการณ์อันน่าหวาดกลัวที่พึ่งเกิดขึ้นนั้น มันคือปรากฏการณ์ของอะไร?  เสี่ยวหมิงสามารถเลื่อนขั้นในวิถีกระบี่อย่างนั้นหรือ?

 

ส่วนทางฝั่งของเจ้าสำนักดารา ทันทีที่ได้สติกลับคืนมา เขาพลันเพ่งมองไปยังเสี่ยวหมิงแล้วยิ้มออกมา  พร้อมทั้งกล่าวว่า

 

“ไม่แปลกเลยที่เขาจะสร้างปรากฏการณ์อันน่าสะพรึงกลัวเช่นนี้ขึ้นมาได้  หากว่าไม่ใช่เจ้าเด็กหนุ่มนั่นข้าคงไม่มีทางที่จะเชื่อง่ายๆแน่ ว่าในโลกใบนี้จะมีใครที่มีพรสวรรค์เกินกว่าเด็กหนุ่มนั่นได้”

 

ในบรรดาคนทั้งหมดนี้มีเพียงแค่บรรพบุรุษซิวเท่านั้น ที่สามารถรับรู้ได้ว่า ที่เสี่ยวหมิงบรรลุนั้นไม่ใช่วิถีกระบี่

 

แต่มันคือสำนึกกระบี่ที่ ผู้ฝักไฝ่เส้นทางกระบี่อยากจะฝึกฝนให้สำเร็จ ถึงแม้จะเป็นขั้นที่1ขั้นต่ำก็ตามที 

 

ที่สำคัญไปกว่านั้นก็คือ สำนึกกระบี่ที่เสี่ยวหมิงฝึกฝนสำเร็จนั้นมันอยู่เหนือตนขึ้นไปอีกไม่รู้กี่ขั้น

 

เพราะจุดสูงสุดของกระบวนท่าคือสำนึกกระบี่  จุดสูงสุดของวิถีกระบี่ก็คือเจตจำนงค์แห่งกระบี่นั่นเอง แต่หลังจากที่เสี่ยวหมิงได้อ่านบันทึกจากเซียนกระบี่หลัวซือแล้ว ความรู้ในวิถีกระบี่ของเสี่ยวหมิงพลันเปิดกว้างขึ้นมาอีกครั้ง

 

เหมือนกับว่าเสี่ยวหมิงนั้นเปรียบเสมือนกบที่อยู่ในกะลา แล้วถูกคนดึงกะลาที่ครอบอยู่ออกให้   กบตัวนั้นจึงได้มองเห็นโลกที่กว้างใหญ่

 

ทำให้รู้ว่าในวิถีกระบี่นั้น มันยังมีจำแนกแจกแจงไปอีก

 

โดยเจตจำนงแห่งกระบี่จะถูกแยกออกเป็น ส่วนแรก ส่วนกลาง และขั้นสูงสุด

 

ขั้นคนหลอมรวมเป็นหนึ่งกับกระบี่ก็ถูกแยกออกเป็น ขั้นต่ำ ขั้นกลาง ขั้นสูงสุด

 

มีเพียงแค่ขั้นสูงสุดคืนสู่สามัญเพียงเท่านั้นที่ถูกแยกออกเป็นขั้นที่1-5โดยอ้างอิงจากข้อมูลที่ถูกเขียนเอาไว้ในตำราของเซียนกระบี่หลัวซือ

 

ถึงแม้ว่าเพลงกระบี่ทั่วทั้ง5ทวีปนี้ จะมีกระบวนท่าที่แข็งแกร่ง เกรี้ยวกราด อ่อนนุ่ม สลับซับซ้อน เรียบง่าย พิสดาร รวดเร็ว ฯลฯ แต่ขอบเขตสูงสุดที่เหนือล้ำกว่ากระบวนท่าของเพลงกระบี่ทั้งหมดนี้ก็คือสำนึกกระบี่อันเป็นแก่นแท้ที่ทุกคนที่มาทางสายกระบี่ต่างก็ต้องการที่จะฝึกฝนเรียนรู้ให้ได้ เปรียบเหมือนกับเจตจำนงค์แห่งกระบี่ที่เสี่ยวหมิงเรียนรู้สำเร็จในก่อนหน้านี้ที่ทุกคนก็ต้องการที่จะเรียนรู้เช่นกัน

 

สำนึกกระบี่แบ่งออกเป็น3ขั้นโดยแต่ละขั้นจะมีขั้นย่อยคือ ต่ำ กลาง สูง  เมื่อเรียนรู้สำนึกกระบี่ขั้นที่1จนสำเร็จถึงขั้นสูงได้แล้ว  จะทำคนๆนั้นไม่จำเป็นต้องยึดติดกับกระบวนท่าต่างๆแค่อาศัยเพียงความเข้าใจในสำนึกกระบี่ขั้นที่1ขั้นสูงนี้ก็เพียงพอที่หาจุดอ่อนในกระบวนท่าของศัตรูและสามารถสังหารศัตรูในกระบี่เดียวได้

 

ถ้าหากว่าเรียนรู้จนสำเร็จสำนึกกระบี่ขั้นที่2ขั้นต่ำได้แล้ว  คนผู้นั้นจะไม่ยึดติดกับตัวกระบี่อีกต่อไปและสามารถใช้อะไรแทนกระบี่ได้หมดทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นใบไม้ ก้อนหิน หรือกิ่งไม้ ขั้นนี้จะถูกเรียกว่าขั้น ไม่ยึดติดกับตัวกระบี่ แต่การที่จะใช้ทุกอย่างแทนกระบี่ได้คล่องหรือไม่นั้นมันก็ขึ้นอยู่กับขั้นอีกเช่นกัน

 

สำนึกกระบี่ขั้นที่3ขั้นสูงคือขั้นสุดท้ายของสำนึกกระบี่ที่ยังไม่มีใครสามารถไปถึงได้ในโลกใบนี้ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน เมื่อสามารถเรียนรู้จนสำเร็จขั้นนี้แล้วคนผู้นั้นไม่จำเป็นจะต้องมีกระบี่อยู่กับตัวอีกต่อไปโดยสามารถใช้ลมปราณเปลี่ยนแปลงเป็นกระบี่ได้

 

โดยขั้นนี้เรียกว่า ขั้นเข้าสู่ห้วงไร้กระบี่เหนือกว่ามีกระบี่  ซึ่งยังไม่เคยมีบันทึกว่ามีใครสามารถเรียนรู้สำนึกกระบี่จนสำเร็จถึงขั้นที่2ขั้นต่ำได้เลย

 

ยิ่งไม่ต้องพูดถึงสำนึกกระบี่ขั้นที่3แม้กระทั่งขั้นต่ำนี้  ที่ไม่มีแม้แต่คนเดียวที่จะสามารถเรียนรู้ไปถึงขั้นนี้ได้จนเวลาล่วงเลยผ่านมากว่า10,000ปี จนถึงบัดนี้

 

แม้แต่บรรพบุรุษซิวที่มีอายุเกือบๆร้อยปี และมีประสบการณ์ในการฝึกฝนกระบี่มาเกินครึ่งชีวิต เขากลับสามารถฝึกฝนสำนึกกระบี่จนสำเร็จได้เพียงแค่ขั้นที่1ขั้นกลางเท่านั้น   

 

ส่วนความสำเร็จในวิถีกระบี่ของบรรพบุรุษชิวนั้น เวลานี้อยู่ในขั้นเจตจำนงแห่งกระบี่ขั้นสูงสุด  ซึ่งบรรพบุรุษชิวติดอยู่ในขั้นคอขวดนี้มาอย่างยาวนานกว่า20ปีแล้ว

 

เมื่อรู้แบบนี้แล้ว   บรรพบุรุษซิวพลันหายตัวจากที่พักแล้วมาปรากฏตัวอยู่บนภูเขาที่อยู่ติดกับลานทดสอบในทันที  พร้อมกันนั้นก็มองไปยังเสี่ยวหมิงที่เวลานี้หยุดยืนอยู่บนขั้นบันไดขั้นที่2อย่างไม่ละสายตา

 

เขาอยากที่จะรู้ว่าเสี่ยวหมิงผู้ที่สามารถบรรลุสำนึกกระบี่ที่อยู่เหนือตนเองได้นั้น  จะสามารถขึ้นบันไดกระบี่30ขั้นนี้ไปได้ถึงขั้นใด

 

มีเพียงแค่กลุ่มของชิงเป่ยเท่านั้น ที่เวลานี้ต่างมีสีหน้าบิดเบี้ยว เขียวคล้ำจากความโกรธ ที่ถูกเสี่ยวหมิงแย่งความสนใจจากผู้คนไปจนหมด ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้ ชิงป่ายของพวกมันพึ่งสร้างปรากฏการของเจตจำนงแห่งกระบี่ขึ้นมา

 

หากไม่มีปรากฏการณ์ของเสี่ยวหมิงมาทำลายกลินอายของชิงป่ายแล้ว เห็นทีว่าการที่ชิงป่ายจะได้กราบบรรพบุรุษซิวเป็นอาจารย์มันคงอยู่ในกำมือของตนเอง และยังทำให้แผนการณ์ที่ตัวมันนั้นวางเอาไว้สำเร็จได้โดยง่าย

 

ถึงแม้ว่าปรากฏการณ์ของเสี่ยวหมิงจะสามารถทำลายปรากฏการณ์ของชิงป่ายลงได้  แต่ตัวของชิงเป่ยเองก็มีความมั่นใจว่า ขอเพียงแค่ชิงป่ายบุตรชายของมันขึ้นไปยังบันไดขั้นที่11ได้  พร้อมทั้งได้อันดับที่1ในการทดสอบในครั้งนี้ บุตรชายของมันก็ยังมีโอกาสอยู่ที่จะได้เป็นศิษย์ของบรรพบุรุษซิวอยู่เช่นเดิม

 

“ชิงป่ายลูกพ่อ เจ้าจงพยายามขึ้นไปให้ถึงขั้นที่11ให้ได้  หากเจ้าทำได้สำเร็จ บรรพบุรุษซิวจะต้องให้ความสนใจมายังลูกแน่ และลูกก็ยังมีโอกาสที่จะได้เรียนรู้ดัชนีกระบี่6ดาราอีกด้วย” ชิงเป่ยเอ่ยผ่านลมปราณเสียงไปยังบุตรชาย ที่กำลังพยายามทำลายกลิ่นอายกระบี่จากบันได

 

ทันทีที่ชิงเป่ยกล่าวจบ  มันประจวบเหมาะกับที่ชิงป่ายสามารถทำลายกลิ่นอายอันแหลมคมของกระบี่ในบันไดชั้นที่6ได้พอดี  พร้อมกันนั้นชิงป่ายก็ได้เดินขึ้นไปยังบันไดขั้นที่7แล้วนั่งหลับตาลงพยายามใช้วิถีกระบี่ขั้นเจตจำนงแห่งกระบี่ส่วนแรกทำลายกลิ่นอายอันแหลมคมของบันไดขั้นที่7นี้ต่อไป

 

ขณะเดียวกัน เมื่อเห็นบุตรชายตนเองสามารถทำลายกลิ่นอายอันแหลมคมของกระบี่  ที่ถูกปลดปล่อยออกมาจากบันไดขั้นที่6ลงได้จนสามารถก้าวขึ้นไปยังบันไดขั้นที่7ได้แล้ว 

 

จากสีหน้าที่บิดเบี้ยว เขียวคล้ำจากความโกรธ แปลเปลี่ยนเป็นสีหน้ายินดีพร้อมด้วยรอยยิ้มแทน  พร้อมกันนั้นมันก็ได้หัวเราะออกมาอย่างมีความสุข เนื่องจากว่าเวลานี้บุตรชายของมันคือผู้นำเพียงคนเดียวที่สามารถก้าวขึ้นไปบนบันไดกระบี่ขั้นที่7ได้

 

ส่วนหยางจุน  ซูเหมิน และเซียวเทียน หลังจากที่เห็นว่าบัดนี้ ชิงป่ายได้ก้าวขึ้นไปยังบันไดขั้นที่7ซึ่งอยู่ห่างจากพวกเขาทั้ง3ถึง2ขั้นแล้ว

 

ทั้ง3ต่างกัดฟันพยามยามทุ่มสุดตัวเพื่อที่จะทำลายกลิ่นอายอันแหลมคมของกระบี่ที่ถูกปลดปล่อยออกมาจากบันไดขั้นที่5นี้ให้จงได้ เพื่อที่พวกเขาจะได้ไม่ถูกชิงป่ายทิ้งห่างจนเกินไป

 

หากเป็นเช่นนั้น เห็นทีว่าชื่อเสียงอัจฉริยะ4คุณชายของ4ตระกูลหลัก ที่พวกมันทั้ง3ภาคภูมิใจ คงถูกทำลายลงกลับกลายเป็นชิงป่ายได้รับชื่อเสียงเพียงคนเดียวเป็นแน่

 

………………………………………………….

 

หลังจากที่เสี่ยวหมิงได้รับรู้ว่าตนเองได้สร้างปรากฏการอันน่าหวาดกลัวขึ้น  จนทำให้ผู้คนเกิดความตกตะลึงโดยไม่รู้ตัวแล้ว เขาก็เลิกให้ความสนใจต่อคำกล่าวเหล่านั้นพร้อมทั้งก้าวขึ้นไปยังบันไดกระบี่ขั้นที่3ในทันที

 

ทันทีเมื่อเสี่ยวหมิงก้าวขึ้นมาบนบันไดขั้นที่3  ด้วยวิถีของเสี่ยวหมิงที่อยู่ในขั้นคนหลอมรวมเป็นหนึ่งกับกระบี่ขั้นต่ำแล้ว  กลิ่นอายอันแหลมคมที่ถูกปลดปล่อยออกมาจากบันไดขั้นที่3 เมื่ออยู่ต่อหน้าเสี่ยวหมิงก็พลันสลายหายไปจนสิ้น

 

ทำให้เสี่ยวหมิงไม่ต้องเปลืองแรงนั่งพยายามใช้วิถีกระบี่ของตนเองทำลายกลิ่นอายนั้นดั่งเช่นผู้อื่น

 

เห็นดังนั้นแล้ว เสี่ยวหมิงก็ไม่รอช้า พลันก้าวขึ้นไปยังขั้นที่4ในทันที

 

จากก่อนหน้านี้  เหล่าผู้คนต่างจับตามองที่ชิงป่ายผู้ซึ่งก้าวขึ้นไปบนบันไดกระบี่ขั้นที่7เพียงผู้เดียว  มาบัดนี้กลับกลายเป็นว่าสายตาของทุกคนต่างหันมามองยังเสี่ยวหมิงผู้ซึ่งเดินขึ้นไปยังขั้นต่อไปได้อย่างง่ายดายแทนอีกครั้ง

 

พวกเขาต่างสงสัยและไม่เข้าใจว่า เพราะเหตุใดเสี่ยวหมิงจึงดูเหมือนจะไม่ต้องนั่งลงหลับตาแล้วใช้วิถีกระบี่ของตนเองทำลายกลิ่นอายเหล่านั้นเหมือนดั่งเช่นคนอื่นๆที่กำลังทำกันอยู่  

 

เหมือนกับว่ากลิ่นอายอันแหลมคมของกระบี่ที่ถูกปลดปล่อยออกมาในแต่ละขั้นบันไดนั้น ไม่สามารถสร้างความกดดันหรือผลกระทบอันไดต่อเสี่ยวหมิงได้เลย

 

มีเพียงแค่ฉีมู่เท่านั้นที่หัวเราะออกมาอย่างมีความสุข  หลังจากที่มองเห็นว่าบัดนี้เสี่ยวหมิงสามารถก้าวขึ้นบันไดกระบี่ไปยังขั้นต่อไปได้อย่างรวดเร็วแบบนั้น

 

“เห็นรึยังหล่ะศิษย์พี่กุ้ยหยาง!  ข้าบอกท่านแล้วว่า สงครามยังไม่จบอย่าพึ่งนับศพทหาร”

 

เมื่อได้ยินดังนั้น กุ้ยหยางพลันตอบกลับไปว่า “ศิษย์น้องอย่าพึ่งดีใจไป คนที่เจ้าเลือกยังอยู่ห่างจากคุณชายชิงป่ายอยู่3ขั้น  บางทีหลังจากที่มันขึ้นไปยังขั้นที่5แล้ว มันอาจจะต้องนั่งหลับตาแล้วใช้ความพยายามเหมือนกับ3คุณชายก็เป็นได้ ใครมันจะไปรู้ ฮ่าๆๆๆๆ”

 

แม้สีหน้าและคำกล่าวของกุ้ยหยางจะมีความมั่นใจมากว่า ถึงยังเสี่ยว หมิงก็ไม่มีทางที่จะขึ้นไปอยู่เหนือคุณชายชิงป่ายได้อย่างแน่นอน แต่ลึกๆในจิตใจของมันเวลานี้ กลับไม่ได้ดูมีความมั่นใจอย่างที่พูดออกมาเลยแม้สักนิดเดียว

 

กลับกันตอนนี้มันรู้สึกหวั่นๆขึ้นมาในจิตใจมากขึ้นไปทุกที  กลัวว่าอีกไม่นานเสี่ยวหมิงคงจะไล่ตามคุณชายชิงป่ายของมันได้ทัน และก้าวข้ามขึ้นไปโดยที่คุณชายชิงป่ายของมันไม่สามารถไล่ตามทันได้

 

หลังจากที่มันเห็นว่าเสี่ยวหมิงนั้นแทบจะเดินขึ้นไปในแต่ละขั้นของบันไดกระบี่ได้อย่างสบายๆ โดยที่ไม่ได้รับความกดดันอะไรเลย

 

ทันทีที่เสี่ยวหมิงก้าวขึ้นมายังขั้นที่4 เสี่ยวหมิงก็ยังไม่จำเป็นที่จะต้องนั่งหลับตาเหมือนดังที่ผู้เข้าร่วมการทดสอบกำลังพยายามกันอยู่ในขั้นที่4นี้

 

ขณะเดียวกันเสี่ยวหมิงกลับก้าวผ่านผู้คนที่กำลังนั่งหลับตาอยู่ในขั้นที่4นี้  ขึ้นไปยังขั้นที่5ที่พวกของ3คุณชายกำลังนั่งหลับตาพยายามกันอย่างสุดความสามารถไปอย่างรวดเร็ว

 

“พวกเจ้าดูสิ!  เจ้าเด็กหนุ่มนั้นสร้างปาฏิหารเกิดขึ้นอีกครั้งแล้ว”

 

“ดูเหมือนว่าวิถีกระบี่ของเจ้าหนุ่มนั่นคงจะสูงมากอย่างแน่นอน ถึงสามารถเดินขึ้นไปในแต่ละขั้นได้อย่างง่ายดายแบบนี้”

 

ทันทีที่เสียงของผู้คนที่มาชมการทดสอบในครั้งนี้ ได้ยินไปถึงหูของชิงเป่ยผู้ที่กำลังมองไปยังเสี่ยวหมิงด้วยสายตาที่โกรธแค้น หลังจากที่เสี่ยวหมิงได้ดึงดูดความสนใจของผู้คนที่ก่อนหน้านี้กำลังให้ความสนใจไปที่ชิงป่ายบุตรชายของมัน 

 

ชิงเป่ยพลันหันไปมองยังชายวัยกลางคนผู้หนึ่งที่เป็นผู้ติดตามเดินทางมาในครั้งนี้ด้วย แล้วพยักหน้าลง เหมือนบ่งบอกว่าให้เขาไปจัดการอะไรบางอย่างเหมือนที่ตกลงกันเอาไว้ได้เลย

 

ขณะเดียวกัน ทันทีที่ชายวยกลางคนเห็นสัญญาณจากชิงเป่ย  เขาก็ได้เดินออกมาจากกระโจมที่พักไปปะปนอยู่ในฝูงชนเหล่านั้นพลางร้องตะโกนขึ้นว่า

 

“แต่ข้าว่า เจ้าเด็กหนุ่มนั่นจะต้องมีสมบัติอะไรบางอย่างที่ช่วยปกป้องร่างกายจากกลิ่นอายอันแหลมคมจากกระบี่เหล่านั้นอย่างแน่นอน มิเช่นนั้นแล้ว ทำไมเด็กหนุ่มนั่นถึงสามารถเดินขึ้นบันไดกระบี่จากขั้นที่2ไปยังขั้นที่5ได้อย่างง่ายดายเช่นนี้ได้หล่ะ? พวกเจ้าลองคิดดูสิว่าหากมันไม่เป็นไปตามในสิ่งที่ข้าพูดมาแล้ว  ข้าไม่มีทางที่จะเชื่ออย่างเด็ดขาดว่า เด็กหนุ่มนั่นจะสามารถฝึกฝนวิถีกระบี่ได้เหนือกว่าอัจฉริยะของตระกูลหลักทั้ง4ไปได้”

 

สิ้นเสียงของชายวัยกลางคนกล่าวจบ เหล่าผู้คนที่ไม่เชื่อว่าเสี่ยวหมิงจะสามารถฝึกฝนวิถีกระบี่ได้เหนือกว่าคุณชายชิงเป่ยที่พึ่งจะสำเร็จขั้นเจตจำนงแห่งกระบี่อยู่ก่อนแล้ว พลางแสดงความเห็นคล้อยตามชายวัยกลางคนออกมา 


ทำให้เวลานี้เหล่าผู้คนที่เห็นด้วยกับความคิดของชายวัยกลางคนจากตระกูลชิงเริ่มมีมากขึ้นๆ  ทำให้เหล่ากลุ่มคนที่เห็นต่างไม่กล้าแสดงความคิดเห็นใดๆออกมาอีกเลย








ลงช้าอย่าว่ากันเด้อ งานเร่งมากจริงๆครับเลยทำให้ลงไม่เป็นเวลา ยังไงก็ขอบคุณที่ยังรอติดตามนะครับ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 415 ครั้ง

1,845 ความคิดเห็น

  1. #1775 จิวหลง (@saradnoi) (จากตอนที่ 145)
    วันที่ 29 มีนาคม 2562 / 09:15
    เนื้อๆไม่มีเลย น้ำทั้งนั้นคะ ขอเนื้อสักตอนได้ไหมคะ
    #1775
    0
  2. #1569 fainum (@fainum2248) (จากตอนที่ 145)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2561 / 21:30
    สนุกมากเลยค่ะรอดูคนเงิบ
    #1569
    0
  3. #1565 •นิลกาฬ• (@junkskidz) (จากตอนที่ 145)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2561 / 10:46
    ค้างงงงงง รอดูฉากตบหน้า
    #1565
    0
  4. #1564 หมีปุย (@tore55) (จากตอนที่ 145)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2561 / 08:14
    รีบมารออยู่
    #1564
    0
  5. #1563 moobiin_za (@moobiin_za) (จากตอนที่ 145)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2561 / 13:56
    กว่าจะลงได้ พอลง มีแต่น้ำทั้งนั่น ตอนนี้ ไม่สนุก ไม่ได้อะไรเลย น่าเบื่อสุดๆ
    #1563
    0
  6. #1562 kurozuki (@degel01) (จากตอนที่ 145)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2561 / 11:55
    ว่าเขาใช้สมบัติ--เดี๋ยวมีเงิบแน่
    #1562
    0
  7. วันที่ 15 ธันวาคม 2561 / 08:11

    คนในตระกูลใหญ่นี่เป็นคนหรือกบในกลาเนี่ย

    #1561
    0
  8. #1560 BB oi (@miyabijungds2mm) (จากตอนที่ 145)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2561 / 07:57
    ขอบคุณค่าาา
    #1560
    0
  9. วันที่ 15 ธันวาคม 2561 / 07:07
    ค้างสุดๆๆ
    #1559
    0
  10. #1558 drakdevill (@drakdevill) (จากตอนที่ 145)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2561 / 07:04
    ขอบคุณครับ
    #1558
    0
  11. #1557 tchai891 (@tchai891) (จากตอนที่ 145)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2561 / 03:18
    ขอบคุณครับ สนุกๆ
    #1557
    0
  12. #1556 joelamtan (@joelamtan) (จากตอนที่ 145)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2561 / 01:57
    ขอบคุณครับ ว่าแต่ปีใหม่กลับไทยมั้ยครับนั้น
    #1556
    1
    • #1556-1 Djdy1730 (@Djdy1730) (จากตอนที่ 145)
      15 ธันวาคม 2561 / 07:44
      กลับคราบ
      #1556-1