เรียกข้าว่า | คาริเอล | [Yaoi]

ตอนที่ 18 : | 17 | จุดเปลี่ยน [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,988
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 56 ครั้ง
    23 ก.พ. 60

  


17

จุดเปลี่ยน


               ตกเย็น

               "เฟยเอ๋อร์ เจ้าทำให้ข้าได้เปิดหูเปิดตาแล้ว"หวินเฟยได้ยินเสียงเย็นชาต่างจากเดิมก็เสียวสันหลังวูบ เขาลืมไปว่า เสด็จพี่ของเขานั้นไม่รู้ว่าเขาพูดภาษาตะวันตกได้แล้วเขาก็ไม่เคยบอกใครในเรื่องนี้ เข้าคาดว่าเสด็จพี่คงต้องโกรธเขามากแน่ๆถึงได้เย็นชาขนาดนี้ แต่ในขณะที่กำลังจะง้อนั้น รถม้าก็หยุดกึก พร้อมกับเสียงดาบประทะกันด้านนอกและเสียงกรีดร้องของนางกำนัล

               กรี๊ดดดด!!!!

               เคร้ง! เคร้ง!

               หวินเฟยเซเข้าไปในอ้อมแขนซิวหยวนโดยอัตโนมัติเพราะแรงดึงของซิวหยวน นั่นเป็นเพราะดาบที่เสียบทะลุเข้ามาตรงหน้าต่างเกี้ยวเขาเลยต้องดึงร่างบางมากอดไว้ แต่พวกเขายังเป็นเด็กทำอันใดไม่ได้มากนักจึงได้แต่อยู่ในเกี้ยวจนเสียงดาบเริ่มเบาลง

               หวินเฟยคิดอะไรบางอย่างออก เขามีหน้าที่คุ้มครองอดีตเง็กเซียนฮ่องเต้ให้ปลอดภัยดังนั้นสิ่งที่เขาต้องทำในตอนนี้คือเขาต้องเป็นเหยื่อล่อพวกมันเท่านั้น คนตัวเล็กลุกขึ้นแล้วดึงซิวหยวนลุกขึ้นด้วย แล้วเริ่มคิดหาทางซ่อนตัวซิวหยวนในระหว่างที่เสียงดาบยังไม่เงียบไป 

               มือน้อยเอื้อมออกไปหยิบดาบที่เสียบอยู่หน้าต่างมา แม้มันจะหนักแต่เขาก็สามารถถือได้ หวินเฟยถลกพรมขนสัตว์ที่ใช้นั่งออกเสียบปลายดาบเข้ากับแผ่นไม้ แต่ทว่าทำคนเดียวคงไม่ไหวจึงให้ซิวหยวนช่วย ทั้งสองงัดแผ่นไม้ที่นั่งออกจนเห็นช่องเล็กๆเพียงพอจะซ่อนเด็กได้ แต่มันก็สามารถเข้าไปได้เพียงแค่คนเดียวเท่านั้นดังนั้นอีกคนจะต้องอยู่ด้านนอก หวินเฟยหันมาหาซิวหยวนแล้วดันเขาลงไป

               "เจ้าจะทำอันใด เฟยเอ๋อร์" ซิวหยวนที่แม้จะตกในเมื่อมีเสียงด้านนอกอยู่ แต่เขาก็ยังสามารถประคองสติถามหวินเฟยไป ร่างบางยิ้มให้เล็กน้อยก่อนจะก้มลงไปจุมพิตที่แก้มของอีกฝ่ายเบาๆ เขาคิดว่าอย่างน้อยหากเขาพลาดถูกพวกมันฆ่า อีกฝ่ายจะต้องรอด

               "เสด็จพี่ ท่านจะต้องอยู่ในนี้ห้ามส่งเสียง รับปากข้าได้หรือไม่"

               "ไม่ เฟยเอ๋อร์ เจ้ากล่าวอันใดของเจ้า!" แม้ซิวหยวนเป็นเด็กแต่ก็ใช่ว่าเขาจะไม่ทราบว่าคนตัวเล็กคิดจะทำอะไร หวินเฟยเห็นแววตาที่สั่นไหวของซิวหยวนแล้วก็เจ็บปวดยิ่งนัก แต่ว่าหากเขาไม่ทำเช่นนี้ พวกเขาต้องตายกันหมดแน่ ไม่ว่าคนที่อยู่ด้านนอกนั้นจะมีจุดประสงค์อันใด มันคงไม่ได้มาดีแน่

               "หากท่านอยู่ในนี้ ท่านจะปลอดภัย หากข้าไม่ทำเช่นนี้พวกเราจะตายกันหมด" เสียงเล็กๆนั่นกำลังสั่นซิวหยวนรู้ได้ แต่เมื่อมองเห็นแววตาจริงจังของอีกฝ่ายแล้วเขาก็ต้องจำใจพยักหน้าน้ำตาเริ่มคลอเบ้า คนตัวเล็กยิ้มให้เขาอีกครั้งก่อนจะก้มลงมากอดอีกฝ่ายแล้วกระซิบข้างๆหูแผ่วเบา "ข้ารักท่าน เสด็จพี่ซิวหยวน"

               นั่นเป็นครั้งแรกที่หวินเฟยเรียกนามจริงของซิวหยวนเขาผละออกมาแล้วเริ่มนำไม้แต่ละแผ่นมาปิดเอาไว้ ทับด้วยพรมขนสัตว์ที่ใช้นั่งแล้วตัวเองก็ไปนั่งทับอีกทีเพื่อรอพวกด้านนอก มือเล็กจับดาบเอาไว้แน่น เขามีพลังเทียบเท่ากับคนวัยกลางคนด้วยซ้ำ แต่ร่างกายที่เล็กและวรยุทธ์ก็ไม่มีคือปัญหา แต่หากมันเข้ามาเขาก็พร้อมสู้

               ซิวหยวนหลังจากที่ได้ยินเขาก็ชะงักไปพักใหญ่ คำบอกรักที่คนตัวเล็กกล่าวมานั้น มันเหมือนกับน้องชายที่บอกรักพี่ชายทั่วๆไป เรื่องความรักก็พอจะแยกออกแล้วว่าอันไหนคือความรักแบบเพื่อน แบบครอบครัว หรือแบบความรัก อยู่ด้วยกันมาตั้งแต่คลอด ด้วยความใกล้ชิดหรืออะไรไม่รู้หากแต่วันนี้เขากลับมั่นใจแล้วว่าเขารักอีกฝ่ายจริงๆ รักแบบพี่น้องที่สามารถตายแทนกันได้

               ซิวหยวนอยากจะตอบกลับไปว่าเขาก็รู้สึกรักเช่นเดียวกันหากแต่ว่าแผ่นไม้ก็ถูกปิดไว้หมดแล้ว เขาพยายามที่จะดันแผ่นไม้ขึ้นไปแต่รู้สึกเหมือนหนักอะไรบางอย่างทำให้ไม่สามารถดันแผ่นไม้ขึ้นไปได้ ไม่ว่าจะพยายามเท่าไหร่ เขาก็ไม่สามารถดันมันออกไปได้เลย 

               สุดท้ายก็ต้องยอมถอดใจและได้แต่ภาวนาให้คนตัวเล็กปลอดภัย หรือไม่ก็ให้มีคนมาช่วยพวกเขาเอาไว้ทัน น้ำตาอดีตเง็กเซียนไหลออกมาเมื่อได้ยินเสียงร้องของคนตัวเล็กที่ด้านนอก เขาเสียใจยิ่งนักที่ไม่สามารถช่วยอะไรได้เลย...

               ด้านลี่หยางหวินเฟย

               มีชายชุดดำผู้หนึ่งเปิดประตูเข้ามา หวินเฟยไม่ลังเลเลยที่จะใช้ดาบเสียบไปที่หัวใจ ตอนนี้เขาไม่มีอะไรที่ต้องกังวลแล้ว ขอสู้สุดใจขาดดิ้น เมื่อคนหนึ่งตายก็ยังเหลือคนที่อยู่ด้านนอกอีกประมาณสี่คนเท่าที่ได้ยินเสียงฝีเท้า พวกมันล้อมรถเอาไว้ ที่ยังไม่เข้ามาเพราะคงยังไม่ทราบว่าอีกคนได้ตายไปแล้ว

               แต่จะรั้งอยู่ที่นี่นานไม่ได้ หากมันเกิดบ้าเผารถขึ้นมาจะแย่ จึงต้องหาทางออกไปด้านนอกแทน หากตอนนี้เสด็จแม้ได้รับข่าวจากคนที่ถูกส่งไปก่อนจะกลับคงจะทราบแล้วว่าเกิดความผิดปกติ เขาควรจะถ่วงเวลาพวกมันไว้ แม้ตอนนี้จะมีกำลังไม่มากพอ แต่หากเขาล่อมันออกไปคงจะได้นานโขอยู่ ดูจากฝีมือคนที่เขาฆ่าไปก็ยังพอรับมือได้อยู่แ่อาจต้องเจ็บตัวบ้าง

               ร่างของเด็กคนหนึ่งก้าวลงมาจากรถพร้อมดาบเปื้อนเลือดและในหน้าที่เปรอะเปื้อนไปด้วยสีแดงทำเอาพวกที่ล้อมรถทั้งสี่คนต่างก็แปลกใจ แต่เมื่อเห็นร่างของเพื่อนร่วมงานที่นอนตายอยู่ด้านหลังพวกมันก็เริ่มโกรธแค้น พวกมันคนหนึ่งเดินเข้ามาพร้อมดาบในมือ

               "เจ้าหนู วางดาบลงเสีย"

               "พวกเจ้าเป็นใคร" หวินเฟยไม่ยอมวางดาบแต่กลับจับเอาไว้ไม่ห่าง

               "พวกข้าจะเป็นใครไม่สำคัญแต่เจ้านั่นแหละวันนี้ข้าจะต้องออกเจ้าไปขาย เด็กจังเจ้าหากใครให้แม่เล้าคงจะได้ราคาดีไม่น้อย"

               "เจ้าจะไปขายมันไม่ได้นะเจ้าบ้า ก็ไม่รู้ยังไงว่าค่าหัวมันตั้งมาก ส่งให้คนที่จ้างวานได้มากกว่าตั้งเยอะ" อีกคนว่า ดูท่ามันจะโง่เลยเริ่มแบไต๋ออกมาทีละน้อย เดี๋ยวนี้มีการจ้างวานฆ่าแล้วหรือ? แล้วหากที่พวกมันพูดเป็นความจริง แล้วมันเป็นใครกันล่ะ?

               "เจ้าบ้า จะพูดตรงนี้ให้มันได้อันใด จัดการมันเสีย!" อีกคนว่า คนที่เดินมาอยู่ตรงหน้าหวินเฟยก็ประมาทเพราะเป็นเด็กอยู่ มันเข้ามาใกล้ๆเพื่อจะใช้ดาบฟัน หากแต่คนตัวเล็กที่ใช้สองมือจับดาบสะกัดดาบเอาไว้ได้แล้วเชือดคอมันก่อนที่มันจะดึงดาบกลับมา มันตายในทันที ส่วนคนที่เหลือก็พากันอึ้ง

               "เจ้า! ตายเสียเถอะ" พวกมันทั้งสามคนกรูเข้ามาคนละทิศ หากอยู่กับที่เขาต้องโดนปิดล้อมแน่ หวินเฟยพยายามสังเกตหาอะไรที่สามารถใช้ได้มาใช้ เขาวิ่งไปด้านหน้าของพวกมันคนหนึ่ง มือทั้งสองที่ถือดาบอยู่ก็ให้ปลายดาบสะบัดดินเข้าดวงตาของมันจนมันต้องรีบเช็ดออก 

               จังหวะนั้นหวินเฟยก็สอดตัวเข้าไปใต้ขาโผล่ไปด้านหลังแล้วกระโดดขึ้นขี่หลังของมัน ใช้สองมือที่จับดาบอยู่แทงลงจนทะลุไปด้านหน้าทำให้มันตายในทันที อีกสองคนเมื่อเสียเพื่อนร่วมงานไปอีกมันก็ไม่ได้ประมาทอีกต่อไป

               ย๊ากกกก!

               "โอ๊ยย!!!" พวกมันทั้งสองคนกรูเข้ามาพร้อมดาบในมือ เมื่อมันมีสองคนตัวหวินเฟยเองก็รับมือยากขึ้น เขาพยายามกระโดดหลบ แต่ก็โดนปลาบดาบกรีดเข้าที่แขนเป็นทางยาว ทำให้แขนเริ่มอ่อนแรง ไม่ดีแล้ว! ร่างเล็กรีบคิดหาหนทางรอด เขาวิ่งไปถึงศพที่มีดาบปักอยู่สองมือคว้าเอาดาบที่มือมันใช้แรงขว่างไปที่พวกมันอีกคนจนดาบเสียบเข้าที่หัวของมันทำให้อีกคนตายในทันที

               ตัวของหวินเฟยเองก็แทบจะไม่เหลือกำลังแล้วเขาล้มลงไปกับพื้นพร้อมกับพวกมันที่เหลืออีกคนเดินเข้ามาใกล้ๆ

               "เจ้า! ฆ่าเพื่อนข้า ...ดีเหมือนกันเพราะข้าจะได้เงินคนเดียว ตายเสียเถอะ!!!" มันเงื้อดาบขึ้นในขณะเดียวหันกับที่หวินเฟยใช่แรงทั้งหมดเพื่อถีบไปที่หน้าแข้งของมันให้ล้มลงมาด้านหน้า มือเล็กเก็บดาบที่วางอยู่แถวนั้นมาตั้งไว้กับพื้นอย่างมั่นคงเมื่อมันเสียหลักกระแทกตัวลงมามันก็ถูกดาบเสียบทะลุอกตกตายทันที ส่วนหวินเฟยเองก็โดนดาบของมันเฉือนเข้าที่หัวไหล่เช่นกันแม้จะพยายามหลบแล้วก็ตาม

               "อึก!" ร่างเล็กคลานออกจากใต้ร่างของชายชุดดำ พอดีกับตอนที่มีเงาคนกลุ่มหนึ่งมุ่งมาทางพอดี กองกำลังลับเกือบสิบที่องค์ฮ่องเต้ทรงมอบหมายให้มาตามหาองค์ชายทั้งสองมาถึงแล้ว พวกเขาแทบไม่อยากจะเชื่อว่าที่นี่เคยเป็นถนนโล่งๆมาก่อน เพราะมีศพนอนเกลื่อนพื้นเต็มไปหมดแต่กลับมีร่างหนึ่งกำลังคลานออกมาจากใต้ร่างชายชุดดำ

               "องค์ชายพะยะค่ะ!!!"

               "พวกเจ้าเป็นใคร!!" ร่างเล็กยังคงกังวลอยู่ว่าคนเหล่านี้จะเป็นศัตรู ดวงตาเต็มไปด้วยกลิ่นอายสังหาร

               "พวกกระหม่อมเป็นกองกำลังลับขององค์ฮ่องเต้พะยะค่ะ!" ทั้งหมดคุกเข่าลงแล้วแสดงสัญลักษณ์เป็นป้ายหยก ทั้งกองกำลังลับแทบไม่อยากจะเชื่อว่าร่างนั้นจะเป็นองค์ชายสี่ ร่างนั้นอาบโชกไปด้วยเลือดสีแดงฉานพวกเขาทั้งหมดรีบมาเพื่อตรวจดูอาการขององค์ชาย 

               แต่ทว่าหลินเฟยกลับไม่ยอมให้พวกเขาตรวจเลย คนตัวเล็กมุ่งหน้าไปที่รถม้าด้วยท่าทางสะบักสะบอม สิ่งเดียวที่เป็นห่วงที่สุกคือเสด็จพี่ของเขาหากแต่ว่ากลับเซเกือบล้มไปคนจากกองกำลังจึงรีบเข้ามาช่วยเหลือด้วยการพยุงไว้

               "อึก...เสด็จพี่ อยู่ใน กะ..เกี้ยว พวกเจ้าช่วยไปดูเขาที อยู่ใต้ ทะ..ที่นั่ง" หวินเฟยพยายามเค้นคำพูดออกมา บาดแผลของเขาสาหัสยิ่งสำหรับเด็ก เมื่อได้ยินว่าองค์ชายอีกคนอยู่ในเกี้ยวพวกเขาส่วนหนึ่งก็รีบเข้าช่วยเหลือ ซิวหยวนเมื่อเห็นว่ามีคนมาช่วยตนแล้วก็รีบออกมาจากเกี้ยวเพื่อมาหาคนที่เขาห่วงที่สุดทันใด

               "เฟยเอ๋อร์!!" เห็นเจ้าตัวเล็กของตัวเองเปรอะเปื้อนไปด้วยเลือด ใจซิวหยวนแทบหยุดเต้น เขารีบเข้ามาหาร่างเล็กโดยเร็ว เขาคว้าคนตัวเล็กเข้ามากอดเอาไว้

               "อึก ...เสด็จพี่" เสียงแหบแห้งเอ่ยเมื่อถูกกอด หวินเฟยอยากจะพูดนักว่าให้กอดเบาๆหน่อย เขาระบมไปทั้งตัวแล้วแต่ก็ไม่พูดอะไรเพราะเห็นอีกฝ่ายเป็นห่วงเขามาก

               "ข้าอยู่นี่แล้ว ...เราปลอดภัยแล้ว" ซิวหยวนได้ยินเสียงอ่อนแรงของอีกฝ่ายก็เจ็บไปด้วย เขาช่วยอันใดไม่ได้เลยสักนิด ในใจก็ต้องมั่นว่า เขาจะไม่ยอมให้เกิดเรื่องพวกนี้ขึ้นอีกเป็นเด็ดขาด

               "ข้าง่วงจัง เสด็จพี่"

               "เฟยเอ๋อร์! อย่าตายนะ เฟยเอ๋อร์!!...อึก" ตาของหวินเฟยค่อยๆปิดลงสติดับวูบไป ซิวหยวนที่เห็นดังนั้นก็ผละออกจากตัวหวินเฟย แล้วเขย่าๆตัวหวินเฟยน้ำตาซิวหยวนไหลออกมา 

               ท่าทางนั้นทำเอากองกำลังลับต้องรีบมาช่วยแยกออกแล้วบอกว่าหากพาองค์ชายไปหาหมอได้ทันเขาจะรอด พูดเช่นนั้นซิวหยวนถึงได้หยุด แล้วเริ่มตั้งสติ กองกำลังลับพาองค์ชายทั้งสองกลับมาที่วังหลวงด้วยความเร็วเพราะชีวิตขององค์ชายสี่ไม่อาจรั้งรอได้

               "หยวนเอ๋อร์! เฟยเอ๋อร์!" ฮองเฮาเหมยเซียนที่กำลังกังวลอยู่เห็นกองกำลังที่ฮ่องเต้กลับมาแล้วห้อมร่างของลูกชายทั้งสองคน แต่คนเล็กกลับตัวเปื้อนไปด้วยเลือดจนใจหาย

               "เสด็จพ่อ! เสด็จแม่! ต้องช่วยหวินเฟยให้ได้นะพะยะค่ะ อย่าให้น้องตายนะพะยะค่ะ!" ซิวหยวนรีบกุลีกุจอมาหาเสด็จแม่และเสด็จพ่อของตนที่รออยู่อย่างเป็นห่วง

               "ไปตามหมอหลวงมาเดี๋ยวนี้ หากเขาชักช้านักก็รีบอุ้มเขามาเลย!!!" สุรเสียงน่าเกรงขามสั่งออกไป หมอหลวงถูกอุ้มเหาะเหินมาด้วยความเร็ว เขารีบเข้าไปตรวจอาการขององค์ชายสี่ อาการไม่สู้ดีนักแต่ทว่ายังพอช่วยไว้ได้ทัน

               ผ่านไปหลายเค่อ หมอหลวงยังคงไม่ออกมาจากห้องทำให้เหล่าฮ่องเต้ฮองเฮาและลี่หยางซิวหยวนต่างกังวล องค์ฮ่องเต้ได้เร่งค้นหาตัวผู้จ้างวานฆ่าโอรสทั้งสองพระองค์ไม่ได้นิ่งนอนใจแต่อย่างใด พระองค์ได้รับรู้เรื่องราวอีกอย่างคือ 

               เรื่องที่ลี่หยางหวินเฟยเป็นคนสังหารเหล่านักฆ่าด้วยตัวคนเดียว จากร่องรอยการต่อสู้และอื่นๆ ฮ่องเต้ได้ทรงสั่งปิดเรื่องนี้ไว้เป็นความลับ แต่เรื่องหาตัวผู้จ้างวานโดยเร็วแต่กองกำลังลับก็ยังคงเป็นกองกำลังลับ พวกเขาทำงานกันเงียบๆ

               เกือบครึ่งวันหมอหลวงก็ออกมาด้วยสภาพเหงื่อโทรมกาย เขาพยายามอย่างสุดความสามารถจนองค์ชายน้อยปลอดภัยแล้ว เหลือเพียงต้องพักฟื้น

               "องค์ชายสี่ปลอดภัยแล้วพะยะค่ะ หากแต่ยังไม่ทรงได้สติ กระหม่อมได้จัดยาและอย่างอื่นไว้แล้วพะยะค่ะ" ได้ยินหมอหลวงกล่าวทูลทุกคนก็โล่งใจฮองเฮาและซิวหยวนเข้ามาด้านใน คนตัวเล็กถูกผ้าพันเอาไว้ที่แขนและที่ไหล่ ใบหน้ายามหลับตอนนี้ขึ้นสีระเรื่อเป็นสัญญาณของการมีชีวิตอยู่

               "เสด็จแม่ เพราะข้า น้องถึงได้เป็นเช่นนี้ ข้ามันเป็นพี่ชายที่ไม่ได้เรื่องเลยเสด็จแม่" ซิวหยวนรู้สึกผิดยิ่งนักที่ทำให้คนที่ตัวเองรักเป็นเช่นนี้เขากอดเสด็จแม่ไว้แน่น

               "ฟังแม่นะ หยวนเอ๋อร์ เจ้าไม่ใช่คนผิดคนที่ผิดคือคนที่มันทำร้ายเจ้า ตอนนี้เฟยเอ๋อร์ก็ปลอดภัยแล้ว หากเจ้าไม่อยากให้เป็นเช่นนี้อีกเจ้าจงแข็งแกร่งขึ้นเสีย เพื่อปกป้องเฟยเอ๋อร์ให้ได้ เจ้าเข้าใจที่แม่พูดหรือไม่?" ฮองเฮาตรัส พระนางหวังว่าซิวหยวนจะแข็งแกร่งขึ้นเพื่อปกป้องหวินเฟยได้

               "พะยะค่ะท่านแม่ จะไม่มีผู้ใดทำร้ายเฟยเอ๋อได้อีก ข้าสาบานด้วยชีวิตของข้า ข้าจะต้องแข็งแกร่งขึ้นแน่พะยะค่ะ!" สายตาของซิวหยวนจริงจังกว่าทุกทีจนน่าแปลกใจ ฮองเฮาพอใจยิ่งนักสายตาเช่นนั้นนางเคยเห็นมาก่อน สายตามุ่งมั่นแบบนั้นแหล่ะ นางเคยเป็นมาก่อนในตอนที่ตัดสินใจเข้าวัง

               หวินเฟยต้องรักษาตัวเป็นเดือนโดยที่ไม่สามารถออกไปที่ใดได้ นั่นคือสิ่งที่เขาเบื่อยิ่ง หากแต่แผลก็เจ็บเกินกว่าจะเดินไปไหนมาไหนจริงๆ เมื่อตอนที่เขาตื่นมา เขาก็พบหน้าเสด็จแม่เป็นคนแรก ส่วนซิวหยวนนั้นกลับไม่พบเจอทั้งที่เขาควรจะมาหากันบ้าง แต่นี่กลับหายไปเลย มารู้ทีหลังว่าซิวหยวนไปฝึกที่สำนักตงฟางเสียแล้ว

               หวินเฟยโกรธมากที่ซิวหยวนไปไหนไม่มาร่ำราเขาได้ขอเสด็จแม่ว่าอีกสามปีจะขอตามซิวหยวนไป เวลาที่เหลือเขาขอให้ท่านแม่ช่วยฝึกสอนสิ่งที่เขาไม่ได้สนใจฝึก เวลาว่างก็เอาแต่อ่านหนังสือศึกษาหาความรู้จนราชครูแทบจะก้มกราบองค์ชายสี่เพราะความอัจฉริยะของเขา... 

               สามปีต่อมา

               "เสด็จแม่ ลูกไปแล้วนะพะยะค่ะ" องค์ชายสี่วัยเพียงสิบสองชันษา หวินเฟยตอนนี้กำลังจะไปศึกษาต่อที่สำนักตงฟางเพื่อตามซิวหยวนไป พวกเขาได้ทำการทดสอบหวินเฟยแล้วเนื่องจากองค์ฮ่องเต้ได้เชิญปรมาจารย์จากสำนักมาทำการทดสอบด้วยตัวเอง พวกเขาต่างก็เห็นถึงศักยภาพของหวินเฟย ที่ไม่ต่างจากพี่ชายเลยสักนิด

               ฮ่องเต้ในตอนแรกกำลังจะตัดสินใจให้ซิวหยวนไม่ก็หวินเฟยเป็นรัชทายาท หากแต่ว่าหวินเฟยกลับบอกว่า 'เสด็จพ่อ ลูกอยากเป็นหัวหน้ากองกำลังลับพะยะค่ะ' ด้วยแววตาที่แน่วแน่ทำให้ฮ่องเต้เหลือเพียงตัวเลือกเดียวคือซิวหยวนเท่าที่ดูแล้วเหล่าองค์ชายคนอื่นต่างก็เอาแต่ทำตัวเหลวไหลใช้อำนาจในทางมิชอบกันทั้งนั้นจึงไม่สมควรกับตำแหน่งอย่างยิ่ง..

_______________

               หวินเฟยเดินทางมาเพียงลำพัง แต่ว่าฮ่องเต้ยังคงส่งหน่วยลับมาคอยคุ้มกันอยู่ห่างๆให้เดินทางไปจนถึงสำนักอย่างปลอดภัย ตลอดการเดินทางไปลำบากบ้างแต่คนตัวเล็กก็ไม่ได้ย่อท้อ นั่นเป็นบททดสอบแรกที่ต้องผ่านไปให้ได้

               สำนักตงฟางตั้งอยู่ภายในหุบเขาลึก แต่ที่นั่นกลับมีเพรียบพร้อมทุกอย่างสำนักตงฟางเป็นสำนักอันดับหนึ่งในเจ็ดแคว้นและเป็นสำนักที่ฝึกคนมีฝีมือมากมายทั้งคนเหล่านั้นยังไม่เว้นแม้แต่ฮ่องเต้ของทั้งเจ็ดแคว้น

               หวินเฟยเข้ารายงานตัวกับผู้อาวุโสที่เฝ้าประตูอยู่ด้วยหนังสือที่เปรียบเหมือนใบรับรองศิษย์ของสำนัก เพียงแค่ผู้อาวุโสคนเดียวประทับนามก็สามารถเป็นศิษย์สายนอกได้ แต่ทว่าหากได้มาเกินห้าท่านศิษย์คนนั้นจะถูกนับเป็นสายใน เครื่องแต่งกายเป็นสีดำและสีขาว ศิษย์สายในจะใช้สีดำ ศิษย์สายนอกจะเป็นสีขาว และนอนว่าระดับอย่างหวินเฟย ผู้อาวุโสที่ทำการทดสอบทั้งหมดต้องประทับนามลงไปทั้งหมด

               "นี่คืออาภรณ์ของเจ้า และนี่คือป้ายชื่อและอันดับของศิษย์ใน เจ้าอยู่อันดับสุดท้ายในสายในชั้นที่หนึ่ง" ศิษย์สายในมีลำดับและอภิสิทธิ์ต่างๆตามลำดับ นั่นไม่ใช่ปัญหาแม้หวินเฟยจะอยู่ลำดับสุดท้าย ก็ใช่ว่าความสามารถจะด้อยสุด

               อยู่ที่นี่ไม่มีการแบ่งแยกฐานะ แต่ก็ยังมีให้เห็นอยู่บ้างหากแต่ว่ายังคงเป็นส่วนน้อย อยู่ในสำนักมักจะมีกลุ่มต่างๆ เรียกคล้ายๆพรรค ในนั้นจะต้องมีคนอยู่ไม่ต่ำกว่าห้าคนเพื่อทำภารกิจร่วมกัน ทุกๆปีจะมีการจัดการแข่งขันระหว่างแต่ละชั้นปีเพื่อหาคนที่เก่งกาจที่สุดของสำนัก แล้วยังมีกำหนดว่าทุกคนจะต้องร่วมแข่ง

               ในสำนักมีศิษย์สายนอกห้าร้อยคนได้ และศิษย์สายในน้อยยิ่งกว่ามีเพียงห้าสิบคนแต่ศิษย์สายในทุกคนต่างก็มีประสิทธิภาพทั้งยังเป็นอัจฉริยะในหมู่อัจฉริยะทั้งสิ้น แน่นอนว่าทั้งซิวหยวนและหวินเฟยต่างก็เป็นหนึ่งในนั้น

               หวินเฟยมีบ้านเป็นของตัวเองเพราะเป็นศิษย์สายใน ศิษย์สายนอกจะอยู่รวมกันเป็นห้องละสองคนสำนักตงฟางกว้างใหญ่ แต่ในวันรับศิษย์ทุกคนจะต้องมารวมกัน ศิษย์สายในเป็นพวกที่เห็นได้ยาก เพราะพวกเขามีสถานที่ฝึกอีกที่ ซึ่งจะแตกต่างจากสายนอก และถ้าหากสายนอกต้องการเป็นศิษย์สายในก็เพียงต้องพัฒนาฝีมือตนเองให้ได้รับการยอมรับจากปรมาจารย์เท่านั้น

               ที่นี่ไม่มีการแบ่งแยกระดับพลังยุทธ์ พวกเขาฝึกฝนตามวิชาที่มีปรมาจารย์สอน และสามารถหาอ่านตำราต่างๆได้ในหอคัมภีร์ ปราณเองก็สามารถฝึกฝนให้แข็งแกร่งขึ้นได้เช่นกันนั่นก็ขึ้นอยู่กับความสามารถของแต่ละคน

               หวินเฟยคิดถึงซิวหยวนมาก เขาไม่ทราบว่าซิวหยวนจะคิดเหมือนกันหรือไม่ เมื่อพบเจอกันเขาจะยังคงอ่อนโยนให้เช่นเดิมรึเปล่า? ทั้งที่เขาเป็นเทพแต่กลับเริ่มมีความรู้สึกแบบนี้เสียได้ หวินเฟยมาที่นี่เพื่อพบซิวหยวนอีกครั้ง เขาคิดว่าตัวเขาจะต้องฝึกฝนให้หนักขึ้น เพื่อปกป้องซิวหยวน ร่างเล็กผลอยหลับไปในความมืด

               สองวันต่อมา

               วันนี้เป็นวันต้อนรับศิษย์ ศิษย์ทุกคนต้องมารวมตัวกันที่ลานกว้างกลางสำนัก ทั้งศิษย์นอกและใน ผู้ที่เป็นศิษย์ใหม่ถูกแยกไว้อีกฝั่งเว้นเพียงศิษย์สายในที่ต้องออกไปยืนด้านหน้า ศิษย์สายในที่เข้ามาใหม่มีทั้งหมดห้าคนทั่วทั้งเจ็ดแคว้น พวกเขาจะต้องขึ้นไปแนะนำตัว

               หวินเฟยเป็นคนสุดท้ายวันนี้เขาเกล้าผมขึ้นสูงดูทะมัดทะแมง แม้อายุยังน้อยแต่เขาก็ไม่มีวี่แววของความเป็นเด็กอยู่เลย ตัวเขาสูงกว่าเด็กที่อายุเท่ากันพอสมควร ร่างบางยืนเด่นเป็นสง่า ฟังปรมาจารย์พูดไปเรื่อยๆดวงเนตรใสแจ๋วก็คอยมองหาซิวหยวนไปด้วย 

               ซิวหยวนเป็นคนที่โดดเด่นไม่นานก็พบ ดูเหมือนเขาจะคุยกับเพื่อนอยู่ แต่สิ่งที่ทำให้เขาหยุดหงิดใจก็คือสตรีที่กอดแขนและพูดคุยอย่างสนิทสนมนั่นต่างหาก นางเป็นผู้ใดกัน? ไม่เจอกันเพียงสามปีก็มีสตรีคนรักแล้ว? จะว่าไปเขามีสิทธิ์อะไรไปยุ่งเรื่องซิวหยวนล่ะ เขาเป็นน้องชายเองมิใช่หรือ?

               นั่นสินะ เขามันเป็นเพียงน้องชายมีสิทธิอันใดไปยุ่งเรื่องของซิวหยวน หน้าที่ของเขาคือปกป้องอีกฝ่ายไม่ใช่หรือ ถึงอย่างไรเขาก็ยังหงุดหงิดอยู่ดี ตัวเขาไม่อยากมีพี่สะไภ้แบบนี้หรอกนะ ไม่เข้าตาเลยสักนิด!

               "หวงลี่ตาน" ศิษย์ใหม่ของสายในที่เพิ่งจะเข้าใหม่ห้าคนในชั้นที่หนึ่งออกมาแนะนำตัว แต่ละคนต่างก็มาจากต่างแคว้น

               "ยื่อเหยาเหยา"

               "ลี่หยางหวินเฟย" หวินเฟยกล่าวเป็นคนสุดท้าย เพียงแค่พูดชื่อออกไปซิวหยวนถึงกับชะงัก เขามองร่างเล็กที่ยืนเด่นอยู่ด้านหน้าเขาไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเจ้าตัวเล็กจะมาอยู่ที่นี่ ไม่ได้เจอกันสามปีหวินเฟยเปลี่ยนไปมากทั้งหน้าตาและความสูงที่สูงขึ้นกว่าเดิมทั้งดวงหน้าที่เปลี่ยนไปเล็กน้อยแต่ยังคงสะกดสายตาคนมองได้ 

               เสร็จสิ้นทุกอย่างทุกคนถูกสั่งให้แยกย้ายในตอนเที่ยงเพื่อเตรียมตัวเรียนในวันพรุ่งนี้ หวินเฟยเดินออกมาเพื่อกลับไปที่ที่พักของตัวเอง แม้จะเป็นกระทอมหลังเล็กแต่ก็น่าอยู่พอสมควร บ้านพักของหวินเฟยอยู่หลังสุดท้ายติดกับป่า มันมีต้นไม้ใหญ่และร่มรื่นมาก หวินเฟยนำหนังสือมานั่งอ่านเพียงลำพัง

               "เฟยเอ๋อร์..." ได้ยินเสียงอันคุ้นเคยก็เงยหน้าขึ้นมอง

               "เสด็จ...ท่านพี่ ไม่ได้พบกันนานเลยนะขอรับ" ทักทายไปเพียงเล็กน้อยใบหน้านั้นไร้รอยยิ้ม ทันทีเมื่อเห็นผู้ที่ติดสอยห้อยตามมาด้วย

               "นี่คือน้องชายที่ซิวหยวนเล่าให้ฟังหรือ น่าตาน่ารักยิ่ง สวัสดี พี่สาวมีนามว่า 'ซิ่นปิงปิง' ยินดีที่ได้รู้จัก" เสียงแหลมเล็กของสตรีผู้ขวางหูขวางตาคนตัวเล็กว่า นางยังไม่ยอมปล่อยมือจากแขนของซิวหยวน คนตัวเล็กมองไปนิดหน่อยก่อนจะเอ่ยตอบเสียงเรียบ

               "ข้าไม่เคยมีพี่สาว" เสียงเรียบๆเอ่ยออกมาฟังดูไม่ค่อยสบอารมณ์เท่าไหร่ รอยยิ้มที่เสเสร้งอยู่แล้วของซิ่นปิงปิงถึงกับหม่นลงแล้วทำสายตาจิกกัด ก่อนซ่อนมันไป

               ซิวหยวนที่เห็นคนตัวเล็กเฉยชาและไม่เข้ามาออดอ้อนดังเช่นแต่ก่อนก็ไม่สบายใจอยู่บ้าง อาจเป็นเพราะยังโกรธเขาอยู่กระมังเลยไม่ได้คิดอันใด

               "เฟยเอ๋อร์... เจ้าโตขึ้นมากนะ"

               "ก็คงเช่นเดียวกับท่านพี่นั่นแหล่ะขอรับ" ร่างเล็กตอบไปเหมือนเดิม เขาไม่ระเบิดใส่ก็ดีเท่าไหร่แล้ว รีบๆพาปรสิตนี่ไปไกลๆเสียที หวินเฟยนึกรำคาญท่าทางกระแนะกระแหนของซิ่นปิงปิงจึงได้เอ่ยไล่ "เชิญท่านพี่กลับไปเถิดขอรับ ข้าจะอ่านหนังสือ"

               "... อืม ไว้ข้าจะมาพบเจ้าใหม่" ซิวหยวนรู้สึกได้เลยว่าคนตัวเล็กของเขาเปลี่ยนไป นัยน์ตานั่นไม่มีแววพูดเล่นหรือแววออดอ้อนแบบที่เคยเห็น แต่กลับเย็นชาจนเขารู้สึกปวดหนึบที่ก้อนเนื้อด้านซ้ายแต่ก็พยายามส่งยิ้มกลับไป "ปิงปิง ไปเถอะ"

               เขาเป็นคนที่ไม่ชอบรังแกใครก่อน แต่หากนางล้ำเส้นเข้ามาเมื่อใดเมื่อนั้นนางจะไม่ได้กลับออกไปอย่างมีชีวิตแน่ๆ บอกไว้เลยว่าเขาหวงพี่ชายมากว่าสิ่งใด

               หวินเฟยตั้งใจฝึกฝนอย่างยิ่ง เขาไม่ต้องการที่จะฝึกอย่างอื่นเลยนอกจากฝึกลมปราณ หากลมปราณกล้าแข็งเขาก็สามารถลองฝึกฝนวิชา 'มังกรอสูร' ได้ ซิวหยวนพยายามแวะเวียนมาหาบ้าง แต่หวินเฟยก็ยังปฏิบัติเช่นเดิม ด้วยการบอกว่าไม่ว่าง อีกทั้งยังหลบหน้าอีกฝ่ายเสมอๆ

                คนตัวเล็กไม่สุงสิงกับผู้ใดมากนัก ดังนั้นเลยไม่มีเพื่อนอยู่ในสำนักเลย เวลาที่ต้องทำภารกิจที่ได้รับก็มักจะไปทำเพียงผู้เดียวเสมอ เว้นแต่เพียงงานที่ต้องทำเป็นกลุ่มถึงจะขอเข้าร่วมกับผู้อื่น

               ซิวหยวนรู้สึกว่า เจ้าน้องชายตัวเล็กของเขามีกำแพงบางอย่างกั้นอยู่ เขาไม่เคยเห็นอีกฝ่ายยิ้มให้อีกเลยนับตั้งแต่เขามาที่สำนักตงฟาง แม้แต่วันแรกที่พบกันเขารู้ว่ามาโดยไม่ได้ร่ำลาเพียงแต่ว่ายามเขาจะเข้าไปเอ่ยอันใดก็มักจะถูกปัดอยู่ร่ำไป เหมือนกับว่าไม่อยากได้ยินอันใดจากเขา

               ความอดทนของซิวหยวนก็มีอยู่จำกัด ตัวเขาไม่ชอบที่เจ้าน้องชายตัวเล็กของเขานั้นเย็นชากับเขาแบบนี้เขาอยากให้หวินเฟยยิ้มให้เขา กอดเขา ออดอ้อนเขาเหมือนเดิมแต่ทว่าเขาควรจะทำอย่างไรดีล่ะ? ตอนนี้ร่างเล็กสร้างกำแพงขึ้นมากั้นเอาไว้เสียแล้ว

               "เฟยเอ๋อร์ เจ้าโกรธข้าหรือ?" วันนี้เขาก็ยังคงมาอีก แต่ไร้แววของคนที่ชอบตามมาด้วย เนื่องจากวันนี้ซิ่นปิงปิงไปฝึกฝนเลยไม่อยู่รบกวน ซิวหยวนเองก็เห็นว่าเป็นเพื่อนกันจึงมิได้ผลักใสนาง

               "เปล่านี่ขอรับ ข้าจะมีสิทธิ์อันใดไปโกรธท่าน?" คนตัวเล็กยังคงพูดเช่นเดิม ซิวหยวนตรงเข้าไปกระชากตัวหวินเฟยลงไปนอนที่เตียง ก่อนตัวเขาจะขึ้นไปคร่อมเพื่อกดคนตัวเล็กเอาไว้

               "แล้วเหตุใดเจ้าจึงห่างเหินกับข้าเช่นนี้!" ซิวหยวนตะโกนด้วยความเหลืออด เขาทนความเย็นชาของร่างบางไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว "ข้าพยายามที่จะขออภัยเจ้าที่ข้าจากมาโดยที่มิได้ร่ำลา แต่เจ้ากลับไม่ฟัง! เจ้าเอาแต่ผลักใสข้าให้ห่างออกไป หากเจ้าโกรธข้า เจ้าก็ทุบตีข้าสิ หรือทำอย่างไรก็ได้ที่มิใช่เย็นชาและผลักใสข้าเช่นนี้! เจ้าไม่คิดถึงความรู้สึกข้าเลยหรืออย่างไร!"

               "แล้วท่านเล่าเคยคิดถึงความรู้สึกของข้าหรือไม่!!" หวินเฟยเองก็ไม่อยากจะตะคอกกลับไปหรอก หากแต่ว่าเขาก็ไม่อยากทนแล้วเหมือนกัน หยดน้ำตาเม็ดเล็กไหลออกจากหางตา "ท่านไม่เคยเขียนจดหมายมาหา ท่านไม่เคยส่งข่าวกลับมา ท่านรู้ไหมว่าสามปีมานี้ข้าต้องอยู่คนเดียวข้า ที่ข้ามาที่นี่เพราะข้าอยากเจอท่าน แต่ท่าน! ท่านมีทั้งสหายมีทั้งคนรัก แล้วดูข้าสิข้ามีใครบ้าง!"

               "เฟยเอ๋อร์ ฟังข้าก่อน มันไม่ใช่อย่างที่เจ้าคิด..." ซิวหยวนเห็นน้ำตาที่กำลังไหลออกมาพร้อมกับคำพูดมากมาย ตัวเขาเพิ่งจะรู้ตัวว่าเผลอว่าร่างเล็กไปเสียแล้ว ตั้งใจจะอธิบายว่าเขาไม่ได้ทิ้งมา เขาเพียงมาฝึกวิชาเพื่อที่จะเก่งขึ้นแล้วปกป้องคนตัวเล็กได้ เขามีสหายก็จริงแต่หาได้มีคนรักไม่ ร่างบางเข้าใจผิดไปใหญ่แล้ว..

               "ไม่ใช่ที่ข้าคิดอย่างไร! ข้าเห็นมาแล้วกับตา หากท่านมีความสุขนักก็ปล่อยข้า แล้วออกไปเสีย!!!" คำประชดประชันของหวินเฟยทำให้ซิวหยวนเจ็บปวด เขาคว้าหวินเฟยมากอดไว้แน่น หวินเฟยเองก็ดื้อยิ่งนักมือเล็กๆนั่นทุบตีเขาไม่หยุด "ปล่อยข้านะ! ปล่อย"

               "ไม่! ฟังข้านะเฟยเอ๋อร์ ข้าทิ้งเจ้ามาเพราะข้าไม่อยากเห็นเจ้าบาดเจ็บเช่นนั้นอีก ข้าอยากเก่งกว่านี้และสามารถปกป้องเจ้าได้ ข้าขอโทษที่ไม่บอกเจ้า ข้าขอโทษที่ไม่เขียนจดหมายไปหาเจ้า..." หวินเฟยเงียบไปแล้ว คนตัวเล็กเลิกทุบตีเขาแล้วเอาแต่นิ่งเงียบฟังเขาเล่า "ไม่มีวันไหนเลยที่ข้าจะไม่รู้สึกผิดที่ทิ้งเจ้ามา ข้าคิดถึงเจ้ามาก ในทุกวันข้าพยายามจะคิดว่าเจ้าทำอันใดอยู่ จะคิดถึงข้าบ้างหรือไม่ดังนั้นสิ่งเดียวที่ข้าจะทำได้คือฝึกฝนจนเก่งขึ้นเท่านั้น"

               "..."

               "ข้ารักเจ้านะเฟยเอ๋อร์ เจ้าเป็นน้องชายเพียงคนเดียวของข้า!"

               "!!!" หวินเฟยเองก็ไม่คาดคิดว่าคนตรงหน้าจะบอกรักเขา "หึ... รักน่ะหรือ ข้าไม่เชื่อ! ปล่อยข้า! ปล่อ...อุ๊บ!!"

               ยังไม่ทันได้กล่าวจบ ริมฝีปากน้อยก็ถูกปิดไว้ด้วยมือของซิวหยวน

               "เจ้าจะหยุดได้หรือไม่ เจ้าสำคัญกับข้ามากนะรู้หรือไม่" หวินเฟยเงียบไปครู่หนึ่งแล้วเอ่ยต่อ

               "ไม่เข้าใจอันใดทั้งนั้น ท่านช่างใจร้ายยิ่งนัก ท่านมีคนรักแล้วความสำคัญของข้าคงลดน้อยลงเป็นแน่!" หวินเฟยนึกถึงสตรีที่เคยมากับซิวหยวนสตรีที่ชอบเสแสร้งเช่นนั้นไม่สมควรเป็นฮองเฮาด้วยซ้ำ! ท่าทางการเรียกที่สนิทสนมแถมยังอยู่ด้วยกันทุกที่นั่นอีก ถ้าไม่เรียกว่าคนรักแล้วจะให้เรียกว่าอันใดกัน

               "คนรัก? คนรักที่ใดกันข้าไม่เคยมี" ซิวหยวนพยายามอธิยาย เมื่อเห็นว่าหวินเฟยเริ่มจะไม่สบอารมณ์อีกครั้ง เขาเดาใจอีกฝ่ายไม่ถูกจริงๆ

               "หากมีเพียงข้าแล้วสตรีที่อยู่กับท่านตลอดนั่นเล่า เป็นใครเขาก็ดูออกกันทั้งนั้น คนอื่นยังเคยพูดเลยว่าพวกท่านเป็นคนรักกัน แล้วแบบนี้ข้าจะเชื่อท่านได้มากเท่าใดกัน ท่านลืมไปแล้วหรืออย่างไรว่าข้าเป็นน้องท่านนะ? ข้าไม่อยากมีสะไภ้นิสัยเสียเข้าใจหรือไม่!" ปากน้อยกล่าวว่าไปไม่หยุดซิวหยวนหน้านิ่วคิ้วขมวด เขาคิดถึงสตรีที่หวินเฟยบอกว่าอยู่ด้วยกันตลอด จนนึกถึงซิ่นปิงปิง ถึงได้ทราบว่าเพราะเหตุนี้เองร่างเล็กถึงไม่พอใจเขาตั้งแต่วันแรก วันนั้นนางก็ไปด้วย

               "ฟังข้านะเฟยเอ๋อร์ ปิงปิงกับข้ามิได้เป็นอันใดกันทั้งนั้น สำหรับข้านางก็เป็นเพียงสหายของข้า และจะเป็นแบบนั้น คนที่สำคัญกับข้ามากที่สุดคือเจ้า" ซิวหยวนกล่าวอธิบายให้อีกฝ่ายเข้าใจ เขาไม่ต้องการให้หวินเฟยเข้าใจเขาผิด นิดเดียวก็ไม่อยาก

               "ถ้าข้าสำคัญกับท่านที่สุด ท่านต้องเล่าให้ข้าฟังว่าสามปีมานี้มีสตรีใดเข้ามาใกล้หรือมาหว่านเสน่ห์ใส่ท่านบ้าง หากโกหกข้าแม้เพียงนิดท่านอย่าหวังว่าข้าจะให้อภัยท่านอีก"

               สรุปว่าเมื่อปรับความเข้าใจกันได้แล้วซิวหยวนก็เล่าเรื่องทุกอย่างตลอดให้หวินเฟยฟังไม่มีปิดบังสักหน่อยเดียว แถวยังได้นอนกับร่างเล็กไปจนถึงเช้าประสาพี่ชายน้องชาย...

----- 100% -----

#วันนี้มาเต็มๆหนึ่งตอนค่ะ เพิ่งเสร็จหมาดๆ นิยายเรื่องนี้เรื่อยเปื่อยจริงๆเพราะไรท์ไม่ต้องการจะฟิกแค่แบบเดียว มันเลยออกมาเละไปหน่อย แต่ไรท์จะพยายามแต่งให้ยาวขึ้นนะคะ จะได้ไม่เละไปกว่านี้ 
#แวะมาทักทายรีดเดอร์เท่านั้นไปล่ะค่ะ เดี๋ยวมาต่อ...



  
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 56 ครั้ง

1,382 ความคิดเห็น

  1. #1253 KATE ^^ (@Kettipa) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 7 เมษายน 2561 / 01:05
    ทำไมรู้สึกจะไม่ใช่แค่พี่น้อง?
    หรือเรามโน อืมๆ ไม่รักก็ไม่เป็นไร//กัดฟัน
    #1253
    0
  2. #1243 RhongTood (@marklmsg7) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 6 เมษายน 2561 / 22:08
    จะแค่พี่น้องงั้นหรือ ไม่เป็นไรข้าโอเคมากๆเลย อื้มๆ ข้าโอเค//กัดฟันพูด
    #1243
    0
  3. #1199 jaotha (@jaotha) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 4 มีนาคม 2561 / 01:56
    ใจกรูไม้่ดีเลยตอนนี้ สายพี่น้องไม่ได้ ห้ามๆๆๆ บอกว่าห้ามคิดไง ไอ่บ้าาา
    #1199
    0
  4. #1146 Mbk Mbk (@2478516093) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2560 / 10:05
    ไม่ว่าจะค้ำคอร์หรือฮาร็ดคอร์ขอแค่เป็นyรับได้หมดค่ม^_^
    #1146
    0
  5. #585 ชิโนบุ คุง (@0619188562) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2560 / 01:28
    เเอะ!...... ดูเหมือนว่าข้ามิค่อยสุนทรีกับความรักระหว่างพี่น้องซักเท่าใด //เกาหัวเเกรกๆ
    #585
    0
  6. #584 TooN (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2560 / 11:26
    แงะ ปี้จายที่ไหนกอดน้องนอนจนเช้าวา นี่มานฟินเวอร์อะ
    #584
    0
  7. #583 กษิดิศ ปักษี (@zamakbigbag) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2560 / 10:28
    555นึกว่าปิดด้วยปากสะอีก555~ ปรับความเข้าใจตามประสาพี่น้อง~
    #583
    0
  8. วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2560 / 10:06
    รอน้าาาาา น่ารักมากกกกก
    #582
    0
  9. #581 Mihoro Ki U (@Mihoro_Ki-U) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2560 / 02:39
    ดู~ดู๊~ดู~ ดูเธอทำ~ ทำไมถึงทำกับฉันได้~ อ่านจบแล้วเพลงนี้ลอยขึ้นมาในหัวเลย 555555+
    #581
    0
  10. #580 mata4111 (@mata4111) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2560 / 23:35
    รอค่าาาา สู้ๆนะค่ะ
    #580
    0
  11. #579 mangpor43 (@por2543) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2560 / 23:24
    โอ้ยยยยย ชอบบบบบ ตอนปิดปากนึกว่าจูบ ...ที่ไหนได้มือ...
    #579
    0
  12. #578 Jjane (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2560 / 22:46
    ชอบๆๆๆๆ ฟินเลยพี่น้อง รอน๊าาาาา สู้สู้น่ะไรท์จร้าาาา
    #578
    0
  13. #577 0996894556 (@0996894556) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2560 / 21:42
    รอออค่าส
    #577
    0
  14. #576 123_Care (@123_Care) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2560 / 20:04
    รออออออออ
    #576
    0
  15. #575 phatcharaa (@phatcharaa) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2560 / 19:52
    มีหึงกันด้วย ฮุฮุ
    #575
    0
  16. #574 pinglang (@pinglang) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2560 / 19:16
    สาววายถึงกับต่อมมโนแตกซ่านธาตุไฟเข้าแทรกเมื่อเจอฉากเอามือปิดปาก  - -*
    #574
    1
    • #574-1 pegger15384 (@pegger15384) (จากตอนที่ 18)
      23 กุมภาพันธ์ 2560 / 20:59
      ใช่ ไรท์ช่างใจร้าย
      #574-1
  17. #573 jspimrose (@jspimrose) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2560 / 18:53
    อาาาาาาา ลืมได้กันไวๆน้า~
    #573
    0
  18. #572 BlackRabbit1212 (@BlackRabbit1212) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2560 / 18:36
    จะว่าอะไรมั้ยคะ? ถ้าอยากให้พี่น้องกินกันเอง ผั๊วะ!!!///โดนถีบ...
    #572
    1
    • #572-1 Mbk Mbk (@2478516093) (จากตอนที่ 18)
      19 ธันวาคม 2560 / 10:07
      อุ้ย!!หนับหนุนด้วยคน..ตบมือรัวๆสิคะรอไร!?
      #572-1
  19. #571 corbin (@corbin) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2560 / 18:36
    ร้องไห้ตายเลยอ่ะ ซึ้งเลย ขอบคุณครับ
    #571
    0
  20. #570 aungor (@aungor) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2560 / 18:02
    รออ่านต่อจ้า รอๆๆๆๆคือว่ารักกับแบบพี่น้องเนอะ อิอิอิ แต่คนน้องหวงพี่มากๆๆๆๆ อิอิ
    #570
    0
  21. #569 saiikun (@patiya) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2560 / 17:20
    มีคำผิด ตอนที่คนน้องเจอคนพี่อีกครั้ง
    ตรงที่ไม่เจอกันปีเดียว ?? มันต้องสามปีป่ะ
    #569
    0
  22. #568 Lovely_Otaku (@Lovely_Otaku) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2560 / 17:14
    สองปีผ่านไป สองวันผ่านไป และห้าเดือนผ่านไป เวลาช่างผ่านไปรวดเร็วเหลือเกิน
    ตอนฉากโดนปิดปากเราคิดว่าใช้ปากปิด พอเลื่อนลงมาใช้มือปิดนี่ค้างเลย..
    #568
    0
  23. #567 Ojun pwnzaa (@pwnzaa) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2560 / 17:08
    ถึงไรท์ เราอยากจะบอกว่าคนสมัยก่อน ยา เค้าเรียกกันว่าโอสถ *แนะนำค่ะสู้ๆรออยู่
    #567
    0
  24. #566 NK142544 (@non_wufan) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2560 / 17:05
    ตอนนี้เป็นพี่ชายน้องชาย แต่อนาคตคงมีการขยับความสัมพันธ์เป็นคนรักใช่ไหมค้าา~~~
    #566
    0
  25. #565 MinT~FairY (@ngohungmint) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2560 / 16:44
    เปลี่ยนเร็วแฮะ ตอนแรกนึกว่าจะแนวองค์ชาย แก่งแย่งในราชสำนัก ตอนนี้มาเป็นจอมยุทธ์ละ 5555
    #565
    0