เรียกข้าว่า | คาริเอล | [Yaoi]

ตอนที่ 12 : | 11 | เพื่อน [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,575
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 68 ครั้ง
    15 ก.พ. 60

11

เพื่อน


               ผ่านมาสี่วันคาริเอลใช้ชีวิตได้อย่างสงบสุขมากไม่มีเรื่องให้กวนใจหรือมีใครมา เบอร์โทรศัพท์ถูกเปลี่ยนและตัดการติดต่อทุกอย่างจากโลกภายนอก ระหว่างที่อยู่ในห้องคาริเอลก็ได้หาอะไรทำ เช่นดูหนัง ฟังเพลง เล่นเกม ทำอาหาร หรือศึกษาเกี่ยวกับประเทศเกาหลีที่อีกไม่กี่วันข้างหน้าจะย้ายไป กระเป๋าที่เก็บเอาไว้นานแล้วถูกเก็บเอาไว้ก่อน

               ระหว่างที่เขาไม่อยู่มีอะไรที่น่าสนใจเกิดขึ้นมากมาย เมื่อก่อนเขาไม่เคยสนใจดาราหรือว่าคนดังอะไรทั้งนั้น แต่พอได้มาดูแล้วก็คิดว่าเขาคงต้องศึกษาอะไรเพิ่มเติมอีกมากเลยทีเดียว วีซ่าถูกต่อเป็นเวลาสิบปีเพราะต้องการเข้าไปอยู่ในเกาหลีแบบระยะยาวอาจจะมากกว่าหนึ่งปี ถ้าไม่เกิดเรื่องอะไรขึ้นอีกซะก่อนนะ

               ปิ๊งป่อง ~

               "ใครมากันนะ?" เสียงกดออดหน้าห้องดังเตือนคนที่วุ่นวายอยู่กับห้องครัวให้รู้สึกตัว มือขาวเนียนยกขึ้นแกะผ้ากันเปื้อนสีชมพูหวานออกก่อนจะเดินไปดูมอนิเตอร์ บนหน้าจอปรากฏคนสองคน แววตาของคาริเอลสั่นเล็กน้อยถอนหายใจหนึ่งครั้งก่อนเปิดประตู

               "สวัสดี คาริเอล" ผู้มาใหม่ทั้งสองเอ่ยสวัสดี

               "ต้องการอะไร?" น้ำเสียงเรียบๆเอ่ยตอบกลับ

               "ให้พวกฉันเข้าไปสิ" คาริเอลเอียงตัวให้ทั้งสองคนนั้นผ่านประตูเข้ามา

               "ต้องการอะไร?" ร่างบางถามอีกครั้งเมื่อนั่งลงที่โซฟา ผู้มาใหม่หนึ่งคนนั่งลงตรงข้ามและอีกคนเดินดูภายในห้อง

               "อ้าว! นี่นายเลี้ยงหมาด้วยเหรอ" เกรย์ที่ตอนนี้ตัวโตกว่าตอนแรกๆขึ้นมามากหน่อยจนดูเหมือนหมาแตกหนุ่มแล้วแถมด้วยกลมอ้วนกำลังจะถูกอุ้มโดยผู้ที่ไม่เคยเห็นมันก็เกิดเห่าขึ้นมา

               โฮ่ง!

               "อ๊ะ! เจ้าหมานี่!" ก่อนจะวิ่งดุ๊กดิ๊กมาหาเจ้านายของตัวเองเพราะเห็นคนกำลังจะทำร้ายมัน

               "โอ๋ๆ ไม่เป็นไรนะเกรย์ ฉันจะไม่ให้ใครทำร้ายแกหรอก" มือเรียวลูบที่หัวเพื่อคลายความกังวลให้น้องชายต่างพันธุ์

               "ต้องการอะไร ความอดทนของฉันมีไม่มากหรอกนะ"

               "พวกฉันมาวันนี้เพราะเรื่องเดียว" คาริเอลเลิกคิ้ว เขาไม่รู้ว่าสองคนนี้มาทำไมและต้องการอะไรถ้าหากมาทำสงคราม เขาก็พร้อมรับอย่างเต็มอัตราศึก! "ต้องการเท่าไหร่?"

               "อะไร?"

               "นายต้องการเท่าไหร่ถึงจะเลิกยุ่งกับคุณลูเซียสและคุณเวสเปอร์" คาริเอลถึงกับร้องอ๋อ มาที่นี่เพราะเรื่องนี้เองสินะ ดี! ต้องการเท่าไหร่ใช่ไหม ..นึกแล้วคาริเอลก็ลุกขึ้นเดินไปเอาบัญชีที่มีตัวเลขมหาศาลอยู่ในนั้นมาทิ้งไว้บนโต๊ะ

               "เท่านี้ พวกนายหามาให้ฉันได้ไหมล่ะ?" บลัดเมทคนพี่หยิบขึ้นไปดู แล้วก็ต้องตาเบิกกว่างเมื่อเห็นตัวเล็กที่อยู่ในนั้นคนน้องที่เดินมาดูก็เช่นกัน เลขศูนย์ต่อท้ายจำนวนมากอยู่หลังเลขเก้าเป็นจำนวนที่มากมายเกินไป เกินกว่าที่เขาทั้งสองจะจ่ายไหว แม้จะขายกิจการของทางบ้านทั้งหมดก็ไม่อาจหามาได้ "ถ้าหามาไม่ได้ ก็มีอีกทางที่พวกนายจะทำได้นะ อยากให้ฉันบอกให้ไหมล่ะ?"

               "อีกทางอะไร?"

               "พวกนายก็แค่ไปบอกให้คนรักของพวกนายเลิกยุ่งกับฉันซะ เพราะถ้าทั้งสองมายุ่งพวกนายจะมาโทษฉันไม่ได้แล้ว คงต้องโทษตัวของพวกนายเองที่ไม่มีปัญญาควบคุมคนของตัวเองให้ดี หึ!" ร่างบางแค่นเสียงบอกไป บลัดเมททั้งสองที่ตอนนี้ได้แต่กำหมัดด้วยความโกรธ "พวกนายกลับไปได้แล้ว ฉันหวังว่าพวกนายคงจะไม่มาเหยียบที่นี่อีก เพราะเเมื่อมาอีกทีเราคงจะไม่ได้เจอกันแล้ว ลาก่อน"

               "ฝากไว้ก่อนเถอะ!" 

               "อย่าลืมมาเอาคืนล่ะ" ทั้งสองเดินปึงปังออกไป จะว่าไปแล้วทำไมพวกนั้นถึงได้รู้ว่าเขาอยู่ที่นี่ล่ะ คาริเอลสงสัยแต่ก็ไม่ได้ใส่ใจจะหาความจริงในเรื่องนี้ ร่างบางเดินกลับเข้ามาในครัวเพื่อทำอาหารที่ทำค้างไว้ให้เสร็จ คราวนี้เขาหวังว่าจะไม่ได้เจอลูซกับเวสเปอร์อีก

---------------
วันต่อมา

               ปิ๊งป่อง~

               เสียงกดออดประตูดังขึ้นคาริเอลที่กำลังดูหนังอยู่ต้องเดินไปเปิดประตูโดยลืมมองมอนิเตอร์ดูว่าใครมา ลูเซียสกับเวสเปอร์ยืนอยู่หน้าห้อง คาริเอลก็ไม่ทราบเหมือนกันว่าพวกเขาจะหาที่อยู่ได้ คงเป็นบลัดเมทสองคนนั้นสินะ

               "พวกคุณ..."

               "เราคงมีเรื่องที่ต้องคุยกันหน่อยแล้วล่ะ" ทั้งสองถูกเชิญเข้ามาในห้อง

               "มีอะไรครับ?"

               "นายทำเกินไปรึเปล่า?" เวสเปอร์บอก

               "ผมทำอะไร?" เรื่องอะไรอีกล่ะเนี่ย!

               "ฉันรู้ริเอล ว่านายไม่ชอบบลัดเมททั้งสองคน แต่นายก็ไม่ควรทำรุนแรงแบบนั้นนะ" คาริเอลฟังแล้วไม่เข้าใจได้แต่ขมวดคิ้ว

               "ผมทำอะไร?"

               "ฉันคงมองเธอผิดไป" เวสเปอร์ยังคงพูด

               "..."

               "เอ็ดมันด์กับเอ็ดเวิร์ดตอนได้รับบาดเจ็บหลังจากที่ออกมาด้านนอก ตอนนี้อยู่ที่ห้องของพวกฉัน นายพอจะรู้เรื่องนี้รึเปล่า?" ลูเซียสพูดบ้าง

               "รู้อะไรล่ะ?" เขาไม่รู้เรื่องยังจะให้เขารู้อะไรอีกล่ะ!

               "ทั้งสองคนบอกว่านายเป็นคนทำร้ายเขา" หึ คาริเอลแค่นเสียงเริ่มที่จะหมดความอดทน บอกให้ไปบอกให้คนพวกนี้เลิกยุ่งกับเขา แต่กลับทำแบบนี้ คิดเหรอว่าเขาจะทน บุญคุณที่เขาเคยถูกช่วยไว้ถือว่าหายกะน แต่นี่มันล้ำเส้นเกินไป

               "เหรอ ...แล้วพวกคุณก็เชื่อว่าผมทำงั้นสิ?" คำถามนี้กระตุ้นให้ทั้งสองเริ่มครุ่นคิด จนเสียงเรียบๆจากริมฝีปากสวยก็ดังขึ้น "มานี่สิ เดี๋ยวจะพาไปดูอะไร"

               ที่คอนโดมีกล้องวงจรปิดอยู่คาริเอลอยากจะใช้เป็นหลักฐานยืนยันความบริสุทธิ์ของตน ทั้งที่ไม่จำเป็นสักนิดที่จะต้องอธิบายกับคนพวกนี้ ภาพในจอบอกได้ทุกอย่างว่าเมื่อวานทั้งสองคนนั้นมาหาเขาและออกไปแบบไร้รอยขีดข่วน แล้วหลังจากนั้นร่างบางก็ไม่ได้ก้าวออกจากห้องเลยแม้แต่ก้าวเดียว

               "ก่อนอื่นคุณควรจะไปเช็คก่อนนะว่ามันเป็นความจริงรึเปล่าก่อนจะมากล่าวหาผมเพราะถ้าเป็นเมื่อก่อน ผมคงยอมรับ แต่เมื่อตอนนี้ผมไม่ผิดผมจะไม่ยอมรับและไม่ยอมให้ใครมาว่าร้ายผมเด็ดขาด เข้าใจไหมครับ?"

               "..." ทั้งสองได้แต่นิ่งเงียบ จริงที่คาริเอลว่า พวกเขาไม่ได้สืบให้รู้ความแต่ทันทีที่รู้ก็มาหาคาริเอลเลยที่อยู่นั้นพวกเขารู้อยู่แล้วเพียงแค่ให้คนตามสืบนิดหน่อยก็หาได้ไม่ยาก ด้วยความที่เพิ่งทำนิสัยไม่ดีใส่จึงไม่ได้มาหาให้เร็วกว่านี้ แต่เรื่องที่บลัดเมททั้งสองคนมาหาพวกเขาไม่รู้จริงๆ

               "พาผมไปดูทั้งสองคนนั้นหน่อยสิ"

               "อืม..." ในตอนนั้นทั้งสองก็พาคาริเอลมายังห้องของลูคัสในสภาพเหม่อนิดๆ ...บลัดเมททั้งสองนอนอยู่ที่เตียงที่หัวถูกพันด้วยผ้าพันแผลและร่างกายก็มีผ้าพันไว้ช่วงท้อง หน้าตายามสลบไสลช่างดูไม่มีพิษไม่มีภัยอะไร 

               "ก็ไม่เห็นเป็นอะไรมากนิ"

               "นายเป็นคนทำจริงหรอ?" ลูคัสที่กำลังจะไปทำงานเอ่ย เขาไม่เชื่อเหมือนกันว่าคาริเอลจะเป็นคนทำทั้งสองคน เมื่อวานทั้งสองคนก็บอกว่าร่างบางเป็นคนทำ แต่ลูคัสอีกคนล่ะที่ไม่เชื่อเรื่องนั้น

               "เปล่า ฉันไม่ได้ทำ เพราะถ้าหากฉันทำทั้งสองคนคงไม่บาดเจ็บเท่านี้แน่ พวกนายทั้งสองคนน่ะตื่นขึ้นมาได้แล้ว อย่าคิดว่าฉันไม่รู้ว่าพวกนายไม่ได้หลับอยู่จริงๆ" สิ้นเสียงผู้ที่นอนอยู่บนเตียงก็ตื่นขึ้น

               "นายจะทำอะไรพวกเรา?" สองพี่น้องค่อยๆยันตัวลุกขึ้นแสร้งทำท่าทางหวาดกลัวคาริเอลได้สมบทบาทจนคาริเอลปรบมือให้ในใจ

               "นี่พวกนายเลิกเล่นละครได้แล้ว เขารู้ความจริงกันหมดแล้ว" เสียงหวานเอ่ย "ฉันบอกแล้วไม่ใช่เหรอว่าความอดทนของฉันมีไม่มากนัก แต่พวกนายก็ยังทำให้ฉันหมดความอดทน อยากให้พวกเขารู้ทั้งหมดไหมว่าทำอะไรฉันไว้บ้าง"

               "..." สบกับสายตาเย็นยะเยือกที่คาริเอลส่งมาให้ทั้งสองพี่น้องก็เกิดกลัวแล้วส่ายหัว เมื่อวานทั้งสองลืมคิดไปเลยว่าคนตรงหน้าไม่ใช่คนธรรมดาที่สามารถต่อกรด้วยได้ แต่พวกเขาก็ยังทำมันแม้จะรู้ว่าไม่นานก็ต้องความแตกแต่กลับไม่คิดว่าจะเร็วขนาดนี้

               "นี่ลูเซียส เวสเปอร์ พวกคุณควรจะดูแลบลัดเมทของคุณให้ดีๆหน่อยนะ ไม่งั้นผมก็แนะนำให้พวกคุณหาใหม่ซะ คุณคงรู้อยู่แล้วใช่ไหม ว่าทั้งสองคนนี้ทำอะไรผมบ้าง"

               "อืม รู้อยู่แล้วล่ะ" ทำไมจะไม่รู้ หลังจากลูเซียสจูบคาริเอลวันนั้น ทั้งคำพูดและทุกอย่างเขาจำได้อย่างละเอียด ก่อนจะรู้เรื่องที่ทั้งสองคนทำอะไรไว้บ้าง ยังมีอีกหลายอย่างที่เขาจับได้แต่ไม่พูดออกมา เพราะบลัดเมทไม่ใช่จะหาได้ง่ายๆ

               "แล้วคุณจะไม่ทำอะไรให้ผมได้รับความเป็นธรรมหน่อยเหรอ?"

               "เอ็ดมันด์ เอ็ดเวิร์ด ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปฉันขอปลดนายออกจากการเป็นบลัดเมท"

               "ไม่ ไม่นะครับ พะ...พวกเราขอโทษ" ทั้งสองคนแทบสิ้นสติ แม้จะรู้กฏดีแต่ไม่คิดว่าเพราะคนๆเดียวจะทำให้ลูเซียสถึงกับปลดพวกเขาออกง่ายดาย แถมยังส่งสายตาเย็นชาขนาดนั้นด้วย

               ลูเซียสไม่รู้สึกเสียใจสักนิด ก่อนหน้านี้เขาเพิ่งรู้ตัวว่าตัวเองไม่ต้องดื่มเลือดมนุษย์เป็นอาหารอีกต่อไปแล้ว แม้จะไม่อยากเชื่อก็ต้องเชื่อเพราะเมื่อได้ดื่มกินก็รู้สึกว่าเลือดไม่ช่วยให้ร่างกายหายหิวได้เลย แถมยังได้กลิ่นอาหารที่คาริเอลเคยทำอีก กลิ่นหอมๆน่าทานนั่นทำให้เขาเริ่มรู้ตัวว่าไม่จำเป็นต้องกินเลือดก็ได้ อาจเป็นช่วงเดียวกับที่ช่วยคาริเอลมาล่ะมั้งที่รู้ว่าตัวเองเปลี่ยนไป พอคิดไปคิดมาสิ่งที่ทำให้เปลี่ยนมีอยู่อย่างเดียวคือเลือดของร่างบางที่เขาเคยลิ้มรสมาเท่านั้น

               "เห็นแก่ที่พวกนายเป็นคนรักของทั้งสองคนนั้น ฉันจะไม่เอาโทษอะไรกับพวกนายแล้วกัน แต่..." คาริเอลยกมือขึ้นมากางพร้อมร่ายอะไรบางอย่างเบาๆ "ข้าขอสาปเจ้า ให้ทุกคนจะต้องเกลียดชังเจ้า สิ่งร้ายๆที่พวกเจ้าทำมาทั้งหมดจงย้อนกลับคืนสู่ตัวเจ้า"

               "คนรัก? ฉันไม่เคยมีคนรัก" ลูเซียสเอ่ยขึ้น

               "หืม วันนั้นผมยังเห็นคุณจูบกับ..." เผลอพูดไปเสียแล้ว แต่ช่างเถอะ

               "เรื่องนี้เองรึเปล่าที่ทำให้นายออกจากบ้านมา?" ลูเซียสได้ยินแล้วเขาเพิ่งรู้ว่าสาเหตุที่แท้จริงคือเรื่องนี้เอง 

               "ที่นายเห็นมันไม่ใช่อย่างที่นายคิด เรามีข้อตกลงกันนิดหน่อย ระหว่างการเป็นบลัดเมทนั้นทั้งสองคนขอให้เรามอบจูบให้แลกกับการเป็นบลัดเมธ" เวสเปอร์เอ่ย

               "เหรอ แล้วยังไง จะเป็นหรือไม่ได้เป็นก็ไม่เกี่ยวอะไรกับผมนี่?" คราวนี้ทั้งลูเซียสและเวสเปอร์ต่างก็เงียบคาริเอลเดินออกมาจากห้อง ขณะที่คาริเอลกำลังจะเดินออกไปจากคอนโดก็ถูกคว้าไว้โดยมือของลูคัส

               "ฉันขอถามอะไรหน่อยได้หรือเปล่า"

               "ว่ามาสิ" คาริเอลไม่ได้รู้สึกไม่ดีกับลูคัส อีกอย่างเขาก็ทิ้งทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับทั้งสี่คนที่อยู่ในห้องนั้นไปแล้ว คราวนี้คงไม่ต้องมีอะไรให้กังวลอีก แม้ใจจะดีใจอยู่บ้างที่ทุกอย่างมันไม่เป็นอย่างที่คิด แต่ก็ช่วยไม่ได้ล่ะนะ ...ตอนนี้เขาทิ้งความรู้สึกทุกอย่างไปแล้วนี่นา ปัญหาที่เหลือคงมีเพียงคนที่อยู่ตรงหน้าที่แหล่ะ

               "ตอนที่อยู่ที่โบสถ์ ฉันได้ยินทุกอย่าง แค่อยากรู้ว่ามันจริงรึเปล่า" ลูคัสว่า

               "ในมือรู้แล้ว ฉันก็คงไม่ต้องปิดบังสินะ" สรรพนามที่ใช้เรียกแทนตัวเองเปลี่ยนไป  รู้อยู่แล้วล่ะว่าลูคัสอยู่ที่นั่น แต่เขาแค่ไม่พูดออกมาเท่านั้น "สิ่งที่นายได้ยินทุกอย่างคือความจริง ฉันคือเอ็กซ์ตรีมที่เกิดใหม่"

               "..." ลูคัสถามไปก็เพื่อให้แน่ใจว่าตัวเองไม่ได้คิดผิด คราวนี้เขาก็ยืนยันได้แล้ว ลูคัสไม่รีรอที่จะคว้าตัวคาริเอลเข้ามากอดไว้ ความดีใจเพิ่มขึ้นมากกว่าเดิมเมื่อได้ยินคำยืนยันจากปากของร่างบาง คาริเอลก็ตกใจเช่นกันที่จู่ๆก็ถูกคว้าไปกอด อ้อมกอดของลูคัสยังคงอบอุ่นเหมือนเดิม มือบางยกขึ้นมากอดตอบมืออีกข้างลูบหัวเหมือนที่เคยทำเมื่อตอนเป็นเอ็กซ์ตรีม คงจะคิดถึงมากสินะ "เป็นคุณจริงๆ...อึก"

               "อืม เป็นฉันเอง ลูคัสนายหยุดร้องไห้ได้แล้ว" เมื่อได้ยินเสียงสั่นๆและรู้สึกถึงความเปียกชื้นที่บ่าก็พูดเอ็ดคนตัวสูงกว่า คาริเอลมองเห็นลูเซียสกับเวสเปอร์ที่เดินออกมาพอดีแล้วก็สังเกตเห็นด้วยว่าแววตาของลูเซียสสั่นไหว หึ! ให้รู้ซึ้งเสียบ้างก็ดี เจ้าแวมพ์เย็นชาเอ้ย ..ร่างบางคิดในใจ

               "ผมนึกว่าจะไม่เจอคุณอีกแล้ว"

               "ฉันก็อยู่นี่แล้วไง จริงสิ ฉันมีอะไรจะถามนายเหมือนกันลูคัส"

               "เรื่องอะไรเหรอ?" ลูคัสยังคงไม่ผละออกจากตัว

               "นายเป็นแวมพ์ใช่ไหม?" ...

_______________

               "..." ลูคัสชะงักแถมยังเกร็งตัวเมื่อได้ยินคำถามที่เพิ่งออกจากปากคาริเอล เดาได้ไม่ยากว่าสิ่งที่ถามไปคือความจริง "คุณรู้ได้ยังไง?"

               "นายอาจจะไม่สังเกต แต่ฉันสังเกตมาตลอดเวลา นายตัวเย็นเวลาที่นายสัมผัสฉันทำให้ฉันรับรู้ได้ แรงนายเยอะอย่างเมื่อกี้ที่ดึงฉันเข้าไปกอดนายก็ออกแรงมากเกินไป ถ้าฉันเป็นคนธรรมดาคงกระดูกหักไปแล้ว แล้วก็อีกอย่างซึ่งก็คือ นายรู้จักกับลูเซียสและเวสเปอร์นั่นเป็นสิ่งที่ฉันยืนยันได้ว่านายต้องเป็นแวมพ์" ร่ายยาวจบรวดเดียวตามข้อสันนิษฐานของตัวเองและตบท้ายด้วยว่า "แต่แปลกที่นายโดนแสงได้ ...มีอะไรจะสงสัยอีกไหม?"

               "คุณยังคงเหมือนเดิมไม่มีผิดเลย อืม... ผมเป็นแวมพ์ เพิ่งเป็นเมื่อก่อนหน้านี่หนึ่งปี ที่โดนแสงได้นั้นอาจเป็นเพราะคุณลูเซียสก็โดนได้ล่ะมั้งครับ" คนตัวโตยอมรับ

               "ไหนลองเล่าให้ฉันฟังหน่อยสิว่าทำไมนายถึงได้เป็นแวมพ์" คาริเอลจับจูงมือลูคัสเข้ามาในห้องรับแขกดึงให้นั่งลงข้างๆกัน

               "เรื่องไม่มีอะไรมากหรอกครับ แค่พวกเราถูกคุณลูเซียสและคุณเวสเปอร์ช่วยเอาไว้ตอนไปปฏิบัติภารกิจ ก่อนหน้านั้นพวกเราถูกส่งไปทำภาระกิจเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ แต่เราดันไปพบว่าภารกิจที่พวกเราถูกสั่งให้ไปทำไม่ใช่การค้ามนุษย์ธรรมดามันเป็นการค้ามนุษย์เพื่อส่งให้เป็นอาหารของแวมพ์แต่ก็สายเกินกว่าที่เราจะหนีออกไปทัน พวกเราถูกพวกมันรุมเล่นงานปางตาย แต่ก็รอดมาได้เพราะคุณลูเซียสกับคุณเวสเปอร์ช่วยไว้ก่อน"

               "เดี๋ยวนะ นายบอกว่าพวกเรา?"

               "ใช่ครับ พวกเราทุกคนในทีมถูกช่วยไว้โดยคุณลูเซียสและคุณเวสเปอร์ ดังนั้นพวกเราจึงทำงานให้ทั้งสองเมื่อพวกเขาต้องการเรียกใช้"

               "อย่างนั้นเองหรอกเหรอ มิน่าพวกนั้นถึงหาฉันเจอ เพราะนายเองสินะ"

               "ผมแจ้งไปก็จริง ตอนนั้นผมยังไม่แน่ใจเรื่องรุ่นพี่ด้วย" แท้จริงแล้วลูคัเป็นคนแจ้งเรื่องคาริเอลและคอยจับตามองมาตลอก ตอนแรกก็ไม่นึกว่าทั้งสองจะตามหาคนๆนี้ แต่เมื่อแน่ใจแล้วค่อยส่งข่าวไป ไม่นึกว่าจะเป็นรุ่นพี่เอ็กซ์ตรีมด้วยซ้ำ

               "ช่างมันเถอะ แล้วนายมีบลัดเมทด้วยรึเปล่า?" ประเด็นสำคัญมันอยู่ตรงนี้ต่างหาก

               "ไม่ครับผมไม่มีบลัดเมท" ลูคัสสายหัวปฏิเสธ

               "หืม... แล้วปกตินายกินอาหารยังไงถ้าไม่มีบลัดเมท?" คาริเอลยิ่งสงสัยเข้าไปอีก

               "คุณจำ 'แลนด์' ได้รึเปล่า"

               "แลนด์... เจ้าหนอนหนังสือน่ะเหรอ?" คาริเอลจำได้ว่าแลนด์นั้นเป็นหนึ่งในทีมของเขาเมื่อก่อน เป็นหนอนหนังสือและอัจฉริยะมาก

               "ใช่ ตอนนี้เขาเป็นหัวหน้าทีมแพทย์ที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาแผนกใหม่ของทางFBI เขาก็เพิ่งจะรับตำแหน่งได้ไม่นานเวลาหิวผมจะไปรับเลือดมาจากที่นั่นเลือดจากการบริจาคเลือดผมดื่มนั่นแทนการดื่มเลือดสดๆจากมนุษย์เป็นๆ" ลูคัสบอกหมดทุกอย่างคอนนี้ทั้งลูเซียสและเวสเปอร์ราวกับเป็นธาตุอากาศระหว่างสองคนไปแล้ว

               "แล้วตอนนี้กินอะไรรึยังล่ะ?"

               "เอ่อ มันยังเช้าอยู่ ผมเลยยังไม่ได้ทานอะไร"

               "แล้วตอนนี้หิวไหมล่ะ"

               "เอ่อ ..ก็หิวนิดหน่อย" แม้ลูคัสจะสงสัยว่าถามทำไม แต่ก็ตอบทุกอย่างที่ร่างบางอยากรู้

               "กินสิ" เสียงหวานเอ่ย

               "หืม?" ลูคัสยังคงไม่เข้าใจ

               "หมายถึงเลือดนะ... กินสิ" คาริเอลบอก ตาก็จ้องตาของอีกฝ่ายด้วย

               "เอ่อ... เดี๋ยวผมขอตัวไปเอาถุงเลือดในตู้เย็นก่อน" ลูคัสกำลังจะลุก แต่ถูกคาริเอลเรียกไว้ก่อน

               "เดี๋ยวก่อนสิ...ฉันไม่ได้หมายถึงเลือดอยู่ในตู้เย็น ที่ฉันหมายถึงก็คือให้นายกินเลือดของฉันต่างหากล่ะ" คำกล่าวนั้นทำให้ผู้ชายสองคนชะงักไปตามๆกัน ยกเว้นก็แต่เพียงเวสเปอร์รายนั้นแค่ขมวดคิ้วเล็กน้อย

               ลูคัสจะชะงักไปแต่ใบหน้าของเขากลับเห่อแดงจนคาริเอลยิ้มน้อยๆ ค่อยบรรจงปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตออกทีละเม็ดๆแล้วดึงให้มันตกมาที่หัวไหล่ขาวเนียน ดีที่ปลดกระดุมเพียงสามเม็ดยังไม่ได้ปลดหมด ท่าทางนั้นทำเอาลูคัสและลูเซียสใจกระตุก

               "เอ่อ...คือจะดีเหรอรุ่นพี่" ลูคัสกลืนน้ำลายลงคอ

               "อื้อ ดีสิ" คราวนี้คาริเอลผลักลูคัสพิงกับโซฟาหรูแล้วขึ้นนั่งตัก เขาต้องการจะเอาคืนลูเซียสและทดแทนช่วงเวลาที่ไม่ได้อยู่ใกล้ชิดลูคัสสองปีเมื่อก่อนเขาไม่รู้ว่าลูคัสคิดยังไงแต่ตอนนี้จากท่าทางที่เห็นเขาคงต้องขอเข้าข้างตัวเองหน่อย สองแขนเรียวยกขึ้นคล้องคอลูคัสหลวมๆท่ามหลางบรรยากาศที่เริ่มหนาวเหน็บขึ้นมา

               "เอ่อ...  จะให้กินตรงนี้เลยเหรอ?" ลูคัสยังคงเก้ๆกังๆด้วยเพราะความตกใจที่ถูกคาริเอลอ่อยไม่ทันตั้งตัว

               "ถ้าลำบากใจนัก ลูไม่ต้องกินก็ได้" คำเรียกขานใหม่ทำเอาลูคัสใจกระตุกแล้วเหมือนมีมดหลายตัวมารุมกัดกิน คาริเอลทำท่าจะลุก แต่ก็ถูกเกี่ยวเอวไว้ใบหน้าหล่อเหลาซุกลงที่คอของร่างบางพร้อมเขี้ยวที่กัดลงตรงซอกคอ "อ๊ะ ...เบาๆหน่อยสิ"

               "อึก..." เลือดที่หวานยิ่งกว่าผู้ใดไหลลงคอลูคัส เขาดื่มกินอย่างเอร็ดอร่อยท่ามกลางสายตาของอีกสองคน รอบๆลูเซียสยิ่งมีแต่รังสีทะมึนและความเย็นที่แผ่ออกมาแต่นั่นไม่สามารถทำอะไรทั้งสองที่กอดเกี่ยวกันอยู่ที่โซฟาได้เลย จนลูเซียสตัดสินใจบางอย่างได้เขาเดินเข้าไปซ้อนหลังกัดเข้าที่คออีกข้าง

               "พอแล้ว พวกนายกินเยอะไปแล้ว" เสียงหวานเอ่ยทำให้ลูคัสและลูเซียสผละออกมาอ้อยอิ่งไม่ลืมที่จะทำความสะอาดด้วยการเลียเลือดที่เปื้อนตรงปากแผลให้ด้วย แต่สิ่งที่ทำให้แปลกใจก็คือแผลที่เริ่มจะสมานเข้าหากันเพียงไม่นานก็หายเหลือเพียงผิวเนื้อขาวนวลดังเดิม

               "ที่คุณบอกว่าคุณไม่ใช่มนุษย์เรื่องจริงรึเปล่ารุ่นพี่?" ลูคัสถามสิ่งที่ได้ยินก่อนหน้านี้

               "อืม" คาริเอลยิ้มให้ก่อนจะลุกจากตักของลูคัสหันกลับไปจ้องลูเซียส "ขอบคุณที่ช่วยลูคัสและคนอื่นๆนะครับ ทำไมคุณถึงได้มากินเลือดของผมล่ะ ลูเซียสคุณเคยบอกว่าจะไม่กินเลือดร่วมกับคนอื่นไม่ใช่รึไง?"

               "ฉันทนไม่ได้..."

               "อะไรที่คุณบอกว่าทนไม่ได้?"

               "ทนไม่ได้ที่นายถูกคนอื่นกิน ทนไม่ได้ที่นายถูกคนอื่นกอด ทนไม่ได้ที่นายหายออกจากบ้านโดยไม่บอกฉันเลย ทนไม่ได้ที่นายหลบหน้า ฉันทนไม่ได้!" ลูเซียสไม่เข้าใจความรู้สึกนี้และเขาไม่ชอบเอามากๆ

               "แล้วไม่คอกว่าผมจะทนไม่ได้บ้างรึไง?"

               "..." ทั้งลูเซียสและเวสเปอร์ต่างก็เงียบ ความรู้สึกผิดเริ่มก่อตัวขึ้นในใจ 

               "รู้ไหมว่าผมต้องทนมากแค่ไหน ในระยะเวลาสามเดือนที่อยู่กับพวกคุณ ผมถูกรังแกและถูกแกล้งมาตลอด พวกคุณรู้มาตลอดว่าผมถูกรังแกแต่พวกคุณเคยช่วยผมไหม ไม่! พวกคุณไม่ช่วยผมสักครั้ง ผมทนได้ขนาดนั้นก็ดีเท่าไหร่แล้ว" คาริเอลระบายออกมาทั้งหมดเพื่อให้คนพวกนี้สำนึก

               "ขอโทษ" ลูเซียสเอ่ยปาก

               "หืม?"

               "ขอโทษที่ทำเป็นไม่รู้ เรื่องที่นายถูกแกล้ง ถูกรังแก ขอโทษที่ทำให้นายรู้สึกไม่ดี และขอโทษที่ฉันทำไม่ดีกับนาย ให้โอกาสฉันได้ไหม?" ลูเซียสหลุดจากภาพลักษณ์ที่เงียบขรึมเพียงเพื่อขอโอกาสกับร่างบาง

               "สายไปแล้วลูเซียส ผมเคยให้โอกาสคุณนะ แต่ผมเลิกให้มันตั้งแต่ที่ผมออกมาจากบ้านของคุณแล้ว" คาริเอลไม่ได้โกรธหรืออะไรทั้งนั้นเขาแค่จะเอาคืนที่ลูเซียสไม่ยอมช่วยเขาและแกล้งนิดหน่อยเท่านั้นเอง

               "ขอโทษ" ลูเซียสคอตกที่ไม่สามารถทำอะไรได้

               "ผมเป็นอะไรกับคุณ?"

               "นายเป็น...คนสำคัญ"

               "สำคัญแค่ไหน?"

               "สำคัญมาก"

               "คุณชอบผมเหรอ?"

               "ไม่รู้..." ลูเซียสตอบกลับแผ่วเบา เพราะเขายังไม่เข้าใจความรู้สึกนี้เหมือนกัน

               "ผมจะให้โอกาศคุณ" ลูเซียสใจชื้นขึ้นมาทันทีก่อนจะแข็งไปอีกทีเมื่อได้ยินอีกประโยค "ในฐานะเพื่อน"

               "อืม เพื่อน" อย่างน้อยความรู้สึกของเพื่อนก็ยังดีกว่าการเป็นแค่คนรู้จักล่ะนะ แม้จะรู้สึกไม่ดีก็ตามที

               คาริเอลเดินไปที่ระเบียงห้องลูคัสอยู่ที่ชั้นยี่สิบสูงพอสมควรก่อนจะขึ้นนั่งตรงราวระเบียงการกระทำนั้นทำให้ทั้งสองต้องรีบมาจับตัวไว้ แต่คาริเอลก็จับมือออก

               "ไม่ต้องห่วง ผมไม่ฆ่าตัวตายหรอกน่า ลูคัส ลูเซียส... อยากรู้ใช่ไหมล่ะ ว่าฉันเป็นอะไร" คาริเอลถาม ลูคัสที่อยู่ตรงหน้า เขาพยักหน้าลงเบาๆ จากนั้นคาริเอลก็ยืนขึ้นที่ระเบียงก่อนจะมีบางสิ่งงอกออกมาจากหลัง ปีกสีขาวบริสุทธิ์สองคู่งอกออกมาทำให้ดูบริสุทธิ์เข้าไปอีก คราวนี้เป็นลูเซียสที่ตกตะลึงเป็นครั้งแรกที่หลุดมาดขรึมๆนั่น เขารู้จักสิ่งที่คาริเอลเป็นปีกทั้งสี่ข้างนั่นเป็นสัญลักษณ์ของผู้ที่เหล่าแวมพ์และเผ่าพันธุ์อื่นไม่อาจล่วงเกินได้ 'เทวทูต'

               "อะไรกัน เป็นไปได้ยังไง?" กว่าลูเซียสจะหาเสียงเจอก็กินเวลาไม่น้อย

               "ทำหน้าแบบนั้นรู้จักสินะว่าผมคืออะไร?"

               "นายเป็นเทวทูตสินะ" ลูเซียสรู้ว่าเขาไม่มีทางคู่ควรกับคนตรงหน้าเลย เทวทูตยิ่งใหญ่เพียงใดทำไมเขาจะไม่รู้แม้แต่ราชาแวมพ์พระองค์ก่อนยังเทียบไม่ติดเลยแถมยังสู้ไม่ได้อีก

               "อืม ..จะเทวทูตเทวดาอะไรก็แล้วแต่ ผมก็เรียกได้ว่าเป็นแบบนั้นล่ะมั้ง"

               "มิน่าล่ะ นายถึงกลบกลิ่นตัวเองได้มิดขนาดนี้" ลูเซียสพึมพำแต่ก็ไม่สามารถรอดพ้นการได้ยินของคาริเอลไปได้

               "ก็คงเป็นอย่างนั้น จริงสิ อีกสองวันผมจะย้ายไปที่อื่นแล้วนะ"

               "ไปไหน?"

               "ไม่ต้องรู้หรอก" ไม่รู้ก็ได้ ไว้ค่อยหาอีกที.. ดูเหมือนคาริเอลจะรู้ทันจึงได้เอ่ยดักคอ "ห้ามตามหาผมเด็ดขาดไม่อย่างงั้นก็ไม่ต้องมาเป็นเพื่อนกัน"

               "ก็ได้"

               "รุ่นพี่ ไม่ไปไม่ได้เหรอ ผมอุตส่าห์ได้พบคุณอีกครั้งแล้วเชียว" ลูคัสว่าเสียงอ่อน มีรุ่นพี่จากไปอีกแล้วเหรอเนี่ย

               "เอาน่าฉันจะให้เบอร์ติดต่อไว้ เท่านี้นายคงจะติดต่อฉันได้ตลอดแล้วนะ"

               "จริงเหรอ?"

               "จริง" คาริเอลบอก

               "ดีจัง" ดูเหมือนว่าพอลูคัสเจอกับรุ่นพี่เขาจะกลับมามีนิสัยเดิมอีกแล้ว นิสัยขี้อ้อนเหมือนเด็กๆนั่นน่ะ! แต่อย่างน้อยก็ยังได้ติดต่อรุ่นพี่ ...สถานะเพื่อนคงไม่ได้เลวร้ายเท่าไหร่นัก แม้ลูคัสจะรู้สึกจุกอยู่นิดหน่อยก็ตามที

               "ลูคัสคุณบอกว่าต้องการคนอารักขาสินะ ผมมีคนจะแนะนำให้คุณพอดี..." คาริเอลเคลียร์ทุกอย่างเรียบร้อยยังไม่ลืมแนะนำเพื่อนๆในทีมสองให้ลูเซียสด้วย

               หลังจากเพื่องราวทั้งหมดผ่านไปในวันนั้น คาริเอลก็อยู่ที่บ้านของลูคัสอีกสองวันเพื่อปาร์ตี้กัน ทั้งลูเซียสและลูคัสแม้จะรู้สึกกับคาริเอลมากกว่าเพื่อนก็ตามทีแต่ก็จำต้องยอมรับสถานะเพื่อนเพื่อไม่ทำให้ร่างบางลำบากใจ จนถึงวันที่คาริเอลจะต้องเดินทาง พวกเขายังมาส่งที่สนามบิน แต่คาริเอลไม่ต้องการให้พวกเขารู้ว่าตัวเองไปที่ไหนจึงมาก่อนเวลาโดยไม่มีการร่ำลาอะไรทั้งสิ้น

               "ได้เวลาขึ้นเครื่องแล้วสินะ ...ลาก่อนนะอเมริกา"

               คาริเอลขึ้นเครื่องบินในเวลาต่อมา ดีที่เขาจองชั้นเฟิร์สคลาสเอาไว้แถมยังเป็นห้องส่วนตัวอีก ที่นั่งก็แสนจะสบาย แม้จะแพงไปหน่อยก็ตามที คาริเอลได้จัดการทุกอย่างทั้งการซื้อคอนโดทั้งที่อยู่รวมไปถึงแลกเปลี่ยนค่าเงินตราของทางเกาหลีย้ายมาทั้งทีขอเที่ยวเล่นให้เต็มที่หน่อย การเดินทางผ่านไปอย่างรวดเร็ว ด้วยความรู้ด้านภาษาที่สะสมมาไม่มีปัญหาเลยที่จะพูดเกาหลี เพราะเหตุนี้จึงไม่จำเป็นต้องมีล่าม

               ทันทีที่ลงจากเครื่อง ก็มีข้อความส่งมาเป็นลูคัสนั่นเองที่ส่งมา

               (ลูคัส : ทำไมคุณไปไม่บอกพวกผมเลยล่ะ?)

               คาริเอลจึงตอบกลับไปว่า

               (ฉัน : ขอโทษที ไม่ต้องเป็นห่วงนะ ถึงพอดี เดี๋ยวติดต่อกลับนะ)

               ตอบกลับไปแค่นั้นก่อนจะเดินออกจากสนามบิน ทันทีที่เดินออกมา คาริเอลก็ตาวาววับก่อนจะเอ่ยออกมาเบาๆว่า

               "เกาหลีจ๋า คาริเอลผู้นี้มาแล้ว!"


----- 100% -----

#โอ๊ย ไรท์มาแบบมั่วมาก ขอโทษรีดเดอร์ทุกท่านไว้ ณ ที่นี้ค่ะ เดี๋ยวตอนหน้าจะพยายามกว่านี้นะคะ

    
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 68 ครั้ง

1,408 ความคิดเห็น

  1. #1283 iceize123 (@iceize123) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 18 เมษายน 2561 / 17:45
    อยากเป็นคาริเอลจัง 55555
    #1283
    0
  2. #1153 sunanthayanghun (@sunanthayanghun) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2560 / 22:58
    เวสเปอร์อดกิน
    #1153
    0
  3. #862 ฮันอวี้หลง (@amano-ichigo) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 31 มีนาคม 2560 / 23:06
    คาริเอลอยู่เกาหลีใต้หรือเกาหลีเหนืออ่ะไรท์
    #862
    0
  4. #560 lk-czsoung (@lk-czsoung) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2560 / 09:21
    ทำไมเรารู้สึกว่าคาริเอลดูไม่มีอะไรเลย เนื้อเรื่องมันดูเปื่อยๆ เหมือนพร้อมจะเปลี่ยนพล็อตตลอดเวลา อย่าว่าเราเลยนะคะ อันนี้เป็นคหสต.นะ
    #560
    1
  5. #496 mangpor43 (@por2543) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2560 / 23:28
    ปล.ฉันชอบฉากดูดเลือดมากเลยค่ะ -.,-
    #496
    0
  6. #495 mangpor43 (@por2543) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2560 / 23:27
    ตามหาอปป้าไว้มาเป็นสมาชิกฮาเร็ม กรี้ดดดดด อปป้าๆๆๆ
    #495
    0
  7. #404 RhongTood (@marklmsg7) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2560 / 23:48
    อปป้าจ๋าาา~ รอแป๊ปปปปป~
    ปล.ฉากดูดเลือดชั้นชอบมาก-.,-
    #404
    0
  8. #346 123_Care (@123_Care) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2560 / 15:04
    รอๆๆๆ มาต่ออีกเร็วๆน้าาา
    #346
    0
  9. #344 TBam_9397 (@ttlovesu) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2560 / 21:10
    โง้ยยย ชอบฉากกินเลือดดด =.,=
    #344
    0
  10. #343 triratpay (@triratpay) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2560 / 20:52
    รอออออค่าาา
    #343
    0
  11. #342 akakuro1304 (@akakuro1304) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2560 / 20:30
    เวสเปอร์ละ. นั่งมองลูคัสกับลูซกินเลือดคาริเอลหรอ55555
    #342
    0
  12. #341 phatcharaa (@phatcharaa) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2560 / 20:14
    ไรท์ค้ารีบมาต่อน้า
    #341
    0
  13. วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2560 / 18:14
    รอออออผู้คนใหม่
    #340
    0
  14. #339 Enzo (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2560 / 16:55
    รอๆๆๆๆๆต่อเร็วๆน้าาาาา
    #339
    0
  15. #338 0996894556 (@0996894556) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2560 / 16:39
    ชอบมากรอค่ะ
    #338
    0
  16. #337 อลิสแสบ>////< (@alissaraoom19) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2560 / 16:32
    ตอนต่อไป ....ตามหาโอปป้าที่เกาหลี
    #337
    0
  17. #335 Krataituaglom (@Krataituaglom) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2560 / 15:58
    ไรท์เคลียสถานการณ์แบบคาดไม่ถึงมากๆ อ่ะ คิดได้ไงชอบมากกกกกก

    คือสะใจที่ตอกหน้าลูเซียสได้แต่ก็จบดีอ่ะ รอนะคะ
    #335
    0
  18. #334 Atk. S. (@lertwarachai) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2560 / 15:31
    รอออออออ
    #334
    0
  19. #333 Lovely_Otaku (@Lovely_Otaku) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2560 / 14:30
    คาริเอลไปถึงเกาหลีดินแดนสวรรค์แห่งอปป้าแย้วว> <
    #333
    0
  20. #332 กษิดิศ ปักษี (@zamakbigbag) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2560 / 13:40
    ไปที่ไหนก็มีคนรักทุกที่เลยนะ5555
    #332
    0
  21. #331 ROSALENE (@faketheway) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2560 / 13:29
    ฮาเร็มไอดอลเกาหลี555
    #331
    0
  22. #330 Ning Nong (@ningnong321) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2560 / 13:22
    สมน้ำหน้า คาริเอลไปเที่ยวให้สนุกนะ
    #330
    0
  23. #329 0895426863 (@0895426863) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2560 / 13:17
    เกาหลีจ๋า....เอลเอลมาแล้ววววว หุ หุ หุ
    #329
    0
  24. #328 Notty Kero (@sung-yong-nelu) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2560 / 13:17
    เกาหลีไปครั้งนี้คงสนุกขึ้นไปอีก
    #328
    0
  25. #327 Miyakochan (@miyakojan) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2560 / 13:11
    หุ หุ หุ
    #327
    0