พลพรรคสามีของอี้ฟาน (Yaoi)

ตอนที่ 29 : พรรคเหยี่ยวอัคคี

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,161
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 82 ครั้ง
    18 ธ.ค. 59

28

พรรคเหยี่ยวอัคคี


แอ๊ดด~ ตึก ตึก ตึก

     เสียงฝีเท้าเดินเข้ามาในห้อง แต่คนที่หลับอยู่บนเตียงนั้นยังไม่รู้สึกตัวเลยว่ามีคนเข้ามาในห้อง คนผู้นั้นเดินเข้ามาที่เตียงก่อนที่จะนั่งข้างเตียงแล้วเหม่อมองใบหน้ายามนอนของอีกคนแล้วค่อยๆใช้มือขาวราวกับหยกไล้ไปที่ใบหน้าของอีกฝ่ายเบาๆ

     "อี้ฟาน วันนี้เจ้าได้นอนกับข้านะ"

     คนผู้นั้นกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน คนบนเตียงก็ดันไม่รู้สึกตัวดังนั้นคนผู้นั้นก็ค่อยๆสอดถัวเข้าไปในผ้าห่มก่อนจะดึงตัวคนบนเตียงเข้ามากอด คนบนเตียงครางงึมงำในลำคอ

ฟอดดด

     "อื้ออ อย่ากวนสิ ข้าจะนอน"

     คนผู้นั้นขโมยหอมแก้มคนบนเตียงไปฟอดหนึ่งทำให้คนบนเตียงบ่นเบาๆ แต่ท้ายที่สุดทั้งสองก็หลับไปด้วยความเพลีย

อี้ฟาน 's part

จิ๊บ จิ๊บ จิ๊บ~

     "อืออ ..."

     แสงแดดที่ส่องเข้ามาด้านในของห้องกระทบเปลือกตาของผม ผมค่อยๆปรือตาขึ้นเพื่อปรับสายตาที่เบลอๆเพราะเพิ่งตื่นนอน ผมพลิกตัวมาอีกด้านหนึ่งพร้อมกับความรู้สึกอึดอัดเล็กน้อยเพราะอยู่ในอ้อมแขนขิงอีกคน พอพยายามอยู่นานเพื่อจะพลิกมาดูหน้าของคนที่กอดตัวเองอยู่ผมก็ทำสำเร็จ ผมหันกับมาก่อนจะเห็นหน้าของคนที่กอดผมอยู่ 

     ผมก็ถูกสายตาของคนที่ผมหันมามองสะกดไว้ ก่อนที่จะถูกริมฝีปากของเขาประกบเข้ามาเขาสอดลิ้นเข้ามาเกี่ยวพันลิ้นของผมปลายลิ้นหนาค่อยๆไล้เลียไปตามริมฝีปากของผมอย่างเชื่องช้า จนผมเผลอตอบรับไปอย่างเคลิบเคลิ้มในรสจูบของเขาก่อนที่เขาจะผละออก

     "อื้อ...."

     "อรุณสวัสดิ์ อี้ฟาน"

     "อ๊ะ! แฮ่กๆ เจ้าทำอะไร หยางอี้"

     ผมถามเมื่อจู่ๆก็โดนจูบ

     "ก็จูบอรุณสวัสดิ์อย่างไรเล่า เจ้าไม่ชอบหรือ"

     หยางอี้ตอบกลับมาหน้าตาเฉย ทำเอาผมหน้าแดงเถือกก่อนจะตอบ

     "จะ จะไปชอบได้อย่างไรเล่า ข้าไม่ได้สมัครใจเสียหน่อย"

     ผมกล่าวตอบก่อนจะขืนตัวและลงจากเตียงแต่ก็ต้องชะงักเมื่อหยางอี้กล่าว

     "ถ้าสมัครใจก็ทำได้ใช่หรือไม่?"

     "จะ เจ้าบ้า ข้าไปก่อนนะ เจ้าไปเตรียมตัวได้แล้วไปวันนี้ต้องไปฝึกสอน"

     ผมกล่าวตะกุกตะกักก่อนจะเดินไปใส่อาภรให้เรียบร้อยแล้วเดินออกจากห้องไป 

หนึ่งปีต่อมา

     หลังจากนั้นผ่านไปหนึ่งปี ผมและทุกคนก็อาศัยอยู่ที่พรรคเหยี่ยวอัคคีและได้ทำการฝึกหนักให้กับคนในพรรคตอนกลางวันฝึกคนในพรรคกลางคืนผมก็ฝึกเองในมิติที่ไมย์ทิ้งไว้ ก่อนหน้านี้เศษเสี้ยวของวิญญาณของไมย์สลายไปเพราะว่าไมย์สอนผมเสร็จแล้ว เขาสอนทุกอย่างที่เขารู้ แม้แต่การใช้เวทย์มิติหรือเทเลพอร์ตไปที่ไหนก็ได้ ซึ่งผมก็คิดว่ามันสะดวกดีแต่มันคงกินพลังเวทย์เยอะไปหน่อยจึงไม่อยากใช้เท่าไหร่ ผมได้แบ่งคนในพรรคเป็นหลายหน่วยย่อย จากผู้คนสองร้อยคนแบ่งเป็น

'หน่วยตาเหยี่ยว' เป็นหน่วยสืบข่าว สืบหาความเคลื่อนไหวต่างๆของศัตรู
'หน่วยอสรพิษ' คือหน่วยลอบฆ่า ซึ่งถูกฝึกมาเพื่อลอบฆ่าหรือเป็นเงาและสามารถใช้เวทย์พลางกายหรือเวทย์มายาได้ดีที่สุดและยังสามารถใช่พิษได้ดีอีกด้วย และหน่วยนี้มีเทียนน้อยเป็นผู้ฝึก
'หน่วยพยัคฆ์' คือหน่วยที่เป็นผู้คุ้มกันและถนัดการต่อสู้ระยะประชิด อันนี้เสวี่ยหลงเป็นผู้ฝึก
'หน่วยเยียวยา' คือหน่วยที่ช่วยรักษาอาการบาดเจ็บของคนในพรรค เป็นหน้าที่ของผมที่เป็นคนสอนเวทย์รักษาที่ได้มาจากไมย์
'หน่วยมังกร' หน่วยนี้เป็นหน่วยของผมเอง เป็นหน่วยที่ขึ้นตรงต่อผมผู้เดียวเพราะรวบรวมผู้ที่มีความสามารถที่โดดเด่นที่สุกในแต่ละด้าน 

     หน่วยสุดท้ายนี้พวกผมทั้งหมดจะร่วมกันสอนอย่างเข้มงวด ทั้งหมดมีห้าหน่วย ส่วนหัวเว่ยนั้นผมให้เขาจัดการดูแลเรื่องโรงเตี้ยม โดนใช้ชื่อโรงเตี้ยมอัคคี ซึ่งผมได้เขียนสูตรอาหารและของหวานที่ผมรู้ในโลกเดิมมอบให้ไปฝึกกันและทำโรงเตี้ยมเพื่อเป็นรายได้อีกหนทางหนึ่ง 

     ตอนนี้โรงเตี้ยมอัคคีได้ก้าวหน้าขึ้นมากจนได้เป็นโรงเตี้ยมอันดับหนึ่งของแคว้นเยี่ยไปแล้ว แถมยังทำรายได้ให้มหาศาลในเวลาเพียงแค่หนึ่งปีเท่านั้น อีกงานหนึ่งคือการขายข่าวซึ่งผมให้หน่วยตาเหยี่ยวเป็นฝ่ายจัดการ นอกจากนั้นผมยังไปซื้อที่ดินเพิ่ม เพื่อทำการเกษตรอีกทำให้โรงเตี้ยมไม่ต้องมีค่าใช้จ่ายเรื่องวัตถุดิบผลผลิตที่เหลือผมก็นำไปขาย ตอนนี้ไม่ต้องขาย แต่ตอนแรกๆ ที่ยังไม่มีใครรู้จักโรงเตี้ยมอัคคี การขายข่าว การขายผลผลิต มันก็ลำบากเอาเรื่องเหมือนกัน 

     แต่ตอนนี้มันไม่ใช่แล้ว ทุกอย่างเริ่มดีขึ้นเรื่อยๆ พรรคเหยี่ยวอัคคีตอนนี้เริ่มรู้จักกันไปทั่วจนเมื่อไม่นานมานี้ ท่านอ๋องสาม 'จิวต้าชิง' ได้ส่งเทียบเชิญมาเชิญผมไปงานเทศกาลล่าสัตว์อสูร ที่งานนี้จะมีองค์ราชาเป็นผู้จัดขึ้น ทีแรกผมกะว่าจะปฏิเสธไป แต่ผมคิดว่าถ้าไปดูหน้า(พ่อตา)องค์ราชาเสียหน่อย ว่าทำไมเขาถึงได้เฉยต่อเสวี่ยหลงโดยที่ไม่ส่งคนมาตามหาเสวี่ยหลงเลย เขาไม่ห่วงเสวี่ยหลงหรือไงนะ อี้ฟานไม่เข้าใจเลย อ้อชื่อท่านผู้นำเหยี่ยวอัคคีนั้นผมใช้ชื่อว่าฟาน แทนที่ผมจะใช้ชื่อตรงๆ ถ้าไม่ใช่คนในพรรคคงไม่รู้ชื่อจริงๆของผม

วันต่อมา

     "อี้ฟาน ให้ข้าไปด้วยเถอะนะ ข้าเป็นห่วงเจ้า"

     เสียงของเทียนน้อยดังขึ้นไล่หลังผม ผมหักลับไปมองก็เจอจิ้งจอกน้อยตัวสีขาววิ่งมา

     "ก็ได้ แต่เจ้าต้องไปรูปลักษณ์จิ้งจอกนี้เท่านั้นนะ ข้าชอบ"

     ผมก้มลงไปอุ้มเทียนน้อยขึ้นมากอดไว้ เทียนน้อยตอนนี้มีแค่หางเดียว ก่อนจะเดินไปขึ้นเหยี่ยวอัคคี(รูปมีให้เห็นด้านล่างนะคะ) ซึ่งผมนำมาเลี้ยงและทำพันธสัญญาด้วยเป็นสัตว์อสูรประจำพรรค เพื่อที่จะไปเทศกาลล่าสัตว์อสูร

     "พวกข้าจะรอเจ้าที่นี่นะอี้ฟาน อย่ามัวแต่เที่ยวเล่นมากนักล่ะ"

เสวี่ยหลงกล่าว ผมพยักหน้าเบาๆ

     "ข้าไปก่อนนะ เดี๋ยวกลับมา ไปกันเลยฟอลค่อน"

     ฟอลค่อนคือชื่อของเหยี่ยวอัคคีที่ผมเลี้ยงไว้เอง

     ผมโบกมือให้ทั้งสองก่อนจะขี่ฟอลค่อนไปที่งานเทศกาลล่าสัตว์อสูร ขี่มาได้ไม่นาน ผมก็มาถึงหุบเขาล้านอสูรที่คุ้นเคย เทศกาลล่าสัตว์อสูร ผมอยู่บนหลงเหยี่ยวอัคคีมองไปด้านล่าง ผมเห็นผู้คนมากมาย เดินขวักไขว่ไปมา สถานที่จัดพิธีดูอลังกาล งดงามมาก 

     "เทียนน้อยดูนั่นสิ คนเยอะแยะเชียว"

     ผมกล่าวกับเทียนน้อยให้ก้มลงไปดู

     "รู้แล้วน่า เจ้านี่ก็ตื่นเต้นเป็นเด็กๆไปได้ เจ้าอย่าลืมใส่หน้ากากล่ะ"

     เทียนน้อยกล่าวกับผม ผมเบะปากให้นิดๆก่อนใส่หน้ากากที่ทำเตรียมไว้และให้ฟอลค่อนร่อนลงที่ลานจอดสัตว์อสูรพาหนะ เมื่อผมร่อนลงมา ทุกคนต่างมองมาที่ผมกันหมด จนผมชักเริ่มสงสัยแล้วว่า เขามองฟอลค่อนหรือเขามองผม ? ผมเดินเข้าไปหาผู้ที่เป็นท่านอ๋องสามที่เคยเห็นจากรูปที่ถูกวาดมา ลักษณะท่าทางดูสง่า เสื้อผ้าอาภรหรูหรา ดูเหมือนเขาจะมารอผมนะ?

     "ผู้นำพรรคเหยี่ยวอัคคี ถวายพระพรท่านอ๋อง"

     ผมประสานมือคารวะท่านอ๋องสาม

     "โอ้ มาแล้วหรือท่านผู้นำฟาน มาสิ ข้ามีคนจะแนะนำให้ท่านรู้จัก"

     ท่านอ๋องพาผมเดินเข้าไปในงาน แล้วพาผมเดินไปหากลุ่มคนกลุ่มหนึ่งประมาณห้าหกคน ดูท่าทางจะเป็นอ๋องที่เหลือไม่ก็ขุนนางคนร่ำคนรวย ท่านอ๋องพาผมเดินไปก่อนจะแนะนำผม

     "พวกท่าน นี่คือผู้นำพรรคเหยี่ยวอัคคี ท่านฟาน"

     ทุกคนมองมาที่ผมก่อนจะประสานมือขึ้นมา ผมก็ประสานมือขึ้นมาคารวะเช่นกัน และก็แนะนำตัวให้ผมรู้จัก ทุกคนล้วนแต่เป็นคนสำคัญ และมีแต่รวยๆทั้งนั้น

     "เอาล่ะใกล้จะถึงเวลางานเปิดแล้ว พวกท่านเราไปรองานเปิดกันเถอะ"

     ท่านอ๋องสามกล่าว ว่ากันว่างานนี้เป็นเหมือนการล่าอสูรของเหล่าเชื่อพระวงศ์ชนนั้นสูง และลูกคนรวยหรือแม้แต่คนเก่งๆที่จะมารวมกันเพื่อแข่งขันล่าสัตว์อสูรในพันธสัญญาตัวแรกและนำสัตว์อสูรที่ดีที่สุดมาตัดสินกันว่าใครที่มีสัตว์อสูรที่ดีที่สุด จะได้รับดาบวิเศษระดับSซึ่งพระราชทานโดยองค์ราชาของแคว้น หึๆ งานนี้ก็สนุกสิ ถ้าผมจะไปเข้าร่วมก็คงไม่มีใครว่าใช่ไหม หึๆ

- ติดตามตอนต่อไป -





ฟอลค่อน



อ๋องสาม จิวต้าชิง
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 82 ครั้ง

2,414 ความคิดเห็น

  1. #2336 Vampire Dragon (@pongaksorn) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 9 เมษายน 2561 / 09:04
    ได้สามีเพิ่มป่าวงานนี้ อิอิ
    #2336
    0
  2. #2268 KATE ^^ (@Kettipa) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 5 เมษายน 2561 / 17:55
    ต้องมีไรเกิดขึ้นแน่ๆงานนี้ หึหึ...
    #2268
    0
  3. #1195 jariyanan123 (@jariyanan123) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2559 / 18:50
    มาเพื่อป่วนชิมิ
    #1195
    0
  4. #602 pinglang (@pinglang) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 23 กันยายน 2559 / 16:33
    รููปที่ใส่มามันคือกริฟฟินหรือเปล่าไม่ใช่เหยี่ยวนะ -..-
    #602
    2
    • #602-2 ปีศาจเงาโลหิต (@MoonlightSword) (จากตอนที่ 29)
      9 ตุลาคม 2559 / 18:06
      เข้าใจคำว่านิยายมั้ยครับ คิดไรมาก... นิยายแฟนตาซีอะไรขะเกิดขึ้นก็ได้ทั้งนั้นแหละครับ เข้าใจตรงกันนะ :)
      #602-2
  5. #214 MaMa_Meaw (@nattiya-hoysang) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 4 กันยายน 2559 / 11:56
    ใส่หน้ากากเพื่อปกปิดความสวย 55
    #214
    0
  6. #131 Parn Themoon (@02055632300) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2559 / 13:09
    ขอบคุณค่ะ ชาบมากกก มาอีกไว้ไนะค่ะ
    #131
    0
  7. #130 Thin (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2559 / 12:56
    มาต่อเร็วๆๆๆๆๆๆนะคร้าาาาาาาา
    #130
    0
  8. #129 Thin (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2559 / 12:55
    ชอบมากเลยค่ะมีให้ลุ้นตลอดเลยค่ะจะรอตอนต่อไปนะค่ะสู้ๆๆค่ะ
    #129
    0