The last one กับดักรักร้าย คุณชายสองหน้า

ตอนที่ 17 : Ch.15 ความจริง 120%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 944
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    8 ธ.ค. 57


TIN







ลมหนาวพัดผ่านหน้าต่างเข้ามาปลุกฉันแต่เช้า เพิ่งจะหกโมงกว่าๆเอง ฉันตัดสินใจลุกขึ้นไปอาบน้ำแต่งตัวทั้งๆที่วันนี้มีเรียนสิบโมงเช้า

 

เมื่อคืนเผลอหลับไปทั้งๆที่คิมยังอยู่ในห้อง ไม่รู้ว่าเขากลับไปตอนไหน ยังดีที่เขาจัดยาแก้อักเสบกับแก้ปวดไว้ที่หัวเตียง ฉันหยิบยาเข้าปากพลางคิดทบทวนว่าเขาทำแบบนี้เพราะเป็นห่วง จริงๆหรือเสแสร้งกันแน่ เฮ้อ
ฉันยกมือขึ้นปาดน้ำตาออกไปอย่างลวกๆ

 

เรื่องแค่นี้เอง ไม่เห็นต้องร้องเลย ฉันนี่อ่อนแอชะมัด

 

เสียงเรียกเข้าโทรศัพท์ดังขึ้น พอเห็นชื่อแล้วฉันก็รีบปิดเครื่องหนีทันที นายมันก็แค่คนหลอกลวงคนหนึ่ง
ติณห์

 

หูฟังสีขาวเสียบเข้ากับไอโฟนเคสลิรัคคุมะสีน้ำตาล ฉันเปิดเพลงแนวอินดี้ฟังสบายๆ ก่อนจะเก็บของใส่กระเป๋าและออกจากบ้าน

 

สองเท้าก้าวไปเรื่อยๆอย่างไม่รีบร้อน วิถีชีวิตผู้คนยามเช้านี่ก็ได้อารมณ์ไปอีกแบบนะ ฉันยิ้มทักทายเพื่อนบ้านอย่างอารมณ์ดี นานแค่ไหนแล้วที่ไม่ได้ตื่นเช้าๆแบบนี้ ปกติฉันจะตื่นสายแล้วก็รีบไปเรียน ว่าจะลองเปลี่ยนวิถีชีวิตที่เร่งรีบดู คงจะดีไม่น้อย

 

ร้ายขายข้าวแกงตอนเช้าที่ฉันเคยมาซื้อกับแม่เมื่อหลายเดือนก่อนทำให้ฉันชะงักเท้า ก่อนจะเดินเข้าไปซื้อข้าวแกงและข้าวเพื่อเตรียมไปตักบาตร

 

เวลาที่แม่กับป๊ากลับมาบ้านทีไร ฉันมักจะโดนแม่ลากแต่เช้าเพื่อมาตลาดและตักบาตร พร้อมๆกับบรรดาแม่ค้าเสมอ

 

เมื่อตักบาตรรับพรเสร็จ ฉันก็เริ่มเดินอีกครั้ง จะว่าไปพอได้ทำบุญแล้วรู้สึกดีขึ้นเยอะเลย แต่นั่นมันคุ้นๆนะ..

 

คิมเดินอยู่กับทีน่าอยู่ที่อีกฟากนึงของถนน แล้วสองคนนั้นอยู่ด้วยได้ยังไง? ฉันรีบหันหลังเดินเข้าไปในซอยที่มีร้านค้าเยอะๆ แล้วชะเง้อมองทั้งคู่ ซึ่งเขากำลังเดินคุยกัน อย่างสนิทสนม ทีน่าใส่ชุดนักเรียนมัดผมเปียสองข้างเช่นเคย ส่วนคิมก็อยู่ในชุดนักศึกษา

 

เชื่อเขาเลย นี่ยังมีเรื่องอะไรอีกบ้างนะที่ฉันยังไม่รู้

 

ฉันแหงนหน้ามองฟ้าเพื่อไล่น้ำตาไม่ให้ไหล ยิ่งคิดยิ่งเจ็บปวด ยิ่งเห็นภาพยิ่งทุรนทุราน ภายในใจมันทรมานเกินจะทน ฉันกำหมัดแน่นและตรงไปยังร้านของติณห์เมื่อคิดอะไรขึ้นมาได้

 

Tin Tin Caf’e

 

บรรยากาศภายในร้านยังคงน่านั่งเหมือนที่ฉันชอบ แต่ตอนนี้ฉันไม่มีอารมณ์มานั่งเสพ บรรยากาศกับกลิ่นกาแฟ เหมือนกรีนจะรู้ เขาเห็นหน้าบึ้งๆของฉันแล้วก็เลยได้แต่ยิ้มแหยๆไม่ กล้าถามอะไรมาก พอบอกว่าอยากเจอติณห์เขาก็รีบเดินนำขึ้นไปยังชั้นสองของร้านทันที

 

“อ้าวมีน โทรไปก็ไม่รับ ไหงมาโผล่ที่ร้านได้ตั้งแต่เช้าเลยเนี่ย” ติณห์ทักยิ้มๆเมื่อเจอหน้าฉัน เหอะ ยังจะมาทำหน้าระรื่น

 

“ไงติณห์ เมื่อคืนน้องสาวนายมาฟ้องว่าไงบ้างล่ะ”

 

“น้องสาว? ทีน่าน่ะหรอ”

 

“ใช่ อย่ามาทำหน้างง เมื่อคืนโดนฉันไล่ออกจากบ้านมา ไม่ได้ร้องไห้ขี้มูกโป่งมาหานายหรอก หรอไง”
ฉันแสยะยิ้มในขณะที่เขาทำหน้างง

 

“เธอพูดอะไร ไล่ออกจากบ้านใคร ไล่ทำไม”

 

“นายอย่ามาตีหน้าซื่อไปหน่อยเลยติณห์ ก็นางเองไม่ใช่หรอที่ส่งน้องสาวนายมาอยู่ในบ้านฉัน มาคอยสาระแนเรื่องของเฮียกับฉันน่ะ”

 

“เธอว่าอะไรนะ ฉันไม่เคยทำเรื่องแบบนั้น!” เขาขึ้นเสียงใส่ พร้อมกับเดินตรงเข้ามาบีบเเขนฉันอย่างแรง
ฉันแค่นหัวเราะใส่ก่อนจะพูดต่อ

 

“หน้ากากหลุดแล้วหรือไง เลิกทำเป็นคนดีเข้าข้างฉันแล้วสินะ”

 

ติณห์ถอนหายใจก่อนจะปล่อยแขนฉันออก มือทั้งสองข้างของเขายกขึ้นเหนือหัว

 

“ฉันขอโทษ แต่จะบอกไว้เลยนะว่าฉันไม่ได้ใส่หน้ากาก แล้วก็ไม่ได้ทำตัวเป็นคนดีด้วย”

 

“ถ้านายไม่ได้แกล้ง งั้นก็บอกความจริงมา” ฉันบอกเสียงอ่อน ยอมรับเลยนะ ฉันเชื่อที่เขาพูด เพราะแค่เจอหน้าเขา ได้สบตาเขาแล้วมันทำให้ฉันเชื่อได้ไม่ยาก มันรู้สึกอบอุ่นเหมือนได้อยู่กับเพื่อนจริงๆนะ

 

“ความจริงอะไร”

 

“ก็เรื่องนายกับเฮียไง ฉันรู้มาจากเพื่อนสนิทฉันแล้วว่าพวกนายสองคนกำลังเล่นอะไรกันสักอย่างโดย
 ที่เกี่ยวกับฉัน พวกนายคงท้ากันเหมือนเคยใช่มั้ยล่ะ เดาได้ไม่ยากเลย”

 

“ฉันจะเล่าความจริงให้เธอฟัง ถ้ามันจะทำให้เธอเชื่อใจในตัวฉันอีกครั้ง” ขอโทษนะติณห์ ฉันเชื่อใจนายอยู่แล้วล่ะ คิกๆ ฉันกลั้นยิ้มให้กับการแสดงของตัวเอง ที่ทำให้เขายอมเล่าความจริงออกมาได้

 

“แต่เธอต้องบอกมาก่อนเรื่องทีน่า ทำไมน้องสาวฉันถึงไปอยู่บ้านเธอได้”

 

“ไม่รู้จริงๆหรอ” เขาพยักหน้าตอบ่ นี่เขาไม่รู้จริงๆหรอว่าน้องสาวตัวเองไปนอนค้างอ้างแรมบ้านคนอื่นมาตั้งหลายวัน เป็นพี่ที่ใช้ไม่ได้เลย

 

“ฉันบังเอิญไปได้ยินเฮียคุยกับคีย์ ว่าน้องสาวนายตามเกาะติดเฮียไปอยู่ด้วยที่บ้าน เพราะเฮียฉันหลุดปากไปชวนน้องนายมาอยู่ด้วย เพื่อที่จะให้มั่นใจว่าเฮียจะไม่วางแผนสกปรกทำร้ายนาย แถมยังสืบเอาเรื่องของฉันกับคิมไปบอกนายได้อีก ฉันก็คิดว่านายรู้เรื่องและส่งน้องนายมาสอดแนมซะอีก”

 

“นี่เธอพูดจริงหรอ” เขาทำหน้าเครียด

 

“จริงสิ จะโกหกทำไม ตอนแรกที่รู้ว่าเป็นน้องนายนี่ฉันโกรธมากๆเลยนะ”

 

“ฉันก็โกรธไอ้ธันวาที่หลอกทีน่าไปอยู่ด้วย แต่ก็นะ ทีน่าดื้อมาก อยากทำอะไรก็จะทำตามใจตัวเอง”

 

“แล้วทีนี้จะเล่าเรื่องทั้งหมดได้ยัง”

 

“ได้ๆ เรื่องมันเริ่มที่ว่า วันนั้นฉันกับธันวาบังเอิญเจอกันในผับที่หนึ่ง ฉันเห็นเธออยู่ในนั้นด้วย เธอมากับเพื่อนผู้หญิง เป็นครั้งแรกที่ฉันได้เห็นเธอหลังจากที่กัดกับธันวามาหลายปี ฉันเลยแค่ไปพูดยั่วโมโหนิดๆหน่อยๆว่าเธอสวย และน่าสนใจ ให้ระวังดีๆเพราะฉันอาจจะกลายไปเป็นน้องเขยธันวาเข้าสักวัน แต่ไอ้พี่ชายเธอ
เนี่ยมันดันบ้าคำยั่วขึ้นมาจริงๆ อยู่ๆก็มาท้าว่าถ้าฉันจีบเธอไม่ติด ฉันต้องแบ่งหุ้นกิจการรถแข่งให้ครึ่งนึง อันที่จริงสนามนั้นเป็นของพ่อฉัน ซึ่งฉันมีหุ้นอยู่ครึ่งเดียว นั่นแหละเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องทั้งหมด”

 

“นี่เอาฉันไปพนันกับหุ้นสนามรถแข่งเนี่ยนะ?!!” เขาทำปากจุ๊ๆเป็นเชิงให้เงียบเมื่อฉันเผลอ พูดเสียงดังด้วยความโมโห นี่ฉันมีค่าแค่นั้นจริงๆใช่มั้ย บอกทีว่าไอ้ธันวามันเป็นพี่ฉันจริงๆ

 

“แต่ถ้าฉันชนะ พี่เธอจะแบ่งหุ้นกิจการไร่กาแฟที่ตัวเองมีหุ้นอยู่ให้ฉันด้วยเช่นกันครึ่งนึง ฉันทำกิจการร้านกาแฟอยู่แล้ว เลยสนใจข้อเสนอนั้น ก็เลยรับคำท้า แล้วเรื่องมันก็เกิดขึ้นตอนนั้น ที่คิมอยู่ที่ผับนั่นก็ไม่ใช่เรื่องบังเอิญด้วย ธันวากับคิมรู้จักกัน เรื่องทั้งหมดที่ผับวันนั้นมันคือแผนของพวกเขา แต่เรื่องเกี่ยวกับคิมฉันไม่รู้หรอกนะ ว่าเขามาร่วมด้วยได้ยังไง ถ้าให้เดาพี่เธอคงอยากให้เธอไปรักกับคิม เพื่อที่ฉันจะไม่มีโอกาสก็เท่านั้นแหละ”

 

“เหรอ..” เสียงเบาหวิวที่ตอบรับไปส่งๆ หัวสมองฉันตอนนี้กำลังขาวโพลนไปหมด เรื่องวันนั้นที่ฉันเจอคิมวันแรกที่ผับ จริงๆแล้วมันก็เป็นแผนของเฮียกับคิมด้วย มันน่าเหลือเชื่อชะมัด

 

“แล้วที่พวกเธอแกล้งเป็นแฟนกัน เฮียเธอรู้ด้วยนั่นแหละ ฉันบอกขนาดนี้แล้วเชื่อใจกันแล้วนะ”

 

“อืม เชื่อตั้งนานล่ะ”

 

“อ้าว นี่หลอกให้ฉันบอกหรอ”

 

“อื้ม” ฉันพยักหน้าตอบ ฉันโคตรเหนื่อยเลย ทำไมเฮียทำแบบนี้กับฉันได้ ไหนจะคิมที่ตีหน้าซื่อมาหลอกกันอีก

 

“แล้วทำไมนายถึงไม่มาจีบฉันล่ะ ทำไมถึงอยู่เฉยๆได้นานขนาดนี้”

 

“เพราะแค่เห็นหน้าเธอก็หลอกไม่ลงแล้ว ฉันไม่ได้ใจร้ายขนาดนั้นนะ”

 

“ขอบใจนะ” เขายิ้มพลางยีหัวฉันไปมา จนฉันต้องตีมือเขาเพื่อให้หยุด ทำอย่างนี้ผมก็ยุ่งหมดสิ เดี๋ยวต้องไปเรียนแล้วด้วย

 

“ให้ฉันช่วยนายเอามั้ย เรามาเล่นละครบทคู่รักกันเถอะ ให้เฮียเสียหุ้นให้กับนาย ฉันจะช่วยให้นายชนะเอง”

 

“จะดีหรอ หุ้นนั่นมาจากกิจการของครอบครัวเธอนะ”

 

“ดีสิ ในเมื่อเฮียกล้าเอาหุ้นมาเสี่ยงด้วยตั้งแต่แรกอยู่แล้ว อีกอย่างฉันก็ไม่รู้ว่าจะทำยังไงกับเรื่องนี้อีกต่อไป ทางเลือกนี้แหละดีที่สุดแล้ว”

 

“เอางั้นก็ได้” ติณห์ยิ้มให้อย่างอบอุ่น อย่างนี้ค่อยมีแรงฮึดสู้หน่อย อย่างน้อยฉันก็มีแผนแก้เผ็ดพี่ชายนิสัยแย่ๆที่เอาฉันกับกิจการของที่บ้านไปเล่นพนันเพื่อความสนุกของตัวเอง

 

เฮียคอยดูนะ ถึงตามีนแล้ว!


.............................................40%....................................

 

เสียงกรี๊ดดังขึ้นเป็นระยะๆเมื่อมีคนชู้ตบาสลงห่วง หนึ่งในบรรดานักบาสมีคิมอยู่ในนั้น และนี่คือเหตุผลที่ทำให้ฉัน มานั่งทนท่ามกลางชะนีที่นั่งวี้ดว้ายอยู่ในโรงยิมของมหาลัย

 

ถ้าถามว่ามาทำไม ก็เพื่อจะเก็บเรื่องราวสุดท้ายระหว่างเราให้ได้มากที่สุด เพื่อที่ฉันจะได้ใช้เวลากับเขา
ก่อนที่เราจะกลายเป็นคนแปลกหน้าต่อกัน

 

“เหนื่อยมั้ย” คิมส่ายหน้าตอบ เสียงซุบซิบนินทาดังขึ้นเซ็งแซ่ เมื่อเขาเอื้อมมาหยิบผ้าเช็ดหน้าของฉันไปซับหน้า ฉันยิ้มให้เขากว้างๆอย่างที่อยากทำมานานแล้ว คิมเลิกคิ้วอย่างแปลกใจ ก่อนจะยีหัวฉันไปมาพร้อมกับหัวเราะ

 

ตึกตัก ตึกตัก ตึกตัก

 

อยากให้มียาที่กินแล้วสามารถตัดใจได้อย่างง่ายดาย แค่คิดถึงตอนที่เราต้องจากกันฉันก็ใจหายวาบ

 

“ไปกันเถอะ โนแอลคงเลิกเรียนแล้ว”

 

“อื้ม” เขาจูงมือฉันออกจากโรงยิม เพื่อนๆทีมบาสของเขาพากันผิวปากจนฉันต้องก้มหน้างุด เพราะความอาย เห็นอย่างนี้ก็มียางอายนะ ไม่เหมือนยัยพวกผู้หญิงนั่นที่มานั่งแหกปากตะโกนเรียกชื่อแฟนชาวบ้านเค้าหรอก!

 

และนี่ก็ทำให้ฉันรู้อีกว่าคิมน่ะฮ็อตมาก ทำไมเมื่อก่อนฉันไม่เคยรู้เลยล่ะ

 

“ยังเจ็บเท้าอยู่ใช่มั้ย ขึ้นหลังฉันมา”

 

“เห้ย! ไม่เป็นไร ลุกขึ้นเร็ว คนมองเต็มไปหมดแล้ว” ฉันดึงเขาที่นั่งย่อตัวลงตรงหน้า ท่ามกลางสายตาบรรดานักศึกษาที่เพิ่งเลิกคลาส

 

“จะขี่หลังฉันดีๆ หรือจะให้อุ้มไปจนถึงคณะแพทย์ หืม?”

 

“ขอล่ะ ลุกขึ้นมาเดินด้วยกันดีๆเถอะ ฉันอายคนอื่นนะ”

 

“แต่ฉันยอมอาย ยังดีกว่าให้เธอเจ็บ” เขาพูดน้ำเสียงจริงจัง ฉันถอนหายใจและมองเขาอย่างเหนื่อยๆ
นี่ทำไมดื้อจังเลยนะ

 

และในที่สุดฉันก็ขี่หลังเขามาจนถึงคณะแพทย์ โนแอลรออยู่ที่ห้องพยาบาลอยู่แล้ว รวมถึงเชด้วย
พอเห็นเพื่อนเขาล่ะก็อดคิดถึงวันแรกที่เจอกันไม่ได้ รวมหัวกันหลอกฉันทั้งแก๊งเลย

 

“ไปทำยังไงถึงได้แผลมาล่ะมีน ทนเจ็บหน่อยนะ” โนแอลเช็ดแอลกอฮอล์รอบๆแผลอย่างเบามือ มันแสบ
เล็กน้อย แต่ด้วยความชำนาญของโนแอล ฉันเลยไม่ได้รู้สึกเจ็บอะไรมากมาย ไม่เหมือนคิมที่แค่ยืนดูเฉยๆ
ยังเบ้หน้าราวกับมันเจ็บนักหนา บอกฉันทีว่าใครกันแน่ที่ต้องทำหน้าแบบนั้น

 

“เดี๋ยวโนแอลทำแผลให้มีนไปก่อนนะ ฉันกับคิมจะไปซื้อน้ำมาให้”

 

“น้ำอะไร นั่นไงตู้เย็น” โนแอลตอบทันควัน

 

“น้ำแอปเปิ้ล ในตู้เย็นที่นี่ไม่มี เดี๋ยวมา อย่าถามมาก” โนแอลขมวดคิ้วเล็กน้อย คิมเองก็มองเชอย่างสงสัย แต่ไม่นานก็โดนเชลากออกไป ฉันเองก็ได้แต่มองตามอย่างงงๆ ทำตัวมีพิรุธชะมัดเลย

 

“ปกติไม่เคยกินหรอกน้ำแอปเปิ้ล วันนี้ทำตัวกระแดะจริงๆ”

 

“ฉันว่าเชมีเรื่องจะคุยกับคิมมากกว่านะ เขาไม่ได้อยากไปซื้อน้ำอย่างที่บอกหรอก”

 

“เธอคิดว่างั้นหรอ” เขาหรี่ตาถามพลางทำหน้าครุ่นคิด พออยู่กับเพื่อนแล้วโนแอลไม่มีท่าทีเจ้าชู้เพลย์บอยเหมือนอย่างที่ฉันเคยเห็นเขาเวลาอยู่ข้างนอกกับคนเยอะๆเลยแหะ

 

“คิดว่าอย่างงั้นแหละ”

 

“หรือว่าจะไปคุยเรื่องพรีม” โนแอลพึมพัมเบาๆคนเดียว แต่ฉันก็ยังได้ยินอยู่ดี บอกทีว่าเขาไม่ได้จงใจให้ฉันได้ยินน่ะ

 

“ต้องใช่เรื่องพรีมแน่ๆเลย” เขาพยักหน้ารัวๆ ทำแบบนี้จงใจชัวร์ๆ งั้นก็ถามสักหน่อยแล้วกัน

 

“เรื่องพรีมอะไรหรอ?” เขาทำหน้าเหมือนตกใจที่ฉันได้ยิน ซึ่งมันก็เนียนมาก เปลี่ยนไปเรียนการแสดงจะรุ่งกว่าเป็นหมอด้วยซ้ำนะ ฉันเห็นอย่างนั้นเลยแสร้งตีหน้าซื่อถามขมวดคิ้วอย่างสงสัย ให้มันรู้กันไปเลยว่าใครเล่นละครเก่งกว่ากัน

 

“ไม่มีอะไรหรอก"

 

“แต่ฉันได้ยินนะ นายพูดถึงพรีม” เขาถอนหายใจ สองมือขยุ้มหัวตัวเองอย่างแรง เห็นแล้วเจ็บแทนเลย
เป็นอะไรของเขาล่ะเนี่ย

 

“ไม่รู้จะเล่าให้เธอฟังดีมั้ยนะ แต่ยังไงพรีมก็เป็นเพื่อนเธอ ฉันว่าฉันควรบอกเรื่องนี้ให้เธอรู้”

 

“เรื่องอะไร?” ฉันกระซิบถามเมื่อเขาขยับตัวเข้ามาใกล้ และเอามือป้องปากไว้เพื่อไม่ให้ใครได้ยิน จนฉันรู้สึกตื่นเต้นไปด้วย ทั้งๆที่คนในห้องพยาบาล ก็ไม่มีสักหน่อย เขาคงทำให้มันดูสมจริงล่ะมั้ง แต่ก็ตื่นเต้นอยู่เหมือนกัน อยากจะรู้ว่าเขาจะเล่าเรื่องโกหกอะไรให้ฟัง

 

“แต่ว่า เชก็เพื่อนฉันเหมือนกัน ไม่อยากเล่าแล้ว”

 

“อ้าว ยังไงของนาย มีอะไรจะเล่าก็เล่ามาเถอะ” ฉันพยายามกล่อม ตอนแรกก็ว่าจะแค่เล่นตามเกมเขาเท่านั้น แต่ตอนนี้อยากรู้ขึ้นมาจริงๆซะแล้วสิ

 

“งั้นพรุ่งนี้มาหาฉันตามที่อยู่นี้นะ แล้วจะเล่าให้เธอฟัง”

 

“เล่ามาตอนนี้เลย พรุ่งนี้เราจะมองหน้ากันไม่ติดแล้ว”

 

“ว่าไงนะ” บ้าจริง! ฉันส่ายหน้าเป็นเชิงว่าไม่มีอะไร เผลอหลุดปากพูดไปจนได้ เขาจะสงสัยมั้ยนะ

 

“เสร็จยังสองคนนี้ นั่งคุยอะไรกันอยู่”

 

“เสร็จแล้ว เรากลับกันเถอะ” ฉันตอบคิมที่เดินเข้ามาแต่กลับไม่มีเชมาด้วย ไปไหนของเขา หวังว่าคงไม่ไปหาพรีมหรอกนะ แค่นี้พรีมก็น่าสงสารจะแย่อยู่แล้ว เฮ้อออ..

 

“ไปสิ เจอกันที่เดิม” เขาหันไปลาโนแอลเล็กน้อย ฉันสอดที่อยู่ที่โนแอลให้ในกระเป๋าอย่างเร็ว ก่อนจะโบกมือลาเขาเล็กน้อยพอเป็นมารยาท

 

 

 

 

แสงไฟประดับประดาเต็มข้างทางยามค่ำคืน ร้านค้าหลายร้านเริ่มตกแต่งด้วยตุ๊กตาซานตาคลอส
กวางเรนเดียร์และต้นคริสต์มาส อากาศเดือนธันวาถึงจะไม่หนาวอย่างใจหวัง แต่ตอนกลางคืนก็เย็นสบายดี

 

ใบหน้าคมคายกำลังมองไปรอบๆด้วยรอยยิ้ม คิมพกกล้องมาด้วยวันนี้ ดูเหมือนจะเป็นกล้องตัวโปรดของเขา ซึ่งเขากดถ่ายรูปไปเรื่อยๆอย่างอารมณ์ดี

 ฉันก้มมองมือของเขาอย่างครุ่นคิด แล้วก็ตัดสินใจจับมือหนาแกร่งของเขาไว้ ส่งผลให้เขาละจากกล้องมาสนใจฉัน

 

“วันนี้แปลกๆนะ แถมยังชวนออกมาเที่ยวก่อนอีกด้วย” เขายิ้มพร้อมกุมมือแน่นขึ้น

 

“ก็อยากทำหน้าที่แฟนบ้าง หรือนายไม่ชอบ”

 

“ชอบสิ ชอบมากด้วย” เขาบิดจมูกฉันไปมา มันเจ็บนะเนี่ย ฉันตีมือเขาเบาๆเพื่อให้เขาปล่อย

 

“เจ็บนะ >w<

 

“ฮ่าๆ ไปดูของทางด้านนู้นกัน” และเราก็พากันไปดูของที่วางแผงขายอย่างสนใจ เราอยู่ใจกลางเมืองที่หนึ่ง คนค่อนข้างพลุกพล่านเพราะเป็นช่วงใกล้เทศกาลอย่างที่รู้ๆกัน หลายคนเลยมาหาซื้อของแฮนด์เมดจากที่นี่เยอะพอสมควร

 

ฉันเป็นคนอยากมาที่นี่ เพื่อทำหน้าที่แฟนเป็นครั้งสุดท้าย ถึงแม้จะรู้สึกหน่วงๆ แต่ฉันก็มีความสุข ใช่!
มีความสุขจริงๆ แต่ทำไมน้ำตามันจะไหลทุกครั้งที่เขายิ้มให้ก็ไม่รู้ TT

 

“ระวังหน่อยสิ” เขาโอบตัวฉันเข้าหาเมื่อมีคนเมากำลังเดินมาชน

 

“ไม่ทันเห็นน่ะ”

 

“จะไปเห็นได้ไงในเมื่อเธอมัวแต่เหม่อ ถ้าเมื่อกี้โดนชนล้มมาจะทำไง ถ้าโดนลวนลามล่ะ คราวหลังระวังตัวให้มากกว่านี้นะ” เขาพูดเสียงเข้มอย่างดุๆ จนอดอมยิ้มไม่ได้ โมเม้นต์แบบนี้ไม่ค่อยได้เห็นเท่าไหร่เลย

 

น่าเสียดายที่มันเป็นครั้งสุดท้าย

 

“นั่นไง เหม่ออีกแล้ว ทำไมไม่ตอบ”

 

“แค่ไม่อยากเถียงด้วย เราไปทางนู้นกันเถอะ” ฉันลากเขาไปยังร้านขายแหวนคู่ที่มีวัยรุ่นยืนอยู่หลายคน
ดูแล้วน่าสนใจดี ฉันคิดว่าเราควรจะมีของไว้ให้จดจำกันและกัน ให้ได้รู้ว่าครั้งนึงเราเคยเป็นแฟนกันจริงๆ
ถึงแม้ว่าเขาจะเห็นฉันเป็นแฟนหลอกๆก็ตาม

 

“ฉันอยากได้แหวนอ่ะ เรามาซื้อแหวนคู่กัน”

 

“แต่ฉันอยากได้สร้อยมากกว่า ไม่ชอบใส่แหวนเลย”

 

“แต่ฉันอยากได้แหวนอ่ะ นะๆ คิมนะ” เขาอมลมเข้าออกจนแก้มพองอย่างครุ่นคิด ดูแล้วก็เหมือนเด็กดีแฮะ

 

“แต่ใส่สร้อยไม่ดีกว่าหรอ”

 

“โห่วคิมง่ะ ใส่แหวนดีกว่า นะน้าาาา >o<” เขาหัวเราะเมื่อฉันพยายามทำหน้าแอ๊บแบ๊ว รวมถึงการเอาหน้าไปถูกับเเขนเขา นี่แหละคือสิ่งที่อยากทำมานาน ฮ่าๆ เริ่มอายเด็กวัยรุ่นแถวนี้แล้วล่ะ ยัยมีนาเอ้ย ทำไปได้ >///<

 

“ฮ่าๆ นี่เห็นแก่ความพยายามของเธอนะ เอาแหวนก็ได้ ฮ่าๆ”

 

“พอเลยหยุดขำ เดี๋ยวนี้!” ฉันขึ้นเสียงแต่ก็ไม่ได้จริงจังอะไร ว่าแต่เอาเเหวนแบบไหนดีล่ะ

 

“นายอยากได้แบบไหน”

 

“มันเยอะไปหมดเลย เธอเลือกเถอะ”

 

“ไม่เอาอ่ะ มาช่วยกันเลือกเลยเร็วๆ”

 

“เธอเลือกแหละดีแล้ว” เขาเริ่มถ่ายรูปอีกครั้ง ได้มองเขาทำในสิ่งที่รักอย่างมีความสุขแล้ว มันก็ทำให้ฉันมีความสุขตาม ไม่เคยคิดเหมือนกันว่าชีวิตนี้จะมีความรู้สึกแบบนี้กับใครสักคน

 

ฉันปล่อยให้เขาถ่ายรูปต่อไป และหันมาสนใจกับแหวนมากมายหลายแบบตรงหน้า จนไปสะดุดกับแบบที่ธรรมดาที่สุด ไม่มีความโดดเด่นอะไรมากมาย แต่ฉันว่ามันสวยแบบเรียบๆดี

 

“เลือกได้หรือยังครับ” เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นพร้อมคำว่า ครับ ลงท้ายทำเอาฉันหน้าร้อนขึ้นมา ยิ่งเขาเอาคางมาเกยไหล่พร้อมกับลมหายใจอุ่นๆเป่ารดต้นคอยิ่งทำให้เขินมากขึ้นไปอีก

 

นี่ฉันจะหน้าแดงมั้ยเล่าเนี่ย ได้อายเขาแย่ >///<

 

“ได้แล้ว นี่ไง” นิ้วชี้เรียวชี้ไปทางแหวนที่มองเอาไว้ แต่ก็ต้องชักกลับแทบไม่ทันเมื่อเขาเอี้อม ตัวไปงับนิ้วชี้ของฉันเบาๆ

 

“เดี๋ยวนายจะโดน” เขาหัวเราะยิ้มๆจนตาหยี ฉันเลยหยิกแก้มเขาไปทีนึงแรงๆ ฮ่าๆ สมน้ำหน้า

 

“ฉันทำอะไรให้เธอไม่พอใจรึเปล่า บิดมาซะเต็มแรงเลย” หน้าบูดบึ้งทำเอาฉันอดใจไม่ไหว ไปลูบแก้มเขาเบาๆ เหลือบเห็นพี่คนขายแหวนมองทางเรา รวมถึงคนอื่นๆที่มาเลือกแหวนและรอช่างแกะสลักแหวนอยู่
ต่างก็มองมาทางเราอย่างยิ้มๆ

 

“เรารีบๆเลือก แล้วให้ช่างแกะกันเถอะ ฉันเริ่มเขินคนมองแล้ว”

 

“ฉันก็เขินเหมือนกัน” เขากระซิบพร้อมๆกับเกาแก้มไปมา โถ่ เห็นยิ้มหน้าระรื่นได้ไม่มีปัญหา ที่แท้ก็กำลังเขินเหมือนกันนี่เอง

 

แหวนเงินแท้ฝังเพชรสังเคราะห์ธรรมดาๆสวมอยู่ที่นิ้วของเราทั้งคู่เรียบร้อย ด้านในแหวนที่คิมใส่สลักคำว่า Mina♥Kim ซึ่งเป็นแหวนตัวแทนของฉัน ส่วนของฉันคือ Kim♥Mina ซึ่งก็เป็นตัวแทนของเขามาอยู่ที่ฉันนั่นเอง

 

มือของเราทั้งคู่ยังคงจับประสานกันเอาไว้แน่นไม่มีหลุด คิมเองก็หันมายิ้มให้ตลอดๆ รวมถึงฉันเองก็ยิ้มตอบกลับ ซึ่งมันเป็นวันแรกเลยที่ได้ยิ้มให้เขาบ่อยขนาดนี้

 

“เราไปถ่ายรูปคู่ตรงต้นคริสต์มาสต้นนั้นกันเถอะ”

 

“ไปสิๆ” เราต่างลากกันไปตรงนู้นที ตรงนั้นที จนเริ่มเหนื่อย ข้าวของก็เต็มไม้เต็มมือ ส่วนใหญ่จะมีแต่ของฉันทั้งนั้นเลย ก็ของแฮนด์เมดแล้วก็ของจุกจิกมันน่ารักล่อตาล่อใจนี่นา

 

จนในที่สุดก็พากันไปนั่งพักเหนื่อยที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งมีคนมานั่งรับลมกันประปราย บางคนถึงกับหิ้วเสื่อมากางกินอาหารกันเลยด้วย อากาศแถวนี้เย็นสบายดีจริงๆเลย

 

คิมยังคงถ่ายรูปไม่เลิก แรกๆฉันก็ไม่ค่อยยอมเวลาเขาถ่ายรูปฉัน แต่ตอนนี้อยากจะถ่ายอะไรก็ถ่ายไปได้เลยตามสบาย เหนื่อยจะห้ามแล้วจริงๆ เห็นอย่างนี้เขาก็ดื้อเหมือนกันนะเออ

 

“คริสต์มาสเรามาที่นี่กันอีกดีมั้ยมีน ฉันเริ่มชอบแถวนี้แล้วสิ ยิ่งช่วงนี้มีแสงไฟสวยด้วย เหมาะกับการมาเดินเล่นถ่ายรูปมาก”

 

คริสต์มาสหรอ ถึงตอนนั้นเรื่องระหว่างเราคงจบไปแล้วล่ะ

 

“ว่าไงล่ะ เงียบทำไม”

 

“เปล่าๆ ถ้าอยากมาก็มาสิ” ฉันยิ้มตอบแบบกำกวม

 

“ดีเลย เดี๋ยววันนั่้นฉันจะใช้เลนส์ตัวอื่น รับรองได้รูปสวยๆเพียบ”

 

“อื้ม” ถ้านายอยากมานายก็มาคนเดียวสิ แบบนี้ตังหากที่ฉันหมายถึง แต่ดีแล้วที่เขาไม่ทันได้คิดถามอะไรต่อมากมาย ให้เขาเข้าใจไปแบบนั้นแหละดีแล้ว

 

“มีน” เสียงเรียกดังใกล้มากจนฉันตกใจหันไปมอง ใบหน้าเขาอยู่ใกล้กับฉันมาก ชนิดที่ว่าลมหายใจของเราเป่ารดกัน

 

เขาค่อยๆขยับเข้ามาใกล้จนปลายจมูกของเราชนกัน คิมมองตาฉันอย่างมีความหมาย ซึ่งมันก็ทำให้ฉันเผลอคิดไปไกลในความหมายของดวงตาคู่นี้

 

มันเหมือนว่าเขากำลังบอกรักฉัน แต่มันจะเป็นไปได้หรอ..

 

ฉันหลับตานิ่งรอรับสัมผัสที่เขาจะมอบให้ สองมือกำชายเสื้อตัวเองไว้แน่นอย่างตื่นเต้น จนมันชื้นเหงื่อไปหมด เขาค่อยๆเข้ามาใกล้เรื่อยๆ ฉันสัมผัสได้จาดลมหายใจของเขา แต่แล้วก็..

 

ตือดึง! เสียงเข้าข้อความไอโฟนของฉันดังขึ้น คิมสบถเบาๆในขณะที่ฉันลืมตาขึ้นมา ใบหน้าเขายังคงอยู่ใกล้เช่นเคย

 

ฉันขยับออกมาอย่างเขินเล็กน้อย เอาแต่ก้มหน้างุดไม่กล้ามองหน้าเขา และหยิบไอโฟนขึ้นมาอ่านข้อความ

 

“เฮียธันบอกให้กลับบ้านได้แล้ว เรากลับกันเถอะ”

 

“พี่เธอเนี่ยขัดจังหวะจริงๆเลย” เขาบ่นแต่ก็ลุกขึ้นยืน และดึงฉันให้ลุกตามไปด้วย เราเอื้อมมืมมาจับกันอย่างอัตโนมัติ เขาหันมายิ้มให้ฉันอย่างอารมณ์ดีและขยี้หัวฉันไปมาจนมันยุ่งเหยิง

 

“ไอบ้าคิม!!

 

“ฮ่าๆๆ” เขาหัวเราะชอบใจใหญ่เลย เมื่อทำให้ผมฉันยุ่งไปหมด ก่อนจะโอบฉันไว้แล้วจัดทรงผมให้ใหม่

เสียงหัวใจฉันเต้นแรงอย่างตื่นเต้นเมื่อได้อยู่ใกล้ชิดเขา มันรู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก แต่พอนึกว่าวันนี้เป็นวันสุดท้ายระหว่างเรา มันก็ทำให้ใจฉันเต้นแผ่วเบาลง

 

ความเจ็บปวดจากอกด้านซ้ายมันยากเกินจะบรรยาย วันนี้เพิ่งเข้าใจคำว่ายิ้มทั้งน้่ำตา ทุกสัมผัส ทุกคำพูด ทุกการกระทำของนาย ฉันจะจดจำเอาไว้ตลอดไป

 

เพราะวันพรุ่งนี้นายคงจะเกลียดฉัน และไม่มีวันทำดีกับฉันได้อีกต่อไป เรื่องของเรามันเดินทางมาถึงตอนจบแล้วจริงๆ

 

 

 

 


TALK:
ในที่สุดมีนก็รู้ความจริงสักที เรื่องจริงๆแล้วไม่ได้มีอะไรซับซ้อนอย่างที่หลายๆคนคิดเลยค่ะ
มันก็แค่ธันวาตัวแสบไปท้าติณห์เท่านั้นเอง แสบจริงๆเลยพี่ชายคนนี้

แล้วตอนหน้าจะเกิดอะไรขึ้น มีนหมายถึงวันสุดท้ายกับคิมคืออะไร มาลุ้นกันนะคะ
ไรต์จัดตอนท้ายๆให้สวีทกันหน่อย ก่อนจะดราม่า 55555
ปล.ใกล้จบแล้วขอกำลังใจหน่อยค่า รวมถึงนักอ่านเงา ไรต์ใจดีออกมาโผล่ตอนนี้ยังทันน้าาา♥


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

122 ความคิดเห็น

  1. #99 noowiwie (@wiwie-nmk21) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2557 / 17:08
    หน่วงอย่างบอกไม่ถูก..
    #99
    0
  2. #98 เป๊ปซี่น้อย (@pepsi06) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2557 / 04:54
    พรุ่งนี้มีนจะคบกับติณเหรอ
    #98
    0
  3. #97 Som Na Kub (@sosolovenovel) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2557 / 21:21
    โท่ ถถถถถ ไอ้เราก็นึกว่าติณเลว -3- ตอนนี้รู้สึกรักติณกับสงสารคิมล่ะ T3T หนูล่ะเบื่อเฮียธัน! เชอะ
    #97
    0
  4. #96 Lisa William (@lisawilliam-1997) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2557 / 09:46
    ไอโฟนเคสคูมะสีน้ำตาลนี่คุ้นๆนะไรท์
    #96
    0
  5. #95 เป๊ปซี่น้อย (@pepsi06) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2557 / 21:00
    ถึงทีมีนเอาคืนแระใช่ไหม 555
    #95
    0