เรียกข้าว่า | คาริเอล | [Yaoi]

ตอนที่ 14 : | 13 | นายแบบปริศนา [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,626
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 67 ครั้ง
    12 ก.พ. 60

  13

นายแบบปริศนา


               "คุณ..."

               "นี่คุณ ตื่นเถอะ"

               "อืออ..." แรงเขย่าเบาเบาๆทำให้คนตัวเล็กรู้สึกตัวค่อยๆสะลึมสะลือตื่นขึ้นมา ปรับสายตาให้คมชัดก่อนจะเอ่ยถามหมอนกิตติมศักดิ์ "นี่ฉันหลับไปนานรึยัง?"

               "ไม่นานหรอก หลับไปแค่เกือบๆ 2 ชั่วโมงเอง" นี่ไม่นานของนายเหรอ..คาริเอลบ่นในใจ

               "ทำไมไม่ปลุกให้เร็วกว่านี้ล่ะ แล้วเรื่องที่เหล็กตกลงมาล่ะ เจ้าหน้าที่มาจัดการรึยัง?"

               "เรียบร้อยแล้วครับ เราไปทำภารกิจต่อกันเถอะ ถึงแม้ว่าผมจะชวดของรางวัลแล้วก็ตามที" คาริเอลรู้สึกเหมือนอีกคนกำลังโทษเขายังไงอย่างงั้น

               "ได้! งั้นไปเที่ยวกัน เอาให้สุดติ่งไปเลย" ท่าทางดีใจนั่นทำเอาเคย์ส่ายหัวมุมปากเผยยิ้มเล็กน้อย คนตรงหน้านี้เวลาจะดุก็ดุอย่างกับเสือ เวลาจะดีก็เกินจนใจหาย เวลาจะสนุกก็อย่างกับเด็กๆ ไม่รู้ว่าจะอธิบายความรู้สึกเอ็นดูนี้ยังไงดี

               ก่อนหน้านี้ตอนร่างบางหลับเขาก็เผลอลูบหัวไป ใบหน้าใต้กรอบแว่นนั่นเขาล่ะอยากเห็นนักว่าจะมีเสน่ห์เหมือนตอนนี้รึเปล่า เหตุผลที่เขาเลือกคนๆนี้มาเป็นคู่คงเป็นเพราะความมีเสน่ห์เช่นนี้

               ปรากฏว่าวันนั้นทั้งวันทั้งสองก็ไปเที่ยวด้วยกันจนถึง 6 โมงเย็น นับได้ว่าวันนี้เป็นวันที่เคย์ได้พักผ่อนนานที่สุดตั้งแต่ที่เดบิวท์มา ส่วนรางวัลนั้นตกเป็นของสมาชิกอีกคน

               "คุณจะกลับแล้วเหรอ?" เสร็จจากการจัดรายการเคย์ก็เห็นคาริเอลทำท่าจะเดินออกจากตรงนั้น แม้จะไม่ได้รางวัลแต่อย่างน้อยก็ได้ใกล้ชิดไอดอลวงดัง ดูเหมือนว่าคาริเอลจะไม่ค่อยสนใจเท่าไหร่นัก

               "อืม... คงต้องกลับแล้ว บายนะ" คาริเอลตอนนี้ก็อยากจะกลับบ้านเต็มที่แล้ว ดูเหมือนว่าคู่ของเขากับเคย์จะถูกขอถ่ายรูปเยอะมาก หากแต่ว่าบางครั้งก็รู้สึกถึงสายตาที่มองมาแบบแปลกๆทำให้อึดอัดไม่น้อย

               "เดี๋ยวสิครับ" ผมยังไม่ได้เบอร์ติดต่อคุณเลย...เคย์คิด คาริเอลโบกมือให้เคย์ก่อนจะเดินเบียดฝูงชนออกมา ก่อนจะพ่นลมหายใจเมื่อออกมาได้สำเร็จ

               "นี่ ...คุณน่ะ" เสียงที่ดังขึ้นใกล้ๆทำเอาคาริเอลต้องเงยหน้าขึ้นมอง คนที่ยืนอยู่เบื้องหน้านี้เป็นผู้ชายที่ดูดีมากคนหนึ่ง เขาแต่งตัวดูภูมิฐานใส่สูทเรียบหรู คาริเอลขมวดคิ้วเป็นเชิงถาม "สนใจจะเป็นนักแสดงหรือนายแบบ หรือไอดอลรึเปล่า?"

               "...ไอดอล?"

               "นี่นามบัตรผม ถ้าคุณสนใจติดต่อผมได้ตลอดเวลานะ" ผู้ชายคนนั้นบอกก่อนจะเดินจากไป คาริเอล รับนามบัตรไว้แล้วยกขึ้นมาดู แนะนำบัตรเขียนไว้ว่า 'อันโดฮยอน 010 4654 XXXX' เขาเก็บมันลงในกระเป๋าก่อนจะเดินทางกลับบ้าน

               "เกรย์ วันนี้แกสนุกรึเปล่า?" มือสองข้าง ยกขึ้นอุ้มตัวสัตว์เลี้ยงที่เปรียบเสมือนครอบครัวของตัวเองลอยขึ้นบนอากาศ "นี่แกโตขึ้นรึเปล่าเนี่ย?"

               "อะไรโตขึ้นรึ?"

               "เฮ้ย!!!" น้ำแข็งทรงเสน่ห์ที่ดังขึ้นแผ่วเบาข้างๆหูทำเอาอีกคนสะดุ้งกับคนที่มาไม่ให้สุ้มให้เสียง แต่พอหันกลับมามองแล้วก็ต้องการโดดเข้าไปกอดผู้เป็นเจ้าของเสียงอย่างคิดถึง "ท่านพี่ซารีเอล! ท่านมาได้ยังไงครับ!"

               "ข้าก็มาเยี่ยมเยือนเจ้ายังไงล่ะ และนี่จะบอกข้าได้หรือยังว่าอะไรโตขึ้น"

               "หมายถึงตัวของเจ้าตัวนี้นะครับ เมื่อก่อนตอนที่ข้านำมันมาเลี้ยงมันยังตัวเล็กๆอยู่เลย จะดูเหมือนตอนนี้มันจะตัวโตขึ้นไม่น้อย" คาริเอลอุ้มเกรย์ขึ้นมาชูตรงหน้าซารีเอล

               "น่ารักดีนี่ ข้าขอได้หรือไม่?"

               "หากว่าท่านอยากจะเลี้ยงข้าก็เต็มใจยกให้ เพราะความจริงถ้าก็ไม่ค่อยมีเวลาอยู่กับมันเท่าไหร่นักถ้าเป็นท่านพี่ก็คงจะมีเวลาเลี้ยงดูมันมากกว่าข้าแน่" คาริเอลบ่นเบาๆแถมยังเห็นดีเห็นงามที่อย่างน้อยเกรย์มันก็จะมีคนมาดูแลแล้ว

               "อย่างนั้นข้าจะขอนำมันขึ้นไปเลี้ยงไว้เฝ้าคฤหาสน์แล้วกัน เจ้าว่าดีรึไม่?" ซารีเอลถาม

               "ดีแน่นอนครับท่านที่  เกรย์แกจะได้ขึ้นไปอยู่บนสวรรค์แล้วนะจะติดใจหรือเปล่าแถมยังมีตำแหน่งเป็นผู้เฝ้าประตูคฤหาสน์เลยนะเนี่ย ...อ้อ แล้วนี่ท่านพี่จะกลับขึ้นไปตอนไหนหรอครับ?" ร่างบางเอ่ยถามกับท่านพี่ของตน

               "คงจะอีกสักพักใหญ่ๆเลยล่ะ เพราะว่าถ้ามีงานต้องทำ เช่นนั้นเจ้าคงไม่ว่าอะไรที่ข้าจะขอพักอยู่ที่นี่จนกว่าจะทำงานสำเร็จนะ" ได้ยินแบบนั้นนะร่างบางก็ยิ้มกว้าง

               "แน่นอนครับ ข้าดีใจจังที่ท่านจะมาอยู่ที่นี่ด้วย" คาริเอลบอก เขาเองก็คิดถึงพวกท่านพี่ดีเหมือนกันอย่างน้อยเขาก็จะได้ไม่เหงา ร่างบางล้มตัวลงนอนหนุนตักของอีกฝ่าย "ท่านพี่..ท่านว่าดีหรือไม่ที่ข้าจะสมัครเป็นนักแสดง?"

               "อะไรที่เจ้าชอบ ข้าก็ว่าดีหมดแหละ" มือเรียวของกาบรีเอล ลูบหัวฝ่ายเบาเบาๆพร้อมกับพูดไปด้วย

               "ก็ไม่ถึงกับว่าชอบแต่ว่าข้าแค่ไม่อยากให้ชีวิตมันวุ่นวาย แต่บางทีก็คิดว่าอยากจะลองทำงานนี้ดูสักครั้ง ทีแรกข้าก็กะว่าไม่ทำ แต่พอตอนนี้ถ้ามีท่านพี่อยู่ข้าก็อยากจะลองทำดูเหมือนกัน" ริมฝีปากบางก็ขยับพูดไปแต่ใบหน้าก็เริ่มจะเคลิ้มเคลิ้มจนในที่สุดก็หลับไปจริงๆ ซารีเอลมองคนตัวเล็กที่หนุนตักอยู่อย่างรักใคร่ ดีใจจริงๆที่ท่านคาเอลให้เขามาทำภารกิจนี้

               "ข้าคิดถึงเจ้า" เขาก้มลงกระซิบ ที่ข้างหูของร่างที่นอนหนุนบนตัก ร่างบางก็ตอบกลับมาเพิ่มพำเบาๆทั้งที่ยังหลับตาอยู่ แต่คำตอบนั้นทำเอาซารีเอลพอใจยิ่ง

               "ข้าก็คิดถึงท่าน..."

               เช้าของวันต่อมา

               "อือ..." อากาศเย็นๆทำให้คาริเอลต้องเบียดตัวเข้าหาหมอนข้างกิตติมศักดิ์ที่เพิ่งได้มาเมื่อคืน ผู้ที่ทำหน้าที่เป็นหมอนข้างนั้นก็ไม่น้อยหน้า กอดตอบร่างบางเหมือนกัน เมื่อคนตัวเล็กกว่ารู้สึกถึงแรงกอดรัดก็ค่อยๆลืมตาตื่น เมื่อเห็นว่าถูกกอดโดยอีกคนอยู่ก็พยายามดันตัวออกเพื่อลุกขึ้น แต่อ้อมแขนของซารีเอลก็เหนียวเหลือเกินจนต้องเอ่ยบอก "ท่านพี่ ปล่อยข้าก่อนครับ"

               "อรุณสวัสดิ์ เมื่อคืนเจ้าหลับสบายดีหรือไม่"

               "ก็สบายดีครับ แต่ท่านช่วยปล่อยก่อนได้หรือไม่ ข้าจะไปอาบน้ำ" พอนึกว่าอีกฝ่ายจะอาบน้ำซารีเอลก็หูผึ่งรีบปล่อยตัวอีกฝ่าย แล้วพูดว่า

               "อาบด้วยคนสิ..."

               "ไม่ครับ!" คาริเอลตอบแทบจะทันทีไม่ต้องคิดเลย คนตัวใหญ่หัวเราะเมื่อเห็นร่างบางวิ่งคว้าผ้าเช็ดตัวเข้าไปในห้องน้ำก่อน เสร็จแล้วก็ไปเตรียมอาหาร เพราะวันนี้เป็นต้นไปจะมีแขกมาเพิ่ม

               "ท่านพี่ รสชาติเป็นยังไงบ้างครับ?"

               "ฝีมือเจ้ายังคงอร่อยเหมือนเคย" คาริเอลไม่พอใจเท่าไหร่กับคำตอบ

               "ข้าหมายถึง อาหารของมนุษย์รสชาติเป็นอย่างไรต่างหากครับ"

               "อ้อ ...ข้าว่ามันรสชาติดีน้อยกว่าที่เฮเวเรลนัก แต่ด้วยฝีมือของเจ้า มันก็อร่อยไม่แพ้กัน" ซารีเอลพูดยิ้มๆ ใบหน้าหล่อเหลามองไปที่คาริเอลด้วยแววตาอ่อนโยน

               "วันนี้ท่านพี่จะออกไปทำงานรึไม่ครับ?" คาริเอลเปลี่ยนเรื่องคุย วันนี้เขากะจะติดต่อไปหาอันโดฮยองเพื่อจะบอกว่าเขาสนใจที่จะเป็นนักแสดง และบางทีอาจจะต้องทำข้อตกลงอะไรกันนิดหน่อย

               "อาจจะเป็นตอนเที่ยงๆ เจ้าจะไปไหนหรือวันนี้?" 

               "ข้าจะไปติดต่อเรื่องงานนิดหน่อยครับ ถ้าท่านว่างอยู่ช่วยไปกับข้าหน่อยได้รึไม่?" คาริเอลทำตาออดอ้อนไปโดยไม่รู้ตัวในประโยคสุดท้าย

               "ได้ ข้าจะไปกับเจ้า แต่อาจจะอยู่กับเจ้าได้แค่ถึงเที่ยงเท่านั้นนะ" ซารีเอล พูดอย่างจำยอมจะไม่ให้เขายอมได้ยังไงในเมื่อคนตรงหน้านี้ออกจะออดอ้อนได้น่ารักขนาดนี้นี่นา

               "เย้ ข้าไปแต่งตัวก่อนนะ ท่านรอสักครู่" ว่าจบร่างบางก็เข้าไปในห้องนอนเพื่อเปลี่ยนชุดสำหรับออกไปข้างนอก คาริเอลโทรนัดอันโดฮยองเอาไว้ด้วย และในวันนี้อันโดฮยองก็ว่างพอดี เลยนัดไว้เวลา 9 โมงหน่อยๆ "ท่านพี่ ข้ามาแล้วครับ"

               "อืม ไปกันเถอะ" ซารีเอลพาลงมายังด้านล่างซึ่งเป็นสถานที่จอดรถ แรกๆคาริเอลก็สงสัยอยู่บ้างว่าพามาทำไมแต่พอเห็นรถซุปเปอร์คาร์คนหรูเท่านั้นแหล่ะ รู้เลย

               "โห... ท่านพี่ไปเอามาจากไหนขอรับ สวยเชียว" คาริเอลมองด้วยตาวาววับ มองดูก็รู้ว่าแพงมากแน่ซารีเอลเปิดประตูให้อีกฝ่าย "ขอบคุณครับ"

               "นัดเจอที่ไหน?" คนหล่อว่า

               "ที่...." บอกสถานที่แล้วซุปเปอร์คาร์คันหรูก็เคลื่อนตัวออกจากคอนโดเพื่อตรงดิ่งไปยังที่หมายซารีเอลขับรถมาอย่างไม่รีบร้อนเพราะเหลือเวลาอีกมากไม่นานก็มาถึง แถมยังถึงก่อนเวลา 10 นาที

               "ท่านพี่ ...เอ่อ ไม่สิ ผมต้องเรียกท่านพี่ว่า พี่ซารีเอล แบบนั้นคงเหมาะกับยุคนี้มากกว่าสินะครับ ท่านพี่ก็ต้องเรียกข้าว่า คาริเอล เฉยๆ" ระหว่างที่กำลังจะจอดรถ คาริเอลก็พูดขึ้น เพราะหากว่าเรียกข้าๆท่านๆคงไม่เหมาะ

               "เช่นนั้นพี่จะเรียกเราว่า คาร์ล ดีรึเปล่า?" เทพหัวไวว่า คาริเอลยิ้มน้อยๆแล้วพยักหน้า ทันทีที่ทั้งสองเดินเข้ามาในบริษัทต่างก็เป็นจุดสนใจ ด้วยใบหน้าอันหล่อเหลาของซารีเอล และสไตล์การแต่งตัวของคาริเอลแน่นอนว่าต้องสมบูรณ์แบบจน ทุกคนที่เดินผ่านยังต้องมองเหลียวหลัง

               "บ... บริษัท DY เอนเตอร์เทนเมนต์ ยินดีต้นรับค่ะ ไม่ทราบว่ามาติดต่อเรื่องอะไรคะ" พนักงานต้อนรับสาวถึงกับพูดติดขัด เมื่อเห็นผู้เดินเข้ามามีหน้าตาหล่อเหลาเกินมนุษย์ทั้งยังดูงดงามราวกับเทพเจ้า(เกินมนุษย์จริงๆ)

               "ผมคาริเอล นัดคุณอันโดฮยองไว้น่ะครับ"

               "เอ่อ... กรุณารอสักครู่นะคะ" พนักงานต้อนรับสาวต่อสายไปยังเลขาประธานบริษัททันที "เลขาซังแจคะ เรียนถามท่านประธานด้วยค่ะ ว่าคุณคาริเอลที่ท่านนัดไว้มาถึงแล้ว ค่ะ ..เข้าใจแล้วค่ะ"

               "...?"

               "คุณคะ ท่านประธานรออยู่ที่ชั้น 20 ค่ะ ลิฟท์อยู่ฝั่งนั้น ขึ้นไปได้เลยนะคะ" พนักงานต้อนรับสาวบอกกับคาริเอล เธอมองทั้งสองที่อยู่ตรงหน้าตาไม่กระพริบเลย

               "ขอบคุณครับ" คาริเอลไม่นึกว่าคนที่มาชวนเขาเป็นนักแสดงจะเป็นประธานบริษัทใหญ่ขนาดนี้ พวกเขาทั้งสองคนได้ขึ้นมาอย่างกระชั้น 20 ต่อจากนั้นก็มีคนมาหาพวกเขาไปยังห้องประธานบริษัท

               "สวัสดี คุณอันโดฮยอง" คาริเอลเดินเข้ามานั่งที่พร้อมกับซารีเอลและก็กล่าวสวัสดีท่านประธานบริษัทอย่างอันโดฮยอง

               "เรียกว่าโดฮยองเฉยๆก็ได้ ว่าแต่คนนั่งข้างนั่นใครล่ะ?" อันโดฮยองถามพอเขามองเห็นทั้งสองคนแล้วเขาก็รู้สึกถูกชตาอย่างบอกไม่ถูก รวมทั้งรู้สึกได้ถึงเม็ดเงินมหาศาลที่จะไหลมาเข้าบริษัท บริษัทของเขาเป็นบริษัทที่ผลิตไอดอลมาหลายรุ่นแล้ว ทันทีที่ได้เห็นคาริเอลเขาก็มั่นใจว่าจะต้องคว้ามาเป็นเด็กในค่ายของเขาให้ได้

               "พี่ชายผมเอง พอดีว่าขอให้พี่เขามาด้วยน่ะ"

               "อ๋อ เรามาคุยเรื่องของเรากันเถอะ" หลังจากนั้นรายระเอียดของงานและข้อตกลงต่างๆก็ถูกนำมาให้คาริเอลได้อ่าน แต่ว่ามีบางข้อที่คาริเอลไม่ถูกใจเหมือนกัน เช่นสัญญา 5 ปี เขารู้สึกว่ามันนานเกินไป อีกอย่างเขาก็ไม่คิดจะทำงานนี้นานขนาดนั้น เริ่มแรกเขาต้องเริ่มจากการเป็นเด็กฝึก ต้องทำการทดสอบอะไรอีกหลายๆอย่าง ซึ่งงานแรกคงต้องเริ่มกันเร็วหน่อย

               "คุณโดฮยอง ผมไม่มั่นใจว่าเสียงของผมจะดีเท่าที่ควรรึเปล่า แล้วก็ผมมีข้อเสนอที่จะเสนอให้คุณด้วย"

               "ว่ามาสิ?" ดูเหมือนว่าเขาจะเป็นคนที่พูดง่ายเหมือนกัน คาริเอลจึงได้เริ่มพูดต่อ

               "ทุกอย่างผมไม่มีปัญหา แต่เรื่องงานผมขอเป็นคนเลือกเอง ถ้าคุณยอมรับข้อเสนอนี้ ผมก็ตกลงที่จะทำสัญญากับคุณเป็นเวลา 5 ปี" 

               "อืม ...ฉันตกลง" อันโดฮยองรู้สึกถูกใจคาริเอลมาก เขายอมทุกข้อเสนอที่จะทำให้ได้คนๆนี้มาเป็นเด็กในสังกัดของเขา ขนาดคนพี่ยังหล่อวัวตายควายล้มขนาดนี้ แล้วใบหน้าภายใต้กรอบแว่นของคนน้องจะขนาดไหน?

               เขาลองชัดชวนดูแล้วแต่ก็ดูเหมือนว่า พี่ชายของคาริเอลจะไม่สนใจเป็นไอดอลเหมือนน้อง แต่เมื่อเขาได้เห็นรถที่สองคนนั้นขับมาก็รู้ได้เลยว่า ที่แท้สองคนนั้นเป็นลูกของอภิมหาเศรษฐีนี่เอง มิน่าคนพี่ถึงดูไม่สนใจข้อเสนอของเขาเลย ส่วนคนน้องก็คงจะหาทำอะไรแก้เบื่อนี่เอง แต่ไม่ว่าจะยังไงเขาก็รับได้ทั้งนั้น เพราะเขาได้เพชรเม็ดงามมาไว้ในมือแล้วนี่นา

               "พี่ซารีเอล จะไปทำงานเลยเหรอครับ?"

               "เดี๋ยวพี่จะแวะไปส่งเราก่อน แล้วค่อยไป คาร์ลอยู่ได้ใช่ไหม?" ซารีเอลว่า มาอยู่ในโลกมนุษย์ก็คงต้องพูดจาให้เหมือนมนุษย์ เขาต้องสลัดคราบทูตสวรรค์ทิ้งไปแล้วมาเป็นพี่ชายที่แสนดีให้น้องชายผู้น่ารัก 

               ความจริงบนโลกนี้เขาก็มีกิจการขนาดใหญ่เป็นของตัวเอง แถมยังเรียกได้ว่าเป็นอภิมหาเศรษฐีและผู้มีอิทธิพลมากเลยทีเดียว ด้วยความที่ว่าท่านคาเอลใช้ให้มาทำงานบ่อยๆจึงต้องมีรากฐานที่มั่นคงในโลกมนุษย์ไว้เผื่อเวลาที่ทำงานจะได้สะดวกๆ เทพรับใช้หลายคนที่ท่านคาเอลสั่งให้มาอยู่ที่โลกมนุษย์เพื่อช่วยงานในตำแหน่งต่างๆไม่ว่าจะเป็น ประธานาธิบดี มาเฟียหรือผู้มีอิทธิพลและคนดังๆมากมาย ก็ล้วนแต่เป็นเทพรับใช้ของเขาและอัครเทวทูตทั้งสิ้นไม่ว่าจะเป็นโลกนี้หรือว่าโลกอื่น

               "อยู่ได้ครับ จริงสิ พี่จะกลับมาตอนไหน? ผมจะได้ทำอาหารไว้รอ" คนที่นั่งเบาะข้างๆพูดขึ้นราวกับเป็นศรีภรรยาที่จะรอสามีกลับบ้าน

               "อาจจะดึกหน่อย เรานอนเลยก็ได้ไม่ต้องรอพี่นะ"

               "ก็ได้ครับ อย่าหักโหมทำงานมากนักนะครับ" ซารีเอลรู้สึกอยากจะจับคนที่นั่งเบาะข้างๆกดยิ่ง ทำไมถึงไม่พูดได้น่ารักขนาดนี้นะ! ไม่นานคนทั้งสองก็มาถึงคอนโด ซารีเอลเดินขึ้นมาส่งคาริเอลถึงห้อง

               "นี่ คาร์ล ขอเติมพลังหน่อยสิ" สิ้นเสียงนั้นคาริเอลก็หน้าขึ้นสี แต่ก็ต้องยอมให้อีกฝ่ายตักตวงความหอมจากแก้มไปหนึ่งที

               ฟอดดด!

               "รับรองว่าพวกนั้นคงอิจฉาพี่มากแน่ ถ้าเห็นว่าพี่ทำแบบนี้" ซารีเอลว่า

               "ต่อไปพี่ก็อย่าเอาเปรียบพวกเขาสิครับ"

               "ไม่ได้หรอก ก็พี่น่ะคิดถึงเรามากนี่นา" คำพูดนั้นทำเอาคนตัวเล็กเบะปากด้วยความหมั่นไส้

               "ถ้างั้นก็รีบกลับมาเร็วๆนะครับ" ว่าแล้วก็ผลักซารีเอลออกนอกห้องและปิดประตู เพราะเดี๋ยวจะไม่ทันงานที่ต้องทำ อีกไม่กี่วันข้างหน้าเขาก็ต้องเริ่มการเป็นเด็กฝึกแล้วสินะ คาริเอลหยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมาเพื่อสมัครแอพลิเคชั่นต่างๆไว้เพื่ออัพเดตข่าวสาร โดยใช้รูปเจ้าเกรย์ขึ้นเป็นรูปประจำตัวไว้ก่อน เพราะตอนนี้ยังไม่มีรูปตัวเองสักรูปเลย ...ในใจก็คิดว่า ไว้คราวหลังค่อยอัพรูปใหม่แล้วกัน...
     
_______________

คาริเอล's part

               ไม่กี่วันถัดมา

               "นี่เป็นห้องที่นายจะต้องเข้าเรียนจากนี้จนกว่าจะได้เดบิวต์ โชคดีล่ะ" อันโดฮยองบอกผมซึ่งตอนนี้ใช้ชื่อเรียกว่า 'คาร์ล' เป็นที่เรียบร้อยเพราะมันเรียกง่ายกว่าคาริเอลเยอะ

               "ทุกคน วันนี้มีเด็กใหม่จะเข้ามาเรียนในห้องของเรา เข้ามาสิ...คาร์ล" ครูประจำชั้นนี้เรียกผมให้เข้าไปด้านในเพื่อแนะนำตัว... ก็ไม่เข้าใจหรอกนะว่าก่อนเดบิวต์เป็นนักร้อง นายแบบ หรือนักแสดงจะต้องมีการเรียนก่อน แต่มันก็ไม่เลวร้ายเท่าไหร่นักสำหรับผม วันนี้ผมใส่เสื้อตัวใหญ่หลวมโพลกมามีแว่นตาหนาเตอะปกปิดใบหน้าไว้

               "สวัสดี ฉันคาร์ล มาจากอเมริกาฝากตัวด้วย" แน่นอนว่าผมจะต้องทำตัวเป็นเด็กดีไว้ ต่อไปคนจะจดทำผมในฐานะผู้ที่ไมควรก้าวก่าย และแน่นอนว่าถ้าใครจะเป็นศัตรูกับผมผมก็จะเป็นศัตรูมันเช่นกัน อย่างที่รู้กันว่าผมอาจจะไม่ชอบความวุ่นวายสักเท่าไหร่

               จากการที่ส่งกระจกดูหน้าตัวเองบ่อยๆ ทำให้ผมคิดว่าใบหน้าที่ทั้งงดงามและหล่อเหลาเช่นนี้ไม่มีอะไรที่จะต้องอาย และแน่นอนเมื่อผมเลือกที่จะเดินทางนี้แล้วผมจะไปให้ถึงจุดสูงสุด ภายใน 5 ปีนี้ทุกคนจะต้องจดจำนามของผมคนนี้ให้ขึ้นใจ

               "คงใช้เส้นสายเข้ามาอีกล่ะสิ ฉันไม่เชื่อว่าจะมีคนเข้าใหม่แถมยังใส่แว่นเฉิ่มๆเข้ามาห้อง A ได้เลยหรอกนะ" เสียงของรุ่นพี่ที่เป็นผู้หญิงทั้งๆพูดสั่งขึ้นกระทบโสตประสาทของผมพอดีว่าต้องมานั่งใกล้ๆผู้หญิงคนนี้ เพราะว่ามันมีตัวเดียวที่ว่างอยู่เลยได้ยินเต็มสองหูว่าเธอกำลังนินทาผมอยู่กับกลุ่มของเธอ แต่คิดหรือว่าผมจะสนใจ คำนินทาผมจะทำให้เธอรู้ว่าไอ้แว่นเฉิ่มๆมีดีกว่าที่คิดเยอะ!

               "เอาล่ะๆ หยุดคุยกันได้แล้วเราจะมาเริ่มเรียนกันที่ การเต้นกันเลยนะ" ครูประจำชั้นเริ่มที่จะสอนเรื่องต่างๆเกี่ยวกับการร้องเพลงซึ่งผมก็ได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆมากมาย ถึงแม้ว่าจะไม่มีใครอยากมาคุยกับผมเท่าไหร่แต่ก็ดีเหมือนกันที่ไม่ต้องมีใครมาวุ่นวายกับการเรียนรู้

               หลายอาทิตย์ผ่านไปไวเหมือนโกหก ผมก็ยังไม่มีเพื่อนเหมือนเดิมอาจจะเป็นเพราะว่าทุกคนคิดว่าผมเป็นเด็กเส้นที่ใช้เส้นเข้ามาเปลี่ยนที่ห้อง A ความจริงก็เป็นเด็กเส้นจริงๆนะ ใครจะไปรู้เล่าว่าอันโดฮยองจะให้ผมอยู่ห้อง A ตั้งแต่เริ่ม

               เท่าที่ผมรู้มาส่วนมากเด็กเข้าใหม่จะได้อยู่ห้อง C  ซึ่งก็คือห้องสุดท้ายและเป็นห้องที่เป็นเด็กใหม่เท่านั้น ไม่ว่าจะชนะมาแล้วกี่รางวัลหรืออะไรก็ตามเด็กใหม่ก็คือเด็กใหม่เขาจัดให้อยู่ห้อง C กันทั้งนั้น สอนเด็กห้อง A จะเป็นเด็กที่รอเดบิวต์กันทั้งนั้น เนื่องจากว่าผมพึ่งจะมาใหม่ผมก็เลยต้องเรียนทุกอย่างที่เป็นพื้นฐานของการเป็นไอดอล แล้วยังต้องเรียนหนักกว่าคนอื่นๆ

               แต่ทางที่จะต้องเดินก็ใช่ว่าจะโรยด้วยกลีบกุหลาบ มีหลายคนที่พยายามแอนตี้ตัวผมเนื่องจากผมใช้เส้นในการเข้าห้อง A และยังทำตัวเฉิ่มๆใส่แว่นหนาเตอะอีกไม่กี่วันนี้จะเป็นการสอบ และสอบที่ว่านี้คือการเดินแบบ แถมกรรมการยังมาเพื่อคัดตัวพรีเซ็นเตอร์โฆษณาต่างๆที่กำลังต้องการคน แล้วพวกเขาจะได้รู้ว่า ใครกันแน่ที่ใช้เส้นในการเข้าห้อง A แค่คิดก็สนุกแล้ว

               "ไง ...เด็กเส้น สนใจจะไปทานข้าวด้วยกันไหม?" 'แฮจียอน' เป็นผู้หญิงที่แอนตี้ผมตั้งแต่วันแรกที่เข้าเรียนห้อง A หรือเพราะว่าเธอไม่ชอบหน้าผมและคิดว่าผมนั้นไม่ใช้ความสามารถจริงๆในการเข้าห้องเองแต่ใช้เส้นในการเข้ามา เมื่อเธอคิดแบบนั้นเธอก็ต้องหาส่วนร่วมด้วยการพยายามติติงการแต่งกายเฉิ่มๆของผม ให้เพื่อนๆคนอื่นๆเห็นพ้องต้องกันว่าผมนั้นเชยไม่ค่อยจะมีอะไรดี

               ถ้าไม่ใช่เพราะซารีเอล ผมคงไม่แต่งตัวเชยๆแบบนี้และก็คงจะเป็นจุดเด่นน่าดู ความคิดนี้ก็ดีเหมือนกันเพราะว่าผมจะให้รู้ว่าใครกันแน่ที่ดีใครกันแน่ที่ร้าย แฮจียอนก็เหมือนกัน เธอเป็นคนที่สวยมากแต่ถ้าเธอมองคนที่ภายในมากกว่าภายนอกเธอจะสวยกว่านี้

               "ไม่เป็นไร...ขอบคุณที่ชวน พอดีว่าทำข้าวกล่องมากินเองแล้ว" การสร้างภาพก็คือการสร้างภาพ ตอนนี้ผมสร้างภาพลักษณ์ให้ตัวเองดูเป็นคนดีไว้

               "ฉันก็แค่สงสารนายเท่านั้น ก็เห็นว่าทุกๆวันหมายถึงกินข้าวคนเดียว คงไม่คิดว่าฉันอยากจะชวนเลยไปกินข้าวด้วยกันจริงๆหรอกนะ คาร์ล" 'แจแฮยู' เพื่อนสาวของแฮจียอน เธอเป็นเรื่องคู่หูแล้วก็เพื่อนสนิทของแฮจียอน แถมพวกเธอยังปากจัดไม่แพ้กัน

               "ฉันเปล่าคิด และที่ขอบคุณนั่นก็ตอบไปตามมารยาทเท่านั้นแหล่ะ... ขอตัวก่อนนะ" ว่าแล้วก็ก้มหัวเดินออกจากตรงนั้นแต่ก็ไม่วายมีเสียงหัวเราะดังไล่หลังมา หัวเราะไปเถอะตอนนี้หัวเราะที่หลังดังกว่าเยอะ เพราะถ้าถึงทีผมจะหัวเราะไม่ออก...

               และแล้ววันสอบก็มาถึง ผมก็คงไม่ต้องปกปิดฝึมือและใบหน้าหล่อเหลางดงามนี้อีกต่อไป ผมตื่นแต่เช้าเพื่อเตรียมตัวเดินแบบ สุดท้ายเมื่อถึงเวลาที่ผมจะต้องใส่ชุดสำหรับเดินกลับมีปัญหาเข้าจนได้ 

               "ขอโทษจริงๆนะคะ ดิฉันไม่ทราบว่าเสื้อผ้าชุดที่ใช้เดินแบบจะชำรุด ขออภัยจริงๆค่ะ เพราะดิฉันสะเพร่าเอง" พนักงานสาวที่เป็นผู้ดูแลเครื่องแบบในการเดินเอ่ยขอโทษ เธอไม่ทราบว่าชุดที่ใช้จัดแสดงของผมจะมีรอยขาด เท่าที่ดูรอยขาดแล้วน่าจะเป็นรอยตัดผมกรรไกรมากกว่าจะเป็นอุบัติเหตุ

               "เธอแหกตาดูบ้างไหม! นี่มันไม่ใช่ชำรุดแล้ว แต่มันตั้งใจทำให้เป็นชัดๆ!" ซารีเอลพูดเสียงเย็นๆแล้วแผ่รังสีอันตรายออกมาจนผมต้องห้ามไว้

               "ไม่เป็นไรหรอกครับพี่ คุณกลับไปทำงานของคุณเถอะครับ" ใครที่สุภาพมาผมก็สุภาพกลับ เธอกล่าวขอโทษผมอีกสองสามทีก่อนที่จะเดินกลับไปทำงานของตนเอง นี่ขนาดแค่มันเป็นการเดินแบบครั้งแรกผมยังโดนแกล้งขนาดนี้ เห็นทีผมต้องจัดการขั้นเด็ดขาดแล้วสินะ... คนที่ทำนึกรึไงว่าแค่นี้จะขัดขวางผมได้ ช่างไร้หัวคิดยิ่งนัก! ไม่รู้รึว่าผมเป็นใคร ...คนโปรดของพระเจ้าเชียวนะ!!

               "คาร์ลจะให้พี่ช่วยไหม?" ซารีเอลถาม

               "ไม่ต้องครับ ผมมีวิธีจัดการของผม" ผมบอกยิ้มๆและรีบไปจัดการสิ่งที่คิด

คาริเอล's end part

               ภายในห้องโถงใหญ่มีสปอนเซอร์มากมายยืนอยู่ด้านใน งานในวันนี้จักเป็นงานเลี้ยงโดยมีการเดินแบบเป็นการจัดแสดงความสามารถ แต่ก็ใช่ว่าจะมีเพียงสปอนเซอร์เท่านั้น ยังมีเหล่าผู้มีอิทธิพลมากมายดาราหรือนักร้องดังๆมาด้วย แถมยังมามากผิดกว่า 2 ปีที่แล้วจนอันโดฮยองยังต้องแปลกใจ

               งานนี้เป็นงานที่จัดเชิญผู้คนที่เด่นดังมาทั้งนั้น จึงไม่แปลกที่จะมีคนมามากมาย แต่ก็ยังมากกว่าปกติอยู่ดี งานนี้ 2 ปีจัดครั้งหนึ่งเพื่อเป็นการแนะนำดารานักแสดงหน้าใหม่ด้วยหรือบางทีในงานจัดแฟชั่นโชว์อาจไม่มีผู้ใดได้รับเลือกให้ทำโฆษณาหรือเล่นหนังเลยก็มี

               "ขอเชิญท่านผู้มีเกียรติทุกท่าน รับชมการเดินแบบของเราได้เลยค่ะ!" พิธีกรสาวประกาศผ่านไมค์ เสียงเพลงก็ดังขึ้น คนที่ต้องเดินเป็นคนแรกได้ก็เริ่มจะเดินขึ้นไปตามด้วยคนที่สองคนมาถึงคนสุดท้ายแต่กลับไม่มีใครเดินออกมา ขณะที่ด้านหลังเต็มไปด้วยความวุ่นวาย เมื่อหาตัวนายแบบคนสุดท้ายไม่เจอ

               ตึก ตึก!

               เสียงย่ำเท้าผ่านหน้าเหล่าพนักงาน สตาร์ฟไป ทำให้พวกเขาเหล่านั้นต้องมองหลังแต่ก็ตกใจ เมื่อคนที่เดินผ่านไปนั้นสมบูรณ์แบบยิ่งกว่าจะเป็นมนุษย์ จะมีใครหล่อเหลาได้เท่านี้อีกไหม ความหล่อเหล่าและงดงามราวกับเทพเจ้าที่เสด็จลงมาจากสวรรค์ยังไงอย่างงั้น แยกไม่ออกเลยว่าเขาเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย แต่ความสมบูรณ์แบบที่ไม่มีที่ตินี้ทำให้ทีมงานหลายคนทำของตก

                ร่างบางสูงโปร่งของคาริเอลเดินออกมาจากหลังม่าน ชุดสูทสีขาวบริสุทธิ์ รองเท้าหนังสีดำ เส้นผมสีทองเป็นประกายถูกเซ็ตให้เข้าทรง ผิวขาวสว่างดูเนียนนุ่ม บอบบางและแตกหักง่าย รัศมีดูสูงศักดิ์ยากจะเอื้อมถึงนั่นอีก ทันทีที่ร่างนั้นเดินขึ้นมาบนแคทวอล์ค ทุกสิ่งทุกอย่างมันหยุดลงไม่มีแม้แต่เสียงหายใจ การขึ้นมาของร่างสูงราวกับพรากเอาลมหายใจของพวกเขาไปด้วย เหล่านายแบบนางแบบที่เดินขึ้นมาก่อนหน้านี้ยังต้องอ้าปากค้าง

                เพล้งง!!!

               เหมือนเสียงอะไรตกแตกปลุกทุกคนให้ออกจากภวังค์ แต่สายตาของพวกเขายังไม่ละออกจากร่างโปร่ง มีคนแบบนี้ด้วยเหรอ คนที่สมบูรณ์แบบและเพอร์เฟ็คอย่างนี้มีด้วยรึไงในโลกนี้? นี่พวกเขากำลังฝันอยู่หรือเปล่า มีบางคนพยายามที่จะหยิกตัวเองเพราะนึกว่าตัวเองฝันไป

               แซ่ด แซ่ด

               'ใครน่ะ นายแบบคนนั้น!'

               'อันโดฮยองอยู่ไหน ไปตามอันโดฮยองมาเดี๋ยวนี้!'

               'ฉันจะต้องเอาเขามาเป็นพรีเซนเตอร์โฆษณาของฉันให้ได้!'

               'กรี๊ดด พ่อของลูกฉัน!!'

               'ของฉันต่างหากล่ะยะ!'

               'กรี๊ดดด คุณพ่อ หนูอยากได้เขา!' 

               เสียงคุยดังขึ้นมากมาย ความวุ่นวายก็เริ่มบังเกิด ทุกคนต่างก็ตามหาอันโดฮยองเพื่อซื้อตัวนายแบบคนนี้มาทำงานกับตัวเอง สาวๆหลายคนเลือดกำเดาแทบไหลเมื่อเห็นเทพบุตรตรงหน้า และอีกหลายคนต่างก็อยากได้มาเป็นของตัวเอง 

               ใครไม่อยากได้ก็โง่เต็มทน งดงามขนาดนี้หล่อเหลาขนาดนี้สมบูรณ์แบบขนาดนี้ บางคนถึงขนาดจะกรูขึ้นไปบนเวทีเพื่อดูนายแบบปริศนาให้ชัดๆแต่ก็ถูกการ์ดกันเอาไว้ เรานายแบบนางแบบก็ถูกพาตัวไปไว้ที่ห้องแต่งตัว

               ภายในห้องพักขนาดใหญ่

               ทุกคนต่างจับจ้องอยู่ที่ชายผู้หนึ่ง หน้าตาหล่อเหลาคมคายน่าหวั่นเกรง ดูดีอย่างบอกไม่ถูกบรรยายไม่ได้กำลังนั่งอ่านนิตยสารอยู่ เหล่านายแบบนางแบบไม่รู้ว่าเขาคนนี้คือใครและมารอใครอยู่ในนี้ แต่ก็ไม่มีใครกล้าที่จะไปทักเลยแม้แต่คนเดียวได้แต่นั่งแอบมอง ประติมากรรมรูปสลักงดงามนั้นไปเรื่อยๆอย่างไม่รู้สึกเบื่อ

               "อ้าว กลับมาแล้วเหรอ?" เสียงเรียกน้ำธรรมะทุกคนต้องหันไปมองผู้ที่เข้ามาใหม่ ซารีเอลที่นั่งรอในห้องรับแขกเอ่ยทักคาริเอลที่เดินเข้ามา ร่างบางในตอนนี้ช่างดูดียิ่งนักสมกับที่เป็นคนโปรดของท่านคาเอล

               "อื้อ... พี่รอนานไหมครับ อีกเดี๋ยวก็คงรู้ผลกันแล้วแหล่ะ รออีกหน่อยนะ" คาริเอลยิ้มบอก ก่อนจะนั่งลงข้างๆกัน หัวทุยๆก็ขยับเข้าไปพิงไหล่กว้างหลับตาลง

               ด้านแฮจียอนและเพื่อนของเธอทั้งหลายก็ได้จ้องมองทั้งสองร่างที่อิงแอบกันอยู่ด้วยใจที่เต้นระรัว มีคนแบบนี้อยู่ในโลกด้วยรึไง คนที่สมบูรณ์แบบทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นรูปร่างหน้าตาบุคลิกต่างก็ดูดีเกินมนุษย์ ไม่ว่าจะขยับไปทางไหนก็เหมือนกับเทพบุตรที่เพิ่งลงมาจากสวรรค์

               "จียอน แกเข้าไปทักเขาหน่อยสิ" เพื่อนสาวในกลุ่มว่า

               " แล้วทำไมต้องเป็นฉันยะ แกอยากทักแกก็ไปเองสิ" จียอนว่า

               "ก็แกเป็นคนที่สวยที่สุดในกลุ่มเรา ฉันว่าถ้าเป็นแกพวกเขาก็ไม่ยอมคุยด้วยแน่!" อีกคนว่า

               "ใช่ๆ แกกับแฮยูน่ะไปเลย หล่อขนาดนี้หาได้ที่ไหน คิดดูสิ!"

               "หรือว่าพวกแกไม่กล้า..." เพราะมีคนพูดขึ้นแบบนี้จียอนก็ทนคำสบประมาทไม่ได้ เธอทั้งสวยทั้งเก่งขนาดนี้แค่ผู้ชายสองคนทำไมเธอจะทักไม่ได้ล่ะ!

               "เหอะ กะอีแค่ผู้ชายสองคนทำไมฉันจะไม่กล้า พวกแกคอยดูก็แล้วกัน ...แฮยู แกไปกับฉัน" จียอนหันไปบอกเพื่อนสนิท

               "ฉันจองคนผมสีทอง" แฮยูคิดว่าคนผมสีทองนั้นดูอบอุ่นเหมือนเจ้าชายเหมาะจะมาเป็นสามีของเธอจริงๆ ส่วนอีกคนที่มีผมสีดำดูบรรยากาศไม่ค่อยน่าเข้าหาสักเท่าไหร่แต่พออยู่ด้วยกันแล้วกลับดูบรรยากาศดูอ่อนโยนขึ้นมาเลย แถมพวกเขายังพูดเกาหลีด้วยสิ

               "ของแบบนี้ใครดีใครได้นะจ๊ะ แฮยู" ว่าแล้วจียอนก็เดินเชิดหน้าอย่างมั่นใจตรงเข้าไปหาเทพบุตรทั้งสองที่นั่งอยู่บนโซฟา

               "สวัสดีค่ะ ขอนั่งด้วยคนได้ไหมคะ?" เสียงติดยั่วยวนเล็กน้อยเอ่ย ก่อนจะนั่งลงที่โซฟาตรงข้าม และเสียงนั้นก็ทำเอาคาริเอลลืมตาขึ้นดู

               "เชิญครับ..." คาริเอลยิ้มเล็กน้อยๆแล้วตอบเธอกลับไป หลังจากนั้นก็ไม่ได้สนใจอะไรพวกเธอเลย แต่กลับหันไปพูดกับอีกคนเป็นภาษาแปลกๆที่เธอไม่เข้าใจอีก

               "พี่ครับ พี่ชอบพวกเธอรึเปล่า?"

               "พวกเธอก็สวยดีนะ แต่พี่กลับไม่ชอบเท่าไหร่ ดูท่าทางของเธอสิ อย่างกับจะกินคาร์ลเข้าไปทั้งตัวอยู่แล้วน่ะ" ซารีเอลว่าติดตลกคาริเอลหัวเราะน้อยๆ ท่าทางของทั้งคู่ดูดีจนสองสาวต้องใจเต้น

               "เอ่อ... " ขณะที่แฮจียอนกำลังจะขัดบรรยากาศของหนุ่มรูปหล่อทั้งสอง

               'คุณคาริเอล วอร์ต กรุณามาที่ห้องประธานด้วยค่ะ' เสียงประกาศดังขึ้นทำเอาคาริเอลต้องทำหน้าเบื่อหน่าย เขาลุกขึ้นและบอกลาเธอทั้งสอง

               "ไปก่อนนะ แฮจียอน แจแฮยู แล้วพบกันใหม่" ขยิบตาให้อีกหนึ่งปีแบบผู้ชายขี้เล่น ทำเอาสองสาวสวยอ้าปากค้างอยู่กับที่ ตอนนี้สองหนุ่มเดินจากไปแล้ว สติของพวกเธอเพิ่งจะกลับมา

               "ยะ ..ยะ อย่าบอกนะว่า นั่นคือ..." แฮจียอนถึงกับพูดติดขัด

               "คะ..คาริเอล ตาเฉิ่มคนนั้น!!!" แจแฮยูว่าตามด้วยเสียงกรีดร้องของทั้งสองจนทุกคนสะดุ้งกันเป็นแถบๆ

               กรี๊ดดดดดดด!!!

----- 100% -----

#คาร์ล ชื่อฝรั่งมากเลย อุอิ รู้สึกว่าเรื่องนี้โคตรจะมีหลายแนวเลย บังเอิญว่าไรท์จินตนาการสูง เห็นอะไรจับมาใส่หมด หวังว่าจะชอบกันนะคะ

#จะว่าไปแล้วแต่งมาตั้งนานยังไม่มีคนรู้ชื่อไรท์เลยมั้งเนี่ย ไรท์ชื่อ 'ดรีม' นะคะ ตอนนี้เรียนอยู่ปีสองกราบสวัสดีรีดเดอร์ทุกคนด้วยค่ะ



  
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 67 ครั้ง

1,408 ความคิดเห็น

  1. #1251 KATE ^^ (@Kettipa) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 7 เมษายน 2561 / 00:21
    สะใจไปตามระเบียบ555555
    #1251
    0
  2. #1170 Pynca (@otaku-naja) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 16 มกราคม 2561 / 00:47
    สนุกมากก
    #1170
    0
  3. #498 mangpor43 (@por2543) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2560 / 00:07
    ชอบเรื่องนี้มากๆ มีหลายแนวดี 555
    #498
    0
  4. #407 Jjane (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2560 / 00:57
    โอ๊ยค้างมากกกกกกกกกกกกไรท์จร้า ได้โปรดมาต่อเลยเถอะน๊าาาาาาา สงสารเขาาาาาาเถอะ
    #407
    0
  5. #406 RhongTood (@marklmsg7) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2560 / 00:09
    สมน้ำหน้าชะนีมีเมือก //เบะปากมองบน
    #406
    0
  6. #401 ฟอร์รี่ (@zeerin) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2560 / 22:30
    ติดตามตอนต่อไป,..
    #401
    0
  7. #400 เรื่อยๆลอยๆ (@100943) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2560 / 17:49
    ยังไงต่อๆ
    #400
    0
  8. #399 Sasiwan Khantijit (@amam_sk) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2560 / 17:10
    โง้ยยยยย ฟินซารีเอลลล ไรท์มาต่อเร็วๆน้ะ
    #399
    0
  9. #398 นานๆทีเจอกัน (@goyapinmanas) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2560 / 16:39
    สะใจ!!! ว้ากกก!!5555+!!!!! (บ้าล่ะ=_=)
    #398
    0
  10. #397 Anazegious (@zevalious) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2560 / 16:28
    5555 ช๊อกเลยสิท่า ดูถูกเค้าไว้เยอะ เป็นไง หึหึ รอตอนต่อไปนะคะ
    #397
    0
  11. #396 กษิดิศ ปักษี (@zamakbigbag) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2560 / 14:42
    สองสาวช๊อกเลยสินะ5555 // ในที่สุดก็รู้ชื่อไรท์เเล้ว เย้ๆ!! /// ค้างงงง !
    #396
    0
  12. #395 shirayuuki (@shirayuuki) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2560 / 14:41
    ชอบสนุกมากกก เป็นกำลังใจให้ค่ะ
    #ชูป้ายไฟคาริเอล
    #395
    0
  13. วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2560 / 14:11
    สนุกมากเลยรู้ชื่อคนแต่งแล้ว555+
    #394
    0
  14. #393 0895426863 (@0895426863) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2560 / 14:05
    เอลเอลจ๋า.. มีความร้ายกาจมากเจ้ชอบ....มีค้างงงงงและยังค้างได้อีก
    ป่านนี้คุณเธอสองคนช๊อกไปแล้วววว
    สะใจดีต่อนะ. ค้างอ่ะ5555
    #393
    0
  15. #392 saiikun (@patiya) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2560 / 13:36
    ฮ่าๆๆๆๆๆๆ ๆๆ ๆ
    สะใจแปลกๆ
    #392
    0
  16. #391 0996894556 (@0996894556) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2560 / 13:35
    ชอบบบรอออออ
    #391
    0
  17. #390 choedsak (@choedsak1993) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2560 / 13:32
    อัพต่อไวๆน้าาาา
    #390
    0
  18. #389 123_Care (@123_Care) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2560 / 13:14
    ฮุฮิ ต่ออักน้าาา ชอบมากกก ค้างด้วยอ่ะ
    #389
    0
  19. #388 222444666888 (@222444666888) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2560 / 13:03
    ทนรอไม่ไหวล้าวววเเง้งงงง
    เเต่จะรอ
    #388
    0
  20. #387 meawwii2 (@meawwii) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2560 / 13:01
    ชอบมากกกกก
    #387
    0
  21. #386 phatcharaa (@phatcharaa) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2560 / 12:35
    คาริเอลเดี๋ยวนี้ร้ายน้า ฮุฮุๆๆๆ
    #386
    0