เมฆาสะท้านฟ้า

ตอนที่ 79 : ตอนที่78:โชคชะตานำพา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8,775
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 732 ครั้ง
    17 ก.ย. 61


“พวกเราเข้าไปข้างในกันเถอะ”

 

เสียงเจ้าเมืองเอ่ยขึ้นมาพร้อมกับเดินนำเข้าไปทางด้านในของถ้ำโบราณ ตามมาด้วยกลุ่มของเสี่ยวหมิงและคนที่เหลือทั้งหมดต่างก็ได้เดินตามเจ้าเมืองต้าหลางเข้าเข้าไปยังด้านในเช่นกัน

 

เมื่อทุกๆคนเดินเข้ามาถึงด้านในของถ้ำโบราณแล้ว ถึงกับรู้สึกแปลกใจที่เห็นว่าด้านในที่พวกเขาทุกคนยืนอยู่นี้คือห้องโถงขนาดใหญ่และกว้างเป็นอย่างมากโดยที่เวลานี้บริเวณรอบๆห้องโถงนี้ได้มีกลิ่นอายเก่าแก่โบราณถูกปล่อยออกมาอยู่ตลอดเวลา พร้อมกับที่มี อาวุธที่ชำรุดและโครงกระดูกเก่าๆที่นอนเรียงรายอยู่เต็มไปหมด

 

“ข้าเคยนำคนเข้ามาสำรวจได้ถึงตรงนี้เท่านั้น ส่วนช่องทางเดินอีก5เส้นทางนั้นไม่มีใครที่กล้าจะเดินเข้าไป”

 

เจ้าเมืองต้าหลางกล่าวพร้อมกับชี้ไปยังทางเดินทั้ง5ที่มองดูก็รู้ว่ามันสามารถพาเข้าไปยังส่วนลึกของถ้ำนี้ได้

 

“ถ้าพวกเราเข้าไปตามเส้นทางนี้แล้วพบกับสมบัติมากมายมหาศาล พวกเรายังต้องแบ่งให้กับทุกๆคนหรือไม่”?โจวเตาเอ่ยขึ้น

 

“เอาเช่นนี้ดีหรือไม่ทุกคน  ใครที่เป็นคนพบสมบัติในถ้ำแห่งนี้ก็ให้สมบัติเป็นของผู้นั้นไปโดยที่ไม่ต้องแบ่งปันกลับใคร พวกท่านทุกคนคิดว่าเช่นไร?

 

“แล้วถ้าหากคนอื่นต้องการที่จะแย่งชิงจากผู้ที่พบมันหล่ะ?

 

เมื่อเจอคำถามนี้เข้าไป เจ้าเมืองถึงกลับครุ่นคิด เพราะถ้าหากปล่อยให้มีการแย่งชิงสมบัติกันเกิดขึ้นแล้ว เห็นทีคงจะมีคนไม่น้อยที่คิดยืนรอแย่งชิงสมบัติกับกลุ่มคนที่เข้าไปสำรวจยังส่วนลึกของถ้ำนี้เป็นแน่ และที่สำคัญเลยคือคงจะมีผู้คนล้มตายจากการแย่งชิงซึ่งเกิดจากความโลภเป็นจำนวนมากอย่างแน่นอน

 

“พวกเจ้าจะสามารถแย่งชิงสมบัติหรือแลกเปลี่ยนกันได้ก็ต่อเมื่อพวกเจ้าทุกคนกลับออกมาจากการสำรวจยังส่วนลึกของถ้ำนี้แล้วเท่านั้น ส่วนเรื่องที่พวกเจ้าจะสังหารหรือทำร้ายกันยังไงนั้นข้าจะไม่ขอยุ่งเกี่ยวในเรื่องนั้น  แต่ต้องเป็นหลังจากที่พวกเจ้าออกมาจากส่วนลึกแล้วเท่านั้น”

 

ทุกคนที่ได้ยินเช่นนี้แล้วถึงกลับยิ้มออกมาด้วยความสุขเพราะหลังจากที่พวกเขาออกมาจากส่วนลึกของถ้ำนี้แล้ว มันก็ขึ้นอยู่กับว่าใครจะมีความแข็งแกร่งกว่าและสามารถที่จะป้องกันสมบัติที่ตัวเองหามาได้ยังไง พร้อมกับทุกคนรีบแบ่งกลุ่มกันในทันทีโดยที่จะมีกลุ่มของตระกูลโจว ตระกูลฟาง และตระกูลจิ่ว ยืนรวมเป็นกลุ่มเดียว  โดยที่คนที่เหลือต่างก็แยกกันไปจับกลุ่มตามที่พวกเขาเห็นว่ามีความแข็งแกร่งเพียงพอที่จะไม่ได้รับอันตรายหลังจากที่ได้เข้าไปยังส่วนลึกแล้ว

 

สำหรับเสี่ยวหมิงแล้วเขาไม่ต้องการที่จะไปรวมกลุ่มกับใครนั่นจึงทำให้กลุ่มของเสี่ยวหมิงมีเพียงแค่4คนเท่านั้นส่วนกลุ่มอื่นๆนั้นมีประมาณ10ถึง12คนขึ้นไป

 

“เมื่อพวกเจ้ารวมกลุ่มกันเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็จงเลือกเส้นทางที่จะเข้าไปในส่วนลึกของถ้ำแห่งนี้กันเองเถอะ”

 

เวลานี้แต่ละกลุ่มต่างก็ปรึกษากันว่าพวกเขาจะเลือกเส้นทางใดใน5เส้นทางนี้  แต่ในขณะนั้นเสี่ยวหมิงก็ได้ยินเสียงของคนชราดังขึ้นมาในหู

 

“เส้นทางที่5นับจากซ้ายมือ”แล้วเสียงก็เงียบไป

 

เสี่ยวหมิงพลันตื่นตะลึงเมื่อจู่ๆก็ได้มีเสียงขึ้นมาในหูว่าให้เลือกเส้นทางที่5นับจากทางซ้าย แต่เพียงครู่หนึ่งเสี่ยวหมิงก็กลับมาเป็นปกติพร้อมกับมองไปยังเส้นทางที่5ตามที่ได้ยิน

 

เส้นทางเส้นที่5เมื่อนับจากทางซ้ายแล้วนั้น มันดูวังเวงและน่าหวาดกลัวมากที่สุดใน5เส้นทางนี้ เนื่องจากว่ามันมีแสงสว่างที่น้อยกว่าอีก4เส้นทาง พร้อมกันนั้นก็ได้มีกลิ่นสาบของเลือดและกลิ่นอายเก่าแก่บางอย่างถูกปลดปล่อยออกมาจากเส้นทางนั้นอย่างรุนแรง จึงทำให้เวลานี้แทบไม่มีใครคิดที่จะเลือกเส้นทางนี้เลย

 

แต่สำหรับเสี่ยวหมิงเมื่อมองไปยังเส้นทางที่5แล้ว กลับยิ้มอย่างมีความสุขเพราะเสียงที่เขาได้ยินนั้นมันเป็นเสียงของผลึกเทพซึ่งเขาคิดว่ามันคงจะเหมือนกับที่สุสานกระบี่ที่ผลึกเทพควบคุมร่างกายของเขาไปยังเส้นทางที่ถูกต้องโดยที่ไม่ได้รับอันตรายใดๆเลยแต่ที่ต่างกันคือครั้งนี้ผลึกเทพเพียงแค่บอกเท่านั้น จากนั้นเสี่ยวหมิงจึงเอ่ยผ่านทางลมปราณเสียงไปยังทั้ง3คนว่า

 

“พวกเราเข้าไปยังเส้นทางที่5กันเถอะ”

 

กล่าวจบเสี่ยวหมิงจึงได้เดินนำหน้าทั้ง3คนไปยังเส้นทางที่5ในทันที 

 

แต่เมื่อกลุ่มของตระกูลทั้ง3มองเห็นว่าเสี่ยวหมิงเลือกเส้นทางนี้ต่างก็พากันหัวเราะออกมา พร้อมกับที่โจวเตาได้กล่าวว่า

 

“ ฮ่าๆๆ!! ดูเหมือนว่าพวกเขาจะมีแต่ความแข็งแกร่งเพียงอย่างเดียวแต่ไร้สมอง ดูยังไงทางเส้นนั้นมันอันตรายและน่าหวาดกลัวที่สุดแล้ว สงสัยจะมั่นใจในความแข็งแกร่งของตนเองจนไม่สนใจอะไร จึงได้เลือกทางเส้นนั้น”

 

ส่วนคนที่เหลือรวมถึงเจ้าเมืองทำได้เพียงส่ายหน้าเท่านั้นเมื่อเห็นว่าเสี่ยวหมิงได้เลือกเส้นทางที่พวกเขาทุกคนคิดว่ามันอันตรายและน่าหวาดกลัวที่สุดแล้ว  จากนั้นพวกเขาทั้งหมดก็ได้เดินเข้าไปยังเส้นทางที่ได้เลือกเอาไว้

 

“ท่านอาวุโสโจวเตาขอรับ แล้วเราจะจัดการกับพวกมันเช่นไรดีขอรับ?”อาวุโสฟางจี้เอ่ยถาม

 

“ในเมื่อพวกมันเลือกเส้นทางที่อันตรายที่สุดแล้ว พวกเราทำได้เพียงแค่ภาวนาให้พวกมันปลอดภัยพร้อมกับหาสมบัติได้เป็นจำนวนมากเมื่อถึงเวลานั้นแล้วพวกเราค่อยจัดการกับพวกมันหากว่าพวกมันสามารถเอาชีวิตรอดออกมาได้  แต่ถ้าหากพวกมันตกตายลงในเส้นทางที่5แล้วพวกเราถึงเข้าไปยังเส้นทางนั้นเพื่อหาแหวนมิติของพวกมันทั้ง4หลังจากที่พวกเรากลับออกไปจากเส้นทางนี้พร้อมกับสมบัติแล้ว”

 

โจวเตากล่าวจบยังไม่ทันไรกลไกกับดักได้เปิดทำงานขึ้นพร้อมกับมีเสียงของลูกธนูวิ่งฝ่าอากาศมายังกลุ่มของพวกเขาเป็นจำนวนมาก

 

“ ฟิ้วว!!  ฟิ้วว!!  ฟิ้วว!!

 

“อ๊ากก!!  ธนูอาบยาพิษ”

 

“ทุกคนระวังตัวด้วย!! อย่าให้ลูกธนูสัมผัสกับร่างกาย”

 

โจวเตาเอ่ยเตือนกับคนในกลุ่มพร้อมกับรีบปลดปล่อยลมปราณขั้นวีรชนขั้นที่3ออกมาป้องกันตัวเองเอาไว้  เพราะเวลานี้เขาไม่สามารถที่จะช่วยเหลือผู้อื่นได้เลยเนื่องจากต้องคอยป้องกันลูกธนูอาบยาพิษที่ถูกปล่อยออกมาจากผนังดูเหมือนกับว่ามันไม่มีวันที่จะหมดลงเลย หลังจากที่ผ่านไปไม่นานลูกธนูจึงได้หมดลงพร้อมกับกลุ่มของโจวเตาได้สูญเสียคนไปถึง5คน

 

ส่วนเส้นทางที่เหลือยกเว้นเส้นทางที่เสี่ยวหมิงเลือกต่างก็ต้องเจอกับกลไกกับดักของเส้นทางที่พวกเขาเลือกเช่นกัน โดยที่กลุ่มของเจ้าเมืองและสำนักกระบี่เจ้าสมุทร ได้เจอกับเข็มอาบยาพิษที่ถูกปล่อยออกมาจากกลไกกับดักเป็นจำนวนมากจนมีคนเสียชีวิตไปถึง2คน

 

ส่วนอีก2เส้นทางที่เหลือก็ได้เจอกับเข็มอาบยาพิษที่ถูกปล่อยออกมาจากกลไกกับดักเป็นจำนวนมากเช่นกัน ทำให้เวลานี้ได้มีผู้คนของทั้ง2กลุ่มล้มตายรวมทั้งหมดถึง6คน

 

ส่วนเสี่ยวหมิงเวลานี้แทบจะไม่เจอกับ กลไกกับดักของเส้นทางนี้เลยซักครั้งจนในที่สุดเสี่ยวหมิงก็ได้เดินมาถึงสุดทางแล้ว พร้อมกันนั้นก็ปรากฏเป็นที่โล่งที่สามารถจุคนได้ประมาณ15คน โดยที่เวลานี้ได้ตรงหน้าของพวกเขาทั้ง4ได้ปรากฏช่องแคบที่สามารถเดินเข้าไปได้เพียงทีละคนเท่านั้น

 

“เจ้าเดินเข้าไปในช่องนั้นได้คนเดียว”

 

เสียงของผลึกเทพดังขึ้นมาอีกครั้ง โดยที่ครั้งนี้เสี่ยวหมิงรีบกล่าวไปยังทั้ง3คนหลังจากที่ได้ยินเสียงของผลึกเทพว่า

 

“ ท่านอาไป๋หยุนและพวกเจ้าทั้ง2 ให้รอข้าอยู่ตรงนี้ ข้าจะเข้าไปเพียงคนเดียวและก็ไม่ต้องเป็นห่วงว่าข้าจะได้รับอันตรายอะไร เพราะข้าสามารถดูแลตนเองได้ ที่สำคัญให้ท่านอาไป๋หยุนคอยป้องกันอยู่ตรงทางเข้านี้อย่าให้ใครเข้ามารบกวนข้าด้วยขอรับ”

 

เสี่ยวหมิงกล่าวเส็รจพลางเดินเข้าไปในช่องแคบนั้นโดยที่ไม่ได้สนใจฟังคำตอบของไป๋หยุนเลย

 

ใช้เวลาไปเพียงไม่นานเสี่ยวหมิงได้เดินมาถึงปากทางเข้าถ้ำที่เวลานี้มีประตูหินปิดอยู่ หลังจากที่มองสำรวจดูและพยายามใช้ลมปราณผลักประตูหินนี้แล้วเสี่ยวหมิงก็พบว่าไม่สามารถที่จะขยับประตูหินนี้ได้เลย

 

แต่ในขณะที่เสี่ยวหมิงกำลังคิดหาวิธีอื่นเพื่อเปิดประตูหินอยู่นั้น

 

“ใช้ก้อนผลึกสีดำที่อยู่ในแหวนมิติของเจ้าเปิดมัน”

 

เมื่อเสี่ยวหมิงได้ยินดังนั้นก็ไม่รอช้าพลางรีบนำหินผลึกสีดำที่ได้มาจากผู้เฒ่ามู่ออกมา

 

“วิ้งงง!!

 

เกิดเป็นลำแสงขนาดเล็กวิ่งไปที่ประตูหินพร้อมกับที่ประตูหินค่อยๆเปิดออกอย่างช้าๆ แลดูน่าอัศจรรย์เป็นอย่างมาก จากนั้นเสี่ยวหมิงจึงได้รีบเข้าไปยังด้านในของถ้ำนี้ในทันที 

 

หลังจากที่เสี่ยวหมิงเข้ามายังด้านในของถ้ำนี้แล้วประตูหินบานนั้นก็ได้ปิดลง

 

“หือ!! ดูเหมือนว่าเจ้าก้อนผลึกสีดำนี้จะใช้สำหรับเปิดและปิดประตูหินบานนี้สินะ”

 

เสี่ยวหมิงกล่าวพึมพำออกมาพร้อมกับเก็บหินผลึกก้อนนั้นไว้ในแหวนมิติเช่นเดิม แต่ในขณะที่กำลังจะเดินเข้าไปด้านในนั้นเสี่ยวหมิงกับรู้สึกสงสัยขึ้นมาเมื่อนึกถึงสิ่งของที่ได้รับมาจากตาเฒ่ามู่พร้อมกับครุ่นคิดขึ้นมาว่า

 

“ แล้วตาแก่มู่เอาเจ้าผลึกก้อนสีดำนี้มาจากที่ไหนกันนะ เพราะดูๆแล้วตาแก่มู่ไม่น่าจะเข้ามายังสถานที่อันตรายเช่นนี้ได้แน่”

 

ยิ่งเสี่ยวหมิงคิดเท่าไรก็ไม่สามารถหาเหตุผลมาหักล้างได้ จึงทำให้เสี่ยวหมิงเลิกคิดเรื่องนี้ไปโดยปริยาย พร้อมกับตัดสินใจว่าถ้าออกไปจากที่นี่แล้วจะไปถามกับตัวของตาแก่มู่เองว่าเอาเจ้าก้อนผลึกสีดำนี้มาจากที่ใด

 

เมื่อเสี่ยวหมิงได้เดินมาถึงด้านในของถ้ำแห่งนี้แล้ว สิ่งที่ปรากฏตรงหน้าทำให้เสี่ยวหมิงถึงกับตื่นตะลึงในทันที  เพราะสิ่งที่ปรากฏตรงหน้าของเสี่ยวหมิงคือภาพของตาเฒ่ามู่ที่สวมชุดของพวกนักโอสถ อยู่บนผนังพร้อมกับทางด้านล่างของภาพนั้นได้เขียนเอาไว้ว่า

 

“ ตัวข้านั้นมีชื่อว่ามู่ฟานเจี๋ยนเป็นปรามาจารย์ที่อยู่เหนือเซียนโอสถขึ้นไปอีกขั้นหนึ่งแล้ว แต่น่าเสียดายที่ไม่เคยรับศิษย์สืบทอดในวิชาปรุงโอสถเลยในชั่วชีวิตของข้า  จนตัวข้านั้นรู้สึกเสียใจเมื่อวันที่ลมหายใจสุดท้ายได้มาถึง  ก่อนที่ข้าจะจากไปข้าขอมอบทักษะทุกอย่างสำหรับการปรุงโอสถและสมุนไพรในห้องถัดไปนี้ให้กับผู้ที่มีวาสนาและโชคชะตานำพาจนมาถึงที่นี่ได้  และก็หวังว่าคนผู้นั้นจะโขกศีรษะ3ครั้งและยินดีที่จะรับข้าเป็นอาจารย์ ”

 

เมื่อเสี่ยวหมิงได้สติกลับมาจากความตื่นตะลึงแล้วเสี่ยวหมิงจึงได้อ่านข้อความที่เขียนอยู่ด้านล่างของภาพจนจบพร้อมกับคุกเข่าลงคำนับไปยังภาพของมู่ฟานเจี๋ยน3ครั้ง จากนั้นได้เอ่ยขึ้นมาว่า

 

“ข้ายินดีที่จะรับท่านเป็นอาจารย์ของข้า และลูกศิษย์คนนี้จะไม่ทำให้อาจารย์ผิดหวัง”

 

จากนั้นเสี่ยวหมิงจึงได้เดินเข้าไปยังห้องถัดไปตามที่ของมู่ฟานเจี๋ยนได้กล่าวไว้

 

เสี่ยวหมิงเดินเข้ามาถึงห้องนี้แล้วพลันรู้สึกสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายอันเก่าแก่โบราณที่กำลังถูกปล่อยออกมาจากกลางห้อง จากนั้นเสี่ยว     หมิงจึงได้เดินไปยังกลางห้องเพื่อสำรวจดูว่าสิ่งที่กำลังปล่อยกลิ่นอายเก่าแก่โบราณออกมานี้มันคือสิ่งใด แต่สิ่งที่ปรากฏตรงหน้าเขามันคือแท่นหินสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่ที่มีช่องอยู่ด้านล่างลักษณะคล้ายกับเตาถ่าน มีหม้อสีดำขนาดใหญ่วางอยู่ด้านบนพร้อมกับกำลังปล่อยกลิ่นอายโบราณออกมา ซึ่งกลิ่นอายนี้เรียกได้ว่ารุนแรงกว่าที่เสี่ยวหมิงสัมผัสได้ที่ด้านนอกเป็นอย่างมาก    

 

จากนั้นเสี่ยวหมิงจึงได้มองสำรวจไปทั่วทั้งห้องแล้วพบว่า ตรงมุมซ้ายด้านหลังของหม้อสีดำใบนี้มันคือชั้นวางที่มีตำราเกี่ยวกับการปรุงโอสถอยู่เป็นจำนวนมาก จนเสี่ยวหมิงรู้สึกว่ามันมีมากกว่าที่ตระกูลไป๋เสียอีกทำให้เสี่ยวหมิงเกิดความต้องการที่จะไปหยิบขึ้นมาอ่านดูซักเล่ม แต่เมื่อเสี่ยวหมิงเดินไปยังชั้นวางแล้วหยิบตำราปรุงโอสถระดับ4ขึ้นมานั้น จู่ๆชั้นวางก็ได้เลื่อนออกไปทางด้านขวาพร้อมกับได้มีห้องที่ถูกซ่อนเอาไว้ปรากฏออกมา

 

“นี่มัน!!” 







อ่านแล้วชอบใจอย่าลืมคอมเมนต์และกดให้กำลังใจไรท์ด้วยเน้อ

และไรท์ขอฝากกดแนะนำและกดแชร์นิยายเรื่องนี้ด้วยนะครับ 

ขอบคุณมากครับ     

       

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 732 ครั้ง

1,845 ความคิดเห็น

  1. #1267 nangatasila_123 (@nangatasila_123) (จากตอนที่ 79)
    วันที่ 13 กันยายน 2561 / 13:11
    เดี๋ยวนะตอนนั้นไหนบอกว่ามีอาจาร์ได้แค่คนเดียว ตอนที่เข้าไปในมิติจี้ นั้นอ่ะ
    #1267
    3
    • #1267-2 Djdy1730 (@Djdy1730) (จากตอนที่ 79)
      13 กันยายน 2561 / 15:23
      ขอบคุณที่แจ้งนะครับ ผมลืมเขียนอธิบายลงไปว่า ความจริงเสี่ยวหมิงไม่ได้ทำผิดคำสัญญานะครับ เพราะอาจารย์คนที่2นั้นเป็นวิถีโอสถ ไม่ใช่วิถีกระบี่ครับ
      #1267-2
    • #1267-3 Tumbabycorn (@Tumbabycorn) (จากตอนที่ 79)
      27 กันยายน 2561 / 16:45
      สายกระบี่ สายโอสถ เด่วต้องมีสายสร้างอาวุธ ด้วย
      #1267-3
  2. #794 Yada-jum (@Yada-jum) (จากตอนที่ 79)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2561 / 07:33

    สนุกครับ

    #794
    0
  3. #790 ckchatchen42 (@ckchatchen42) (จากตอนที่ 79)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2561 / 08:41
    หวังว่าพระเอกจะใช้อย่างคุมค่า...และสำเร็จการปรุงยาโดยเร็วนังะ
    #790
    0
  4. #765 22710 (@22710) (จากตอนที่ 79)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2561 / 23:47
    ขอบคุณมากครับ
    #765
    0
  5. #764 Bank2986 (@Bank2986) (จากตอนที่ 79)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2561 / 20:45
    ขอบคุณมากครับผม
    #764
    0
  6. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  7. #761 wittayakeen2524 (@wittayakeen2524) (จากตอนที่ 79)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2561 / 19:58
    ได้ของอีกละ...ฝึกไม่ทันเชียว
    #761
    0
  8. #760 drakdevill (@drakdevill) (จากตอนที่ 79)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2561 / 17:35
    ขอบคุณครับ ลงตอนต่อไปไวๆนะครับ
    #760
    0
  9. #759 drakdevill (@drakdevill) (จากตอนที่ 79)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2561 / 17:35
    ขอบคุณครับ
    #759
    0
  10. #758 taimon (@taimon) (จากตอนที่ 79)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2561 / 13:00
    นี่มัน ...มัน ....มัน..... ค้างงงงงง 5555
    #758
    0
  11. #757 inasba (@nassang) (จากตอนที่ 79)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2561 / 12:46

    มีห่องลับซ้อนอีกหรอนิ

    #757
    0
  12. #756 kamol1122 (@kamol1122) (จากตอนที่ 79)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2561 / 09:51
    สนุกดีครับ
    #756
    0
  13. #755 cattycall (@catty_call) (จากตอนที่ 79)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2561 / 07:43
    ค้างมาก อยากอ่านต่อเร็วๆ
    #755
    0
  14. #754 teerapatp (@teerapatp) (จากตอนที่ 79)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2561 / 06:46
    ขอบคุณครับ สนุกมาก แต่ค้างๆๆ
    #754
    0
  15. #753 Reezas (@Reezas) (จากตอนที่ 79)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2561 / 05:46
    สนุกกก. ต่อออิ
    #753
    0
  16. #752 joelamtan (@joelamtan) (จากตอนที่ 79)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2561 / 01:50
    ค้างจริง ขอบคุณครับ
    #752
    0
  17. #751 Darkkingkung (@natsulucydark) (จากตอนที่ 79)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2561 / 01:16
    นี่มัน...ค้าง
    #751
    0