พลพรรคสามีของอี้ฟาน (Yaoi)

ตอนที่ 31 : ถ้ำมังกร

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,076
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 94 ครั้ง
    18 ธ.ค. 59

30

ถ้ำมังกร



      ทะ...เทพธิดา เทพธิดาจริงๆด้วยหรือ

     เอิ่ม... ดีนะที่ผมแต่งเป็นผู้หญิงอยู่เลยทำให้คิดแบบนั้น ถ้าผมกลับคืนเป็นผู้ชายแล้วเขายังกล้ากล่าวว่าเป็นเทพธิดาอยู่ล่ะก็ ผมจะจับเขามัดแล้วทรมานสะให้เข็ด เมื่อผมเห็นเขาเดินออกมา ผมก็กล่าวว่า

     "เจ้าเป็นใคร? ทำไมมาอยู่ในที่แห่งนี้ได้?"

     เขายังคนนิ่งค้างอยู่ ผมจึงเดินเข้าไปใกล้ๆแล้ว

แปะ แปะ

     ผมใช้มือตบหน้าเขาเบาๆ 

     "นี่เจ้าได้ยินข้าที่ข้าถามหรือไม่?"

     "หะ ...อะ เอ่อ ท่านเทพว่าอย่างไรนะขอรับ?"

     เขาสะดุ้งแล้วถอยหลังไปก่อนจะตอบผมด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก

     "ข้าถามว่าเจ้าเป็นใคร ทำไมมาอยู่ในที่แห่งนี้ได้?"

     "อ้อ ...เอ่อข้ามีนามว่าเว่ยเยว่ไป๋ ข้าเป็นผู้อพยพที่มาจากต่างแดนและพลัดหลงมาแถวนี้พอดีข้ายังหาทางออกจากที่นี่ไม่เจอเลยขอรับท่านเทพธิดา"

     เขากล่าวตอบ ผมพยักหน้ารับรู้ เอ๊ะ แต่เขาบอกว่าเขาเป็นผู้อพยพ

     "เจ้าบอกว่า เจ้าเป็นผู้อพยพใช่หรือไม่ แล้วมีคนอื่นอีกหรือไม่?"

     ผมถามเขาเผื่อจะชวนเข้าร่วมพรรคของผมได้ จะได้ขยายพรรคไปให้มากกว่านี้อีก หรือว่าผมจะไปซื้อทาสมาดีนะ ไปหาทาสที่หน่วยก้านดีๆมาฝึกน่าจะใช้ได้อยู่นา

     "ไม่มีหรอกท่านเทพ มีข้าคนเดียวขอรับ"

     ดีเลยสิจะได้ล่อลวง เอ๊ย! ชักชวนไปอยู่ที่พรรคด้วยสะเลย(ในฐานะภรรยาของผมนะ ฮ่าๆ)

     "เจ้าสนใจจะไปอยู่กับข้าหรือไม่"

     ผมถามออกไป 

     "ท่าน ท่านเทพธิดาจะพาข้าไปสวรรค์ด้วยหรือขอรับ"

      เขาถามกลับมา ผมยิ้มขำอย่างหมั่นไส้ก่อนจะ

โป๊ก  

     "โอ๊ย ท่านเทพธิดา เขกหัวข้าทำไมขอรับ?"

     เยว่ไป๋ยกมือขึ้นมาลูบหัวป้อยๆ ผมเลยอธิบาย

     "ข้าไม่ใช่เทพธิดาอะไรทั้งนั้นแหล่ะ เรียกข้าว่าอี้ฟานห้ามเรียกเทพธิดาเข้าใจหรือไม่และข้าก็อยู่ที่โลกมนุษย์ไม่ใช่สวรรค์ "

     "อะ ...เอ่อขอรับ ท่านอี้ฟาน"

     เยว่ไป๋ตอบกลับมา ผมกรอกตาก่อนจะเอ่ย

     "ห้ามมีท่านด้วย เข้าใจหรือไม่ แค่อี้ฟานก็พอ"

     "อ๊ะ ขอรับ อี้ฟาน ก็อี้ฟาน"

     เยว่ไป๋กล่าว ผมยิ้มแล้วก็โผเข้าไปด้านหลังเขาสอดแขนเข้าใต้รักแร้ก่อนจะโผบินขึ้นไปบนท้องฟ้า

เฮือก !!!

     "อี้ฟาน! ท่านจะทำอะไร"

     เยว่ไป๋ตกใจที่ผมทำเช่นนั้น แต่ก็ช่วยไม่ได้นี่ ผมต้องรีบไปตามหาสัตว์อสูรที่ดีๆระดับสูงๆ แต่พระเจ้าเคยให้พรผมมานี่นาเกือบลืมสะแล้วว่าผมสามารถฝึกสื่อสารและสั่งสัตว์อสูรด้วยพลังทูตสวรรค์ในตัว เหมือนกับที่ผมทำกับฟอลค่อน

     "ข้าจะขึ้นไปด้านบน และเจ้าก็ต้องไปด้วยที่นี่มันอันตราย จับดีๆเข้าใจหรือไม่"

     ผมกล่าวทำให้เยว่ไป๋พยักหน้าหงึกหงึกก่อนจะเกาะแขนผมแน่น ผมบินขึ้นไปด้วยความเร็ว พอมาถึงกระโจมที่ผมกับหยางอี้เคยอยู่มาหนึ่งปีเพื่อฝึกพลังแล้วผมร่อนลงที่พื้น จะว่าไปผมยังไม่เคยขึ้นไปดูหุบเขาลอยฟ้าที่อยู่ด้านบนเลย ผมกะว่าจะขึ้นไปดูเสียหน่อยแต่คงไม่ใช่ตอนนี้ ผมวางเยว่ไป๋ลง เขาลงไปยืนที่พื้นก่อนจะใช้พลังเทพเก็บปีก ก่อนจะกล่าวกับเยว่ไป๋ว่า

     "เจ้าอยู่ที่นี่ไปก่อนนะ ข้าจะกางเขตอักขระไว้และจะเข้าไปด้านในเสียหน่อย ส่วนอาหาร อ่ะนี่เจ้าเอาเนื้อพวกนี้ไปเอาไว้กินนะ ห้ามออกจากเขตอักขระเด็ดขาดเข้าใจหรือไม่ แล้วข้าจะรีบมา"

     ผมนำเอากล่องใส่เนื้อสัตว์อสูรที่ใช้เวทย์ธาตุวิญญาณลงอักขระไว้ให้กล่องสามารถรักษาเนื้อให้ไม่เน่าเสียและคงสภาพความสดใหม่

     "เข้าใจแล้ว อะ อี้ฟานรักษาตัวด้วยนะ"

     ผมพยักหน้าก่อนจะใช้เวทย์ลมดิ่งเข้าไปยังป่าที่คุ้นเคย คราวนี้ผมจะลองใช้พลังที่พระเจ้าให้มาในการสื่อสารและควบคุมสัตว์อสูรบ้าง เส้นตายคือหนึ่งอาทิตย์ ผมจะต้องหาสัตว์อสูรไปฝากเสวี่ยหลงบ้าง ผมยังไม่เคยเห็นสัตว์อสูรของเสวี่ยหลงเลย 

     แต่แคว้นนี้เขาบอกกันว่าอายุสิบห้าปีขึ้นไปถึงจะอนุญาตให้มีสัตว์อสูรเป็นของตัวเอง ผมติดว่าถ้าหาไปให้สักตัวเสวี่ยหลงคงจะดีใจน่าดู หุๆ ผมพุ่งเข้ามาด้านในเรื่อยๆ

     "นี่ เทียนน้อยเจ้าพอจะรู้หรือไม่ว่ามีสัตว์อสูรระดับสู้ๆที่ไหนบ้าง"

     ผมถามเทียนน้อยที่เกาะอยู่ที่คอผม

     "ข้ามาจากหุบเขาลอยฟ้าด้านบน ด้านบนนั้นไม่ได้มีแค่สัตว์อสูร แต่มีสัตว์เทพด้วย ข้าว่ามันอันตรายเกินไปที่เจ้าจะขึ้นไป แต่ข้าพอรู้อยู่ที่หนึ่งภายในหุบเขาแห่งนี้ มีถ้ำของเผ่ามังกรอยู่ แต่นานหลายร้อยปีมาแล้ว ข้าไม่รู้ว่ามันยังอยู่กันที่เดิมหรือไม่ เจ้าจะลองไปดูหรือไม่? ข้าจะพาไป"

     เทียนน้อยร่ายยาวที่กล่าวว่ามันอันตรายนั่นคงไม่รู้ว่าผมมีพลังสื่อสารและควบคุมสัตว์อสูร ผมยังไม่เคยเจอสัตว์อสูรจำนวนมาก จึงได้แต่ลองสื่อสารสัตว์อสูรเล็กๆ แต่ผมก็ไม่ทราบว่าทำไมจึงไม่สามารถควบคุมเทียนน้อยได้  อาจจะเป็นเพราะเทียนน้อยเป็นสัตว์เทพไม่ใช่สัตว์อสูร

     "ไปสิ ข้าก็อยากจะเห็นมังกรสักครั้งเหมือนกัน"

     ผมกล่าวพร้อมกับแววตาเป็นประกายเพราะอยากเจอมังกรตัวเป็นๆ

     "เอาล่ะ เจ้าจะต้องตรงเข้าไป ถ้าเจ้าใช้เวทย์เจ้าอาจจะเสียพลังมาก เจ้ามาขี่หลังข้าแล้วกันนะ"

     เทียนน้อยแปลงเป็นจิ้งจอกเก้าหางตัวใหญ่ยักษ์ผมเห็นแล้วก็อดทึ่งไม่ได้ ผมเพิ่งเห็นร่างจริงของเทียนน้อยเป็นครั้งแรก

     ผมกระโดดขึ้นไปนั่งบนคอของเทียนน้อย พอผมขึ้นไปนั่งเท่านั้นแหล่ะ เทียนน้อยก็พุ่งตัวออกไปด้วยความเร็วแสง ผมผวาก่อนจะเอื้อมมือจับขนของเทียนน้อยไว้ เกือบแล้ว!ผมเกือบตกไปอีกแล้ว เทียนน้อยต้องแกล้งผมแน่ 

     "เทียนน้อย!!! เจ้าแกล้งข้าาา~!!!"

     ผมร้องตะโกนขึ้น ด้วยความเร็วนั้นทำให้ผมทำอย่างอื่นไม่ได้ เทียนน้อยยังคนวิ่งต่อไปเรื่อยๆ ลัดเลาะผ่านแม่น้ำ เดินทางมาเป็นวันก่อนที่จะมาถึงหน้าถ้ำแห่งหนึ่ง ดูเหมือนจะปล่อยทิ้งร้างไว้นานแล้ว เทียนน้อยหยุดอยู่หน้าถ้ำผมกระโดดลง ก่อนจะแปลงเป็นจิ้งจอกน้อยเหมือนเดิม ผมก้มลงไปแล้วบิดหูเทียนน้อยด่อนจะกล่าว

     "เทียนน้อยเจ้าแกล้งข้าใช่หรือไม่หืมมม"

     "โอ๊ยยย อี้ฟาน ข้าขอโทษ ปล่อยข้าเถอะนะ"

     เทียนน้อยร้องครวญครางเพราะความเจ็บ ผมเลยปล่อยมือแล้วอุ้มเทียนน้อยมาไว้แนบอกแทน

     "ถ้าเจ้าทำอีกข้าจะไม่คุยกับเจ้า"

     ผมกล่าวก่อนจะเดินเข้าไปในถ้ำ ภายในถ้ำมืดมาก ผมจึงรวมเวทย์ไว้ที่ตาเปลี่ยนให้ตามองเห็นในที่มืดได้เหมือนกับนกฮูก ผมเดินเข้าไปในถ้ำ ได้ยินเสียงน้ำหยด ติ๋งๆ ด้านใน ผมเดินเข้าไปเรื่อยๆ แต่ก็เหมือนจะยังไม่สุดทางสักที 

     ผ่านไปสามวัน ผมชักเริ่มสงสัยทำไมถ้ำถึงทางไกลขนาดนี้ เดินไปเรื่อยๆก็เหมือนจะเดินกลับมาที่เดิมเรื่อยไป จนผมชักสงสัยว่าผมจะถูกเวทย์มายาที่ผมเคยอ่านมาหรือไม่ เวทย์มายานั้นมีสามแบบ แบบแรกคือล่อลวง แบบสองคือปลอมแปลง แบบสามคือพลางกาย  

     เท่าที่ผมรู้เวทย์มายาก็เหมือนธาตุมืดคือเป็นอริกับธาตุแสง ถ้าธาตุแสงไม่พอก็ไม่สามารถทำอะไรได้แต่ถ้าเรามีเวทย์มายาที่ระดับดีกว่าเราก็สามารถทำลายเวทย์มายาที่ระดับน้อยกว่าได้ แต่ผมมีธาตุแสง ทั้งยังเป็นเทพ ธาตุแสงในตัวผมย่อมเยอะกว่าธาตุอื่นๆ ดังนั้นผมจึงเล่าเรื่องที่ผมคิดให้เทียนน้อยฟังด้วยจิต

     เทียนน้อย ข้าว่านี่คงจะเป็นเวทย์มายาแน่ๆ เราถึงได้หลงทางแบบนี้

     จริงด้วยข้าก็สงสัยมานานแล้ว คนที่สร้างนี้คงจะเป็นคนที่ระดับสูงมิใช่น้อย

     ผมคุยเสร็จแล้วผมจึงใช้เวทย์ตรวจจับความเคลื่อนไหว ความจริงผมสามารถรับรู้ได้ตามสัญชาตญาณ ตั้งแต่เมื่อกี้แล้ว รอบๆรู้สึกได้ถึงพลังงานบางอย่าง แต่ผมก็ยังไม่แน่ใจว่าคือคนหรือไม่ จริงลองแผ่พลังเวทย์ตรวจสอบ แต่ก็ไม่พบ ท่าทางเขาคงจะมีเวทย์พลางกายระดับสูงจนลบได้แม้กระทั่งตัวตนได้ ...

     อ้อเห็นอย่างนี้พลังเวทย์ของผมอยู่ในขั้นจอมเวทย์แล้วนะครับ เพราะว่าผมดูดซับหินพลังเวทย์ในปริมานมากภายในหนึ่งปีมานี้ บางทีผมก็คิดว่าจะเอาไปให้ท่านพี่ไป๋หยางบ้าง ไม่ได้เจอกันนานรู้สึกเป็นห่วงและคิดถึงอยู่เหมือนกัน แต่ท่านพี่ไป๋หยางเก่งคงไม่มีอะไรต้องห่วง 

     ผมพยายามคิดค้นอุปกรณ์ที่ใช้สื่อสารระยะไกลอยู่เหมือนกัน แต่ระยะทางที่สามารถใช้ได้แค่ไม่กี่ลี่ นั่นทำให้ผมเบื่อมาก แต่ผมก็ทำสำเร็จแล้ว เมื่อไม่นานมานี้ผมใช้พลังเทพของผมผสมรวมเข้ากับพลังธาตุวิญญาณที่ใช้สำหรับอุปกรณ์เวทย์ แล้วลงอักขระเวทย์ ทำให้สามารถสื่อสารระยะไกลได้และยังเหมือนจีพีเอสอีกด้วย

- ติดตามตอนต่อไป -




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 94 ครั้ง

2,415 ความคิดเห็น

  1. #2011 ploylybbs (@ploylybbs) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2559 / 21:53
    จะเจอมั้ยนะ
    #2011
    0
  2. #1573 lk-czsoung (@lk-czsoung) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2559 / 16:43
    มาหามังกร แต่เราคาดว่าจะได้สามีในคอลเลคชั่นคนต่อไปแทนค่ะ 555555
    #1573
    0
  3. #1373 janychill (@janychill) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2559 / 19:53
    มังกรอาจกลายเป็นสามีก็เป็นได้ 5555
    #1373
    0
  4. #1198 jariyanan123 (@jariyanan123) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2559 / 18:57
    จะเจอไหมมังกรเนี้ย 555
    #1198
    0
  5. #145 ฟอร์รี่ (@zeerin) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2559 / 22:11
    รอคร่าาาา พลพรรคสามีเหลืออีกหนึ่งสินะ หรือมากกว่านี้หว่า?! 555!
    #145
    1
  6. #142 한태 (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2559 / 15:33
    รอๆๆๆ มาต่อไวๆน้า~
    #142
    0
  7. #139 Parn Themoon (@02055632300) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2559 / 09:09
    ต่อค่ะ นะค่ะ
    #139
    0
  8. #138 0984359329 (@0984359329) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2559 / 09:06
    ค้างงงงงง
    #138
    0