เมฆาสะท้านฟ้า

ตอนที่ 22 : คุณชายลู่หลงชิงแห่งตระกูลลู่

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 11,572
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 629 ครั้ง
    18 ก.ย. 61



         
รุ่งเช้าของอีกวันมาถึง  เสี่ยวหมิงลืมตาขึ้นมาพร้อมกับมองไปบริเวณรอบๆถ้ำ  ตอนนี้ลมปราณขั้นแก่นกำเนิดขั้น4นั้นมั่นคงแล้ว หลังจากการเลื่อนระดับอย่างต่อเนื่อง
   

"นี่ก็ผ่านมา6วันแล้วที่เราเข้ามาที่ป่าอาถรรพ์แห่งนี้   ข้าควรกลับไปที่ตระกูลไป๋ได้แล้วมารดาและซิวเอ๋อคงเป็นห่วงข้าน่าดู "    ว่าแล้วเสี่ยวหมิงก็รีบออกจากถ้ำทันที
     

เมื่อออกจากถ้ำมาเสี่ยวหมิงมองเห็นอสรพิษมรกตที่นอนตายอยู่ที่เดิม  โดยที่ร่างกายของมันนั้นยังมีเลือดไหลออกมาอยู่ตลอด  เสี่ยวหมิงเห็นดังนั้นจึงรีบเข้าไปที่ศพของอสรพิษมรกต  ใช้มีดชำแหละชิ้นส่วนต่างๆรวมถึงแก่นแท้ของมันเก็บเข้าสู่แหวนมิติของเขา  จนตอนนี้แหวนมิตินั้นเต็มไปด้วยซากสัตว์อสรู รวมถึงแก่นแท้ของมัน จนไม่สามารถเก็บสิ่งใดได้อีก   
                     

ส่วนสภาพศพของ หวางซือนั้นยังดูสมบูรณ์ดีอยู่มีแค่รอยเลือดที่มุมปากและตามร่างกายที่แห้งสนิทแล้ว   


เสี่ยวหมิงเดินไปหยิบแหวนมิติที่นิ้วของหวางซือออกมาเก็บใว้แล้วใช้เลือดของอสรพิษมรกตที่มีอยู่ในแหวนมิติ  เทลงตามตัวของหวางซือเพื่อตบตาว่าถูกสัตว์อสูรทำร้าย  แล้วตัวหวางซือนั้นบาดเจ็บและถูกพิษ จึงทำให้เสียชีวิตเพราะทนอาการบาดเจ็บและพิษไม่ไหว
         

หลังจากออกมาจากป่าอาถรรพ์ นี่มันก็ได้เวลายามเที่ยงแล้ว   หลังจากที่ไม่ได้กินอะไรมาหลายวัน เสี่ยวหมิงจึงอยากลองที่จะทานอาหารที่ห้องอาหาร ลั่วหลงเหวิน ของตระกูลลั่วดูซักครั้ง     
       

ก่อนหน้าเสี่ยวหมิงเคยได้ยินแต่ชื่อเสียงของห้องอาหารนี้ว่า  มีรสชาติเยี่ยมยอด   รวมถึงเหล้าก็ดีเยี่ยม   มีดนตรีขับกล่อมจากเหล่าสาวงาม คอยสร้างบรรยากาศให้แก่ผู้มากินอารหารที่นี่    ให้มีความรู้สึกว่าเหมือนอยู่บนสรวงสวรรค์ก็มิปาน
     

เมื่อเสี่ยวหมิงเดินมาถึงหน้าห้องอาหารแล้วมองเข้าไปด้านใน   เสี่ยวหมิงถึงกลับตกตะลึงกับผู้คนมากหน้าหลายตาที่นั่งอยู่ภายในร้าน   ที่กำลังนั่งกินอาหารอยูภายในร้านอย่างมีความสุข 
           

ห้องอาหาร ลั่วหลงเหวิน นั้นมีอยู่ทั้งหมดสามชั้น  ชั้นแรกสำหรับลูกค้าทั่วไปที่ไม่ได้จองล่วงหน้า เมื่อมาถึงแล้วไม่มีที่นั่งก็ต้องรอก่อนหรือมาวันหลังแทนชั้นที่สองมีแบ่งออกเป็น8ห้อง มีใว้สำหรับลูกค้าทั่วไปที่ต้องการจองห้องล่วงหน้า


ชั้นที่สามแบ่งออกเป็น2ห้องไหญ่ สำหรับลูกค้า V.I.P ที่ต้องการพบปะสังสรรค์แบบเป็นส่วนตัว ไม่ต้องการให้ใครรบกวนเวลาสังสรรค์ หรือคุยเรื่องสำคัญต่างๆ
     

"ไม่ทราบว่านายท่านต้องการที่นั่งกี่ที่ ขอรับ"? เสี่ยวเอ้อถามออกมาด้วยรอยยิ้ม
     

"ข้าต้องการห้องส่วนตัว ที่อยู่ชั้น2ตอนนี้ได้หรือไม่"? เสี่ยวหมิงตอบ
   

"ห้องส่วนตัวบนชั้น2นั้นเหลืออยู่ห้องสุดท้ายพอดีเลยขอรับ "เสี่ยวเอ้อตอบเสี่ยวหมิงด้วยรอยยิ้ม  เพราะตัวเสี่ยวเอ้อจะได้ค่าแนะนำลูกค้าถ้าหากลูกค้าสั่งห้องส่วนตัวที่ชั้น2
     

ห้องส่วนตัวที่ชั้น2นั้นต้องเสียค่าห้องเป็นเงิน20เหรียญทอง สำหรับเสี่ยวหมิงแล้วเงิน20เหรียญทองถือว่าไม่มากเท่าไร  แต่สำหรับพ่อค้าแม่ค้า หรอชาวบ้านที่หาเช้ากินค่ำแล้ว เงิน20เหรียญทองสามารถใช้จ่ายในครอบครัวได้เป็นเดือนเลยทีเดียว
     

เสี่ยวหมิงเดินมาถึงห้องแล้วสำรวจห้องนี้ทันที  ห้องนี้มีหน้าต่างอยู่ 3บาน สามารถมองเห็นตัวเมืองโดยรอบ  และตลาดที่ห่างออกไปไม่ไกลได้
   

"เอาอาหารที่ดีที่สุดมา3 อย่างและเอาสุราที่ดีที่สุดมาด้วย" เสี่ยวหมิงสั่งอาหารพร้อมกับหยิบเหรียญออกมาจากแหวนมิติ30เหรียญทองให้กับเสียวเอ้อทันที
     

" 20เหรียญทองนั้นสำหรับค่าห้อง  ส่วนที่เหลืออีก10เหรียญทองนั้นสำหรับค่าอาหารและสุรา   เงินทั้งหมดพอหรือไม่"?   ถ้าหากเงินเหลือเจ้าไม่ต้องทอน 
   

"พอ ขอรับนายท่าน"   เสี่ยวเอ้อยิ้มอย่างมีความสุขที่มันได้เงินพิเศษจากเสี่ยวหมิง


เพราะค่าอาหารและค่าสุราชั้นดีที่เสี่ยวหมิงสัั่งนั้น  มีราคารวมกันเพียงแค่7เหรียญทองเท่านั้น   ส่วนที่เหลืออีก3เหรียญทองนั้น เท่ากับเงินทั้งเดือนของเขาเลยทีเดียว
     

ขณะที่ เสี่ยวหมิงนั่งรออาหารและสุราอยู่  เขาพลันได้ยินเสียงเอะอะโวยวายที่ด้านหน้าทางเข้าของห้องอาหาร   ด้วยความอยากรู้เสี่ยวหมิงจึงมองออกไปทางหน้าต่างของห้อง แล้วพบเห็นเด็กหนุ่มลักษณะดูคล้ายคนเร่ร่อนกำลังนั่งคุกเข่าอยู่ตรงหน้าคุณชายคนหนึ่ง และหญิงสาวที่มาด้วยกัน  เสี่ยวหมิงจึงปล่อยจิตสัมผัสออกไปเพื่อตรวจดูสิ่งที่เกิดขึ้น
               

"ซิวเหนียงมันขโมยของเจ้าไปใช่ไหม   เราเห็นมันเดินวนเวียนใกล้ๆรถม้าของเจ้าก่อนที่ปิ่นปักผมของเจ้าจะหายไป"   พร้อมกับยิ้มที่มุมปากทันทีที่พูดเสร็จ
             

"ซิวเหนียงไม่ค่อยแน่ใจเท่าไรค่ะ คุณชายลู่  เพราะสุ่ยเหนียงไม่เคยเห็นเด็กคนนี้อยู่บริเวณนั้นเลย" ซิวเหนียงพูดเสร็จพร้อมกับทำหนาตาสงสัยออกมา
                   

ซิวเหนียงนั้นคือลูกสาวของพ่อค้าอาวุธ ที่ชอบมาติดต่อขอซื้อแร่ และวัตถุดิบในการสร้างอาวุธ กับตระกูลลู่ที่ทำเหมืองแร่อยู่   


ซิวเหนียงนั้นอายุเพียง13ปีแต่ความสวยความงามที่เบ่งบานเหมือนดอกทานตะวันเวลาที่มีแสงอาทิตย์  ผิวพรรณขาวใสเหมือนหยกที่ผ่านการตกแต่ง รวมถึงรูปร่างที่สมส่วน เอวบางคอดกิ่วช่วยเน้นสะโพกให้ดูน่าหลงใหล กับหน้าอกที่ดูดีเกินวัยทำให้ผู้ที่ได้เห็นแทบละสายตาออกจากนางไม่ได้เลย  
                         

เมื่อคุณชายลู่หลงชิง เห็นนางครั้งแรกเมื่อครั้งที่พ่อนางมาติดต่อขอซื้อแร่กับตระกูลลู่ ซึ่งตัวนางได้เดินทางมาด้วย   ทำให้ลู่หลงชิงนั้นถึงกับตกตะลึงในความงามของนางและหวังที่จะนำนางมาเป็นภรรยาในอนาคตให้ได้  
                 

ลู่หลงชิงตอนนี้อายุ15ปีแล้วเริ่มที่จะเป็นหนุ่มเต็มตัว  มีนิสัยมุทะลุชอบรังแกคนที่ไม่มีทางสู้และระรานคนอื่นไปทั่วเพราะมีตระกูลลู่หนุนหลัง   ผู้นำตระกูลลู่มีลูกชาย2คน คือลู่หลงเหวินและลู่หลงชิง  ลู่หลงชิงเมื่อสร้างปัญหาขึ้นก็ได้พี่ชายคอยเก็บกวาดและปกปิดผู้เป็นบิดาให้  เพราะลู่หลงเหวินเป็นศิษย์สายในของสำนักดาราคล้อย ทำให้เหล่าผู้คน หรือชาวยุทธทั่วไปไม่อยากเอาเรื่องกับลู่หลงชิง เมื่อคิดถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นตามมาหลังจากไม่ยินยอมปล่อยผ่านแล้ว   กลัวว่าจะมีปัญหากับตระกูลลู่และสำนักดาราคล้อย     
                           

ลู่หลงชิงเมื่อมองว่าซิวเหนียงคือเป้าหมายของเขาแล้ว  จึงทำทุกวิถีทางที่นางจะพอใจรวมถึง คอยเอาอกเอาใจนางทุกอย่าง แม้จะทำเช่นนั้นแล้วในสายตาของนางเขาก็ได้เป็นเพียงแค่พี่ชายเท่านั้น  
                               

ขณะที่ลู่หลงชิงพาซิวเหนียงเดินผ่านตลาดใจกลางเมืองที่มีสินค้าวางขายมากมายหลายอย่าง   เห็นเด็กหนุ่มคนนี้อายุราว11ปีนั่งมองมาทางซิวเหนียงด้วยสายตาชื่นชมในความงามของนาง  จากทุนเดิมที่ลูหลงชิงรู้สึกไม่ดีที่ซิวเหนียงไม่ยอมรับของที่ลู่หลงชิงจะซื้อให้เป็นของขวัญอยู่แล้ว   พอมาเจอเหตุการณ์นี้เข้าจึงทำให้เขาเกิดความไม่พอใจเพิ่มขึ้นไปอีก 


จึงคิดที่จะใช้เด็กหนุ่มตนนี้เป็นที่ระบายอารมณ์ที่มีในใจออกมา โดยวางแผนให้คนไปขโมยปิ่นปักผมของซิวเหนียงออกมาจากรถม้าแล้วโยนความผิดให้เด็กหนุ่มคนนั้นแทน  พอซิวเหนียงรู้ว่าเขาเป็นคนจับโมยได้แล้วคงต้องขอบคุณเขาและไม่ทำท่าทีเฉยเมยแบบที่ผ่านมาอีก  
                 

"ข้าไม่ได้เอาของพี่สาวท่านนี้ไป  ข้าไม่รู้เรื่อง"พร้อมกับสายตาแน่วแน่ไม่มีอาการโกหกแม้แต่น้อย
                 

"เจ้าจะยอมบอกมั้ยว่าเอาปิ่นปักผมของคุณหนูไปใว้ที่ไหน"   


พั้วะ!!  พั้วะ!!


เหล่าผู้ติดตามของลู่หลงชิงทั้งเตะ ทั้งต่อย เด็กหนุ่มเพื่อทำทีว่าซ้อมเพื่อให้ยอมรับว่าเป็นคนเอาปิ่นปักผมไป  แต่แท้จริงแล้ว ปิ่นปักผมอยู่ที่พวกมันนั่นเอง  เพราะนายน้อยพวกมันสั่งให้ซ้อมให้หนัก  โทษฐานที่มองหญิงสาวที่มันหมายปอง
                 

"ต่อให้ข้าต้องตาย ข้าก็ไม่รู้ว่าปิ่นปักผมอยู่ไหน  ข้าไม่ได้เอาไป"พร้อมกับมีเลือดที่ไหลออกมาที่มุมปากจากการโดนซ้อม
   

"พอเถอะเจ้าค่ะคถณชายลู่ ซิวเหนียงคิดว่าเด็กหนุ่มคนนี้คงไม่ไช่ขโมยหรอกเจ้าค่ะ "


ลู่หลงชิงเมื่อได้ยินซิวเหนียงพูดออกมาแบบนั้นยิ่งทำให้เขามีความสุข เพราะทุกอย่างกำลังเป็นไปตามแผนของเขา  เมื่อเขาสั่งให้ผู้ติดตามค้นตัวเด็กหนุ่มคนนั้นแล้วจะต้องเจอปิ่นปักผมแน่นอน  เพราะตอนซ้อมได้ยัดใว้ในเสื้อของเด็กหนุ่มเรียบร้อยแล้ว
       

เมื่อเสี่ยวหมิงเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดแล้ว ถึงกับส่ายหัวออกมาทันทีพร้อมกับสงสารเด็กหนุ่มคนนั้นที่ตกเป็นเหยื่อของแผนการณ์ที่เกิดขึ้น ของคุณชายลู่หลงชิงที่ต้องการความสนใจจากหญิงสาวที่ชื่อซิวเหนียง    
           

"  ขอโทษขอรับคุณชายที่ให้ท่านรออาหารและสุรานานเกินไป" เสี่ยวเอ้อวางอาหารใว้บนโต๊ะ แล้วจึงโค้งคำนับทันทีหลังจากพูดขอโทษต่อเสียวหมิงแล้ว
           

" ไม่เป็นไร ข้าไม่ถือสากับเรื่องแค่นี้หรอก      คือข้ามีอะไรจะถามเจ้าหน่อยให้เจ้าตอบมาตามความจริงห้ามโกหก เข้าใจไหม "?


เสี่ยวหมิงถามออกไปด้วยความอยากรู้ว่าทำไมถึงไม่มีทหารประจำเมืองมาดูแลจัดการเรื่องที่เกิดขึ้นนี้  ปล่อยให้ชาวบ้านถูกรังแกจากพวกคุณชายเหล่านี้ได้ยังไง
         

"เสี่ยวเอ้อ ทำไมพวกทหารประจำเมืองไม่มาจัดการเรื่องที่เกิดขึ้นข้างนอกนี้ ปล่อยให้เด็กคนนั้นถูกคุณชายตระกูลลู่ทำร้ายอยู่ฝ่ายเดียว   โดยที่ไม่มีใครทำอะไรเลย"
           

เมื่อเสี่ยวเอ้อได้ยินคำถามของเสี่ยวหมิงถึงกับทำหน้าตาสงสัยว่า เสี่ยวหมิงไม่รู้อะไรเลยงั้นหรือ  แล้วจึงเล่าเรื่องราวว่าตระกูลลู่นั้นมีญาติเป็นขุนนางอยู่ที่วังหลวงของใจกลางทวีปสุริยันต์แห่งนี้  ทำให้ไม่มีทหารของเมืองต้าชิงแห่งนี้กล้าที่จะไปแทรกแซงเรื่องที่ตระกูลลู่กำล้งทำอยู่ทั้งหมด รวมถึงเรื่องนี้  ที่เกี่ยวกับคุณชายลู่กำลังกระทำอยู่
         
 
หลังจากรู้เรื่องจากปากเสี่ยวเอ้อแล้วเสี่ยวหมิงจึงตัดสินใจที่จะยอมยื่นมือเข้าช่วยเด็กหนุ่มคนนั้น  หลังจากที่เห็นสายตาแน่วแน่ไม่เกรงกลัวต่อสิ่งใด  ถึงแม้จะถูกซ้อมปางตายก็ยังไม่ร้องโอดโอยออกมาซักครั้ง คิดว่าถ้าหากเขายื่นมือช่วยเหลือแล้ว    สั่งสอนทักษะยุทธให้    แล้วให้เป็นผู้ติดตามของเขา    คงจะสามารถช่วยเหลือเขาได้มาก
                   

เสี่ยวหมิงจึงคิดแผนการรอให้เด็กคนนั้นเจอกับสถานการณ์ที่เลวร้ายถึงขั้นเอาชีวิตไม่รอดก่อน  ถึงจะยื่นมือเข้าไปช่วย จึงจะสามารถทำให้เด็กคนคนนี้ติดตามเราด้วยความซื่อสัตย์ได้   เพราะเมื้อมีคนยื่นมือช่วยเหลือช่วงที่หมดสิ้นหนทางแล้วนั้น   จะทำให้ผู้ถูกช่วยนั้นสำนึกบุญคุณมากที่สุด   เมื่อเสี่ยวหมิงคิดได้ดังนั้นจึงบอกเสี่ยวเอ้อว่า จะลงไปดูเรื่องที่เกิดขึ้นบริเวณทางด้านหน้าห้องอาหารซักหน่อย  
               

ลูหลงชิงนั้นเมื่อเห็นว่าแผนที่วางใว้กำลังไปได้สวย  จึงดำเนินขั้นต่อไปทันที
         

" พวกเจ้าเข้าไปค้นตัวมันดูซิ  ข้าว่ามันต้องเก็บปิ่นปักผมใว้กับตัวมันแน่"


ลู่หลงชิงเมื่อพูดเสร็จแล้วหันมามองผู้ติดตามของเขา  พร้อมกับพยักหน้าส่งสัญญานที่พวกเขารู้กันอยู่แล้ว   ประกอบกับเด็กหนุ่มนั้นมั่นใจอยู่แล้วว่ามันไม่มีปิ่นปักผมอยู่กับตัวเองจึงยินยอมให้ค้นโดยไม่ขัดขืนอะไร
           

หลังจากผู้ติดตามของลู่หลงชิงทำทีว่าค้นหาปิ่นปักผมในเสื้อของเด็กหนุ่มผู้นั้นสักครู่หนึ่ง พร้อมกับจี้สกัดจุดให้พูดไม่ได้
           

"เจอปิ่นปักผมของคุณหนูซิวเหนียงแล้วขอรับคุณชาย" ผู้ติดตามพูดขึ้นพร้อมกับโชว์ปิ่นปักผมที่หายไปของซิวเหนียงขึ้นมาทันที  
           

" ไหน เจ้าบอกว่าเจ้าไม่ได้ขโมยปิ่นปักผมอันนี้ไป  แล้วมันอยู่ที่เจ้าได้ยังไง เป็นคนขโมยแต่ยังปากแข็งอีก  พวกเจ้าจับมันไปให้ทางการลงโทษ  ข้อหาขโมยปิ่นปักผมชิ้นนี้ ของคุณหนูซิวเหนียงไป"   ลู่หลงชิงยิ้มออกมาอย่างมีความสุขที่ทุกอย่างเป็นไปตามแผนของเขาที่วางเอาใว้  พร้อมกับส่งปิ่นปักผมคืนให้ซิวเหนียงทันที
               
 
" แม่นางซิวเหนียง  นี่ปิ่นปักผมของเจ้า" ลู่หลงชิงส่งปิ่นปักผมคืนให้แก่นาง
           

" ขอบคุณคุณชายลู่เจ้าค่ะ"   พร้อมกับรับปิ่นปักผมมาแล้วยิ้มให้แก่ ลู่หลงชิง
     

เมื่อเห็นซิวเหนียงยิ้มให้กับตัวเองแล้ว  ลู่หลงชิงรู้สึกมีความสุขมาก  รอยยิ้มนี้ช่างดูน่ารักน่าถนุถนอมมาก   
         

" พวกเจ้าเอาตัวไอ้เด็กนี่ไปได้แล้ว ข้าไม่อยากเห็นหน้ามัน"     "ขอรับคุณชาย"


เด็กคนนั้นแสดงสีหน้าสิ้นหวังออกมาทันที  ตัวเขาคิดว่าทำไมเขาถึงโดนกระทำเช่นนี้ สววรค์ เขาทำอะไรผิด ทำไมเขาต้องเจอเหตุการณ์เช่นนี้   ระหว่างที่ผู้ติดตาม2คนของลู่หลงชิง กำลังจะหิ้วแขนเด็กหนุ่มผู้นั้นออกไปกลับมีคนพูดขึ้น
       

"ช้าก่อนพี่ชาย ข้าว่าเรื่องนี้ไม่ถูกต้อง   เด็กคนนั้นถูกกล่าวหาและป้ายความผิด!"

          


              

                  

            

              
                 



   

   

        




         
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 629 ครั้ง

1,845 ความคิดเห็น

  1. #1552 Gamde (@Gamde) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2561 / 00:06
    เรื่องนี้เค้าไม่อาบน้ำกันเรอะ!! ฝึกวิชาหลายเดือน ผลัดเปลี่ยนเนื้อหนัง เข้าป่าไปนอนอยู่ในถ้ำ แต่ออกมา้วกลับเดินเข้าเหลาอาหารใหญ่โตหน้าตาเฉย รูปหล่ออย่างเดียวไม่ได้ทำให้ดูดีนะ ควรอาบน้ำบ้าง ถึงจะไม่สำคัญสำหรับคุณ แต่ควรทำให้เนื้อเรื่องมันสมบูรณ์ อ่านแล้วมองภาพได้กว้างๆ ไม่ใช่ออกจากป่ามาแล้วไปในที่ๆคนเยอะๆแบบนี้ เป็นคุณๆจะอาบน้ำหรือเดินเข้าไปเลย ลองคิดดูนะ ถ้าคุณบอกว่าพระเอกออกมาแล้วไปชำระล้างร่างกายให้สะอาดก่อนมาหาของกินหรือไปไหน ผมว่าพระเอกจะดูดีขึ้นอีกเยอะนะครับ (หรือไรท์จะไม่ชอบอาบน้ำหว่า??)
    #1552
    1
    • #1552-1 คนจร (จากตอนที่ 22)
      11 ธันวาคม 2561 / 10:46
      งั้นต้องอธิบายด้วยไหม​ ขี้ตอนไหน​ เยี่ยวตอนไหน
      #1552-1
  2. #487 tr69 (@tr69) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2561 / 08:32
    ขอบคุณครับ
    #487
    0
  3. #50 joelamtan (@joelamtan) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 26 มีนาคม 2561 / 16:22
    ขอบคุณครับ
    #50
    0
  4. #49 Somsak Thammaseri (@somsak9248) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 26 มีนาคม 2561 / 14:42
    สนุกๆๆขออีกคับ
    #49
    0
  5. #48 Reezas (@Reezas) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 26 มีนาคม 2561 / 14:07
    ขออีกๆๆกำลังสนุก
    #48
    0