เรียกข้าว่า | คาริเอล | [Yaoi]

ตอนที่ 24 : | 23 | แสดงความเป็นเจ้าของ [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,918
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 43 ครั้ง
    14 มี.ค. 60

  
23

แสดงความเป็นเจ้าของ


               ผ่านมาห้าเดือนของการตั้งครรภ์ ท้องยังไม่โตมากแค่นูนๆมาไม่มากอาจเป็นเพราะเพิ่งเคยท้องเป็นครั้งแรกเลยเป็นเช่นนี้ ความสัมพันธ์ของแต่ละคนพัฒนาขึ้นตามลำดับ แต่ในขณะเดียวกันก็ยังมีอีกพวกที่ความสัมพันธ์แย่ลงซึ่งก็คือแคว้นฉู่ โดยเฉพาะเหยียนจิ้นไห่ที่แอบต้องตาต้องใจหลี่ซื่อหมินอยู่

               หวินเฟยนั่งลูบท้องที่นูนขึ้นมาหน่อยๆอยู่ที่เก๋งจีนข้างสระในตำหนัก ในหัวคิดถึงความรู้สึกของตนที่มีในตอนนี้ ห้าเดือนมานี้เขาแทบไม่ได้ออกไปไหน น้อยครั้งที่ถูกซื่อหมินพาออกไปข้างนอก เพราะเขาเกรงว่าการเดินทางจะส่งผลกระทบต่อลูกในท้อง ดังนั้นเขาจึงเสด็จไปหาพี่สะไภ้แทนจนตอนนี้สนิทกันในระดับหนึ่งแล้ว

               สำหรับฮ่องเต้อย่างหลี่ฉีหลินที่มีสนมอยู่ในวังกว่าสองร้อยนั้นการมีพวกนางเป็นอะไรที่จำเป็นอย่างมากเพราะพวกนางคือฐานอำนาจแต่ไม่ได้มีฮองเฮา ไม่เหมือนลี่หยางซิวหยวนที่มีหลินซูเหวินผู้เป็นตาคอยหนุนหลัง ด้วยความยิ่งใหญ่ทำให้ไม่มีใครกล้าเสนอบุตรหรือบุตรีของตนให้เป็นสนม

               ฉีหลินคิดไว้แล้วว่าหากคลอดบุตรแล้วจะทำเช่นใดต่อ ในตอนแรกเขากับซิวหยวนอาจจะแค่ถูกตาต้องใจกัน แต่ทว่าตอนนี้หลังจากที่ถูกดูแลอย่างใกล้ชิดอ่อนโยนถนุถนอมราวกับแก้วที่จะแตกหักได้ตลอดเวลาแล้วหัวใจของฉีหลินที่เคยหวาดระแวงซิวหยวนก็เริ่มเปลี่ยน กาลเวลาและความใกล้ชิดทำให้เขาไว้ใจอีกฝ่ายมากขึ้นทั้งยังมีความรู้สึกเชื่อใจเพิ่มเข้ามา

               ซิวหยวนเองก็รู้สึกเช่นเดียวกัน ไม่มีอะไรที่ต้องเป็นกังวลทั้งตัวเขาเองก็ไม่ได้อยากที่จะยึดแคว้นฉินเพราะแคว้นของเขากำลังพัฒนาอีกไม่นานมันจะต้องยิ่งใหญ่ไม่แพ้กันแน่ ความรู้สึกเปลี่ยนคนก็เปลี่ยนราวกับว่าความรู้สึกของแต่ละคนสื่อถึงกันได้ หรือนี่จะเป็นคู่บุพเพสันนิวาสที่เฒ่าจันทราผูกด้ายแดงเอาไว้

               นั่งคิดอะไรเพลินๆไม่ลืมเรียกเง็กเซียนฮ่องเต้ทางความคิดไปด้วยว่านี่เป็นสิ่งที่ประสงค์จะให้เกิดขึ้นมาหรือไม่? ทางเง็กเซียนฮ่องเต้เมื่อได้ยินแล้วจะให้อยู่เฉยก็ไม่ได้จึงเตรียมจะมาชี้แจงแถลงไขในอีกไม่นาน เพราะต้องขอตัวจัดการงานทั้งหมดให้เสร็จสิ้นเสียก่อน

               "มานั่งทำอันใดอยู่นี่หืม?" อ้อมกอดอุ่นหนาสวมกอดเข้าที่เอวซุกหน้าลงท้องทำให้หวินเฟยหัวเราะออกมาเบาๆเพราะความน่ารักนั่น แม้จะเบื่อบ้างแต่ทว่าเมื่ออยู่ใกล้ๆคนที่รักมันก็ทำให้หายเบื่อ อาการแพ้ท้องก็หายไปแล้วเพราะอีกฝ่ายคอยดูแลเรื่องอาหารการกินอยู่ไม่ห่าง

               "นั่งคิดอะไรเรื่อยเปื่อยน่ะ แล้วเจ้าเล่าไหนว่าวันนี้จะออกเดินทางไปต่างเมืองไม่ใช่หรืออย่างไร เปลี่ยนใจแล้วรึ?"

               "ข้าต้องการให้เจ้าไปด้วย หากไม่พาไปข้าคงต้องทนคิดถึงเจ้าไม่ไหวเป็นแน่เพราะต้องไปหลายวันเสียด้วย" อีกฝ่ายออดอ้อนยิ่งช่วงนี้ยิ่งทำตัวเหมือนเด็กขี้อ้อนขึ้นทุกวัน แต่ก็ยังดีที่ทำแต่กับหวินเฟยผู้เดียว หากทำกับผู้อื่นด้วยเห็นทีจะต้องจัดการให้หลาบจำเสียบ้าง

               "ได้สิ แล้วเจ้าไม่กลัวลูกกระเทือนแล้วหรือ?"

               "ข้าปรึกษากับอีผิงจื่อแล้ว ถ้าหากระวังไม่ให้เจ้ากระแทกแรงๆก็จะไม่เป็นอันใด ข้าจะเป็นผู้ดูแลเจ้าเองรับรองว่าเจ้ากับลูกจะไม่เป็นอันตรายเด็ดขาดข้ารับรองได้"

               "อืม เช่นนั้นคงต้องให้สาวใช้จัดของเสียก่อน"

               "แต่ก่อนไปข้าขอถามอันใดเจ้าอย่างหนึ่งได้หรือไม่?"

               "ว่ามาสิ"

               "เราแต่งงานกันดีหรือไม่หลังจากที่กลับมาแล้ว"

               "อืม ...เช่นนั้นเจ้าคงต้องไปขอข้าจากท่านตาก่อนแล้วล่ะ ทำอันใดก็ทำให้มันเสร็จเรียบร้อยก่อนสิ"

               "หากข้าเปลี่ยนจากท่านตาเป็นขอจากเสด็จพี่ของเจ้า เจ้าจะยอมแต่งหรือไม่?"

               "อืมก็ย่อมต้องแต่งสิ...มีหรือที่จะขัดฮ่องเต้ได้ หากทรงอนุญาตจริงๆ ข้าจะยอมแต่งกับเจ้า" ร่างบางว่ายิ้มๆ การแต่งงานกับคนที่ชอบพอมันก็เป็นเรื่องที่สมควรแล้ว

               "เช่นนั้นรึ ดียิ่งนัก คงต้องไปเลือกฤกษ์แต่งแล้วล่ะ" หลี่ซื่อหมินว่าอย่างกระตือรือร้น เขาได้ปรึกษาเรื่องนี้จากซิวหยวนเรียบร้อยแล้วว่าต้องการจะแต่งงานกับหวินเฟยและอีกฝ่ายก็เปิดทางให้เขาแต่โดยดี

               "หะ...เดี๋ยวๆ เจ้าหมายความว่าอย่างไร เจ้ายังไม่ได้ไปขอเสด็จพี่เลยมิใช่รึ?" หวินเฟยถูกพยุงให้ลุกขึ้น

               "ข้าขอเรียบร้อยแล้วต่างหาก แล้วเสด็จพี่ของเข้าก็อนุญาตแล้ว"

               "อะไรกันเนี่ย" หวินเฟยไม่อยากจะเชื่อเลยว่าอีกคนจะขอเอาไว้แล้ว เขาถอนหายใจ "เช่นนั้นตามใจเจ้าแล้วกัน"

               "เช่นนั้นไปกันเถิด ป่านนี้สาวใช้ของเจ้าคงจัดการเก็บของเสร็จแล้วล่ะ"

               "อืม"

               ยามอู่ (11:00-12.59 น.)

               "นี่เจ้าจะให้ข้านั่งไปเช่นนี้จริงหรือซื่อหมิน" ตอนนี้กำลังนั่งอยู่บนม้าและกำลังเดินทางกันอยู่ แต่ระหว่างการเดินทางก็สัมผัสได้ถึงดวงตาหลายร้อยคู่ที่จ้องมองมาไม่เว้นแม้แต่อีผิงจื่อที่ควบม้าอยู่ด้านหลัง

               "นั่งไปเช่นนี้ล่ะ คนเขาจะได้ทราบว่าเจ้าคือพระชายาของข้า...โอ๊ย!" หลี่ซื่อหมินโดนฟาดไปหนึ่งทีโทษฐานทำให้หวินเฟยหมั่นใส้ เดี๋ยวนี้ชักกล้าเปิดเผยเข้าไปใหญ่แล้ว

               "เจ้าสมควรโดนแล้วล่ะซื่อหมิน ฮ่าๆ" อีผิงจื่อไม่วายกล่าวเยาะเย้ย

               "ผิงจื่อ หากเจ้ามีฮูหยินข้าจะยุให้ฮูหยินทำกับเจ้าเช่นนี้บ้าง" คาดโทษเพื่อนสนิทไว้ก่อน..

               "เช่นนั้นข้าจะหาฮูหยินที่ว่านอนสอนง่ายหน่อยจะได้ไม่กล้าทำเช่นนั้นกับข้า"

               "แล้วข้าจะรอดูว่าจะหาได้หรือไม่แล้วกัน ..โอ๊ย หวินเฟยเจ้าอย่าทำร้ายสามีเช่นนี้สิ"

               "เจ้าอย่ามัวแต่พูด ดูทางบ้าง"

               "พะยะค่ะพระชายา กระหม่อมจะทำที่พระองค์สั่งเดี๋ยวนี้พะยะค่ะ ...โอ๊ย" ไม่วายโดนหยิกไปอีกที ทุกคนต่างมองกันอย่างกับไม่เคยพบไม่เคยเจอ มันเป็นความจริงที่พวกเขาไม่เคยเห็นท่านอ๋องดูสดใสเช่นนี้บรรยากาศรอบๆตัวทั้งสองคนตอนนี้ดูอบอุ่น มองดูแล้วช่างเหมาะสมกันดังกิ่งทางใบหยก

               อีผิงจื่อแทบจะถามตัวเองว่า ทั้งสองคนที่ตนเองมองว่าเหมาะสมกันทั้งที่เป็นบุรุษด้วยกันทั้งคู่ นั่นเป็นความเหมาะสมประเภทใดกันนี่!

               ทุกคนต่างพากันตั้งค่ายก่อนค่ำหวินเฟยเองก็สั่งให้คนไปซื้อขนมที่ร้านน้ำชาผิงมาด้วย เพราะไม่มีเวลาจะทำเอง น่าแปลกที่พอกินขนมแล้วก็จะไม่รู้สึกแพ้ท้องเวลาทานอาหารต่อ เห็นทีจะได้ลูกสาวมากกว่าลูกชายแล้วกระมังชอบของหวานแบบนี้

               พอทำอะไรเสร็จแล้วก็พากันเข้านอนโดยมีทหารผลัดเปลี่ยนกันเฝ้ายาม หลี่ซื่อหมินมีตำแหน่งเป็นผู้ตรวจการแผ่นดินเพื่อไปตรวจสอบความเป็นอยู่ของชาวบ้านต่างเมือง ซึ่งที่นั่นเป็นเมืองที่เพิ่งมีเจ้าเมืองคนใหม่เข้ามาทำหน้าที่แทนไม่กี่ปีที่แล้วนี่เอง เพราะคนเก่าถูกลอบสังหารโดยให้เหตุผลว่าเป็นความขัดแย้งทางกิจการมืด

               เจ้าเมืองคนเดิมนั้นทำกิจการค้าทาสและค้าผู้หญิงพวกนี้ทำกันเป็นขบวนการมีทั่วทุกแคว้น เจ้าเมืองตายไปเป็นการตัดปัญหาด้านการค้ามนุษย์ไปได้ระดับหนึ่งแต่สามสี่ปีก็เริ่มมีกิจการชนิดนี้แทรกซึมเข้ามาอีกพวกมันเป็นเหมือนมดปลวกที่ไม่ว่าจะกำจัดยังไงก็ยังคนเกิดขึ้นมาใหม่เสมอ

               ซื่อหมินนอนกอดหวินเฟยทุกคืนเป็นความเคยชิน ตื่นเช้าขึ้นมาก็จะดูแลปรนนิบัติอย่างดี นั่งม้าก็นั่งตัวเดียวกันจนถึงเมืองเสิ่นอันในหนึ่งสัปดาห์ต่อมาเพื่อไม่ให้คนอื่นมองไม่ดีหวินเฟยจึงนั่งรถม้าเข้าเมือง มันคือเมืองที่หวินเฟยเคยมาทำภารกิจนั่นเอง ทุกคนออกมารอต้อนรับผู้ตรวจการแผ่นดินกันอย่างคับคั่ง

               "ถวายบังคมท่านอ๋องพะยะค่ะ" เจ้าเมืองคนใหม่วัยประมาณเกือบห้าสิบออกมาต้อนรับขบวนเสด็จของผู้ตรวจการแผ่นดิน แม้จะสงสัยว่าเหตุใดชินอ๋องที่เป็นแขกของแคว้นถึงได้เสด็จมาด้วยก็ไม่กล้าเอ่ยปากถามอันใด

               "อืม"

               "เชิญท่านอ๋องเสด็จไปที่จวนของกระหม่อมพะยะค่ะ" ดูท่าเจ้าเมืองคนใหม่นี้จะประจบเก่ง แล้วยังมีสตรีโฉมงามตามมาด้วยเป็นพรวนนั่นอีก หวินเฟยปรายตาไปมองแป๊บหนึ่งก่อนจะละสายตาออกมามองที่อกคนรัก

               "นำเราไป" เสียงทุ้มทรงเสน่ห์เอ่ย ตอนนี้เขาอยากให้หวินเฟยพักผ่อนจากการเดินทางมากกว่า ท่าทางตามปกติของซื่อหมินออกจะเย็นชาและดูสูงศักดิ์ยากจะเข้าถึงอยู่แล้วชาวบ้านทุกคนทั้งเคารพเลื่อมใสและหวาดกลัวในเวลาเดียวกัน

               ในวังซื่อหมินมีตำแหน่งแม่ทัพใหญ่ ความสามารถของเขานั้นโดดเด่นเกินใครมาตั้งแต่เด็กทั้งยังเป็นพระเชษฐาฮ่องเต้ซึ่งฮ่องเต้ทรงวางพระทัยมากที่สุดจึงไม่เปลกที่ตำแหน่งนี้จะตกเป็นของเขาพร้อมกับทหารหลายหมื่น และแน่นอนว่าหวินเฟยยังไม่ทราบเรื่องที่คนรักมีอิทธิพลมากขนาดนี้ รู้เพียงแค่ว่าเป็นชินอ๋องแคว้นฉินเท่านั้น

               "เชิญท่านอ๋องพะยะค่ะ กระหม่อมจะให้สาวใช้มาปรนนิบัตินะพะยะค่ะ"

               "อืม"

               "กระหม่อมขอตัวพะยะค่ะ" ทูลเสร็จแล้วก็ยิ้มและเดินออกไป

               "หวินเฟย เจ้านอนพักก่อนนะ ข้าจะไปจัดการอันใดสักครู่" ซื่อหมินประคองหวินเฟยที่เดินเคียงคู่กันมาให้นั่งลง

               "อืม เจ้าไปทำงานเถอะ ข้าอยู่ได้" หวินเฟยซึ่งตอนนี้ก็เพลียอยู่ตอบกลับไป ซื่อหมินก้มลงมาจุมพิตที่แก้มร่างบางฟอดหนึ่งก่อนจะเดินออกไปโดยไม่ลืมทิ้งท้ายไว้ว่า

               "ข้าจะรีบกลับมา"

               หลี่ซื่อหมินออกไปแล้วหวินเฟยที่ง่วงอยู่แล้วก็เข้าไปนอนในฟูบ ตอนนี้พ้นหน้าหนาวแล้วกำลังเข้าฤดูใบไม้ผลิ อากาศเย็นนิดหน่อยยิ่งทำให้หวินเฟยง่วงงุ่นเข้าไปอีก ร่างบางหลับไปในเวลาต่อมา

               "อือ ...ซื่อหมินอย่าได้กวนข้า" แรงกอดรัดและกลิ่นประจำตัวอันคุ้นเคยของคนรักทำให้หวินเฟยทราบได้ว่าผู้ใดมากวนเวลานอนของตน

               "ขอกอดหน่อย" ซื่อหมินซุกหน้าลงบนแผ่นหลังหอมกรุ่นของหวินเฟย

               "จะกอดก็กอดดีๆ ข้าจะนอน ..ห้ามกวน" เมื่อร่างบางนอนให้กอดเฉยๆแล้วซื่อหมินก็นอนกอดไปแบบนั้น

               รุ่งเช้าวันต่อมา

               ก๊อก ก๊อก

               "ท่านอ๋องเพคะ หม่อมฉันเป็นผู้ที่จะมาปรนนิบัติท่านอ๋องเพคะ" สตรีโฉมสะคราญที่เสนอตัวมาเป็นสาวใช้ปรนนิบัติท่านอ๋องทั้งสองยังคงไม่กล้าเข้าไปด้านในเพราะยังไม่มีรับสั่ง

               "เข้ามาได้"

               "เพคะ" สตรีหลายนางเข้ามาช่วยกันปรนนิบัติอย่างดี พวกนางทุกคนล้วนแต่ไม่สงสัยอันใดเกี่ยวกับที่ทั้งหวินเฟยและซื่อหมินนอนด้วยกันเมื่อคืน สวมใส่เสื้อผ้าเสร็จทั้งสองก็พากันออกมาด้านนอก เนื่องจากหวินเฟยสั่งให้ซื่อหมินวางตัวให้ดีๆซื่อหมินจึงต้องเชื่อฟัง มิเช่นนั้นคงได้อดนอนกอดร่างหอมๆนั่นแน่

               "หวินเฟย วันนี้ข้าต้องไปตรวจเมือง เจ้าต้องการอันใดใดสั่งพวกเขาได้เลย แล้วข้าจะรีบกลับมาหา" เงาจำนวนสี่คนยืนเรียงกันอยู่ด้านข้าง ทุกคนปิดหน้าปิดตาเอาไว้ 

               "ข้าอยากไปด้วย" 

               "ไม่ได้มันอันตรายเกินไป เจ้าอยู่ที่นี่น่ะดีแล้ว" หวินเฟยพยักหน้าให้คราแรกก็จะถามอยู่ว่าเพราะเหตุใดจึงให้ไปด้วยไม่ได้ มันอันตรายตรงที่ใดแค่ไปด้วยแต่ก็ต้องเก็บคำถามนั้นไปและส่งอีกคนจนลับตา

               "นี่พวกเจ้าน่ะ รู้หรือไม่ว่าซื่อหมินเขาไปที่ใด?" ร่างบางถามเงาที่ซื่อหมินมอบให้ดูแลเขาทั้งสี่คน ทุกคนต่างส่ายหัวเพราะพวกตนเองไม่ทราบว่าเจ้านายไปที่ใดเช่นกันเพราะถูกสั่งให้ดูแลร่างบาง

               "อืม... พวกเจ้าแยกย้ายกันไปเถิด" เงาทั้งสี่หายวับไปแต่ความรู้สึกของหวินเฟยยังคงสัมผัสได้อยู่ว่าเงาทั้งสี่ไม่ได้หายไปไหนพวกเขายังอยู่แถวๆนี้

               ตกเย็น

               หวินเฟยรอซื่อหมินภายในจวนเจ้าเมือง เมื่อไม่นานนี้มีเงามาแจ้งไว้ก่อนแล้วว่ากำลังจะมาถึง หวินเฟยจึงได้มานั่งรอที่ศาลา

               "ท่านอ๋องเพคะ" เสียงสตรีดังขึ้นเรียกหวินเฟยให้หันกลับ

               "หืม มีอันใด?"

               "หม่อมฉันเป็นบุตรีของเจ้าเมืองนาม 'อิมเพ่ยเพ่ย' เพคะ"

               "อ้อ...สวัสดีเปิ่นหวางมีนามว่า 'ลี่หยางหวินเฟย' เชิญคุณหนูนั่ง" ทักทายกลับไปตามมารยาท สตรีนามเพ่ยเพ่ยผู้นี่ดูงดงามโฉมสะคราญ ทว่าน่าแปลกที่ยังไม่แต่งออกจากจวน

               "ขอบพระทัยเพคะ" นางนั่งลงตรงข้าม "ท่านอ๋องมารอผู้ใดหรือเพคะ?"

               "เปิ่นหวางมารอหลี่ซื่อหมิน"

               "เพคะ พระองค์ทั้งสองคงสนิทสนมกันมาก หม่อมฉันขอถามได้หรือไม่เพคะว่าท่านอ๋องหลี่มีคนรักหรือไม่เพคะ?" คำถามนั่นทำเอาหวินเฟยปรายตามามองนางเล็กน้อย

               "เจ้าสนใจเขาหรือ?" ถามไปแล้วอีกฝ่ายก็ทำท่าบิดตัวไปมาเขินอายหน้าขึ้นสีระเรื่อง บุรุษอื่นคงมองว่างดงามอยู่หรอกแต่นี่คือหวินเฟยนะ มาถามเรื่องคนรักของเขาแล้วยังมาเขินอายต่อหน้าเขาอีกคิดหรือว่าจะมองว่าน่ารักน่าเอ็นดูน่ะ "ซื่อหมินน่ะ มีพระชายาแล้ว"

               "เพคะ หม่อมฉันทราบดี" แอบส่งสายตาจิกกัดไปไม่ได้ ท่าทางเขินอายนั่นช่างขัดตาหวินเฟยยิ่งนัก หากนางมองตาหวินเฟยก็จะรับรู้ได้ถึงความไม่ชอบใจของอีกฝ่ายได้

               "ทำอันใดอยู่หรือหวินเฟย?" พูดถึงซื่อหมิน ซื่อหมินก็มาช่างมาได้เหมาะจริงๆ หวินเฟยจิ๊ปากก่อนจะลุกขึ้น

               "ข้ามารอเจ้า กลับมาเหนื่อยๆไปชำระร่างกายก่อนเถิด" กล่าวจบก็เดินกลับไปยังห้องแถมไม่สนใจอิมเพ่ยเพ่ยเลยแม้แต่น้อย

               "ได้สิ.. ไปอาบพร้อมกันหรือไม่?" ยังไม่วายเอ่ยถามอีกฝ่ายที่เดินเคียงข้างกันไป คำถามนั้นทำเอาหวินเฟยหยิกเอวเข้าให้จนต้องร้องโอดโอย

               "ข้าอาบแล้วเสียใจด้วย" 

               "อาบแล้วก็อาบอีกได้นี่นา"

               "ไม่!"

               "ไม่ได้จริงหรือ?" ทำหน้าเหมือนหมาน้อยถูกทิ้ง

               "ไม่ได้ รีบไปอาบเสียก่อนที่ข้าจะไม่ให้เจ้านอนกอดคืนนี้" เอาเรื่องนี้มาบอกทีไรซื่อหมินจะต้องรีบไปทันทีไม่มีอ้อนขออีก การได้กอดร่างหอมกรุ่นนั่นทุกวันเป็นความเคยชินของเขาไปแล้ว..

_______________

               ความคืบหน้าของการทำงานดำเนินมาได้มากแล้ว แต่ทุกครั้งหวินเฟยจะรออยู่ที่จวนของเจ้าเมืองเหมือนเดิมทุกครั้งไป ทว่ามันนี้กลับคิดที่จะแอบตามไปดูเสียหน่อยว่างานที่ไปทำนั้นเป็นอันใดบ้าง เมื่อส่งซื่อหมินจนหายลับไป เขาก็เรียกเงาที่คอยดูแลออกมา

               "จงพาข้าตามเขาไป อย่าให้รู้ว่าพวกเรากำลังตามไปล่ะ" หวินเฟยสั่งก่อนจะถูกอุ้มขึ้น นั่นก็เป็นคำสั่งเช่นเดียวกัน พอดีว่าเขาขี้เกียจเดินทางเองเลยต้องให้เงาอุ้มไปเท่านั้นเองและด้วยเพราะกลัวเวลาเคลื่อนไหวมากๆจะกระเทือนลูกอีก มีลูกนี้ช่างยุ่งยากเสียจริง

               "เดี๋ยวก่อน พวกเจ้าอยู่ห่างๆเขาเอาไว้ ข้าคิดว่าเขาคงต้องจับได้แน่หากเราเข้าไปใกล้ๆ" ระหว่างที่กำลังแอบตามอยู่ห่างๆ หวินเฟยก็เห็นว่าซื่อหมินทำหน้าที่ผู้ตรวจการได้อย่างดี เขามักจะแวะเวียนดูความเป็นอยู่ของชาวบ้านพร้อมกับอีผิงจื่อ

               หลี่ซื่อหมินและอีผิงจื่อเดินทางออกมาจากตัวเมืองเข้าไปทางป่าลึก ซึ่งเมื่อมาถึงหวินเฟยก็ต้องตกใจเมื่อที่แห่งนั้นมีกระท่อมมากมายและยังมีคนบาดเจ็บและล้มป่วย ดูท่านี่คงจะเป็นเหตุผลที่หลี่ซื่อหมินไม่ยอมให้เขามาด้วย เจ้าคนบ้านี่เป็นห่วงเขาจนเกินเหตุจริงๆ

               หลี่ซื่อหมินและอีผิงจื่อเข้าไปช่วยเหล่าคนอพยพซื่อหมินและทหารกลุ่มหนึ่งช่วยกันสร้างที่พัก ส่วนอีผิงจื่อและทหารอีกกลุ่มช่วยกันดูแลรักษาคนป่วย

               "ขอผ้าให้ข้าหน่อย เจ้าวางข้าลงที่นั่นด้วย" หวินเฟยสั่งก่อนจะเอาผ้าคลุมมาปิดจมูกไว้เพื่อกันเชื่อโรคเขาก็ไม่อยากจะอยู่จวนเฉยๆหรอกนะ มีอันในที่สามารถทำได้ก็อยากจะทำ หากเอาแต่อยู่เฉยคงได้เป็นง่อยตายกันพอดี เขาถูกนำมาส่งที่ใกล้ๆแถวนั้นซึ่งมีชาวบ้านที่บาดเจ็บอยู่มากมาย บ้างก็ป่วย

               "ท่านป้า พวกท่านมาจากที่ใดหรือ?" หวินเฟยเข้าไปถามไถ่คนแถวนั้น

               "ข้ามาจากแคว้นเว่ยน่ะพ่อหนุ่ม" สตรีที่มีอายุราวๆสี่สิบบอก

               "แคว้นเว่ยที่กำลังก่อสงคราวกับแคว้นเจ้าอยู่น่ะหรือท่านป้า"

               "ใช่แล้ว ความจริงแล้วที่พวกข้าเข้ามาอยู่ที่นี่ก็เพราะต้องการหลบภัยสงครามนั่นแหล่ะ" นางเอ่ยด้วยแววตาหวาดกลัวอยู่เล็กน้อยแล้วยังถอนหายใจ "ไม่ทราบว่าตอนนี้บุตรชายของข้าจะเป็นเช่นใดบ้าง ทุกคนในหมู่บ้านต่างก็ถูกเกณฑ์ไปรบกันหมด"

               "ท่านป้า.. ข้าขอดูอาการของท่านหน่อยนะ"

               "เอาสิพ่อหนุ่ม" เขาพยุงท่านป้ามานั่งก่อนจะตรวจชีพจร ท่านบ้าดูผอมแห้งคงเป็นเพราะว่าขาดสารอาหาร มองไปรอบๆก็พบหลายคนที่ผอมแห้งเช่นนี้ เห็นทีเขาจะต้องจัดการอะไรสักอย่าง

               คนที่อพยพมาส่วนใหญ่ก็เป็นชาวบ้านที่ไม่ค่อยมีเงินติดตัวเท่าใดนัก ยิ่งมาต่างเมืองเช่นนี้ยิ่งต้องใช้เงินมาก สิ่งที่เขาพอจะช่วยได้คงมีเพียงช่วยให้พวกเขาได้รับอาหารดีๆสักมื้อเท่านั้น หวินเฟยให้เงาพากลับเข้าเมืองไป เขาไปหาโรงเตี้ยมดีๆสักแห่งจัดการซื้ออาหารที่ทำเสร็จจำจวนมากและให้นำไปบริจาคที่ค่ายของผู้อพยพโดยไม่เปิดเผยชื่อ

               เมืองเสิ่นอันเป็นเมืองใหญ่ที่ไม่ห่างไกลจากเมืองหลวงแคว้นฉินเท่าใดนักทั้งยังอยู่ไกลจากชายแดนระหว่างแคว้นหลายร้อยลี้ไม่น่าเชื่อว่าพวกเขาจะมาได้ไกลขนาดนี้ทั้งที่ใช้เวลาเพียงสามเดือน เขากลับมาที่ค่ายอีกครั้งเพื่อสังเกตการณ์ต่อ

               แต่ครานี้รู้สึกว่าจะมีมดปลวกมาเกาะแกะอีกแล้วสิ น่าโมโหเสียจริง เพิ่งห่างได้ไม่นานก็มีสตรีมาเกาะแกะเสียแล้ว แบบนี้คงต้องจัดการเสียบ้างแล้ว สองขาก้าวเดินเข้าไปหาบุรุษผู้ที่กำลังช่วยขุดดินอยู่ประกบข้างด้วยบุตรีเจ้าเมือง

               "ท่านอ๋องเพคะ ดื่มน้ำดับกระหายหน่อยนะเพคะ" เสียงสตรีหวานใสเอ่ยพร้อมยื่นน้ำให้ ก่อนที่ซื่อหมินจะรับไปดื่มน้ำก็ถูกหวินเฟยคว้าไปเสียก่อน

               "พอดีเลย ข้ากำลังกระหายน้ำ" แล้วก็ดื่มเข้าไปจนหมด

               "หวินเฟย เจ้ามาที่นี่ได้อย่างไร?" พอเห็นว่าคนรักมาก็รีบเข้าประชิดตัวร่างบางทันที

               "ข้าก็ให้คนมาส่งน่ะสิ แล้วนี่เจ้าทำอันใดอยู่"

               "กำลังช่วยเขาสร้างที่พักให้ผู้อพยพน่ะสิ เจ้าไม่ควรมาที่นี่นะ ติดหวัดติดไข้ขึ้นมาจะทำเช่นไร?" ซื่อหมินกล่าวด้วยความเป็นห่วงครานี้เขาวางตัวสนิทสนมกับอีกฝ่ายเต็มที่

               "ข้าแข็งแรงพอ ...คราวหน้าข้าจะมากับเจ้า แล้วอีกอย่างข้าก็ไม่ชอบให้มีมดปลวกมายุ่มย่ามกับเจ้าด้วย" ว่าแล้วปรายตาไปหาสตรีที่เข้ามาส่งน้ำให้

               "เจ้ากินน้ำส้มข้าหรือนี่?"

               "ถ้าใช่แล้วจะทำไม ...หืม?"

               "ถ้าใช่แล้วข้าก็ชอบน่ะสิ" ซื่อหมินมองไปในตาของหวินเฟยอย่างลึกซึ้ง

               "เลิกเล่นแล้วไปทำงานต่อได้แล้ว เดี๋ยวเขาจะหาว่าข้ามาพาเจ้าอู้งาน" หวินเฟยเอ็ดซื่อหมินเล็กน้อยแล้วไล่ไปทำงานต่อ ส่วนตัวเองก็เดินไปดูอาการคนอื่นๆที่ป่วยแทน

               หลายวันต่อมา

               การช่วยเหลือผู้อพยพเป็นไปด้วยดี ทั้งนี้ทั้งนั้นยังต้องขอความร่วมมือจากเจ้าเมืองช่วยดูแลพวกเขาอีกแรง ใกล้จะได้เวลากลับวังหลวงแล้วเพราะเวลาที่พวกเขาต้องใช้กับการตรวจการเมืองมีจำกัดเพียงหนึ่งเดือน

               หวินเฟยวันนี้ออกมาเดินตลาดแล้วปล่อยให้ซื่อหมินพักอยู่ที่จวนเจ้าเมืองเพียงคนเดียว ช่วงนี้ดูซื่อหมินจะเหนื่อยเป็นพิเศษเพราะเร่งช่วยงานชาวบ้านไม่ได้หยุด เขาเดินซื้อของกินเต็มไม้เต็มมืออาหารที่ขายตามแผงลอยข้างทางบางร้านก็อร่อยกว่าอาหารตามโรงเตี้ยมเสียอีก

               เขากลับมาที่จวนเจ้าเมืองในยามซื่อ (09:00-10:59 น.) ให้สาวใช้นำขนมและของกินไปจัดใส่จานไว้รอส่วนตัวเองก็เดินไปปลุกอีกคนที่คาดว่าหลับอยู่ 

               ภายในห้อง

               "ท่านอ๋องเพคะ...ท่านอ๋อง" อิมเพ่ยเพ่ยเรียกท่านอ๋องสองครั้ง เมื่อเห็นว่าไม่ตื่นก็ค่อยๆสัมผัสเข้าไปที่ใบหน้าหล่อเหลาผู้กระชากเอาหัวใจนางไปเมื่อตอนพบเจอครั้งแรกด้วยความหลงไหล นางค่อยๆปีนขึ้นไปบนตัวซื่อหมินอย่างถือวิสาสะ

               ในขณะเดียวกันนั้นหวินเฟยเดินเข้ามาก็แทบจะระเบิดอารมณ์ออกมาเสียเดียวนั้นเมื่อเห็นว่าคนนอนอยู่มีสตรีอยู่บนตัว

               "หลี่ซื่อหมิน!!!" เสียงหวานคุ้นเคยทำเอาซื่อหมินที่นอนหลับไม่รู้สึกตัวทั้งยังถูกคร่อมอยู่หันไปมอง

               "!!!" ส่วนสตรีที่อยู่ด้านบนนั้นจะเป็นผู้ใดไม่ได้นอกจากอิมเพ่ยเพ่ยผู้เป็นบุตรีของเจ้าเมือง พอมองไปที่หวินเฟยก็พบว่าบรรยากาศรอบๆตัวเย็นยะเยือกลง บอกได้อย่างดีว่าร่างบางกริ้วแล้ว อิมเพ่ยเพ่ยถูกผลักลงจากตัวแล้วปรี่เข้าประชิดตัวร่างบางเพราะกลัวเข้าใจผิด "มันไม่ใช่อย่างที่เจ้าคิดนะหวินเฟย"

               "อ้อ...งั้นหรือ อิมเพ่ยเพ่ย ไหนเจ้าบอกมาสิว่าเจ้าเข้ามาทำอันใดในนี้?" น้ำเสียงราบเรียบไร้อารมณ์ทำเอาซื่อหมินขนลุกขนพองไปทั้งตัว

               "หม่อมฉันเข้ามาปรนนิบัติท่านอ๋องเพคะ" นางตอบอย่างมั่นใจก่อนจะทำท่าเขินอายเมื่อนึกถึงสิ่งที่ตนกระทำลงไป

               "อิมเพ่ยเพ่ย เจ้ารู้หรือไม่ว่าการเข้ามาในห้องโดยไม่ได้รับอนุญาตนั้นมีโทษ" หวินเฟยยังคงเอ่ยเสียงเรียบ

               "หม่อมฉันทราบเพคะ แต่หม่อมฉัน..."

               "แต่เจ้าก็ยังถือวิสาสะเข้ามาใช่หรือไม่ แล้วเจ้าต้องการให้เปิ่นหวางลงโทษแบบใดไหนบอกสิ?" สายตาของหวินเฟยไม่มีแววปราณีเลยแม้แต่น้อย ตอนนี้เขาราวกับเป็นระเบิดเวลาที่เตรียมตัวระเบิดทันทีเมื่อตอบไม่ถูกใจ

               "หม่อมฉัน... ท่านอ๋องเพคะช่วยหม่อมฉันด้วย" เมื่อเห็นว่ามีความผิดจริงจึงได้แต่อ้อนวอนผู้ที่นางรักอย่างหลี่ซื่อหมิน ซึ่งตอนนี้เขาก็แทบจะเอาตัวไม่รอดเพราะพายุน้ำส้มของหวินเฟยแล้วจะเอาเวลาที่ใดไปเมตตาคนอื่น

               "อิมเพ่ยเพ่ย ความผิดของเจ้าคือการขัดคำสั่งทั้งยังกระทำอุกอาจโดยการขึ้นคร่อมตัวชินอ๋องผู้สูงศักดิ์อย่างไม่เกรงกลัว ทหาร! นำตัวอิมเพ่ยเพ่ยไปโบยยี่สิบไม้แล้วให้อดข้าวสามวันเสีย!"

               "ไม่นะเพคะท่านอ๋อง หม่อมฉันไม่ได้ตั้งใจนะเพคะ!!" อิมเพ่ยเพ่ยโอดครวญนางส่งสายตาไปขอความเห็นใจจากซื่อหมินแต่กลับไม่มีท่าทีว่าจะถูกช่วยเลย นางจึงได้แต่ยอมรับชะตากรรม

               "นี่มันเรื่องอันใดกันพะยะค่ะ?" เจ้าเมืองหรือ 'อิมเจี่ย' รีบวิ่งเข้ามาเมื่อเห็นบุตรสาวกำลังจะถูกลากออกไป

               "ถามนางเอาเองหลังจากได้รับโทษแล้วกัน" หวินเฟยตอนนี้ไม่ฟังใครทั้งนั้นพูดจบก็เดินออกไป ซื่อหมินเองก็ตามออกไปเช่นกัน

               "หวินเฟย เดี๋ยว... เจ้าหยุดก่อนจะรีบเดินไปไหน?" ซื่อหมินเรียกอีกฝ่ายที่กำลังเดินไปอย่างเร็วจนมาถึงบันใดทางลงไม่กี่ขั้น

               "อ๊ะ!!!" เนื่องจากไม่มองทางทำให้ก้าวพลาด ตอนนั้นหวินเฟยรีบหาที่ยึดจับโดยเร็วแต่กลับคว้าได้เพียงอากาศ เขาหลับตาลงขดตัวป้องกันลูกในท้องรอรับแรงกระแทกเต็มที่

               ตุบ!

               "หวินเฟย!" ซื่อหมินเรียกอีกฝ่ายที่อยู่ในอ้อมแขนตน เมื่อกี้เขาแทบใจหยัดเต้นเมื่อเห็นร่างบางกำลังจะล้ม ในตอนนั้นโชคที่ที่เขารับตัวไว้ทันไม่เช่นนั้นทั้งร่างบางและลูกคงได้กระแทกลงพื้นอย่างแรง

               "แฮกๆ อึก...ลูก!" ได้สติขึ้นมาหวินเฟยหอบหายใจหนักหน่วงสิ่งที่ถามสิ่งแรกเลยคือลูกด้วยความตื่นตระหนก

               "ไม่เป็นไร เจ้าไม่เป็นไร ลูกของเราก็เช่นกัน ข้ารับตัวไว้แล้ว" ซื่อหมินกอดปลอบคนในอ้อมแขนให้หายตื่นตระหนก เขายังคงนั่งอยู่ที่พื้นจนเสียงหอบหนักของหวินเฟยเงียบไปเขาจึงได้เรียกร่างบาง "หวินเฟย..."

               "หืม?" หวินเฟยตอบรับในลำคอ

               "เจ้าไม่ได้บาดเจ็บใช่หรือไม่?"

               "อือ"

               "เจ้าโกรธข้าหรือไม่?"

               "โกรธเรื่อง?"

               "เรื่องเมื่อกี้นี้ โกรธหรือไม่?"

               "แล้วเจ้าต้องการให้ข้าโกรธหรือไม่?"

               "ไม่"

               "เช่นนั้นข้าก็ไม่โกรธ"

               "ข้านึกว่าเจ้าจะโกรธเสียอีก"

               "ซื่อหมินเจ้าเป็นคนรักของข้า แม้จะเป็นได้ไม่นานแต่ข้าก็เชื่อว่าเจ้าไม่ได้เป็นคนเช่นนั้น อีกอย่างเมื่อรักกันแล้วก็ต้องเชื่อใจกันสิ จริงหรือไม่?" หวินเฟยเอ่ยทำเอาซื่อหวินยิ้มมุมปากน้อยๆ

               "อืม...ข้าเองก็เช่นกัน ข้ารักเจ้า"

               "ข้าก็รักเจ้า แต่ข้าไม่ได้รักเจ้าเพียงคนเดียวแล้วล่ะ"

               "อ้าว ...เหตุใดเจ้าจึงกล่าวเช่นนั้น...อุ๊บ" ซื่อหมินเริ่มจะอารมณ์เสีย ปากที่กำลังจะเอ่ยถูกปิดด้วยริมฝีปากบางของหวินเฟย

               "ฟังข้าก่อนสิ...ที่ข้าบอกเจ้าว่าข้าไม่ได้รักเจ้าแค่คนเดียวน่ะก็เพราะ..." หวินเฟยจับมือเรียวของอีกฝ่ายมาวางแนบท้องนูนๆหกเดือนของตนเอง "นั่นก็เพราะว่าข้าแบ่งความรักไปให้เขาด้วยอย่างไรล่ะ"

               "เจ้าแบ่งความรักจากข้าไปให้ลูกแบบนี้ข้าต้องริษยาเขาหรือไม่หืม?"

               "ไม่ต้องหรอก ถึงอย่างไรข้าก็รักเท่ากัน ว่าแต่เจ้าหิวรึไม่ ข้าให้สาวใช้นำขนมกับอื่นๆที่ซื้อมาไปจัดไว้แล้ว ไปทานกันเถิด"

               "อืม เอาสิข้าก็เริ่มหิวเสียแล้ว"

               สองวันต่อมา

               ได้เวลาที่ต้องเดินทางกลับ ค่ายอพยพก็สำเร็จไปด้วยดีนอกเหนือจากนั้นก็ให้เจ้าเมืองดูแลต่ออย่าให้ขาดตกบกพร่อง เจ้าเมืองได้มาขออภัยเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่บุตรีได้ทำไว้กับท่านอ๋องซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่สมควรอย่างยิ่ง หวินเฟยเองก็สั่งลงโทษนางไปแล้วไม่มีอันใดติดใจอีก

               ทุกคนเดินทางกลับโดยที่หวินเฟยยังคงต้องนั่งกับซื่อหมินเช่นเดิม เพราะซื่อหมินนั้นจะคอยใช้วรยุทธ์พยุงร่างกายหวินเฟยเอาไว้กันกระแทกได้ดีกว่านั่งรถม้าผู้เดียวเป็นไหนๆ

               อีผิงจื่อเองก็คอยอยู่ข้างๆเสมอเผื่อเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นมาแล้วจะยุ่ง เขาเตรียมการศึกษาเกี่ยวกับการคลอดบุตรของบุรุษเต็มที่เพราะเป็นครั้งแรกที่เคยเห็นอะไรแบบนี้ และคงต้องทำให้ปลอดภัยที่สุด งานนี้ยิ่งยากกว่างานอื่นที่เคยทำมา

               เมื่อการเชื่อมสัมพันธ์ระหว่างแคว้นจบลงทุกคนก็แยกย้ายกันกลับแคว้นเว้นเพียงคนจากแคว้นฉีที่ต้องการอยู่พักผ่อนต่อ ทั้งที่ความจริงแล้วเหตุผลที่อยู่ต่อมันมีอะไรมากกว่านั้น...

----- 100% -----

#พรุ่งนี้สัญญาว่าจะมาอีกค่ะ วันนี้เอาไปหนึ่งตอนเต็มๆ
#จบภารกิจแล้วเย้ๆ กลับไปหาท่านพี่ได้ละ

  
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 43 ครั้ง

1,382 ความคิดเห็น

  1. #972 Preaw-Primeiei (@Preaw-Primeiei) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2560 / 22:17
    อิอิ????????????????
    #972
    0
  2. #766 222444666888 (@222444666888) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 14 มีนาคม 2560 / 23:46
    ท่านพี่ได้ตามมาฆ่าซื่อหมินเเน่ถ้ารู้ว่าน้องรักท้อง5555
    ไม่อยากจะคิดเลยอิๆ
    #766
    0
  3. #765 zeerin (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 14 มีนาคม 2560 / 21:19
    ถ้าเอลเอลกลับไปแล้วทางนี้จะเป็นยังไงต่อนะ

    จะรอน้าาาาา
    #765
    0
  4. วันที่ 14 มีนาคม 2560 / 20:41
    รอออออ
    #764
    0
  5. #763 TANATOS LOVE VER (@yasimin) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 14 มีนาคม 2560 / 18:09
    คิดถึงเหล่าท่านพี่บนสวรรค์อ่ะ????????????????
    #763
    0
  6. #762 กษิดิศ ปักษี (@zamakbigbag) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 14 มีนาคม 2560 / 17:11
    สมน้ำหน้า5555 /// สามีภรรยาคู่นี้น่ารักมากเลย~~
    #762
    0
  7. #761 นารุจัง (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 14 มีนาคม 2560 / 15:38
    รอ รอ รออออออออออออ
    #761
    0
  8. #760 Fairy.tail (@meigeni_bebe) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 14 มีนาคม 2560 / 15:24
    หืม ก่อนมานี่คาริเอลเป็นนักแสดงอยู่นี่นะ ลืมมมหมดเลย5555
    #760
    0
  9. #759 0895426863 (@0895426863) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 14 มีนาคม 2560 / 15:24
    คิดถึงฮาเร็มทั้ง7 "///เอ้ยไม่ใช่ล่ะแค๊กๆ
    ท่านพี่ทั้ง7น่ะ โดยเฉพาะคามิเอลกับท่านคาเอล. คิดถึงม๊ากมาก
    #759
    0
  10. #758 Lovely_Otaku (@Lovely_Otaku) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 14 มีนาคม 2560 / 15:00
    คิดถึงหลายๆคนบนสวรรค์อ่าาา
    ท่านพี่ กะ ท่านคาเอลลลล
    อยากให้มีบทแทรกมาบ้างอ่าาาา
    ชอบตอนนี้มาก มีความละมุน
    #758
    0
  11. #757 Anazegious (@zevalious) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 14 มีนาคม 2560 / 13:23
    คิดถึงท่านคาเอลละอ่าาา
    #757
    0
  12. #756 Kronos-Hades (@Kronos-Hades) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 14 มีนาคม 2560 / 13:22
    เป็นกำลังใจให้ค่ะ
    #756
    0
  13. #755 Atk. S. (@lertwarachai) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 14 มีนาคม 2560 / 13:12
    รอออออออ
    #755
    0
  14. #754 mangpor43 (@por2543) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 14 มีนาคม 2560 / 12:51
    ต่ออีกๆๆๆ
    #754
    0
  15. #753 B3003B (@pannapak30) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 14 มีนาคม 2560 / 12:34
    สมน้ำหน้า ยัยอิมเพ่ยเพ่ย
    ไรท์มาต่อเร็วๆน้า..
    #753
    0