เมฆาสะท้านฟ้า

ตอนที่ 26 : ความเงียบที่น่าหวาดกลัว2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 11,280
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 633 ครั้ง
    19 ก.ย. 61



หลังจากที่เสี่ยวหมิงกลับมาถึงห้องนอนพร้อมกับได้เข้ามาในจี้มิติแล้ว เขาก็ได้ก็ถูกผู้อาวุโสเซียนเหอที่รอพบกับเสี่ยวหมิงอยู่ก่อนแล้วถามขึ้นว่า
           

"เป็นไงบ้างล่ะ เจ้าหนู เจ้าสบายดีหรือ  ข้าไม่เห็นเจ้าเข้ามาในนี้หลายวันแล้ว"?


อาวุโสเซียนเหอถามเสี่ยวหมิงเมื่อไม่เห็นเสี่ยวหมิงเข้ามาในจี้มิติเกือบ10วัน ปกติเสี่ยวหมิงต้องเข้ามาฝึกที่นี่เกือบทุกวัน  ไม่เคยเว้นช่วงเวลานานขนาดนี้
   

"ข้าน้อยสบายดี  ขอรับ แต่ข้าน้อยมีเรื่องที่ต้องไปทำนิดหน่อยจึงไม่ได้เข้ามาฝึกขอรับ ท่านอาวุโสเซียนเหอ"  พร้อมกับที่เสี่ยวหมิงโค้งคำนับอาวุโสเซียนเหอ
         

"แล้ววันนี้เจ้าอยากฝึกอะไรก่อนดี"?อาวุโสเซียนเหอถามออกมาด้วยรอยยิ้ม
       

"ข้าน้อยแค่ต้องการที่จะเลื่อนขั้นลมปราณ โดยใช้เม็ดยาเพิ่มลมปราณนี่ขอรับ"พร้อมกับหยิบเม็ดยาเพิ่มลมปราณชั้น3ออกมาแล้วยกขึ้นให้อาวุโสเซียนเหอดู 
       

เมื่ออาวุโสเซียนเหอเห็นเสี่ยวหมิงแค่เพียงต้องการเลื่อนขั้นลมปราณเท่านั้น ถึงกับหมดหวังที่จะได้เห็นเสี่ยวหมิงเข้าไปฝึกทักษะที่หลังประตู เขาเองก็อยากรู้ว่าเสี่ยวหมิงจะฝึกทักษะอันไหน   เพราะตัวเขาไม่เคยเข้าไปในประตูทั้ง4บานเลย  มีแต่เรียนรู้จากท่านเทพตี้จิวที่คอยบอกเคล็ดลับและวิธีการฝึกต่างๆเท่านั้นเอง
               

หลังจากนั้นเสี่ยวหมิงจึงกินเม็ดยาเพิ่มลมปราณและนั่งขัดสมาธิเพื่อดูดซับลมปราณจากเม็ดยาเพิ่มลมปราณทันที   


โดยที่ไม่รู้ว่าตอนนี้ตระกูลลู่กำลังเกิดความวุ่นวายขึ้นหลังจากที่ลู่หลงชิงกลับไปที่ตระกูลแล้ว   ได้กล่าวว่าร้ายเสี่ยวหมิงไปต่างๆนาๆรวมถึงใส่สีตีใข่เพิ่มเติมจากความเป็นจริง
               

ในตระกูลลู่นั้น มีลู่เปียวเป็นผู้นำตระกูลและมีอาวุโสอีก5คนที่คอยดูแลเกี่ยวกับกิจการเหมืองแร่และดูแลการฝึกของบรรดารุ่นเยาว์ของตระกูล
             

ลู่เปียวมีลูก2คนคือ ลู่หลงเหวินอายุ18ปี และลู่หลงชิงอายุ15ปี


ซึ่งลู่หลงเหวินนั้นเป็นศิษย์สายในของสำนักดาราคล้อย จึงทำให้ตระกูลลู่มีอาวุโสอันดับสี่ผู้เป็นอาจารย์ของสำนักดาราคล้อยหนุนหลัง รวมถึงมีญาติฝ่ายภรรยาที่เป็นขุนนางในเมืองหลวงทำให้ผู้นำตระกูลลู่ไม่เกรงกลัวใครในเมืองต้าชิงแห่งนี้
             

"ท่านพ่อขอรับ! !ไอ้เจ้าเสี่ยวหมิงมันไม่ได้เกรงกลัวตระกูลลู่เราเลย ขอรับ  ทั้งๆที่ลูกบอกมันว่าลูกคือลูกชายของผู้นำตระกูล  ไอ้เจ้าเสี่ยวหมิงมันยังไม่สนใจแถมมันยังบังคับให้ลูกคุกเข่าโขกศรีษะต่อหน้าเด็กหนุ่มเร่ร่อนคนหนึ่ง ซึ่งถ้าหากลูกไม่ทำตามที่มันพูดแล้วมันจะสังหารลูกทิ้ง มันยังบอกอีกว่าอย่าให้เห็นคนตระกูลลู่ไปที่ห้องอาหาร ลั่วหลงเหวินอีก  ไม่งั้นมันจะสังหารคนตระกูลลู่ให้หมดทุกคนขอรับ"
                       

ลู่หลงชิงพูดออกมาพร้อมกับรอยยิ้ม เพราะเขาพูดความจริงเพียงส่วนเดียวที่เหลือเขาแต่งเรื่องขึ้นมา  เพื่อให้พ่อของเขาอยากที่จะสังหารเสี่ยวหมิงที่กล้าล่วงเกินตระกูลลู่  ทั้งๆที่รู้ว่าตระกูลลู่มีอิทธิพลขนาดไหนในเมืองนี้
             

" ที่เจ้าพูดมาทั้งหมดคือความจริงงั้นรึ"? ลู่เปียวถามลู่หลงชิงอีกครั้ง
           

"ที่ลูกพูดมาทั้งหมดคือความจริงขอรับ ถ้าท่านพ่อไม่เชื่อถาม ไอ้พวกนี้ดูก็ได้ขอรับ ท่านพ่อ" เมื่อพูดเสร็จ   ลู่หลงชิงจึงหันไปมองหน้าเหล่าผู้ติดตามทันทีโดยทำหน้าตาจริงจังเหมือนบอกใบ้ให้ทำตาม
             
 
"นี...นี่คือเรื่องจริงขอรับนายท่าน"พร้อมกับผู้ติดตามคุกเข่าก้มศีรษะลง
             

"ท่านพ่อขอรับลูกอยากให้ท่านส่งคนของเราออกสืบหาที่อยู่ของมัน  และไปจัดการจับตัวมันมาที่ตระกูลลู่ เพราะลูกจะเป็นคนที่สังหารมันเอง โทษที่มันกล้าทำให้น้องต้องอับอายขอรับ" 
           

ลู่หลงเหวินกล่าวออกมาด้วยความโกรธ  ที่น้องชายสุดที่รักของเขาถูกเสี่ยวหมิงทำลายศักดิ์ศรีรวมถึงตระกูลลู่ของเขาเสียหน้าด้วย  ตัวเขาตอนนี้อยากที่จะสังหารเสี่ยวหมิงและสับตัวออกเป็นพันๆชิ้น
               

"พ่อก็คิดเช่นนั้นเหมือนกันกับลูก ถ้าหากให้มันตายง่ายๆแล้วมันจะได้อะไรสู้จับตัวมันมาที่ตระกูลแล้วทรมานมันให้มันตายอย่างช้าๆ อย่างนี้ถึงจะสมกับที่มันกล้าที่จะล่วงเกินตระกูลลู่ของเราฮ่าๆๆๆ!"  
           

"ท่านอาวุโสลู่ไคพรุ่งนี้เช้าให้ท่านนำมือดี10คนที่มีลมปราณขั้นแก่นกำเนิดขั้นที่1ขึ้นไป รีบออกไปจัดการหาที่อยู่ของเสี่ยวหมิงและจับตัวของมันกลับมาที่ตระกูลลู่  ถ้าหากว่ามันนั้นขัดขืน สามารถสังหารและนำศพของมันกลับมาที่ตระกูลลู่ได้เลย"
         

"ขอรับท่านผู้นำ" ลู่ไครีบออกไปทันทีหลังจากได้รับคำสั่งจากลู่เปียว
   

ในขณะที่เสี่ยวหมิงกำลังนั่งดูดซับลมปราณในจี้มิติ จนเวลาล่วงเลยผ่านมาอีก25วันแล้ว 


ปั้ง!! พร้อมกับรอยยิ้มของเสี่ยวหมิงขณะที่กำลังหลับตาอยู่  


จนเวลาผ่านไปอีก5วัน เสี่ยวหมิงถึงได้ลืมตาขึ้นมาพร้อมกับความดีใจ ที่สามารถเลื่อนขั้นจากลมปราณขั้นแก่นกำเนิดขั้นที่4ไปขั้นที่5ได้แล้ว
               

เพราะในตันเถียนของเสี่ยวหมิงต้องการลมปราณที่มากมายมหาศาลกว่าผู้อื่น เพื่อเติมเต็มตันเถียนให้เพียงพอจนสามารถเลื่อนขั้นต่อไปได้   ตอนนี้ตันเถียนของเสี่ยวหมิงสามารถเก็บลมปราณได้มากกว่าผู้อื่นถึงสองเท่าจึงทำให้เสี่ยวหมิงนั้นเลื่อนขั้นลมปราณยากกว่าผู้อื่นมาก

ถ้าหากเสี่ยวหมิงไม่ได้โชดดีที่มีเม็ดยาเพิ่มลมปราณอยู่ในแหวนมิติของหวางซือแล้วละก็  ตัวเสี่ยวหมิงก็ไม่รู้ว่าจะต้องใช้เวลานานเท่าไรถึงจะเลื่อนขั้นจากลมปราณแก่นกำเนิดขั้น4ไปขั้นที่5ได้ 
     

รุ่งเช้าของวันมาถึง  เมื่อเสี่ยวหมิงออกมาจากจี้มิติแล้วจึงรีบเปลี่ยนชุด แล้วออกไปหามารดาที่ตึกใหญ่ทันที     
           

"ท่านแม่ขอรับ  ลูกอยากจะออกไปที่ป่าอาถรรพ์อีกครั้งขอรับท่านแม่ "?เสี่ยวหมิงกล่าวเพราะอยากจะไปสำรวจดูส่วนลึกของป่าอาถรรพ์ว่าจะสามารถเข้าไปได้ยังไง
   

เมื่อเสี่ยวมินได้ยินบุตรชายพูดออกมาถึงกับทำหน้าตกใจและครุ่นคิด และถามออกมา ด้วยความเป็นห่วง เพราะก่อนหน้านี้ก็มีเหตุการณ์ที่ถูกอสรพิษมรกตโจมตี  และถูกกลุ่มของหวางซือตามสังหารในป่าอาถรรพ์อีก  จึงกลัวว่าจะมีอันตรายเกิดขึ้น
         

"แล้วลูกจะไปที่นั่นทำไม  มันอันตรายมาก  แม่ไม่อยากให้ลูกไปแม่เป็นห่วง"
       

"ท่านแม่ไม่ต้องเป็นห่วงขอรับ  ลูกสามารถดูแลตัวเองได้  ท่านแม่อย่าลืมว่าลูกสามารถทนพิษได้ทุกชนิด และความเร็วของลูกก็ไม่เป็นสองรองใคร"
   

เมื่อเสี่ยวมินได้เห็นแววตาแน่วแน่ของเสี่ยวหมิงที่ไม่มีความกลัวอยู่เลยจึงยินยอมให้ไป
 

"ถ้าอย่างนั้นลูกต้องระมัดระวังตัวให้ดี  ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นให้รีบออกจากที่นั่นทันที!"
     

"ลูกเข้าใจแล้ว ขอรับท่านแม่" เสี่ยวหมิงรีบออกไปพร้อมกับรอยยิ้มที่มุมปาก


หลังจากที่เสี่ยวหมิงไปได้ไม่นานเสี่ยวมินไม่ใว้ใจในสถานการณ์จึงเรียกไป๋หยุนออกมา"ท่านไป๋หยุน ท่านจงไปคุ้มครองเสี่ยวหมิงอย่างลับๆ ถ้าหากไม่มีอันตรายถึงชีวิตไม่ต้องลงมือ ถือว่าเป็นการฝึกเสี่ยวหมิงไปในตัว"  
           

" ขอรับนายหญิง!!"พร้อมกับหายตัวออกไปทันที
           

หลังจากที่ไป๋หยุนออกไปแล้วเสี่ยวมินจึงพึมพัมออกมา    


" แม่จะไม่ยอมให้ใครทำร้ายลูกเด็ดขาด  ไม่ว่ามันจะเป็นผู้ใดก็ตาม !!"    พร้อมกับปล่อยจิตสังหารออกมาครู่หนึ่งจึงเก็บเข้าไป
   

หลังจากที่เสี่ยวหมิงออกมาจากร้านค้าตระกูลไป๋แล้วก็ใช้ออกด้วยท่าก้าวเมฆาเคลื่อน รีบไปที่ป่าอาถรรพ์ เพราะเขาอยากจะสำรวจส่วนลึกของป่าอาถรรพ์เพื่อคิดแผนการณ์ที่จะเข้าไปเสาะหาสุสานกระบี่มังกรตามแผนที่ ที่ได้มาจากแหวนมิติของหวางซือ
         

หลังจากที่เสี่ยวหมิงออกจากร้านค้าตระกูลไป๋ได้ไม่นาน  ก็มีกลุ่มของลู่ไคปรากฏตัวขึ้นไกล้ๆกับตระกูลไป๋ หลังจากที่กลุ่มของลู่ไคสอบถามชาวบ้านบริเวณหน้าห้องอาหาร ลั่วหลงเหวินได้ความว่าเสี่ยวหมิงเดินออกไปทางด้านตระกูลไป๋  พวกเขาจึงมาซุ่มรอดูเสี่ยวหมิงที่บริเวณนี้  พร้อมกับสอบถามคนแถวนั้นอีกครั้ง
                           

คราวนี้ลู่ไคถึงกับยิ้มออกมา เพราะว่ามีคนเห็นเสี่ยวหมิงออกจากร้านค้าตระกูลไป๋แล้วหันหน้าไปทางป่าอาถรรพ์แล้วหายตัวไปประมาณครึ่งชั่วยามแล้ว พวกกลุ่มของลู่ไคจึงรีบตามไปทางป่าอาถรรพ์ทันที  โดยที่ไม่รู้ว่ามีคนจับตาดูพวกเขาอยู่ซึ่งก็คือไป๋หยุนนั่นเอง    
           
เมื่อเสี่ยวหมิงมาถึงทางเข้าของป่าอาถรรพ์แล้วจึงหยุดปลดปล่อยจิตสำผัสตรวจสอบดูบริเวณรอบๆว่ามีใครที่ตามมาหรือไม่  เพราะเสี่ยวหมิงรู้สึกคล้ายกับมีคนจ้องมอง หลังจากตรวจสอบแล้วพบว่าไม่มีใครอยู่บริเวณนี้ จึงรีบเข้าไปที่ส่วนกลางของป่าอาถรรพ์ทันที


โดยที่ไม่รู้ว่าไป๋หยุนถึงกับตะลึงกับความรู้สึกของเสี่ยวหมิง ที่สามารถรู้สึกถึงตัวตนระดับลมปราณวีรชนได้ ถึงแม้จะรู้สึกได้เพียงชั่วขณะก็ตาม   เมื่อได้สติแล้วจึงรีบตามเสี่ยวหมิงเข้าไปบริเวณใจกลางป่าอาถรรพ์ทันที
         

ผ่านไปเพียงครึ่งชั่วยามกลุ่มของลู่ไคมาถึงทางเข้าของป่าอาถรรพ์   พร้อมกับสังเกตร่องรอยของเสี่ยวหมิงทันที  หลังจากที่สังเกตเห็นรอยบนใบหญ้าลักษณะเหมือนมีคนเหยียบก่อนหน้านี้  จึงสั่งออกมา
     

พวกเจ้าทั้ง10คนแบ่งกันออกตามหาในป่าแห่งนี้  อย่าเข้าไปลึกเกินกว่าส่วนใจกลางของป่าอาถรรพ์ ถ้าใครที่หาตัวมันเจอก่อนให้จับกุมตัวมันทันที   จำใว้ว่านายท่านสั่งให้จับตัวมันมาในขณะที่มีชีวิตอยู่  แต่ถ้าหากมันขัดขืน สามารถสังหารและเก็บเอาศพของมันมารอพวกเราอยู่ที่ทางเข้านี้ได้ "       


" ขอรับอาวุโสลู่ไค"

               

จากนั้นแต่ละคนใช้ออกด้วยท่าก้าวของแต่ละคนหายเข้าไปในป่าอย่างรวดเร็ว เพราะแต่ละคนต่างคิดว่าถ้าหากเขาสามารถจับตัวเสี่ยวหมิงได้นั้น คงจะได้รับรางวัลพิเศษเป็นแน่ จึงทำให้เกิดการแข่งขันกันเกิดขึ้นในกลุ่มทั้ง10คนเหล่านั้น
                       

หลังจากที่เสี่ยวหมิงมาถึงส่วนใจกลางของป่าอาถรรพ์แล้ว เกิดนึกย้อนไปก่อนหน้านี้ที่เขาเองเจอกับอสรพิษมรกต จนเกือบเอาชีวิตไม่รอด โชคดีที่ได้ผลึกเทพช่วยใว้ทัน ไม่อย่างนั้นเขาคงต้องตายอย่างแน่นอน  พร้อมกับได้ยินเสียงคนกระโดดลงมาจากต้นใม้มายืนอยู่ตรงหน้าเสี่ยวหมิง  
           

"ฮ่าๆๆ!! ข้านี่โชคดีจริงๆที่เข้ามาที่ป่าด้านในก่อนใครจนเจอตัวลูกไก่ตัวน้อยนี้"พร้อมกับยิ้มเยาะเย้ยมาทางเสี่ยวหมิง
             
 
"เจ้าเป็นใคร แล้วมีธุระอะไรกับข้างั้นรึ"?เสี่ยวหมิงถามออกไปด้วยความไม่เข้าใจ
     

" ข้าเป็นใครงั้นรึ  หึๆ!  ข้าคือคนของตระกูลลู่ที่จะมาจับกุมเจ้าไปที่ตระกูลยังไงหล่ะ ถ้าเจ้ายอมให้ข้าจับกุมดีๆ โดยไม่ขัดขืนแล้ว เจ้าก็อาจจะยังมีชีวิตรอดต่อไปได้อีกหน่อย  แต่ถ้าหากเจ้านั้นขัดขืนการจับกุมแล้ว  อย่าโทษว่าข้าไร้ความปราณี"พร้อมกับยิ้มออกมาอย่างมีความสุข 


เพราะหลังจากที่จับกุมตัวเสี่ยวหมิงได้แล้วเขาก็จะได้รับรางวัลพิเศษจากอาวุโสลู่ไค   ที่มันดูมีความมั่นใจก็เป็นเพราะว่ามันสัมผัสได้ว่าตอนนี้นั้นเสี่ยวหมิงมีลมปราณแค่ขั้นหลอมรวมขั้นที่4เท่านั้นเอง
     

เสี่ยวหมิงได้ยินดังนั้นถึงกับหัวเราะออกมา  " ฮ่าๆๆ ถ้าหากเจ้าคิดว่าทำได้ก็ลองดูสิข้าก็อยากจะรูเหมือนกันว่าเจ้าจะทำได้อย่างที่พูดออกมาหรือเปล่า" พร้อมกับรอยยิ้มที่มุมปากของเสี่ยวหมิงที่เยาะเย้ย ชายหนุ่มอายุ18ปีตรงหน้าเขา   
       

เมื่อชายหนุ่มคนนั้นได้ยินเสี่ยวหมิงพูดและเห็นรอยยิ้มเยาะเย้ยของเสี่ยวหมิงถึงกับโกรธมากและแสดงหน้าตาเยาะเย้ยออกมา ที่เสี่ยวหมิงไม่ดูพลังลมปราณของตัวเองที่มีเพียงขั้นหลอมรวมขั้นที่4เท่านั้น  กลับแสดงความท้าทายต่อมันที่มีลมปราณขั้นแก่นกำเนิดขั้นที่1     จากนั้นเขาพลันใช้ออกด้วยท่าก้าวพร้อมกับโจมตีเสี่ยวหมิงทันที  
           

เขาปลดปล่อยลมปราณขั้นแก่นกำเนิดขั้นที่1ออกมา พร้อมกับฟันใบมีดคล้ายตะขอออกไปหวังตัดคอของเสี่ยวหมิง บ่งบอกว่าชายหนุ่มนั้นคิดที่จะสังหารเสี่ยวหมิงในกระบวนท่าเดียว     


เมื่อเห็นว่าเสี่ยวหมิงยังยืนนิ่งอยู่ที่เดิมโดยไม่หลบหลีก พร้อมกับใบมีดที่กำลังจะฟันคอของเสี่ยวหมิงแล้ว เขาถึงกับยิ้มออกมาอย่างมีความสุขที่เรื่องทุกอย่างช่างง่ายดายอะไรเช่นนี้
           

"สวบ!" เสียงของใบมีดฟันโดนเพียงภาพติดตาของเสี่ยวหมิงที่ใช้ออกด้วยท่าก้าวเมฆาเคลื่อนท่าที่1เคลื่อนเมฆาหลบออกไปด้านข้าง  พร้อมกับรอยยิ้มของชายหนุ่มที่หายไปและแทนที่ด้วยความตกใจ 


ขณะเดียวกันเสี่ยวหมิงก็ได้โจมตีสวนกลับไปด้วยการตบฝ่ามือออกมา
                       

ฝ่ามือเมฆากระบวนท่าที่1 เมฆาล่องลอย
     

เหมือนมีฝ่ามือขนาดใหญ่กว่า70ฝ่ามือคอยโจมตีชายหนุ่ม พร้อมกับครอบคลุมตัวชายหนุ่มเอาใว้จนไม่สามารถขยับตัวได้   คล้ายกับภูเขาขนาดใหญ่กดทับตัวของชายหนุ่มเอาใว้ ทำให้ชายหนุ่มไม่สามารถที่จะป้องกันเอาไว้ได้   
         

"เปรี้ยง!!"     


ชายหนุ่มถูกฝ่ามือของเสี่ยวหมิงกระทบถูกร่างจนปลิวไปชนต้นไม้หักโค่นลงกว่าสิบต้นจึงหยุดลง นอนหายใจรวยริน  ชีพจรขาดสะบั้นพร้อมกับกระดูกที่แตกไปทั่วร่างกายจากฝ่ามือนี้  ผ่านไปเพียงสามลมหายใจชายหนุ่มคนนั้นก็สิ้นลมทันที       



                   

                




               

                    





   







        

             

 
            
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 633 ครั้ง

1,845 ความคิดเห็น

  1. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  2. #1264 ate2120465 (@ate2120465) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 12 กันยายน 2561 / 13:00
    ป่าหมดแน่สุ้ทีต้นไม้หึกครั้งละ10กว่าต้น
    #1264
    0
  3. #1189 thursaadayer (@thursaadayer) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2561 / 15:16
    แบบนี้สินะที่มาจองคำว่าตบเกรียนนน
    #1189
    0
  4. #495 tr69 (@tr69) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2561 / 13:09
    ขอบคุณครับ
    #495
    0
  5. #245 Unnilium (@litium) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2561 / 09:53
    ทะเลาะกันต้นเหตุมาจากผู้หญิงทั้งนั้นแก่แดดจริงๆ 555
    #245
    0
  6. #107 Alarm (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 7 เมษายน 2561 / 01:32
    โอ๊ว...วัน พั้น แมน ... ฝ่ามือเดียวจอด
    #107
    2
    • #107-1 Djdy1730 (@Djdy1730) (จากตอนที่ 26)
      9 เมษายน 2561 / 02:21
      ต่อไปก็คงนิ้วเดียวจอด อิ อิ
      #107-1
    • #107-2 thursaadayer (@thursaadayer) (จากตอนที่ 26)
      28 สิงหาคม 2561 / 15:17
      สักพักอาจตกใจจอด
      #107-2
  7. #72 18 อรหันต์ (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 30 มีนาคม 2561 / 15:35
    ตอนนี้คำผิดน้อยลงแล้ว ติดตามต่อไป
    #72
    1
    • #72-1 Djdy1730 (@Djdy1730) (จากตอนที่ 26)
      30 มีนาคม 2561 / 15:53
      ขอบคุณครับที่เตือน
      #72-1
  8. #71 นักอ่านนิยายจีน (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 30 มีนาคม 2561 / 12:05
    ขอบคุณค่ะ
    #71
    1
    • #71-1 Djdy1730 (@Djdy1730) (จากตอนที่ 26)
      30 มีนาคม 2561 / 12:37
      ขอบคุณครับที่ติดตาม
      #71-1
  9. #70 joelamtan (@joelamtan) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 30 มีนาคม 2561 / 10:14
    ขอบคุณครับ
    #70
    1
    • #70-1 Djdy1730 (@Djdy1730) (จากตอนที่ 26)
      30 มีนาคม 2561 / 12:02
      ขอบคุณครับที่ติดตาม
      #70-1