เรียกข้าว่า | คาริเอล | [Yaoi]

ตอนที่ 31 : | 30 | พบปะลูซิเฟอร์อีกครั้ง [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,143
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 47 ครั้ง
    18 พ.ค. 60

30

พบปะลูซิเฟอร์อีกครั้ง


                ข้าใช้เวลาเกือบทั้งวันเดินรอบรอบเมืองหลวงแคว้นหยางเดินนะไม่ใช่เคลื่อนกายไปมาแบบรวดเร็ว แถมยังแวะซื้อขนมมากมายติดมือมาด้วย วันนี้คงต้องไปหาโรงเตี้ยมดีดีนอนสักที่พรุ่งนี้จะได้ไปหาลูซิเฟอร์ อยู่ในโลกนี้ข้าใช้เพียงพลังยุทธ์ไม่ได้ใช้พลังเทพหรือพลังปีศาจเลยแม้แต่น้อยอะไรไม่อาจสัมผัสได้ว่าตอนนี้เค้าอยู่ที่ใดแต่ข้านั้นจำทางที่จะกลับบ้านหลังเดิมได้แล้ว

                วันนั้นข้าไปพบกับโรงเตี้ยมขนาดใหญ่ดูหรูหราแล้วยังมีชื่อคล้ายกับว่าจะได้ยินจากที่ไหนสักที่ 'โรงเตี้ยมเยว่ซิน' ใครกันตั้งชื่อแบบนี้แต่ชื่อนั้นก็ดูดีอยู่พอสมควรเหมือนกัน การตกแต่งก็นับว่าแปลกตานัก แถมคนยังมีมากจนน่าตกใจ พอเดินเข้ามาก็มีเสี่ยวเอ้อร์มาต้อนรับทันที

                "นายท่าน ต้องการให้ข้าน้อยช่วยอะไรหรือไม่ขอรับ" พนักงานเอาใจใส่ลูกค้าดีข้าให้ผ่าน

                "จัดเตรียมห้องที่ดีที่สุดให้ข้าที แล้วเอาอาหารขึ้นชื่อของที่นี่ขึ้นไปส่งด้วย" ข้าตอบเสี่ยวเอ้อร์หน้าละอ่อน

                "ขอรับ นายท่านโปรดรอสักครู่" เด็กน้อยเมื่อได้ยินแล้วก็รีบวิ่งดุ๊กดิ๊กไปอย่างรวดเร็ว เพียงไม่นานก็กลับมาพร้อมแจ้งให้ข้ารับทราบ

                "นายท่านขอรับ ห้องชั้นบนเหลือห้องเดียวพอดีเลยขอรับไม่ทราบว่าจะเข้าพักเลยหรือจองเอาไว้ก่อนดีขอรับ?" เสียงเล็กเจื้อยแจ้วมำเอาข้านึกเอ็นดูยิ่งบริการได้ทันใจแบบนี้ข้าให้ผ่าน

                "นำทางข้าไปเถิด เจ้าหนู" ข้าบอกแล้วเจ้าเสี่ยวเอ้อร?ตัวเล็กประมาณสิบห้าขวบก็รีบพาข้าขึ้นไปชั้นบนสุดซึ่งเป็นชั้นที่ห้าตั้งแต่ขึ้นมาก็ทราบได้เลยว่าชั้นนี้เป็นชั้นที่มีความส่วนตัวมากจริงๆ

                "เชิญขอรับ"

                "เอ้านี่...สำหรับเจ้าเอาไปซื่อขนมนะเจ้าหนู แล้วก็ไม่ต้องเรียกข้าว่านายท่านหรอก เรียกข้าว่าพี่ก็ได้" ข้ายื่นเงินหนึ่งตำลึงเงินให้เสี่ยวเอ้อร์ตัวน้อย

                "ขอบคุณขอรับท่านพี่" พอเอ่ยแล้วก็วิ่งแจ้นออกไป ข้ามองตามไปจนร่างน้อยลับตา ก่อนจะเข้ามาในห้องแล้วปิดประตู รอไม่นานอาหารก็มาส่ง อาหารขึ้นชื่อมีหลายอย่างมากข้าเลยเลือกกินอย่างเล็กน้อย พรุ่งนี้ข้าจะไปหาซื้อจวน มาแล้วก็ต้องก่อร่างสร้างตัวเสียหน่อยแล้วค่อยประกาศให้พวกเขารู้ทั่วกัน หึๆ

                วันต่อมา

                ข้าเดินทางไปที่นายหน้าค้าที่ดินเพื่อขอซื้อที่ดินต่อหรือจวนหลังเก่าๆสักหลังเพื่อให้เป็นที่อยู่ แต่กับพบว่าที่แคว้นหยางนั้นตอนนี้ที่ดินเต็มหมดแล้วจะเหลือก็เพียงที่ดินบนเขาที่ไม่ค่อยมีคนไปอยู่เท่าใดนัก

                "เชิญคุณชายเลือกเลยขอรับ นี้คือที่ดินบนเขาทั้งหมดที่ข้าน้อยมีไว้ในครอบครอง" เฒ่าแก่ที่เป็นเจ้าของเอ่ยแล้วยื่นแผ่นที่ดินและภาพวาดของที่ดินมาให้ ข้ารับมาเลือกดูในป่าก็ไม่เป็นไรความเร็วของข้ามากล้นระยะทางไม่เป็นปัญหาเลย

                "ข้าจะขอซื้อทั้งหมดเลยเฒ่าแก่เชิญคิดราคา" ข้าบอกไป ข้าเองก็ต้องการความสงบยิ่งเลยคิดว่าหากซื้อหมดคงไม่มีใครมารบกวนข้าเป็นแน่ ส่วนเฒ่าแก่นั้นตอนนี้รีบไปคำณวนเงินอย่างเร็วไวที่ดินบนเขาผู้คนส่วนใหญ่ไม่ค่อยจะอยู่กันเลยขายไม่ออก ช่างดียิ่งนักที่ขายออก

                "ราคาอยู่ที่สองหมื่นหนึ่งพันสองร้อยตำลึงทองขอรับนายท่าน" หากเทียบกับการซื้อภูเขาทั้งลูกแล้ว เงินเพียงเท่านี้ถือว่าเป็นเงินที่น้อยยิ่ง แต่ข้าเองก็เห็นว่าเฒ่าแก่ลดให้จึงได้เพิ่มเข้าไปอีกเป็นสองหมื่นสองพันตำลึงทองถ้วนแล้วเขาก็เริ่มดูแลข้าอย่างดีทั้งพาไปดูที่ภูเขาติดเมือง

                ตรงตีนภูเขามีคนอาศัยอยู่มากมายแต่ที่ดินของข้านั้นอยู่ด้านบนมีเชิงผาที่หันเข้าหาเมือง ข้าจึงตัดสินใจว่าจะให้พลังสร้างบ้านริมผาให้ยื่นออกไปเห็นเมืองหลวงมุมสูงด้วยคงจะงดงามน่าดู แล้วตอนนี้โลกนี้คงจะมีคนมีความสามารถเพิ่มขึ้นมากเลยสินะถึงได้พัฒนาขึ้นจนข้าจำไม่ได้ขนาดนี้

                ข้ายืนอยู่ที่หน้าผาแล้วมองลงไปด้านล่าง ตอนนี้นายหน้าขายที่ดินได้กลับไปแล้วที่นี่จึงเหลือเพียงแค่ข้าเท่านั้นข้าถอยหลังกลับมาประมาณยี่สิบก้าวเพื่อวางอาณาเขตพลางตาที่ทำให้ผู้ที่ไม่ประสงค์ดีจะหลงทางในอาณาเขตนั้นหากผู้ใดมาดีก็จะเข้าบ้านข้าได้อย่างปลอดภัย 

                มือเรียวเริ่มโบกขึ้นลงแล้วบ้านก็เริ่มก่อตัวเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมา ข้าสร้างให้เป็นทรงคล้ายกับคฤหาสน์ของข้าที่บนสวรรค์แต่มีการผสมผสานยุคนี้เอาไว้ด้วยทำให้ดูแปลกตายิ่งขึ้น ห้องนอนของข้ามีระเบียงใหญ่ยื่นออกไปและตรงระเบียงจะมีอ่างอาบน้ำขนาดใหญ่เอาไว้อาบใต้แสงจันทร์ข้าวของเครื่องใช้เองก็ถูกสร้างขึ้นเหมือนกับที่นั่นทั้งหมด

                ใช้เวลาเพียงนิดคฤหาสน์ของข้าก็เสร็จสมบูรณ์เยี่ยมไปเลย ถึงจะมีขนาดเล็กกว่าที่สวรรค์แต่ก็มีความคล้ายคลึงกันยิ่ง แบบนี้แหล่ะที่ข้าต้องการแต่จะว่าไปแล้วข้ายังคงต้องมีคนทำความสะอาดสินะ รู้แบบนี้พาเอเบอร์มาด้วยดีกว่า จะได้ให้มาเป็นคนดูแลทำความสะอาดให้ แต่จะว่าไปแล้วหากขอให้ท่านพ่อส่งตัวเขามาให้จะดีไหมนะ

                [ท่านพ่อครับ ส่งตัวเอเบอร์มาให้ข้าหน่อยได้ไหมครับ?]

                [เอเบอร์? เทวทูตพ่อบ้านของเจ้าน่ะรึ?] ท่านพ่อตรัสกลับมา

                [ใช่ครับ คือข้าอยากให้เขามาจัดการเรื่องนั่นนี่ช่วยข้าหน่อยก็เท่านั้น นะครับท่านพ่อ นะๆ หากกลับไปข้ายอมท่านพ่อทุกอย่างเลยเอ้า] ข้างัดลูกอ้อนมาใช้กับท่านพ่อโดยทันที

                [แน่ใจใช่หรือไม่?]

                [ด้วยเกียรติของอัครเทวทูตเลยครับ] ข้าตอบกลับไปอย่างมั่นใจ

     พรึบ!

                ไม่นานท้องฟ้าบนหัวข้าก็มีมิติเปิดขึ้นตามด้วยร่างของเอเบอร์ลอยลงมา ข้าจึงต้องรีบไปรับตัวเขาลงมา

                "ท่านคาริเอล แล้วข้า?" เอเบอร์ดูงุนงงเป็นอย่างมากที่โผล่มายังที่นี่ ดูเหมือนท่านพ่อคงจะไม่ได้อธิบายอะไรให้เขาฟังเลยสินะ

                "ตอนนี้เจ้าถูกท่านพ่อส่งมาช่วยงานข้าที่โลกอื่นน่ะ จริงสิเจ้าคงต้องเปลี่ยนอาภรณ์ใหม่เสียก่อน" มือเรียวโบกสะบัดไปมาอาภรณ์บนร่างของเอเบอร์ก็เปลี่ยนไป "จากที่เรียกท่านคาริเอลเจ้าก็เปลี่ยนเป็นเรียกว่านายน้อยด้วยนะ เพราะตอนนี้เจ้าคือพ่อบ้านตระกูลหวิน ข้าในตอนนี้ชื่อหวินเฟย ส่วนเจ้านั้น ใช้ชื่อว่า 'ฮุ่ยอัน' แล้วกัน"

                "ขอรับ" เขาเรียนรู้ได้เร็วจนข้าตกใจแต่วันนี้คงต้องพักผ่อนก่อน พรุ่งนี้ต้องไปเคาะประตูบ้านเยี่ยมเยือนลูซิเฟอร์เสียหน่อย

                "วันนี้พักก่อนแล้วกันพรุ่งนี้ข้าจะพาเจ้าไปเยี่ยมเยือนใครบางคนเสียหน่อย"

                "ได้ขอรับ" ข้าให้เอเบอร์นอนห้องข้างล่าง ส่วนข้านั้นนอนชั้นสาม ลืมบอกไปว่าข้าสร้างแบบสามชั้นห้องข้ามีระเบียงด้วยและยังมีอ่างด้านนอกอีก วันนั้นข้านอนเร็วหน่อยเอเบอร์เองก็เช่นกัน

                ข้าตื่นขึ้นมาให้รุ่งเช้าเพื่อมองพระอาทิตย์ขึ้นเอเบอร์เองก็ยังคงตื่นเช้ากว่าข้า เขาบอกต้องการไปซื้อของใช้และวัตถุดิบสำหรับทำอาหารเข้าบ้านหน่อย ข้าจึงอนุญาตให้เอเบอร์ไปซื้อของเองเพื่อให้เขาเรียนรู้สิ่งต่างๆของที่นี่ไปด้วย ข้าว่าเขาเองคงจะไม่มีปัญหาอะไรเรื่องนี้

                ข้าก็มีธุระที่ต้องจัดการเช่นเดียวกันแต่ก่อนอื่นขอกินอะไรเสียก่อน ข้าเดินเข้าไปในห้องน้ำเพื่อชำระร่างกายให้เรียบร้อยแล้วสวมอาภรณ์สีเงินผมของน้าตอนนี้ยาวเลยใหล่มานิดหน่อยข้ามัดครึ่งหัวและใช้รัดเกล้าสีเงินประดับไว้ตามด้วยหน้ากากสีดำที่ทำขึ้นใหม่

                "นายน้อย เอเบอร์ เอ่อ...ฮุ่ยอันทำอาหารเสร็จแล้วขอรับ" เอเบอร์ที่เห็นข้าเดินลงมาเอ่ยบอก

                "จริงรึ ไหนมาดูซิว่าเจ้าทำอะไรให้ข้ากิน" พอไปนั่งที่โต๊ะกับข้าวก็พบกับอาหารหลายอย่างให้เลือกกิน ทั้งเป็ดย่างเกลือ หมูผัดซอส และอื่นๆอีก แถมเอเบอร์...ไม่สิ ต้องเรียกว่าฮุ่ยอันต่างหาก เขายังทำของหวานไว้อีกหนึ่งอย่าง จะเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจากเค้กนมสด บอกแล้วว่าข้าสร้างให้เหมือนบ้านบนสวรรค์ของข้ามาก ดังนั้นเครื่องครัวจึงมีอยู่ครบครัน

                "ข้าหาวัตถุดิบมาได้ไม่มากขอรับแต่ก็มีของที่เหมือนบนเฮเวเรลอยู่บ้างจึงได้ทำแค่ที่จะคิดได้" ฮุ่ยอันว่า ส่วนข้าเองก็นั่งกินอย่างเอร็ดอร่อย

                "ไม่เป็นไร อาหารของเจ้าอร่อยหมดทุกอย่างอยู่แล้ว ท่านพ่อคิดถูกจริงๆที่ส่งเจ้ามาอยู่กับข้า" เพียงครู่หนึ่งข้ารู้สึกว่าเอเบอร์หน้าแดงด้วย ช่างน่ารักน่าชังเสียจริง

                "เอาล่ะ ไปกันเถิด"

                "ขอรับ" ข้าและฮุ่ยอันออกมาจากบ้านมุ่งหน้าไปที่จวนของลูซิเฟอร์ต้องเรียกว่าลู่เฟยถึงจะถูก

                คาริเอล's end 

                จวนตระกูลซือ

                เบื้องหน้าของหวินเฟยและฮุ่ยอันคือจวนตระกูลซือ ตระกูลที่ในช่วงเวลานี้โด่งดังที่สุดในแคว้นหยางเล่าลือกันว่าตระกูลซือ มีบุตรีอยู่สองนางหน้าตางดงามผิวพรรณผุดผ่อง แต่ฉันน่าเสียดายที่มีบุตรเขยไปแล้ว อีกทั้งบุตรชายอีกสี่คนแม้จะอายุยังน้อยต่างก็หล่อเหลาสง่างามกันทั้งหมด

                ไม่เว้นแม้กระทั่งนายท่านของจวนที่แม้จะอายุมากแล้วแต่ก็ยังมีความหล่อเหลาสมชายชาตรีอยู่แม้ขนาดผู้ที่หล่อเหลาที่สุดในแคว้นยังไม่อาจเทียบเทียมได้ขณะนี้แม่สตรีทั้งสองนางจะออกเรือนไปแล้วแต่ถ้าว่าบุตรชายทั้งสี่ยังมิได้มีคู่ครอง

                เหล่าแม่สื่อของจวนต่างๆที่มีคุณหนูของจวนชอบพอบุตรชายของตระกูลซือก็เริ่มมาออกันอยู่หน้าประตูตั้งแต่เช้าตรู่เพื่อสู่ขอให้คุณหนูของตนไม่ว่าจะเป็นบุตรีของเศรษฐีหรือแม้แต่บุตรีของขุนนางต่างก็มาโดยพร้อมเพรียงกัน

                เสียงเอะอะดังอยู่ด้านหน้าจวนจนยามต้องปิดประตูจวนไว้ตลอดเวลา หวินเฟยและฮุ่ยอันที่มาถึงก็ลอบเข้าไปโดยเดินผ่านกำแพง หน้าที่นั้นเองก็ไม่มีผู้ใดเห็นทั้งสองเดินเข้าไปจนกระทั่งมาหยุดอยู่ด้านในห้องโถงก็ไม่มีใครที่จะรู้สึกตัวว่ามีผู้รับเข้ามาถึงสองคน

                "เจ้าเป็นผู้ใดเหตุใดถึงได้ลอบเข้ามาในจวนของข้า?" เข้ามาถึงก็พบตัวผู้ที่ต้องการพบทันทีเขาเองก็นั่งจิบชาอยู่บนเก้าอี้ไม้แกะสลักอย่างสวยงามสายตาที่มองมาราวกับกำลังสำรวจเหยื่อ

                "ไม่เจอกันนานเลยนะ ลูซิเฟอร์" เมื่อได้ยินคำว่าลูซิเฟอร์ออกจากปากของอีกฝ่ายลู่เฟยก็ลุกยืนขึ้นเคลื่อนกายประชิดตัวอีกฝ่ายโดยเร็วไม่ทันที่จะได้ทำอะไรมือที่ออกมาก็ถูกจับไว้เสียก่อน

                "เจ้าเป็นเทวทูต?" ทันทีที่สะบัดมือออกจากหวินเฟยได้แล้วก็เอ่ยถาม

                "ถูกต้อง ข้าคือเทวทูตและบัดนี้ถ้าจะมารับตัวเจ้ากลับเฮเวเรลตามคำสั่งท่านคาเอล ท่านอภัยให้เจ้าแล้ว เจ้าจะยินยอมหรือไม่?"

                "ไม่! ข้าไม่กลับ" ลู่เฟยตอบกลับมาโดยไม่คิดเลยแม้แต่น้อย

                "เพราะเหตุใด?"

                "ข้าไม่อยากกลับ" ลู่เฟยบอก ความจริงก็พอจะเดาได้ว่าอีกฝ่ายมาจากที่ใด แล้วยังความรู้สึกคุ้นเคยนี่อีกเหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น

                "ข้าจะให้โอกาศเจ้าคิด..."

                "ข้าบอกว่าไม่กลับไง เจ้านั่นแหล่ะออกไปได้แล้ว อย่าลืมบอกองค์คาเอลด้วยว่าข้าขอบคุณที่อภัยโทษให้ แต่ข้าไม่ต้องการกลับไป" ลู่เฟยยังยืนยันคำเดิม

                "อืม เช่นกันข้าขอเดินเยี่ยมชมจวนของเจ้าหน่อยแล้วกัน" ว่าจบยังไม่ทันที่เจ้าของจวนจะอนุญาตหวินเฟยและฮุ่ยอันก็ถือวิสาสะเดินออกไป

                "นายน้อยขอรับ เขาไม่ยอมกลับแล้วท่านจะทำเช่นไรขอรับ?" ฮุ่ยอันเอ่ยถามนายของตน

                "เอาน่า..ข้ามีวิธีของข้าแล้วกัน"

                เดินออกมาจากห้องของไม่นานก็พบกับสองบุรุษนั่งอยู่ที่ศาลาริมน้ำในจวน พอได้เห็นใบหน้าหวินเฟยก็จำได้ทันทีว่าทั้งสองคือซือชงหยวนและซือหมิงซิน พวกเขากำลังทานขนมกันอยู่

                "ถ้าได้ยินมาว่าที่จวนแห่งนี้มีบุตรชายที่หล่อเหลาและสง่างามนึกไม่ถึงว่ามันจะเป็นเรื่องจริงเสียด้วย ยินดีที่ได้พบคุณชายซือชงหยวนและคุณชายซือหมิงซิน" หวินเฟยเดินเข้าไปทักทายทั้งสองเมื่อทั้งสองหันกลับมาก็พบได้ถึงความแตกต่างดูเหมือนว่าเด็กทั้งสองคนนี้จะเติบโตขึ้นมากคนหนึ่งช่างหล่อเหลายิ่งนักอีกคนก็ไม่แพ้กันแต่ทว่าใบหน้ากลับดูงดงามคล้ายสตรี

                "ท่านคือ?" แม้ทั้งสองจะตกใจผู้ที่เข้ามาทักทายอยู่บ้างแต่ก็ไม่ได้มีท่าทีตกใจแสดงออกมา

                "ข้ามีนามว่าหวินเฟย ส่วนนี่คือพ่อบ้านของข้ามีนามว่าฮุ่ยอัน"

                "ยินดีที่ได้พบท่าน" ทั้งสองยกมือขึ้นคาราวะผู้ที่เข้ามาเดินเตร่อยู่ในบ้านได้แสดงว่าท่านพ่อใหญ่คงทราบแล้วอนุญาตเอง มีอันใดต้องกังวลแต่พอมองไปที่บุรุษตรงหน้าแล้วทั้งสองกลับรู้สึกว่าเขานั้นดูอบอุ่น จนคล้ายกับความรู้สึกที่มีต่อท่านพ่อใหญ่และพ่อรอง

                "ก่อนข้าจะไปข้าอยากจะบอกท่านอย่างหนึ่งคุณชายหมิงซิน"

                "เชิญท่านกล่าวมาได้เลย"

                "ความรู้สึกที่อยู่ข้างในของท่านเปิดเผยออกมาให้เขารับรู้บ้างก็ได้" หวินเฟยเข้าไปกระซิบกระซาบหมิงซินจนหมิงซินเบิกตากว้าง

                "ท่านต้องการจะบอกอันใดกันแน่" หมินซินถามเสียเย็น

                "คนบางคนอาจซื่อบื้อจนไม่สามารถรับรู้บางสิ่งที่แสดงออกผ่านการกระทำได้" หวินเฟยมองด้วยสานตาคิดถึงคำนึงหาอยู่ครู่หนึ่งมือเรียวเผลอยื่นออกไปลูบหัวทั้งสองด้วยความอ่อนโยน ซึ่งทั้งสองเองก็ไม่ได้ปัดออกแต่อย่างใดด้วยรู้สึกว่าคนผู้นี้ให้ความรู้สึกเหมือนท่านพ่อ "...ลาก่อนคุณชายทั้งสองแล้วพบกันใหม่อีกครา" 

                ร่างทั้งสองกระโดดหายไปอย่างรวดเร็วทิ้งไว้เพียงบุตรชายทั้งสองคนของลู่เฟย กลับมาด้านสองเทวทูตที่กำลังเคลื่อนกายกลับไปที่บ้านของตน

                "ฮุ่ยอัน เจ้าคิดว่าเราไปเที่ยวเล่นกันหน่อยดีหรือไม่?" หวินเฟยถามความเห็น

                "แล้วแต่นายน้อยขอรับ"

                "เจ้านี่น้า.. เอาเป็นว่าเป็นอันตกลงแล้วกัน วันนี้ข้าจะแปลงโฉมเจ้าเอง รับรองว่าเจ้าต้องหล่อเหลายิ่งหว่าผู้ใดแน่ๆ ฮะๆ" คนตัวเล็กหัวเราะน้อยๆส่วนผู้เป็นพ่อบ้านเองก็ได้แต่ยินยอม เจ้านายมีความสุขตัวเขาเองย่อมมีความสุขตามอยู่แล้ว

                ผ่านมาได้ครึ่งวันหลังจากที่ผลาญเงินเป็นว่าเล่นเข้านอกออกในร้านนั้นร้านนี้จนพอใจคาริเอลที่ซึ่งตอนนี้ใช้นามว่าหวินเฟยก็ได้จัดการแต่งตัวให้พ่อบ้านคนสนิทที่ไว้ใจจนเหมือนเขาเป็นตุ๊กตาไม้ที่จะทำอะไรก็ได้ ผู้เป็นพ่อบ้านเองก็ยอมอยู่นิ่งๆให้อีกฝ่ายทำตามอำเภอใจ

                "นี่มันอะไรกันขอรับ นายน้อยทำอะไรกับข้า?" ฮุ่ยอันไม่อยากจะเชื่อภาพที่เห็นในกระจกที่นาน้อยของตนเสกออกมาให้ดูสภาพของตัวเองคนในกระจกนั้นต่างจากตัวเค้าเองโดยสิ้นเชิงยกเว้นเพียงใบหน้า นี่เขาหล่อเหลาขึ้นได้อย่างไรกันเนี่ยหรือเพราะนายน้อย?

                "ข้าไม่สงสัยเลยเพราะเหตุใดท่านพ่อถึงได้ส่งเจ้ามาเป็นพ่อบ้านของคฤหาสน์อัครเทวทูตคาริเอลไม่นึกว่าเจ้าแต่งองค์ทรงเครื่องแล้วจะดูหล่อเหลาขึ้นขนาดนี้" หวินเฟยกล่าวแล้วยกมือเรียวขึ้นมาลูบที่คางพลางมองไปยังผลงานชิ้นเอกที่ลงมือตกแต่งเองกับมือ

                "ขอบคุณขอรับ" ฮุ่ยอันเอ่ยขอบคุณ

                "มีอะไรให้ทำทำก็ไปทำเถอะพรุ่งนี้ข้าจะเริ่มแผนการพาตัวลูซิเฟอร์กลับเฮเวเรล" หวินเฟยเอ่ย

                วันต่อมา

                วันนี้หวินเฟยออกมาจากบ้านโดยปราศจากหน้ากากใบหน้างดงามปรากฏสู่สายตาเหล่าชาวเมืองที่เดินผ่านไปมา เขาตามลูซิเฟอร์มาด้วยสัมผัสส่วนตัวพบว่าอยู่ที่โรงเตี้ยมเยว่ซินเลยตามมา เหตุผลหนึ่งก็เข้าใจดีว่าลูซิเฟอร์เองก็ไม่อยากกลับไป แต่อีกใจก็ต้องการพาเขากลับไปด้วย ความคิดถึงมันทำให้เขาทรมาน

                "งดงาม..." มีผู้หลุดพึมพำเมื่อหวินเฟยเดินเข้ามาด้านใน

                "หืม?..." มันเป็นเรื่องปกติที่เขาสมควรจะชินได้แล้ว

                "เอ่อ... ไม่ทราบว่าต้องการอะไรรึขอรับ" เสี่ยวเอ้อตัวน้อยที่เขาเคยพบวันนี้กลับจำไม่ได้เสียนี่ อาจเป็นเพราะว่าเขาไม่ได้ใส่หน้ากากมากระมัง

                "ข้ามาหาคนที่นัดไว้เขาชื่อซือลู่เฟย ช่วยพาไปหาเขาทีนะเจ้าหนู" แม้จะสงสัยและคุ้นหูกับน้ำเสียและคำเรียกแต่เสี่ยวเอ้อตัวน้อยก็เร่งพามายังที่นั่งชั้นสองริมหน้าต่างโดนไว

                "ท่านลู่เฟยอยู่ด้านในขอรับ" เสี่ยวเอ้อร์ตัวน้อยแม้จะตอบอย่างแข็งขันแต่ในใจรู้สึกเขินอายและชื่นชมในความงามของคนผู้นี้เป็นอย่างมาก อีกทั้งยังไม่เคยเห็นมาก่อนจนทำให้ตื่นเต้นจนเหงื่อซก

                "ขอบใจเจ้ามาก" ว่าแล้วยิ้มเล็กน้อยให้ทำเอาเสี่ยวเอ้อร์ตาค้าง

                "ขะ...ขอรับ" เสี่ยวเอ้อร์น้อยรีบไปทันที หวินเฟยสัมผัสพลังของลู่เฟยต่อก็พบว่าอยู่ชั้นเดียวกันแต่ทว่าอยู่ด้านใน ตอนนี้เขาก็ภาวนาว่าใบหน้านี้จะสามารถดึงดูดความสนใจอีกฝ่ายได้บ้างคงต้องเรียกได้ว่าต้องยั่วยวนจนกว่าจะยอมรักแล้วกลับสวรรค์ด้วยกันเลยล่ะ

                ด้านนอกต่างก็เกิดข่าวลือต่างๆขึ้นมาอย่างหนาหู บ้าก็ว่าพบเจอเทพยดาบ้างก็ว่าพบเจอนางฟ้านางสวรรค์เดินอยู่ในเมืองและทานอาหารที่โรงเตี้ยมเยว่ซิน ชาวบ้านคุณหนูคุณชายที่หลงเชื่อก็รีบพากันมาที่โรงเตี้ยมเพื่อยลโฉม เทวดานางฟ้านางสวรรค์ที่ชาวบ้านลือกัน

                เมื่อมาถึงก็พบว่าข่าวลือนั้นเป็นจริงแทบทั้งสิ้นพูดที่งดงามดุจดังเทวดานางฟ้านางสวรรค์ขนาดนี้มีผู้แบบนี้อยู่บนแผ่นดินแคว้นหยางด้วยรึ ไม่เคยมีใครพบเห็นมาก่อนเพียงวันแรกก็ทำให้ผู้คนแตกตื่น เหล่าคุณหนูคุณชายต่างก็มารับประทานอาหารที่โรงเตี้ยมเยว่ซินกันอย่างคับคั่ง

                ลางสังหรกำลังบอกหวินเฟยว่าอีกไม่นานจะมีเรื่องสนุกๆตามมาแน่นอนตอนนี้เขาเลยเดินผ่านหลายโต๊ะเข้ามาด้านในเงียบๆ หาได้รู้ไม่ว่าไม่ว่าร่างบางจะทำอันใดล้วนแล้วแต่ดูดี สง่างามและน่ามองไปเสียหมดจนทำให้ทุกคนที่พบเห็นจ้องตาไม่กระพริบไม่เว้นแม้แต่ลู่เฟย

                ลู่เฟยนั้นเขามาเพื่อทานอาหารคาดไม่ถึงว่าจะได้พบเจอกับผู้รู้สึกคุ้นเคยตั้งแต่แรกเห็นคล้ายกับว่าไม่ใช่เพียงครั้งแรกที่ได้พบเจอ การกระทำทุกอย่างช่างดูสูงส่งแม้ทั้งสีผมสีตาที่แตกต่างก็ไม่ทำให้ความน่าหลงไหลนั่นลดลงเลย ดูเหมือนคนผู้นี้จะเป็นเทวทูตอีกแล้วสินะ แต่ว่าเหตุใดถึงได้งดงามขนาดนี้กัน

                "สวัสดีลู่เฟย ข้ามาเอาคำตอบของท่าน" เดินมาถึงโต๊ะด้านในสุดติดหน้าต่างคนงามถือวิสาสะนั่งลงที่เก้าอี้ว่างด้านตรงข้ามแล้วเริ่มเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง

                "ข้าไม่กลับ" ลู่เฟยตอบเสียงเรียบดวงตาเหยี่ยวสังเกตุอาการอีกฝ่ายไปด้วย

                "โถ่.. กลับไปกับข้าเถอะนะ ข้าอยากให้เจ้ากลับไปด้วย" ท่าทีของหวินเฟยเปลี่ยนไปเป็นออดอ้อนด้วยน้ำเสียงทรงเสน่ห์ที่พาลเอาคนได้ยินเคลิบเคลิ้ม แต่ลู่เฟยเองก็ไม่ได้ตอบอันใดกลับไป

                หวินเฟยถอนหายใจออกมาแล้วหันออกด้านนอก ดวงตาสีทองทอดมองออกไปนอกหน้าต่างบางครั้งก็เหลือบมองไปด้านล่างมองดูผู้คนเดินไปมา ความเงียบสงบและบรรยากาศรอบๆตัวทำให้ดูเหมือนคนงามจะตั้งใจวางอาณาเขตเอาไว้ไม่ยอมให้ผู้ใดเข้าใกล้

                "หืม? ข้ามิได้สั่งนี่เจ้าหนู?" เสี่ยวเอ้อร์ตัวน้อยนำสุรามาวางทั้งที่คนงามไม่ได้สั่งทำเอาเขาสงสัย

                "นายท่านผู้นั้นสั่งมาให้ท่านขอรับ" มองไปเห็นบุรุษผู้หนึ่งตัวอ้วนกลมนั่งเก้าอี้อยู่ด้านหลัง ข้างๆมีคนรับใช้ร่างผอมคอยรับใช้ชายอ้วนแต่งตัวด้วยอาภรณ์หรูหราราคาแพง แค่มองก็ทราบได้เลยว่าเป็นคนรวย เขาไม่เห็นหรืออย่างไรว่าเขานั่งอยู่กับผู้ใด?

                คนงามเองเมื่อมีผู้ใจบุญมาขอจ่ายให้มีหรือจะปฏิเสธผงกหัวให้หนึ่งทีก่อนดวงตาจะหันกลับไปทอดมองนอกหน้าต่างเช่นเดิม การวางตัวเช่นนั้นทำเอาชายอ้วนจำเป็นต้องลุกขึ้นเดินเข้ามาหาคนงามที่ไม่สนใจตน

                "คุณชายท่านนี้ไม่ทราบว่าให้ข้านั่งด้วยได้หรือไม่?" เสียงที่ดังขึ้นข้างๆทำให้หวินเฟยละสายตากลับมามองต้นเสียง

                "ที่ตรงนี้ไม่ใช่ที่ของข้า เจ้าคงต้องถามคุณชายผู้นั้น" พอได้ยินเสียงของคนงามยิ่งทำให้ผู้ที่ได้ยินยิ่งหลงใหลมากเข้าไปอีกชายอ้วนมองใบหน้างดงามไม่ห่างในใจพลันเกิดความคิดอกุศล แม้แต่คำตอบที่บอกให้ถามเจ้าของโต๊ะก็ยังไม่สนใจ

                "ข้ามีนามว่าเจิ่นเปาเกอ ข้า..."

                "ข้าไม่ได้อยากทราบนามของเจ้า" น้ำเสียงของอีกฝ่ายตัดคำอย่างไม่สนว่าจะพูดจบหรือไม่ทำให้ชายอ้วนที่กำลังจะอวดอ้างสรรพคุณของตนควันออกหู

                "เจ้าอย่าเล่นตัวนักเลยน่า ข้าเพรียบพร้อมไปด้วยทรัพย์สนใจจะมาเป็นอนุข้าหรือไม่? ข้ารับรองว่าจะเอ็นดูเจ้าอย่างดี" เจิ่นเปาเกอพยายามยื่นข้อเสนอ

                "ข้าไม่ชอบพอคนอ้วน" เป็นคำเอ่ยที่ทำเอาชายอ้วนแทบควบคุมตัวเองไม่อยู่ ไม่มีผู้ใดเคยกล่าวแบบนี้กับเขามาก่อน

                "เจ้าเป็นผู้ใด ใหญ่มาจากที่ใดกัน!" เจิ่นเปาเกอขึ้นเสียง

                "ข้ามาจากที่ใดไปหนักส่วนไหนของเจ้ากันหรือ?" คนงามตอบกลับไปด้วยท่าทางไม่ทุกข์ร้อนเลย

                "เจ้า!!" ระหว่างที่กำชังจะปะทะฝีปากกันเจ้าของสายตาที่มองอยู่ก็รีบเข้ามาขวางเสียก่อน

                "คุณชายเจิ่นโปรดใจเย็นๆ มีเรื่องอันใดก็ค่อยๆพูดค่อยๆจากันดีกว่านะขอรับ?" เสี่ยวเอ้อร์น้อยที่อยู่ในเหตุการณ์พยายามเข้ามาไกล่เกลี่ย

                "สวะเช่นเจ้ามีปัญญาที่ไหนมาขวางข้า หลีกไป!" แต่พอจะเข้ามากลับถูกชายอ้วนผลักจนเซล้มไปเท้าป้อมๆกำลังยกขึ้นหมายจะถีบซ้ำแต่ทว่าคนงามกลับมาขวางเอาไว้เสียก่อน

                "แล้วเจ้ามีปัญญาอันใดทำร้ายเด็กไม่มีทางสู้?" หวินเฟยเอ่ยเขายังคงทนไม่ได้ที่เห็นคนดีๆถูกรังแกเช่นเดิม

                "หึ... ข้าเป็นถึงบุตรเจ้าสำนักเจิ่นมีหรือจะไม่กล้า เจ้าอยากช่วยเด็กใช่หรือไม่ เอาแบบนี้สิ ...มาเป็นอนุของข้าแล้วข้าจะปล่อยเขาไป" เจิ่นเปาเกอผู้ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงเริ่มเข้ามาคุกคามหวินเฟยมือไม้เริ่มอยู่ไม่สุขพยายามลวนลามคนงามแต่ก็ดันถูกขวางเอาไว้ก่อน

                "พอแค่นั้นแหล่ะ จะมีเรื่องกันก็ไปมีด้านนอก" ลู่เฟยเอ่ยเสียงเรียบหางตาจ้องมองชายอ้วนอย่างเย็นชา

                "เจ้าเป็นใคร มายุ่งอะไรกับเรื่องนี้ ไสหัวของเจ้าออกไปก่อนที่ข้าจะมีน้ำโห! เอ๊ะเจ้าบ้านี่จะสะกิดข้าทำไม!" ชายอ้วนหันมาตะคอกให้ลูกน้องที่สะกิดตนอยู่ด้วยท่าทางกระอักกระอวนและพยายามใช้สายตาเชิงขอร้องอ้อนวอน

                "หึ... หากข้าทำให้เจ้ามีน้ำโหแล้วเจ้าจะทำอะไรข้าได้??" ลู่เฟยตอบกลับ

                "เจ้าอยากรู้ใช่ไหมว่าข้าทำอะไรได้ ...แกไปจัดการมันเสีย!" เจิ่นเปาเกอสั่งลูกน้องที่มาด้วยให้จัดการบุรุษตรงหน้าโดยไม่สนใจว่าลูกน้องจะมีท่าทีเช่นไร

----- 100% -----

     
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 47 ครั้ง

1,408 ความคิดเห็น

  1. #1018 asaras toy (@asaraspink) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2560 / 02:39
    เรื่องนี้แบบหลากหลายดีอ่ะ คือดี... คือชอบบบ รอมาต่ออยู่นะคะ
    #1018
    0
  2. #1017 ebony967 (@ebony967) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2560 / 19:28
    ไรต์อย่าตัน/ปล่อยให้ค้างน้าา
    #1017
    0
  3. #1016 กษิดิศ ปักษี (@zamakbigbag) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2560 / 17:42
    ค้างงงงมากกกกก!!!!//มาถึงไม่นานก็สร้างเรื่องเลยนะ - -' แถมยังหว่านเสน่ห์สะทั่วเลยนะ~~~
    #1016
    0
  4. #1014 Jjane (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2560 / 06:14
    ค้างมากกกกกไรท์จน้า มาต่อเถอะได้โปรด รอน๊าาาาา
    #1014
    0
  5. วันที่ 19 พฤษภาคม 2560 / 21:20
    ว้าดกกก ค้างงงงงงง
    #1013
    0
  6. #1012 Sasiwan Khantijit (@amam_sk) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2560 / 19:55
    ค้างงงงง
    #1012
    0
  7. #1011 mangpor43 (@por2543) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2560 / 17:58
    ค้างงงงงงงงง
    #1011
    0
  8. #1010 123_Care (@123_Care) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2560 / 17:21
    ต่อๆๆๆๆ
    #1010
    0
  9. #1009 Sakuramio (@Sakuramio) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2560 / 07:00
    ค้างงงงงงง อยากอ่านต่อแล้ววววว มาต่อเถอะนะไรท์ผู้น่ารัก
    #1009
    0
  10. #1008 pthanatsorn (@thanussorn) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2560 / 06:30
    เอิ่มมมมม
    #1008
    0
  11. #1007 mewpeter (@mewpeter) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2560 / 20:37
    -อ้วนทำคนอื่นไม่ดูตัวเองเลยยยยยน่าจับตอนนัก
    มาต่นร้าค้างมากกกกกก
    #1007
    0
  12. #1006 หน้ากากรอยยิ้ม (@0830563602) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2560 / 20:13
    พรี๊สสสสส ต่อๆๆๆๆๆ. ค้างฝุดๆT^T  (  ¶^)งือออๆ
    #1006
    0
  13. #1005 0895426863 (@0895426863) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2560 / 19:51
    เอิ่ม....มันค้างงงง
    #1005
    0
  14. #1004 DevilFlower (@WassaysSaengnoo) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2560 / 18:16
    ทำไมต้องค้าง?
    #1004
    0
  15. #1003 ManowandManow (@manowloveyou) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2560 / 18:10
    รอค่าา
    #1003
    0
  16. #1002 Kronos-Hades (@Kronos-Hades) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2560 / 16:13
    เป็นกำลังใจให้ค่ะ งือๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
    #1002
    0
  17. #1001 famailia (@famail1810) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2560 / 14:05
    คิดถึง~~~ รอตอนต่อไปนะคะ
    #1001
    0
  18. #1000 Notty Kero (@sung-yong-nelu) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2560 / 13:57
    คิดถึงงงง เอามาอีกกกก
    #1000
    0
  19. #999 saiikun (@patiya) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2560 / 13:11
    ค้าง มากกก
    #999
    0
  20. #998 chiychimn (@chiychimn) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2560 / 12:29
    ไรท์คิดถึง!!!
    #998
    0
  21. #997 TANATOS LOVE VER (@yasimin) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2560 / 12:16
    กรี๊ดดดดดดดดดดดดดด ค้างแรง!!
    #997
    0
  22. #996 triratpay (@triratpay) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2560 / 12:06
    รอค่ะๆๆๆ
    #996
    0
  23. #995 satanlast (@satanlast) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2560 / 10:22
    กรี๊ดดดดดดดดดดดดดด ค้างค่าาาาาาา TT 
    #995
    0
  24. #994 ROSALENE (@faketheway) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2560 / 10:14
    บอกความจริงไปเลยก็จบนี่555
    #994
    0
  25. #993 จิ้งจอกวารี9หาง (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2560 / 09:58
    มาต่อเถอะขอร้อง
    #993
    0