เมฆาสะท้านฟ้า

ตอนที่ 73 : ตอนที่72:สำเร็จกระบวนท่ามังกรแยกเงา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8,658
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 563 ครั้ง
    7 มิ.ย. 61


“ทำไมช่วงเวลานี้ถึงได้เกิดเรื่องราวแปลกๆในเมืองต้าชิงของเราเช่นนี้นะ!!

 

จี้คงหยินกล่าวกับซีคงในห้องโถงของสำนักเก้าสุริยันต์หลังจากที่ได้รับรู้ข่าวลือว่าตระกูลลู่ได้ถูกฆ่าล้างทั้งตระกูลเมื่อตอนรุ่งเช้าของวันแล้ว

 

“ข้าก็คิดเหมือนกันกับท่านเจ้าสำนักเช่นกันขอรับ!!   ภายใน4เดือนนี้มีการล่มสลายลงของทั้งสำนักดาราคล้อยและถัดมาก็คือตระกูลลู่ ซึ่งข้าคิดว่าเรื่องนี้ต้องมีอะไรไม่ชอบมาพากล  แต่ข้าก็ไม่รู้ว่ามันคืออะไรขอรับท่านเจ้าสำนัก!!

 

“ถ้าเช่นนั้นเจ้าก็ลองไปสืบข่าวดูที่โรงเตี๊ยม  หากได้เรื่องยังไงก็ให้รีบกลับมารายงานข้าทันที!!

 

“ขอรับเจ้าสำนัก!!” ซีคงกล่าวพร้อมกับรีบออกไปทันที

 

ส่วนอีก3สำนักและอีก2ตระกูลต่างคิดเช่นเดียวกันกับจี้คงหยินพร้อมกับส่งคนออกมาสืบข่าวเกี่ยวกับเรื่องนี้เช่นกัน

 

ทางด้านเสี่ยวหมิงก็กำลังฝึกฝนเพลงกระบี่มังกรเมฆา กระบวนท่าที่2 มังกรแยกเงาอย่างตั้งใจหวังเอาไว้ว่าจะสามารถฝึกสำเร็จก่อนที่จะครบกำหนด10ปีในจี้มิตินี้

 

ผ่านไปอีก1ปีกับ3เดือนในจี้มิติ

 

“เพลงกระบี่มังกรเมฆากระบวนท่าที่2  มังกรแยกเงา”

 

เกิดเป็นหมอกมากมายที่ดูคล้ายกับก้อนเมฆกำลังลอยอยู่บริเวณรอบๆตัวในระยะ30เมตรทำให้ไม่สามารถที่จะมองเห็นเสี่ยวหมิงได้เลย

 

“หวือ!!  หวือ!!  

 

พร้อมกันนั้นก็ได้ปรากฏเสียงคล้ายกับคนกำลังเคลื่อนไหวฝ่าสายลมซึ่งมีประมาณ5ร่างพุ่งออกมาจากข้างหน้า ข้างหลัง  ด้านซ้ายด้านขวา  และด้านบนศีรษะ พร้อมกับแทงกระบี่ไปยังจุดศูนย์กลางพร้อมๆกัน

 

“ดูแล้วยังขาดอยู่อีก2ส่วน  จึงจะเรียกได้ว่าฝึกฝนกระบวนท่านี้ได้สำเร็จเต็ม10ส่วน”

 

เสี่ยวหมิงกล่าวพึมพำออกมาพร้อมกับหลับตาลงเพื่อทบทวนอีกครั้ง

 

จนเวลาผ่านไปอีก1ปีในจี้มิติ

 

“เพลงกระบี่มังกรเมฆากระบวนท่าที่2  มังกรแยกเงา”

 

 

“หวือ!!  หวือ!!

 

ปรากฏเป็นร่างของเสี่ยวหมิงที่มีทั้งหมด5ร่างพุ่งออกมาจากหมอกที่รายล้อมอยู่รอบๆตัวของเสี่ยวหมิงในระยะ50เมตรพร้อมกับแทงกระบี่ออกไป    ไม่ว่าจะเป็นด้าน ซ้ายและขวา  หน้าและหลัง  ด้านบนศีรษะ พร้อมกับแทงกระบี่ไปยังจุดศูนย์กลางพร้อมๆกัน

 

“ในที่สุดก็สามารถฝึกฝนกระบวนท่ามังกรแยกเงานี้ได้สำเร็จเต็ม10ส่วนเสียที!!

 

เสี่ยวหมิงกล่าวออกมาพร้อมด้วยรอยยิ้มแห่งความสุขที่เขาสามารถฝึกฝนเพลงกระบี่มังกรเมฆากระบวนท่าที่2 มังกรแยกเงาได้สำเร็จ  พร้อมกับเขาที่มีไพ่ตายเพิ่มขึ้นมาอีกอย่างนอกเหนือจากลมปราณเกลียวสายฟ้าแล้ว

 

“ผู้อาวุโสขอรับ!! ข้าน้อยอยากขอสอบถามท่านว่าข้าน้อยเข้ามาฝึกฝนอยู่ในจี้มิติเป็นเวลาเท่าใดแล้วขอรับ?

 

“เจ้าอยู่ในจี้มิตินี้มาเป็นเวลา5ปีแล้ว!!  เจ้าหนู!!

 

เมื่อได้ยินเช่นนั้น เสี่ยวหมิงจึงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งเมื่อคำนวนดูเวลาที่เหลืออีกประมาณ4ปีกับอีก10เดือนก็จะครบกำหนดเวลาที่ตัวเขาเองวางเอาไว้ เวลานี้สิ่งสำคัญที่สุดสำหรับเสี่ยวหมิงคือการเพิ่มระดับลมปราณให้ตัดผ่านไปยังลมปราณขั้นเปลี่ยนแปลงเทวะให้ได้ก่อนอายุ23ปีหรือย่างน้อยก็อยู่ในขั้นลมปราณนักพรตขั้นที่3ขั้นกลางเป็นอย่างน้อยเพื่อที่จะไปแก้แค้นเหล่าตระกูลทั้ง4ของทวีปเมฆาที่ร่วมมือกันทำลายตระกูลหวงจนล่มสลายไป 

 

หลังจากนั้นเสี่ยวหมิงจึงได้หยิบผลึกลมปราณออกมาจากแหวนมิติออกมา1ก้อนพร้อมกับนั่งขัดสมาธิวางผลึกลมปราณที่กลางฝ่ามือแล้วหลับตาลงดูดซับลมปราณที่มีอยู่ในผลึกลมปราณ

 

บริเวณห้องโถงด้านในตึกใหญ่ของตระกูลไป๋

 

“เรียนนายหญิงขอรับ!!  สายข่าวของตระกูลแจ้งว่า เวลานี้ได้มีคนของทั้ง4สำนักและอีก2ตระกูลต่างก็ออกมาสืบข่าวเรื่องที่ตระกูลลู่ถูกฆ่าล้างทั้งตระกูล  นายหญิงต้องการให้ข้าน้อยจัดการกับเรื่องนี้เช่นไรขอรับ!!?

 

เสี่ยวมินที่ได้ยินดังนั้นจึงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นนางจึงกล่าวออกไปว่า

 

“ถ้าหากว่าพวกมันสืบข่าวอยู่แค่เพียงภายนอกและไม่ล้ำเข้ามาอาณาเขตของตระกูลไป๋ของเราก็ยังไม่ต้องทำอะไร  แต่ถ้าหากว่าพวกมันล้ำเข้ามาในอาณาเขตของของเราพวกท่านสามารถจับตัวพวกมันเอาไว้ก่อนซัก2-3วันแล้วจึงปล่อยพวกมันกลับไป   แต่ก่อนที่จะปล่อยพวกมันกลับไปอย่าลืมเตือนพวกมันว่าอย่าให้มีครั้งที่2อีก มิเช่นนั้นแล้วพวกมันจะไม่มีโอกาสได้หายใจอยู่บนโลกใบนี้อีก!!

 

“ขอรับนายหญิง!!” ไป๋ตงกลาวพร้อมกับหายตัวออกทันที

 

หลังจากที่คนของทั้ง2ตระกูลและอีก4สำนักได้สืบข่าวเกี่ยวกับเรื่องการล่มสลายของตระกูลลู่มาเป็นระยะเวลาเกือบ1สัปดาห์แล้วกลับไม่พบเรื่องราวที่สามารถบ่งบอกได้ว่าเป้นฝีมือของใคร  รู้แค่เพียงว่ามือสังหารที่ฆ่าล้างทั้งตระกูลลู่นั้นได้ทิ้งผ้าสีดำขนาดเท่าฝ่ามือของเด็กทารกที่มีสัญลักษณ์รูปดาวเอาไว้เท่านั้น จากนั้นคนทั้ง6ต่างก็กลับไปรายงานตามเท่าที่พวกเขารู้

 

หลังจากที่เสี่ยวหมิงนั่งดูดซับลมปราณจากผลึกลมปราณมาเป็นเวลา1ปีแล้ว

 

“ปั้ง!!  ปั้ง!!

 

เสี่ยวหมิงสามารถเลื่อนขั้นลมปราณได้อีก2ขั้นจนตอนนี้เสี่ยวหมิงมีลมปราณอยู่ในขั้นนภาขั้นที่3แล้ว  แต่เสี่ยวหมิงกลับไม่ได้รู้สึกมีความสุขเลยเมื่อคำนวนถึงผลึกลมปราณที่เขาต้องใช้ไปถึง10ก้อนต่อ2ขั้นนี้

 

ซึ่งถ้าคำนวนจากผลึกลมปราณที่เขาเหลืออยู่เพียง43ก้อนนั้นเขาจะสามารถเลื่อนขั้นไปยังขั้นวีรชนได้หรือเปล่าก็ยังไม่รู้ เพราะเมื่อเขาต้องการที่จะเลื่อนขั้นลมปราณในขั้นนภาขั้นที่6ขึ้นไปแล้วเขาคิดว่าคงต้องใช้ผลึกลมปราณมากกว่า5ก้อนอย่างแน่นอน เสี่ยวหมิงยิ่งคิดก็ยิ่งทำให้เขารู้สึกเสียดายจนไม่กล้าที่จะใช้ผลึกลมปราณที่เหลืออยู่เพื่อบ่มเพาะลมปราณอีก 

 

เวลานี้สิ่งสำคัญที่สุดของเสี่ยวหมิงคือการล้างแค้น4ตระกูลใหญ่ของทวีปเมฆา จึงทำให้เสี่ยวหมิงหยุดคิดถึงเรื่องความเสียดายที่จะใช้ผลึกลมปราณบ่มเพาะพร้อมกับที่เสี่ยวหมิงได้นั่งลงขัดสมาธิแล้ววางผลึกลมปราณไว้บนฝ่ามือเพื่อดูดซับ

 

ผ่านไปอีก2ปีกับอีก6เดือนในจี้มิติ

 

“ปั้งง!!  ปั้งง!!  ปั้งง!!

 

เสี่ยวหมิงสามารถเลื่อนขั้นลมปราณเพิ่มได้อีก3ขั้นจนในเวลานี้เสี่ยวหมิงมีลมปราณอยู่ที่ขั้นนภาขั้นที่6แล้ว พร้อมกับหมดผลึกลมปราณไปถึง18ก้อน ทำให้เวลานี้เสี่ยวหมิงเหลือผลึกลมปราณเพียง25ก้อนเท่านั้น

 

“เจ้าหนู!!  เจ้าจงหยุดเลื่อนขั้นลมปราณของเจ้าแล้วให้รีบปรับลมปราณของเจ้าที่เลื่อนขึ้นมาอย่างรวดเร็วถึง5ขั้นให้มันเสถียรเสียก่อน มิเช่นนั้นลมปราณภายในตันเถียนของเจ้าจะตีกลับจนทำให้เจ้าได้รับบาดเจ็บภายในรวมทั้งเจ้าจะไม่สามารถบ่มเพาะลมปราณได้อีกอย่างน้อย2ปีเลยทีเดียว”

 

เมื่อเสี่ยวหมิงได้ยินคำเตือนจากอาวุโสเซียนเหอแล้วจึงรู้สึกตัวว่าตัวเองหมกมุ่นอยู่กับความแค้น  ความแค้นที่ตระกูลถูกสังหารจนล่มสลายลงจนทำให้ขาดสติมัวแต่คิดที่จะเพิ่มลมปราณให้ไปถึงขั้นเปลี่ยนแปลง  เทวะให้เร็วที่สุด  โดยหลงลืมไปว่าการที่จะเพิ่มลมปราณทีเดียวถึง5ขั้นนั้นมันอันตรายเป็นอย่างมาก เพราะถ้าหากถูกลมปราณในตันเถียนตี กลับแล้วมันจะทำให้เขาได้รับบาดเจ็บภายในรวมทั้งต้องหยุดบ่มเพาะลมปราณไปถึง2ปี เพื่อปรับสมดุลของลมปราณที่อยู่ภายในตันเถียนให้มันเสถียรและมั่นคงเสียก่อน

 

เมื่อเป็นเช่นนี้แล้วจากที่เสี่ยวหมิงจะสามารถบ่มเพาะลมปราณเพื่อเลื่อนขั้นลมปราณได้อย่างรวดเร็วเพราะมีผลึกลมปราณคอยให้ดูดซับกลับต้องมาช้าเพราะรีบเร่งเกินไปจนลืมปรับลมปราณให้มันเสถียรและมั่นคงเสียก่อนเช่นนี้

 

“ข้าน้อยขอขอบคุณผู้อาวุโสเซียนเหอมากขอรับ!!   ที่เตือนสติข้าน้อยเพราะมิเช่นนั้นแล้วข้าน้อยคงจะเสียเวลาไปอีกอย่างน้อยก็เกือบๆ2ปีเลยขอรับ!!   เสี่ยวหมิงกล่าวพร้อมกับโค้งคำนับ

 

“นี่เจ้าหนู!! ข้าขอถามเจ้าสักหน่อยว่าเพราะอะไรเจ้าถึงได้ใช้ผลึกลมปราณในการบ่มเพาะลมปราณอย่างบ้าคลั่งเช่นนี้ เจ้าพอจะบอกอาวุโสเช่นข้าได้หรือไม่?

 

เสี่ยวหมิงที่ได้ยินคำถามของอาวุโสเซียนเหอแล้วก็รู้สึกละอายใจที่ทำตัวให้อาวุโสเซียนเหอต้องเป็นห่วงและต้องคอยเตือนสติตัวเขาอยู่บ่อยๆเมื่อเป็นเช่นนี้แล้วเสี่ยวหมิงจึงเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับการล่มสลายของตระกูลหวงและความแค้นที่ตัวเขาต้องไปจัดการก่อนที่จะมีอายุครบ23ปีให้กับอาวุโสเซียนเหอฟังอย่างไม่ปิดบัง

 

เมื่ออาวุโสเซียนเหอได้ฟังเรื่องราวทั้งหมดที่เสี่ยวหมิงได้เล่าให้ฟังแล้วจึงได้กล่าวออกมาว่า

 

“เจ้าหนู!! ข้าขอแนะนำอะไรเจ้าบางอย่างในฐานะที่ข้าผ่านโลกมามากกว่าเจ้า ว่าการที่เจ้านำความแค้นมาเป็นแรงผลักดันนั้นมันคือสิ่งที่ถูกต้องแล้วแต่เจ้าต้องมีสติให้มากๆเข้าไว้ เพื่อที่จะได้ควบคุมตัวเจ้าไม่ให้หลงเดินไปในทางที่ผิดเพราะถูกความแค้นเข้าครอบงำ”  

 

“ซึ่งการที่เจ้ารีบเร่งบ่มเพาะลมปราณนั้นมันยิ่งไม่เป็นผลดีกับตัวเจ้าเลย แต่ถ้าชักช้าเกินไปก็จะไม่ทันเวลาที่เจ้าตั้งเป้าหมายเอาไว้อีก  มีแค่เพียงความพอดีไม่ช้าไม่เร็วนั่นคือสิ่งที่ถูกต้องที่สุดสำหรับเจ้าแล้ว!!

 

“ข้าน้อยขอขอบคุณอาวุโสเซียนเหออีกครั้งที่ชี้แนะข้าน้อยขอรับ!!

 

เสี่ยวหมิงกล่าวขอบคุณพร้อมกับรีบนั่งลงเพื่อปรับสมดุลของลมปราณในตันเถียนเพื่อให้มันเสถียรและมั่นคง

 

เสี่ยวหมิงใช้เวลาไปถึง1ปีกับอีก4เดือนจึงสามารถทำให้ลมปราณในตันเถียนมีความสมดุลและมั่นคงได้พร้อมกับรู้สึกว่าตัวเองมีความแข็งแกร่งมากขึ้นกว่าเดิมถึง3ส่วน  จากนั้นจึงลุกขึ้นยืนพร้อมกับกล่าวขอบคุณผู้อาวุโสเซียนเหอโดยที่ไม่ลืมถามว่าตัวเองใช้เวลาในการปรับสมดุลลมปราณเพื่อให้มันเสถียรและมั่นคงไปนานเท่าไร 

 

เมื่อเสี่ยวหมิงได้รับคำตอบว่าตัวเขานั่งปรับสมดุลลมปราณไปถึง1ปีกับอีก4เดือนแล้วจึงรีบกล่าวคำขอบคุณที่อาวุโสเซียนเหอชี้แนะและคอยเตือนสติตัวเขาอีกครั้งพร้อมกันนั้นก็กล่าวคำอำลาพร้อมกับรีบออกมาจากจี้มิติเพื่อไปพบกับมารดาทันที

 

หลังจากที่เสี่ยวหมิงออกมาจากจี้มิติแล้วก็ไม่ลืมที่จะปกปิดลมปราณที่แท้จริงเอาไว้ โดยปลดปล่อยลมปราณให้อยู่ในขั้นนภาที่1เอาไว้เช่นเดิม พร้อมกับรีบอาบน้ำเปลี่ยนชุด  เมื่อจัดการทุกอย่างเสร็จแล้วจึงมุ่งหน้าไปยังห้องโถงที่ตึกใหญ่ทันที

 

เวลานี้ก็เป็นยามบ่ายแล้ว เสี่ยวมินจึงมานั่งพักผ่อนเพื่อดื่มน้ำชาของนางเป็นประจำทุกๆวันเป็นเวลา1ชั่วยาม

 

“ท่านแม่ขอรับ!! ลูกคิดถึงท่านแม่มากเลยขอรับ!!

 

เสี่ยวหมิงกล่าวหลังจากที่เดินมาถึงห้องโถงของตึกใหญ่แล้วเมื่อเสี่ยวมินได้ยินลูกชายกล่าวออกมาเช่นนี้ก็รู้สึกแปลกใจขึ้นมาทันทีเพราะจู่ๆเสี่ยวหมิงก็มาบอกว่าคิดถึง เหมือนกับว่าเสี่ยวหมิงไม่ได้เจอหน้านางมาเป็นเวลาหลายๆปีจึงได้กล่าวออกมาเช่นนี้  จากนั้นนางจึงได้กล่าวออกไปว่า

 

“วันนี้ลูกไปกินอะไรผิดมาหรือเปล่าถึงได้กล่าวออกมาเช่นนี้ ทั้งๆที่ลูกไม่ได้เจอหน้าแม่แค่เพียง3เดือนกับอีก28วันเท่านั้นเองนะ”

 

“แหะๆ!!  ถึงจะไม่ได้เจอหน้าท่านแม่แค่เพียง3เดือนกับอีก28วัน มันก็ถือว่าเป็นช่วงเวลาที่นานมากเหลือเกินขอรับ”เสี่ยวหมิงกล่าวพร้อมกับยกมือขึ้นมาเกาบนศีรษะ

 

เมื่อเสี่ยวมินได้ยินเสี่ยวหมิงกล่าวออกมาเช่นนี้จึงรู้สึกมีความสุข พร้อมกันนั้นก็ได้ถามเสี่ยวหมิงว่า

 

“แล้วลูกได้คิดเอาไว้หรือยังว่าลูกจะให้ใครเป็นผู้ติดตามลูกเพื่อไปสำรวจยังถ้ำโบราณ?

 

“ลูกคิดว่าจะให้ท่านอาไป๋หยุน อาเล่ย และซิวอู๋เป็นผู้ติดตามลูกเพื่อไปสำรวจถ้ำโบราณขอรับท่านแม่!!

 

เมื่อเสี่ยวมินได้ยินว่าเสี่ยวหมิงได้เลือกคนเอาไว้แล้วจึงไม่ได้กล่าวอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้อีกพร้อมกันนั้นก็ได้สอบถามถึงเรื่องปิดด่านฝึกฝนว่าเป็นเช่นไรบ้างมีความก้าวหน้าบ้างหรือไม่ แต่เมื่อได้ยินเสี่ยวหมิงกล่าวว่าสามารถเลื่อนขั้นลมปราณได้1ขั้นจนตอนนี้มีลมปราณขั้นนภาขั้นที่2แล้วเสี่ยวมินถึงกลับยิ้มออกมาอย่างมีความสุข จากนั้นจึงบอกให้เสี่ยวหมิง กลับไปพักผ่อนเพื่อเตรียมตัวออกเดินทางในวันพรุ่งนี้ พร้อมกับเรียกคนทั้ง3ให้มาพบเพื่อพูดคุยและสั่งการอะไรบางอย่าง

 

รุ่งเช้าของอีกวันมาถึง  เสี่ยวหมิงรู้สึกว่าร่างกายไม่มีความอ่อนล้าหลงเหลืออยู่เลยหลังจากที่เขาได้พักผ่อนมาทั้งคืนมีแต่ความรู้สึกว่าร่างกายกระปรี้กระเปร่าเป็นอย่างมาก  จากนั้นจึงรีบจัดการธุระส่วนตัวพร้อมกับไปรอคนทั้ง3ที่หน้าร้านค้าตระกูลไป๋เพื่อเดินทางไปยังเมืองต้าหลางก่อน1วัน



 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

                                                                                                                                                                           

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 563 ครั้ง

1,845 ความคิดเห็น

  1. #1150 Maoomhoosan (@Maoomhoosan) (จากตอนที่ 73)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2561 / 12:43
    เอรึจะจำผิด
    จำได้ว่าตอนประลองรุ่นเยาว์ก็นภาขั้น 2 แล้วไม่ใช่รึ
    #1150
    0
  2. #698 นัท (จากตอนที่ 73)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2561 / 15:53

    เน้..ออกมาสะที ตอนนี้ได้ออกมาผจญภัยใน"ลกกว้าฃละ อายุยังน้อยอย่าเพิ่งรีบมีเลยตุณเมียอ่ะ ฝึกยุทธเพื่อความก้าวหน้า

    เพื่อทวงตวามแค้นกับคนที่ทำให้ตระกูลล่มสลาย ส่วนหญิงสวยๆชาติตระกูลดี วรยุทธไม่ด้อยกว่าเสี่ยวหมิง ยังรอให้เลือกอีกเย่อะ

    #698
    0
  3. #696 Lingyug007 (@Lingyug007) (จากตอนที่ 73)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2561 / 11:33

    ในจี้มิติบอกนภาขั้นหกมาบอกแม่ว่านภาขั้นสอง

    #696
    1
    • #696-1 Djdy1730 (@Djdy1730) (จากตอนที่ 73)
      10 มิถุนายน 2561 / 11:47
      เพราะถ้าบอกความจริงไปว่าอยู่นภาขั้นที่6มีหวังแม่คงช๊อคตายที่เลื่อนขั้นขึ้นมาถึง5ระดับภายใน4เดือน เลยต้องปกปิดความจริงเอาไว้ครับ
      #696-1
  4. #670 drakdevill (@drakdevill) (จากตอนที่ 73)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2561 / 17:30
    ขอบคุณครับ ลงตอนต่อไปไวๆนะครับ
    #670
    0
  5. #669 นักอ่านนิยายจีน (จากตอนที่ 73)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2561 / 11:47

    ขอบคุณค่ะ

    #669
    0
  6. #668 tr69 (@tr69) (จากตอนที่ 73)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2561 / 08:32
    ขอบคุณครับ
    #668
    0
  7. #667 joelamtan (@joelamtan) (จากตอนที่ 73)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2561 / 07:44
    ขอบคุณครับ
    #667
    0
  8. #666 Reezas (@Reezas) (จากตอนที่ 73)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2561 / 06:48
    ต่อออออออ
    #666
    0
  9. #665 Bank2986 (@Bank2986) (จากตอนที่ 73)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2561 / 01:47
    ขอบคุณมากครับผม
    #665
    0
  10. #664 oKisSaTen123 (@OoKAWAIoO) (จากตอนที่ 73)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2561 / 00:05
    ขอบคุณค่ะ รอตอนต่อไปจ้าา
    #664
    0
  11. #663 kamol1122 (@kamol1122) (จากตอนที่ 73)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2561 / 23:28
    สนุกดีครับ
    #663
    0