เรียกข้าว่า | คาริเอล | [Yaoi]

ตอนที่ 9 : | 8 | เริ่มลงหลักปักฐาน [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,510
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 59 ครั้ง
    22 ม.ค. 60


8

เริ่มลงหลักปักฐาน


สิบวันต่อมา

               หลังจากวันนั้น ทุกครั้งที่บลัดเมททั้งสองคนก็เริ่มมาหาเรื่องผมมากขึ้น อย่างกับอยากจะให้ผมรู้ว่าผมแค่คนอาศัยงั้นล่ะ อดทนไว้คาริเอล ตอนนี้นายคือคนธรรมดา...ผมคอยสะกดจิตตัวเองทุกวันสิบปีแก้แค้นยังไม่สายจริงไหมอีกอย่างผมก็เป็นประเภทเกลียดแรงแค้นแรงด้วยสิ ตอนนี้แสดงภาพพจน์อ่อนแอไปก่อนเพราะคนอ่อนแอนั่นแหล่ะที่จะแข็งแกร่งที่สุด หึๆ...

               แม้ความสัมพันธ์ของผม ลูซและเวสเปอร์จะดีขึ้นเรื่อยๆจนสนิทกันมากขึ้นตามลำดับ แต่ในขณะเดียวกันนั้นเองสองบลัดเมทก็เริ่มหนักข้อ ซึ่งผมก็ชินกับมันไปเป็นที่เรียบร้อย แผลของผมจะหายดีแล้ว วันนี้ผมจึงตัดสินใจตื่นมาทำอาหารเช้าๆหน่อยจะได้ไม่ต้องเจอหน้าพวกบลัดเมทเวรอะไรนั่น

               "วันนี้ตื่นเช้าจังเลยนะริเอล" ลูซยังคงมาทักทายผมตามปกติเช่นในทุกๆวัน พวกแวมพ์ไม่หลับไม่นอนกันอยู่แล้ว เวลาพักพวกเขาจะอยู่นิ่งๆเสียมากกว่า ลูซวันนี้มาในชุดเสื้อลายตารางกางเกงยีนส์สีดำเงาดูเข้ากับเขามาก

               "ผมหิวน่ะครับ เลยจะหาอะไรกินก่อน" อีกตั้งเป็นชั่วโมงจะถึงเวลาอาหารของพวกเขาผมก็ต้องรีบเข้าห้องไปก่อนที่จะมีเรื่อง ที่ผมยอมไม่ใช่อะไร ผมรอทบต้นทบดอกเหยียบมันให้จมดินตอนมันล้มสะใจกว่าเยอะ ว่าแล้วก็หงุดหงิด ทำไมพวกตัวร้ายสองตัวนั่นถึงต้องมาเป็นบลัดเมทให้ลูซกับเวสเปอร์ด้วยนะ แต่ช่างมันเถอะ ตอนนี้ผมก็ไม่ได้ไว้ใจพวกเขามากเท่าไหร่แม้แต่นิสัยใจคอยังไม่รู้จักเท่าไหร่เลยถึงยังไงผมก็แค่คนอาศัยนี่นะ

               "วันนี้พวกฉันไม่อยู่บ้านนะ นายห้ามออกไปไหนล่ะ" เวสเปอร์บอกผม ส่วนใหญ่ลูซกับเวสเปอร์จะออกไปทำงานตอนกลางคืนกันมากกว่า ซึ่งผมก็ต้องอยู่บ้านคนเดียว ผมไม่รู้ว่าแวพ์แพ้แสงรึเปล่าเพราะยังไม่ได้ถาม เพราะส่วนมากกว่าพวกเขาจะกลับก็เกือบเช้าแล้ว

               "คร๊าบๆ เข้าใจแล้ว" ผมตอบอย่างไม่ใส่ใจนัก ความจริงหลายวันมานี้ผมก็คิดว่ามันปลอดภัยแล้ว อีกอย่างผมรู้วิธีกลบกลิ่นของตัวเองแล้วด้วย หัวสมองอันน้อยนิดของผมกำลังคิดว่าหลังจากคืนนี้ไปผมจะใช้พลังอัครเทวทูตปกปิดกลิ่นอายไว้สะ ตอนนี้ผมอยู่บนโลกมนุษย์แล้ว ผมจะไปที่ไหนก็ได้ด้วยซ้ำ ทำไมต้องมาคลุกอยู่ที่นี่ด้วยล่ะ?

---------------
               ตกเย็น

               พวกลูซออกไปแล้ว วันนี้พวกเขาออกไปพร้อมกับสองพี่น้องนั่น ผมก็รู้สึกหงุดหงิดอยู่หรอกนะที่เห็นคนที่ชอบไปกับคนอื่น แต่จะทำยังไงล่ะในเมื่อผมไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะห้ามเขาด้วยซ้ำ ผมเป็นใครกัน แค่คนอาศัยเองไม่ใช่เหรอ หึ!... ช่างมันเถอะ อีกไม่นานผมก็จะไปจากที่นี่แล้ว ขอให้แผลหายดีสะก่อน ท่านคาเอลบอกว่าไม่ให้ถอดสร้อยจนกว่าจะจวนตัว ซึ่งผมไม่คิดที่จะทำตามอยู่แล้ว อีกอย่างแค่อยากจะรู้สึกเจ็บแบบมนุษย์หลังจากที่ไม่ได้รู้สึกมานานเท่านั้นเอง

               ครืนนน

               ทันทีที่ถอดสร้อย ตัวผมก็รู้สึกเบาหวิว ผมผ่อนกำลังลงก่อนจะปิดกั้นกลิ่นเอาไว้ ไม่กี่วันที่แล้วผมปรับระดับพลังให้อยู่ระดับกลางๆอย่างน้อยท่านคาเอลยังสร้างสร้อยที่มีปรับระดับมาให้ ซึ่งบังเอิญผมไปเจอมันเข้าอีก เพียงเท่านี้คงไม่ได้กลิ่นแล้ว แต่ก็แค่กลิ่นล่ะนะ เสร็จแล้วก็ใส่สร้อยกลับ ก่อนจะออกไปหาทำอะไรกิน

               "ของหมดเหรอเนี่ย ...ออกไปซื้อดีกว่า" บ่นพึมพำคนเดียวก่อนจะเตรียมตัวออกไปซื้อของ ในตู้เย็นไม่มีอะไรเหลือเลยสักอย่าง เมื่อเช้านี้ก็ลืมบอกเวสเปอร์ไปเลย ผมเดินออกมาจากบ้านพร้อมกับหยิบเงินที่วางอยู่ในห้องทำงานลูสมาด้วย

               ดีที่บ้านหลังนี้อยู่ไม่ไกลจากถนนใหญ่มากนักอีกทั้งยังติดสวนสาธารณะซึ่งด้านหน้าจะมีซุปเปอร์มาเก็ตตั้งอยู่ ผมเลยกะจะเดินมาซื้อของสักหน่อย เมื่อมาถึงซุปเปอร์มาเก็ตด้านหน้าซอยแล้วผมก็ดิ่งเข้าไปเลือกของที่อยากจะกิน ได้แล้วก็กลับไปจ่ายตังเรียบร้อยเสร็จสรรพและเดินกลับบ้าน

               ที่นี่ก็เหมือนเมืองทั่วๆไป รถก็ไม่ค่อยติดมากเท่าไหร่นัก ร้านขายของก็เยอะมากมายเต็มไปหมด ผมเดินตามทางเท้าตามทางเดิมที่ผมกลับมาแต่ก่อนจะถึงผมกลับแวะออกไปที่สวนสาธารณะก่อน แน่นอนว่าไม่ได้ตั้งใจจะเถลไถลเลยสักนิ๊ด(เสียงสูง) ผมแค่จะไปนั่งรับลมบ้างเท่านั้นเอง เพราะส่วนใหญ่ก็ไม่ได้ออกไปที่ไหน เพราะเวสเปอร์จัดการให้หมด

               สองขาก้าวเหยียบพื้นหญ้าในสวนเข้าไปจนถึงต้นไม้ใหญ่ก่อนจะนั่งลงกะว่าอีกสักพักค่อยกลับ อย่างน้อยที่นี่ยังมีต้นไม้เยอะลมเย็นๆพัดเข้ามาปะทะใบหน้าทำให้ง่วงอย่างบอกไม่ถูก สุดท้ายผมก็เผลอหลับไปจริงๆ...

               เฮือก!!

               ผมสะดุ้งตื่นขึ้นมาเพราะรู้สึกได้ถึงแรงสะกิดที่มือและรู้สึกถึงสิ่งเหนียวๆที่เลอะเปื้อนมองลงไปก็ต้องตกใจเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าเป็นน้ำลายที่เปื้อนมือผม แล้วก็ลูกหมาไซบีเรียนมอมแมมอีกตัวที่หมอบอยู่ข้างๆ ผมทำหน้าสงสัยอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะอดใจไม่อยู่อุ้มขึ้นมาและเริ่มสำรวจตามตัว

               "แกมาจากที่ไหนเนี่ย ...ปลอกคอก็ไม่มีแหะ หลงทางมารึไง? หืม..." ผมสำรวจไปบ่นไปส่วนใหญ่แล้วสัตว์เลี้ยงจะต้องมีป้ายชื่อและมีที่อยู่ติดไว้ แต่ดูท่าลูกหมาตัวนี้จะหลงมาจริงๆ ผมควรจะทำยังไงดีเนี่ย "ตายล่ะหว่า!"

               เพิ่งจะมานึกได้ว่าผมคงออกมานานเกินไปแล้ว ดูเวลาก็เพิ่งจะเที่ยงคืน นี่ผมหลับไปนานเลยนะเนี่ย ว่าแล้วก็อุ้มลูกหมากับถือถุงซุปเปอร์มาเก็ตกลับบ้านด้วย ดูเหมือนตอนนี้คงยังไม่ถึงเวลาที่ลูซกับเวสเปอร์จะกลับบ้านผมเลยไม่ได้รีบร้อนอะไร

               แกร็ก!

               ผมเปิดประตูบ้านเดินเข้าไปด้านใน แล้วพบสายตาสีเลือดที่จ้องเขม็งมา เชื่อไหมครับว่าตอนนี้ผมรู้สึกเหมือนเด็กที่ถูกแม่จับได้ว่าหนีออกไปเที่ยวเล่นโดยไม่บอกเลยล่ะ

               "ไปไหนมา?" เสียงเย็นๆแบบที่ไม่เคยเจอเอื้อนเอ่ยออกมาจากริมฝีปากสวยของลูซที่นั่งอยู่บนโซฟาโดยมีเวสเปอร์นั่งอยู่อีกฝั่ง

               "เอ่อ ...ผมออกไปซื้อของมาครับ" หลุบตาลงตอบคำถามของอีกฝ่าย

               "ทำไมไม่บอกเวสท์" แล้วอยู่ให้บอกไหมล่ะครับ

               "คือผมลืมบอกตั้งแต่เมื่อเช้านี้น่ะครับ เลยออกไปซื้อเอง อีกอย่างร้านมันก็อยู่ใกล้ๆ" ผมไม่บอกเรื่องที่ไปแอบหลับมาแน่ๆ ก่อนจะเดินไปนั่งทำหน้าสำนึกผิดที่โซฟา

               "รู้ไหมว่าถ้าถูกพวกมันจับได้จะเป็นยังไง?" เวสเปอร์เอ่ยบ้าง

               "ผมรู้ครับ แต่ผมก็กลับมาแล้วนี่ไงกลับมาโดยไม่มีรอยขีดข่วนด้วย" เถียงข้างๆคูๆไปอย่างนั้นแหล่ะ 

               "เคยออกไปกี่ครั้งแล้ว?"

               "ครั้งนี้ครั้งแรกครับ เพราะว่าของกินอะไรหมดเลยออกไปซื้อ จริงๆนะ" หลังจากนั้นก็โดนสอบสวนเสียยกใหญ่เลย แต่ผมก็รู้สึกได้ว่าที่พวกเขาพูดเพราะเป็นห่วงผมนั่นเองหรือบางทีอาจจะไม่? จะว่าไปแล้วตอนนี้ผมอ่อนแออยู่นี่นะ แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีพลังนะ ผมน่ะแค่กดพลังเอาไว้เฉยๆ อีกอย่างผมก็ปรับสร้อยให้มีระดับที่พอดีแล้วด้วย ไม่ต่ำไม่สูงเกินไป แต่ถ้ามีอะไรร้ายแรงผมก็พร้อมจะสู้ได้ทุกเมื่อ

               "แล้วนั่นอะไร?" ลูซปรายตามองลูกหมาตัวน้อยที่ผมอุ้มอยู่ในอ้อมแขน

               "ลูกหมา ..ผมเจอมันที่สวนสาธารณะเมื่อกี้ เห็นว่าไม่มีเจ้าของก็เลยเอากลับมาด้วย....ผมขอไปทำกับข้าวทานก่อนนะ แล้วแกล่ะหิวรึยังเจ้าหมาน้อย" ตอบไปตามจริงก่อนจะพูดกับลูกหมาตัวจ้อย ผมลุกขึ้นวางเจ้าหมาน้อยลงที่พื้นก่อนจะเริ่มทำอะไรกิน แม้ผมจะชอบลูซก็จริง แต่มันก็แค่ชอบยังไม่ได้รัก ผมอยู่เฉยๆแบบนี้ก็ดีอยู่แล้ว อีกอย่างจะได้มีเวลาบันทึกเรื่องเผ่าพันธุ์แวมพ์ด้วย ส่วยบลัดเมทที่ชอบมาราวีผม ผมก็ไม่ได้สนใจอะไรมากนัก พอทนได้ก็ทนไปก่อน ไว้มีโอกาศผมจะเอาคืนให้สาสม

               "เอ้าเสร็จแล้ว กินสะเจ้าหมาน้อย" ผมตักข้าวผัดใส่จานและวางไว้ที่พื้น ดูเหมือนว่าเจ้าตัวเล็กนี่จะหิวจริงๆพอวางโลงก็รีบกินใหญ่เลย จะว่าไปแล้วผมคิดว่าตอนนี้น่าจะปลอดภัยแล้ว ผมควรจะออกจากที่นี่ได้แล้ว ผมไปหางานทำดีไหมนะ ใช้พลังปลอมเอกสารเล็กน้อยและสมัครงานสักที่คงจะไม่เลว หรือจะปลอมเงินดีนะ... จะว่าไปแล้วผมคิดถึงคุณแม่ที่โลกนี้เหมือนกันนะ ไม่รู้ว่าป่านนี้ท่านจะเป็นยังไงบ้าง...ไว้ผมจะรีบไปหานะครับ คุณแม่

               "เอาล่ะ กลับห้องกันดีกว่านะเจ้าหมาน้อย เราจะไปตั้งชื่อให้แกกัน" อุ้มเจ้าหมาตัวน้อยขนสีเทาดำกลับเข้าห้องนอนไป ก่อนจะรีบพามันเข้าไปอาบน้ำให้เรียบร้อย แต่ผมก็อาบให้มันอย่างทุลักทุเลเพราะมันไม่ยอมให้อาบดีๆเนี่ยสิ "อยู่นิ่งๆได้ไหม จะอาบให้เสร็จนะเจ้าหมาน้อย"

               "เสร็จแล้ว คราวนี้มาตั้งชื่อให้แกกันดีกว่า" ผมเช็ดตัวเจ้าหมาน้อยจนแห้งขึ้นนอนบนเตียงโดยมีเจ้าลูกหมาอยู่บนอกนิ้วเรียวเกลี่ยไปมาที่จมูกของหมาน้อยขนฟูตรงหน้า ช่างน่ารักจริงๆเลยนะ... "แกเป็นตัวผู้สินะชื่ออะไรดีน้า...โอ้ นึกออกแล้ว ต่อไปนี้ชื่อของแกคือเกรย์ แล้วกัน 'เกรย์' ดีไหมเกรย์"

               ดูเหมือนมันยังเด็กมากจนไม่รู้เรื่องอะไรที่ผมพูด แต่ไม่เป็นไร เรียกบ่อยๆมันคงจะชินเองล่ะเนอะผมเพิ่งจะได้สังเกตเกรย์ชัดๆปรากฏว่าดวงตาของมันมีสองสีเสียอย่างนั้น ข้างหนึ่งสีออกส้มข้างหนึ่งสีฟ้าอ่อน

               "เกรย์ ดูเหมือนแกจะเป็นตัวเดียวที่พิเศษนะ ดูสิใครกันที่เอาแกมาทิ้งไว้ทั้งที่แกออกจะมีตาสองสีแบบนี้ ฉันเอาแกไปขายดีไหมเกรย์" พอเกรย์ได้ยินเสียงหูมันก็ตั้งและเอียงคออย่างสงสัย นั่นทำให้ผมแอบหัวเราะท่าทางนั้น "ฮะๆ เอาล่ะนอนกันเถอะ พรุ่งนี้จะได้ตื่นเร็วๆ"

                ผมกับเกรย์รีบเข้านอนกันในทันทีที่ปิดไฟในห้อง นี่มันเที่ยงคืนแล้วถึงเวลาที่จะนอนแล้ว แต่ผมกลับหลับไม่ได้เพราะกำลังคิดเรื่องที่จะจัดการหลังจากแผลหาย ซึ่งผมคาดว่าพรุ่งนี้คงหายดีแล้ว แต่ความจริงก็หายสนิทตั้งแต่สองสามวันที่แล้ว แต่ผมยังไม่พูดเรื่องที่ผมจะขอย้ายออกไปเลย ผมคงไม่อยู่ที่นี่นานหรอก เพราะผมอยากจะไปหาคุณแม่ด้วย ไม่ได้พบท่านมานานเท่าไหร่แล้วนะ บางทีท่านอาจจะเสียไปแล้ว ผมแค่อยากจะกลับไปหาท่าน ถึงผมจะมีแม่หลายคน แต่คุณแม่ที่โลกนี้ไม่มีใครดูแลเลยนี่นาผมคิดเรื่องนี้อยู่นานจนในที่สุดก็เผลอหลับไปโดยมีเกรย์ที่นอนอยู่ข้างๆ

---------------

               เช้าตรู่

               "บ๊อก! บ๊อก!" เสียงเห่าเล็กๆของเกรย์ปลุกผมให้ตื่นจากการหลับใหล

               "อื้อ...เกรย์ อย่ากวนได้ไหม ...ฮ๊าววว" ผลจากการนอนดึกทำให้ผมหาวและขี้เกียจลุกจากเตียงมากก่อนจะลุกขึ้นมาเข้าห้องน้ำเพื่ออาบน้ำแปลงฟันทำความสะอาดร่างกายและใส่เสื้อผ้าชุดใหม่ จริงสิ ผมได้เสื้อผ้าชุดที่ท่านคาเอลสร้างให้กลับมาจากลูซแล้วแน่นอนว่ามันไม่มีแม้แต่รอยขีดข่วนเลย แค่ผมดูก็รู้ว่าทำมาจากพลังของท่านคาเอลล้วนๆ 

               คนอื่นอาจจะมองว่าเป็นแค่เสื้อผ้าธรรมดา แต่สิ่งที่ไม่ธรรมดาคือความสามารถของมันต่างหากเล่าความจริงตอนที่ท่านคาเอลส่งผมมาวันแรกผมมีพลังในระดับต่ำมาก เรียกได้ว่าคล้ายกับคนธรรมดากันเลยทีเดียว แต่เมื่อมาดูเสื้อผ้าที่ท่านคาเอลเปลี่ยนให้ผมก็กระจ่างแจ้ง เมื่อมันทั้งทนไฟกันกระแทกได้ดีมาก ทั้งยังตัดไม่ขาดอีกคล้ายเสื้อเกราะเลยเชียวล่ะ

               "เอาล่ะ ไปกันเถอะ ดูเหมือนพวกเราจะสายมากแล้วเกรย์" อุ้มเจ้าเกรย์ไว้ในอ้อมแขนและเดินออกไปเพื่อหาอะไรกิน แต่ไม่น่าเชื่อว่าไม่เห็นมีใครอยู่เลยสักคน "ไปไหนกันหมดน้า ว่าจะบอกเรื่องสำคัญสักหน่อยกลับไม่อยู่กันสะนี่"

               แกร็ก...

               ผมขมวดคิ้วเมื่อได้ยินเสียงอะไรบางอย่างดังออกมาจากห้องสำหรับกินอาหารของลูซและเวสเปอร์ แน่นอนว่าผมก้าวเท้าไปเพื่อดูอะไรบางอย่าง ประตูที่ถูกแง้มไว้นิดหน่อยทำให้ผมไม่จำเป็นต้องเปิดเข้าไปเลย แต่ภาพที่เห็นตรงหน้าคืออะไรรู้ไหม ผมเห็นว่าทั้งลูซและเวสเปอร์กำลังถูกคร่อมโดยบลัดเมททั้งสองพวกเขาจูบกันแบบดูดดื่ม 

               สิ่งที่เห็นตรงหน้าทำให้ผมเข้าใจแจ่มแจ้งเลยว่าทำไมทั้งสองถึงไม่รู้ว่าอะไรที่ผมโดนบ้าง หึ! ที่แท้พวกเขาปิดหูปิดตาทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นสินะ ใช่สิ! ผมมันแค่คนที่ถูกช่วยมา ไม่มีประโยชน์อะไรสะหน่อยที่ต้องเข้าข้างผม ...เฮ้อ แบบนี้ผมคงไม่ต้องบอกแล้วสินะว่าจะย้ายออกไป ออกไปเลยตอนนี้คงไม่มีใครสนหรอก พวกเขากำลังมีความสุขกันนี่นะ อีกอย่างคือผมคงไม่ต้องกลัวว่าพวกเขาจะตามเจอแล้ว เพราะผมปกปิดกลิ่นของตัวเองไว้แล้ว เท่านี้ผมคงไปได้อย่างไม่ต้องกังวลผมจะไม่เอาคืนเรื่องที่บลัดเมทเคยทำอะไรผมแล้วกัน ถือว่าผมไม่ติดหนี้ที่เคยช่วยชีวิตผมไว้แล้วนะ ...ลาก่อนนะมิตรภาพเพียงชั่วคราว ลูซ เวสเปอร์...

---------------
Washington DC 10:00 A.M.

               "ถึงสักที พร้อมรึยังเกรย์" ผมลงจากเครื่องบินหลังจากที่นั่งมานานผมเพิ่งรู้ว่าที่ๆผมอยู่นั้นคือนิวยอร์ก ผมจึงเร่งออกจากนิวยอร์กด้วยชุดของท่านคาเอลตรงไปสนามบินและดิ่งมาวอชิงตันที่คุ้นเคยของผม ส่วนเกรย์นั้นผมใช้พลังย่อส่วนเกรย์ให้เล็กลงแล้วนำขึ้นเครื่องด้วยเพราะไม่อยากให้ห่างตัว ความจริงผมมีบ้านที่นี่ล่ะ เพราะเคยเป็นเอฟบีไอ ผมต้องไปดูคุณแม่ก่อน เพราะไม่รู้ว่าท่านจะยังอยู่ไหม...

               "นี่ครับ..." ผมยื่นเงินที่แอบหยิบมาจากบ้านของลูซและเวสเปอร์ให้คนขับแท็กซี่และเดินไปตามถนน สองข้างทางมีบ้านอยู่ ที่นี่อยู่ห่างจากตัวเมืองไกลพอสมควรผมใช้เวลาขับรถไปทำงาน30นาทีได้ถ้ารถติดอาจจะสักชั่วโมง เกรย์ที่ตอนนี้ตัวเท่าเดิมแล้วก็เอาแต่มองนู่นนี่เหมือนสนใจ เพียงไม่นานเราก็มาถึงหน้าบ้านขณะที่กำลังจะก้าวเข้าไปเคาะประตูก็มีเสียงหนึ่งเอ่ยขึ้นสะก่อน

               "หนู มาหาใครเหรอ?" เสียงแก่ๆของใครบางคนเอ่ยขึ้นทำให้ผมต้องหันกลับไปมอง หนูที่ไหนผมผู้ชายนะครับ! สงสัยอาจเป็นเพราะผมของผมด้วยล่ะมั้งเลยทำให้ดูเป็นผู้หญิงไป

               "ผมชื่อคาริเอลครับ ผมเป็นผู้ชายครับ คุณยายรู้ไหมครับว่า 'คุณวอร์ต' เธออยู่ไหม?"...

_______________

               "คุณวอร์ตเธอเสียไปเมื่อปีที่แล้วแล้วเธอไม่รู้เหรอ? พ่อหนุ่ม" เหมือนฟ้าผ่าเข้าที่กลางใจผม คุณแม่เสียแล้ว แม่ครับขอโทษที่ผมมาไม่ทันแม่คงไม่ดีใจแน่ที่เห็นผมร้องไห้เสียใจ และผมจะไม่ทำแบบนั้นครับแม่ ผมจะใช้ชีวิตให้มีความสุขต่อจากนี้ไป

               "เอ่อ...แล้วบ้านหลังนี้?..."

               "เธอชื่อคาริเอลเหรอ ชื่อเหมือนลูกของคุณวอร์ตเลยนะ หรือว่าเธอคือลูกของคุณวอร์ตจริงๆดีเลย คุณวอร์ตเธอฝากบางอย่างไว้ให้เธอน่ะรอฉันเดี๋ยวนะ" คุณยายที่ผมเคยเห็นตอนเด็กๆแต่ก็ไม่ได้สนิทอะไรมากนักและเธอก็ขึ้นชื่อได้ว่าเป็นคุณยายที่ปากจัดและเค็มที่สุดในหมู่บ้านนี้ ดีที่คนที่นี่ไม่ชอบยุ่งเรื่องชาวบ้าน ผมกับแม่เลยไม่มีเพื่อนบ้านเลย แต่คุญยายคนนี้แม่ผมไปสนิทด้วยตอนไหนนะ?

               [ไม่ต้องตกใจ ข้าเตรียมทุกอย่างไว้ให้เจ้าแล้วคาริเอล]

               เสียงของท่านคาเอลดังขึ้น มิน่าล่ะ คุณยายคนนั้นถึงดูซื่อสัตย์ขนาดนั้น ทั้งที่เป็นคนที่เค็มและไม่ยอมคนมากขนาดนั้นแท้ๆ ทุกหมดคงต้องขอบคุณท่านคาเอล ว่าแต่ที่บอกว่าเตรียมทุกอย่างไว้แล้วคืออะไรกัน

               "นี่จ๊ะ...คุณวอร์ตเธอฝากไว้ให้" เธอยื่นกล่องบางอย่างให้ผม

               "ขอบคุณครับ" ผมรับมันมาและเปิดดูในนั้นมีกุญแจซึ่งผมคาดว่าน่าจะเป็นกุญแจบ้านและโฉนดที่ดิน แล้วยังมีบัญชีธนาคารและพวกบัตรอะไรต่างๆอีกมากมายเกี่ยวกับผมทั้งหมดนี่คงเป็นท่านคาเอลที่จัดการให้ ตอนนี้ชื่อของผมคงจะเพิ่มในรายชื่อประชากรอเมริกาเรียบร้อยแล้ว แล้วชื่ออะไรล่ะเนี่ย? หืม... 'คาริเอล วอร์ต' ไม่เลวเลย ผมกลับมาใช้นามสกุลเดิมก็ดีเหมือนกัน

               ไขประตูเพื่ออเดินเข้าไปในบ้าน สภาพของบ้านยังคงเดิม และสะอาด สงสัยจะเป็นท่านคาเอลอีกที่ช่วยจัดการให้ "เกรย์ นี่คือบ้านใหม่ของแกกับฉัน ดีนะที่เราไม่ต้องเร่ร่อน พรุ่งนี้ก็เตรียมตัวไปสมัครงานกัน แต่ตอนนี้ฉันจะไปซื้อของเข้าบ้านสักหน่อย แกจะไปด้วยกันไหมล่ะ?"

               "หงิงง..." เสียงร้องตอบกลับมา

               "ถือว่าไปแล้วกันนะ" ก่อนอื่นเลยผมต้องรีบอาบน้ำทำอะไรเสียก่อน ผมของผมที่ยาวๆนั้นผมก็จัดการให้มันสั้นตามเทรนที่เห็นที่สนามบิน เมื่อเสร็จแล้วผมพาเกรย์ออกมาข้างนอกด้วยกันเพื่อซื้อของกินเข้าบ้าน ...ห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ที่ผมมานั้นรวมสิ่งของทุกอย่างไว้ ผมเองก็ไม่ได้คิดจะซื้อแต่ของกินหรอกนะ จะซื้อพวกอาหารให้เจ้าเกรย์มันด้วย

               "เกรย์ชอบกินอะไร ไหนคาบมาสิ" ในรถเข็นมีข้าวของเครื่องใช้ต่างๆที่จำเป็นไม่มากเท่าไหร่นัก แต่ในนั้นก็มีเสบียงพื้นฐานที่ผมต้องกินต้องใช้ในแต่ละวัน ขณะที่ผมอุ้มเกรย์จากบนรถเข็นผมก็วางมันลงกับพื้นในโซนขายอาหารสัตว์ แล้วบอกให้เจ้าตัวเล็กหาสิ่งที่มันชอบ ดูเหมือนว่าเกรย์มันจะชอบทุกอย่างจนผมต้องซื้อให้รสละสองอันทั้งแบบสำเร็จรูปกระป๋องอีก "เกรย์ แกไปคาบอะไรมาหะ!"

               ไม่ทันที่ผมจะไปเลือกดูอย่างอื่น เจ้าเกรย์ก็หายไปและกลับมาพร้อมกับอะไรบางอย่างที่ถูกคาบอยู่ในปากน้อยๆของมัน แล้วนั่นก็ทำให้ผมรีบหยิบขึ้นมาดู ดูเหมือนเกรย์จะไปคาบกระเป๋าเงินสีแดงของใครมาก็ไม่ทราบ นี่ผมควรเอาไปแจ้งสินะ คิดได้ดังนั้นก็ไม่รอช้าไปจ่ายเงินและตรงไปที่ประชาสัมพันธ์ของห้างเพื่อขอให้ตามหาเจ้าของกระเป๋าที่เจ้าเกรย์คาบมา

               "ยินดีต้อนรับค่ะ ไม่ทราบว่ามีอะไรให้ทางเราช่วยคะ?" เสียงพนักงานประชาสัมพันธ์พูดกับผมอย่างสุภาพ แม้เธอจะไม่สวยระดับนางเอกในหนังแต่ที่เธอพูดสุภาพแบบนี้ก็ทำให้เธอสวยขึ้นเป็นกองเลยทีเดียว

               "ขอโทษนะครับ ผมเอากระเป๋าที่เก็บได้มาให้แจ้งหาเจ้าของหน่อยนะครับ"

               "ได้ค่ะ เดี๋ยวรอสักครู่นะคะทางเราจะจัดการให้ค่ะ" 

               "นี่! ก็ฉันบอกแล้วไงว่ากระเป๋าฉันหาย!!! ถ้าไม่รับผิดชอบฉันจะบอกคุณพ่อฉันแน่!" เสียงแว๊ดๆของหญิงสาววัยกลางคนดังมาจากห้องรับรองแขกข้างห้องประชาสัมพันธ์เสียงกระแทกเท้าดังปึงปังออกมาจากในนั้นพร้อมกับร่างในชุดเดรสสีแดงรัดรูปสั้นเลยเข่าเดินออกมาด้วย เธอหันมามองที่ผมเล็กน้อยก่อนจะเปลี่ยนจุดโฟกัสไปที่กระเป๋าที่วางไว้ตรงเคาน์เตอร์ ไม่นานเธอก็เดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าผม "นายเองสินะที่ขโมยกระเป๋าของฉัน!"

               "?!" ตอนนั้นผมชะงักเล็กน้อย ใครไปขโมยของผู้หญิงคนนี้กัน เรียกได้ว่าเก็บได้จะดีกว่า "คุณพูดเรื่องอะไร?"

               "ก็นายไม่ใช่รึไงที่ขโมยกระเป๋าเงินของฉัน นี่ไงหลักฐาน!" เธอชี้ไปที่ประเป๋าสีแดงที่วางอยู่ตรงเคาน์เตอร์

               "กระเป๋าใบนี้เป็นของคุณเหรอ?"

               "ใช่! แล้วนายก็ต้องไปสถานีตำรวจกับฉันเดียวนี้ ไอ้โจรขโมยกระเป๋า!" เธอพูดเองเออเองเสร็จสรรพก่อนจะจับแขนของผมไว้

               "เดี๋ยวก่อนค่ะคุณ 'เทเรซ่า' คุณกำลังเข้าใจผิดอยู่นะคะ คุณคนนี้เพิ่งจะมาแจ้งให้ดิฉันช่วยหาเจ้าของกระเป๋าเมื่อกี้นี้เองค่ะ ดิฉันคิดว่าเขาไม่น่าจะขโมยของคุณนะคะ" คุณพนักงานสาวพูดดักทางเมื่อเห็นผมกำลังจะถูกจับส่งตำรวจ ผมส่งสายตาขอบคุณไปให้เธอและหันกลับมาเอ่ย

               "ได้ยินรึยังคุณ ทีนี้รีบปล่อยผมได้แล้ว!" ผมแกะมือของเธอออกจากข้อมือเบาๆ เพราะตอนนี้ผมพลังมากกว่ามนุษย์นัก

               "ใครจะไปรู้! บางทีนายอาจจะขโมยเงินในกระเป๋าฉันไปหมดแล้วก็ได้!" เธอยังคงดึงดันเชื่อตามที่ตนเองคิดเธอเป็นคนสวยนะ แต่ดูร้ายมากทีเดียว

               "เชิญคุณตรวจสอบประเป๋าคุณได้เลย ยังไงเสียผมก็บริสุทธิ์ใจอยู่แล้ว!" ผมเอ่ยและคว้ากระเป๋ายื่นส่งให้เธอ เธอรับไปแล้วเริ่มเปิดกระเป๋าตรวจดูข้างในและเธอก็เงียบไปเป็นเวลานานก่อนจะเงยหน้าขึ้นมา

               "เหอะ! ไม่ได้ขโมยก็แล้วไป" พูดได้แค่นั้นหล่อนก็เดินไป เอ... แบบนี้ก็มีด้วยแหะ

               "อะไรกัน คนอุตส่าห์เอามาคืนแล้วไม่รู้จักขอบคุณเอาสะเลยน้า..." คำที่ผมเปรยๆออดมาทำเอาเธอชะงักหยุด

               "ขอบคุณย่ะ!" ว่าจบก็เดินปึงปังกลับไป เฮ้อ~ ปากจัดแล้วยังปากแข็งอีก ไม่ยอมคนแบบนี้จะมีสามีไหมนะแถมยังใช้น้ำหอมที่มีกลิ่นฉุนมากนั่นอีก เดี๋ยวก่อนนี่ไม่ใช่เวลาจะมายุ่งเรื่องชาวบ้านนะ!

               "เอาล่ะเกรย์ กลับบ้านกันเถอะ" วันนี้ก็ถือว่าเกรย์ได้ความดีความชอบไปแล้วกันนะ ผมยังคนใช้แท็กซี่ในการเดินทางอยู่เหมือนเดิมเพราะรถของผมนั้นเป็นรถของทางเอฟบีไอ เงินที่ผมใช้อยู่ตอนนี้ก็เป็นเงินที่เหลืออยู่ในบัญชีเดิมนั่นเอง แต่ท่านคาเอลจัดการให้มันเป็นชื่อของผม แต่บอกเลยว่าในบัญชีตัวเลขมันเพิ่มขึ้นมากโขเลย ดูเหมือนท่านคาเอลจะได้ยินที่ผมบ่นเลยจัดการให้เป็นเศรษฐีชั่วข้ามคืน

               กลับมาถึงบ้านผมรีบสมัครงานผ่านอินเตอร์เน็ตทันที แน่นอนว่าต้องเป็นงานเดิมของผมซึ่งก็คืองานเจ้าหน้าที่หน่วยพิเศษFBI ท่านคาเอลเตรียมทุกอย่างไว้ให้ผมแล้ว ซึ่งนั่นทำให้อะไรๆก็ง่ายไปหมด ทั้งใบปริญญาเอกเป็นสิบใบและใบรับรองการผ่านงานอีก  อะไรจะขนาดนั้น เมื่อก่อนที่ผมจะตายผมเป็นแค่หัวหน้าหน่วยพิเศษ แต่ตอนนี้ผมชักอยากจะรู้แล้วว่าตำแหน่งที่ใหญ่กว่านั้นเป็นยังไง จริงสิ ผมกำลังคิดอยู่ว่าจะหาซื้อบ้านสักหลัง ตอนนี้เศรษฐีอย่างผมจะมาอยู่บ้านเล็กๆคงไม่ได้สินะ เดี๋ยวมันจะดูไม่เหมาะสม พูดก็พูดเถอะ มีเงินมันก็อยากใช้เป็นธรรมดา อีกอย่างผมก็อยากอวดรวยมาก(ลากเสียง)

               "เกรย์ แกก็เหมือนน้องชายของฉัน ต่อไปแกต้องรักฉันให้มากๆนะรู้ไหม" ปากเล็กเอ่ยบอกเกรย์ที่นอนแผ่หลาอยู่บนเตียงด้วยกัน ตอนนี้ผมกำลังจะเปลี่ยนเป็นคนใหม่

               ผมลองไปมองดูตัวเองในกระจกแล้วพบว่าร่างกายที่ท่านคาเอลให้มาช่างงามไม่มีที่ติเลยแม้แต่นิด มันทำให้ผมคิดได้ว่าการที่ผมทำตัวอ่อนแอมันไม่ค่อยน่าภูมิใจเท่าไหร่นัก อีกอย่างคือความงามแบบนี้มันทำให้ผมรักตัวเองยิ่งกว่าผู้ใด แต่ก็ยกเว้นท่านคาเอลไว้คนหนึ่งล่ะ หึๆ ตลอดเวลาที่ผ่านมาผมมักจะทำตัวอ่อนแอจนต้องพบเจอกับเหตุการณ์ร้ายๆเป็นประจำ จนผมรู้สึกว่ามันจะเป็นแบบนี้อีกต่อไปไม่ได้แล้วคิดได้ดังนั้นต่อไปผมจะไม่สนหน้าอิฐหน้าพรหมที่ไหนอีกต่อไป ใครจะมารักและเข้าใจเราเท่ากับตัวเราเองล่ะจริงไหม!

               บางทีผมก็รู้สึกว่าตัวเองในอดีตช่างน่าสมเพจนัก หลงมัวเมาในความรักมากเกินไป จนตอนนี้ผมเริ่มรู้แล้วว่าตอนนี้ตัวผมนั้นสูงส่งมีแบ็คอัพเป็นถึงพระเจ้าควรที่จะหยิ่งผยองทระนงตนสิถึงจะถูก ใครที่มันร้ายมาก็ร้ายกลับไป มารยาเป็นพันก็งัดมันออกมาใช้ให้หมด ผมไม่ได้อ่อนแอด้วยซ้ำ อยากใช้ชีวิตแบบมนุษย์ก็ต้องทำให้ตนเองอยู่จุดสูงสุดของพวกมนุษย์นั่นสิ ต่อไปผมจะไม่ยอมให้ร่างกายที่ท่านคาเอลสร้างมาเจ็บปวดได้แผลอีก มันผู้ใดทำให้ผมเจ็บ มันต้องเจ็บกว่าเป็นร้อยเท่า!

               "เกรย์รีบกินข้าวได้แล้ว จะได้นอนกัน" เวลาผ่านไปไวมากแป๊บเดียวก็ตกเย็นแล้วเจ้าเกรย์ตัวน้อยก็กำลังกินอย่างไม่รีบร้อน เกรย์เมื่อไหร่แกจะโตนะผมอยากให้มันโตเร็วๆหน่อยจะได้กอดเต็มไม้เต็มมือหน่อย

               "เข้านอนกันได้แล้ว เกรย์" ปากว่ามือขยับไปลูบหัวน้องชายคนใหม่ตัวน้อยเบาๆก่อนจะเข้าสู่ห้วงนิทราไปด้วยกัน

---------------
สัปดาห์ต่อมา ณ สำนักงานใหญ่FBI

               "ไม่ทราบว่ามีเรื่องให้เราช่วยรึเปล่าคะ?" ตอนนี้ผมอยู่ที่เคาน์เตอร์สำนักงานผมเพิ่งได้รับอีเมลยืนยันการรับเข้าทำงานเมื่อวานนี้เองผมใช้วุฒปริญญาตรีในการสอบเข้าและใบผ่านงาน5ปีในหน่วยการทหารที่ท่านคาเอลจัดการให้มาสมัคร แล้วตอนนี้ผมก็ต้องมาทดสอบความสามารถ

               "ผมมาทดสอบความสามารถตามที่สำนักงานเรียกครับ ไม่ทราบว่าจะไปที่ไหน?"

               "เชิญทางนี้เลยค่ะ ตรงไปเลี้ยวซ้ายจะเจอประตูเข้าไปและเลี้ยวขวาก็ถึงค่ะ"

               "ขอบคุณครับ" ผมเดินตามที่พนักงานต้อนรับสั่งก่อนจะพบกับคนมากมายที่ออกันอยู่ คาดว่าน่าจะมาทดสอบเหมือนกัน ไม่นานผมก็ได้สอบ ตอนนี้ผมเก็บเกรย์เอาไว้ในมิติส่วนตัวแล้วเรียบร้อยเจ้าตัวเล็กเมื่อเห็นก็วิ่งเล่นในนั้นใหญ่ การสอบข้อเขียนแรกผ่านไปแล้ว ผมเคยทำมาก่อนและมันก็ง่ายมากก่อนที่ผมจะกลับบ้านเพื่อรอถูกเรียกตัว พวกเขาไม่ได้ตัดสินผ่านทางหน้าตาแต่จะตัดสินเราผ่านคำถามที่ทำการทดสอบไป จริงสิตอนนี้ผมอายุ 25 ในข้อมูลที่ท่านคาเอลสร้างให้

               ใช้เวลาเพียงไม่กี่วันผมก็ถูกเรียกตัวไปทดสอบสมรรถภาพร่างกาย ซึ่งจะมีการซิทอัพ 1 นาที วิ่งระยะสั้น 300 เมตร วิดพื้น (ไม่จำกัดเวลา นับครั้งเท่าที่ทำได้) และวิ่งระยะไกล 1.5 ไมล์ ทุกอย่างที่พูดมานั้นผมทำลายสถิติทุกอย่างจนทุกคนต้องให้ความสนใจมากเพราะผมทำได้แบบทิ้งห่างสถิติเดิมแม้จะไม่มากแต่ก็ไม่น้อย ...สนใจผมเข้าไปเถอะ ผมอยากเป็นจุดสนใจ หึๆ

               ต่อมาผมถูกทำการสอบสวนประวัติแบบละเอียด เรื่องนี้ผมได้เตรียมมาแล้วจึงไม่มีปัญหาอะไรมากนัก อีกอย่างตัวผมก็ไม่มีประวัติด้านอาชญากรรมและยาเสพติดจึงผ่านได้อย่างง่ายดายและได้ทำการตรวจสุขภาพเพื่อเตรียมพร้อมทำงาน และขั้นตอนสุดท้ายคือการจัดสรรไปตามแผนกต่างๆของเอฟบีไป ส่วนผมนั้นก็ได้อยู่แผนกเดิม Counter terrorism แผนกเดิมของผม ซึ่งเป็นแผนกที่ต้องป้องกันการก่อการร้ายนั่นเอง และผมก็จะได้เริ่มงานในวันพรุ่งนี้ ส่วนวันนี้ผมก็คงต้องอยู่เฉยๆไปก่อน

               "เกรย์ ไปคาบมาซิ!" แต่คนอย่างผมเหรอจะอยู่เฉยๆได้ บอกเลยว่าไม่ ตอนนี้ผมกำลังเล่นอยู่ที่สวนสาธารณะใกล้บ้าน เพื่อพาเจ้าเกรย์มาฝึกทำตามคำสั่ง ดูเหมือนมันจะโตขึ้นนิดหน่อยเพราะผมมาอยู่ที่นี่ได้เกือบเดือนแล้วนี่นะ เจ้าเกรย์ตอนที่ผมพามาฝึกคาบของแรกๆมันก็เอาแต่อยู่นิ่งๆไม่ไปคาบตามที่ผมสั่ง แต่ตอนนี้มันเริ่มที่จะไปคาบมาบ้างแล้ว  อีกอย่างผมก็ไม่ได้โยนไปไหนไกล "เก่งมากเกรย์"

               "หงิงๆ" เวลาที่ผมเกาคางให้มันจะชอบครางเบาๆและทำหน้าเหมือนสบายนักหนาอยู่เสมอแต่ผมก็ว่าน่ารักดีจนต้องอุ้มมาฟัดเป็นรางวัล วันก่อนผมพามันไปซื้อปลอกคอที่ห้างสรรพสินค้ามาเลยได้ปลอกคอสีดำมาสองเส้นและป้ายชื่อที่สร้างจากพลังของผมเอง ป้ายชื่อที่สร้างขึ้นมาผมได้บรรจุพลังของผมเอาไว้เพื่อป้องกันเวลาฉุกเฉิน เผื่อเจ้าเกรย์จะถูกรถชนจะได้ปกป้องตัวมันได้

               "ไปกันเถอะ เกรย์" ว่าแล้วก็อุ้มมันกลับบ้าน เพื่ออาบน้ำให้มัน พรุ่งนี้จะต้องไปทำงานแล้วผมภาวนาให้มีเรื่องน่าสนุกเข้ามาบ้าง คิดถึงเพื่อนร่วมงานเดิมชะมัดเลยนะ....

----- 100% -----



#ถ้าคำนวณพลังของเอลเอลตอนถูกส่งลงมายังโลกคงจะมีพลังแค่ [1% / 100%] เพราะต้องรักษาสมดุลของร่างไว้ ท่านคาเอลทำให้เอลๆเป็นมนุษย์เลยไม่ได้ เพราะร่างนี้ถูกสร้างมาเพื่อคาริเอลที่เป็นเทพ จึงต้องเหลือพลังเอาไว้ให้ร่างกายสมดุล อีกอย่างจากการที่เอลเอลเพิ่งจะจุติวิญญาณไปสองครั้งทำให้เสียพลังมาก จึงกากที่สุดในบรรดาเทวทูต
ตอนนี้อยู่ราวๆ [40%-50% / 100%] ไรท์ ขออภัยที่ไม่ให้เอลเอลใช้มารยาและดูอ่อนแอเกินไปในตอนที่แล้ว แต่มันยังไม่ถึงเวลาค่ะ เราจะรอไปด้วยกันใช่ไหมคะ [โดนรีดเดอร์กระทืบ] T^T

#โอ๊ย งานไรท์เยอะมากกกเลย (ร้องไห้) ดูเหมือนเอลเอลจะเริ่มลงหลักปักฐานสมัครงานแล้วนะคะ ต่อไปคงมีเรื่องน่าหนุกเยอะแน่ๆเลย
 

  
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 59 ครั้ง

1,407 ความคิดเห็น

  1. #492 mangpor43 (@por2543) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2560 / 22:30
    น่าจะจัดการสองคนนั้นก่อน
    แต่ก็ไม่เป็นไร เริ่มชีวิตใหม่ก็ดีเหมือนกัน
    #492
    0
  2. #345 corbin (@corbin) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2560 / 00:30
    เราจะไปด้วยกัน เย้ๆๆๆๆๆ
    #345
    0
  3. #263 Pran12345 (@Pran12345) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 24 มกราคม 2560 / 19:19
    รออยู่นะ
    #263
    0
  4. #261 0895426863 (@0895426863) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 24 มกราคม 2560 / 15:13
    คิดถึงเอลเอล
    #261
    0
  5. #260 Pran12345 (@Pran12345) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 24 มกราคม 2560 / 07:42
    มาต่อเร็วๆนะ
    #260
    0
  6. #259 Krataituaglom (@Krataituaglom) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 23 มกราคม 2560 / 06:22
    เย้!! ต่อไปนี้เอลเอลจะไม่อ่อนแอแล้ววววว
    #259
    0
  7. #258 ซือ จางมิน (@Murasakibara) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 22 มกราคม 2560 / 21:14
    รออ ต่อไป และยังรอ ทั้งใจ
    #258
    0
  8. #256 คนผ่านมา (@ras21) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 22 มกราคม 2560 / 20:38
    รออออ
    #256
    0
  9. วันที่ 22 มกราคม 2560 / 17:16
    รอออออ
    #255
    0
  10. #254 saiikun (@patiya) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 22 มกราคม 2560 / 16:11
    เอลเอลดป็นอิสระนะดีแล้วอย่าแพ้ชาติก่อนละ ทำตัวเป็นคาโนวี่ ให้แซ่บไปเลย
    #254
    0
  11. #253 ROSALENE (@faketheway) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 22 มกราคม 2560 / 14:43
    เย้! ทิ้งไปน่ะดีแล้วเอลเอล เริ่มต้นชีวิตใหม่อย่าไปสนใจสองคนนั้น! ไปหาหนุ่มในเอฟบีไอดีกว่า555
    #253
    0
  12. #252 ManowandManow (@manowloveyou) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 22 มกราคม 2560 / 14:28
    รอๆๆๆๆ
    #252
    0
  13. #251 Kornkanoklemsa (@Kornkanoklemsa) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 22 มกราคม 2560 / 14:11
    ตั้งตารอเลยค่าาา รีบมาต่อน้าาาา
    #251
    0
  14. #250 chiychimn (@chiychimn) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 22 มกราคม 2560 / 13:21
    รอจร้าาาสู้ๆ!!!
    #250
    0
  15. #248 Jjane (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 22 มกราคม 2560 / 12:26
    รอยุน้าาาาาา สู้สู้
    #248
    0
  16. #247 Atk. S. (@lertwarachai) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 22 มกราคม 2560 / 12:23
    รอออออออ
    #247
    0
  17. #246 อลิสแสบ>////< (@alissaraoom19) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 22 มกราคม 2560 / 12:01
    อยากได้ฝั่งลูซเวสอะ ว่าเป็นไงบ้านเมื่อคาเอลหายไปแบบจะเฉยๆไหมหรืออาละวาดไรงี้อะ5555
    #ฮาเร็มทุกชาติ
    #246
    0
  18. #245 กษิดิศ ปักษี (@zamakbigbag) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 22 มกราคม 2560 / 11:59
    ดูร้ายกาจขึ้นเยอะเลยนะ555
    #245
    0
  19. #244 0996894556 (@0996894556) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 22 มกราคม 2560 / 11:56
    รอออออออออ
    #244
    0
  20. วันที่ 22 มกราคม 2560 / 11:46
    รอออออ
    #243
    0
  21. #242 cczeonf (@cczeonf) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 22 มกราคม 2560 / 11:31
    รอๆๆๆๆ น่าาาา
    #242
    0
  22. #241 TBam_9397 (@ttlovesu) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 22 มกราคม 2560 / 11:22
    อยากอ่านอยากอ่านต่อซุงเลออออ
    #241
    0
  23. #239 0895426863 (@0895426863) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 21 มกราคม 2560 / 21:00
    50%จ๋าอยู่ไหน
    #239
    0
  24. #236 CU29 (@CU29) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 19 มกราคม 2560 / 23:00
    ลูซกับเวสนี่ชอบแบบหมู่ๆ เหรอ? 555
    เห็นเวลากินก็กินที่ห้องเดียวกันอีกด้วยย //โดนยัน
    #236
    0
  25. #235 ฮิบาริ นะเออ (@milkmk2) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 19 มกราคม 2560 / 21:28
    ค้างอ่าาาาา#รออยู่นะค่ะ
    #235
    0