เมฆาสะท้านฟ้า

ตอนที่ 39 : สุสานกระบี่มังกร2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10,677
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 738 ครั้ง
    18 เม.ย. 61


ในขณะที่เสี่ยวหมิงกำลังเร่งความเร็วไปที่ปรากการหินนั้น ยิ่งเสี่ยวหมิงเข้าไปใกล้เท่าไรผลึกเทพก็ยิ่งมีปฏิกิริยาแรงขึ้น จนเสี่ยวหมิงแทบไม่สามารถควบคุมผลึกเทพได้

 

   เสี่ยวหมิงมาถึงด้านหน้าของปราการหินพร้อมกับหยุดมองสิ่งอยู่ตรงหน้าเวลานี้เสี่ยวหมิงไม่สามารถมองเห็นประตูทางเข้าหรือสิ่งที่บ่บอกถึงทางเข้าได้ แต่สิ่งที่ทำให้เสี่ยวหมิงเกิดความประหลาดใจที่สุดคือผลึกเทพที่เคยมีปฏิกิริยาก่อนหน้านี้ที่เสี่ยวหมิงไม่สามารถควบคุมได้แล้วนั้นกลับสงบเงียบเหมือนปฏิกิริยาก่อนหน้านี้เป็นเพียงแค่เรื่องสมมุติเท่านั้นเอง

 

    “แล้วเราจะเข้าไปข้างในได้อย่างไร”เสี่ยวหมิงยืนครุ่นคิดถึงสิ่งที่จะทำต่อไป เพราะถ้าหากไม่สามารถเข้าไปข้างในได้แล้ว ทำไมผลึกเทพถึงหยุดเคลื่อนไหวหล่ะ เสี่ยวหมิงพยายามคิดหาเหตุผลต่างๆรวมถึงช่องลับที่เขาเคยอ่านเจอในหนังสือเมื่อตอนที่เขาขลุกอยู่ในชั้นที่2ของหอตำรา

   

    แต่ในขณะที่เสี่ยวหมิงเผลอใช้มือไปแตะที่เสาค้ำของปราการหิน

 

“ครืนน!! มีประตูเกิดขึ้นห่างออกไป20เมตรบริเวณภูเขาทางด้านข้าง

 

เสี่ยวหมิงเห็นดังนั้นจึงรีบมุ่งหน้าไปที่ประตูทางเข้าทันทีพร้อมกับปฏิกิริยาของผลึกเทพได้เกิดขึ้นมาอีกครั้ง  

 

หลังจากเสี่ยวหมิงเข้ามาข้างในประตูแล้วประตูบานนั้นได้ปิดลงทันทีเหมือนกับได้เปิดใว้สำหรับเสี่ยวหมิงโดยเฉพาะ

ในขณะนั้น สิ่งที่ปรากฏตรงหน้าของเสี่ยวหมิงคือทางลงไปด้านล่างที่มีเป็นขั้นบันใด มีคบไฟปักอยู่ทั้งสองข้างเพื่อส่องสว่าง

 

  “ ข้ามาถึงขนาดนี้แล้วคงต้องลงไปสำรวจดูทางด้านล่างแล้วหละ หวังว่าคงจะไม่มีอันตรายอะไรรอข้าอยู่นะ” เสี่ยวหมิงคิดแล้วพลางเดินลงไปสำรวจบริเวณทางด้านล่างทันที

 

    แต่ในขณะนั้นปฏิกิริยาของผลึกเทพครั้งนี้กับรุนแรงมากกว่าครั้งก่อนจนทำให้เสี่ยวหมิงไม่สามารถควบคุมตนเองได้ ในขณะนี้เสี่ยวหมิงรู้สึกได้ยินเสียงของอาวุโสผลึกเทพดังขึ้นมาในหัว

 

  “เจ้าหนูเดี่ยวข้าจะจัดการส่วนที่เหลือให้เจ้าเอง เจ้าเพียงแค่ปล่อยให้ข้าควบคุมร่างกายเจ้าเท่านั้น”

 

เมื่อเสี่ยวหมิงได้ยินดังนั้นจึงหยุดต่อต้านผลึกเทพที่กำลังควบคุมร่างกายของเขา ต่อจากนั้นไม่นานเสี่ยวหมิงที่ถูกผลึกเทพควบคุมร่างกายพลางเดินลงไปทางด้านล่างทันที

 

     ใช้เวลาเพียง1ก้านธูปเสี่ยวหมิงก็มาถึงทางด้านล่าง สิ่งที่เสี่ยวหมิงมองเห็นในขณะนี้คือ มีประตูอยู่2บานปรากฏอยู่ตรงหน้าของเขา ในขณะนั้นมือของเสี่ยวหมิงได้ไปทาบกับประตูทางด้านขวามือของเขาพร้อมกับประตูที่กำลังเปิดออก

 

    “ครืนน!!!” ในเวลานี้สิ่งที่ปรากฏอยู่หลังหลังประตูนั้นคือห้องโถงที่มีลักษณะคล้ายกับในพระราชวัง มีเก้าอี้มังกรตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่ตรงกลางดูคล้ายกับที่ประทับขององค์จักรพรรดิ์ล้อมรอบไปด้วยที่นั่งของเหล่าขุนนางอยู่ทางด้านล่างอีกกว่า10ตัว

 

    หลังจากเสี่ยวหมิงเดินเข้ามาด้านในแล้วเสี่ยวหมิงสัมผัสได้ถึงปราณกระบี่อันแหลมคมที่สามารถตัดได้ทุกๆสิ่งในโลกใบนี้ปลดปล่อยออกมาจากบริเวณตรงกึ่งกลางของห้อง ปกคลุมพื้นที่ทั้งหมดของห้องโถงนี้เอาใว้

 

        ในขณะนั้นเสี่ยวหมิงเหลือบไปเห็นเหมือนมีคนนั่งอยู่ตรงเก้าอี้มังกรกำลังปลดปล่อยปราณกระบี่นี้ออกมาทำให้เสี่ยวหมิงหยุดยืน ไม่กล้าเข้าไปในห้องโถงนี้เพราะเกรงว่าจะถูกปราณกระบี่อันแหลมคมหั่นออกเป็นชิ้นๆ จนทำให้ผลึกเทพที่กำลังควบคุมร่างกายของเสี่ยวหมิงอยู่นี้รู้สึกถึงการต่อต้านขึ้นมาจากร่างกายของเสี่ยวหมิงในทันที ผลึกเทพสัมผัสได้ว่าเวลานี้เสี่ยวหมิงกำลังหวาดกลัวต่อปราณกระบี่ที่ถูกปลดปล่อยออกมาจากคนที่นั้งอยู่ตรงกลางห้องแล้วผลึกเทพจึงเอ่ยขึ้น

 

        “เจ้าหนู!! เจ้าไม่ต้องกลัวว่าปราณกระบี่จะทำอะไรเจ้าได้หรอกเมื่อมีข้าอยู่ปราณกระบี่แค่นี้ก็แค่ของเล่นเด็กๆเท่านั้นเอง”

 

              เมื่อเสียงของผลึกเทพเงียบลงได้ปรากฏสิ่งที่เหลือเชื่อเกิดขึ้น ปราณกระบี่ที่น่าหวาดกลัวจู่ๆก็แยกออกจากกันเว้นช่องว่างสำหรับทางเดินเอาไว้ถึงกับทำให้เสี่ยวหมิงที่มองเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นถึงกับตื่นตะลึงในสิ่งที่เห็นพร้อมกับความไม่อยากจะเชื่อว่านี่เป็นความจริง

 

      ในขณะที่เสี่ยวหมิงกำลังตื่นตะลึงอยู่ร่างกายที่ถูกผลึกเทพควบคุมได้เดินเข้าไปที่เก้าอี้มังกรที่ดูคล้ายกับว่ามีคนนั่งอยู่พร้อมกับหยุดยืนอยู่ตรงหน้า   ในขณะนั้นได้ปรากฏเสียงหัวเราะของชายแก่ที่น่าหวาดกลัวดังขึ้นมาพร้อมกับมีเงาปรากฏขึ้นตรงหน้าของเสี่ยวหมิงแล้วพลางกล่าวขึ้นว่า

 

  “ในที่สุด ภารกิจที่ได้รับมอบหมายจากเทพพระผู้สร้างคงต้องจบลงเสียที”

 

หลังจากที่เสียงนั้นจบลงได้ปรากฏเป็นลำแสงพุ่งเข้าสู่บริเวณกลางหน้าผากของเสี่ยวหมิง พร้อมกับตรงหน้าเขาได้หายไปทันที ในเวลานี้นั้นห้องโถงที่เคยมีปราณกระบี่อันแหลมคมที่สามารถตัดได้ทุกสิ่งในโลกใบนี้ได้หายไปแล้วเหลือเพียงกระบี่เก่าๆพร้อมกับฝักกระบี่ที่วางอยู่บนชั้นวางทางด้านหลังของเก้าอี้มังกรเท่านั้น

 

    เวลานี้เสี่ยวหมิงเหมือนอยู่ในมิติที่ว่างเปล่าและได้ปรากฏชายแก่ที่สวมชุดลักษณะคล้ายกับเทพที่อยู่บนสวรรค์กำลังมองมาทางเขาแล้วเอ่ยออกมาว่า

 

“เจ้าหนู!! เจ้าคงอยากรู้สินะว่าข้าคือใคร?”ชายแก่พูดพร้อมกับรอยยิ้มที่ดูอ่อนโยน

 

“ใช่ขอรับ!! ข้าน้อยอยากรู้ว่าผู้อาวุโสคือใครขอรับ แล้วเรื่องนี้มันคืออะไร ข้าน้อยงงไปหมดแล้วขอรับ”เสี่ยวหมิงกล่าวตอบพลางมีสีหน้าปรากฏความงุนงง

 

   “ก่อนอื่นเจ้าหนู!! เจ้าตอบข้ามาก่อนว่าหัวใจของเจ้าหลอมรวมกับผลึกเทพแล้วใช่หรอไม่?”ชายแก่เอ่ยถาม


“ใช่แล้วขอรับผู้อาวุโส หัวใจของข้าน้อยหลอมรวมกับผลึกเทพแล้ว!!”เสี่ยวหมิงกล่าวตอบผู้อาวุโสอย่างไม่ปิดบัง เพราะเรื่องนี้มีแค่เสี่ยวหมิงและมารดาของเขาเท่านั้นที่รู้ แต่อาวุโสที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขาได้ถามออกมาเช่นนี้แล้ว เขาคงไม่อาจที่จะปิดบังเรื่องนี้ได้

 

  เมื่อชายแก่ได้ยินคำตอบของเสี่ยวหมิงแล้วได้ถอนหายใจออกมาแล้วคิดถึงสิ่งที่เขาได้รับมอบหมายจากเทพพระผู้สร้าง

 

“เฮ้อ!!นี่สินะที่ท่านเทพพระผู้สร้างได้เคยมอบหมายหน้าที่ให้กับข้าเอาใว้ก่อนที่ทุกอย่างมันจะสายเกินไปว่า ให้ข้ามารอบุคคลแห่งโชคชะตาที่จะปรากฏตัวขึ้นมาในทวีปสุริยันต์แห่งนี้ในอีก500ปีข้างหน้า โดยที่โชคชะตาของเขาจะนำพาเขามาที่สุสานกระบี่มังกรที่ท่านเทพพระผู้สร้างเป็นคนสร้างขึ้นมาเอง โดยที่คนผู้นั้นจะสามารถหลอมรวมผลึกเทพเข้าสู่หัวใจ”

 

 เมื่อชายแก่คิดได้ดังนั้นแล้วจึงเหลือบมองมาทางเสี่ยวหมิงแล้วเอ่ยขึ้น

 

   “ข้าคือเทพกระบี่อัสนีที่ได้รับมอบหมายจากเทพพระผู้สร้างให้มารอบุคคลแห่งโชคชะตาที่สามารถหลอมรวมกับผลึกเทพที่ท่านเทพพระผู้สร้างเป็นผู้ได้ทำการหลอมรวมขึ้นมา ซึ่งก็คือเจ้าไงหล่ะเจ้าหนู  ส่วนเรื่องที่ข้ามารอเจ้าทำไมนั้นข้าจะเล่าให้เจ้าฟังเรื่องหนึ่งก่อน

 

ในโลกใบนี้นั้นมีดินแดนอยู่ทั้งหมด3ดินแดนด้วยกันซึ่งประกอบไปด้วย


1.ดินแดนของเหล่าทวยเทพที่พวกข้าอยู่บัดนี้ได้ล่มสลายลงไปแล้ว


2.ดินแดนวิหารฟ้าดารา ดินแดนนี้จะเป็นศูนย์รวมของเหล่าจอมยุทธชั้นสูงที่มีลมปราณตั้งแต่ขั้นเปลี่ยนแปลงเทวะขึ้นไปโดยขั้นของลมปราณที่ปรากฏในดินแดนนี้แบ่งออกคือ


ขั้นเปลี่ยนแปลงเทวะ แบ่งออกเป็น7ขั้นโดยมีขั้น ต่ำ กลาง สูง


ขั้นเทวะ


ขั้นนักรบเทวะ


ขั้นราชันเทวะ


ขั้นจอมราชันเทวะและขั้นสุดท้ายขั้นจักรพรรดิ์เทวะซึ่งเป็นขั้นสูงสุดของขั้นลมปราณในโลกใบนี้ 


และดินแดนสุดท้ายก็คือดินแดนของมนุษย์ที่พวกเจ้ากำลังอาศัยอยู่นี่หล่ะ”

 

“ส่วนเรื่องที่ว่าทำไมพวกข้าถึงได้ล่มสลายนั้นเพราะผู้นำของดินแดนแห่งเหล่าทวยเทพนั้นได้ทำผิดกฏของสวรรค์จึงทำให้ดินแดนของพวกข้าต้องล่มสลายไปด้วยการลงโทษของสวรรค์”ชายแก่เอ่ยออกมาพร้อมกับเสียงที่บ่งบอกถึงความเสียใจ

 

หลังจากที่เสี่ยวหมิงได้ฟังเรื่องราวทั้งหมดแล้วถึงกับรูสึกเหมือนตัวเขาได้เปิดกะลาที่เคยครอบเขาเอาใว้ทำให้ความรู้ของเขาพรั่งพรูขึ้นมาอย่างมากมายพร้อมกับเสี่ยวหมิงได้เอ่ยความอยากรู้ของตัวเองออกมา

 

 “ เอ่อ  ข้าน้อยขอถามท่านได้ไหมขอรับ ว่าข้าน้อยจะสามารถไปยังดินแดนวิหารฟ้าดาราได้ยังไงขอรับ”เสี่ยวหมิงถามออกมาด้วยความอยากรู้


หลังจากที่เขาได้รู้ถึงแนวทางฝึกฝนแล้วเขาจึงอยากที่จะไปสัมผัสกับดินแดนของวิหารฟ้าดาราดูสักครั้ง

 

 “ทุก100ปีดินแดนวิหารฟ้าดาราจะเปิดประตูมิติเพื่อรับรุ่นเยาว์อายุไม่เกิน25ปีเข้าไปฝึกฝนที่นั่นแต่มีข้อแม้ว่ารุ่นเยาว์คนนั้นจะต้องมีลมปราณตั้งแต่ขั้นเปลี่ยนแปลงเทวะขึ้นไปถึงจะสามารถไปร่วมทดสอบเพื่อเข้าไปฝึกฝนในดินแดนของวิหารฟ้าดาราได้ ซึ่งอีก10ปีก็จะครบ100ปีที่แดนวิหารฟ้าดาราจะเปิดประตูมิติแล้ว ส่วนสถานที่ของประตูมิติที่จะปรากฏขึ้นนั้นจะอยู่ในป่ามรกตที่อยู่ในทวีปเมฆานั่นเอง”ชายแก่เอ่ยขึ้นมา

 

  ในขณะนี้เสี่ยวหมิงกำลังรู้สึกว่าเขามีความหวังที่จะได้เข้าไปฝึกฝนยังดินแดนวิหารฟ้าดาราพร้อมกับกำหนดเป้าหมายที่เขาจะทำต่อไปใว้แล้ว

 

   “เวลานี้เจ้าหนูเจ้าอย่าพึ่งคิดไปถึงขั้นนั้น ข้าจะบอกอะไรเจ้าอีกอย่างว่า    ข้าจะมอบทักษะอย่างหนึ่งใว้สำหรับเจ้าถ้าหากเจ้าไปถึงขั้นลมปราณเปลี่ยนแปลงเทวะแล้วจึงจะสามารถใช้ได้เมื่อถึงเวลานั้นแล้วทักษะนี้จะมีประโยชน์กับเจ้าอย่างมากเลบหล่ะเจ้าหนู”เทพกระบี่อัสนีเอ่ยแล้วมาปรากฏตรงหน้าของเสี่ยวหมิงพร้อมกับชี้นิ้วไปที่กลางหน้าผากของเสี่ยวหมิงพร้อมกับมีภาพต่างๆปรากฏขึ้นมาในศรีษะรวมถึงวิธีการฝึกของทักษะนี้

 

 “สิ่งต่างๆนอกจากทักษะที่ข้ามอบให้กับเจ้านั้นก็ถือซะว่าเป็นของขวัญที่ข้ามอบให้กับเจ้าเลยละกันเจ้าหนู”เทพอัสนีกล่าว

 

 เสี่ยวหมิงถึงกับสำรวจในศรีษะของตัวเองหลังจากที่ได้ยินสิ่งที่เทพอัสนีกล่าวออกมาแล้วปรากฏว่าในศรีษะของเสี่ยวหมิงมีทักษะเพลงกระบี่วายุอัสนี9กระบวนท่ารวมถึงกลไกที่อยู่หลังเก้าอี้มังกรสำหรับเปิดประตูห้องลับที่มีเจตจำนงค์แห่งกระบี่ที่ปรามาจารย์แห่งวิถีกระบี่ได้ทิ้งเอาใว้ก่อนที่จะสิ้นใจลง เพื่อหาผู้สืบทอดตามวิถีสูงสุดของกระบี่ มีสิ่งของต่างๆที่อยู่ในประตูอีกบานรวมถึงเม็ดโอสถและผลึกลมปราณอีกกว่า100ก้อนเมื่อเสี่ยวหมิงเห็นเช่นนั้นแล้วถึงกับสำนึกในบุญคุณที่มอบทุกสิ่งทุกอย่างให้กับเขาเช่นนี้

 

“ข้าน้อยขอบคุณท่านเทพอัสนีมากขอรับที่ได้มอบสิ่งต่างๆรวมถึงทักษะกระบี่ให้กับข้าน้อย ถ้าหากท่านเทพมีความต้องการเรื่องอะไรที่ข้าน้อยสามารถช่วยได้ ได้โปรดบอกข้าน้อยด้วยขอรับ ข้าน้อยจะทำให้อย่างสุดความสามารถโดยไม่เอ่ยปากเลยขอรับ”เสี่ยวหมิงกล่าวพร้อมกับคุกเข่าลงโขกศรีษะให้กับเทพอัสนี

 

“ ฮ่าๆๆ!!สมแล้ว ที่โชคชะตาเลือกเจ้า เจ้าหนู  ที่ข้าอยากให้เจ้าทำตอนนี้คือตั้งใจฝึกฝนให้ดีอย่าพึ่งคิดถึงเป้าหมายของเจ้าที่จะเข้าไปยังดินแดนของวิหารฟ้าดาราเพราะไม่งั้นแล้วมันจะทำให้เจ้ามีความกดดันจนทำให้จิตใจของเจ้าอาจถูกความชั่วร้ายครอบงำได้ และที่สำคัญเรื่องนี้อย่าเล่าให้ใครฟังเป็นอันขาดถ้าหากเจ้ายังไม่สามารถไปถึงลมปราณขั้นเปลี่ยนแปลงเทวะไม่งั้นแล้วเจ้าจะมีอันตรายจนถึงกับทั้งตระกูลล่มสลายเลยทีเดียว”เทพอัสนีกล่าว


“ข้าน้อยเข้าใจแล้วขอรับท่านเทพอัสนี ข้าน้อยจะไม่เล่าเรื่องนี้ให้ใครฟังเป็นอันขาดถ้าหากข้าน้อยยังไปไม่ถึงขั้นลมปราณเปลี่ยนแปลงเทวะขอรับ”

เสี่ยวหมิงกล่าวตอบ

 

“หมดเวลาของข้าแล้ว ถ้าหากเจ้าได้เข้าไปยังดินแดนวิหารฟ้าดาราแล้วโปรดระวังป้อมกระบี่เอาใว้ให้ดี”เทพอัสนีกล่าวพร้อมกับหายตัวไปทันที


ส่วนทางด้านเสี่ยวหมิงในเวลานี้นั้นก็ได้กลับมาสู่ห้องโถงที่เขาเคยเดินเข้ามาในก่อนหน้านี้ 



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 738 ครั้ง

1,845 ความคิดเห็น

  1. #719 MisterPaul (@MisterPaul) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2561 / 17:36
    ไม่เอาสมบัติเหรอ
    #719
    0
  2. #517 tr69 (@tr69) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2561 / 21:47
    ขอบคุณครับ
    #517
    0
  3. #133 Reezas (@Reezas) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 13 เมษายน 2561 / 12:59
    ขอบคุณครับ
    #133
    0
  4. #132 joelamtan (@joelamtan) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 13 เมษายน 2561 / 12:33
    ขอบคุณครับ
    #132
    0