เรียกข้าว่า | คาริเอล | [Yaoi]

ตอนที่ 10 : | 9 | สิบเอ็ดสัปดาห์ [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,373
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 57 ครั้ง
    25 ม.ค. 60

  9

สิบเอ็ดสัปดาห์


วันต่อมา

               "เกรย์ เพราะแกเลยทำฉันเกือบสาย!" ผมบ่นไปเดินไป แต่ในที่สุดก็มาทัน ผมต้องไปรายงานตัวที่ตึกของแผนก Counter terrorism เพราะวันนี้เป็นวันแรกที่ต้องทำงาน สองขาของผมก้าวเดินเข้าไปในตึกเพื่อรายงานตัวเป็นพนักงานใหม่ หวังว่าผมจะได้เจอสมาชิกในทีมเก่าของผมบ้างนะ ทุกอย่างยังคงเหมือนเดิมผมคนเก่าเพิ่งตายไปไม่กี่ปี โล่เกียรติยศยังคงถูกประดับไว้ที่ตู้จัดแสดงบุคคลที่ควรระลึกถึง ผมยินมองรูปของตนเองก่อนจะเดินเข้าไปยังห้องรายงานตัว

               "สวัสดีครับ ผมคาริเอล วอร์ต เป็นเจ้าหน้าที่ใหม่แผนก Counter terrorism มารายงานตัวครับ"

               "กรุณาเซ็นชื่อตรงนี้ค่ะ" ผมเซ็นชื่อ "เชิญในห้องรายงานตัวด้านนั้นเลยค่ะ"

               "ขอบคุณครับ" ผมว่าและเดินไปยังห้องรายงานตัวตามที่เจ้าหน้าที่สาวเอ่ยบอก ด้านในห้องมีคนใส่ชุดแบบเดียวกับผมนับได้ราวๆเกือบ 10 คนได้ และยังมีเจ้าหน้าที่คนอื่นๆทั้งคนเก่าที่เคยร่วมงานกับผมและคนใหม่ที่ผมคาดว่าน่าจะมาอยู่หลังจากที่ผมตายไปแล้วอีก 

          ระดับยศของFBI มี 7 ระดับ คือ 
          1.ระดับ0 เจ้าหน้าที่ฝึกงาน
          2.ระดับ1 เจ้าหน้าที่FBI 
          3.ระดับ2 เอเย่นต์ B (Agent B)
          4.ระดับ3 เอเย่นต์ A (Agent A)
          5.ระดับ4 เอเย่นต์พิเศษ (special Agent)
          6.ระดับ5 หัวหน้าเจ้าหน้าที่พิเศษ (special officer Chief )
          7.ระดับ6 ผู้บัญชาการหน่วย FBI(Commander of the FBI)

               ซึ่งตอนนี้ผมอยู่ที่ระดับ 0 อยู่ คงไม่ค่อยได้ทำอะไรมากต้องอยู่ที่ฐานและต้องถูกฝึกอีก อีกทางคือต้องแสดงศักยภาพของตัวเราให้ระดับ 6 เห็นดีไม่ดีอาจจะได้เลื่อนตำแหน่งเร็วกว่าที่คิด ด้วยความที่ว่าเป็นเด็กใหม่ แน่นอนว่าต้องนอบน้อมถ่อมตนไว้ให้มากแถมยังต้องทำตามคำสั่งอย่างเคร่งครัด

               "นายตรงนั้นน่ะ ทำไมไม่รีบมาเข้าแถว!" เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นขณะที่ผมกำลังเดินอยู่ เสียงนั้นไม่ใช่ใครก่อนที่ผมจะตายเขาเคยอยู่หน่วยเดียวกันกับผม คนที่ผมสนิทด้วยที่สุดในตอนนั้น เป็นทั้งรุ่นน้องในหน่วยและคนที่มักจะคอยวนเวียนใกล้ๆผมอยู่ตลอดเวลาที่ทำงานเลยล่ะ ดูเหมือนเขาจะอยู่ระดับ4 แล้วสินะ เพราะระดับสี่คือครูฝึกที่จะคอยฝึกเจ้าหน้าที่ฝึกงานนั่นเอง

               "ขอโทษครับ!" ผมวิ่งมาเข้าแถว ดูเหมือนผมจะมาสุดท้ายสินะ โดนรุ่นพี่เขม่นแน่ๆ

               "ครบแล้วใช่ไหม?" เขาหันไปถามเจ้าหน้าที่สาวที่ผมเจอตอนก่อนเข้ามาในห้อง เธอพยักหน้าให้กับเขาก่อนเขาจะเอ่ยต่อ "ต่อไปพวกนายจะได้รับการฝึกติกต่อกันเป็นเวลา 11 สัปดาห์ที่ค่ายฝึกของแผนกเรา พวกนายจะได้เรียนรู้การแก้สถานการณ์และอื่นๆอีกมากมาย พวกนายจะถูกแบ่งเป็นสองกลุ่มเพื่อแข่งขันภารกิจกันในค่ายฝึก ฉันหวังว่าพวกนายจะทำสุดความสามารถ!"

               เอ๊ะ...ตอนที่ผมประจำอยู่ไม่เห็นเคยมีแบบนี้ สงสัยระบบทั้งหมดจะเปลี่ยนใหม่แหะ

               "รายชื่อต่อไปนี้คือกลุ่มของพวกนาย กลุ่ม1 มีทั้งหมด5คนคือ มาโค เมย่า คอร์เนอร์ เจย์สัน เคจ กลุ่มที่สองมี5คนเหมือนกัน เจคอป โซอี้ คาริเอล...หืม" เขาหยุดสักพักเมื่ออ่านชื่อของผมแล้วยังทำหน้าสงสัยอีกแต่เขาก็อ่านต่อ "เอเดน แจ็ค ต่อไปนี้พวกเขาคือทีมของนายจำเอาไว้ให้ดี อ้อ ...ฉัน 'ลูคัส' คือผู้ที่จะนำการฝึกของพวกนาย พรุ่งนี้พวกนายจะต้องมาพบฉันที่หน้าตึกแผนก หลักจากวันนี้ไปพวกนายจะต้องเริ่มฝึกกันอย่างจริงจัง กระเป๋าฉันอนุญาตให้ทำไปได้เพียงแค่หนึ่งกระเป๋าเท่านั้น วันนี้แยกย้ายได้!" 

               ว่าจบก็เดินออกจากห้องไป ในตอนนั้นลูคัสเป็นพวกที่ว่านอนสอนง่ายมากเขาจะชอบมาคลุกอยู่กับผมเกือบตลอดเวลาเพราะส่วนมากเราจะไปไหนมาไหนด้วยกันเหมือนคู่หู แม้ลูคัสจะเป็นลูกน้องผมแต่เราก็สนิทกันพอสมควรผมยศระดับ 5 ส่วนลูคัสระดับ 3 ผมชอบเขาในระดับหนึ่งเลย นอกจากหน้าตาแล้วความสามารถของเขายังน่าทึ่งอีกด้วยเพราะตอนที่ผมคนเดิมยังมีชีวิตอยู่เขาได้ชื่อว่าเป็นคนที่ทำสถิติที่ดีที่สุดในการสอบเข้าเลยล่ะแถมยังเป็นเพื่อนที่ดีของผมอีกด้วย

               "รอเดี๋ยวก่อน เจ้าหน้าที่ฝึกงานวอร์ต" ผมก้าวเดินออกมาจากตึกแผนกแล้วถูกเรียกไว้ด้วยน้ำเสียงอันคุ้นหู หมุนตัวกลับมาเอ่ย

               "ครับ?"

               "ผมเคยมีหัวหน้าคนหนึ่ง เขาเพิ่งตายไปเมื่อ 2 ปีก่อน คุณรู้จักกับอดีตหัวหน้าหน่วยพิเศษ 'เอ็กซ์ตรีม วอร์ต' รึเปล่า?" ผมเข้าใจทันทีเขาคงสงสัยเกี่ยวกับชื่อของผมเป็นแน่ ผมก็ตอบไปตามที่คิดได้

               "ครับ ผมเป็นญาติห่างๆของเขาเอง"

               "แต่ผมไม่เคยรู้ว่าเขาเคยมีญาติที่ไหนมาก่อน?" จะรู้เรื่องดีไปไหนเนี่ย!

               "ผมเป็นญาติห่างๆของเขาเอง และผมก็คาดว่าเขาไม่น่าจะรู้ว่ามีญาติแบบผมอยู่เลยไม่ได้บอกใครเรื่องนี้ ...อ้อ แล้วทำไมคุณถึงถามผมแบบนี้ล่ะครับ?" สบตากับคนคุ้นเคยแล้วรู้สึกประหม่าอย่างบอกไม่ถูก ความรู้สึกตอนนี้คงจะเป็นคิดถึงล่ะมั้ง คิดถึงเวลาที่มีคนตรงหน้าคอยตามติด...

               "เปล่า แค่อยากจะรู้น่ะ" เขาดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้นมากกว่าเดิมมาก อีกทั้งยังเงียบขรึมดูน่าเกรงขามกว่าเดิม ในตอนที่ทำงานด้วยกันสงสัยผมคงจะรู้จักเขาไม่หมดจริงๆ

               "อ่า...ครับ งั้นผมขอตัวก่อนนะ" ว่าจบก็ก้มหัวแล้วชิ่งให้ไว

               ผมตรงดิ่งกลับบ้านด้วยความเร็วสูง จะว่าไปแล้วผมน่าจะซื้อรถซื้อราไว้ใช้บ้าง แต่ผมกลับขี้เกียจขึ้นมาตะหงิดๆดูท่าว่าการอยู่อย่างสะดวกสบายบนสวรรค์จะทำให้ผมชินเสียแล้วสิ

               "เกรย์ หิวรึยัง?" ผมเปิดมิติของผมแล้วเอาตัวเกรย์ออกมา ถ้าผมต้องไปฝึกที่ค่ายก็คงต้องหาที่ลับตาคนเพื่อให้อาหารเกรย์ไปด้วย มือผมขยับฉีกซองอาหารสุนัขรสชาติแปลกต่างจากเมื่อวานลงในชามข้าวของเกรย์ มันก็ก้มกินอย่างเอร็ดอร่อย ส่วนผมคงต้องค้นเอากระเป๋าเดินทางใบเก่าๆออกมาใช้ อีกอย่างท่านคาเอลก็ทำความสะอาดทุกอย่างเปลี่ยนของเก่าเป็นของใหม่ให้หมดแล้ว นั่นช่วยผมประหยัดได้มากทีเดียว 

               ตอนนี้พลกำลังของผมมากกว่ามนุษย์ปกติ เวลาเคลื่อนไหวหรือออกแรงผมต้องปรับลดพลังของตัวเองลงเล็กน้อยเพื่อให้อยู่ในระดับปกติและไม่ทำให้มนุษย์เหล่านั้นเป็นอันตราย ผมกำลังเก็บของใช้จำเป็นและเสื้อผ้า ทั้งที่มีมิติ แต่ผมไม่อยากใช้มันหรอกนะ นอกจากเอาเกรย์เข้าไปขังไว้ในนั้น บางทีผมอาจจะต้องใช้พลังสร้างหุ่นเล็กๆเพื่อให้อาหารและดูแลมันแทนผม บางทีแบบนั้นคงจะดีกว่าสินะ ทางที่ดีผมไม่ควรเปิดเผยตัวตนของตัวเองเป็นดีที่สุด

---------------
วันต่อมา

               "เกรย์ แกต้องอยู่ในนี้นะ อย่าดื้อล่ะ เดี๋ยวฉันจะเข้ามาหา" ตุ๊กตาไม้รับใช้ที่ผมใช้พลังสร้างขึ้นมาเพื่อให้มันดูแลเกรย์แทนผม เมื่อวานผมซื้ออาหารสุนัขอีกมากมายจากการไปห้างแม้ตัวของตุ๊กตาไม้จะไม่ใหญ่มากแต่ก็พอใช้ดูแลเกรย์ได้ ผมป้อนคำสั่งของผมผ่านพลังเทพและต้องสามารถดูแลเกรย์ได้อย่างดีแน่ๆ คิดว่านะ...

               "บ๊อก บ๊อก!" ท่าทางกระดิกหางแลบลิ้นตาวาววับทำเอาผมต้องก้มลงไปฟัดมันก่อนจะออกมาจากมิติ ผมต้องไปรวมตัวกับกลุ่มของผมอีก4คน มาถึงก็เห็นพวกเขาจับกลุ่มกันอยู่แล้ว

               "เอ่อ ...กลุ่ม2 อยู่ที่ไหนครับ?"

               "กลุ่ม2 อยู่ทางนั้น" ผู้ชายคนที่ผมถามเขาชี้ไปอีกทาง

               "ขอบคุณครับ" ผมขอบคุณตามมารยาทและเดินไปที่กลุ่มคน4คนที่กำลังยืนคุยกันอยู่ "สวัสดี ฉันคาริเอล กลุ่ม2 ฝากตัวด้วย"

               "โอ๊ะ ...นายอยู่กลุ่ม2 เหรอ ฉันก็เหมือนกัน ฉันโซอี้นะ" ผมจับมือกับโซอี้เป็นการทักทาย โซอี้เป็นผู้หญิงที่ดูสวยมาก แต่เธอกลับดูแข็งแรงและดูสุขภาพดี เธอมีเส้นผมสีน้ำตาลอ่อนเงางามยาวและถูกมัดรวบไปด้านหลัง

               "ฉันชื่อเจคอปนะ กลุ่ม2" เจคอปเป็นผู้ชายผิวขาวแต่กลับมีกล้ามเนื้อมากคล้ายคนเพาะกล้าม หัวโล้นไม่มีผมสักเส้นดูเหมือนเขาจะตัดมาก่อนหน้านี้แล้วแม้หน้าตาจะไม่ได้หล่อแต่ก็ดูดีมากทีเดียว

               "ฉันแจ็ค" แจ็คเป็นคนผิวแทน เส้นผมสีดำสนิทและรูปร่างสูงโปร่งสมส่วน ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเขาดูดีมากทีเดียว

               "ฉันเอเดน ยินดีที่ได้รู้จักนะ" เอเดนตัวสูงกว่าผมเล็กน้อยใบหน้าหล่อเหลาประดับไปด้วยรอยยิ้มตลอดเวลา ผมมองไปที่เขาแล้วรู้สึกอบอุ่นแบบบอกไม่ถูก

               "แนะนำตัวกันพอแล้ว มาเข้าแถว!!!" หลังจากถูกเรียกพวกเขาก็เข้าแถวโดยเร็ว ผมเป็นคนที่สามด้านหลังมีเอเดนและแจ็คยืนอยู่ "พวกนายจะต้องเอากระเป๋าไปเก็บที่นั่นแล้วมาขึ้นรถที่นี่ ให้ไวเลยเพราะพวกเราจะต้องเดินทางกันอีกนาน!"

               ลูคัสสั่งพวกผม เมื่อเอากระเป๋าไปเก็บที่รถของทางแผนกแล้วพวกผมก็กลับมาขึ้นรถอีก รถของทางแผนกคล้ายกับรถนักโทษเลย เมื่อเกินเข้าไปแล้วก็นั่งเรียงกันสองด้านนั่งเสร็จประตูก็ถูกปิดลง นี้มันมีความหมายอะไรรึเปล่าเนี่ย?! รถเคลื่อนตัวออกไปโดยที่พวกเรามองไม่เห็นด้านนอกด้วยซ้ำ!นอกจากเพดานที่เปิดโล่งมีกระจกใสกั้นอยู่

               "คาริเอล นายเป็นผู้ชายรึว่าผู้หญิง?" โซอี้ถามขึ้นขณะที่นั่งอยู่ในรถ

               "ผู้ชาย" ผมตอบกลับไปแต่โซอี้ทำหน้าไม่เชื่อ ผมเลยจับมือเธอมาสัมผัสตรงหน้าอกท่ามกลางสายตาของคนในรถ โซอี้พอได้จับก็ลูบไปมาทำเอาผมขนลุกใหญ่เลย "เห็นไหมล่ะ...เอ่อ อย่าลูบมากนักสิ"

               "ไม่น่าเชื่อ นายเป็นผู้ชายจริงๆ ทำไมนายถึงได้สวยจัง หน้าตาอย่างนายไม่น่ามาเป็นFBI อย่างนายน่าจะไปเป็นดาราสะมากกว่า"

               "เป็นดาราเหรอ ไม่เอาหรอก"

               "ทำไมล่ะ นายหน้าตาดีออกนะ"

               "ฉันไม่ชอบให้มีใครมาคอยตามมันไม่เป็นอิสระน่ะเสียเลย ทำนี่น่าสนุกกว่าเยอะ" จบประเด็นนั้นพวกเราก็ไม่ได้พูดคุยอะไรกันอีก ส่วนผมน่ะเหรอ ก็หลับน่ะสิ!

               ครึก ครึก!

               รถแล่นเข้ามาจอดสนิทตอนนั้นผมก็ตื่นพอดีหลังจากที่หลับมาหลายชั่วโมงเสียงประตูท้ายรถเปิดออกและเสียงตะโกนด้านนอกทำให้พวกเราทั้งผมสงสัย

               "ลงมาได้แล้ว!" เสียงของผู้คุมฝึกอย่างลูคัสดังขึ้นพวกผมได้แต่ปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด ทั้งหมดลงมายืนเรียงแถวกันตอนนี้มืดสนิทแล้วตอนลงมายังมีไฟอยู่บ้าง แต่ก็สลัวๆ ดูวังเวงชอบกล "นั่งลงได้!"

               "บ้านพักทางฝั่งซ้ายเป็นของกลุ่ม1 ทางฝั่งขวาเป็นของกลุ่ม2 พวกนายแยกย้ายกันเอาของไปเก็บแล้วเจอกันที่นี่อีก 10 นาทีใครมาช้าโดนทำโทษทั้งกลุ่ม ปฏิบัติ!!!"

               "ครับ/ค่ะ!!!" ทั้งหมดขานรับและรีบวิ่งเอากระเป๋าเข้าไปเก็บกันอย่างรวดเร็วการเข้าแถวครั้งนี้ไม่มีใครมาสายแม้แต่คนเดียว เตียงในบ้านพักเป็นเตียง2ชั้น ผมได้นอนชั้น 2 โดยด้านล่างเป็นเอเดนที่จับจอง คนที่ได้นอนคนเดียวคือโซอี้

               "ภารกิจแรกที่พวกนายต้องทำคือพวกนายทั้งสองทีมจะต้องเข้าไปในป่านั่นเพื่อหาสิ่งของที่ทางเราจะให้หา ถ้าหาไม่ได้ คืนนี้ไม่ต้องนอน! ส่งตัวแทนของแต่ละกลุ่มออกมา!" โอ๊ย อะไรจะโหดขนาดนั้น หาไม่ได้ไม่ต้องนอนเนี่ยนะนี่ล่ะหนาFBI

               ทั้ง 2 กลุ่มส่งตัวแทนออกไป และตัวแทนก็เป็นผู้หญิง เพราะผู้หญิงในแต่ละกลุ่มมี1คน ทั้งสองสาวเข้าไปเอากระดาษจากมือของลูคัส

               "กลุ่มเราได้อะไรหรอ?" แจ็คถามโซอี้ขณะที่พวกเราจับกลุ่มวางแผนกัน โซอี้ยื่นกระดาษแผ่นนั้นให้ ในนั้นเขียนไว้ว่า 'เนื้อสัตว์'

               "เนื้อสัตว์?" เจคอปทำหน้าสงสัยแต่ก่อนที่จะพูดอะไรได้มากกว่านั้นลูคัสก็เอ่ยก่อน

               "ทั้งสองหน่วยผมดเวลาปรึกษากันแล้ว ทุกคนคงรู้แล้วว่ากลุ่มตัวเองได้อะไร กติกาของภารกิจนี้ก็ง่ายๆ สิ่งที่พวกนายหามาจะทำให้พวกนายมีชีวิตรอดได้ และพวกมันจะเป็นอาหารค่ำในคืนนี้ พวกนายทุกคนจะมีเพียงมีดและไฟฉายเท่านั้น พวกนายจะหาของที่ได้มาจากไหนก็ได้ แต่ต้องในป่าเท่านั้น เข้าใจแล้วเริ่มภารกิจได้!" อาหารค่ำจากในป่าคือภารกิจแรก พวกเราเข้าใจทันที ทั้งสองกลุ่มเริ่มเดินเข้าไปยังทางที่ทอดเข้าไปยังป่าก่อนจะแยกกันเริ่มออกหาสิ่งที่ได้

               ทางเหล่าครูฝึกนั้นแม้ว่าทั้งสองกลุ่มจะเดินเข้าไปแล้ว พวกเขาก็ได้ส่งทีมติดตามไปด้วยเพื่อความปลอดภัยติดตามดูแลความปลอดภัยให้ตลอดทุกฝีก้าวหากเกิดอันตรายจะได้ช่วยทันและหนึ่งในนั้นคือ ...ลูคัส

ระหว่างทาง

               "เราจะเริ่มหาจากที่ไหนกันดี?" โซอี้พูดขึ้น

               "เราได้เนื้อสัตว์ใช่ไหม จากที่ครูฝึกบอก พวกเราต้องหามันมาเพื่อปรุงอาหาร คงต้องเป็นเนื้ออะไรก็ได้ของสัตว์ป่าแถวนี้สินะ เช่น นก หมูป่า รึกระต่าย" แจ็คตอบ

               "แต่ฉันว่าถ้าหาเนื้อสัตว์ป่าไม่ได้ เราน่าจะลองหาปลาดู มันน่าจะจัดว่าเป็นเนื้อสัตว์อยู่นะ" ผมเสนอ นี่มาฝึกเป็นFBI หรือมาฝึกเป็นหน่วยคอมมานโดกันแน่เนี่ย!

               "จริงด้วย แต่ปัญหาคือเรามีแค่มีดกับไฟฉาย แถมเรายังไม่รู้ว่าจะหาได้ที่ไหนด้วยนี่สิ แถวนี้ฉันยังไม่ได้ยินแม้แต่เสียงแม่น้ำเลยเท่าที่ได้ยินก็มีแต่เสียงนก?" โซอี้เอ่ย

               "นกตัดออกไปได้เลย เพราะเราคงจับมันยากแน่ สิ่งที่พอทำได้คือปลาและพวกที่อยู่บนพื้น หรือแม้แต่งูเองก็ได้เช่นกัน" เอเดนที่เงียบอยู่นานเอ่ย

               "อี๋ งูหรอ ไม่เอาได้ไหม" โซอี้ถึงกับร้องอี๋กันเลยทีเดียว

               "ถ้างั้นฉันคิดว่าเราน่าจะเดินเข้าไปให้ลึกกว่านี้ก่อน จะได้เริ่มมองหาสัตว์ป่ากันนะ" ผมบอกไปก่อนที่ทุกคนจะจับกลุ่มกันเดินเข้าไปในป่ารกทึบ ถ้าใช้พลังช่วยได้ผมคงหาพวกมันได้ไวกว่านี้ แต่นี่คงยากที่จะเปิดเผยแถมสิ่งที่ผมรู้คือในระยะหนึ่งกิโลเมตรมีคนซุ่มอยู่ คาดว่าคงจะเป็นพวกเจ้าหน้าที่ผมเลยต้องระมัดระวังเป็นอย่างยิ่ง

               "เฮ้ ทุกคน หยุดก่อน ...ได้ยินเสียงอะไรไหม?" เดินมาชั่วโมงหนึ่งเจคอปชะงักเมื่อได้ยินอะไรบางอย่าง ผมก็ไม่ได้สนใจเสียงทั้งยังคิดอะไรเพลินๆจนลืมฟังเสียได้ เลยส่ายหัวปฏิเสธก่อนจะเริ่มเงี่ยหูฟังเสียงตาม

               ซ่า ซ่า~

               "หืม เสียงเหมือนน้ำตกเลยแหะ" โซอี้พูดขึ้น

               "ใช่ๆ โชคดีแล้วเรา เดินมาไม่ถึงสิบกิโลก็เจอน้ำตก ดีจริงๆ" แจ็คว่าแล้วก็เร่งเดินทางตามเสียงไปแต่ผมกลับได้ยินอะไรที่ต่างออกไป คล้ายกับได้ยินเสียงอะไรบางอย่างคล้ายเสียงของสัตว์และเสียงรอยเท้าเน้นหนักเดินช้าๆ และเสียงหายใจหนักคล้ายเสียงของเสือ แต่ไม่น่าจะใช่ ว่าพลางยืนครุ่นคิดเล็กน้อยจนเอเดนและโซอี้ต้องหันกลับมามอง

               "มีอะไรเหรอคาริเอล?" โซอี้สังเกตได้ถึงความผิดปกติจึงได้ถาม

               "แจ็ค หยุดก่อน!!!" ด้วยความที่หูดีเกินไป ผมคาดเดาไว้เลยว่าตรงข้างน้พตกจะต้องมีสัตว์ร้ายอยู่แน่ ยังไม่ทันตอบคำโซอี้ผมจึงได้ตะโกนเรียกแจ็ค

               "เฮ้ย วิ่ง!!!" สายไปแล้ว แจ็ควิ่งกลับมาอย่างรวดเร็วจนพวกผมต้องหันหลักแล้ววิ่งกระจายกันไปคนละทิศละทาง ใครจะไปรู้ล่ะว่าไอ้ตัวที่วิ่งตามมานั้นมันจะคือ หมีสีน้ำตาล!!!...

_______________

               "บ้าเอ้ย!!!" ผมสบถเพราะถ้าเป็นหมีสีน้ำตาลจริงโอกาสรอดนั้นมีน้อย ยิ่งแจ็คที่กำลังวิ่งด้วยแล้วความเสี่ยงยิ่งสูงมากแน่นอน วันแรกก็เจออีกแล้วเหรอเนี่ย สองขาวิ่งไปเคียงคู่แจ็คที่กำลังวิ่งและมีหมีวิ่งตามอยู่ด้านหลังความเร็วของหมีย่อมเร็วกว่าแน่นอน ทางที่ดีผมควรจะช่วยแจ็คก่อนผมคิดได้แต่ว่าต้องสลัดแจ็คออกไปและทำให้มันวิ่งตามผมแทน "แจ็ค ฉันจะล่อมันเอง นายโดดเข้าพุ่มนงไม้ตรงนั้นไป เห็นไหม!"

               "อือ แฮ่กๆ เข้าใจแล้ว แล้วนายล่ะ!!" ผมผลักแจ็คกระโดดเข้าพุ่มไม้ไป ส่วนตัวผมก็หลอกล่อมันออกจากที่ๆมีคนเข้าป่าไป เพื่อการง่ายต่อการใช้พลังโดยที่ไม่มีใครเห็น นั่นจะทำให้มันง่ายขึ้นมาก

               วิ่งนำหมีตัวนั้นเข้าป่ามาลึกพอสมควร เมื่อไม่เห็นมีใครอยู่แถวนี้แล้วผมก็หันกลับมาเผชิญหน้ากับแม่หมีรวบรวมพลังแล้วกดมันไว้ทันทีที่สบตา หมีตัวนั้นวิ่งช้าลงๆจนหยุดอยู่ตรงหน้าด้วยตัวที่สั่นเทา ผมถอนหายใจด้วยความโล่งอก อย่างน้อยตัวผมก็ยังช่วยแจ็คได้ และไม่ทำให้หมีตัวนี้เป็นอันตราย ดูเหมือนว่าที่มันเข้ามาทำร้ายแจ็ค อาจจะเป็นเพราะว่ามันกำลังตั้งท้องอยู่และเมื่อแจ็ควิ่งมันคิดว่าเป็นศัตรูก็เลยวิ่งตามมา

               "ไปเถอะฉันไม่ทำอะไรแกหรอกกลับไปอยู่ในที่ของแกสะ" พอผมเอ่ยไปแบบนั้น แม่หมีตัวนั้น ก็กลับเข้าไปในป่าทันที ส่วนตัวผมเองก็ได้แต่ยืนโง่งมเนื่องจากว่าทางที่ผมวิ่งมานั้นผมจำไม่ได้ ผมไม่รู้ว่าตัวผมนั้นวิ่งมาไกลเท่าไหร่และทางที่วิ่งมานั้นผมก็จำไม่ได้เลยแม้แต่น้อยผมก็คงต้องรอให้ ให้เจ้าหน้าที่FBIมาตามหาเอง

               แต่ถ้าผมจะรอดจากแม่หมีแล้วอยู่ในสภาพที่ดีสมบูรณ์ครบถ้วนเขาก็คงจะสงสัยเป็นแม่ผมจึงได้ฉีกเสื้อผ้าของตัวเองให้เป็นรอยเหมือนถูกข่วนจากกิ่งไม่ตามด้วยรอยแดงตามตัว ทีนี้คงต้องรอเวลาที่พวกเขามาตามหาเท่านั้น

               โครกกก ~

               เสียงท้องร้องโครกคราก ทำเอาผมหิวขึ้นมาทันทีเนื่องจากที่ผมไม่ได้กินอะไรมาจากบ้านแล้วแต่นอนไม่แปลกที่จะหิวแล้วตอนนี้ก็ไม่รู้ว่าจะกินอะไรด้วย ถ้างั้นก็คงจะต้องเข้าไปในมิติแล้วหาอะไรกินในนั้นแทนผมใช้มือคว้าเอาเพียงแค่ผลไม้ในมิติมากินเท่านั้น ไม่สนใจที่จะเข้าไปเล่นกับเจ้าเกรย์แม้แต่น้อย 

               เมื่ออิ่มแล้วสองขาก็ก้าวไปหาที่นอนพักเพราะตอนนี้มันก็ดึกมากแล้วแม้จะไม่ได้กินอาหารแต่ว่าก็หาที่พักเป็นการดีที่สุด

               อีกอย่างนึงถ้าเกิดว่าจะนอนข้างล่างมันก็คงไม่ดีเท่าไหร่เพราะคุณคงไม่อยากจะนอนกับสัตว์เล็กสัตว์น้อยข้างล่างนี้หรอกใช่ไหม? เหลือแต่ต้องขึ้นไปบนต้นไม้และนอนอยู่บนนั้นแทนแต่การที่จะนอนอยู่บนต้นไม้นั้นบางทีมันก็อาจจะต้องใช้เชือกหรือว่าอะไรมามัดตัวไว้ไม่อย่างนั้นคงตกต้นไม้แน่ สิ่งที่นึกได้ก็คือฉีกเสื้อผ้าของตัวเองนั้นมามัดตัวไว้แทนเชือก เท่านี้คงจะพอแก้ขัดได้อยู่ จากนั้นก็ถึงเวลานอนพักกันสักที...

---------------
ด้านเจ้าหน้าที่FBI

               เจ้าหน้าที่FBI ที่กำลังออกตามหาตัวของคาริเอลอยู่นั้นก็กำลังเคร่งเครียดกันพอดู จากที่ได้สำรวจก่อนที่กลุ่ม2 จะมาก็ไม่เห็นว่าจะมีสัตว์อันตรายอยู่ในระแวกนั้น จู่ๆก็เกิดมีหมีสีน้ำตาลมาไล่ทำร้ายสมาชิกหน่วยสองเสียนี่ แล้วสมาชิกอีกคนยังหายไปในป่าลึกตามหาตัวยังไม่เจอไม่รู้ว่าจะเป็นตายร้ายดียังไงบ้าง

               "หาตัวเจอหรือยังไม่พบร่องรอยบ้างหรือยังไง" ลูคัสที่ตอนนี้กำลังกังวลเกี่ยวกับสมาชิกกลุ่ม 2 อย่างคาริเอล หายตัวไปพร้อมกับหมีสีน้ำตาลในป่าลึก ถ้าจะบอกว่าไม่เป็นห่วงก็คงจะเป็นไปไม่ได้ในเมื่อสมาชิกในแผนกก็คือคนของแผนก เขาไม่ต้องการที่จะให้ใครมาเสียสละอีกแล้ว

               "หัวหน้าครับเราเจอร่องรอยของหมีสีน้ำตาลแล้วครับ!" เจ้าหน้าที่ระดับ3 เข้ามารายงานให้ผู้เป็นหัวหน้าหน่วยฟัง เมื่อกี้ก็พบเจอร่องรอยกิ่งไม้หักเป็นทางเนื่องจากการวิ่งชนของหมีดำทำให้การแกะรอยนั้นง่ายขึ้น

               "ดี! ถ้าอย่างนั้นเรารีบไปกันเถอะ ถ้าชักช้าเดี๋ยวจะไม่ทันการ ยิ่งตอนนี้มันก็ดึกมากแล้วอันตรายยิ่งมากกว่าตอนกลางวันซะอีก" ลูคัสเอ่ย เขายังคงไม่สามารถคลายความกังวลลงได้เพราะถ้าไม่ได้เจอตัวของเจ้าหน้าที่ฝึกงานคนนั้นเขาก็ไม่สามารถที่จะวางเรื่องกังวลลงได้ แล้วยิ่งถ้าเจ้าหน้าที่ฝึกงานอย่างคาริเอลเป็นอะไรไป เค้าคงต้องรู้สึกผิดแน่เพราะเขาเป็นคนคิดภารกิจแรกขึ้นมาเอง

               ทางด้านแจ็คที่ตอนนี้เขาก็บาดเจ็บไม่แพ้กัน เขาได้แต่ภาวนาว่าให้คาริเอลปลอดภัย แม้จะเจอกันเพียงไม่นานแต่เขาก็รู้สึกว่าถูกชะตากับคาริเอลมาก แล้วยิ่งคาริเอล เสียสละตนเองล่อมีสีน้ำตาลออกไปจากกลุ่ม เขายิ่งรู้สึกผิดที่ไม่ยอมเชื่อคำที่คาริเอลร้องเตือนในตอนนั้น 

               สมาชิกในกลุ่ม 2 ทุกคนได้มารวมกันที่สถานพยาบาล เพื่อดูอาการของสมาชิกในกลุ่มและทำแผลตามตัวของตนเองด้วย ทุกคนต่างก็ห่วงคาริเอลด้วยกันทั้งสิ้น แต่ก็ทำได้แค่นั่งรอฟังข่าวจากทางเจ้าหน้าที่FBIเท่านั้น

               "เจอตัวแล้วครับหัวหน้าดูเหมือนว่าเขาจะไม่เป็นอะไรมากแต่ก็น่าแปลกที่เขาสามารถรอดพ้นจากหมีสีน้ำตาลตัวนั้นได้ แถมยังรอดมาได้แบบมีแค่แผลถลอกเล็กน้อยเท่านั้น"

               "แล้วตอนนี้เขาอยู่ไหนล่ะทำไมไม่รีบนำตัวส่งสถานพยาบาล"

               "ทางเจ้าหน้าที่ของเรากำลังนำเขาลงมาจากต้นไม้อยู่ครับดูเหมือนเขาจะผูกตัวเองติดไว้กับต้นไม้แล้วหลับไปซะเฉยๆ คงจะรอให้พวกเรามาหาตัวอยู่แน่ เขาแก้สถานการณ์ได้ดีเลยทีเดียวครับ"

               "อืม ไม่เป็นไรก็ดีแล้วรีบนำตัวเข้าไปส่งสถานพยาบาลเดี๋ยวนี้เลย" แม้จะสงสัยแต่ลูคัสก็ไม่ได้เอ่ยอะไรเพียงแค่มองคาริเอล ที่กำลังถูกนำตัวลงมาจากบนต้นไม้ ลูคัสเองก็ไม่ทราบหรอกว่าเพราะเหตุใดถึงได้รู้สึกคุ้นเคยกับคาริเอลมาก

               ตั้งแต่นามสกุลยันความฉลาดเฉลียวและชอบช่วยเหลือผู้อื่นที่มีอยู่ในตัวก็คล้ายว่าเป็นคนที่เขาเคยรู้จัก แต่มันคงจะไม่ใช่อย่างที่เขาคิดเพราะว่าคนผู้นั้นเขาเสียชีวิตไปนานแล้ว อาจจะเป็นแค่เรื่องบังเอิญที่เขารู้สึกคุ้นเคยแบบนั้น

               วันนี้ผ่านไปวันไหนก็เข้ามา

               "อืม..." คาริเอลตื่นขึ้นมาภายในสถานพยาบาลของFBI สมาชิกกลุ่ม 2 ทั้งหมดยังคงนั่งเฝ้าอยู่ในห้องรอให้คาริเอลตื่นพวกเขาซาบซึ้งใจอย่างมากที่คาริเอลเสียสละตัวเองล่อหมีสีน้ำตาลออกไป พวกเขาดีใจมากที่คาริเอลไม่ได้เป็นอะไรและไม่บาดเจ็บเลย

               "คาริเอลตื่นแล้วทุกคน!" โซอี้ที่เข้ามาเห็นคาริเอลตื่นแล้วก็ได้บอกทุกคนในห้อง พวกเขาใกล้ๆตื่นกันขึ้นมาทีละคนก่อนจะเข้ามาถามไถ่คาริเอลที่นอนอยู่บนเตียงสถานพยาบาล

               "เป็นยังไงบ้างรู้สึกเจ็บตรงไหนหรือเปล่าหิวน้ำไหม?" เอเดนเอ่ยถาม เขาก็เป็นห่วงคาริเอลไม่แพ้คนอื่นๆ ทั้งที่ไม่ได้สนิทกันเลยแท้ๆ แต่คาริเอลก็ช่วยพวกเขาเอาไว้ นั่นเป็นเหตุผลที่ทำไมเขาถึงได้ห่วง

คาริเอล's part

               "ฉันไม่เป็นอะไร ว่าแต่ทำไมฉันถึงได้มาอยู่ที่นี่ได้ล่ะ เท่าที่ฉันจำได้ฉันทุกตัวเองไว้กับต้นไม้แล้วหลับนี่นา?" ผมเลยถามทั้งที่ความจริงแล้วผมจะรู้สึกตัวอยู่ตลอดแต่ด้วยความขี้เกียจผมก็เลยไม่คิดจะตื่นขึ้นมาและให้พวกเขาแบกกลับมาที่ค่าย

               "พอนายหายไปเหล่าเจ้าหน้าที่ ก็ตามหากันจ้าละหวั่น พอเจอนายศักดิ์แล้วพวกเขาก็พานากลับมาที่นี่แหละ" เจคอปบอก

               "คาริเอลฉันขอโทษนะที่ฉันไม่เชื่อฟังคำของนาย ถ้าหากว่าฉันเชื่อคำนาย นายก็คงไม่ต้องมาล่อมีตัวนั้นออกไปแทนฉันอย่างนี้" แจ็คขอโทษด้วยความรู้สึกผิด ผมยิ้มให้เขาก่อนจะเอ่ยตอบว่า

               "ไม่เป็นไรหรอกเรื่องแค่นี้เองอีกอย่างฉันก็ไม่ได้เป็นอะไรกลับมาซะหน่อย" ผมว่าก่อนจะลุกขึ้นมาบิดตัวไปมาให้ดู ต่อมาไม่นานเจ้าหน้าที่ก็ได้เข้ามาเพื่อแจ้งเรื่องบางอย่าง

               "เนื่องจากว่าเกิดเหตุไม่คาดฝันและอันตรายระหว่างภารกิจเจ้าหน้าที่จึงได้ทำการตัดภารกิจแรกออกไป ทุกคนเตรียมตัวฝึกภารกิจต่อไปได้" ว่าจบแล้วเจ้าหน้าที่คนนั้นก็ได้เดินออกไป พวกผมก็เดินตามออกไปเช่นกันทุกคนได้มาเข้าแถวอยู่ที่หน้าร้านกว้างเหมือนเดิม

               สัปดาห์ที่ 1 ไม่ได้มีอะไรมาก แค่ให้ท่องกฎเกณฑ์ต่างๆของFBIจนขึ้นใจและสามารถท่องได้

               สัปดาห์ที่ 2 และ 3 พวกเราได้ทำการฝึกป้องกันตัวเองด้วยการใช้มือเปล่าต่อสู้และยังฝึหความแข็งแกร่งของร่างกาย ไม่มีการใช้อาวุธใดใดทั้งสิ้น แต่ก่อนที่จบภารกิจนี้พวกเราทั้งสองทีมก็ได้ต่อสู้กันเพื่อวัดความสามารถของแต่ละทีมว่าก้าวหน้ามากแค่ไหน

               สัปดาห์ที่ 4 และ 5 พวกเราได้ฝึกจู่โจมใต้น้ำ ซึ่งการฝึกนี่เป็นการฝึกแบบ SEAL เพิ่มการฝึกในน้ำและบนฝั่งและทางอากาศเข้าไปอีกจึงได้ชื่อว่า SEAL

               สัปดาห์ที่ 6 และ 7 ตอนนี้เป็นการฝึกทางอากาศ พวกเราจะต้องฝึกเพื่อต่อต้านการก่อการร้ายบนเครื่องบิน แรงถูกฝึกให้ใช้เครื่องบินรบ

               สัปดาห์ที่8 และ 9 จบจากการฝึกใช้เครื่องบินรบเสร็จแล้วพวกเราได้ส่งเข้าไปฝึกหาข้อมูลต่างๆที่จะเป็นภัยต่อสหรัฐอเมริกาและการก่อการร้ายในประเทศโดยใช้คอมพิวเตอร์

               สัปดาห์ที่ 10 และ 11 ได้รับการฝึกใช้อาวุธ ทั้งปืนมีดและอื่นอื่นอีกมากมายที่จะต้องใช้ในการทำภารกิจ การฝึกครั้งนี้เป็น 2 สัปดาห์สุดท้ายที่จะต้องทำการฝึกพร้อมเมื่อฝึกแล้วพวกเราจะได้รับการบรรจุเข้าเป็นเจ้าหน้าที่ระดับ1ทันที

               "วันนี้ก็เป็นวันสุดท้ายที่เราจะได้รับการฝึกจากทางค่ายทุกคนอดทนได้ดี และฉันก็หวังว่าพรุ่งนี้จะจดจำ 11 สัปดาห์นี้ไว้ในใจของพวกนายแล้วใช้มันในการปฏิบัติหน้าที่และภารกิจของพวกนายให้ดีที่สุด" ลูคัสว่าจบ ก็มีเหล่าเจ้าหน้าที่ที่เป็นรุ่นพี่ของพวกเรามายืนตรงหน้าพร้อมกับชุด เครื่องแบบของแผนก พร้อมกับตราสัญลักษณ์ของแผนก พวกเรารับมันมาอย่างภาคภูมิ 

               สำหรับผมแล้ว จะมีไม่มีก็มีค่าเท่ากันจุดประสงค์คือหาอะไรทำแก้เบื่อเท่านั้นอีกอย่างมาเจอสังคมเก่าๆบ้างคงจะดีไม่น้อย เดี๋ยวผมจะขอให้ท่านคาเอลส่งย้อนกลับไปสัก 2000 ปีดูบ้าง เผื่อจะเจอเรื่องที่น่าสนุกกว่านี้ ได้สามีกลับไปสักสิบคนคงไม่เลว หึๆ... เอาแล้วไง ความคิดและนิสัยเดิมๆไม่เคยลบออกจากหัวได้ทุกที ใบหน้าและร่างกายที่งดงามขนาดนี้ ต้องมีแต่คนรักคนหลงสิถึงจะถูก

               " ภารกิจวันสุดท้ายที่ต้องทำก็คือ กินแล้วก็กินกินให้มันพุงกางไปเลย!!"

               "เย้!!" ทุกคนต่างโห่ร้องดีใจเมื่อได้ยินคำนั้นจากปากลูคัส ตามด้วยอาหารต่างๆมากมายที่ยกมาเสิร์ฟตามโต๊ะ อาหารต่างๆมีมากมายจนกินแทบไม่หวาดไม่ไหว วันนั้นผมก็กินจนพุงกางไปเหมือนกัน ใครจะไปรู้ล่ะว่าการฝึกตบแล้วจะมีอาหารระดับภัตตาคารหรูหรามากมายมาให้กินกัน

               วันต่อมาพวกเราได้เก็บของเตรียมตัวขึ้นรถกลับระหว่างทางเราก็ดูจะสนิทกันมากขึ้น การแข่งขันของทั้งสองทีมหยุดไปแล้วไม่มีทีมไหนจะชนะเพราะการแข่งขันมีไว้เพื่อดูความสามัคคี ความเสียสละและความซื่อสัตย์สุจริตของพวกเราทั้งหมด นั่นคือเป้าหมายในการฝึก 11 สัปดาห์

               พวกเราทุกคนถูกบรรจุเป็นเจ้าหน้าที่ระดับ 1 พวกเราจะต้องเริ่มทำงานในสัปดาห์หน้า พวกเราถูกสั่งให้หยุดเพื่อทำการพักฟื้นร่างกายที่ฝึกหนักมาทั้ง 11 สัปดาห์ แม้จะเป็นเจ้าหน้าที่ระดับล่างแต่ จากประสบการณ์ของเราเทียบเท่าได้กับระดับ 3 เลยทีเดียว

---------------

               ผมกลับมาถึงบ้านแล้วเรียบร้อย อดที่จะคิดถึงเกรย์ไม่ได้จึงได้นำตัวมันออกมาพร้อมกับตุ๊กตาไม้ ผมทำให้มันกลับไปเป็นตุ๊กตาไม้ธรรมดาอย่างเดิมเพราะไม่จำเป็นต้องใช้มันแล้ว ทันทีที่เกรย์เห็นผม มันก็รีบเข้ามาออดอ้อนซุกหัวเข้าที่มือของผมแล้วถูไถไปมา

               "เกรย์ แกคิดถึงฉันไหม หืม?" ผมฟัดกับเจ้าเกรย์ไปหลายยก ความจริงผมก็กะจะหาเจ้าของที่ดีกว่าผมให้มันแต่คงไม่ใช่ตอนนี้แน่ อีกอย่างผมก็กะจะเลี้ยงมันจนกว่าจะกลับสวรรค์ อย่างน้อยมันก็ไม่ได้ทำให้ผมเหงานัก

               เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว ตัวย่างเข้าเดือนที่ 8 ที่ผมลงมายังโลกมนุษย์แล้ว ผมได้ซื้อคอนโดในสหรัฐอเมริกาหลังหนึ่งและมันยังอยู่ใกล้ๆกับ ที่ทำงานไม่ไกลมากเท่าไหร่และสั่งซื้อรถซื้อราเอาไว้ใช้ด้วย คอนโดหลังนั้นราคาประมาณ 300 ล้านเหรียญ เป็นราคาที่แพงสำหรับคนธรรมดาร้อยเท่าเลยทีเดียวแต่สำหรับผมเศรษฐีชั่วข้ามคืนที่ท่านคาเอลทำให้เป็น มันก็ง่ายดุจพลิกฝ่ามือ

               มีบางวันผมไปเห็นคนไร้บ้านผมก็เกิดสงสาร จึงได้ซื้อหมู่บ้านเล็กๆในชนบทก่อตั้งบ้านพักคนไร้บ้านขึ้นมา ผมอาจจะไม่ได้ทำอะไรมากแค่จัดตั้งคณะกรรมการเล็กๆเอาไว้เพื่อรับบริจาคเงิน กรรมการเหล่านั้นก็เป็นคนไร้บ้านเหมือนกันพวกเขาก็ยินดีที่จะช่วยผมรับบริจาคเงินมาช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน และผมก็เป็นคนที่ริเริ่มการบริจาคนี้ด้วยตัวเอง ยอดบริจาคก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แม้จะไม่ได้มากเท่าที่ควรแต่ก็ถือว่ามากพอจะช่วยเหลือคนเหล่านั้นได้ 

               ความจริงผมก็ไม่ได้เป็นคนใจบุญสุนทานขนาดนั้นหรอกแต่เพราะเห็นเพื่อนมนุษย์ตกยากผมก็สงสาร แม้มันจะเป็นน้ำใจเล็กๆน้อยผมก็ดีใจที่สามารถช่วยพวกเขาได้ อีกอย่างเงินที่ท่านคาเอลให้มาก็ใช้ไม่หมดสักทีนี้นะดีแล้วที่ทางการไม่ได้สงสัยผมเรื่องที่ผมมีเงินมากมายในบัญชี เรื่องนี้ก็คงจะเป็นท่านคาเอลอีกเหมือนกันที่จัดการทุกอย่างให้

               ผมยังไม่ได้เลื่อนตำแหน่งหรือว่าอะไรเพราะระดับ 1 ทำได้แค่เฝ้าฐานเท่านั้น ไม่ค่อยมีโอกาสได้ไปปฏิบัติภารกิจเท่าไหร่ ความสัมพันธ์ของผมและทุกๆคนก็เป็นไปด้วยดีผมไม่เจอหรอกเพื่อนเก่าแก่มานานมาแล้วหลายคน พวกเขายังคงแวะเวียนมาหาลูคัสอยู่บ่อยๆทําให้ผมได้เจอบ้าง ดูพวกเขายังคงสบายกันดี

               ดูเหมือนว่าหลังจากที่กลับมาจากค่ายนั้นลูคัส เด็กชอบมาวนเวียนใกล้ๆตัวผมอยู่เรื่อยๆ ไม่มีวันไหนเลยที่ผมจะไม่เห็นหน้าเขา บ่อยครั้งที่เขามาชวนผมไปนั่งกินกาแฟด้วยกันและถามเรื่องของตัวผมคนก่อนแล้วยังทำสายตาแปลกๆตลอดเวลา ซึ่งผมก็ตอบไปตามที่ผมรู้เกี่ยวกับตัวผม บางทีก็เผลอตอบไปทุกคําถามที่เขาถามมา จนลูคัสเริ่มสงสัยว่าผมรู้ได้ยังไงแต่ผมก็แค่ตอบไปว่าก็ผมเป็นญาติห่างห่างผมก็ต้องรู้เรื่องญาติบ้างไม่มากก็น้อย และคำตอบนั้นก็ทำให้ผมรอดตัวไปได้ทุกที จนทุกวันนี้ตอนเช้าลูคัสก็ยังชอบมาชวนผมไปกินกาแฟและนั่งคุยจนเป็นกิจวัตรประจำวันไปแล้ว...


----- 100% -----



#งานไรท์เยอะเหลือเกินเลยเค้นสมองไม่ค่อยจะออกเท่าไหร่ ตอนนี้เลยดูเนื้อหาแปลกๆ แต่ไรท์จะพยายามต่อไปค่ะ

#คำผิดโคตรเยอะ ไรท์ทำการแก้ไขเรียบร้อย ขอไปปั่นงานต่อก่อนนะคะรีดเดอร์




  
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 57 ครั้ง

1,408 ความคิดเห็น

  1. #1248 KATE ^^ (@Kettipa) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 6 เมษายน 2561 / 23:43
    ร่างมนุษย์จะมีฮาเร็มอีกไหมหนอ?
    +.+
    #1248
    0
  2. #493 mangpor43 (@por2543) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2560 / 22:51
    หรือลูคัสจะชอบคาริเอล (คนก่อน) นะ?
    #493
    0
  3. #278 Kornkanoklemsa (@Kornkanoklemsa) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 28 มกราคม 2560 / 09:52
    รออยู่น้าาา
    มาต่อไวๆล่ะ><
    #278
    0
  4. #276 123_Care (@123_Care) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 26 มกราคม 2560 / 23:06
    รออยู่ค่าาา
    #276
    0
  5. วันที่ 26 มกราคม 2560 / 17:16
    รออยู่น้าาาา
    #275
    0
  6. #274 phatcharaa (@phatcharaa) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 26 มกราคม 2560 / 09:53
    รอเเสมอค่า
    #274
    0
  7. #273 คนผ่านมา (@ras21) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 26 มกราคม 2560 / 09:36
    ลงเรือลูคัส
    #273
    0
  8. #272 กษิดิศ ปักษี (@zamakbigbag) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 26 มกราคม 2560 / 07:09
    ลูคัสนี่ มีsomething นะ555
    #272
    0
  9. #271 ebony967 (@ebony967) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 25 มกราคม 2560 / 23:49
    ลูคัสชอบอาริเอลตั้งแรกก่อนตายแหงๆแหมๆเพื่อนกันหวานดี
    #271
    0
  10. #270 Enzo (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 25 มกราคม 2560 / 22:58
    รอต่อจร้าาาาาาาาาาาาาาาาาาา

    //คำผิดเยอะอยู่น้าาาาา
    #270
    0
  11. #269 Furuno (@27355) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 25 มกราคม 2560 / 22:48
    55555 คาเอลร้ายมากกกก
    นี่คิดคำนวณไว้สำหรับอนาคนแล้วซินะ 555 กะจะเก็บเข้าฮาเรฌมกี่คนดีรอบนี้ รอตอนต่อไปจ้าาา สู้ๆน๊
    #269
    0
  12. #268 Kornkanoklemsa (@Kornkanoklemsa) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 25 มกราคม 2560 / 22:47
    มีคำผิดนิดเดียวเอง. รอตอนต่อไปนะคะ มาต่อไวๆน้าาาา
    #268
    0
  13. #267 Pran12345 (@Pran12345) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 25 มกราคม 2560 / 22:42
    เอลเอลเท่มาก รอตอนต่อไปน้าาาาา
    #267
    0
  14. #266 Atk. S. (@lertwarachai) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 25 มกราคม 2560 / 22:41
    มีคำผิดนิดหน่อย
    #266
    0
  15. #265 0996894556 (@0996894556) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 25 มกราคม 2560 / 22:41
    สู้ๆค่ะไรท์
    #265
    0