เมฆาสะท้านฟ้า

ตอนที่ 153 : ตอนที่152:นี่เจ้าเพี้ยนไปแล้วหรือ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,613
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 306 ครั้ง
    28 ก.พ. 62


ภายในสถานที่พักของกุ้ยหยาง

 

ได้มีเหล่าศิษย์ประมาณ6คนกำลังนั่งจับกลุ่มพูดคุยกันอยู่ โดยที่บริเวณโต๊ะตรงกลางนั้นมีสุราและอาหารวางเรียงรายจนเต็ม

 

“ทำไมศิษย์พี่ถึงได้ยอม ศิษย์น้องฉีมู่ง่ายๆหล่ะขอรับ แบบนี้มันจะไม่ได้ใจจนหลงระเริง ลืมไปเลยว่าใครกันแน่ที่เป็นอันดับ1ของศิษย์หลักหรอกหรือขอรับ?

 

“ใช่แล้วขอรับศิษย์พี่!  หากพวกเรายังปล่อยให้มันย่ามใจอยู่แบบนี้ อีกหน่อยมันก็คงจะตั้งตนเป็นผู้นำของเหล่าศิษย์หลักแทนที่ศิษย์พี่อย่างแน่นอน”

 

“ที่สำคัญที่สุดงานประลองจัดอันดับของเหล่าศิษย์หลักก็ใกล้เข้ามาทุกทีแล้วด้วย ข้าไม่อยากจะคิดเลยว่าหากเมื่องานประลองได้เริ่มขึ้นแล้ว มันยังจะเห็นหัวศิษย์พี่อยู่อีกหรือไม่”

 

ทั้ง5ต่างก็ถือจอกสุรากล่าวออกมาอย่างไม่พอใจพร้อมกับมองไปยังกุ้ยหยาง  ที่เวลานี้กำลังนั่งถือจอกสุราด้วยใบหน้าที่อึมครึม พร้อมกับยกดื่มจนหมดจอก โดยที่ไม่พูดไม่จา

 

แต่ก่อน เขาผู้เป็นศิษย์อันดับ1ของเหล่าศิษย์หลักนั้นเป็นที่โปรดปราณของเจ้าสำนักกระบี่ดาราเป็นอย่างมาก จนถึงขั้นที่เจ้าสำนักถึงกับหลุดปากออกมาว่าจะมอบตำแหน่งศิษย์ผู้สืบทอดให้แก่ตนเอง

 

มาบัดนี้จู่ๆฉีมู่ดันฝึกฝนวิถีกระบี่ในขั้นเจตจำนงแห่งกระบี่ส่วนแรกสำเร็จ ทำให้มันกลับกลายเป็นที่โปรดปราณของเจ้าสำนักรวมถึงบรรพบุรุษซิวขึ้นมาในทันที 


อีกทั้งได้ยินข่าววงในแว่วๆว่าเจ้าสำนึกถึงกับมีความคิดที่จะมอบตำแหน่งศิษย์ส่วนตัวให้กับมันอีกด้วย ทั้งๆที่ตำแหน่งนี้ควรที่จะตกเป็นของมันหากว่าฉีมู่ไม่โชคดีฝึกฝนวิถีกระบี่จนสำเร็จขั้นเจตจำนงแห่งกระบี่ส่วนแรกได้

 

กุ้ยหยางพลางแสยะยิ้ม แล้วกล่าวว่า“เห็นว่าข้ายอมให้นิดหน่อย แล้วคิดจะไม่เห็นหัวข้า มันคงไม่ง่ายขนาดนั้นหรอก”

 

เห็นรอยยิ้มที่ดูมีเลศนัย1ใน5คนพลันเอ่ยขึ้น“ศิษย์พี่กุ้ยหยาง มีแผนอะไรดีๆอย่างนั้นหรือ?

 

กุ้ยหยางพลันหรี่ตาลงแล้วกล่าวด้วยรอยยิ้มบางๆว่า “ก่อนที่พวกเราจะเข้าไปยังหอเก็บทักษะยุทธ ไม่ใช่ว่ามีข่าวว่าเจ้าสำนักกระบี่เหมันต์ได้มาเยี่ยมเยือนพร้อมกับเชิญไปร่วมงานเชื่อมสัมพันธ์แลกเปลี่ยนความรู้ในวิถีกระบี่ให้แก่สำนักไม่ใช่หรอกหรือ?

 

“แล้วมันเกี่ยวอะไรกับแผนที่ศิษย์กำลังเอ่ยถึงด้วยขอรับ?”ศิษย์อีกคนหนึ่งเอ่ยถามพร้อมกับขมวดคิ้วด้วยความสงสัย เพราะเรื่องนี้พวกมันก็พึ่งได้รู้ข่าวตอนที่พวกมันก้าวขาออกมาจากหอเก็บทักษะยุทธเหมือนๆกัน

 

กุ้ยหยางยกยิ้มที่มุมปากขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับกล่าวว่า

 

“ก่อนหน้านี้เมื่อตอนที่ข้าได้ออกไปดื่มกินกับคุณชายชิงป่ายยังห้องอาหารแห่งหนึ่ง  ข้าพลันได้ยินเหล่าศิษย์หลักของสำนักดาบฟ้าทมิฬกล่าวว่า หลุนเทาบุตรชายของเจ้าสำนักพวกมันนั้นกำลังหลงใหลและหมายปองศิษย์ส่วนตัวทั้งสองของเจ้าสำนักกระบี่เหมันต์ชนิดที่ไม่ลืมหูลืมตา หากมีใครคิดแย่งชิงพวกนางทั้งสองแล้วเป็นต้องโกรธแล้วจัดการกับคนผู้นั้นที่คิดแย่งชิง หากไม่ตายก็ต้องพิการ” กล่าวมาถึงตรงนี้กุ้ยหยางพลันยกเหล้าขึ้นดื่มไปอึกหนึ่ง จากนั้นจึงกล่าวต่อว่า

 

“ในเมื่อสำนักกระบี่เหมันต์กำลังจะจัดงานนี้ขึ้น ข้าเชื่อว่าศิษย์หลักจากอีก7สำนักก็คงจะต้องไปร่วมงานนี้รวมถึงหลุนเทาผู้นั้นด้วยเช่นกัน

 

พวกเจ้าทุกคนลองคิดดูซิว่า หากหลุนเทารู้ข่าวว่าฉีมู่และพรรคพวกของมันนั้นหมายมั่นที่จะแย่งชิงศิษย์ส่วนตัวทั้งสองของเจ้าสำนักกระบี่เหมันต์เข้า เหตุการณ์มันจะเป็นเช่นไร?

 

พวกที่เหลือพลันคิดตามคำกล่าวของกุ้ยหยางในทันที จากนั้น1ใน5คนพลางกล่าวถามออกมาว่า“นี่ศิษย์พี่กำลังจะบอกว่า แผนของศิษย์พี่คือให้คนปล่อยข่าวออกไปว่าฉีมู่และพรรคพวกทั้งสองต่างก็หมายปองศิษย์ส่วนตัวของเจ้าสำนักกระบี่เหมันต์ด้วยเช่นกัน เพื่อที่จะทำให้หลุนเทาคนนั้นรู้สึกไม่พอใจและมาหาเรื่องกับพวกมันทั้ง3อย่างนั้นหรือขอรับ”เขากล่าวถามพร้อมกับแววตาตื่นเต้น

 

แต่ในขณะนั้นก็ได้มีศิษย์อีกคนเอ่ยขัดจังหหวะขึ้นมา“หากหลุนเทาคนนั้นได้ยินข่าวแล้ว เขาจะเข้าไปหาเรื่องพวกมันทั้งสามคนจริงๆหรือ?

 

กุ้งหยางยิ้มขึ้นที่มุมปากแล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยว่า “หึ! ด้วยนิสัยที่ยอมหักแต่ไม่ยอมงออย่าง หลุนเทาแล้ว มีรึหลังจากที่ได้ยินข่าวนี้ แล้วจะไม่เข้าไปหาเรื่องพวกมันทั้ง3หากได้พบเจอตัวพวกมันในงาน

 

ไม่แน่ด้วยความอารมณ์ร้อนของหลุนเทา มันอาจจะเข้าไปขอท้าประลองพวกของฉีมู่ทั้ง3คนต่อหน้าผู้คนในงานก็เป็นได้ใครมันจะไปรู้

 

และหากเป็นเช่นนั้นจริงๆ ต่อหน้าผู้คนมากมายพวกเจ้าคิดว่าฉีมู่มันจะกล้าปฏิเสธอย่างนั้นหรือ   จะปฏิเสธก็ไม่ได้  จะประลองก็ไม่มีหนทางที่จะชนะ 

 

ข้าหล่ะอยากที่จะเห็นสีหน้าของมันจริงๆ ว่ามันจะแสดงสีหน้าแบบใดออกมา หากต้องเจอกับสถานะการณ์แบบนี้เข้า” กล่าวจบเขาก็พลันยกจอกสุราขึ้นมาดื่มจนหมดจอก

 

ส่วนพวกที่เหลือหลังจากที่ได้ยินแผนการณ์ของกุ้ยหยางแล้ว พวกมันต่างก็แสดงสีหน้าตื่นเต้นออกมา พร้อมกันนั้นพวกมันทั้ง5ต่างก็ยกจอกสุราขึ้นมาแล้วกล่าวออกมาพร้อมกันว่า

 

“จอกนี้พวกเราทั้ง5ขอดื่มฉลองล่วงหน้าให้แก่ศิษย์พี่กุ้ยหยางที่อีกไม่นานก็คงจะได้เป็นศิษย์ที่โปรดปรานของท่านเจ้าสำนัก เมื่อถึงเวลานั้นแล้ว พวกเราหวังว่าศิษย์พี่จะไม่ลืมมิตรภาพระหว่างพวกเรานะขอรับ”กล่าวจบพวกมันทั้ง5รีบยกดื่มจนหมดจอก

 

“หากข้าได้กลับมาเป็นศิษย์ที่ท่านเจ้าสำนักโปรดปรานอีกครั้ง เมื่อวันนั้นมาถึง ข้าไม่มีทางลืมมิตรภาพของพวกเราอย่างแน่นอน”กุ้ยหยาง กล่าวพร้อมกับคิดขึ้นในใจว่า

 

“หึ! มีรึที่ข้าจะไม่รู้ว่า ที่พวกเจ้ายอมติดตามข้าอยู่แบบนี้นั้นพวกเจ้าต้องการอะไร  แต่ก็เอาเถอะ หากระหว่างนี้พวกเจ้ายังยินยอมเป็นมือและเท้าให้แก่ข้าอยู่แบบนี้ต่อไป  เมื่อข้ากลายเป็นที่โปรดปราณของท่านเจ้าสำนักอีกครั้ง ข้าก็จะยอมคุ้มกะลาหัวพวกเจ้าทุกคน”

 

……………………………………….

หลังจากที่ไม่มีใครมากวนใจ อีกต่อไปแล้ว  เสี่ยวหมิงจึงเดินเลือกชมทักษะยุทธต่างๆ ไร่เรียงตั้งแต่ทักษะยุทธขั้นสีฟ้าระดับต่ำไปจนถึงขั้นสีทองระดับต่ำ พร้อมทั้งเลือกหยิบออกมาประมาณ10เล่ม     

 

โดยแบ่งออกเป็นทักษะเพลงกระบี่8เล่ม ทักษะท่าก้าวอีก2เล่ม  

 

เมื่อเลือกได้แล้ว เสี่ยวหมิงจึงเดินไปนั่งยังมุมหนึ่งแล้วหยิบทักษะยุทธทั้งหมดขึ้นมาอ่านดูด้านในทันที

 

“ดูเหมือนว่าทักษะเพลงกระบี่ทั้ง7เล่มนี้  จะเป็นทักษะยุทธที่เหล่าศิษย์หลัก  รวมถึงศิษย์ภายในบางคนที่มีแต้มผลงานเพียงพอ นิยมหยิบยืมเพื่อฝึกฝน ตามคำบอกเล่าของศิษย์พี่หยางหยุนสินะ 

 

เฮ้อ!  แต่สำหรับข้าแล้ว มันกลับไม่ได้ดูน่าสนใจอะไรเลยสักนิดเดียว”เสี่ยวหมิงกล่าวพร้อมกับถอนหายใจออกมา พร้อมกับยื่นมือไปหยิบทักษะเพลงกระบี่ที่เหลืออยู่อีก1เล่มซึ่งเป็นเล่มสุดท้ายขึ้นมาเปิดอ่านดูด้านใน

 

อย่างไรก็ตาม  ในขณะที่เสี่ยวหมิงพึ่งเปิดอ่านเนื้อหาด้านในได้เพียงไม่กี่หน้า   เขาถึงกับตกตะลึงไปชั่วขณะ พร้อมกันนั้นก็ได้ปรากฏรอยยิ้มออกมา

 

“ดูเหมือนว่าโชคชะตาจะเข้าข้างข้าอีกแล้วสินะ ถึงทำให้ข้าได้เลือกทักษะเพลงกระบี่ เคลื่อนดาราคล้อย เล่มนี้ออกมา”  

 

ด้วยเนื้อหาด้านในที่ถูกเขียนเอาไว้อย่างเลือนลาง แต่เสี่ยวหมิงก็พอจับใจความได้ว่า เพลงกระบี่ดาวเคลื่อนดาราคล้อยนั้น มันคือ1ในทักษะยุทธที่ถูกค้นพบโดยบรรพบุรุษตระกูลหวงและบรรพบุรษซิวเมื่อสมัยก่อน

 

โดยเพลงกระบี่ ดาวเคลื่อนดาราคล้อยนี้มีอยู่ทั้งหมด4กระบวนท่า แบ่งออกเป็น

1.  1.เคลื่อนคล้อยหมุนวน

 

2.  2.ดวงดาราผันแปร

 

3.  3.ดาราเคลื่อนคล้อยหยินและหยาง

 

4.  4.6ดาราหลอมรวมเกื้อหนุน


 

ซึ่งแต่ละกระบวนท่านั้นต่างก็มีวิธีฝึกฝนที่แตกต่างกันออกไป  หากเทียบกับทักษะเพลงกระบี่อีก7เล่มแล้ว มันดูคล้ายที่จะฝึกฝนให้สำเร็จได้ยากกว่ามากมายนัก    

 

ยิ่งเมื่อมองดูรายละเอียดที่อยู่ภายในแต่ละหน้าที่มันขาดหายไปเป็นบางส่วนแล้ว มันยิ่งทำให้ดูเป็นไปไม่ได้เลยที่เสี่ยวหมิงจะสามารถฝึกฝนทั้ง4กระบวนท่านี้ได้สำเร็จ

 

แต่สำหรับตัวเสี่ยวหมิงที่เคยพบเจอกับเหตุการณ์แปลกประหลาดพิศดาล ในระหว่างที่เขาฝึกฝนดัชนีกระบี่6ดาราแล้ว

 

ตัวเขามีความมั่นใจว่า เนื้อหาที่ขาดหายไปในแต่ละหน้า จะต้องถูกเติมเต็มโดยร่างโปร่งใสอย่างแน่นอน

 

หลังจากที่เสี่ยวหมิงเลือกทักษะเพลงกระบี่ได้แล้ว ต่อจากนั้นเขาจึงหยิบเอาทักษะท่าก้าว ที่เหลืออยู่2เล่มขึ้นมาเปิดดูเนื้อหาด้านในทีละเล่ม

 

ไม่นานเสี่ยวหมิงก็วางทักษะ1เล่มลง แล้วถืออีกหนึ่งเล่มเอาไว้บนมือ แล้วยิ้มออกมา “ทักษะท่าก้าวเงาภูตลวงตาเล่มนี้ช่างเหมาะสำหรับข้ายิ่งนัก”

 

กล่าวจบเสี่ยวหมิงพลันนำทักษะทั้ง8เล่มเอาไปเก็บไว้ที่เดิม พร้อมกันนั้นก็เดินถือทักษะทั้ง2เล่มที่ตนเองเลือกออกมาหาพวกฉีมู่และหยางหยุนที่นั่งรออยู่

 

ทันทีที่เห็นเสี่ยวหมิงเดินถือทักษะยุทธ2เล่มเข้ามาหา ฉีมู่พลันเอ่ยถามขึ้นมาทันทีว่า

 

“ เจ้าเลือกทักษะที่คิดว่าน่าสนใจได้แล้วอย่างนั้นหรือ แล้วทักษะที่เจ้าเลือกมันคือทักษะอะไรบ้างหล่ะ? ลองบอกให้ข้าฟังหน่อย เผื่อบางทีข้าอาจจะพอรู้จักคนที่สามารถแนะนำวิธีฝึกฝนให้แก่เจ้าได้บ้าง”

 

ได้ยินเช่นนั้นเสี่ยวหมิงพลันยิ้มออกมาแล้วกล่าวว่า “ข้าคิดว่าบางที ในสำนักอาจจะไม่มีคนที่สามารถแนะนำข้าได้ เพราะทักษะที่ข้าเลือกทั้ง2เล่มนั้น มันคือเพลงกระบี่ ดาวเคลื่อนดาราคล้อยและท่าก้าวเงาภูตลวงตายังไงหล่ะ”

 

ทั้งฉีมู่และหยางหยุนพลันหันมามองหน้ากันพร้อมกับแสดงสีหน้าที่ไม่อยากจะเชื่อออกมาในทันที เมื่อพวกเขาได้ยินชื่อของทักษะทั้งสองที่เสี่ยวหมิงกล่าวออกมา

 

“เอ่อนี่เจ้าคงไม่ได้คิดที่จะล้อพวกข้าเล่นใช่ไหม ถึงได้เลือกทักษะทั้งสอง ที่ไม่มีใครสามารถฝึกฝนให้สำเร็จได้ออกมาแบบนี้  อีกทั้งเนื้อหาและวิธีฝึกฝนที่เขียนเอาไว้ในแต่ละหน้าก็ขาดหายไป บางหน้าก็เลือนลางจนไม่สามารถที่จะจับใจความได้ เจ้าคิดว่ามันง่ายมากเลยหรือที่จะคาดเดาวิธีการฝึกฝนด้วยตนเองแล้วมันจะประสบความสำเร็จได้?

 

ได้ยินแบบนี้แล้ว เสี่ยวหมิงพลางส่ายหน้าแล้วกล่าว“เจ้านี่นา! ข้ายังไม่ทันที่จะได้ลองฝึกฝนดูเลย เจ้าก็ปรามาศข้าว่ายังไงก็ไม่มีทางที่จะทำได้สำเร็จเสียแล้ว   คนเช่นข้าหากไม่มีความมั่นใจข้าคงไม่คิดที่จะเลือกทักษะ2เล่มนี้ออกมาหรอกนะ” เสี่ยวหมิงกล่าวออกมาด้วยแววตาที่มั่นใจ

 

“ไปเถอะรีบลงไปข้างล่างกัน  หลังจากแจ้งผู้อาวุโสทางด้านหน้าแล้ว พวกเราจะได้ออกไปหาอะไรดื่มกินกัน ไม่ใช่ว่าก่อนหน้านี้เจ้าบอกว่าจะเป็นคนเลี้ยงเองไม่ใช่หรอกหรือ?”กล่าวจบเสี่ยวหมิงรีบเดินนำคนทั้งสองลงไปยังชั้นล่างในทันที ทิ้งให้ทั้งสองยืมมองหน้ากันด้วยความงุนงงกับคำกล่าวที่ดูมั่นใจของเสี่ยวหมิง

 

ฉีมู่ส่ายหน้าแล้วกล่าว“เฮ้อ! ตกลงข้ากังวลไปเองหรือว่าเจ้านั่นมันเพี้ยนกันแน่นะ”กล่าวจบเขารีบเดินตามเสี่ยวหมิงลงไปพร้อมกับหยางหยุนที่เดินตามลงไปด้วยเช่นกัน

 

หลังจากที่เสี่ยวหมิงเดินลงมาถึงชั้นล่าง  พร้อมทั้งมอบทักษะยุทธให้แก่ผู้อาวุโสที่เฝ้าหอตำราเพื่อลงทะเบียนแล้ว เหตุการณ์ก่อนหน้านี้ก็ได้ปรากฏขึ้นมาอีกครั้ง   

 

ผู้อาวุโสทันทีที่เห็นทักษะทั้ง2เล่มที่เสี่ยวหมิงเลือก เขาก็พลันกล่าวออกมาในทำนองเดียวกันกับฉีมู่ตอนก่อนหน้านี้ ว่าเสี่ยวหมิงเพี้ยนไปแล้วหรือที่เลือกทักษะทั้งสองเช่นนี้

 

แต่เมื่อเห็นว่าเสี่ยวหมิงไม่สนใจคำคัดค้านของตนเองแล้ว เขาก็เพียงทำได้แค่ก้มหน้าก้มตาลงทะเบียนในตราประจำตัวของเสี่ยวหมิงได้เท่านั้น

 

เมื่อเห็นว่าทุกอย่างถูกจัดการเรียบร้อยแล้ว ฉีมู่พลางยิ้มออกมาแล้วเดินนำเสี่ยวหมิงและหยางหยุนออกไปทางประตูหน้าของสำนักในทันที

 

…………………………………………

 

ในบริเวณลานกว้างภายในพื้นที่ต้องห้ามของสำนักกระบี่เหมันต์ 

 

มีหญิงสาวสองคนกำลังนั่งอยู่ตรงริมสระน้ำ ที่บริเวณโดยรอบต่างถูกตกแต่งด้วยต้นไม้อยู่เต็มไปหมด ทำให้บรรยากาศบริเวณนี้ดูสงบร่มรื่มและสวยงามเป็นอย่างมาก

 

“เฮ้อ!  นี่เวลาก็ผ่านมาตั้ง2ปีแล้ว ทำไมตาทึ่มนั่นถึงยังไม่มาหาพวกเราอีก  พี่ซิวเอ๋อคิดว่าอีตาบ้านั่นจะคิดถึงพวกเราทั้งสองมั้ย?”จิ๋นหว่านซีเอ่ยถามพร้อมกับเอามือท้าวคางเอาไว้

 

เวลานี้พวกนางทั้ง2ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นหญิงงามคู่ของเมืองเมฆาไปแล้ว โดยซิวเอ๋อนั้นถูกขนานนามว่า เป็นเทพธิดาน้ำแข็งที่มีนิสัยเย็นชา ไม่สนใจผู้ชายคนใดที่คิดเข้ามาตีสนิทแม้แต่คนเดียว

 

แม้ว่านางจะมีนิสัยเย็นชา ทว่าด้วยหน้าตาที่งดงามราวกับเทพธิดาบนสรวงสวรรค์  บวกกับรูปร่างที่ดูมีส่วนเว้าส่วนโค้งช่วยเพิ่มความน่าหลงไหลของนางมากขึ้นไปอีกแล้ว มันทำให้เหล่าเด็กหนุ่มจากทั่วทั้งเมืองยิยยอมที่จะแลกด้วยทุกสิ่งที่นางต้องการ เพื่อที่จะได้เห็นรอยยิ้มของนางสักครั้ง รวมถึงได้มีโอกาสพูดคุยกับนางสักนิดก็ยังดี


ส่วนจิ๋นหว่านซีนั้นนางถูกขนานนามว่า เทพธิดานักค่ายกล  ด้วยใบหน้าที่สวยงามราวกับภาพวาดและดวงตากลมโตที่แลดูน่าทะนุถนอม มันทำเหล่าเด็กหนุ่มรวมถึงเหล่าผู้ชายทั้งหลายที่พบเห็นต่างหลงไหลและอยากดูแลกันเป็นจำนวนมาก

 

แต่ทว่ากลับไม่มีใครเคยได้เข้าไปพูดคุยกับพวกนางทั้ง2คนแม้แต่คนเดียว เนื่องจากพวกผู้ชายเหล่านั้นต่างก็ถูกค่ายกลที่จิ๋นหว่านซีเป็นผู้วางเอาไว้เป็นบททดสอบ  สำหรับคนที่สามารถผ่านไปได้จะมีสิทธฺคุยเป็นการส่วนตัวกับพวกนางทั้งสอง กักขังอยู่เป็นวันสองวันถึงจะย้อนกลับออกมาทางเดิมได้

 

เมื่อข่าวนี้ถูกเผยแพร่ออกไปจึงไม่มี ใครหน้าไหนกล้าที่จะท้าทายและต้องการที่จะพูดคุยเป็นการส่วนตัวกับพวกนางอีก

 

“หากเขามาถึงเมืองเมฆาแล้ว ข้าเชื่อว่าเขาจะต้องมาหาพวกเราอย่างแน่นอน ข้าเชื่อในตัวของคุณชาย” ซิวเอ๋อกล่าวออกมาด้วยแววตาที่อ่อนโยน ซึ่งแตกต่างจากทุกครั้ง

 

“หึ! ถ้าเป็นดั่งที่พี่ซิวเอ๋อพูดข้าก็จะไม่โกรธเขาที่หายตัวไปเป็นเวลา2ปีโดยที่ไม่ยอมส่งข่าวมา   แต่ถ้าหากว่าข้ามารู้ทีหลังว่าหลังจากที่เขามาถึงเมืองเมฆาแล้ว เขามัวแต่ไปสนใจทำอย่างอื่นก่อนแล้วล่ะก็  ข้าจะจับตาบ้านั่นขังเอาไว้ในค่ายกลสักสองสามวันโทษฐานที่ไปสนใจอย่างอื่นก่อนพวกเรา” กล่าวจบจื๋นหว่านซีพลางทำหน้ามุ่ยออกมา  ทำให้ซิวเอ๋อที่เห็นเช่นนั้นพลอยอดที่จะหัวเราะออกมาไม่ได้





ขอโทษที่ให้รอนานนะครับ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 306 ครั้ง

1,845 ความคิดเห็น

  1. #1738 PisitPa (@PisitPa) (จากตอนที่ 153)
    วันที่ 13 มีนาคม 2562 / 14:05
    ของคุณพัมาต่อเร็วเร็วนะครับ
    #1738
    0
  2. #1697 Unknown_EIEI (@Unknown_EIEI) (จากตอนที่ 153)
    วันที่ 2 มีนาคม 2562 / 07:17
    จากใจครับไรท์ ผมอ่านขาด555
    ต่อเรื่องไม่ถูก 2 คนตอนจบคือใครมาจากไหนลืมหมดแล้ว555
    #1697
    2
    • #1697-1 Djdy1730 (@Djdy1730) (จากตอนที่ 153)
      2 มีนาคม 2562 / 15:33
      คู่หมั้นของพระเอกครับ
      #1697-1
  3. #1694 Zenzerokung (@Zenzerokung) (จากตอนที่ 153)
    วันที่ 1 มีนาคม 2562 / 14:47
    ค้างงงง จะคลั่งแล้ว อ๊าาาากกกกกกก!!!!
    #1694
    0
  4. #1693 abeja2 (@abeja) (จากตอนที่ 153)
    วันที่ 1 มีนาคม 2562 / 14:14

    ขอบคุณครับ

    #1693
    0
  5. #1692 drakdevill (@drakdevill) (จากตอนที่ 153)
    วันที่ 1 มีนาคม 2562 / 07:00
    ขอบคุณครับ
    #1692
    0
  6. #1688 Wongyai123 (@Wongyai123) (จากตอนที่ 153)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2562 / 12:11

    555555ต้องย้อนกลับไปอ่านอันเก่าอีกไม่เป็นไรสนุกอ่านกี่ครั้งก็สนุก
    #1688
    0
  7. #1686 BB oi (@miyabijungds2mm) (จากตอนที่ 153)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2562 / 08:57
    งานเข้าแล้ววว
    #1686
    0
  8. #1685 suwitnaja555 (@suwitnaja555) (จากตอนที่ 153)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2562 / 07:59
    ขอบคุณครับ
    #1685
    0
  9. วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2562 / 07:22
    ตายแน่เสี่ยวหมิง
    ปล่อยให้สาวๆรอนาน
    #1684
    0
  10. #1683 kurozuki (@degel01) (จากตอนที่ 153)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2562 / 07:17
    เสี่ยวหมิงงานงอกแล้ว5555
    #1683
    0
  11. #1682 joelamtan (@joelamtan) (จากตอนที่ 153)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2562 / 07:16
    ขอบคุณครับ
    #1682
    0
  12. #1681 Notebook12 (@Notebook12) (จากตอนที่ 153)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2562 / 02:07
    อะไรก็ไม่น่ากลัวเท่าว่าที่เมียเสวี่ยหมิงไม่ได้กล่าวไว้
    #1681
    0