เมฆาสะท้านฟ้า

ตอนที่ 75 : ตอนที่74:ต้นแสงจันทร์โลหิต

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8341
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 569 ครั้ง
    10 มิ.ย. 61


“เอ่อคือว่านายน้อยจิ่วซางหัวต้องการที่จะเอาห้องนี้พร้อมกับยินยอมที่จะจ่ายให้คุณชาย2เท่าเจ้าค่ะ และที่สำคัญดิฉันกลัวว่าจะมีปัญหากับตระกูลจิ่วเจ้าค่ะ”

 

ที่นางกล่าวออกมาเช่นนี้เป็นเพราะตระกูลจิ่วถือได้ว่าเป็นตระกูลที่มีความแข็งแกร่งและมีประวัติมายาวนานที่สุดในเมืองนี้ โดยตระกูลจิ่วนั้นทำธุรกิจหลอมอาวุธและชุดเกราะรวมถึงเหมืองแร่ทั้ง2แห่งของเมืองนี้ก็เป็นของตระกูลจิ่วที่ครอบครอง จึงทำให้ผู้คนในเมืองนี้ต่างไม่กล้าที่จะมีปัญหากับตระกูลจิ่วเพราะกลัวที่จะหาซื้ออาวุธและชุดเกราะรวมถึงแร่ล้ำค่าต่างๆไม่ได้ถ้าหากว่าทำให้คนตระกูลจิ่วเกิดความไม่พอใจแล้ว

 

“ถ้าเช่นนั้นแม่นางก็จงไปบอกนายน้อยจิ่วซางหัวว่า ข้ายินดีจะจ่ายให้นายน้อยเป็น4เท่าเพื่อเป็นค่าจ้างให้นายน้อยจิ่วซางหัวไปเลือกห้องอื่นแทน  รบกวนแม่นางด้วย”

 

เมื่อนางได้ยินคำพูดของเสี่ยวหมิงแล้วได้ปรากฏอาการตื่นตระหนกขึ้นมาพร้อมกับรู้สึกประหลาดใจที่เสี่ยวหมิงไม่มีความเกรงกลัวตระกูลจิ่วเลย จากนั้นนางจึงได้รีบออกไปจากห้องเพื่อไปบอกนายน้อยจิ่วซางหัวแต่ก่อนที่นางจะกล่าวคำที่เสี่ยวหมิงฝากไปบอกนายน้อยจิ่วซางหัวนั้นนางได้ให้คนไปตามผู้ดูแลตึกอิ๋งชุนนี้มาช่วยรับมือกับนายน้อยจิ่วซางหัวด้วยเช่นกัน

 

“นายน้อยจิ่วเจ้าคะ!  คุณชายที่อยู่ในห้องนั้นกล่าวว่ายินดีที่จะจ่ายให้กับนายน้อยเป็น4เท่าสำหรับการที่นายน้อยจะไปเลือกห้องอื่นแทนเจ้าค่ะ”

 

จิ่วซางหัวที่ได้ยินเช่นนี้แล้วถึงกลับปรากฏสีหน้าที่บิดเบี้ยวจากความโกรธพร้อมกับแววตาของเขาที่ประกายแสงอำมหิตออกมาจากนั้นจึงเอ่ยขึ้นมาว่า

 

“พวกท่านตามข้ามา  ข้าอยากจะไปดูหน้ามันสักหน่อยว่ามันเป็นใคร ทำไมมันช่างกล้ามีปัญหากับข้าในเมืองต้าหลางแห่งนี้”

 

จิ่วซางหัวเดินตรงเข้าไปยังห้องที่เสี่ยวหมิงอยู่โดยที่ไม่สนใจผู้ดูแลตึกอิ๋งชุนที่กำลังยืนอยู่ทางด้านหน้าเลย

 

“ปั้ง!!

 

เสียงของประตูห้องที่เสี่ยวหมิงนั่งอยู่ได้เปิดออกจากแรงถีบของจิ่วซางหัวพร้อมกับที่พวกของจิ่วซางหัวทั้ง4ได้เกิดความประหลาดใจเมื่อมองเห็นคนที่นั่งอยู่บนเก้าอี้นั้นเป็นชายหนุ่มที่มีอายุเพียง15ปีกว่าๆเท่านั้นเองที่กล้ามีปัญหากับเขาในเมืองแห่งนี้

 

“นี่น้องชาย!! ข้าจะให้โอกาสเจ้าอีกซักครั้ง พวกเจ้าทั้ง4จงย้ายไปยังห้องอื่นซะถ้าหากว่าพวกเจ้าไม่อยากมีปัญหากับข้านายน้อยจิ่วซางหัวผู้นี้”

 

ด้วยนิสัยส่วนตัวของเสี่ยวหมิงนั้นไม่ชอบคนที่คิดว่าตัวเองมีตระกูลหนุนหลังแล้วกลับชอบมารังแกคนที่อ่อนแอกว่า  รวมถึงนิสัยที่ชอบเอาแต่ใจไม่สนว่าสิ่งที่ตนเองต้องการนั้นจะไปทำให้ผู้อื่นเดือดร้อนหรือเปล่า และที่สำคัญคือชอบคิดว่าตนเองอยู่เหนือผู้อื่นเพราะตระกูลของตนเองนั้นยิ่งใหญ่ที่สุดในเมืองนี้แล้ว ซึ่งเสี่ยวหมิงนั้นรังเกียจคนประเภทนี้เป็นที่สุด

 

“ถ้าหากว่าข้าไม่ยอมย้ายห้องหล่ะพี่ชาย แล้วท่านจะทำเช่นไรรึ?

 

“เจ้ากล้ามาก!!

 

เสียงคำรามโกรธเกรี้ยวของจิ่วซางหัวดังขึ้นเมื่อได้ยินคำกล่าวของเสี่ยวหมิงที่ท้าทายพร้อมกันนั้นจิ่วซางหัวได้เอ่ยกับผู้ติดตามทั้ง3ว่า

 

“พวกท่านจับพวกมันทั้ง4หักแขนคนละข้างแล้วโยนออกไปจากตึกนี้ซะ!!

 

เมื่อชายแก่ทั้ง3ได้ยินเช่นนั้นก็ได้พุ่งไปหาพวกเสี่ยวหมิงทั้ง4เพื่อต้องการที่จะจับตัวพร้อมกับหักแขนคนละข้างจากนั้นจึงจะโยนคนทั้ง4ออกไปจากตึกอิ๋งชุน

 

แต่ในขณะนั้นชายแก่ทั้งสามได้สัมผัสเข้ากับแรงกดดันลมปราณที่ถูกปลดปล่อยออกมาจากไป๋หยุนซึ่งมีเพียงชายแก่ทั้ง3คนเท่านั้นที่สัมผัสได้พร้อมกับแรงกดดันลมปราณนี้มันดูแข็งแกร่งกว่าพวกเขาทั้ง3ที่มีลมปราณขั้นวีรชนขั้นที่1เป็นอย่างมาก พร้อมกันนั้นชายแก่ทั้ง3ได้หยุดยืนอยู่ตรงหน้าของเสี่ยวหมิงด้วยความตื่นตระหนกพร้อมกับอาการตัวสั่นเมื่อเจอกับแรงกดดันที่พวกเขาไม่สามารถต้านทานได้

 

จากนั้นชายแก่ทั้ง3จึงได้คุกเข่าลงพร้อมกับกล่าวออกมาว่า

 

“ข้าน้อยมีตาแต่หามีแววไม่ ที่กล้าไปล่วงเกินผู้อาวุโสเช่นนี้  ส่วนนี่คือแร่ชนิดพิเศษที่มีเพียง10ชิ้นเท่านั้นในเมืองนี้ซึ่งข้าน้อยขอมอบให้กับผู้อาวุโสเพื่อเป็นการขอโทษที่นายน้อยของข้าได้กล่าวล่วงเกินท่านไปในก่อนหน้านี้”

 

“นี่พวกท่านทั้ง3ทำอะไร!!

 

จิ๋วซางหัวร้องตะโกนออกมาด้วยความโกรธที่จู่ๆชายแก่ทั้งสามได้นั่งคุกเข่าลงตรงหน้าของเด็กหนุ่มคนหนึ่งด้วยความหวาดกลัวพร้อมกับกล่าวขอโทษออกไปเช่นนี้  รวมถึงยังได้มอบแร่หายากที่ตระกูลจิ่วของเขาได้พบเจอจากส่วนลึกของเหมืองแร่ให้กับชายหนุ่มเพื่อแทนคำขอโทษ แทนที่จะเข้าไปจัดการกับคนทั้ง4ตามคำสั่งของเขา

 

 

แต่ชายแก่คนหนึ่งที่ดูแล้วน่าจะอาวุโสที่สุดในกลุ่มได้เข้าไปจี้จุดนายน้อยของมันพร้อมกับบังคับให้นายน้อยของมันนั่งคุกเข่าลงตรงหน้าของเสี่ยวหมิงพร้อมกันนั้นโชว์แร่สีฟ้าให้กับเสี่ยวหมิงและคนทั้ง3ดู   จากนั้นอาเล่ยได้เดินเข้าไปหยิบแร่ก้อนนั้นจากมือของชายแก่แล้วมามอบให้กับเสี่ยวหมิงซึ่งถ้าเสี่ยวหมิงยินดีรับแร่สีฟ้าก้อนนี้เพื่อแทนการขอโทษแล้วก็แสดงว่าเรื่องนี้ก็ให้มันแล้วกันไป  

 

เมื่อเสี่ยวหมิงมองไปยังแร่สีฟ้าที่เขาถืออยู่ในมือซึ่งมีขนาดเท่ากำปั้นของเด็กทารกแล้ว เสี่ยวหมิงรู้สึกได้ว่าผลึกเทพถึงกับสั่นขึ้นมาครู่หนึ่งแล้วจึงหยุดไป เมื่อเป็นเช่นนี้แล้วก็สามารถบอกได้ว่าแร่ก้อนนี้อาจจะมีประโยชน์กับเขาสำหรับทำอะไรบางอย่างก็เป็นได้ 

 

จากนั้นเสี่ยวหมิงจึงได้กล่าวผ่านทางลมปราณเสียงไปยังไป๋หยุนว่า

 

“เรื่องนี้ก็ให้มันแล้วกันไปเถอะท่านอา   เพราะข้าก็ได้รับแร่ก้อนนี้แทนคำขอโทษแล้ว”

 

เมื่อไป๋หยุนได้ยินคำกล่าวของเสี่ยวหมิงแล้วจึงหยุดปล่อยแรงกดดันลมปราณออกไปพร้อมกับที่ชายแก่ทั้ง3ได้กล่าวขอบคุณในความเมตตาพร้อมกับรีบนำนายน้อยของพวกมันออกมาจากห้องของเสี่ยวหมิงอย่างรวดเร็ว  หลังจากที่ออกมาจากห้องของเสี่ยวหมิงแล้วชายแก่ทั้ง3ได้พานายน้อยของพวกมันกลับไปยังตระกูลจิ่วในทันทีเพื่อป้องกันไม่ให้นายน้อยจิ่วซางหัวไปสร้างปัญหากับเสี่ยวหมิงอีกครั้ง

 

ส่วนผู้ดูแลและพนักงานต้อนรับนางนั้นถึงกับงุนงงแล้วหันมามองหน้ากันที่เห็นนายน้อยจิ่วซางหัวและชายแก่ทั้ง3รีบออกมาจากห้องของเสี่ยวหมิงด้วยความหวาดกลัวพร้อมกับรีบออกไปจากตึกอิ๋งชุนอย่างรวดเร็วเช่นนี้

 

เวลานี้เหล่าอาวุโสสูงสุดของทั้ง3สำนักและอาวุโสสูงสุดของทั้ง3ตระกูลก็ได้เดินทางมาถึงพร้อมกับเข้าไปพักในห้องที่ถูกจัดเตรียมเอาไว้เรียบร้อยแล้ว จะขาดก็แต่เพียงตระกูลจิ่วที่กลับไปก่อนหน้านี้เท่านั้น

 

เมื่อเสี่ยวหมิงทอดสายตามองไปยังลานประมูลที่เวลานี้เต็มไปด้วยผู้คนนั้นก็เกิดความรู้สึกประหลาดใจขึ้นมาพร้อมกับคิดว่าวันนี้จะต้องมีสิ่งที่น่าสนใจในการประมูลครั้งนี้อย่างแน่นอน และในตอนนี้เองก็ได้มีหญิงสาวแสนสวยคนหนึ่งเดินขึ้นมาบนลานประมูลพร้อมกับกล่าวว่า

 

“ยินดีต้อนรับทุกๆท่านเข้าสู่การประมูลรอบพิเศษของค่ำคืนนี้ โดยในวันนี้จะมีสมุนไพรหายากรวมถึงตำราเก่าแก่มาเข้าร่วมประมูลในครั้งนี้ด้วยเช่นกัน และดิฉันก็ขอขอบคุณทุกๆท่านที่มายังตึกอิ๋งชวนเพื่อเข้า ร่วมการประมูลในครั้งนี้”

 

ทันทีที่สาวแสนสวยผู้นี้กล่าวจบก็ได้มีคนนำกล่องไม้ที่มีความยาวขนาด1ท่อนแขนออกมาวางไว้บนแท่นพร้อมกันนั้นก็ได้เปิดฝากล่องออกเพื่อให้ทุกคนที่อยู่ในลานประลองนี้ได้มองเห็นสิ่งที่อยู่ข้างใน

 

“นี่คือเม็ดยาระดับ4 ที่มีคนพบเจอในสุสานโบราณแล้วได้มามอบให้กับตึกอิ๋งชุนของเรา โดยทั้ง3เม็ดมีสรรพคุณต่างกันคือ มีเม็ดยาฟื้นฟูลมปราณ เม็ดยารักษาอาการบาดเจ็บที่รักษาได้ทั้งภายนอกและภายใน ส่วนเม็ดยาเม็ดสุดท้ายนี้คือเม็ดยารักษาชีพจร เรียกได้ว่าถ้าใครมีเม็ดชาชุดนี้แล้ว คงจะเหมือนกับคนๆนั้นมีเพิ่มมาอีก1ชีวิตอย่างแน่นอน ซึ่งราคาเริ่มต้นนั้นคือ500เหรียญทองโดยที่สามารถเพิ่มได้ครั้งละ100เหรียญทองขึ้นไป”

 

ด้วยน้ำเสียงที่หวานหยดย้อยของหญิงสาวแสนสวยรวมถึงรูปร่างหน้าตาดีแล้ว ทำเอาบรรยากาศในลานประมูลนั้นดูครึกครื้นขึ้นมาทันทีพร้อมกันนั้นก็ได้มีเสียงเสนอราคาขึ้นมาไม่หยุด

 

1,000เหรียญทอง”

 

1,500เหรียญทอง”

 

2,000เหรียญทอง”

 

ไม่นานนักเวลาครึ่งชั่วยามก็ได้ผ่านไปพร้อมกับของที่ถูกประมูลออกไปเป็นบางส่วนโดยที่แต่ละอย่างนั้นมีราคาที่สูงกว่าทุกๆครั้งที่ได้จัดการประมูลเป็นอย่างมาก

 

“รายการต่อไปคือสมุนไพรหายากที่ข้าน้อยคิดว่าทุกๆคนคงจะต้องการมันอย่างแน่นอน”

 

สาวแสนสวยกล่าวออกมาพร้อมด้วยรอยยิ้มที่ดูมีสเน่ห์เป็นอย่างมากพร้อมกับที่มีคนนำถาดที่มีผ้าคลุมวาวางไว้บนแท่นของลานประมูลจากนั้นหญิงสาวจึงได้เปิดผ้าคลุมออกแล้วกล่าวว่า

 

“นี่คือต้นแสงจันทร์โลหิตที่มีอายุถึง2,000ปี  ต้นแสงจันทร์โลหิตนี้ลำต้นจะมีลักษณะเป็นสีแดงจากการดูดซับเลือดของสัตว์อสูรระดับที่6ขึ้นไปโดยที่ใบของมันนั้นจะมีสีเหลืองอร่ามจากการซึมซับแสงจันทร์ยามค่ำคืนมาเป็นระยะเวลาถึง2,000ปี โดยที่ใบของต้นแสงจันทร์โลหิตนี้จะมี6ใบบ่งบอกได้ว่าต้นนี้อาบแสงจันทร์ยามค่ำคืนมาเป็นระยะเวลาถึง2,000ปีแล้ว  แต่ถ้าหากว่าใบของต้นแสงจันทร์โลหิตนี้มีเพียง5ใบเท่านั้นบ่งบอกได้ว่าต้นนี้อาบแสงจันทร์ยามค่ำคืนมาเป็นระยะเวลาเพียง1,000ปีเท่านั้นเอง  ซึ่งต้นแสงจันทร์โลหิตนี้เป็นสมุนไพรที่หาได้ยากมากๆเพราะต้องรอให้เกิดความพอเหมาะพอเจาะเป็นอย่างมากถึงจะสามารถเก็บเกี่ยวต้นที่มีอายุ2,000ปีได้แบบนี้  ราคาเริ่มต้นที่จะประมูลต้นแสงจันทร์โลหิตนี้คือ5,000เหรียญทอง โดยเพิ่มได้ครั้งละ1,000ขึ้นไป”

 

สิ้นเสียงของหญิงสาวแสนสวยจบลงก็ได้เกิดเสียงฮือฮาขึ้นมาพร้อมกับมีบางคนได้กล่าวออกมาว่า

 

“ต้นแสงจันทร์โลหิตนี้ต้องเป็นของตระกูลฟางของข้าเท่านั้น!!

 

“ตระกูลโจวของข้าก็ต้องการต้นแสงจันทร์โลหิตนี้เช่นกัน!!

 

“สำนักกระบี่พิรุณของข้าก็ต้องการต้นแสงจันทร์โลหิตนี้เช่นกัน!!

 

เวลานี้ตัวแทนของทั้ง3สำนักและตัวแทนทั้ง3ตระกูลต่างก็กล่าวว่าพวกเขาต้องการต้นแสงจันทร์โลหิตนี้เช่นกัน พร้อมกับที่เวลานี้ราคาของต้นแสงจันทร์โลหิตนี้ได้พุ่งขึ้นสูงจนถึง40,000เหรียญทองแล้ว

 

ส่วนเสี่ยวหมิงเวลานี้ได้ปรากฏอาการตื่นตะลึงขึ้นมาเนื่องจากต้นแสงจันทร์โลหิตนี้คือส่วนผสมหลักสำหรับน้ำยาที่เขาต้องปรุงขึ้นมาเพื่อใช้ฝึกฝนกายาเทพสงครามในขั้นที่2 ซึ่งตัวเขาไม่คิดว่าต้นแสงจันทร์โลหิตที่เป็นส่วนผสมหลักนี้จะมาปรากฏในลานประมูลของตึกอิ๋งชุนแห่งนี้ได้

 

หลังจากที่เสี่ยวหมิงสงบสติจากการตื่นตะลึงได้แล้ว เขาจึงได้เอ่ยราคาขึ้นมาว่า

 

100,000เหรียญทอง!!

 

เมื่อทุกคนที่อยู่ในลานประมูลแห่งนี้ได้ยินราคาที่เสี่ยวหมิงเอ่ยขึ้นมาแล้วต่างก็พากันหันไปมองตามเสียงที่พวกเขาได้ยินด้วยความตกใจ เพราะเสียงที่กล่าวออกมานั้นมันเป็นเสียงของเด็กหนุ่มที่มีอายุประมาณ15ปีกว่าๆเท่านั้นเอง

 

“เด็กหนุ่มที่อยู่ในห้องพิเศษนั้นคือใคร ทำไมถึงได้เพิ่มราคาอย่างก้าวกระโดดเช่นนี้”

 

“ข้าก็ไม่รู้เหมือนกันว่าชายหนุ่มผู้นั้นเป็นใคร แต่ก็ถือว่ามีความกล้ามกที่เอ่ยราคาขึ้นสูงขนาดนี้โดยที่ไม่กลัวที่จะผิดใจกับพวก3สำนักและอีก3ตระกูลเลย”

 

เสียงของผู้คนที่อยู่ในลานประมูลพูดคุยกันเมื่อได้ยินการเพิ่มราคาของเสี่ยวหมิงแบบก้าวกระโดดเช่นนี้  พร้อมกับพวกตัวแทนของ3สำนักและอีก3ตระกูลต่างก็รู้สึกไม่พอใจที่จู่ๆมีเด็กหนุ่มมาแข่งประมูลต้นแสงจันทร์โลหิตนี้กับพวกเขา

 

110,000เหรียญทอง!! อาวุโสตระกูลฟางเอ่ยขึ้น

 

150,000เหรียญทอง!!”เสี่ยวหมิงเอ่ยขึ้นอีกครั้ง

 

160,000เหรียญทอง!! อาวุโสตระกูลโจวเอ่ยขึ้น

 

200,000เหรียญทอง!!”เสี่ยวหมิงเอ่ยขึ้นอีกครั้ง

 

เวลานี้ราคาของต้นแสงจันทร์โลหิตนี้ได้พุ่งขึ้นไปแตะที่500,000เหรียญทองแล้วซึ่งเป็นเสี่ยวหมิงที่เองได้เอ่ยราคา500,000เหรียญทองออกมาทำให้เหลือเพียงตระกูลโจวที่ทำธุรกิจห้องอาหารและตระกูลฟางที่ทำธุรกิจค้าขายเม็ดยาและหม้อปรุงโอสถเท่านั้นที่พอจะประมูลสู้กับเสี่ยวหมิงได้

 

550,000เหรียญทอง!!

 

อาวุโสตระกูลโจวเอ่ยขึ้นมาพร้อมกับลุกขึ้นยืนแล้วกล่าวว่า


“ข้าหวังว่าทั้งสองคนจะยอมแพ้ให้กับตระกูลโจวของข้า แล้วข้าจะจดจำบุญคุณในครั้งนี้ของทั้ง2เอาไว้เพื่อที่ภายหน้าตระกูลโจวของข้าอาจได้ตอบแทน!!






อ่านแล้วชอบใจอย่าลืมคอมเมนต์และกดให้กำลังใจนะครับ  

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 569 ครั้ง

1,845 ความคิดเห็น

  1. #1593 PisitPa (@PisitPa) (จากตอนที่ 75)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2561 / 13:18
    ขอบคุณครับสนุกมากเลย
    #1593
    0
  2. #884 Empty_Mind (@mrsuchart1970) (จากตอนที่ 75)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2561 / 19:06
    นับว่าบ่าวเฒ่าทั้งสามยังมีสติยั้งคิด ไม่ปล่อยให้นายน้อยของตนวิ่งไปชนตอ
    #884
    0
  3. #791 Yada-jum (@Yada-jum) (จากตอนที่ 75)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2561 / 22:59

    สนุกครับ

    #791
    0
  4. #701 fongnija (@fongnija) (จากตอนที่ 75)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2561 / 19:58
    อยากอ่านต่อแล้วครับ
    #701
    0
  5. #700 inasba (@nassang) (จากตอนที่ 75)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2561 / 19:13

    ประมูลอย่างโหด

    #700
    0
  6. #697 mcmxmzy (@cmcxmzy) (จากตอนที่ 75)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2561 / 13:01
    ต่อเลยๆ
    #697
    0
  7. วันที่ 10 มิถุนายน 2561 / 10:28
    ลงต่อเรยได้ไหมมม
    #695
    0
  8. #693 kamol1122 (@kamol1122) (จากตอนที่ 75)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2561 / 09:06
    สนุกดีครับ
    #693
    0
  9. #692 นักอ่านนิยายจีน (จากตอนที่ 75)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2561 / 09:03

    ขอบคุณค่ะ

    #692
    0
  10. #691 tr69 (@tr69) (จากตอนที่ 75)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2561 / 08:42
    ขอบคุณครับ
    #691
    0
  11. #690 Taworn (@Taworn) (จากตอนที่ 75)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2561 / 08:05

    ต่อครับ

    #690
    0
  12. #689 Reezas (@Reezas) (จากตอนที่ 75)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2561 / 07:53
    ต่ออออออ
    #689
    0
  13. #688 joelamtan (@joelamtan) (จากตอนที่ 75)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2561 / 07:16
    ขอบคุณครับ
    #688
    0
  14. #687 Bank2986 (@Bank2986) (จากตอนที่ 75)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2561 / 06:23
    ขอบคุณมากครับผม สนุกมากครับ
    #687
    0
  15. #686 อตอม (จากตอนที่ 75)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2561 / 04:40

    ที่นี่โรงประมูล ไม่ใช่ร้านก๋วยเตี๋ยวที่ขอกินฟรีได้ แค่เอาตระกูลมาอ้าง....... ถ้าไม่มีปัญญาจ่าย ก็ไสหัวไป

    เสี่ยวหมิงไม่ได้กล่าว...รีดกล่าวเอง 55555

    #686
    0
  16. วันที่ 10 มิถุนายน 2561 / 03:37
    550,000 เหรียญทอง ครั้งที่ 1
    .
    550,000 เหรียญทอง ครั้งที่ 2
    .
    .
    550,000 เหรียญทอง ครั้งที่...

    10,000,000 เหรียญทอง!!(ตะโกนลั่นโรงประมูล) ....ไม่ใช่เสียงของพี่เสวี่ยหมิง แต่เป็นของรีดเดอร์เอง (อิอิ ตะโกนตัดหน้าพี่หมิงซะเลย) 😁😁😁
    #685
    0