เมฆาสะท้านฟ้า

ตอนที่ 87 : ตอนที่86:เม็ดยาล้างโลหิตความบริสุทธิ10ส่วน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7971
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 545 ครั้ง
    2 ก.ค. 61


“ข้าว่าพวกเจ้าทั้งสองไปที่ร้านค้าสมุนไพรและเม็ดยาของตะกูลหลิวดีกว่า ที่นั่นมีห้องสำหรับปรุงโอสถอยู่”

 

เมื่อเสียงกล่าวจบลง ได้ปรากฏเสียงของผู้คนที่อยู่บริเวณนี้ร้องขึ้น

 

“นั่นมันผู้อาวุโสสูงสุดของตระกูลหลิวนี่!! เขามาทำอะไรแถวนี้กันนะ”

 

“ตามที่ได้ยินข่าวมานั้นรู้สึกว่าผู้อาวุโสหลิวเมิ่งนั้นเป็นนักโอสถขั้นผู้ปกครองและใกล้จะเลื่อนไปยังขั้นปรมาจารย์โอสถแล้วไม่ใช่หรือ?

 

เวลานี้ทุกคนที่อยู่บริเวณนี้ต่างก็ตกใจไปตามๆกันเมื่อเห็นอาวุโสสูงสุดของตระกูลหลิวอยู่ในบริเวณนี้ด้วยเช่นกัน เพราะต้องบอกก่อนว่านักโอสถขั้นผู้ปกครองของตระกูลใหญ่ๆนั้นจะไม่ค่อยมีเวลาออกมาเดินแถวๆตัวเมืองเช่นนี้เลย ส่วนมากแล้วนักโอสถขั้นผู้ปกครองจะต้องใช้เวลาหมดไปกับการปรับแต่งเม็ดยาที่ได้รับการว่าจ้างซะเป็นส่วนใหญ่ จึงทำให้ไม่ค่อยมีเวลาออกมาเดินภายนอกมากนัก

 

แต่เวลานี้พวกเขากลับสามารถได้พบกับนักโอสถขั้นผู้ปกครองและใกล้จะเลื่อนไปยังขั้นปรมาจารย์โอสถแล้วด้วยของตระกูลหลิวอยู่ตรงหน้าพวกเขา แล้วจะไม่ให้พวกเขาตกใจได้อย่างไร

 

เมื่อเสี่ยวหมิงได้รู้ว่าคนที่กล่าวเสนอให้ไปยังร้านค้าสมุนไพรและเม็ดยาของตะกูลหลิวนั้นคือ อาวุโสสูงสุดของตระกูลหลิวแล้วนั้น กลับรู้สึกแปลกใจขึ้นมาเช่นกันว่าเพราะอะไร เขาถึงต้องเสนอให้ไปใช้ห้องสำหรับปรุงโอสถของตระกูลหลิวด้วย  ด้วยความสงสัยเสี่ยวหมิงจึงเอ่ยถามเพื่อหยั่งเชิงดูว่า

 

“มันจะไม่เป็นการรบกวนร้านค้าของตระกูลผู้อาวุโสอย่างนั้นหรือ หากให้ข้าน้อยไปใช้ห้องสำหรับปรุงโอสถของที่นั่นขอรับ?


“ไม่เลยพ่อหนุ่ม  ที่ข้าเสนอพวกเจ้าให้ไปใช้ห้องสำหรับปรุงโอสถของที่ตระกูลหลิวนั้น มันเป็นเพราะข้าอยากที่จะรู้ว่าเจ้าจะสามารถปรับแต่งเม็ดยาล้างโลหิตได้สำเร็จหรือไม่มากกว่า  และถ้าหากว่าเจ้าสามารถปรับแต่งเม็ดยาได้สำเร็จจริงๆแล้ว ข้าอยากจะขอเชิญเจ้าให้พักดื่มน้ำชาที่ตระกูลหลิวของข้าในฐานะแขกพิเศษของข้าก่อนจะได้หรือไม่”

 

เมื่อทุกคนที่อยู่ตรงนี้ได้ยินว่าผู้อาวุโสหลิวต้องการที่จะเชื้อเชิญเสี่ยว หมิงให้ไปเป็นแขกพิเศษของตระกูลหลิวแล้ว แต่ละคนกลับรู้สึกอิจฉาเสี่ยวหมิงเป็นอย่างมาก  ต้องบอกก่อนว่าผู้คนมากมายในเมืองนี้นั้นต่างก็ต้องการที่จะไปเป็นแขกพิเศษของตระกูลหลิวเป็นอย่างมาก เพราะถ้าหากว่าพวกเขาได้รับเชิญไปในฐานะแขกพิเศษแล้วพวกเขาจะได้รับส่วนลดในการซื้อสมุนไพรล้ำค่ารวมถึงเม็ดยาต่างๆอีกมากมายที่แขกธรรมดาและบุคคลทั่วไปไม่สามารถที่จะซื้อได้ และที่สำคัญคือพวกเขาสามารถว่าจ้างให้ตระกูลหลิวปรับแต่งเม็ดยาระดับ4ที่มีเฉพาะแขกพิเศษเท่านั้นที่ว่าจ้างได้อีกด้วย

 

เมื่อเสี่ยวหมิงได้รู้ถึงความต้องการของอาวุโสหลิวเมิ่งแล้วจึงได้ตอบกลับไปว่า

 

“ถ้าเช่นนั้นข้าน้อยก็ขอรบกวนผู้อาวุโสด้วยขอรับ”

 

อาวุโสหลิวเมิ่งถึงกลับยิ้มขึ้นมาอย่างมีความสุขเมื่อได้ยินว่าเสี่ยวหมิงยอมตกลงที่จะไปใช้ห้องสำหรับปรุงโอสถที่ร้านค้าตระกูลหลิว

 

ก่อนหน้านี้หลิวเมิ่งได้มาถึงบริเวณนี้พอดีกับช่วงเวลาขณะที่เสี่ยวหมิง กำลังกล่าวท้าทายเรื่องการปรับแต่งเม็ดยาล้างโลหิตกับชายวัยกลางคนอยู่   หลิวเมิ่งรู้สึกประหลาดใจอย่างมากเมื่อมองเห็นแววตาของเสี่ยว หมิงที่ดูมีความมั่นใจว่าจะสามารถปรับแต่งเม็ดยาล้างโลหิตได้สำเร็จซึ่งคนส่วนมากที่เป็นนักโอสถระดับผู้ปกครองนั้นจะไม่มีความมั่นใจเช่นนี้เลยถ้าหากว่าต้องปรับแต่งเม็ดยาระดับ4ที่พวกเขาไม่เคยเจอเช่นนี้แล้ว

 

แต่คนตรงหน้าเขานั้นคือเด็กหนุ่มที่มีอายุเพียงแค่16ปีเท่านั้นแต่กลับแสดงความมั่นใจผ่านแววตาและคำพูดจนทำให้ตัวหลิวเมิ่งรู้สึกได้เช่นนี้   มันจึงทำให้หลิวหลิวเมิ่งนั้นอยากที่จะรู้มากที่สุดว่าเสี่ยวหมิงจะสามารถปรับแต่งเม็ดยาล้างโลหิตได้สำเร็จเหมือนกับความรู้สึกที่หลิวเมิ่งสัมผัสได้หรือไม่ เมื่อเป็นเช่นนั้นแล้วหลิวเมิ่งจึงได้กล่าวเสนอให้ไปใช้ห้องสำหรับปรุงโอสถที่ร้านค้าตระกูลหลิวนั่นเอง

 

ใช้เวลาไปเพียงครู่หนึ่งเสี่ยวหมิงและชายหญิงวัยกลางคนรวมถึงคนอื่นๆก็ได้มาถึงร้านค้าสมุนไพรและเม็ดยาของตระกูลหลิว  พร้อมกันนั้นเสี่ยวหมิงก็ได้กล่าวกับชายวัยกลางคนว่า

 

“ข้าน้อยรบกวนขอส่วนผสมที่ท่านเตรียมเอาไว้สำหรับปรับแต่งเม็ดยาล้างโลหิตนี้ด้วยขอรับ!!

 

ชายวัยกลางคนที่ได้ยินดังนั้นก็ได้หยิบเอาส่วนผสมที่ใช้ปรับแต่งเม็ดยาล้างโลหิตทั้ง5ชุดออกมาให้กับเสี่ยวหมิง เมื่อเสี่ยวหมิงมองดูส่วนผสมทั้ง5ชุดที่ชายวัยกลางคนมอบให้มานี้ก็รู้ได้เลยว่า มันยังขาดส่วนผสมหลักซึ่งก็คือหญ้าเหมันต์ที่จะต้องใช้สำหรับเพิ่มความเย็นเข้าไปในเม็ดยาล้างโลหิตนี้  ซึ่งมันทำให้เสี่ยวหมิงมีความมั่นใจว่าชายวัยกลางคนผู้นี้จะต้องวางแผนอะไรบางอย่างเอาไว้เพื่อทำให้เขาไม่สามารถปรับแต่งเม็ดยาล้างโลหิตนี้ได้สำเร็จโดยที่ไม่เกี่ยวกับการเดิมพันระหว่างพวกเขาอย่างแน่นอน  

 

เมื่อเสี่ยวหมิงรับเอาส่วนผสมทั้ง5ชุดมาจากชายวัยกลางคนแล้วนั้นเสี่ยวหมิงจึงเดินเข้าไปในห้องส่วนตัวที่ใช้สำหรับปรุงโอสถที่มีความเงียบสงบและไร้เสียงรบกวนที่หลิวเมิ่งจัดเตรียมไว้ให้ทันที

 

หลังจากที่เสี่ยวหมิงเดินเข้าไปในห้องปรุงโอสถเพื่อปรับแต่งเม็ดยาได้เพียงไม่นาน ชายวัยกลางคนก็ได้ยิ้มออกมาอย่างมีความสุข เพราะเขานั้นได้หยิบเอาหญ้าเหมันต์ที่เป็นส่วนผสมหลักในการปรับแต่งเม็ดยาล้างโลหิตออกก่อนในระหว่างทางที่จะมาตระกูลหลิว เขารู้ว่าถ้าหากเสี่ยวหมิงไม่มีหญ้าเหมันต์นี้แล้วเสี่ยวหมิงจะไม่สามารถปรับแต่งเม็ดยาได้สำเร็จอย่างแน่นอน และเมื่อเสี่ยวหมิงล้มเหลวในการปรับแต่งเม็ดยาล้างโลหิตแล้วนั้น แผนที่เขาวางเอาไว้ก็ยังคงจะดำเนินต่อไปได้อย่างสะดวก

 

หลังจากที่เสี่ยวหมิงเข้ามาในห้องปรุงโอสถเรียบร้อยแล้ว เสี่ยวหมิงจึงได้หยิบเอาเตาออกมาพร้อมกันนั้นเสี่ยวหมิงก็ได้เริ่มใช้ลมปราณสร้างเปลวไฟขึ้นมาที่เตาพร้อมกับหยิบหม้อปรุงเม็ดยาเก้ามังกรวางเอาไว้ด้านบนรอจนอุณหภูมิความร้อนในหม้อได้ที่แล้ว

 

เสี่ยวหมิงค่อยๆหยิบก้านดอกบัวขาววางลงในหม้อปรับแต่งเม็ดยาอย่างนุ่มนวล เมื่อก้านดอกบัวขาวถูกความร้อนจากในหม้อปรับแต่งเม็ดยาแล้วได้กลั่นเป็นของเหลวสีขาวออกมาเผยให้เห็นความบริสุทธิผุดผ่องที่ถูกซ่อนเอาไว้อยู่

 

เสี่ยวหมิงใช้สมาธิทั้งหมดอยู่กับการใช้สัมผัสวิญาณควบคุมอุณหภูมิความร้อนในหม้อให้อยู่ในระดับต่ำเพื่อทำให้ดอกบัวขาวนั้นค่อยๆกลั่นเอาสิ่งเจือปนออกไปให้เหลือแต่ของเหลวที่บริสุทธิที่สุด  เพราะถ้า หากว่าอุณหภูมิความร้อนในหม้อนั้นคลาดเคลื่อนสูงไปเพียงเล็กน้อยแล้ว ดอกบัวขาวที่จะต้องใช้อุณหภูมิที่ต่ำมากสำหรับการกลั่นเอาสิ่งเจือปนออกให้เหลือเป็นของเหลวที่บริสุทธิที่สุดแล้วนี้คงจะระเหยหายไปจากหม้อจนหมดแน่

 

เมื่อความร้อนระดับต่ำในหม้อปรุงเม็ดยานั้นคงที่แล้วสิ่งเจือปนที่อยู่ในของเหลวสีขาวบริสุทธินี้เริ่มที่จะแยกมาออกมาเป็นก้อนสีเทาเป็นจำนวนมาก  เมื่อเวลาผ่านไปครู่หนึ่งแล้วเจ้าก้อนสีเทานี้ได้ระเหยออกจากหม้อไปจนหมดคงเหลือไว้เพียงของเหลวสีขาวที่บริสุทธิผุดผ่องไร้สิ่งเจือปนใดๆอยู่ในหม้อ

 

“โอ้!! ดูเหมือนว่าเม็ดยาล้างโลหิตเม็ดนี้คงมีความบริสุทธิถึง9ส่วนอย่างแน่นอน”

 

เสี่ยวหมิงกล่าวพึมพัมออกมาเมื่อมองเห็นของเหลวสีขาวที่บริสุทธิผุดผ่องไร้สิ่งเจือปนใดๆอยู้ในหม้อ  

 

เมื่อเสี่ยวหมิงมองเห็นว่าขั้นตอนแรกของการปรับแต่งเม็ดยาล้างโลหิตนั้นเสร็จสมบูรณ์แล้ว จึงได้เริมขั้นตอนที่2คือการเพิ่มรากโสมบำรุงที่มีอายุ3,000ปีและหญ้าล้างโลหิตลงไปในหม้อเพื่อกลั่นแยกสิ่งเจือปนเหมือนกับขั้นตอนแรก พร้อมกับเร่งอุณหภูมิความร้อนในหม้อเพิ่มขึ้น

 

จนเวลาผ่านไปอีกครู่หนึ่งรากโสมบำรุงที่มีอายุ3,000ปีและหญ้าล้างโลหิตก็ได้ถูกกลั่นเอาสิ่งเจือปนออกไปจนหมดหลงเหลือเพียงของเหลวสีน้ำตาลและสีแดง2ก้อนที่มีขนากเท่ากับไข่มุขซึ่งถ้ารวมกับก่อนหน้านี้แล้วเท่ากับว่าเวลานี้ในหม้อนั้นมี ก้อนกลมๆอยู่3ก้อน

 

หลังจากที่ก้อนของเหลวทั้ง3ผ่านการเผาไหม้ด้วยอุณหภูมิความร้อนที่คงที่แล้ว ของเหลวทั้ง3ก้อนนั้นค่อยๆหลอมรวมเข้าด้วยกันจนเป็นสีแดงพร้อมกับขนาดของมันค่อยๆขยายใหญ่ขึ้นเท่ากับกำมือเด็ก และวินาทีต่อมาก็ค่อยๆหดเล็กลงเหลือเพียงขนาดเท่ากับเม็ดไข่มุกขนาด1เซนติเมตร

 

เมื่อเสี่ยวหมิงเห็นเช่นนั้นแล้วจึงได้หยิบเอาหญ้าเหมันต์ที่อยู่ในแหวนมิติโยนลงไปในหม้ออย่างรวดเร็ว

 

เมื่อหญ้าเหมันต์ถูกความร้อนในหม้อแล้วได้กลับกลายเป็นของเหลวสีใสๆโดยทันที  พร้อมกับเสี่ยวหมิงได้รีบกลั่นเอาสิ่งเจือปนที่อยู่ในของเหลวสีใสๆนี้ออกอย่างรวดเร็วเพราะมิเช่นนั้นแล้วเจ้าของเหลวสีใสๆที่ยังไม่บริสุทธินี้จะไปรวมกับของเหลวสีแดงที่มีขนาด1เซนติเมตรนี้แล้วทำให้เกิดการหลอมรวมที่ไม่สมบูรณ์ขึ้นจนทำให้ส่วนผสมทั้งหมดนั้นด้อยสภาพลงจนกลายเป็นเม็ดยาระดับต่ำที่ไม่สามารถใช้ประโยชน์อะไรได้เลย

 

หลังจากที่เสี่ยวหมิงกลั่นเอาสิ่งเจือปนออกจากของเหลวสีใสๆเรียบร้อยแล้ว เสี่ยวหมิงจึงค่อยๆห่อหุ้มของเหลวสีแดงทีละนิดๆด้วยของเหลวสีใสๆนี้

 

เสี่ยวหมิงใช้เวลาไม่นานก็สามารถทำให้ของเหลวสีใสๆสามารถห่อหุ้มของเหลวสีแดงได้จนหมด จนเกิดเป็นควันสีแดงอ่อนๆจากการหลอมรวมทั้ง3ธาตุเข้าด้วยกันอยู่ภายในหม้อจนไม่สามารถมองเห็นสิ่งที่อยู่ข้างในได้

 

ในขณะที่ควันสีแดงอ่อนๆได้จางลงไปแล้ว ก็ได้ปรากฏเม็ดยาสีแดงที่ไร้รูปทรงได้ปรากฏขึ้นในหม้อ

 

เมื่อเสี่ยวหมิงเห็นเช่นนั้นแล้วจึงได้หยิบเอาโสมหิมะอายุ2,000ปีที่เป็นส่วนผสมสุดท้ายหย่อนลงไปในหม้อปรับแต่งเม็ดยาพร้อมกับรีบกลั่นเอาสิ่งเจือปนออกมาโดยเร็ว ซึ่งขั้นตอนนี้คือขั้นตอนสุดท้ายของการกลั่นส่วนผสมชิ้นสุดท้ายก่อนที่จะเข้าสู่การขึ้นรูปของเม็ดยา  ซึ่งเสี่ยวหมิงต้องมีความพิถีพิถันเป็นอย่างมาก เพราะถ้าหากว่าโสมหิมะ2,000ปีนั้นหลงเหลือสิ่งเจือปนแม้เพียงนิดเดียวแล้วความบริสุทธิของเม็ดยาล้างโลหิตนี้จะเหลือเพียงแค่2ส่วนเท่านั้นเอง ซึ่งเท่ากับว่าการกลั่นในทั้ง3ขั้นตอนก่อนหน้านี้ของเสี่ยวหมิงจะไร้ประโยชน์และถือว่าการปรับแต่งเม็ดยาในครั้งนี้ล้มเหลวไปเลยทันที

 

เสี่ยวหมิงยังคงใช้สัมผัสวิญาณควบคุมอุณหภูมิความร้อนในหม้อต่อไปอีกถึงแม้ว่าโสมหิมะ2,000ปีจะถูกกลั่นจนกลายเป็นของเหลวที่บริสุทธิไร้สิ่งเจือปนไปแล้วพร้อมกับได้หลอมรวมเข้ากับเม็ดยาสีแดงที่ไร้รูปทรงเรียบร้อยแล้ว

 

เมื่อเม็ดยาสีแดงที่ไร้รูปทรงค่อยๆหายไปพลันแปรเปลี่ยนเป็นเม็ดยาสีแดงอ่อนขนาด1เซ็นติเมตรอันเรียบเนียนพร้อมกับสีของเม็ดยาที่ดูสว่างสดใสราวกับไข่มุกชั้นดีที่บริสุทธิผุดผ่อง เมื่อใครได้เห็นก็สามารถรับรู้ได้เลยว่า เม็ดยาล้างโลหิตเม็ดนี้นั้นจะต้องมีความบริสุทธิ9ส่วนเป็นอย่างน้อย

 

เมื่อทุกขั้นตอนเส็รจสิ้นสมบูรณ์แล้วเสี่ยวหมิงก็ยังควบคุมอุณหภูมิความร้อนในหม้อต่อไปอีกประมาณ20ลมหายใจ จากนั้นเสี่ยวหมิงจึงได้ดับไฟพร้อมกับปล่อยให้อุณหภูมิความร้อนในหม้อค่อยๆลดลง  

 

เมื่อเสี่ยวหมิงมองไปในหม้อพร้อมกับหยิบเม็ดยาล้างโลหิตขึ้นมาตรวจดูความบริสุทธิแล้วเสี่ยวหมิงถึงกับยิ้มออกมาอย่างมีความสุขที่สุด  เพราะเม็ดยาเม็ดนี้มีความบริสุทธิถึง10ส่วนซึ่งมากเกินกว่าที่เสี่ยวหมิงคาดการณ์เอาไว้เสียอีก

 

“ถ้าหากว่าข้านำเม็ดยาเม็ดนี้ออกไปแสดงให้ทุกคนได้ตรวจสอบ แล้วพบว่ามันมีความบริสุทธิถึง10ส่วนมันคงจะทำให้เกิดเรื่องวุ่นวายขึ้นอย่างแน่นอน เผลอๆข้าอาจจะต้องถูกตามขอร้องให้ปรับแต่งเม็ดยาจากพวกตระกูลต่างๆในเมืองนี้จนข้าไม่สามารถไปถึงเมืองเป่ยหนานได้ทันกับการแข่งขันการประลองที่กำลังจะเริ่มขึ้นในอีกไม่กี่วันนี้ได้แน่”

 

เมื่อเสี่ยวหมิงคิดได้ดังนั้นแล้วจึงได้หยิบเม็ดยาล้างโลหิตที่มีความ บริสุทธิอยู่6ส่วนออกมาแล้วเก็บเม็ดยาที่มีความบริสุทธิ10ส่วนไว้ พร้อมกันนั้นก็ได้เดินออกจากห้องแล้วแกล้งทำสีหน้าเศร้าๆออกมา

 

เมื่อเสี่ยวหมิงเดินออกมาจากประตูของห้องปรุงโอสถแล้วหลิวเมิ่งเป็นคนแรกที่ได้กล่าวถามเสี่ยวหมิงว่า

 

“เจ้าหนุ่มเจ้าปรับแต่งเม็ดยาล้างโลหิตไม่สำเร็จอย่างนั้นหรือ? ทำไมเจ้าถึงได้ทำสีหน้าเศร้าๆแบบนั้นหล่ะ”

 

 

“ไม่ใช่ว่าข้าน้อยทำปรับแต่งเม็ดยาไม่สำเร็จหรอกขอรับ แต่ดูเหมือนว่าข้าน้อยยังทำได้ไม่ดีพอ มันเลยทำให้ความบริสุทธิของเม็ดยาล้างโลหิตนี้น้อยไปหน่อยขอรับผู้อาวุโส”

 

เมื่อชายวัยกลางคนได้ยินว่าเสี่ยวหมิงกล่าวว่าสามารถปรับแต่งเม็ดยาได้สำเร็จถึงกับพูดขัดการสนทนาระหว่างทั้ง2คนขึ้นมาทันทีว่า

 

“เจ้าโกหก!! เจ้าจะปรับแต่งเม็ดยาล้างโลหิตสำเร็จได้อย่างไรในเมื่อส่วนผสมหลักนั้นมันขาดไปอยู่1อย่าง  ซึ่งข้าอยากที่จะทดสอบดูว่าเจ้ามีความรู้เรื่องการปรับแต่งเม็ดยาจริงๆหรือไม่จึงได้หยิบเอาหญ้าเหมันต์ออกมาจากส่วนผสมทั้ง5ชุดที่เจ้านำไปปรับแต่งเม็ดยา แล้วเจ้าคิดว่าเมื่อขาดส่วนผสมหลักสำหรับการปรับแต่งเม็ดยาล้างโลหิตไปแล้วเจ้าจะสามารถปรับแต่งเม็ดยาสำเร้จได้อย่างไร หึ!! หึ!!” ชายวัยกลางคนกล่าวพร้อมกับรอยยิ้มที่เยาะเย้ย

 

ขณะนั้นหลิวเมิ่งก็รู้สึกแปลกใจเมื่อมองเห็นหญ้าเหมันต์ในมือของชายวัยกลางคนผู้นั้น พร้อมกับสงสัยว่าเสี่ยวหมิงหมิงจะสามารถปรับแต่งเม็ดยาล้างโลหิตสำเร็จได้อย่างไร ในเมื่อขาดส่วนผสมหลักซึ่งก็คือหญ้าเหมันต์ที่อยู่ในมือของชายวัยกลางคนผู้นี้

 

แต่ในขณะนั้นหน้าของชายวัยกลางคนถึงกลับเปลี่ยนจากรอยยิ้มที่เยาะเย้ยเป็นหน้าถอดสีพร้อมกับมีเหงื่อที่ไหลออกมาอยู่เต็มหน้าผาก เมื่อมองเห็นว่าเสี่ยวหมิงได้หยิบหญ้าเหมันต์ออกมาจากแหวนมิติแล้วโชว์ให้กับทุกๆคนดู

 

“พอดีข้าน้อยลืมบอกท่านไปว่าที่ข้าก็มีหญ้าเหมันต์อยู่เช่นกัน จึงไม่ได้ทักท้วงอะไร หลังจากที่ท่านมอบส่วนผสมทั้ง5ชุดให้กับข้าเรียบร้อยแล้วขอรับ”

 

หลังจากที่เสี่ยวหมิงกล่าวเสร็จจึงได้เก็บหญ้าเหมันต์ลงในแหวนมิติพร้อมกับหยิบเอาส่วนผสมที่เหลือออกมาอีก2ชุดแล้วกล่าวว่า

 

 “อ้อ!! ข้าน้อยเกือบลืมไปเลยว่ามันยังเหลือส่วนผสมที่ไม่ได้ใช้อีก2ชุดที่จะต้องส่งคืนให้กับท่าน แต่ข้าว่าท่านคงจะไม่รับคืนหรอกใช่หรือไม่ ฮ่าๆๆๆ!!










วันนี้ลงให้2ตอนเลยนะครับ  และขอพักผ่อนก่อนสัก3วันเพราะเพลียกับงานมากกลัวว่าถ้าเขียนออกมาในตอนที่ปวดหัวกับงานแล้วมันจะทำให้หมดความสนุกและน่าติดตามไป ยังไงก็ขอบคุณนักอ่านทุกๆท่านเด้อที่ยังติดตามนิยายเรื่องนี้อยู่แม้ว่าจะลงไม่สม่ำเสมอเลย ขอบคุณมากครับ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 545 ครั้ง

1,845 ความคิดเห็น

  1. #1772 จิวหลง (@saradnoi) (จากตอนที่ 87)
    วันที่ 28 มีนาคม 2562 / 19:54
    น้ำเน่าเดิมๆเกือบ99%ต้องไม่ให้ใครรู้ แล้วมันจะแข่งเพื่ออะไร ทำไมไม่ไปอยู่ในถ้ำคนเดียวละคะ

    อ่านแล้วน่าเบื่อคะ
    #1772
    1
    • #1772-1 hylander (จากตอนที่ 87)
      16 เมษายน 2562 / 22:54
      เมื่อเก่งนักทำไมไม่แต่งซะเองหล่ะไม่พอใจก็ไม่ต้องอ่านสิ
      #1772-1
  2. #1494 YU KA RI (@panuwatbell1121) (จากตอนที่ 87)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2561 / 17:18
    ดูเหมือนตอนนี้ไรท์จะใช้คำว่า เมื่อ ได้เปลืองไปนิดหน่อยนะครับ มาเกือบทุกย่อหน้าเลย แต่ก็อ่านไม่ได้ติดขัดอะไรครับ สนุกมาก
    #1494
    1
    • #1494-1 Djdy1730 (@Djdy1730) (จากตอนที่ 87)
      17 พฤศจิกายน 2561 / 23:50
      ขอบคุณครับที่ชอบและติดตามครับ
      #1494-1
  3. #866 cattycall (@catty_call) (จากตอนที่ 87)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2561 / 16:57
    ขอบคุณมาก
    #866
    0
  4. #864 inasba (@nassang) (จากตอนที่ 87)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2561 / 12:37

    สะใจนิดๆ

    #864
    0
  5. #863 uาeต้uไม้ (@maddogmike) (จากตอนที่ 87)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2561 / 11:12

    ขขอบคุณครับ

    #863
    0
  6. #862 อาริกาโตะ Yass (@Chai996) (จากตอนที่ 87)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2561 / 10:53

    ขอบคุณครับ

    #862
    0
  7. #861 drakdevill (@drakdevill) (จากตอนที่ 87)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2561 / 08:09
    ขอบคุณครับ ลงตอนต่อไปไวๆนะครับ
    #861
    0
  8. #860 kamol1122 (@kamol1122) (จากตอนที่ 87)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2561 / 08:03
    ขอบคุณครับ
    #860
    0
  9. #859 joelamtan (@joelamtan) (จากตอนที่ 87)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2561 / 07:13
    ขอบคุณครับ ชายวัยกลางคนหัวล้านแย้ว
    #859
    0
  10. #858 kurozuki (@degel01) (จากตอนที่ 87)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2561 / 07:00
    โดนเด็กถอนหงอกซะงั้น
    #858
    0