เรียกข้าว่า | คาริเอล | [Yaoi]

ตอนที่ 20 : | 19 | ข้าจะทำให้มันอยู่ไม่สู้ตาย [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,122
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 60 ครั้ง
    28 ก.พ. 60

19

ข้าจะทำให้มันอยู่ไม่สู้ตาย


               ผ่านไปไม่กี่วันหลังจากเลือกตัวรัชทายาทก็เกิดเรื่องขึ้นจนได้ ฮองเฮาเกิดประชวรกะทันหันโดยไม่ทราบสาเหตุ จากการที่หมอหลวงตรวจอาการก็พบว่าถูกพิษที่ไม่อาจรักษาได้ทั้งยังเป็นพิษที่มาจากดินแดนทางเหนือ

               ทว่าฮ่องเต้กลับไม่ทุกข์ร้อนอันใดเพียงแค่สั่งให้หน่วยลับไปสืบเสาะหาตัวคนร้ายเท่านั้น แต่ก็ได้มาเพียงความว่างเปล่า นั่นทำให้ทั้งซิวหยวนและหวินเฟยทราบว่าเสด็จพ่อของตนกำลังปกปิดตัวคนร้ายไว้

               "เสด็จแม่ พระอาการของท่านทรุดลงมากอย่าฝืนเลยนะพะยะค่ะ" ซิวหยวนทูล พระอาการของฮองเฮาช่างทรุดลงเรื่อยๆ ทำได้เพียงแต่ยื้อพระอาการไว้เท่านั้น ทั้งหวินเฟยเองก็เพิ่งได้ข่าวการประชวรของเสด็จแม่จึงได้มาช้า

               "แค่ก ๆ แม่คงอยู่ได้อีกไม่นาน แม่อยากให้เจ้าดูแลน้องของเจ้าด้วย พวกเจ้ามีกันแค่สองคน อย่าไว้ใจผู้ใดทั้งสิ้นนอกจากตัวพวกเจ้าเอง และอีกคนคือท่านตาของพวกเจ้า" ทั้งซิวหยวนและหวินเฟยมองหน้ากัน แล้วกุมมือเสด็จแม่ของไว้

               "พะยะค่ะ พวกเราจะทำตามที่เสด็จแม่บอกพะยะค่ะ" หวินเฟยทูลแล้วยังแอบสัมผัสชีพจรด้วย แต่ทว่าไม่ทันแล้วพิษลุกลามเข้าถึงอวัยวะส่วนอื่นๆแล้ว แม้ว่าเขาจะพยายามใช้โอสถถอนพิษก็จะไม่สามารถทำให้อวัยวะที่เสียหายฟื้นฟูกลับมาได้ทัน ฮองเฮายิ้มและพยักหน้าให้เบาๆก่อนที่พระหัตถ์งามจะร่วงหล่นลงบนเตียงบรรทม

               "เสด็จแม่ หมอหลวงเข้ามาเดี๋ยวนี้!" ซิวหยวนตะโกนดังลั้น จนหมอหลวงต้องรีบเข้ามาตรวจ สักพักหมอหลวงก็คำนับหมอบลงที่พื้น

               "ฮองเฮาทรงสิ้นพระชนม์แล้วพะยะค่ะ" เสียงและบรรยากาศแห่งความโศกเศร้าดังขึ้นทั่วตำหนัก ทุกคนแต่งกายด้วยอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์เพื่อไว้อาลัยแด่ฮองเฮา ทุกคนต่างก็เศร้าโศก ทว่าองค์ชายสี่และองค์รัชทายาทไม่มีน้ำตาแม้แต่หยดเดียวแต่ทว่าใครจะรู้ว่าภายในนั้นเจ็บช้ำปานใด หลังจากนั้นเพื่อเป็นการไว้อาลัยทั้งวังจึงต้องสวมใส่อาภรณ์สีขาวหรือดำเป็นเวลาหนึ่งปี

               "เสด็จพี่ ท่านทรงคิดเช่นไรกับการสิ้นพระชนม์ของเสด็จแม่พะยะค่ะ?" ตอนนี้ทั้งสองกลับมาที่ตำหนักรัชทายาทแล้ว

               ณ ตำหนักรัชทายาท

               "เรื่องเสด็จแม่นั้นมีเรื่องไม่ชอบมาพากลอยู่ ตอนนี้ตำแหน่งฮองเฮาว่างแล้ว ไม่นานฮ่องเต้คงแต่งตั้งสนมเอกสักคนขึ้นเป็นฮองเฮา ในตอนนั้นตำแหน่งของข้าอาจถูกผลัดเปลี่ยนก็เป็นได้" เสียงเย็นเยือกและคำเรียกเสด็จพ่อที่เปลี่ยนไปทำให้ทราบได้ว่าอีกฝ่ายไม่พอใจอย่างยิ่งกับการสิ้นพระชนม์

               "เสด็จพี่ก็รู้ท่านตาของเราเป็นถึงแม่ทัพใหญ่ อำนาจทางทหารในมือก็มากล้น หากฮ่องเต้ทรงปลดท่านจริงถึงตอนนั้นท่านตาคงไม่อาจอยู่เฉยเป็นแน่" คิดถึงท่านตาตั้งแต่เด็กจนโตก็ไม่ค่อยได้พบเจอท่าน แต่ทว่าเมื่อวันพระราชพิธีศพของฮองเฮาท่านกลับมาที่งานด้วย

               "อืม...จริงของเจ้า ดีที่เรายังมีท่านตาอยู่"

               "เสด็จพี่" หวินเฟยเรียกเมื่ออีกคนเงียบไป

               "ไปกันเถิด เฟยเอ๋อร์"

               "เสด็จพี่ข้าบอกแล้วว่าท่านควรเลิกเรียกเฟยเอ๋อร์ แล้วนี่จะไปไหนพะยะค่ะ?" 

               "ไปหาผู้เป็นกำลังสำคัญของเราอย่างไรเล่า" เพิ่งเสียเสด็จแม่ไปผู้ที่สำคัญที่สุดในชีวิตเขายังคงเหลือเพียงหวินเฟยและท่านตา นอกนั้นจะเป็นอย่างไรไม่สำคัญ เสด็จแม่ ลูกจะปกป้องหวินเฟยเองพะยะค่ะ ท่านไม่ต้องเป็นห่วงลูกจะต้องรู้เบื้องหลังการตายของท่านให้จงได้!

               รถม้าประทับตราองค์รัชทายาทแล่นมาถึงจวนแม่ทัพใหญ่ 'หลิวซูเหวิน' ผู้เป็นตา ซึ่งฮูหยินแม่ทัพใหญ่หรือผู้เป็นยายได้เสียชีวิตไปเมื่อนานมาแล้วก่อนที่พวกเขาจะเกิดเสียอีก

               "หลานคารวะท่านตาขอรับ/คารวะท่านตาขอรับ" ทั้งสองเข้ามาในห้องโถงเพื่อคารวะท่านตาของตน ผู้ที่เสด็จแม่ทรงวางพระทัยมากที่สุดทั้งยังเป็นผู้เดียวที่เป็นผู้อาวุโสที่สุดในครอบครัวตระกูลหลิว ตอนนี้ตระกูลหลิวเหลือเพียงสามคือองค์ชายสี่รัชทายาทและแม่ทัพใหญ่เท่านั้น 

               แม้หลิวซูเหวินจะอายุมากถึงห้าสิบปีแต่ทว่าร่างกายยังคงแข็งแรงดั่งชายชาตรีไม่มีท่าทีดั่งคนชราทั่วใป แถมยังผิวพรรณอ่อนเยาว์เช่นอาจารย์เสวียนอู่หลางของหวินเฟยไม่มีผิด แต่หนวดเคราที่ไว้ยาวนั่นดูน่าเกรงขามขึ้นมากเลยทีเดียว

               ฟิ้ว! เคร้ง!

               อาวุธที่ถูกซัดมานั้นทำให้หวินเฟยและซิวหยวนรีบหลบการโจมตี แล้วท่านตาของพวกเขาก็พุ่งเข้ามาด้วยความเร็ว ทั้งสามประมือกันอย่างไม่มีใครยอมใครจนต้องหยุดพักเพราะเริ่มหมดแรง

               "หึๆ ...พวกเจ้าสมกับที่เป็นหลานของข้าจริงๆ ดียิ่งที่ไม่มีใครได้เชื้อของเจ้าสวะนั่นมา!" เสียงที่เต็มไปด้วยโทสะกล่าวขึ้นอย่างไม่เกรงกลัวใครรู้ว่าสวะที่กล่าวถึงคือผู้เป็นเจ้าแผ่นดิน

               "ท่านตาลืมไปแล้วหรือขอรับ พวกข้ามีเพียงแค่เลือดของตระกูลหลิว หาได้มีสายเลือดอื่นไม่!" ซิวหยวนเอ่ย หวินเฟยทำแค่เพียงกล่าวเสริมเท่านั้น

               "ใช่ขอรับท่านตา ครอบครัวของพวกหลานนั้นมีเพียงท่านตาเท่านั้น ผู้อื่นหาใช่ครอบครัวไม่"

               "โฮ่ๆ เยี่ยมมากหลานตา ว่าแต่พวกเจ้าทานอันใดกันมาหรือยัง?"

               "ยังเลยขอรับ ข้าคิดไว้ว่าจะมาฝากท้องที่จวนท่านตาสักวันได้หรือไม่ขอรับ?" หวินเฟยใช่ลูกอ้อนแบบที่เคยใช้กับท่านตา แล้วครั้งนี้มันก็ได้ผล มีหลานน่ารักน่าชังเช่นนี้จะไม่ใจอ่อนได้เช่นไร

               "ย่อมได้ เข้าไปด้านในกันเถิด ท่านตาของเจ้าจะเล่าเรื่องที่รู้มาให้ฟัง" ว่าแล้วทั้งสามก็เดินเข้าไปโดยหลิวซูเหวินเดินนำและหลานเดินตาม จนมาถึงห้องตำราของแม่ทัพใหญ่ หลิวซูเหวินเข้าไปนั่งที่เก้าอี้ไม้เนื้อดีปูด้วยพรมขนสัตว์นุ่มนิ่มอีกชั้น แล้วเหล่าหลานๆก็เข้าไปนั่งเก้าอี้ด้านข้างๆที่อยู่ต่ำลงมา

               "ท่านตาจะเล่าอันใดให้หลานฟังหรือขอรับ?"

               "เรื่องของเจ้าสวะที่วางยาแม่ของพวกเจ้าอย่างไรล่ะ!"

               "ท่านตาอย่าบอกนะว่า ผู้ที่อยู่เบื้องหลังเรื่องทั้งหมดคือตาเฒ่านั่น!" หวินเฟยไม่อยากจะเชื่อ เมื่อตอนที่เขากลับมายังเห็นแสดงท่าทีรักไคร่กับเสด็จแม่อยู่เลย?!

               "หึ!... ใช่แล้ว" หลิวซูเหวินแค่นเสียงขึ้นจมูก "มันช่างกล้านัก ที่ทำกับลูกสาวข้าเช่นนี้!"

               "หลานไม่เข้าใจเลยขอรับ เหตุใดตาเฒ่าจึงต้องสังหารเสด็จแม่ด้วย" ซิวหยวนก็แทบไม่อยากเชื่อว่าจะเป็นฮ่องเต้ที่ลงมือกับเสด็จแม่ของตน

               "หึ! สายของปู่รายงานมาว่า ผู้ที่ทำเป็นคนใกล้ตัวนางที่สุด และคืนก่อนที่นางจะถูกพิษ ผู้เดียวที่นางอยู่ด้วยคือเจ้าสวะนั่น! พิษที่มันใช้คนที่ถูกพิษจะสิ้นชีพภายในเวลาสามวัน" ผู้เป็นตากำหมัดแน่น "ที่นางไม่รู้ตัวอาจเพราะไม่คิดว่าเป็นมัน ทั้งที่นางเก่งกาจเรื่องพิษแท้ๆ แต่เป็นเพราะไม่ระวังตัวจึงเป็นเช่นนี้"

               "แต่หลานมิคิดว่าตาเฒ่านั่นมันจะลงมือเพียงผู้เดียว" ซิวหยวนบอก จะทำเองคนเดียวได้อย่างไรกันเมื่อฮ่องเต้ไม่เคยไปเยือนแดนเหนือมาก่อน

               "จากที่เห็น ตาก็คิดเช่นนั้น แต่หลักฐานที่มีอยู่นั้นบ่งชี้ว่าผู้ที่ทำเป็นคนใกล้ตัว มันอาจมีผู้สมรู้ร่วมคิดอยู่แต่ทว่าตอนนี้เราไม่อาจทราบได้" ผู้เป็นแม่ทัพใหญ่ครุ่นคิด ใช่ว่าหน่วยลับที่ฮ่องเต้ครอบครองอยู่จะไม่มีคนของตน แต่สิ่งที่ผิดปกติคือผู้ใดคือผู้ที่ให้ยาพิษแก่ฮ่องเต้

               "ท่านตาคิดว่าเราควรจะทำเช่นไรขอรับ รอให้มันโผล่หางก่อนหรือต้อนให้มันจนมุมดี" ซิวหยวนออกความคิด ตอนนี้ทั้งเขาและหวินเฟยไม่นับฮ่องเต้เป็นพ่ออีกแล้ว ตาเฒ่านั่นไม่สมควรเป็นฮ่องเต้ด้วยซ้ำ

               "ในเมื่อข้าส่งมันขึ้นสู่ที่สูงได้ ข้าก็กระชากมันลงมาที่ต่ำได้ พวกเจ้าคิดว่าอย่างไร"

               "หลานคิดว่ากระชากมันลงมาแล้วอย่าเพิ่งให้มันตาย แต่เราควรทรมานมันช้าๆให้มันลิ้มรสความเจ็บปวดเสียบ้าง นั่นหลานถึงจะคิดว่าดีขอรับ" หวินเฟยกล่าวได้ถูกใจหลิวซูเหวินยิ่ง เขาโบกมือทีหนึ่งก็มีร่างสองร่างปรากฏขึ้น

               "พวกเจ้าทั้งสองจงไปรวบรวมหลักฐานมาเสีย เอามาให้หมดแม้แต่กระดาษแผ่นเดียวก็อย่าให้เหลือ ข้าให้เวลาครึ่งเดือน" ทั้งสองร่างหายไปกับความมืดในห้อง "เห็นทีคงถึงเวลาเก็บกวาดเสียที"

               "ท่านตา สองคนนั้นเป็นผู้ใดขอรับ?"

               "เงาของข้าเอง เจ้าอยากได้บ้างหรือไม่?" หวินเฟยพยักหน้า มีหรือที่จะไม่อยากได้คนเก่งมาไว้ข้างกาย

               "เอ่อ...ท่านตาขอรับ ท่านตอพอจะรู้จักคนตีอาวุธที่มีฝึมือบ้างหรือไม่ขอรับ?" นึกได้ว่าตนเองไม่มีอาวุธใดๆติดมือเลยนอกจากมีดสั้นที่เป็นอาวุธสังหาร ทั้งมันยังถูกใช้จนทื่อแล้วเลยถามท่านตาเผื่อจะได้อาวุธใหม่ แล้วก็กะว่าจะให้เขาทำมีดผ่าตัดและเครื่องมือแพทย์แบบสมัยใหม่ด้วยเลย เผื่อได้ใช้

               "พอจะมีอยู่คนหนึ่ง มีฝีมือดีทีเดียว ว่าแต่เจ้าอยากได้อาวุธรึ?"

               "หลานอยากได้หลายอย่างเลยขอรับ ท่านตาช่วยติดต่อเขาให้หลานหน่อยได้หรือไม่ ส่วนเรื่องอาวุธหลานขอจัดการเอง"

               "อ้อ..ย่อมได้ ข้าจะทำให้มันอยู่ไม่สู้ตาย"

               "หลานว่าระหว่างนี้ เรากำจัดพวกมดปลวกให้พ้นทางก่อนดีหรือไม่ขอรับ" ซิวหยวนกล่าวมดปลวกที่ตาเฒ่านั่นรับเข้ามาช่างเยอะนัก เขาอยากจะกำจัดให้มันพ้นทางเสียให้หมด

               "เช่นนั้นเรื่องนี้ข้าจะให้เจ้าเล่นสนุกกันไปก่อน ส่วนตาจะไปรวบรวมหลักฐานเอาผิดมันเสีย ดีรึไม่หลานตา"

               "ดียิ่งขอรับ หากมดปลวกตายไปทีละตัวๆคงสำราญใจไม่น้อย" สามตาหลานปรึกษากันถึงแผนการแก้แค้นผู้ที่สังหารเสด็จแม่ของตน ตอนเด็กอาจรักแต่ทว่าตอนนี้มันไม่เหมือนเช่นดังเดิมแล้ว จากนี้ไปจะมีเพียงพวกเขาสามคนเท่านั้น โชคยังดีที่หลิวซูเหวินสนิทกับซิวหยวนมากเพราะช่วงที่กลับมาจากสำนักตงฟางได้ไปมาหาสู่กันบ่อยทั้งเป็นหลานจึงสามารถเล่าทุกอย่างให้ฟังได้ไม่เกรงกลัวว่าทุกอย่างจะเล็ดลอดออกไป

               ตำหนักองค์ชายสี่

               "นายน้อย คุณหนู 'หวูหรูอี้' ขอเข้าเฝ้าขอรับ" มี่ลู่เผิงเข้ามาแจ้งแก่นายของตนที่กำลังนั่งทานขนมที่ตนเองทำอยู่ หวินเฟยทำหน้าฉงนเมื่อได้ยินนามของผู้ที่ไม่รู้จัก

               "หืม?"

               "คุณหนูฝากมาบอกว่าอยากขอบคุณผู้ที่ช่วยชีวิตนางเอาไว้น่ะขอรับ"

               "อืมม..หรือว่าจะเป็นนาง? ลู่เผิงเชิญนางเข้ามาเถิด" หวินเฟยบอกพ่อบ้านไป

               "หม่อมฉันหวูหรูอี้ถวายพระพรองค์ชายเพคะ" หวูหรูอี้นางเป็นบุตรีคนสุดท้องจากฮูหยินที่ได้เสียชีวิตไปแล้วของอัครเสนาบดีว่ากันว่านางมีชีวิตที่อาภัพนัก มักถูกผู้อื่นกลั่นแกล้ง แม้แต่พ่อก็ไม่ใยดี ถูกทิ้งให้อยู่ผู้อย่างลำบากที่ท้ายจวน หวูหรูอี้เข้ามาด้านในพร้อมพ่อบ้านประจำตัว

               "แม่นางหวูลุกขึ้นเถิด อย่าได้มากพิธีเลย"

               "ขอบพระทัยเพคะองค์ชาย" นางไร้ท่าทีเขินอายดั่งสตรีทั่วไปจนหวินเฟยแปลกใจแต่ทว่าใบหน้าของนางก็ยังขึ้นสีระเรื่ออยู่

               "ว่าแต่แม่นางหวูมีอันใดกับเปิ่นหวางรึ?"

               "หม่อมฉันเพียงต้องการจะขอบพระทัยองค์ชายที่ทรงช่วยชีวิตหม่อมฉันเอาไว้ในหลายวันก่อนเพคะ" นางเอ่ย

               "เรื่องนั้นเองหรือ ไม่เป็นไร แม่นางหวูไม่เป็นอันใดก็ดีแล้ว" หวินเฟยลืมไปว่าตนเองปล่อยให้สตรียืนนานเสียแล้ว "โอ๊ะ! ขออภัย ..นางหวูเชิญนั่งๆ รับขนมหน่อยหรือไม่?"

               "ขอบพระทัยเพคะ" นางรับขนมหน้าตาไม่คุ้นเคยอยู่ตรงหน้ามาทาน ทันทีที่ลิ้นสัมผัสนางเงยหน้าขึ้นมาดวงตาวาววับราวกับได้ขึ้นสวรรค์ "อร่อยยิ่งนักเพคะ อร่อยยิ่งกว่าขนมที่หม่อมฉันเคยทานมาทั้งชีวิตเสียอีก!"

               "เจ้าก็กล่าวเกินไป"

               "หม่อมฉันพูดจริงเพคะ ผู้ใดเป็นคนทำหรือเพคะ" นางอยากรู้ชื่อคนทำยิ่ง คนที่มีฝีมือทำขนมล้ำเลิศแบบนี้จะมีหน้าตาเป็นเช่นไร

               "อ่อ..พ่อบ้านของเปิ่นหวางเป็นผู้ทำน่ะ" คนโบราญกล่าวไว้ว่า เป็นบุรุษมิควรยุ่งกับงานครัว ซซ้ำเขายังเป็นองค์ชายอีกจึงไม่ควรอย่างยิ่งเดียวจะเกิดคำครหาได้จึงอ้างนามมี่ลู่เผิงออกไปแทน

               "เอ่อ... หากองค์ชายไม่ว่าอันใด หม่อมฉันขอนำกลับไปได้หรือไม่เพคะ" หวูหรูอี้ว่าตะกุกตะกักหน้าแดงซ่าน ตั้งแต่เกิดมานางยังไม่เคยเรียกร้องขออันใดจาดใคร นี่เป็นครั้งแรกที่นางขอนางจึงเขินอาย

               "ย่อมได้ หากเจ้าชอบเปิ่นหวางจะให้คนไปห่อให้ ลู่เผิงช่วยตัดการให้เปิ่นหวางทีนะ" 

               "ขอรับ ลู่เผิงจะจัดการให้เดี๋ยวนี้" มี่ลู่เผิงเองก็รู้ดี ทุกคนในจวนต่างก็รู้ว่านายน้อยของตนเป็นผู้ทำขนมเอง วันไหนที่นายน้อยว่างมักจะเข้าครัวทำอาหารหน้าตาประหลาดแต่รสชาติยอดเยี่ยมแบ่งปันทุกคนในตำหนักให้ได้ชิมเสมอ สำหรับทั้งชีวิตของพวกเขาคงหาเจ้านายแบบนายน้อยไม่ได้อีกแล้ว เขาค้อมหัวก่อนจะออกไปจัดเตรียมขนมให้แม่นางหวู

               "ขอบพระทัยเพคะ" นางยิ้มแย้มอย่างสดใสแล้วนั่งอย่างเรียบร้อยรอรับขนมที่ขอมาได้ ระหว่างนั้นเองบ่าวชายก็เข้ามา

               "นายน้อยขอรับ รัชทายาทเสด็จมาขอรับ"

               "เสด็จพี่มาหรือ แม่นางหวูข้าขอตัวก่อน" หวินเฟยลุกขึ้นแล้วเดินออกไปตามด้วยหวูหรูอี้เพราะรัชทายาทเสด็จมาหากนางไม่ออกไปด้วยคงเสียมารยาทยิ่ง

               "เสด็จพี่ ท่านมาเร็วยิ่งนัก"

               "ถวายพระพรองค์รัชทายาทเพคะ" เสียงของสตรีเรียกความสนใจจากทั้งสอง

               "แม่นางท่านนี้คือ...?" ในวันงานที่หวินเฟยอุ้มหวูหรูอี้ขึ้นจากน้ำองค์รัชทายาทเห็นใบหน้าของนางไม่ชัดจึงนึกไม่ออกว่าเป็นผู้ใด

               "หม่อมฉันหวูหรูอี้เพคะ" นางเอ่ยด้วยท่าทางเช่นเดียวกันกับที่พบหวินเฟยคือท่าทางที่ไร้ท่าทีเขินอายเมื่ออยู่ต่อหน้าบุรุษ นั่นทำให้ซิวหยวนสนใจนางไม่น้อย

               "นางเป็นผู้ที่น้องเคยช่วยเอาไว้น่ะพะยะค่ะ" เมื่อเห็นว่าทั้งสองจ้องกันนานเกินไปจึงได้เอ่ยขัดบรรยากาศ คงมิใช่ว่าเสด็จพี่ทรงสนใจนางหรอกนะ?

               "อา...เช่นนั้นรึ"

               "เข้าไปด้านในเกินเถิดพะยะค่ะ" ผู้เป็นเจ้าบ้านพาเดินไปยังห้องโถงตามเดิม ..
     
_______________

              เมื่อส่งแม่นางหวูกลับไปพร้อมห่อขนมที่ถูกจัดใส่กล่องไม้ราคาแพงแล้ว ทั้งสองก็ได้คุยเรื่องแผนการที่จะกำจัดมดปลวกซึ่งเปรียบเสมือนการตัดแขนขาของฮ่องเต้ ดีอยู่อย่างที่เหล้าองค์ชายองค์หญิงคนอื่นเอาแต่ทำตัวเสเพลไม่ก็ห่วงความงาม หาไม่แล้วทั้งหวินเฟยและซิวหยวนคงจะจำเป็นต้องกำจัดให้พ้นทาง

              ฮ่องเต้ในตอนนี้ไปเยือนตำหนักสนมต่างๆเป็นว่าเล่น ปากว่าเพื่อเยียวยาจิตใจที่พึ่งจะสูญเสียฮองเฮาไป ทั้งที่แท้จริงแล้วนั้นตัวฮ่องเต้เองมิได้เสียพระทัยเลยแม้แต่น้อย

              "ว่าอย่างไรนะ เสนาบดีการคลังตกตายแล้วรึ เป็นไปได้อย่างไร!" ลิ่วล้อคนสนิทจู่ๆก็ตกตายไปอย่างมิทราบสาเหตุ ทำให้พระองค์ทรงกลุ้มพระทัยมากเหลือ อีกไม่กี่วันต่อมาก็ได้รับข่าว

              "เสนาบดีสำนักตรวจราชการกับเสนาบดีสำนักราชเลขานุการสิ้นไปแล้วหรือ นี่มันเรื่องอันใดกัน! พวกเจ้าจงไปสืบมาเดียวนี้!" ฮ่องเต้ทรงกริ้วมาก ฐานอำนาจใหญ่ๆถึงสามของเขาตกตายไปอย่างไม่ทราบสาเหตุ ส่วนอัครมหาเสนาบดีหวูก็อยู่ข้างเดียวกับรัชทายาท

              "พะยะค่ะ!"

              แม้ว่าจะให้คนสืบหาข้อมูลมากเท่าใดก็มิได้อันใดสักกระพีกเดียวราวกับการตายเป็นเพียงโรคชรา หาได้รู้ไม่ว่าแท้จริงแล้วผู้อยู่เบื้องหลังจะเป็นสามตาหลาน

              ณ จวนแม่ทัพใหญ่

              "โฮ่ๆ เยี่ยมมากหลานตา พวกเจ้าช่างลงมือได้แนบเนียนยิ่ง ครานี้มันเหลือหมากอีกไม่กี่ตัวแล้ว" เสียงหัวเราะชอบใจดังขึ้นทั่วทั้งจวน

              "หลานยังมีอีกอย่างที่จะทำให้ตาเฒ่านั่นต้องจำไปตลอดชีวิตอีกขอรับท่านตา หึๆ" หวินเฟยได้วางหมากแล้ว เขารับรองได้ว่าคนของเขาไม่มีพลาด ทั้งยังไม่มีทางสาวถึงตัวเขาได้ อีกอย่างคือมันจะนึกไม่ถึงด้วยซ้ำว่าถูกพิษ

              สามตาหลานพากันฉลองที่จวนด้วยหวินเฟยเป็นผู้ขอจัดการเรื่องอาหารด้วยตัวเอง เป็นการฉลองด้วยอาการฝีมือหวินเฟยและร่วมกันกินอย่างพร้อมหน้าพร้อมตาสามคนตาหลาน

              หนึ่งปีหลังจากที่ฮองเฮาสิ้นพระชนม์ไป ฮ่องเต้ยังคงเสวยสุขกับเหล่าสนมอยู่มิได้ห่างหาย ตอนเช้าอยู่ตำหนักหนึ่งตอนค่ำอยู่อีกตำหนักหนึ่ง แต่ทว่าพระองค์ก็ได้รู้สึกถึงความผิดปกติของพระวรกายที่บางส่วนเริ่มไร้ความรู้สึกเหมือนเหน็บชาตรงส่วนนั้นในระหว่างกำลังเสพสุขกับสนมเอกอยู่

              "ไปเรียกหมอหลวงมา!" สุรเสียงดังก้องทำเอาทหารรีบเรียกตัวหมอหลวงแทบไม่ทัน หมอหลวงรีบเข้าตรวจพระวรกายโดยเร็วจนทราบได้ว่าอาการที่ฮ่องเต้กำลังเผชิญอยู่นั้น เป็นปัญหาที่เกิดได้ในบุรุษหลายๆคน ซึ่งก็คือการเสื่อมสถาพของอวัยวะเพศ

              ได้ยินเช่นนั้นฮ่องเต้แทบหัวใจหยุดเต้น สิ่งสำคัญที่จะนำพาตัวเขาไปสู่ความสุขสำราญไม่สามารถใช้งานได้เสียแล้ว! แล้วแบบนี้ตัวเขาเองจะใช้ชีวิตอยู่เช่นไรกัน ฮ่องเต้เอาแต่เสวยสุราจนไม่เป็นอันทำราชกิจไม่ยุ่งเกี่ยวอีกเลยหลังจากทราบข่าวพระวรกายส่วนที่หัวแหนใช้การไม่ได้ แม้หมอหลวงจะถวายการรักษากันอย่างสุดความสามารถแล้วก็ตาม

              ซ้ำร้าย ยิ่งจิตใจหดหู่เท่าใดอาการยิ่งแย่ลงจนถึงขั้นที่ว่าไม่อาจให้กำเนิดทายาทได้อีกต่อไปนั่นยิ่งทำให้พระองค์ตรอมใจ พระกายาหารไม่แตะเลยแม้เพียงนิดแม้กระทั่งเหล่าสนมทั้งหลายต่างพยายามขอเข้าเฝ้าก็มิเคยออกมาพบหน้าผู้ใด

              เหล่าขุนนางเริ่มมีความคิดที่จะปลดฮ่องเต้ลงจากราชบัลลังก์ เหล่าลิ่วล้อและฐานอำนาจที่เหลือต่างอยู่ไม่สุข พยายามเป็นอย่างยิ่งที่จะเปลี่ยนใจฮ่องเต้ให้กลับมาเป็นเหมือนเดิม แต่ก็คว้าน้ำเหลว

              ณ จวนแม่ทัพใหญ่

              "ท่านแม่ทัพ เราจะทำอย่างไรเรื่องฮ่องเต้ดี" อัครมหาเสนาบดีหวู ราชครูและขุนนางคนอื่นๆที่เป็นคนรู้จักของหลิวซูเหวิน ตอนนี้ต่างก็มาร่วมปรึกษาหารือกันเรื่องเกี่ยวกับฮ่องเต้ เพราะรองจากฮ่องเต้แล้ว ท่านแม่ทัพคือผู้ที่เป็นวีรบุรุษของแคว้นมีคุณงามความดีอย่างยิ่งตั้งแต่ในตอนที่อดีตฮ่องเต้ทรงมีชีวิต

              "ก่อนที่พวกท่านจะคิดสิ่งอื่น โปรดอ่านสิ่งนี้เสียก่อน" เอกสารเกี่ยวกับการโกงกินบ้านเมืองหลายอย่างทั้งรายชื่อขุนนางที่ร่วมทรยศเป็นกบฏตั้งแต่เมื่ออดีตฮ่องเต้ครองราช ทั้งยังมีหลักฐานต่างๆที่คนของหลิวซูเหวินรวบรวมมาได้อีกมากมาย ทั้งยังมีเรื่องเกี่ยวกับการลอบสังหารองค์ชายสามและองค์ชายสี่เมื่อหกถึงเจ็ดปีก่อนของสนมเอกคนโปรดที่ทรงปกปิดไว้อีก

              "นี่มัน... ปล่อยไว้ไม่ได้แล้ว เหตุใดพวกเราถึงหน้ามืดตามัวทำงานให้คนโฉดชั่วเช่นนี้ได้!" ขุนนางอีกคนออกมากล่าว

              "มิน่า ข่าวทุกสิ่งถึงได้เงียบไปราวกับไม่เคยเกิดขึ้น ข้าว่าเราควรจัดการขั้นเด็ดขาดเสียแล้วท่านแม่ทัพ ข้ายอมเป็นกบฏดีกว่าให้ฮ่องเต้ชั่วนี้อยู่บนบัลลังก์ต่อไป" อัครมหาเสนาบดีหวูบอกความคิดไปตามตรง ในที่นี้ใครก็ทราบดีว่าเรื่องทุกอย่างนั้นล้วนแล้วแต่เห็นได้ชัด

              "ดี กล่าวได้ดี ผู้ที่เหมาะสมเป็นฮ่องเต้ที่สุดคือหวงไท่จื่อ(องค์ชายที่ได้รับแต่งตั้งเป็นผู้สืบทอดราชบัลลังก์) ทั้งด้านความสามารถและอื่นๆต่างก็ยอดเยี่ยมยิ่งนัก" ราชครูเห็นด้วยกับคำพูดของอัครมหาเสนาบดียิ่ง

              หวงไท่จื่อมีความสามารถยิ่งทั้งยังความคิดอ่านรอบคอบเพียงสี่ปีสามารถทำคุณให้แก่บ้านเมืองได้มากมาย สมแล้วที่ถูกเลือกให้เป็นฮ่องเต้ เมื่อก่อนตอนที่มีศตรูแคว้นอื่นบุกเข้ามาถึงหน้าประตูวัง หากมิได้ท่านแม่ทัพใหญ่ออกต้านไว้คงมิได้มีแคว้นฉีจนถึงทุกวันนี้ สายเลือดตระกูลหลิวช่างยอดเยี่ยมยิ่งนัก

              "หากทุกท่านคิดเช่นนั้น ข้าก็พร้อมจะสนับสนุนอย่างเต็มที่" หลิวซูเหวินยกยิ้มหากว่าหลานทั้งสองของเขามาได้ยินคงต้องดีใจเป็นแน่ ไม่น่าเชื่อว่าหลานชายของเขาจะสามารถทำให้ขุนนางเปลี่ยนไปได้เช่นนี้ ไม่ต้องเปลืองแรงเขาลงมือเองแม้เพียงนิดช่างฉลาดเล่นงานได้ตรงจุด เจ้าสวะนั่นคงอยากจะตรอมใจกับร่างกายของมันแล้วสินะ

              ตกลงกันได้เสร็จสรรพหลิวซูเหวินก็อาสานำเรื่องนี้ไปแจ้งแก่หลานๆของตน เรื่องการกบฏจะต้องถูกทำแบบเงียบที่สุดซึ่งผู้รับหน้าที่นั้นย่อมต้องเป็นคนของเขา ในอีกสัปดาห์ต่อมาหลังจากผ่านพ้นหนึ่งปีที่ฮองเฮาสิ้นพระชนม์ พวกเราก็เริ่มเคลื่อนไหว ฮ่องเต้มีความผิดมากมายที่ถูกขุดคุ้ยออกมาทั้งขุนนางที่โกงกินบ้านเมืองยังโดนกำจัดไป

             ณ ห้องบรรทมฮ่องเต้

              ตึก ตึก ตึก

              ยามดึกเงียบสงัดมีเพียงเสียงย่ำเท้าของทหารในชุดเกราะหลายสิบนายเดินเข้ามาภายในห้องบรรทม ประตูถูกเปิดอ้าไว้ การบุกเข้ามาในยามวิกาลเช่นนี้มีโทษฐานเป็นกบฏ ทว่าในที่นั้นเมื่อเห็นว่าผู้ที่มานั้นเป็นใครย่อมไม่กล้าเอ่ยปาก องค์รัชทายาท องค์ชายสี่พร้อมทั้งเหล่าขุนนางเดินเข้ามาด้านใน

              หน่วยลับ องค์รักษ์เงา หรือแม้แต่กงกงประจำพระองค์ก็ล้วนแล้วแต่เป็นคนที่หลิวซูเหวินส่งเข้ามาประกบ ส่วนใครก็ตามที่อยู่ข้างฮ่องเต้ก็ไม่ตายดี ฮ่องเต้ตื่นบรรทมขึ้นมาด้วยที่ว่าเพิ่งเสวยสุราไปจึงยังคงมึนอยู่ แต่เมื่อเห็นตรงหน้ามีเหล่าทหารเข้ามาก็รู้สึกงุนงง

              "พวกเจ้ากล้าเข้ามาในห้องของเจิ้น ..เพราะเหตุอันใด อยากโดนโทษกบฏเรอะ ...เอิ๊ก" กลิ่นเหล้าคละคลุ้งเต็มไปหมดจนขุนนางเอือมระอา

              "ฝ่าบาท พวกกระหม่อมทราบสิ่งที่พระองค์ทรงทำไว้หมดแล้ว พระองค์ยังไม่รู้ตัวอีกหรือว่าพระหม่อมมาที่นี่เพื่อเหตุอันใด"

              "ก็แล้วมันคืออันใดเล่า!" ฮ่องเต้ตวาดพระวรกายซวนเซไปมาเพราะฤทธิ์สุรา

              "เรื่องที่พระองค์ทรงทำไว้เมื่อกาลก่อนและในตอนนี้ทั้งสังหารฮองเฮาและยังมีสังหารอดีตฮ่องเต้ เล่าความเท็จบิดเบือนความจริงอีกหลายประการ ปิดบังตัวสนมเอกผู้จ้างวานให้นักฆ่าไปลอบสังหารองค์ชายทั้งสองอีก พระองค์จะยอมรับหรือไม่"

              "ไม่! ข้าไม่ได้ทำ ไม่ได้ทำ! บอกมามันเป็นใคร ใครบอกเจ้า!" ฮ่องเต้เริ่มตาสว่างแล้วเริ่มโวยวาย ความผิดนั้นเป็นความจริง ทว่าเรื่องฮองเฮานั้นมิน่ามีผู้ใดรู้ว่าตัวเขาเป็นคนสังหาร

              "แม้พระองค์เป็นกษัตริย์แต่พวกเราไม่จำเป็นต้องเชื่อฟังแล้ว โปรดเลือกของสามสิ่งนี้เถิดพะยะค่ะ" ทหารได้นำของสามสิ่งมาให้ ยาพิษ แพรขาว กริช ถูกวางอยู่ตรงหน้าของฮ่องเต้ แต่พระองค์ไม่ยอมเลือกจับสิงใดเลย

              "ฮ่องเต้ ท่านสังหารเสด็จแม่ได้ลง ก่อนที่ท่านจะสิ้นพระชนม์ข้าจะบอกอะไรแย่างหนึ่งให้" หวินเฟยเดินเข้ามากระซิบที่ข้างหูฮ่องเต้ "ร่างกายของท่าน เป็นข้าเองที่ทำให้มันเป็นเช่นนั้น ท่านมีความสุขหรือไม่กับของขวัญของข้า"

              "เจ้า! เป็นเจ้าเองหรือ เจ้าลูกเนรคุณ เจ้าทำกับพ่อของเจ้าเช่นนี้ได้อย่างไร!!!"

              "แล้วเจ้าทำกับแม่ข้าได้อย่างไร! จำไว้นะว่าข้าไม่เคยมีพ่อเช่นเจ้า!" กริชที่วางอยู่ใกล้มือถูกฮ่องเต้จับขึ้นมาหมายจะทำร้ายองค์ชายสี่ ทว่าก่อนกริชจะถูกตัวผู้ที่เข้ามาช่วยคือหวงไท่จื่อ

              "อย่าคิดจะทำอันใดน้องชายข้า" เสียงราบเรียบเอ่ยสีหน้าไม่บ่งบอกอารมณ์ใดๆทั้งสิ้น ฮ่องเต้ไม่สามารถขยับตัวได้ เขาเอาแต่เสวยสุขจนลืมแม้แต่กระทั่งฝึกฝนการต่อสู้จนลงเอยด้วยแบบนี้ ฮ่องเต้ถูกจับแยกออกมาจากทั้งสอง

              "ปล่อยเจิ้นเดี๋ยวนี้!"

              "ท่านไม่เลือก ข้าเลือกให้เองหรือไม่" หวินเฟยเดินไปที่ของสามสิ่งนั้น "ยาพิษหรือ ตายง่ายไป กริชหรือก็ตายง่ายไปอีก หรือจะแพรขาวดี ท่านคิดว่าอย่างไร... ฮ่องเต้"

              "ข้าไม่เอาสิ่งใดทั้งนั้นปล่อยข้า! องครักษ์ข้าเล่า ทหาร! จักการพวกมันเดี๋ยวนี้!" ด้วยความกลัวตายเขาเริ่มโวยวายหนัก ตอนนี้ทุกคนต่างรู้สึกเวทนายิ่ง

              "ท่านมิใช่ฮ่องเต้อีกต่อไปแล้ว ข้าจะทำให้ท่านไปสบายเอง ท่านรักนางมากใช่หรือไม่สนมเอกเอี้ยกุ้ยเฟยน่ะ เช่นนั้นข้าจะให้ท่านไปตายกับนางก็แล้วกัน" ซิวหยวนกล่าว "ทหาร นำตัวฮ่องเต้ออกไปประหารโดยการผูกคอพร้อมกับกุ้ยเฟย ส่วนสนมคนอื่นๆไล่ออกจากวังให้หมดบอกว่าเป็นประสงค์ของฮ่องเต้!"

              "เจ้า! เจ้าเนรคุณ ข้าไม่น่าให้พวกเจ้าเกิดมาเลย!"

              "เสียใจด้วยที่ท่านเป็นคนเลือกให้พวกข้าเกิดมาเอง" หวินเฟยกล่าว

              ฮ่องเต้ถูกนำตัวออกไป เหล่าขุนนางต่างก็เห็นพ้องต้องกันว่าผู้ที่จะขึ้นครองราชย์ต้องเป็นหวงไท่จื่อเท่านั้นการแต่งตั้งจะเริ่มหลังจากนี้อีกหนึ่งเดือน โดยประกาศให้ประชาชนได้รับรู้เพียงว่าฮ่องเต้ทรงสละราชบัลลังก์ด้วยเพราะพระวรกายทรุดโทรมตามวัยทั้งยังสิ้นพระชนม์ด้วยการผูกคอในตำหนักสนมรัก

              ประชาชนชาวบ้านต่างก็เฮลั่นเมื่อได้ยินว่าฮ่องเต้สิ้นพระชนม์ ด้วยวีรกรรมที่ทำมาพร้อมทั้งอื่นๆทำให้ชาวบ้านต่างก็อึดอัด ทุกคนต่างสนับสนุนให้องค์รัชทายาทหรือหวงไท่จื่อขึ้นครองราชย์โดยเร็ว องค์หญิงและองค์ชายคนอื่นๆต่างก็ยังอยู่กินอย่างสบายเพราะพวกเขาล้วนแล้วแต่ไม่ได้ทำอันใดที่เป็นกบฏต่อประเทศ 

              สนมที่ถูกไล่ออกไปต่างก็มีบ้านที่ให้กลับ หรือไม่หากมีโอรสหรือธิดาก็จะไปอาศัยกับพวกเขาแทน ฮ่องเต้องค์ใหม่ขึ้นครองราชย์ บ้านเมืองมั่นคงขึ้น เหล่าขุนนางชั่วก็ไม่มีหลงเหลืออยู่ในราชสำนัก ทุกคนต่างก็รู้ดีว่าฮ่องเต้พระองค์ใหม่หรือลี่หยางซิวหยวนทำคุณงามความดีให้แก่บ้านเมืองมากกว่าอดีตฮ่องเต้เสียอีก

              ลี่หยางหวินเฟยถูกแต่งตั้งเป็นชินอ๋อง พร้อมกับประทานจวนอ๋องและข้ารับใช้อีกสามร้อยคนให้ อีกทั้งสิ่งหนึ่งที่เป็นความลับคือ หวินเฟยคือผู้ครอบครองหน่วยลับใหม่และคอยเป็นทัพหลังให้ฮ่องเต้ แม่ทัพใหญ่ยังคงอยู่ในตำแหน่งเดิมพ่วงด้วยตำแหน่งผู้บัญชาการสูงสุดของกองทัพ

              แคว้นฉีเริ่มทำการค้าขายกับชาวตะวันตกมากยิ่งขึ้นด้วยชินอ๋องเป็นผู้ริเริ่มความคิดการทำการค้านี้ หลังจากนั้นชาวตะวันตกเริ่มเข้ามาทำการค้าขายและมาท่องเที่ยวในแคว้นได้แล้ว หวินเฟยริเริ่มกิจการค้าขายส่งออกกับชาวตะวันตก เขาเปิดโรงเตี้ยมและโรงน้ำชาอย่างละแห่ง และยังมีราคาย่อมเยาว์สามารถเข้าได้ทั้งคนจนและคนรวย

             แค่ธุรกิจส่งออกก็ทำกำไรได้อย่างมหาศาลแล้ว แคว้นทั้งแคว้นยังพัฒนาขึ้นมาก ประชาชนอยู่ดีมีสุข เหลือเพียงอย่างเดียวซึ่งตอนนี้ยังเป็นที่ฮือฮากันอยู่คือ ฮ่องเต้ยังไม่ทรงมีฮองเฮา เหล่าขุนนางเริ่มคิดที่จะให้ลูกสาวของตนเข้าวังกันแล้ว ซิวหยวนก็ยังคงเป็นซิวหยวน เขายังไม่ต้องการฮองเฮาตอนนี้ หากเป็นเรื่องอื่นเช่นรับสนมเขาพอรับได้อยู่ แต่บางทีเขาก็คิดว่าหากแต่งพวกนางเข้ามาแล้วพวกนางจะต้องไม่มีความสุขเป็นแน่ การแก่งแย่งชิงดีต้องมีมาอีกดังนั้นเขาจึงไม่ต้องการมีสนม ผู้เดียวที่จะเป็นฮองเฮาคือผู้ที่ครอบครองหัวใจเขาเท่านั้น

              "เสด็จพี่ ทรงเรียกน้องมาเพราะเหตุอันใดพะยะค่ะ"

              "สามแคว้นพันธมิตรจัดงานเลี้ยงเพื่อเชื่อมสัมพันธ์ขึ้นที่แคว้นฉิน ข้าอยากให้เจ้าตามข้าไปด้วย เจ้าเห็นว่าอย่างไร?" บุรุษในชุดมังกรสีทองอร่ามว่า เขามองใบหน้าฝาแฝดของตนเองที่ทั้งหล่อเหลาและงดงามอยู่หลายส่วน เนื่องจากว่าช่วงนี้เห็นพระอนุชาของตนยุ่งอยู่แต่กับงานและโรงเตี้ยมเพื่อกอบโกยเงินเข้ากระเป๋าตามที่ใจอยากจนมิได้หยุดพัก เขาจึงอยากพาคนตัวเล็กไปเปิดหูเปิดตาบ้าง

              "ไปสิเสด็จพี่ ข้าจะไปกับท่านด้วย นานๆทีมีโอกาสได้พักบ้างก็คงดีไม่น้อย อีกอย่างเขาบอกว่าแคว้นฉินเป็นแคว้นใหญ่ข้ายังไม่เคยไปเยี่ยมชมจริงๆจังๆเสียที ขอบพระทัยพระองค์มากพะยะค่ะ ว่าแต่สามแคว้นนี้มีแคว้นเรา แคว้นฉินแล้วก็มีแคว้นฉู่ใช่หรือไม่เสด็จพี่" ดวงตาวาววับสี่ปีแล้วนับจากที่เขาอยู่บนตำแหน่งชินอ๋อง ตอนนี้ก็เข้าวัยยี่สิบเอ็ดแล้ว

              "ไช่แล้ว... อีกเจ็ดวันเราจะออกเดินทางกันเจ้าก็ไปจัดการอะไรให้เรียบร้อยเถิด" พี่น้องร่วมสายเลือดที่เหลือแม้ไม่สนิทแต่พวกนั้นก็ไม่เคยทำอันใดให้เขา ดังนั้นพวกเขาจึงถูกแต้งตั้งเป็นจวิ้นอ๋องและองค์หญิงช่วยให้อยู่อย่างสุขสบายด้วยการประทานจวนและทรัพย์สินส่วนหนึ่งให้

              "พะยะค่ะ ข้าขอตัวนะเสด็จพี่" การพูดกับฮ่องเต้เช่นนี้หวินเฟยใช้จนชินแล้วจึงไม่คิดเปลี่ยน ซิวหยวนเองก็ไม่ได้ว่าอันใดเพราะรู้ดีว่าคุยกันแบบนี้ดีกว่าแบ่งยศฐาบรรดาศักเป็นไหนๆ


----- 100% -----

#มาแล้วจร้า


  
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 60 ครั้ง

1,408 ความคิดเห็น

  1. #630 123_Care (@123_Care) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 1 มีนาคม 2560 / 11:53
    ต่ออีกน้าาาา
    #630
    0
  2. #629 pthanatsorn (@thanussorn) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 1 มีนาคม 2560 / 01:24
    5555สะใจตอนนี้มาก
    #629
    0
  3. #628 triratpay (@triratpay) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 1 มีนาคม 2560 / 01:04
    รอค่ะๆๆๆๆ
    #628
    0
  4. #627 กษิดิศ ปักษี (@zamakbigbag) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2560 / 23:46
    หรือว่าการไปเที่ยวทั้งนี้ จะได้สามีมา?!
    #627
    1
  5. #626 pegger15384 (@pegger15384) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2560 / 23:32
    ไม่ใช่โดนฮ่องเต้แคว้นอื่นลากกลับแคว้นนะ คาเอลยิ่งเสน่ห์แรงยุ
    #626
    0
  6. #625 Jjane (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2560 / 22:31
    ขอให้นายเอกเราคาริเอลขึ้นเป็นฮองเฮา เพี้ยงงงง รอยุน๊าาาาาาไรท์จร้า
    #625
    0
  7. #624 Enzo (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2560 / 22:08
    ว๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก(?)
    #624
    0
  8. #623 organist (@tamesak_cat) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2560 / 21:50
    อยากให้คาริเอลเป็นฮองเฮา!!?
    #623
    0
  9. #622 Notty Kero (@sung-yong-nelu) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2560 / 21:38
    ใครจะมาเป็นฮองเฮาาาา
    #622
    0
  10. #621 รีด (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2560 / 21:37
    ไม่เอาฮองเฮาเป็นผู้หญิงนะ ตำแหน่งต้องเป็นของคาริเอลสิ
    #621
    0
  11. #620 DevilFlower (@WassaysSaengnoo) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2560 / 21:33
    ทำไมต้องเป็นพี่น้องงงกันด้วยยยยยยยยยยยยย #รำร้อง
    #620
    0
  12. #619 Fairy.tail (@meigeni_bebe) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2560 / 21:24
    ใครหน่อออ ตำแหน่งฮองเฮาช่างน่าตื่นเต้นยิ่ง
    #619
    0
  13. #618 ManowandManow (@manowloveyou) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2560 / 21:08
    ยังไม่อยากให้มีฮองเฮาเลยอ่ะ รอต่อไปปปปปปปปปป
    #618
    0
  14. #617 mangpor43 (@por2543) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2560 / 21:00
    ลุ้นมากว่าใครจะเป็นฮองเฮา ไม่อยากให้มีเลยยยย
    สนุกค่าา รอตอนต่อปายยยยย
    #617
    0
  15. #616 0996894556 (@0996894556) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2560 / 20:54
    สนุกมากเลยอาาา
    #616
    0
  16. #615 Poom Raweewan (@poompooi) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2560 / 20:52
    ใครจะได่เป็นฮองเฮาน้อออออ
    #615
    0
  17. #614 mangpor43 (@por2543) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2560 / 20:47
    อ้าวววว เพิ่งอ่าน 50% ไปเมื้อกี้
    เข้ามาอีกรอบอัพต่อแล้ว 5555
    #614
    0
  18. #613 mangpor43 (@por2543) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2560 / 20:46
    โอ้ยยยยย ค้างงงงง อย่าเพิ่งมีเมียกันนะ
    #613
    0
  19. วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2560 / 20:19
    สนุกมาก รอน้าาาาา
    #612
    0
  20. #611 ManowandManow (@manowloveyou) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2560 / 19:48
    มีเมียไม่ว่าถ้าเป้นผญ.คนนั้นแต่เรายังไม่ธาตุแท้นางเลย แต่อยากให้มีผัวมากกว่าอ่าา รอต่อๆๆ~~
    #611
    0
  21. #610 triratpay (@triratpay) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2560 / 18:41
    รอค่ะๆๆๆๆๆ
    #610
    0
  22. วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2560 / 16:09
    มาต่อไวๆนะ
    #609
    0
  23. #608 123_Care (@123_Care) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2560 / 15:31
    ต่อน้าาาาาา
    #608
    0
  24. #607 Jjane (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2560 / 14:55
    ค้างมากกกกกกกไรท์จร้า รอยุน๊าาาาา
    #607
    0
  25. #606 Krataituaglom (@Krataituaglom) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2560 / 14:39
    แนะนำๆ
    ถ้าเป็นองค์ชายควรใช้ 'ตำหนัก' ไม่ใช่ 'จวน' น้าาา
    ในเขตวังน่าจะใช้ตำหนักมากกว่าค่ะ

    รอต่อไป~
    #606
    0