เรียกข้าว่า | คาริเอล | [Yaoi]

ตอนที่ 17 : | 16 | งานเข้า [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,325
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 55 ครั้ง
    22 ก.พ. 60

 16

งานเข้า


คาริเอล' s part

               ข้าจะบอกว่าในตอนนี้ข้ากำลังอยู่บนสวรรค์ และข้าก็อยู่มาได้สองวันแล้ว เพราะอะไรน่ะหรือ นั่นก็เป็นเพราะท่านคาเอลเรียกตัวข้ามาสั่งงานน่ะซิ ก่อนหน้านี้ท่านพี่ซารีเอลได้จัดการหาตัวแทนที่จะปลอมเป็นข้าไว้ด้วย 

               ซึ่งข้าก็ไม่ปฏิเสธ แต่ว่านี่มันเร็วเกินไปหรือไม่ ข้ายังเที่ยวเล่น เอ๊ย! ยังศึกษาพวกมนุษย์ไม่เสร็จเลย แต่ข้าก็ตื่นเต้นเหมือนกันว่างานคราวนี้ของข้าจะเป็นงานอะไร ว่าแล้วก็ไปฟังกันเลยเถอะ

               "คาริเอล งานที่ข้าจะจะมอบหมายให้เจ้าทำในครั้งนี้คือ เจ้าต้องไปช่วยเง็กเซียนฮ่องเต้องค์ใหม่ เขาขอความช่วยเหลือข้ามา เมื่อเจ้าไปถึงแล้วเจ้าจะรู้รายละเอียดปลีกย่อยที่เหลือ" ท่านคาเอลตรัสกับข้า

               "เง็กเซียนฮ่องเต้? ท่านคาเอลจะส่งข้าไปตอนไหนหรือครับ?" แม้จะสงสัยว่าเพราะอะไรเง็กเซียนฮ่องเต้จึงมาขอให้ช่วย แต่ก็ไม่ได้ถามให้มากความ เขาคุ้นเคยกับยุคจีนอยู่แล้ว แต่กลับไม่เคยพบเจอเง็กเซียนฮ่องเต้ ได้ไปเจอสักคราก็คงดี

               "เจ้าสามารถเดินทางได้ในตอนนี้เลย เพราะถึงอย่างไรเจ้าคงไม่ต้องการเสียเวลาใช่หรือไม่?" ดูเหมือนท่านคาเอลจะรู้ทัน ซึ่งข้าก็ยินดีจะเดินทางไป

               ในตอนนั้นเลยประตูมิติถูกเปิดออกและข้าก็เดินเข้าไป เบื้องหน้าคือลานกว้างขนาดใหญ่ที่มีเทพสวรรค์นับพันๆองค์รออยู่ ดูเหมือนว่าเขาจะมารอข้านะ

               "ขอต้อนรับท่านอัครเทวทูตคาริเอล ตัวข้าคือเง็กเซียนฮ่องเต้ เป็นเกียรติมากที่ท่านมาเยือนในวันนี้" ผู้เป็รเง็กเซียนฮ่องเต้เดินเข้ามากล่าวอย่างสุภาพกับข้าและเมื่อใครสุภาพมาข้าก็จะสุภาพกลับไม่โกงแน่นอน

               "ข้าคาริเอลยินดีที่ได้รู้จัก พวกท่านมีเรื่องให้ช่วยใช่หรือไม่ ข้ามาเพื่อสิ่งนั้น" ข้าเข้าประเด็นเลยไม่มีอ้อมค้อม เง็กเซียนเองก็ทำท่าทางเห็นด้วย

               "เชิญท่านคาริเอลเชิญตามข้ามาทางนี้" เง็กเซียนผู้หล่อเหลาไม่เบาตรัสก่อนจะพาข้าเข้าไปยังห้องโถงพร้อมกับเหล่าเทพองค์อื่นๆอีกหลายองค์ "ข้าอยากให้ท่านคาริเอลช่วยดูแลคนๆหนึ่งให้หน่อย"

               "คนแค่คนเดียวเหตุใดจึงต้องให้ข้าไปดูแล คนอื่นไปก็ได้มิใช่หรือ?" ข้าถามออกไปที่เง็กเซียนว่าทำข้าสงสัยยิ่ง

               "คืออย่างนี้ท่าน คือว่าผู้ที่พวกข้าจะให้ท่านไปดูแลคืออดีตเง็กเซียนซึ่งลงไปเกิดบนโลกมนุษย์ ข้าเกรงว่าทายาทมังกรเช่นเขาจะถูกปองร้ายเลยอยากขอให้ท่านช่วย ก็จริงอย่างที่ท่านว่าที่ข้าสามารถสั่งให้คนอื่นไปดูแลได้ หากแต่ว่าทุกคนต่างก็ไม่มีใครว่างกันเลย ฉะนั้นจึงต้องขอให้ท่านช่วยเหลือ" เง็กเซียนจำเป็นต้องโกหกคนงามไปบางส่วน 

               จริงที่ว่าอดีตเง็กเซียนไปเกิดเป็นทายาทมังกรแต่อดีตเง็กเซียนองค์ก่อนนั้นเป็นคนที่เจ้าระเบียบและเข้มงวดเอามากๆ ทุกคนต่างก็ไม่กล้าที่จะไปดูแลเขาทั้งสิ้น หากแต่ว่าเมื่อเขาไปเกิดแล้วได้ขึ้นครองราชย์มนุษย์จะอย่างร่มเย็นเป็นสุขตลอดจนสิ้นราชวงศ์แต่ที่ขอให้องค์คาเอลช่วยคือพวกเขายังมีจุดประสงค์อีกอย่างที่ไม่สามารถบอกไปได้

               "เช่นนั้นเองรึ ข้านึกว่าพวกเขากลัวอันใดกันเสียอีก แต่ก็เอาเถอะ ข้าจะจ่วยเหลือพวกเจ้าถึงอย่างไรตัวข้าก็ว่างอยู่" ได้ยินดังนั้นเง็กเซียนและเทพองค์อื่นก็โล่งอก "จะให้ข้าทำเช่นไรก็ได้ใช่หรือไม่? ขอเพียงแค่ข้าจะยังคงปกป้องเขาได้"

               "ท่านคาริเอลสามารถทำได้ตามใจชอบเลย" เมื่อเง็กเซียนผู้ดูแลโลกแห่งนี้อนุญาต เขาก็ได้ให้พวกเขาจัดเตรียมสถานที่เก็บร่างของข้า เพราะคราวนี้ข้าจะให้เง็กเซียนส่งวิญญาณข้าไปเกิดในที่ที่สามารถอำนวยความสะดวกให้ข้าดูแลอดีตเง็กเซียนได้ง่ายหน่อย ซึ่งจำเป็นต้องเป็นขุนนางหรือเชื้อพระวงศ์เท่านั้นและอีกอย่างข้าขอให้ข้ามีอายุขัยเท่าโอรสมังกรอีกด้วย 

               เง็กเซียนทำตามที่ข้าสั่งทุกประการอย่างไม่ขาดตกบกพร่อง วิญญาณของข้าถูกส่งลงมาหลังจากเตรียมการอะไรเสร็จเรียบร้อย โดยที่ข้ามาแต่วิญญาณเปล่าๆไม่มีพลังเหมือนอย่างทุกที แต่ว่าเมื่อเป็นวิญญาณของข้า ถึงอย่างไรก็แข็งแกร่งกว่าคนธรรมดานักอาจจะมีพลังแข็งแกร่งกว่าคนทั่วไปนิดหน่อยพองาม นั่นยิ่งดีทำให้ข้าสามารถดูแลปกป้องผู้เป็นโอรสสวรรค์ได้ง่ายขึ้น

               ณ เมืองหลวง แคว้นฉี

               แคว้นฉีเป็นแคว้นที่รุ่งเรืองมากที่สุดในเจ็ดแคว้น วันนี้ในตำหนักของฮองเฮาวุ่นวายมาก เหล่าข้ารับใช้นางกำนัลขันทีทุกคนต่างก็วิ่งไม่มีหยุดพัก เนื่องจากว่าฮองเฮาทรงเจ็บพระครรภ์ใกล้คลอด หมองหลวงต้องรีบเร่งเข้าวังตั้งแต่กลางดึกเพื่อทำคลอดให้ฮองเฮา

               แต่ระหว่างทำคลอดก็เกิดเหตุการณ์ประหลาดขึ้น เมื่อท้องฟ้าที่เคยมืดสนิท กลับสว่างไสวไปด้วยแสงสีทองและมีดอกไม้ร่วงหล่นลงมาจากท้องฟ้า เป็นปรากฏการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน จนฮ่องเต้มีรับสั่งให้ราชครูไปเชิญนักบวชผู้ครองศีลมาทำนานเกี่ยวกับปรากฏการณ์นี้

               "ฮองเฮาของเจิ้นเป็นอย่างไรบ้างหมอหลวง!" เมื่อฮ่องเต้ทรงทอดพระเนตรเห็นหมอหลวงที่เดินออกมาจากห้องก็ถามไถ่อาการของฮองเฮาทันที นี่อาจจะไม่ใช่ครั้งแรกที่มีการประสูติในวังหลวง แต่เพราะครั้งนี้เป็นฮองเฮาที่ฮ่องเต้ทรงรักยิ่งกว่าผู้ใดจึงต้องตื่นเต้น

               "ฮองเฮาและพระโอรสทั้งสองทรงปลอดภัยดีพะยะค่ะ กระหม่อมได้จักเตรียมยาและสิ่งอื่นๆไว้ให้ฮองเฮาแล้ว พระองค์อย่าได้ทรงเป็นกังวลพะยะค่ะ" ทันทีที่หมอหลวงพูดจบฮ่องเต้ก็สะดุดกับคำๆหนึ่ง

               "พระโอรสทั้งสอง นี่อย่าบอกนะว่าข้าได้ลูกแฝด?" ฮ่องเต้ทรงตรัสถามหมอหลวง หมอหลวงก็ทำเพียงแค่ยิ้มให้

               "เชิญพระองค์ทอดพระเนตรให้เห็นกับพระเนตรพระองค์เองเถอะพะยะค่ะ" หมอหลวงที่กำลังคุกเข่าอยู่เอ่ยทำให้องค์ฮ่องเต้ต้องเข้าไปหาคำตอบ เดินเข้ามาก็ได้กลิ่นคาวเลือดและเสียงของเด็กร้องอ้อแอ้เบาๆ "เซียนเอ๋อร์"

               "เสด็จพี่เพคะ พระองค์ทรงมาแล้ว" ฮองเฮา 'หลิวเหมยเซียน' ทรงแย้มพระสรวลทันทีเมื่อได้ยินเสียงเรียกอันคุ้นเคยของเจ้าแผ่นดินผู้เป็นสามี

               "ข้าจะไม่มาได้อย่างไร เมื่อเจ้าให้กำเนิดโอรสให้กับเราถึงสองคน" ฮ่องเต้ตรัสกับฮองเฮาอย่างอ่อนโยนพลางนั่งลงข้างๆ พระองค์มองไปที่โอรส ทั้งสองที่กำลังดื่มนมจากฮองเฮาอยู่ในอ้อมแขน

               "หม่อมฉันก็ดีใจเพคะ ที่ประสูติพระโอรสเป็นไปอย่างปลอดภัย หม่อมฉันนึกว่าจะไม่ได้ตื่นมาพบพระองค์เสียแล้ว หม่อมฉันทรงกลัวมากเลยเพคะ" เห็นน้ำตาของฮองเฮาฮ่องเต้ก็พระทัยอ่อนยวบ พระองค์เข้าไปซ้อนหลังฮองเฮาที่กำลังอยู่ไฟและมีโอรสสองคนอยู่ในแขนแล้วนั่งอยู่แบบนั้น

               เกิดเหตุการณ์ประหลาดขึ้นและยังเป็นเหตุการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนเหล่านักบวชผู้ทรงศีลต่างก็รู้เลยว่ามันเป็นเรื่องน่ายินดีและเป็นเรื่องมงคลยิ่ง เหล่า

               "ผู้ทรงศีลได้ฝากข้อความมาบอกพระองค์พะยะค่ะว่า เหตุการณ์เช่นนี้เป็นมงคลพะยะค่ะ คาดว่าน่าจะเป็นเพราะพระโอรสทั้งสองที่ประสูติในเวลานั้น สวรรค์ทรงเมตตาส่งโอรสมังกรผู้ที่จะทำให้บ้านเมืองร่มเย็นเป็นสุขมาให้พระองค์ โปดอย่าได้ทรงเป็นกังวลเกี่ยวกับเหตุการณ์นั้นพะยะค่ะ" ราชครูทูลแก่ฮ่องเต้

               "เป็นเช่นนี้เองรึ ดี... ดียิ่งนัก!" ฮ่องเต้ตรัสด้วยความปิติยินดี โอสรทั้งสองน่าเอ็นดูยิ่งนักโตขึ้นต้องเป็นผู้ที่สง่างามและปราดเปรื่องแน่ๆ พระองค์จึงได้ทรงคิดว่าจะให้จัดงานรื่นเริงเพื่อฉลองการประสูติพระโอรสของฮองเฮา แต่ฮองเฮาทรงห้ามไว้ก่อนเพราะตัวเองยังไม่สามารถเข้าร่วมงานได้ ซ้ำยังสิ้นเปลืองยิ่งนัก ฮ่องเต้เองก็ได้แต่ตามพระทัยฮองเฮา

               ฮ่องเต้มีพระนามว่า 'ลี่หยางจิ่วซือ' พระองค์เป็นจักรพรรดิองค์ที่ 10 แห่งแคว้นฉี ในวันนั้นพระองค์ได้ตั้งพระนามของพระโอรสทั้งสอง คนพี่มีพระนามว่า 'ลี่หยางซิวหยวน' และคนน้องมีพระนามว่า 'ลี่หยางหวินเฟย'

               [เอ๊ะ นี่มันที่ไหน ทำไมรู้สึกอุ่นๆ] ข้าเพิ่งจะตื่นขึ้นมาเพราะรู้สึกถึงแรงกอดและแรงกดที่แก้ม นี่ข้าคงถูกส่งลงมาเกิดแล้ว แล้วตอนนี้ข้าคือใครล่ะ? นั่นไม่ใช่สิ่งที่ข้าอยากทราบเท่าไหร่นัก แต่ตอนนี้ข้ามองไม่เห็นอะไรเลยมันมืดไปหมด 

               จะว่าไปข้าเพิ่งจะเกิดนี่นะคงยังเป็นทารกอยู่ ไม่นานข้าก็ถูกบางอย่างสำผัสเข้าที่แก้มอีก มันทำเอาข้ารำคาญมากเพราะรู้สึกเหมือนมีอะไรมาทิ่มแทงจนต้องยกมือเล็กขึ้นมาปัดอย่างยากลำบาก

               "แอ้... อ๊ะ!" [อย่ากวนข้าได้ไหมจะนอน]

               "เสด็จพี่เพคะ เลิกกวนลูกได้แล้วเพคะ พระองค์คงทำให้ลูกรำคาญแน่ๆเขาถึงได้ปัดมือแบบนั้น" 

               "อ๊ะ แอะ!" [ถูกต้องเลยแม่ข้า] ข้าได้ยินที่ท่านแม่คนใหม่พูดแล้วเอ่ยด้วยเสียงแปลกๆออกไป เดี๋ยวนะเมื่อกี้เรียกเสด็จพี่หรือว่าเป็นเป็นเชื้อพระวงศ์อย่างนั้นเรอะ!

               "เห็นไหมเพคะ อีกคนก็กำลังหลับเลย เสด็จพี่ไปว่าราชการต่อเถอะเพคะหม่อมฉันจะให้ลูกพักผ่อนแล้ว" ฮองเฮาว่าพลางอุ้มโอรสองค์น้องลงไปวางที่ฟูบหนาแทนพี่คนโตก็อุ้มขึ้นมากล่อมให้หลับ

               "ได้ๆ พี่จะกลับแล้ว เจ้าก็ดูแลตัวเองดีๆด้วยนะ ไว้พี่จะมาเยี่ยมเข้าใหม่" เมื่อฮ่องเต้เสด็จออกไปแล้ว พระโอสรทั้งสองก็ได้นอนพักพร้อมกับฮองเฮา

               ต่อมาสองหนาวพระโอรสทั้งสองก็สามารถเดินและพูดได้ ทั้งคนพี่และคนน้องต่างก็ติดกันแจ ทั้งสองพระองค์น่าเอ็นดูมากเหล่าพระญาติก็แวะเวียนกันมาเยี่ยมเยือนอยู่บ่อยๆเพื่อยลโฉมของโอรสแฝดแรกของแคว้น หน้าตาของตั้งสองนั้นคล้ายคลึงกันแต่คนน้องจะดูคล้ายฮองเฮามากกว่าได้รับความงดงามมาหลายส่วนแม้ยังเป็นเพียงเด็กแต่ก็มีเค้าของความงามแล้ว

               "เชด็จปี้ ข้า.. อยาก ..กินหนม" ข้าเข้าไปกอดและออดอ้อนว่าที่ฮ่องเต้และอดีตเง็กเซียนซึ่งเป็นพี่น้องท้องเดียวกันกับข้า ข้ารู้ได้เพราะเง็กเซียนองค์ใหม่เข้ามาบอกในฝัน เขาส่งข้ามาเกิดได้ถูกที่จริงๆ

               "ม่ายได้นะ เชด็จแม่..บอกว่าเดี๋ยวฟัน..จะผุหากทานของหวานมากๆ" เสียงเล็กๆที่ยังพูดไม่ค่อยคล่องเช่นเดียวกับข้าเอ่ยแม้จะเข้มงวดแต่เขาก็ยังโอบกอดข้าด้วยความอ่อนโยน ตอนนี้ข้ามีนามว่า 'ลี่หยางหวินเฟย' ส่วนท่านพี่ผู้อ่อนโยน(แต่กับข้า)มีนามว่า 'ลี่หยางซิวหยวน' ต่อไปข้าขอใช้ชื่อหวินเฟยแทนแล้วกัน

คาริเอล's end part

               "หงึ ...แต่ข้าอยากทาน..นี่ฮับ" หวินเฟยเริ่มเบะปากงอแงกับเขา และวิธีนี้ใช้ได้ผลเสมอกับผู้เป็นพี่ชายที่ตัวสูงกว่าข้ามาก "ข้าฉัญญา..วะ..ว่าจะทานจิ๊ดเดียว นะฮับ ...นะ" คนตัวเล็กยังคงออดอ้อนเขาด้วนเสียงที่ติดๆขัดๆตามแบบเด็กที่มีอายุสองหนาว

               "อื้อ ก็ด้าย..." เขาพาน้องชายไปขอเสด็จแม่ซึ่งท่านก็อนุญาตเพราะหวินเฟยเข้าไปออดอ้อนด้วยสายตาน่าสงสารแบบเดียวกันกับที่ขอร้องเสด็จพี่ และแน่นอนว่าทุกคนที่โดนอ้อนก็ต้องยอมข้าทุกรายไป

               "อ้าม อาหย่อยจัง" ลี่หยางซิวหยวนมองผู้เป็นน้องชายที่ตอนนี้นั่งอยู่ข้างๆด้วยสายตาอ่อนโยนและเอ็นดู ตั้งแต่เกิดมาเขาก็อยู่กับลี่หยางหวินเฟยมาตลอดด้วยความที่เป็นฝาแฝดเลยรักกันมาเป็นพิเศษ

               "อ่ะ ปากเจ้า..เลอะแล้ว" มือเล็กคอยหยิบผ้ามาเช็ดปากน้อยสีอิงเถา(เชอรี่)ให้ หวินเฟยก็ปล่อยให้เขาเช็ดปากให้ตัวเอง ส่วนคนตัวเล็กก็เอาแต่กินขนมกุยช่าย ซึ่งเสด็จแม่เป็นคนสั่งให้ทำ ซิวหยวนเป็นพี่ชายที่ดีมากเขาคอยดูแลหวินเฟยอย่างดีนั่นทำให้หวินเฟยติดเขาแจ จนหวินเฟยคิดว่านั่นอาจเป็นนิสัยของเขาที่ติดตัวมาด้วยจากตอนที่เป็นเง็กเซียนใจเย็นๆเขาเพิ่งสองหนาวคงจะยังไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรมากนัก

               "ท่านก็ทานด้วยสิฮับ อ้าา..." มือน้อยๆที่ถือขนมของหวินเฟยพยายามยื่นไปตรงหน้าเขา และเขาก็รับมันไปทานตามที่ข้าบอกก่อนจะยิ้มให้ ฮองเฮามองดูโอรสทั้งสองรักใคร่กลมเกลียวกันก็ยิ้มอย่างเอ็นดู

               "องค์ชายซิวหยวน องค์ชายหวินเฟย ไปอาบน้ำกันได้แล้วเพคะ" นางกำนัลที่เคยเป็นแม่นมของฮองเฮาเอ่ยกับองค์ชายทั้งสอง นางเตรียมน้ำอุ่นไว้แล้วในตอนนี้เพิ่งจะหมดหน้าหนาวอากาศก็เย็นสบายอยู่พอตัว นางจัดการอาบน้ำให้องค์ชายก่อนจะแต่งอาภรณ์ใหม่ให้

               "เชด็จแม่ วันนี้เชด็จป่อ จะมาทานอาหารด้วยหรือไม่ฮับ?" หวินเฟยทูลถามเสด็จแม่ของตน เมื่อกำลังจะเสวยอาหารกัน

               "แสด็จพ่อเขาไม่ว่าง วันนี้คงมาทานข้าวกับพวกเจ้าไม่ได้หรอก วันนี้พวกเจ้าทานกับแม่แล้วกันนะ" วันนี้ฮ่องเต้ทรงมีราชกิจจึงไม่มีเวลามาเสวยพระกายาหารด้วยได้ แต่ก็ยังส่งขันทีมาแจ้งแก่ฮองเฮาก่อน

               "วันหน้าลูกขอไปหาเชด็จพ่อด้วยได้หรือไม่?" ซิวหยวนทูลถาม

               "ได้สิ แม่จะพาพวกเจ้าไปหาเสด็จพ่อเอง แต่พวกเจ้าต้องไม่ดื้อไม่ซนนะ เข้าใจหรือไม่?"

               "ฮับ/อื้อ" เหล่านางกำนัลและขันทีต่างก็เอ็นดูในท่าทางของฮองเฮาและองค์ชายทั้งสองที่คุยกันอย่างสนุกสนาน ตั้งแต่คลอดองค์ชายทั้งสองฮองเฮาก็ดูมีความสุขขึ้น แตกต่างจากเมื่อก่อนมากนัก ฮองเฮาก็ไม่ใช่คนที่ดีนัก มือนางก็อเคยเปื้อนเลือดมาก่อน หากไม่ทำเช่นนั้นนางคงไม่สามารถอยู่ในวังหลวงนี้ได้อย่างสงบแน่

               ด้วยตำแหน่งฮองเฮานี้ทำให้นางต้องถูกลอบทำร้ายอยู่เป็นประจำโดยเฉพาะถูกวางยาพิษ ยังดีที่ท่านพ่อที่เป็นแม่ทัพใหญ่เคยส่งนางไปเรียนกับจอมพิษจนเชี่ยวชาญด้านยาพิษและยาถอนพิษ นางรู้ว่าบัลลังก์ฮองเฮาเหล่าสนมต่างก็อยากได้หากนางยังคงทำตัวใสซื่อเหมือนตอนเข้าวังมาใหม่ๆนางคงได้ตกตายไปแล้ว ในวังของฮ่องเต้มีสนมทั้งหมดห้าร้อยคน นางจะต้องเหี้ยมโหดถึงจะสามารถควบคุมทุกคนเอาไว้ได้

               แต่สำหรับตอนนี้ โอรสทั้งสองคือทุกสิ่งทุกอย่างของนางนางจะต้องปกป้องพวกเขาให้ดีที่สุด ใช่ว่าฮ่องเต้จะมีโอรสสองคนเสียที่ไหน ฮ่องเต้มีโอรสทั้งหมดเจ็ดพระองค์รวมโอรสของนางด้วย และมีธิดาอีกสามพระองค์ซึ่งทั้งหมดล้วนมีอายุไล่เลี่ยกัน โดยที่ทั้งสองคนนั้นเป็นองค์ชายลำดับที่สามและสี่ ส่วนโอรสและธิดาองค์อื่นก็เป็นลูกของสนมขั้นเฟยทั้งนั้น 

               แต่ในตอนนี้หากลูกนางได้เป็นองค์รัชทายาทสักคน ชีวิตของพวกเขาจะมั่นคงขึ้น และนางจะต้องเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้ลูกของนาง ลูกของฮองเฮาย่อมมีสิทธิ์ได้เป็นรัชทายาทอยู่แล้ว ในอีกไม่กี่ปีนี้พวกเขาจะต้องเพรียบพร้อมทุกอย่างนางเชื่อแบบนั้น

_______________


                เจ็ดปีต่อมา

               "เสด็จพี่ หนีเรียนกันเถอะพะยะค่ะ!" เสียงเล็กเจื้อยแจ้วของหวินเฟยดังขึ้นข้างๆหูของซิวหยวนที่กำลังตั้งอกตั้งใจอ่านหนังสืออยู่ เขาเงยหน้าขึ้นมามองน้องชายฝาแฝดที่นั่งตาใสอยู่

               "ไม่ได้ วันนี้ห้ามเจ้าหนีเรียน ปีนี้เจ้าก็หนีเรียนเกือบปีแล้วไม่ใช่หรืออย่างไร?" ซิวหยวนปฏิเสธคนตัวเล็ก เจ้าน้องคนนี้ชอบชวนเขาหนีเรียนยิ่ง เมื่อเสด็จแม่จับได้ พวกเขาก็ต้องโดนลงโทษอยู่เป็นประจำ เมื่อเห็นว่าเสด็จพี่ปฏิเสธคนตัวเล็กก็ทำท่าจะร้องไห้ เห็นดังนั้นซิวหยวนจึงเอ่ยต่อ "เช่นนั้น หากเจ้ายอมเรียนในวันหยุดข้าจะพาเจ้าไปเที่ยวเล่นดีหรือไม่?"

               "จริงนะพะยะค่ะ เย้ๆ ดีใจจัง เสด็จพี่จะพาข้าออกไปเล่นแล้ว!" คนตัวเล็กทำท่าทางดีใจเสียยกใหญ่จนผู้เป็นพี่อดหัวเราะเสียไม่ได้ ไม่รู้ทำไมเขาถึงรู้สึกรักน้องชายคนนี้นัก รักแบบที่ไม่ใช่พี่ชายน้องชายรักกัน แต่รักดั่งมิตรสหายหรืออาจจะมากกว่านั้น เขาใจอ่อนยวบเสมอเมื่อคนตัวเล็กจะหลั่งน้ำตา ทั้งความรู้สึกแปลกๆที่ชวนใจเต้นยามมองหน้าคนตัวเล็กทุกทีนั่นทำเอาเขาไม่เข้าใจมันเลย

               "เอาล่ะๆ ไปกันเถอะ ถึงเวลาเรียนแล้ว" ซิวหยวนจับมือหวินเฟยเดินไปด้วยกัน หวินเฟยก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าตัวเองรู้สึกดีทุกครั้งที่ถูกพี่ชายสัมผัสแบบนี้ มือเล็กจับมือใหญ่ไว้แน่นราวกับจะบอกว่ารู้สึกแบบเดียวกัน

               'นี่ๆ.. ดูนั่นสิ วันนี้องค์ชายสี่เข้าเรียนด้วยล่ะ'

               'จริงหรือ องค์ชายสี่ผู้ที่ไม่เคยมาเรียนเลยคนนั้นน่ะหรือ?'

               'เจ้าไม่เห็นหรืออย่างไร นู่นไงมานู่นแล้ว' เสียงนินทาของเหล่าคุณหนูคุณชายที่ฮ่องเต้ทรงอนุญาติให้มาเรียนพร้อมกับเชื้อพระวงศ์ดังมาไม่ขาดสาย หวินเฟยรู้ดีว่าตัวเขาชอบโดดเรียน หากแต่ก็ใช่ว่าเขาจะโง่งมไม่รู้หนังสือ เขาเป็นถึงอัครเทวทูตคาริเอลเชียวนะ หวินเฟยรู้สึกว่าตัวเองอยากจะเป็นตัวร้ายขึ้นมาเสียแล้ว เก็บไว้จัดการพวกนางทีหลังก็แล้วกัน

               "เสด็จพี่ ข้าไม่เรียนไม่ได้หรือพะยะค่ะ" หวินเฟยกอดแขนของซิวหยวนไว้แน่นตอนนี้พวกเขาเข้ามานั่งในห้องแล้วเรียบร้อย ไม่นานราชครู 'ปี้เหวินเซี่ย' ก็เข้ามาในห้องเรียน ห้องที่ใช้เรียนนั้นเป็นห้องเปิดโล่งอากาศถ่ายเทเหมาะสำหรับเรียนอย่างยิ่ง

               "คารวะท่านราชครู!" เสียงเด็กๆในห้องกล่าวเสียงอังยกเว้นก็แต่เชื้อพระวงศ์เท่านั้น

               "อืม วันนี้พวกเจ้าทบทวนบทเรียนมาหรือยัง?" ราชครูผู้ที่มีอายุห้าสิบหนาวผมก็เริ่มหงอกเอ่ยถามนักเรียนของตน ตาก็ไปสะดุดกับองค์ชายที่ตนไม่เห็นหน้ามาเกือบปีในใจก็รู้สึกดูถูก เกิดเป็นองค์ชายเสียเปล่าแต่ไม่รู้จักศึกษาเรียนรู้ ชาตินี้คงเป็นได้เพียงตัวโง่งมแล้ว

               "เสด็จพี่ ข้ารู้สึกไม่ดีเลยขอรับ" หวินเฟยกอดซิวหยวนแน่นเมื่อรู้สึกถึงสายตาแปลกๆจากราชครูทำไมเขาจะไม่รู้ล่ะว่า สมองน้อยๆของตาเฒ่านั่นกำลังคิดอันใดอยู่ ก็ใบหน้าและแววตามันฟ้องขนาดนั้น จำไว้เถอะตาเฒ่า ต่อไปเจ้าจะได้รู้ฤทธิ์ของข้า! ร่างบางคาดโทษตาเฒ่าราชครูไว้ในใจ

               "ไม่เป็นไร เจ้าก็มีข้าอยู่ตรงนี้อย่างไร ข้าอยู่ที่นี่หากมีใครกล้ารังแกเจ้า ข้าจะเป็นคนจัดการมันให้เอง" ได้ยินซิวหยวนพูดแบบนั้นหวินเฟยก็ใจชื้นขึ้นมาหน่อยเลยคลายมือออกนั่งเรียนใกล้ๆกัน ราชครูก็สอนไปเรื่อยๆ วันนี้เรียนเรื่องการเขียนอักษร ซึ่งการสอนของราชครูทำเอาหวินเฟยแทบหลับกลางอากาศระหว่าที่กำลังจะเคลิ้มหลับสายตาของราชครูเหลือบมาเห็นเลยจะสั่งสอนเสียหน่อย

               "องค์ชายสี่!" คนถูกเรียกถึงกับสะดุ้ง

               "ห๊ะ! ...มีเรื่องอันใดกับข้าหรือ?" เสียงเล็กเอ่ยเนิบนาบเพราะยังสะลึมสะลืออยู่

               "เชิญองค์ชายออกมาเขียนอักษรตามที่กระหม่อมบอกพะยะค่ะ" ราชครูแสร้งยิ้มแล้วทูล

               "ตะ ...แต่ข้า" หวินเฟยก็แสร้งประหม่าเช่นเดียวกัน นี่คือการหลอกศัตรูให้ได้ใจแล้วตอกหน้ากลับไปคือความสะใจสูงสุดแล้ว

               "เฟยเอ๋อร์ เจ้าอย่าได้กังวล พี่เชื่อว่าเจ้าทำได้" ซิวหยวนให้กำลังใจ เขารู้ว่าน้องชายเขาต้องทำได้ ถึงหวินเฟยจะไม่ชอบเรียนแต่ก็ใช่ว่าคนตัวเล็กจะทำอันใดไม่เป็น

               "อื้อ ..ข้าจะทำเพื่อเสด็จพี่" คนตัวเล็กยิ้วหวานไร้ความกังวลให้ซิวหยวนแล้วออกมานั่งด้านหน้าห้อง ที่มีโต๊ะ กระดาษ หมึกและพู่กัน ราชครูยิ้มกริ่มเขาเตรียมอักษรที่ยากที่สุดเอาไว้แล้วมันอาจมีอยู่ในตำราเรียนหากแต่เด็กมีหรือจะจำได้ "ราชครู เปิ่นหวางจะให้ท่านบอกเปิ่นหวางเขียนหนึ่งคำหากเขียนได้ ท่านต้องตอบคำถามของเปิ่นหวางหนึ่งคำถาม หากท่านตอบไม่ได้ท่านจะต้องยอมทำตามที่เปิ่นหวางสั่ง ท่านจะยอมหรือไม่?"

               ฮือฮา!

               เสียงซุบซิบดังขึ้นมาอย่างต่อเนื่องหลังสิ้นคำของร่างบางแม้แต่ราชครูยังไม่อยากเชื่อว่าเด็ดเก้าขวบอย่างหวินเฟยจะกล้าต่อรองกับเขาแต่เขาก็มั่นใจเช่นกันว่าคำที่เขาจะบอกอีกฝ่ายเขียนไม่ได้แน่แม้จะโกงกันสักหน่อยที่คำนั้นไม่มีในบทเรียน แต่หากเขาแพ้มันคงน้าอับอายแน่

               "ได้พะยะค่ะ! กระหม่อมยอมรับ แต่หากพระองค์แพ้ กระหม่อมจะได้อะไรเล่าพะยะค่ะ?" ราชครูถามหวินเฟย หวินเฟยยิ้มก่อนจะบอกว่า

               "เปิ่นหวางจะไม่มาเหยียบที่นี่อีกเลยตลอดชีวิต และเปิ่นหวางจะยังคุกเข่าคำนับเจ้าอีกด้วย! เท่านี้เจ้าพอใจหรือไม่?" คำตอบของร่างบางทำเอาทุกคนในห้องอึ้งไปเหมือนกัน แต่บอกครถึงกับหลุดหัวเราะเล็กน้อยเพราะเห็นความเย่อหยิ่งของอีกฝ่ายที่กล้าต่อรองกับราชครูผู้เก่งกาจ แต่ก็มีอยู่คนหนึ่งที่กำลังครุ่นคิดอยู่

               ซิวหยวนมองไปที่แผ่นหลังของน้องชายที่ตั้งตรงอย่างองอาจ ไม่มีท่าทางสั่นคลอนเลยเพียงนิด ด้วยสีหน้าคาดเดายาก ตัวเขานั้นตั้งแต่เริ่มเรียนมาก็ถูกบอกว่าเป็นอัจฉริยะเสมอ แต่กับน้องชายที่ทำตัวเหลวไหลกับถูกทุกคนเอาแต่บอกว่าเป็นตัวโง่งมชอบเที่ยวเล่น แต่บัดนี้ตัวโง่งมที่ถูกทุกคนเรียกขานมานับแรมปีกำลังต่อกรกับราชครูผู้ไม่เคยแพ้ใคร 

               คนอื่นอาจจะคิดว่าน้องชายเขาเสียสติ แต่เขากลับคิดต่างออกไปคำพูดฉะฉานไร้แววตลกขบขันแบบนั้นมีหรือจะเหมือนปกติที่เจ้าตัวเล็กของเขาเป็นอยู่ ร่างบางไปเอาความมั่นใจแบบนั้นมาจากไหนกัน?

               "ได้พะยะค่ะ กระหม่อมจะบอกเพียงแค่คำเดียว ฟังให้ดีนะพะยะค่ะ" ราชครูเว้นช่วง "เปี๋ยง"

               ทุกคนถึงกับงุนงงสิ่งที่ราชครูบอกออกมา มันเพียงแค่คำเดียวสั้นๆแต่กลับไม่มีใครเคยได้ยิน หวินเฟยยิ่มแล้วเริ่มลงมือเขียน ตัวเขาตอนเป็นเทพเคยอ่านประวัติศาสตร์จีนมาเยอะ เรื่องภาษาเขาก็ศึกษามันจนแตกฉาน คำง่ายๆเพียงเท่านี้มีหรือจะเขียนไม่ได้ มือเล็กตวัดพู่กันไปมา ดูผ่านๆอาจจะคิดว่าเด็กคนนี้เขียนมั่วๆเท่านั้น แต่เมื่อสังเกตุสีหน้าที่เริ่มซีดของราชครูรู้เลยว่าไม่ใช่ เมื่อร่างบางวางพู่กันลงราชครูก็เหมือนเพิ่งตื่นจากฝัน

               "เชิญท่านตรวจสอบ"

               "นะ ...นี่มันเป็นไปไม่ได้" ราชครูพึมพำกับตนเอง กระดาษที่เขาอยู่นี้คือคำว่าเปี๋ยงจริงๆ เหตุใดจำเป็นเช่นนี้ ตัวอักษรตัวนี้มีถึงห้าสิบหกขีดด้วยกัน ที่คนตัวเล็กเขียนมาก็ห้าสิบหกขีดขาดไม่เกินแถมยังถูกต้องอีก รายอักษรก็งดงามผิดกับที่เป็นเด็กยิ่ง เขาต้องจำใจยอมแพ้ หากจะรักษาหน้าเอาไว้คงต้องเป็นการตอบคำถามองค์ชายแล้ว "เขียนได้ถูกต้อง!" 

               แซ่ด แซ่ด!

               เสียงดังขึ้นมาเซงแซ่เพราะคำของราชครู ทุกคนต่างก็ไม่เชื่ออย่างเห็นได้ชัด เว้นก็เพียงแต่องค์ชายสามซิวหยวนที่ทำเพียงแค่ยิ้มบางเบา เฟยเอ๋อร์ของข้า คราวนี้เจ้าเอาจริงแล้วสินะ

               "เช่นนั้นข้าจะเริ่มถามคำถามท่าน 'เมื่อก่อนไม่มี แต่จะมีต่อไป ไม่มีใครเคยเห็นและไม่มีวันเห็น มันเป็นที่พึ่งของคนที่ยังอยู่และยังหายใจ' มันคืออะไร?" ได้ยินคำถามที่องค์ชายถามออกมาราชครูแทบลมจับ เด็กเพียงเก้าขวบมีความคิดปัญหาได้ซับซ้อนขนาดนี้เชียวหรือ?

               "นี่มัน..." ราชครูขบคิดอยู่นานแต่ก็ยังไม่ได้คำตอบ เขาคิดว่าหากมีเวลานานกว่านี้คงคิดออกแน่ หากเขาเอ่ยปากขอเวลาไปก็เสียชื่อราชครูหมดแน่

               "วันพรุ่งนี้เปิ่นหวางจะมาเอาคำตอบจากท่าน" คนตัวเล็กเอ่ยเหมือนจะรู้อยู่แล้วว่าคำถามนั้นยาก สมองน้อยๆของตาเฒ่านั่นคงไม่สามารถตอบได้ในเวลาอันสั้นแน่ ร่างเล็กลุกขึ้นแล้ววิ่งไปนั่งที่เดิม ราชครูต้องการที่จะขบคิดต่อ จึงเลิกเรียนเร็วกว่าปกติ 

               "เฟยเอ๋อร์ เจ้าทำให้ข้าทึ่งเสียจริง" ซิวหยวนที่เดินจูงมือคนตัวเล็กตามปกติกล่าว

               "โธ่ ...เสด็จพี่ ข้าเพียงแค่ต้องการสั่งสอนเขาเพียงเล็กน้อยเท่านั้นเองพะยะค่ะ อีกอย่างท่านต้องไม่เชื่อแน่ว่าข้าเก่งกว่าที่ท่านคิดนะ" ร่างบางพูดอวดอ้างทำให้อีกฝ่ายหัวเราะน้อยๆแล้วลูบหัวหวินเฟยอย่างเอ็นดู เฟยเอ๋อร์ของเขาช่างน่าสนใจเสียจริง

               "เสด็จพี่สัญญากับข้าแล้วว่าวันหยุดจะพาข้าไปเที่ยว ต้องทำตามสัญญาด้วยนะพะยะค่ะ" ยิ้มสดใสทำเอาซิวหยวนตาพร่า

               "อื้อ ข้าสัญญา" แล้วทั้งสองก็เดินจับจูงมือกันกลับตำหนักไป

               วันต่อมา ราชครูไม่สามารถคิดหาคำตอบได้เลย ไม่ว่าจะเป็นอาหาร หรืออะไรที่เขาคิดหาก็ล้วนแต่ไม่ถูกเลยสักข้อเขาจึงต้องจำใจทำตามที่องค์ชายรับสั่ง แต่เขายังคงคิดว่ามันเป็นเพียงเรื่องบังเอิญเท่านั้น แต่เมื่อรับปากต่อหน้านักเรียนทุกคนแล้วเขาคงต้องยอม

               วันหยุดมาถึง

               รถม้าคันหรูหราแล่นออกจากวัง ทั้งองค์ชายสามและองค์ชายสี่เสด็จเข้าเมืองเพื่อเที่ยวเล่น ทั้งสองพระองค์ต้องการจะไปเที่ยวเล่นที่ตลาด แคว้นฉีเป็นแคว้นที่อุดมสมบูรณ์ อยู่ติดทะเล วันวันหนึ่งมีพ่อค้าตะวันตกและเวียนเข้ามาไม่มีหยุดหย่อนเพื่อทำการค้าด้วยมากมาย และนั่นเป็นข้อดีที่ทำให้แคว้นฉีเป็นแคว้นที่ยิ่งใหญ่

               "เสด็จพี่ ดูนั่นสิพะยะค่ะ นั่นชาวตะวันตกนี่พะยะค่ะ ข้าอยากลงไปดูจัง" เสียงหวินเฟยเจื้อยแจ้วดังมาตลอกทาง แผ่นที่ที่เขาเห็นพ่อค้าตะวันตกอยู่แถวๆท่าเรือ หวินเฟย ก็นึกได้ว่าพ่อค้าตะวันตกมักจะมีของดีๆมาด้วยเสมอหากซื้อติดมือกลับไปด้วยคงจะดีมากแน่ๆ

               "หยุดรถ!" ลี่หยางซิวหยวนสั่งหยุดรถเพราะต้องการให้คนตัวเล็กทำตามใจ รถมาหยุดลงแล้วทั้งสองร่างก็เดินไปโดยมีนางกำนัลเดินตามไปด้วยสองนางและองครักษ์อีกสี่ ความจริงแล้วฮองเฮาให้มามากกว่านี้หากแต่ว่าองค์ชายทั้งสองคนไม่ต้องการคนติดตามที่มากไปจึงมีติดตามมาเพียงเท่านั้น

               "เสด็จพี่รีบตามมาพะยะค่ะ ข้าอยากซื้อของหลายอย่างเลย" นิสัยขององค์ชายสี่ก็เป็นแบบนี้ เห็นของน่าสนใจเป็นไม่ได้ อยากจะเข้าไปซื้อมาเก็บไว้อยู่ร่ำไป แต่นี่เป็นครั้งแรกที่พวกเขาทั้งสองออกมานอกรั้ววังหวินเฟยเลยตื่นเต้นเป็นพิเศษเมื่อเห็นพ่อค้าชาวตะวันตก

               "เฟยเอ๋อร์ อย่ารีบ เดียวล้ม!" ร่างเล็กวิ่งไปอย่างเร็วทำให้ซิวหยวนต้องเรียกไว้ เพราะกลัวอีกคนล้มไปก่อนจะได้ซื้อของ เฟยเอ๋อร์ของเขาเข้าไปพูดคุยกับชาวตะวันตกเล็กน้อยก่อนจะกวักมือเรียกเขาที่กำลังเดินเข้าไปใกล้ๆ

               "เสด็จพี่ มีเงินบ้างหรือไม่ ข้าต้องการหลายอย่างเลยพะยะค่ะ" หวินเฟยถามซิวหยวน

               "เสด็จแม่ได้ให้เงินมาแล้ว อยากซื้ออะไรก็ตามใจเจ้าเถอะ"

               "ถ้าอยากได้หลายอย่างเลยนะเสด็จพี่ ข้ากลัวว่าคนของเราจะขนไปไม่ไหวพะยะค่ะ" นั่นคือสิ่งที่หวินเฟยกังวล ความจริงถ้าเขามีพลังเช่นเดิมคงจับยัดๆใส่มิติไปแล้ว

               "ไม่ต้องห่วงกังวลหรอกเดี๋ยวข้าจะสั่งให้พวกเขาไปนำคนมาขนไปเอง สิ่งใดที่เจ้าอยากได้เจ้าซื้อเถิด เดี๋ยวพี่จะสั่งให้ทหารมาขนไปเอง" ซิวหยวนบอกอคนตัวเล็กไป

               "เช่นนั้นเสด็จพี่ต้องไปกับข้านะพะยะค่ะ เพราะข้าอยากได้หลายอย่างเลย" ว่าแล้วคนตัวเล็กก็คว้าเอามือซิวหยวนไปจับแล้วเริ่มออกเดินไปหาซื้อของตามที่อยากได้

               "ท่านๆ ท่านมีอะไรมาขายบ้างขอรับ?" หวินเฟยพูดภาษาตะวันตกอย่างคลองแคล่วทำเอาซิวหยวนอึ้งไปพักใหญ่ เจ้าตัวเล็กของเขาไปหัดเรียนมาจากที่ใดกัน?ทำไมเขาถึงไม่เคยเห็น แต่ไว้กลับไปเขาค่อยถามทีหลัง

               "ข้ามีพวกเนย แป้ง เมล็ดกาแฟ และอีกหลายอย่างเลย เด็กน้อย ข้ามิคิดว่าเจ้าจะพูดภาษาข้าเป็นด้วย" ลูกค้าตะวันตกพูดอย่างแปลกใจที่นี่ไม่ค่อยมีคนเข้าใจภาษาเขาเท่าไหร่นัก อีกอย่างเขาก็ไม่เข้าใจภาษาจีนด้วยเลยทำการค้าไม่ค่อยดีเท่าไหร่ แต่เด็กน้อยแค่มีเพียงไม่กี่ขวบตรงหน้านี้กลับพูดภาษาเขาได้อย่างคล่องแคล่ว แบบนี้จะไม่ให้เขาแปลกใจได้อย่างไร

               "ข้าเรียนด้วยตัวเองมาน่ะขอรับ ถ้าข้าจะขอทำการซื้อขายกับท่านท่านจะยอมหรือไม่? พอดีว่าข้าต้องการซื้อวัตถุดิบทั้งหมดจากเรือท่านท่านมีอะไรท่านสามารถนำมาเสนอกับข้าได้เลย" ก็แค่พ่อค้าก็ไม่ค่อยอยากจะเชื่อว่าเด็กคนนี้อยากจะทำธุรกิจซื้อขายกับเขาหากแต่ว่าเมื่อเขาเห็นทหารที่อยู่ด้านหลังแล้วนั้นเขาก็รู้ทันทีเลยว่าเด็กคนนี้เป็นถึงเชื้อพระวงศ์

               เขาตกลงซื้อขายด้วยทันทีโดยการซื้อขายวัตถุดิบและอื่นๆที่นำมาจากประเทศของเขาให้แก่หวินเฟย น่าเสียดายที่เขาไม่ค่อยจะนำมันมาเยอะมากเท่าไหร่ แต่ว่าเขาก็ได้กำไรมากโขเลยทีเดียวในการซื้อขายครั้งนี้ นอกจากนั้น หวินเฟยยังเกินซื้อสิ่งอื่นๆอีก ยิ่งนักที่ได้ออกมาวันนี้เขาจะได้กินอาหารรสชาติต่างเมืองได้หน่อย เบื่ออาหารในวังเต็มทน...

----- 100% -----

*เปิ่นหวาง = ตัวข้าองค์ชายผู้นี้ , คำเรียกแทนตัวผู้เป็นองค์ชาย
*เจิ้น = คำเรียกแทนผู้เป็นตัวฮ่องเต้

#ไรท์คาดว่าตอนนี้ทุกคนน่าจะชอบ เพราะไรท์เองก็ชอบยุคจีนโบราณมากเลย อีกอย่างคือภาษาอาจไม่สะละสลวยเท่าไหร่ แต่ไรท์อยากแต่งยุคนี้มาก ผิดพลาดประการใดขออภัยอีกครั้งค่ะ

#แป๊บเดียวก็อายุ9ขวบแล้วเหรอนี่



  
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 55 ครั้ง

1,382 ความคิดเห็น

  1. #1242 RhongTood (@marklmsg7) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 6 เมษายน 2561 / 21:29
    น่าจะเปลี่ยนจากชาวต่างชาติเป็นอิงกัวนะ ชาวอิงกัวป่ะว่ะ?5555
    #1242
    0
  2. #649 shanakan6750 (@shanakan6750) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 3 มีนาคม 2560 / 18:09
    เอ่อ...ไม่ทราบว่าคำตอบของคำถามมันคืออะไรงั้นหรือเจ้าค่ะ?
    #649
    0
  3. #559 Jjane (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2560 / 22:33
    รอน๊าาาาา ไรท์จร้าาาา ค้างมากกกกกกก
    #559
    0
  4. #558 ManowandManow (@manowloveyou) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2560 / 21:40
    มาต่อเร้วๆนะค่าาาาาา พวกเราก้รอต่อไปปป
    #558
    0
  5. #557 phatcharaa (@phatcharaa) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2560 / 19:58
    รักแบบสหายหรือมากกว่านั้น รักแบบอะไรเน้อๆๆ ฮุฮุฮุ
    #557
    0
  6. #556 chiychimn (@chiychimn) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2560 / 19:31
    รอนร้า
    #556
    0
  7. #554 ฟอร์รี่ (@zeerin) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2560 / 19:02
    ชอบยุุคจีนกับแฟนตาซีมากๆเลยค่าาาา
    รอต่อน้าาา
    #554
    0
  8. #553 0996894556 (@0996894556) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2560 / 18:13
    ชอบรอค่าา
    #553
    0
  9. วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2560 / 17:18
    ชอบมากกกกกมาต่อเร็วๆน้าาาา
    #552
    0
  10. #551 mangpor43 (@por2543) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2560 / 16:54
    ชอบบบบบบ รอต่อค่าาา
    #551
    0
  11. #550 Krataituaglom (@Krataituaglom) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2560 / 15:34
    ชอบค่ะ รู้สึกว่ายุคนี้เวลาจีบหรือบอกรักกันนี่รู้สึกละมุนละไมมากเลยค่ะ
    #550
    0
  12. #549 Atk. S. (@lertwarachai) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2560 / 13:44
    รอออออออ
    #549
    0
  13. #548 123_Care (@123_Care) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2560 / 13:32
    มาต่อเร็วๆนะคะ
    #548
    0
  14. #547 NK142544 (@non_wufan) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2560 / 13:29
    ชอบมากกกกกกก รอตอนต่อไป~~~~
    #547
    0
  15. #546 bb.smile (@bhoombimm) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2560 / 13:19
    นี่ลุ้นมากว่าจะมีหนุ่มในสังกัดเพิ่มอีกกี่คน 5555555
    #546
    0
  16. #545 Yukii (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2560 / 13:11
    ทำไมไรท์น่ารักแบบนี้ ชอบๆยุคจีนนนนนน

    น่ารักกกกกกกกก ><
    #545
    0
  17. #544 corbin (@corbin) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2560 / 11:21
    ไรท์มาต่อสั้นมากเลยอ่ะ รีบๆ มาต่อนะครับ สู้ๆ
    #544
    0
  18. #543 Notty Kero (@sung-yong-nelu) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2560 / 11:19
    ชอบบบบบบ ความเทพติดตัวเสมออออ
    #543
    0
  19. #542 aungor (@aungor) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2560 / 11:05
    อยากอ่านต่อแล้ว อิอิ ไปที่ไหน คาริเอลก็เทพเสมอ(ก็เป็นเทพนิ อิอิ)
    #542
    0
  20. #541 กษิดิศ ปักษี (@zamakbigbag) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2560 / 10:30
    ไม่ว่าจะไปที่ไหน อยู่ที่ไหนก็เทพตลอดเลยนะ555
    #541
    0
  21. #540 T-sis (@T-sis) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2560 / 10:27
    ชอบครับบบบ รอมาอัพนานแล้ว ฮืออออออ อัพถี่ๆได้บ่ไรท์;______________;
    #540
    0
  22. #539 MinT~FairY (@ngohungmint) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2560 / 10:23
    ต่อๆๆๆ จะเป็นยังไงต่อไป ชอบเซ็ตติ้งจีนโบราณมาก
    #539
    0
  23. #536 T-sis (@T-sis) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2560 / 12:44
    ไรท์~~~~กลับม๊าาาาาาาาาาาาาาาต่อเร็วววววววววเธอออออออออออ
    #536
    0
  24. #535 pang (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2560 / 10:32
    ชอบยุคนี้อ่ะ แล้วก็.....................ไรท์มาต่อได้แล้ววววววว
    #535
    0
  25. #534 palmpypoko (@palmpypoko) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2560 / 00:14
    ชอบๆๆ ชอบยุคจีนโบราณ
    #534
    0