The last one กับดักรักร้าย คุณชายสองหน้า

ตอนที่ 15 : Ch.13 สับสน 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 795
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    12 พ.ย. 57



♥KIMHUN♥

 

 

 

 

แผนการอย่างเดียวที่ฉันมีในตอนนี้คือการหลอกให้ตายใจ ห!ึ แล้วพวกเขาจะได้รู้ว่าฉันนั้นไม่โง่ให้หลอกอยู่ฝ่ายเดียว

 

“พี่มีนจะไปแล้วหรอครับ”

 

“อืม ไปก่อนนะ แล้วเจอกัน” ฉันยิ้มให้กรีนแล้วเดินออกจากร้านไปขึ้นแท็กซี่ที่โทรเรียกเอาไว้ ปลายทางวันนี้คือกลับบ้าน ส่วนที่โทรหาคิมน่ะหรอ ก็แค่โทรไปรายงานให้เขารู้ว่าฉันยังอยู่ดี แล้วก็ชวนเขามากินข้าวเย็นด้วยกันซะเลย เพราะฉันจะหลอกทุกๆคนให้ตายใจไม่เว้นแม้แต่คิม ถึงแม้จะหลุดทำตัวร้ายๆเอาแต่ใจใส่เขาเพราะความโมโหไปแล้วก็เถอะ

 

แต่ฉันจะต้องทำให้เขาตกหลุมพรางให้ได้เลย ต่อไปนี้ฉันจะต้องพยายามใจเย็น ไม่หาเรื่องทะเลาะกับคิมอีก

 

ระหว่างทางฉันก็นั่งคิดทบทวนเรื่องทั้งหมด ว่ามันพอมีเหตุผลอะไรถึงทำ ให้มีเรื่องทั้งหมดนี้เกิดขึ้นได้ แต่คิดจนหัวจะระเบิดก็ยังไม่ได้คำตอบ

 

จะว่าไปยังมีคนๆนึงที่อยู่ใกล้ตัวและฉันก็ปล่อยไปไม่เคยไปถามอะไรมากมาย แต่เดี๋ยวเร็วๆนี้ฉัน จะไปเค้นเอาคำตอบมาให้ได้เลย ยัยพรีม!

 

 

เสียงทีวีดังออกมาถึงประตูรั้วบ้าน นี่ไม่ได้เกรงใจเพื่อนบ้านเลยสินะ ฉันไขกุญแจบ้านอย่าง ไม่สบอารมณ์เท่าไหร่ แต่เมื่อนึกถึงแผนการก็ต้องถอนหายใจยาวๆ และตั้งสติก่อนจะเดินเข้าบ้าน

 

“พี่มีนา!” ยัยทีน่าที่เห็นฉันก่อนทำเป็นตกใจทำถุงขนมล่วงลงพื้น เฮียธันที่อยู่ใกล้ๆรีบหันมา มองทันที เขารีบวิ่งเข้ามาหาอย่างดีใจและคว้าฉันเข้าไปกอดซะแน่น

 

“หายไปไหนมา ถ้าเมื่อกี้คิมไม่โทรมาบอกว่าติดต่อมีนได้แล้วเฮียจะไปแจ้งความจริงๆด้วย”

 

“มีนขอโทษ มีนจะกลับมาอยู่กับเฮียแล้วก็ทีน่า”

 

“ห๊ะ” ยัยทีน่าอ้าปากค้าง ซึ่งคราวนี้ดูท่าเจ้าหล่อนจะตกใจจริงๆ ทำไมยะ กะจะยึดบ้านฉันหรือไง เหอะ

 

“จริงนะมีน!

 

“จริงสิค่ะเฮีย มีนขอโทษเฮียกับทีน่าด้วยนะที่วันก่อนทำนิสัยแย่ๆใส่ มีนคิดได้แล้วว่าถ้าเฮีย รักใครมีนก็ต้องรักด้วย เหมือนที่มีนรักคิมเฮียก็ยังรักด้วยเลย เพราะงั้นต่อไปนี้มีนจะเอ็นดูทีน่า ให้เหมือนน้องสาวอีกคนเลยนะค่ะ”

 

“ขอบใจนะมีน” เฮียยิ้มด้วยท่าทีอึดอัดแปลกๆ ส่วนทีน่าก็ยิ้มแสยะให้อย่างรู้ทัน ฉันทำเป็น ไม่รู้ไม่ชี้ตีหน้ามึนใส่ทีน่า ถึงยัยนี่จะจับได้ว่าฉันแกล้งทำ ฉันก็จะหน้าด้านต่อไป จะไม่ยอมรับ เด็ดขาดเมื่อมันยังไม่ถึงเวลา

 

“แล้วเราไปนอนที่ไหนมา บ้านพรีมก็ไม่ได้ไป”

 

“ไปนอนบ้านเพื่อนที่เรียนคลาสเดียวกันค่ะ”

 

“แน่ใจนะ” เฮียหรี่ตาถามอย่างจับผิด

 

“แน่ใจ อ๊ะนั่นทีน่าทำอะไรอยู่ เดี๋ยวพี่ช่วยนะ” ฉันรีบเปลี่ยนเรื่องไปหาทีน่าที่เดินกลับไปยืน หน้าเตาอบในครัวตั้งแต่ตอนไหนก็ไม่รู้ ทีน่ากำลังยกถาดขนมออกจากเตาอบ

 

“เดี๋ยวรอคัพเค้กเย็นแล้วเรามาแต่งครีมกันค่ะ”

 

“จ้า โห น่ากินจังเลย” ฉันทำจมูกฟุดฟิดดมกลิ่นขนม จะว่าไปเด็กนี่ก็ดูจะเก่งเรื่องงานในครัว อยู่เหมือนกันนะเนี่ย ท่าทางคล่องแคล่วดี

 

“อ้อเฮียคะ คิมจะเข้ามากินข้าวเย็นกับเรานะค่ะ”

 

“พากันไปกินข้าวนอกบ้านดีกว่ามั้ง เดี๋ยวคีย์จะเข้ามากินเหล้าที่บ้าน มันเฮิร์ท”

 

“คีย์เฮิร์ท?” ฉันเดินออกจากครัวมาหาเฮียที่โซฟาอย่างเร็ว งานเผือกต้องมา

 

“ก็พรีมเพื่อนแกแหละ เฮียก็ยังไม่รู้อะไรมาก แต่อาการหนักพอดู”

 

“เดี๋ยวมีนไปถามยัยพรีมก็ได้ค่ะ แล้วก็อยู่กันดีๆอย่าทำบ้านรกนะ มีนจะกลับไม่เกินสี่ทุ่ม”

 

“ไปกับคิมกลับกี่โมงก็ได้”

 

“ค่าๆ คบกับคิมนี่ดีจังเลยเนอะ” ฉันตอบกลับพี่ชายตัวดีที่ตอนนี้เอนหลังกดมือถือหยิกๆ เดี๋ยวนี้นี่ไม่สนใจน้องเลยจริงๆสินะ เฮ้อ

 

ฉันไปนั่งหลับตาอยู่ที่โซฟาอีกตัวอย่างต้องการพักผ่อน อาการปวดหัวตุบๆยังไม่หายดี อีกทั้งยังเจ็บคออีก ฉันควรจะนอนพักเอาแรงอยู่ที่บ้านนะเย็นนี้ แต่ก็ขี้เกียจยกเลิกนัดคิม จะดูด้วยว่าแผลเขาหายดีหรือยัง ตั้งแต่เกิดเรื่องยังไม่ได้เจอกันเลย

 

แค่อยากรู้เฉยๆ ไม่ได้เป็นห่วงเลยจริงๆนะ

 

เสียงเท้าคนเดินเข้ามาใกล้ดังขึ้นเบาๆ ฉันหรี่ตามองเห็นทีน่าถือแก้วชาเข้ามา คงเพิ่งชงเสร็จหมาดๆเพราะควันลอยออกจากแก้วฟุ้งเลย

 เมื่อกะระยะความห่างได้แล้ว ฉันจึงรีบลืมตากระเด้งตัวขึ้นอย่างเร็ว ส่งผลให้ทีน่าตกใจเผลอทำน้ำในแก้วหกใส่หลังมือฉัน

 

นี่แหละที่ฉันต้องการ หึ

 

“โอ้ยยยยย/พี่มีนา”

 

ทีน่าร้องตกใจพร้อมกับยกมือข้างที่ว่างปิดปากเอาไว้ เป็นจังหวะเดียวกับที่เฮียธันลืมตามา มองอย่างตกใจเช่นกัน

 

เสียดายจัง คำนวนพลาดไปนิดนึง ที่จริงแล้วมันควรหกใส่แขนฉันนะ หกใส่หลังมือแบบนี้ มีหวังเขียนหนังสือไม่ได้ไปหลายวัน

 

 

“เห้ยทีน่า ทำไมทำมีนอย่างงั้นล่ะ”

 

“หนูไม่ได้ตั้งใจ” เสียงอ่อยเอื้อนเอ่ยอย่างขอโทษและรู้สึกผิด แต่เพียงไม่นานทีน่าก็เหลือบ มองมาอย่างโมโห ดวงตาฉายแววแข็งกร้าวอย่างเห็นได้ชัด

 

เฮียลุกขึ้นมาผลักทีน่าออกห่างจากฉันเบาๆ และเดินเข้ามาผลิกดูมืออย่างร้อนรน

 

“น้องไม่ได้ตั้งใจ เฮียอย่าไปดุน้องเลย”

 

“ไม่ให้ดุได้ยังไง ในเมื่อทีน่าจงใจทำชัดๆเลย”

 

“เปล่านะ” เสียงแหลมแทรกขึ้นมา ยัยเด็กเปียหน้ามุ่ยแล้ววิ่งหนีขึ้นห้องไป หึ ก็ให้มันรู้สิว่า เด็กมัธยมปัญญาอ่อนอย่างเธอจะมาสู้ฉันได้ ศึกนี้ยังไม่จบง่ายๆหรอกนะสาวน้อย

 

“เดี๋ยวเฮียจะคุยกับทีน่าเอง มีนทาแผลซะนะ ขอโทษแทนยัยตัวแสบด้วย”

 

“ไม่เป็นไรหรอก มันก็แค่อุบัติเหตุน่ะ” เฮียธันมองหน้าฉันดุๆ ก่อนจะเดินไปเอายาในตู้ใต้ ชั้นทีวีมาทาให้

 

“มีนน่ะไม่ทันเล่ห์คนหรอก เไม่เคยตามใครเค้าทันเลย”

 

หรอคะ เฮียเองก็ตามไม่ทันเหมือนกันนั่นแหละ

 

“ยังไงทีน่าก็แฟนเฮียนะ อย่าเข้าข้างน้องสาวมากกว่าเลย เดี๋ยวทีน่าจะงอนเอา”

 

“เฮียเข้าข้างคนที่ถูกต้อง มีนวางใจเถอะ เฮียจะไปคุยกับเด็กดื้อนั่นเอง”

 

 

“ค่ะ แล้วแต่เฮียเถอะ อ๊ะ สงสัยคิมจะมาแล้ว” เฮียละมือเมื่อเสียงกริ่งหน้าบ้านดัง ฉันหยิบกระเป๋าสะพายแล้วใส่รองเท้าลวกๆ ก่อนจะโบกมือให้เฮียและเดินไปหาคิมที่ยืนพิงรถ รออยู่

 

“ไง” เขาขยับหมวกทักทาย

 

“หัวเป็นยังไงบ้าง หายเจ็บหรือยัง” เขายิ้มให้อย่างอบอุ่น ปฎิเสธไม่ได้เลยจริงๆว่าเวลาที่เขา ยิ้มมันทำให้ฉันใจอ่อนระทวยทุกที

 

“คราวหลังอย่าหายไปแบบนี้นะ ฉันเป็นห่วง” เขาไม่ตอบแต่เปลี่ยนเรื่องแทน ฉันเลยยิ้มรับ ก่อนจะพาตัวเองขึ้นไปบนรถเขา

 

“ไหนว่าชวนมากินข้าวเย็นที่บ้านไง ขึ้นรถมาทำไม”

 

“วันนี้คีย์จะมาบ้าน เราไปหาอะไรกินข้างนอกกัน”

 

“แต่นี่มันยังบ่ายอยู่เลยนะ จะไปไหนดีล่ะตอนนี้” เขาถามหน้ามุ่ย จนฉันอดไม่ได้ยกมือขึ้นไป บิดจมูกเขาอย่างหมันไส้ แต่ก็โดนเขาคว้ามือเอาไว้เเน่น

 

“ทำไมมือพองแบบนี้ ไปโดนอะไรมา” คิมถามเสียงดุ คิ้วหนาขมวดเข้าหากันจมเป็นปมแน่น

 

“โดนน้ำร้อนลวก แต่ไม่เป็นอะไรหรอก ทายาแล้ว”

 

“ไปทำยังไงให้โดนลวกเนี่ย ซุ่มซ่ามไปแล้วนะ” เขาบ่นพึมพำแล้วเป่ามือฉันเบาๆ นิ้วโป้งของเขาลูบวนรอบๆแผลอย่างแผ่วเบา ในขณะที่ยังบ่นต่อไป

 

นายจะรู้มั้ยว่ามันทำให้ใจฉันเต้นแรง >////<

 

แต่ยิ่งเขาทำดีมากเท่าไหร่ มันก็ยิ่งทำให้ฉันเกลียดเขามากเท่านั้น เพราะเรื่องทุกอย่างเขาแค่ แกล้งทำ เพียงเพื่อแผนการของพวกเขาเท่านั้น หลอกให้ฉันรัก.. คอยดูเถอะ ฉันจะเอาคืนให้สาสม!




 

กลิ่นกับข้าวหอมฉุยปลุกฉันให้ตื่น แต่ก็ต้องตกใจเมื่อไม่ได้อยู่ในห้องนอนตัวเอง อ๋ออ ล่าสุด ฉันนั่งรถมากับคิม เขาบอกจะพามาบ้านเขา แล้วฉันก็คงเผลอหลับระหว่างทางจนได้

 

แสดงว่าเขาอุ้มฉันมานอนในนี้! บ้าจริง ฉันนอนไม่รู้เรื่องรู้ราวขนาดนี้ได้ยังไง เฮ้อ ส่ายหน้าให้กับความผิดพลาดครั้งนี้ของตัวเอง มันน่าอายออกนะ แล้วคนแถวๆบ้านคิม เขาจะคิดกันยังไง ทำไมเขาไม่ปลุกฉัน ฮึ่ยยยย

คิดได้แล้วก็ลุกขึ้นยืน ตั้งใจจะไปต่อว่าเขานิดๆหน่อยๆ แต่อยู่ๆโลกก็หมุน ฉันค่อยๆนั่งลงกับ พื้นช้าๆ อาการปวดหัวทำเอาฉันคลานลงไปนอนกับพื้นอย่างทนไม่ไหว รู้สึกเจ็บคอมากๆด้วย

คิดว่าอาการจะดีขึ้นแล้วนะ ไม่สบายหนักขึ้นจนได้

พอเริ่มดีขึ้น ไม่มีอาการหน้ามืดแล้ว ฉันจึงค่อยๆพยุงตัวขึ้นนั่ง ระหว่างนั้นก็เหลือบไปเห็น กล่องกระดาษสีดำใบใหญ่อยู่ใต้เตียง

 ด้วยความที่อยากรู้อยากเห็นไปนิดนึง             ฉันจึงเอื้อมไปหยิบออกมา บนฝาเป็นรูปหัวใจสีแดงซะด้วย แบบนี้มันยิ่งเพิ่มความอยากรู้เข้าไปอีก หรือว่าจะเป็นกล่องใส่ พวกของตอนคบกับแฟนเก่า!

 

คิดอยู่ได้ไม่นานก็ตัดสินใจเปิดกล่องออกดู ภายในมีสมุดสีน้ำตาลขนาดไม่ใหญ่มาก อยู่แค่เล่มเดียว แล้วจะใส่กล่องทำไมให้ยุ่งยาก แปลกคน

 

ยังไม่ทันจะได้เปิดหน้าแรกออก กระดาษสองสามใบเล็กๆกับกุญแจก็ล่วงลงมาจากสมุด เสียก่อน แต่เดี๋ยวนะ นั่นมัน!

 

ไม่ใช่กระดาษ แต่เป็นรูปโพลาลอยด์สามใบที่มีรูปฉันอยู่ในนั้น!! ฉันบังคับมืออันสั่นเทาไป หยิบมาดูใกล้ๆ ภาพใบแรกเป็นงานรับน้อง ฉันกำลังยิ้มอยู่บนโต๊ะไม้ ดวงตาทั้งสองหลับพริ้ม ถ้าจำไม่ผิดตอนนั้นฉันกำลังรอพรีมกับโฮย่าอยู่ ระหว่างนั้นก็นั่งฟังเพลงไปคนเดียวอย่าง สบายใจ

ใบที่สองเป็นวันงานประกวดดาวเดือน เป็นรูปฉันอยู่บนเวทีกำลังเอื้อมตัวลงไปรับดอกไม้ จากนักศึกษาที่โหวตให้อย่างดีใจ

ส่วนใบสุดท้าย เป็นตอนที่รุ่นพี่สั่งให้ฉันไปเต้นหน้าตึกเพื่อทำโทษเพราะว่าเข้าประชุมสาย ภาพทุกภาพมันเป็นตอนที่ฉันเรียนอยู่ ปี1 ทั้งหมดเลย

 

แล้วคิมไปเอามาจากไหน? ใครถ่ายไว้ฉันไม่รู้ตัวเลยสักนิด

 

“ก๊อก ก๊อก” เสียงเคาะประตูทำเอาฉันลุกลี้ลุกลนเก็บของลงกล่องแทบไม่ทัน ก่อนจะตามมาด้วยเสียงเปิดประตู

โชคดีที่เก็บของทัน แต่โชคร้ายตรงที่ลืมเก็บกุญแจที่ล่วงลงมาจากสมุด ฉันรีบเก็บกุญเเจนั้นใส่กระเป๋ากางเกงทันที

 

“ตื่นแล้วหรอ ทำไมลงไปนั่งกับพื้นล่ะ” คิมเดินลงมานั่งยองๆข้างๆ

 

“ปวดหัวน่ะ พอจะลุกก็มึนหัวอีก”

 

“คราวหลังเรียกฉันนะ ถ้าเกิดล้มลงไปหัวฟาดพื้นจะแย่เอา พี่ชายเธอจะได้มาตาม ฆ่าฉันแน่ๆเลยล่ะคราวนี้”

 

“เหอะ อย่ามาทำเป็นพูดเลย เฮียธันชอบนายจะตาย อะไรๆก็คิม” ฉันเบะปากอย่างหมันไส้ คิมหัวเราะชอบใจก่อนจะเอามือมาอังหน้าผาก และเลื่อนหน้าเข้ามาใกล้

 

“จะทำอะไรของนาย” ฉันพยายามดันหน้าเขาออก แต่เขาก็ยันเอาไว้ได้ ส่วนมือที่อังหน้าผากก็พลิกไปมาอยู่นั่นแหละ ไม่เสร็จเสียที

 

“เมื่อเย็นตอนปลุกเธอบนรถตัวเธอร้อนอย่างกับไฟเลย ฉันตกใจจริงๆนะ แถมปลุกเท่าไหร่ ก็ไม่ตื่นอีก”

 

“นายก็เลยต้องอุ้มฉันเข้ามาใช่มั้ย”

 

“ใช่” เขาตอบยิ้มๆ ไม่ได้ดูหน้าฉันเลยสินะว่าซีเรียสแค่ไหน

 

“ทำแบบนั้นทำไม ถ้าคนเเถวนี้เห็นมันจะดูไม่ดี ชอบเป็นขี้ปากชาวบ้านเค้าหรือไง”

 

“ไม่เห็นต้องทำหน้าจริงจังขนาดนี้เลย ดูสิเนี่ยตีนกาขึ้นเต็มหน้าแล้ว ฮ่าๆ” เขาจิ้มรอบๆหน้าฉันไปมาอย่างสนุก ไม่รู้เวลาเล่นเลยจริงๆใช่มั้ยวะหมอนี่

 

“ไม่ตลก”

 

“ก็ได้ๆ จะบอกให้ว่าบ้านฉันมีรั้วล้อมรอบ ฉันขับรถเข้ามาจอดในบ้านแล้วปกติก็ไม่มีใคร มองเข้ามาแล้วเห็นหรอก นอกจากบ้านข้างๆเค้าจะปีนกำแพงมาส่องอ่ะนะ”

 

“อ๋อหรอ งั้นก็ดี” ฉันแสร้งมองไปรอบห้องกลบเกลื่อนความอาย ก็ตอนเข้ามาฉันหลับอยู่นี่นา เลยไม่รู้ว่ารอบๆบ้านเขาเป็นยังไง ตอนแรกคิดว่าอยู่หอด้วยซ้ำ ยังกลัวพวกร้านค้าที่หอจะมอง ไม่ดีอยู่เลย

 

“ไปกินข้าวต้มกัน”

 

“อืม ไปสิ อ๊ายยย!

 

“ฮ่าๆ”

 

“ปล่อยฉันลงนะไอ้บ้าคิม” ฉันแหกปากร้องตลอดทาง เมื่อเขาอุ้มฉันขึ้นในท่าเจ้าหญิง เป็นใครจะไม่ตกใจบ้างล่ะ

 

“ให้เดินเองเดี๋ยวเป็นลม” ว่าแล้วเขาก็กระชับกอดให้แน่นขึ้น และก้มมายิ้มให้จนตาหยี แบบที่เขาไม่เคยทำให้ใครเห็นมาก่อน

แต่รอยยิ้มแบบนี้มันคุ้นๆนะ เหมือนเคยเห็นที่ไหนมาก่อนเลย..

 

 

 

 

 

หลังกินข้าวเย็นเสร็จฉันก็มานั่งรอเขาอยู่ที่โซฟาหน้าทีวี คิมทำกับข้าวต้มกับผัดกุ่ยช่ายขาว หมูกรอบกับผักกาดดอง ซึ่งมันคืออาหารจานโปรดฉันเลยล่ะ แต่ฉันก็ไม่ได้แสดงออกมาก มายอะไร เดี๋ยวเขาจะได้ใจใหญ่

 

เสียงล้างจานดังอยู่ไม่นานก็เงียบลง คิมถือนมมายื่นให้ ฉันรับมาวางไว้แล้วมองเขาที่ตอนนี้ กำลังเปิดหนังอยู่อย่างอารมณ์ดี

 

“จะดูหนังเรื่องอะไรหรอ”

 

“ไม่รู้เหมือนกัน ลืมชื่อแล้ว”

 

“เอ๊า!” ฉันร้องเสียงหลง ก็เมื่อกี้เป็นคนใส่แผ่นหนังเข้าไปเองทำไมถึงลืมซะแล้ว

 

“ไม่ต้องมาเอ๊าเลย กินนมอุ่นๆซะ”

 

“ก็ได้” เขายิ้มอย่างอารมณ์ดีก่อนจะหย่อนตัวลงข้างๆฉันที่พยายามกระดกนมรวดเดียว อย่างเอาเป็นเอาตาย ปกติถ้าไม่ค่อยสบายเฮียธันจะอุ่นนมให้กินหลังอาหารตลอดเลย สงสัยเฮียจะบอกเขามาแน่ๆ

 

“กินยังไงให้เลอะ”

 

“ปากฉันเลอะหรอ?” ไม่รอให้เขาตอบ ฉันเอื้อมไปจะหยิบทิชชู่บนโต๊ะหน้าโซฟา แต่ก็ต้องตกใจ เมื่อเขากระชากตัวฉันเข้าไปและกดจูบลงบนริมฝีปากอย่างนุ่มนวล และยาวนาน

 

ลิ้นร้อนชื้นละเลียดชิมครั้งแล้วครั้งเล่า ฉันหลับตาแน่นกำชายเสื้อเขาเอาไว้จนมือชื้นเหงื่อ เสียงกรี๊ดจากทีวีดังความสนใจเราทั้งคู่เอาไว้ ฉันกระเด้งตัวออกจากเขาแล้วหันไปดูทีวีเพื่อ กลบเกลื่อน

เมื่อกี้เขาฉวยโอกาสอีกแล้ว >///<

ฉันไม่รู้ว่าเขาทำท่าทางแบบไหนอยู่ ได้แต่นั่งเกร็งมองจอทีวี ที่ตอนนี้มีเด็กผู้หญิงกำลังนั่ง กอดเข่าร้องไห้อยู่ที่มุมห้องมืดๆคนเดียว มีเสียงตุ๊กตาไขลานดังขึ้นอย่างน่ากลัว ฉากแบบนี้ เสียงเพลงแบบนี้ มันเหมือนหนังผีเลยนะ

 

“กรี๊ดดด!!” นั่นไงคิดไว้แล้วเชียว เด็กนั่นเงยหน้าขึ้นมามีเลือดนองเต็มหน้าเลย ฉันกระโดดเข้ากอดคิมเต็มแรง เหมือนเขาจะรออยู่แล้วหรือไรไม่รู้ถึงได้คว้าเอาไว้ทัน

 

“นายเปิดหนังผีทำไม ไม่รู้หรอว่าฉันกลัวผีมากแค่ไหน”

 

“หึหึ”

 

และฉันก็ได้แต่หันหน้าหนีจอทีวีไปซบอยู่ที่อกเขาแทน ยอมรับก็ได้ว่าอุ่นและรู้สึกดีมาก แต่ภายในหัวฉันตอนนี้มันมีหลายความคิดกำลังตีกันยุ่งเหยิงไปหมด

 

ตอนที่ไปถ่ายแบบให้กับเขาตอนนั้น พี่ๆกระเทยที่มาแต่งหน้าให้ก็เคยพูดถึงรูปโพลาลอยด์ ที่คิมจะส่งให้ฉันในวันวาเลนไทน์หรืออะไรนี่แหละ ตอนนั้นฉันก็ไม่ทันได้ถามอะไรมาก หรือว่ามันจะเป็นอันเดียวกันกับที่พี่ๆเขาพูดถึง

 

แล้วคิมจะถ่ายรูปฉันไว้ทำไม?

เขารู้จักฉันตั้งแต่ปีหนึ่งเลยหรอ?

ทำไม ทำไม งงไปหมดแล้ว ฉันไม่สามารถปะติดปะต่อเรื่องราวได้เลยจริงๆ

 

มืออุ่นสอดเข้ามาประสานเข้ากับมือของฉัน ทำให้หยุดความคิดทุกอย่างลง เขายังคงดูหนัง ทำเป็นไม่สนใจฉัน แต่มือของเขากลับกระชับไว้แน่น ราวกับกลัวว่ามันจะหลุดออกจากกัน

 

ฉันไม่รู้และไม่เข้าใจจริงๆ ว่าเขาวางแผนอะไรอยู่..

ผู้ชายที่ชอบทำหน้านิ่งๆ และค่อนข้างขี้เก๊กเมื่ออยู่กับคนอื่นๆ แต่พออยู่กับฉันเขากลับขี้เล่น และพูดมากชนิดที่ว่าฉันต้องปิดหูหนี

ผู้ชายคนที่ยิ้มให้ฉันจนตาหยี ขนาดเพื่อนสนิทของเขาอย่างเชและโนเเอลก็ต้องตกใจเพราะ ไม่เคยเห็นมาก่อน

ผู้ชายที่ยอมมาเป็นแฟนหลอกๆของฉันอย่างง่ายดาย และสุดท้ายก็มาขอฉันเป็นแฟน

ผู้ชายคนนี้ที่ร่วมมือกับพี่ชายฉันวางแผนทำอะไรสักอย่างโดยที่ีมีฉันเป็นหมากตัวสำคัญของ พวกเขา ผู้ชายที่ชื่อคิมหันต์ คนที่ฉันรักอย่างถอนตัวไม่ขึ้น

รักทั้งๆที่รู้ว่าเขาไม่ได้รักฉัน รักทั้งๆที่รู้ว่าเขาทำทุกอย่างไปก็เพราะแผนเท่านั้น

 

เพราะฉันมันโง่ มีนามันโง่เองที่ควบคุมหัวใจตัวเองไม่ได้

ฉันยอมรับแล้วก็ได้ว่าฉันมันโง่ที่ไปหลงรักเขา!

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 




TALK:อีกไม่เกิน 4 ตอนก็จะจบแล้วนะค่ะ ความจริงใกล้จะเปิดเผยแล้ว
แต่ขอบอกไว้ก่อนว่าจริงๆแล้วไม่มีอะไรซับซ้อนอย่างที่คิดเลยค่ะ 5555
ขอกำลังใจหน่อยค่า  ฮิ้วววว♥


      
 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

122 ความคิดเห็น

  1. #86 เป๊ปซี่น้อย (@pepsi06) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2557 / 13:37
    รอไรท์เฉลย
    #86
    0
  2. #85 แพรว__ (@preaw-phetlada) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2557 / 22:51
    ไม่ชอบทีน่าเลย
    #85
    0