The last one กับดักรักร้าย คุณชายสองหน้า

ตอนที่ 18 : Ch.16 ตัดขาด 120%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 886
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    26 ธ.ค. 57

 








 

เวลาแห่งความสุขมักผ่านไปเร็วเสมอ วันนี้แล้วสินะที่ฉันจะได้เอาคืนพี่ชายตัวดีสักที ถึงแม้จะต้องเจ็บปวดแค่ไหน แต่ฉันก็เลือกแล้ว มันถึงเวลาที่เฮียธันจะต้องเจ็บปวดบ้าง!

 

“เธอพร้อมนะ”

 

“อืม พร้อม!” เราทั้งสองขยับเสื้อคู่รักที่เพิ่งซื้อมาใส่หมาดๆจากแผงข้างทาง ติณห์ใส่เสื้อสีดำลายมิกกี้เมาส์ ส่วนฉันก็สีขาวลายมินนี่เมาส์ ดูแล้วก็น่ารักไม่หยอก

 

 

เราทั้งคู่ยืนอยู่หน้าบ้านที่ด้านในมีเฮียธันกับคิมอยู่ เขาส่งข้อความมาบอก เมื่อเช้าว่าจะมาเล่นเกมกับเฮียธัน ฉันจึงไม่รอช้ารีบออกไปหาติณห์เพื่อวางแผนทันที ตอนแรกเรากะจะเปิดตัวตอนเย็นๆ จะได้มีเวลาปรึกษาหารือกันเล็กน้อย แต่คงไม่ทันแล้วล่ะ

 

“เราเข้าไปกันเถอะติณห์”

 

“มั่นใจนะว่าจะไม่ร้อง”

 

“ทำไมฉันต้องร้อง” เขายกมือขึ้นบังแดดให้ฉัน แล้วถอนหายใจเบาๆ ถามแค่นี้ทำหน้าเหนื่อย ชริ!
ฉันแลบลิ้นใส่แล้วไม่รอคำตอบจากเขา เปิดประตูบ้านเข้าไป เสียงทีวีดังระหึ่มตามปกติของที่นี่ เมื่อเฮียธันอยู่บ้าน คอยดูเถอะ เดี๋ยวจะดังไม่ออก

 

“ไปไหนมา คิมมารอตั้งแต่เช้าแล้วเนี่ย” เฮียทักทันทีเมื่อเห็นฉันเดินเข้ามา ทั้งๆที่สายตายัง ไม่ละออกจากหน้าจอเกม คิมหันมายักคิ้วให้แล้วยิ้มพร้อมๆกับมือที่กดจอยเกมยิกๆ เล่นกันเข้าไป เล่นไปก่อนที่จะไม่ได้เล่น หึ

 

“พอดีมีนออกไปเดทมาน่ะ ไม่มีเวลามาสนใจคิมหรือใครหรอก”

 

“พูดอะไรของแก มาๆนั่งเล่นด้วยกันป่ะ”

 

“ไม่ล่ะ” เฮียยังคงไม่สนใจ แถมยังอยากให้ไปเล่นด้วยอีก ในขณะที่คิมเลิกคิ้วหรี่ตามองอย่างจับผิด

 

“แปลกๆนะ” เขาพูด แล้วในวินาทีต่อไปก็ขมวดคิ้วแน่นเมื่อติณห์เดินเข้ามายืนข้างๆฉัน

 

“มึงมาได้ไง!!

 

“เฮีย!” ฉันรีบเข้าไปห้ามเฮีย ที่พอเห็นติณห์ก็วิ่งปรี่เข้ามากระชากคอเสื้อติณห์อย่างรวดเร็ว คิมยืนมองเฉยๆ แต่สายตาที่ว่างเปล่านั้นมันทำเอาฉันหายใจติดขัด

 

“ทำไมจะมาไม่ได้วะ บ้านแฟนกู” เขาตอบและเดาะลิ้นอย่างกวรประสาท เฮียขบฟันแน่นจนเส้นเลือดขึ้นอย่างน่ากลัว ฉันเริ่มกลัวขึ้นมานิดๆ เปลี่ยนใจตอนนี้ก็ไม่ทันแล้วด้วยสิ

 

“มึงว่าไงนะ ใครแฟนมึง!

 

“ก็มีนไง”

 

“หมายความว่ายังไงยัยมีน?” เฮียหันมาจ้องฉันอย่างเอาเรื่อง คิมเองก็มองอย่างรอคำตอบ สถานการณ์แบบนี้ถึงรู้ว่าจะเจอแต่ก็ทำใจลำบากกว่าที่คิด จ้องแบบนี้อดไม่ได้เลยที่จะประหม่า ฉันกำมือแน่นก่อนจะรวบรวมความกล้าตอบ

 

“ก็อย่างที่ติณห์บอก เราเป็นแฟนกัน และคบกันก่อนที่มีนจะรู้จักคิมด้วยซ้ำ”

 

“ว่าไงนะ..” เฮียเอ่ยเสียงเบาอย่างไม่เชื่อหู มือทั้งสองข้างปล่อยจากคอเสื้อติณห์ คิมเดินเข้ามากระชากแขนฉันอย่างเร็วจนฉันเองยังตกใจ แต่ติณห์ก็ไวเช่นกันคว้าแขนฉันกลับไปได้ ติณห์ผลักฉันไปยืนข้างหลังเขา ในขณะที่คิมมองหน้าติณห์อย่างไม่พอใจ เขากำมือทั้งสองข้างแน่นอย่างควบคุมอารมณ์โกรธ

 

ส่วนเฮียธันก็ยังคงทำหน้าไม่เชื่ออยู่อย่างนั้น คงช็อคมากเลยล่ะสิ หึ!

 

“มึงปล่อยมีนมาคุยกับกูก่อน”

 

“มึงไม่มีสิทธิ์อะไรมาคุยกับแฟนกู”

 

“กูบอกว่าให้มีนมาคุยกับกูไง” คิมกดเสียงต่ำอย่างไม่ยอมแพ้ ทั้งคู่มองหน้ากันอย่างไม่มีใครยอมใคร บรรยากาศเริ่มตึงเครียดขึ้นเรื่อยๆ พวกเขาต่างจ้องกันอย่างไม่ยอมแพ้

 

“แต่กูุมีสิทธิ์จะคุยกับน้องกูใช่มั้ย”

 

“มีค่ะ แต่ถ้าเฮียจะคุยก็คุยตรงนี้ มีนจะอยู่กับติณห์”

 

“ยัยมีน!” เฮียตะคอกใส่เสียงดัง ฉันกำชายเสื้อติณห์ไว้แน่นด้วยความกลัว TT เฮียหน้าแดงอย่างโกรธ เส้นเลือดขึ้นปูดตามใบหน้า ฉันไม่เคยเห็นเฮียโกรธขนาดนี้มาก่อนเลยจริงๆ

 

แต่ฉันเองก็ควรจะโกรธเหมือนกันใช่มั้ย ที่ถูกหลอกเหมือนกับคนโง่คนหนึ่ง ทั้งๆที่ฉันเป็นน้องสาวฝาแฝดที่เกิดโตกันมาทั้งชีวิต แต่เขากลับเอาฉันไปท้าพนันกับคนอื่นแบบนี้ ใครกันแน่ที่สมควรโกรธ

 

“เฮียอย่ามาตะคอกใส่มีนนะ มีนผิดตรงไหนถ้าจะคบกับติณห์”

 

“ผิดที่เป็นมันไง มีนจะคบกับใครก็ได้ที่ไม่ใช่มัน และไหนจะคิมอีก มีนเอาคิมไปไว้ที่ไหน”

 

“นั่นสิ เธอเอาฉันไปไว้ที่ไหน” คิมพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา หน้าตาไร้อารมณ์ แต่ในดวงตาของเขามันตัดพ้ออยู่ในที เหอะ เขายังจะกล้าเล่นละครอยู่อีก

 

“เอาไปไว้ที่ไหนหรอ? ทำไมมีนจะไม่รู้ว่าเฮียกับคิมรวมหัวกันหลอกมีน เพราะเฮียอยากจะเอาชนะติณห์ แต่มีนจะบอกให้ว่าที่จริงแล้วมีนกับติณห์คบกันมาตั้งนานแล้ว และเฮียก็อย่ามาพูดว่าเป็นใครก็ได้ที่ไม่ใช่ติณห์ เพราะทั้งชีวิตที่ผ่านมาเฮียเที่ยวกันผู้ชายทุกคนออกจากชีวิตมีนหมด แม้แต่เพื่อนในห้องเฮียยังตามไปต่อยเค้าเพราะเค้ามาแตะตัวมีน ตั้งแต่วันนี้มันจะพอแล้ว เฮียเลิกมาบังคับมีนเถอะ”

 

“พูดอะไรออกมารู้ตัวบ้างมั้ย มีนก็รู้ว่าที่เฮียทำไปเพราะเฮียรักมีน พวกผู้ชายมันก็เลวเหมือนกันโดยเฉพาะคนอย่างไอ้ติณห์ แต่คิมไม่ มีนเชื่อเฮียนะว่าคิมไม่ใช่คนแบบนั้น เราไม่ได้รวมหัวกันหลอกมีนเลย”

 

“พอได้แล้วค่ะ มีนเบื่อจะฟังคำโกหก เฮียก็รู้ว่าคนเป็นแฝดกันเวลาโกหกส่วนใหญ่เราจะรู้กันอยู่แล้ว
ว่ามันเป็นเรื่องโกหก เพราะฉะนั้นเฮียเลิกยุ่งกับมีน ปล่อยให้มีนคบกับติณห์เถอะนะคะ”

 

“มีนก็โกหกเฮียไม่ได้เหมือนกัน จริงๆแล้วมีนไม่ได้คบกับไอ้ติณห์ เฮียรู้น่า”

 

“หึ ถ้าเฮียไม่เชื่อ มีนจะพิสูจน์ให้ดูก็ได้ค่ะ” ฉันจับบ่าติณห์เอาไว้ข้างหนึ่ง ก่อนจะเขย่งตัวไปให้หน้าอยู่ในระดับเดียวกับเขา เหมือนเขาจะตกใจมาก เพราะเขามองฉันตาโตอย่างไม่เชื่อ

 

ฉันเหลือบไปมองคิม เหมือนเขาจะบอกว่าอย่าทำอะไรก็ตามที่ฉันกำลังจะทำ ฉันรู้สึกจริงๆว่าเขากำลังบอกฉันอย่างนั้นผ่านสายตาและใบหน้านิ่งเงียบนั้น

 

“ยะ ยัยมีน แกจะทำอะไร!

 

“ก็เฮียไม่เชื่อไง มีนกับติณห์ก็จะพิสูจน์ให้ดู ว่าเรารักกันจริงๆ เนอะติณห์ ^^” ว่าแล้วฉันก็ประคับประคองมือเอาสั่นเทาของตัวเองไปทาบแก้มทั้งสองข้างของติณห์ เขากลืนน้ำลายลงคออย่างไม่เชื่อว่าฉันจะทำแบบนี้

 

ฉันค่อยๆโน้มหน้าไปใกล้ติณห์เรื่อยๆ ภายในหัวสมองมันตื้อไปหมด ใจก็อยากหยุดเสียตอนนี้ แต่มันก็หยุดไม่ได้

ก่อนที่ริมฝีปากของฉันกับติณห์จะชนกัน แรงกระชากจากด้านหลังก็ทำเอาตัวฉันปลิวตามไปอย่างง่ายดาย

 

เป็นคิมนั่นเอง เขาหน้าบึ้งตึ้งลากฉันออกจากบ้าน ติณห์ที่กำลังจะตามมาถูกเฮียธันดึงเอาไว้ก่อน
บ้าจริง! ฉันไม่อยากอยู่กับคิมสองต่อสองนะ

 

กลัวใจตัวเองเหลือเกิน กลัวว่าจะใจอ่อนบอกความจริงกับเขา กลัวว่าจะได้ยินคำโกหกจากปากของเขาอีก ถึงแม้ว่ามันจะทำให้รู้สึกดี แต่มันก็เจ็บปวดไปพร้อมๆกันกับคำพูดและการกระทำเสเเสร้งของเขา
ทำเหมือนว่าเขารักฉัน...

 

“เจ็บนะ ปล่อย” ฉันบิดแขนตัวเองออก แต่ก็ไม่เป็นผล คิมกลับบีบข้อมือฉันแน่นขึ้นไปอีก จนน้ำตาคลอเพราะความเจ็บและน้อยใจ

 

เขาเห็นฉันเป็นตัวอะไร นึกจะทำอะไรก็ทำ ไม่เคยสนใจใยดีความรู้สึกฉันเลยสักนิด

 

“กำลังเล่นอะไรอยู่ ห๊ะ!” เขาผลักฉันไปกระแทกกับรถของเขาอย่างเเรง เจ็บแปลบเหมือนกระดูกจะหักเลยล่ะ ทีเมื่อวานนายยังทำตัวดีๆอยู่เลย พอวันนี้ฉันแค่รู้แผนการของนาย ทำให้นายเปิดเผยตัวตนที่แท้จริงออกมาเลยสินะ

 

“ไม่ได้เล่นอะไร ก็อย่างที่พูดไปทั้งหมดนั่นแหละ อีกอย่างนะ นายอย่ามาขึ้นเสียงใส่ ฉันไม่ชอบ”

 

“ฉันไม่เชื่อหรอกนะ ว่าเธอจะคบกับมันจริงๆ เพราะเธออยู่ในสายตาฉันตลอดเวลา”

 

“ตลกแล้ว นายไม่ได้ตัวติดอยู่กับฉันตลอดเวลาสักหน่อย”

 

“อย่าคิดว่าเธอรู้อะไร เพราะจริงๆแล้วเธอไม่รู้มันเลยสักนิด”

 

“นายจะพูดอะไร อย่ามาอ้อมค้อม ฉันไม่เข้าใจหรอกนะ” เขาแค่นหัวเราะก่อนจะเตะรถตัวเองอย่างแรง

 

เริ่มจะกลัวขึ้นมาจริงๆแล้วนะ นี่ถ้าเปลี่ยนจากรถเป็นฉันคงเละไปแล้ว

 

“ฉันให้โอกาสเธอตอบคำถามอีกครั้ง ว่าที่ผ่านมาเธอไม่ได้รู้สึกอะไรกับฉันเลยใช่มั้ย เธอคบอยู่กับไอ้ติณห์จริงๆใช่มั้ย” สองมือเขาจับมือฉันอย่างแผ่วเบา สายตาที่มองมาอย่างอ้อนวอนในคำตอบ เล่นเอาฉันชะงักไปครู่หนึ่ง

 

ถ้าฉันตอบตามความจริงแล้วอะไรๆมันจะเปลี่ยนไปมั้ย นายจะรักฉันมั้ย..

 

“ใช่ ฉันไม่ได้รู้สึกอะไรกับนายเลยสักนิด ก็แค่เล่นละครตามเกมของพวกนาย เหมือนที่นายเองก็เล่นละครหลอกฉันนั่นแหละ และฉันก็คบกับติณห์มาก่อนจะเจอกับนายด้วยซ้ำ พอใจในคำตอบแล้วหรือยัง”

 

“งั้นที่ผ่านมาฉันก็ทำเพื่อผู้หญิงหน้าโง่คนหนึ่งเท่านั้น” น้ำเสียงนิ่งติดเย็นชาทำเอาฉันใจหาย แล้วที่เขาพูดนี่มันหมายความว่ายังไง

 

“นายหมายความว่ายังไง?

 

“ตั้งแต่วันนี้เราจะไม่เกี่ยวข้องอะไรกันอีก ขอให้เธอโชคดีกับไอ้หมอนั่นนะ” ว่าแล้วก็เดินล้วงกระเป๋าขึ้นรถไป ใบหน้าของเขานั้นนิ่งเสียจนไม่มีความรู้สึกอะไรทั้งนั้น

 

นี่สินะ ความจริงที่ฉันต้องยอมรับ แต่นายกลับมาได้มั้ย มาถามอีกครั้ง ฉันจะได้บอกความจริง แค่นายเดินกลับมา ฉันจะไม่ลังเลที่จะบอกความจริงทุกอย่างเลย ภาพที่เขากำลังเดินจากไปมันบีบเค้นหัวใจจนปวดหนึบๆ การที่ได้รู้ว่าเขาไม่รักว่าเจ็บปวดแล้ว แต่การที่เขาเมินเฉยนั้นเจ็บปวดยิ่งกว่า

 

แววตาที่ไม่มีความรู้สึกนั้นมันน่ากลัวมาก อย่างน้อยก็อย่ามองฉันแบบนั้นได้มั้ย..

 

“เธอโอเคนะ” แรงแตะที่ข้อมือทำให้รู้ว่าติณห์ออกมายืนข้างกันแล้ว ฉันพยักหน้าตอบเขา

 

“อืม ว่าแต่เฮียล่ะ”

 

“พังบ้านเละแล้ว ไปที่ร้านก่อนมั้ย กลับเข้าไปตอนนี้ก็คงทะเลาะกันยาว”

 

“ก็ดี” ฉันตอบอย่างเหนื่อยอ่อน ติณห์จับบ่าให้กำลังใจ รอยยิ้มของเขาในตอนนี้มันทำให้รู้สึกดีมากที่สุด อย่างน้อยก็ยังมีใครสักคนยิ้มให้ฉันอยู่ล่ะนะ

 

 

 

เสียงเครื่องปรับอากาศปะปนกับเสียงเครื่องบดกาแฟที่ร้านของติณห์ ชวนทำให้เงียบชอบกล เนื่องจากตอนนี้เป็นเวลาที่นักเรียนและคนทำงานส่วนใหญ่ยังคงทำหน้าที่กัน เลยไม่มีแขกในร้านสักคน ยกเว้นฉันที่นั่งหน้าระห้อยอย่างหมดอาลัยตายอยาก กับกรีนที่ขัดเช็ดถูร้านอย่างขยันขันแข็ง

 

ส่วนติณห์ก็หายไปทำธุระได้สักพักแล้ว เฮ้อ ไม่รู้ทำไมตอนนี้ฉันโคตรเหนื่อย ทะเลาะกับเฮียไม่พอ
เรื่องของคิมก็วนเวียนอยู่ในหัวตลอดเวลา

 

มันเป็นเรื่องที่ยากจริงๆ วันนี้ฉันเข้าใจแล้วว่าทำไมคนเราถึงได้จะเป็นจะตายเมื่อเลิกกับคนรัก ถึงแม้ที่ผ่านมาจะเป็นแค่ฉันที่รักเขาข้างเดียวก็ตาม

 

แต่การที่จะไม่ได้พูดคุยกันอีกต่อไปแล้วมันก็ปวดหนึบๆที่หัวใจอย่างอธิบายเป็นคำพูดไม่ได้ รู้แค่ว่ามันเจ็บปวดมาก มันมากจนเกินจะทนไหว

 

และไม่ทันรู้ตัวน้ำตามากมายก็ไหลพรูอาบแก้ม เป็นกรีนนั่นเองที่เดินเข้ามายื่นผ้าเช็ดหน้าให้ พร้อมกับนมอุ่นๆหนึ่งแก้ว มันเป็นเรื่องที่ตลกมากจริงๆ ในเวลาแบบนี้ฉันควรไปหาเพื่อนสนิท หรือใครสักคนที่รู้จักกันมานาน

 

แต่ดันมานั่งกับกรีนที่ร้านติณห์ซะได้ เฮ้อออ มันชวนปวดหัวจริงๆเลยชีวิตฉันตอนนี้

 

เสียงกระดิ่งหน้าร้านดังขึ้นหลายต่อหลายครั้ง ฉันยังคงนั่งนิ่งอยู่ที่มุมเดิมของร้านพร้อมกับแก้วนมอุ่นแก้วเเล้วแก้วเล่าที่กรีนชงมาให้

 

จนใครสักคนเดินเข้ามานั่งลงตรงหน้า นานมากกว่าสิบนาที ฉันจึงตัดสินใจเงยหน้ามองอย่างหมดความอดทน

 

“โฮย่า..” คิ้วหนาเลิกขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะมองฉันอย่างเหนื่อยหน่าย

 

“ได้ยินว่าทะเลาะกับธัน แต่ไม่คิดว่าจะเป็นเอามากขนาดมานั่งใจลอยอยู่ในร้านกาแฟ แถมซัดนมแทนเหล้าเป็นแก้วๆขนาดนี้ คงเป็นเพราะคิมด้วยสิท่า”

 

“อย่าพูดชื่อคิม”

 

“ไม่รู้จะพูดอะไรกับเธอเลยว่ะ” เขาขมวดคิ้วอย่างอารมณ์เสีย จนฉันรู้สึกโมโห อยู่ๆก็เดินเข้ามา ไม่มีปลอบใจอะไรสักคำ แถมยังมาอารมณ์เสียใส่ มันใช่มั้ยเนี่ย หึ่ยยย

 

“อะไรของนายวะโฮย่า ถ้าจะมาแล้วพูดแย่ๆแบบนี้ก็ไปเถอะ” 

 

“เฮ้อ เธอมันไม่เคยรู้อะไรเลย” เขาถอนหายใจ กรีนมองมาเป็นระยะๆเหมือนกลัวเราจะทะเลาะกัน ทำให้ฉันต้องเบาเสียงตัวเองลง

 

“ก็ใช่ไง ฉันมันไม่เคยรู้อะไรเลย วันๆก็เหมือนคนโง่ให้คนนู้นคนนี้หลอก”

 

“ฉันไม่ได้หมายถึงเรื่องนั้น แต่เรื่องคิมต่างหากล่ะ หมอนั่นมันไม่ได้หลอกเธอ จำได้มั้ยที่ฉันบอกว่าคิมรักเธอน่ะ”

 

“พอได้แล้วโฮย่า ถ้ายังเห็นว่าฉันเป็นเพื่อนอยู่ก็เลิกพูดจาไร้สาระได้แล้ว!

 

หมดกันแล้วความอดทน ฉันลุกขึ้นเดินหนีเข้าออกจากร้านไป ให้ตายเถอะถ้าจะทำตัวเข้าข้างคิมขนาดนี้นะ บอกทีเถอะว่าเขาเป็นเพื่อนฉันหรือคิมกันแน่

 

 

 

 

การมาเรียนเองไม่ง่ายอย่างที่คิดอีกต่อไป บ้านหลังเล็กๆที่เคยอยู่กันสองคนพี่น้อง วันนี้ทำไมพออยู่คนเดียวแล้วบ้านมันใหญ่กว่าที่เคย ฉันเดินเหม่อเงียบๆเข้าคณะคนเดียว พร้อมกับคิดเรื่องพวกนี้วกไปวนมา

 

ไม่รู้ว่าเฮียหายไปไหน ตั้งแต่วันนั้นฉันก็ไม่เห็นเขาอีกเลย เช่นเดียวกับคิมที่หายไปอย่างไร้วี่แวว

 

เอาตรงๆนะ ที่พยายามจะลืมคิม และลบเขาออกไปมันทำไม่ได้ง่ายๆเลย ตลอดเวลาฉันยังคงคิดถึงเขาอยู่

 

ชีวิตที่ไม่มีคิมนี่มันอยู่โคตรยากเลย ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้ก็อยู่มาได้โดยไม่มีเขา แล้ววันนี้มาสำออยอะไรก็ไม่รู้ โคตรรำคาญตัวเองเลย

 

แค่คิดน้ำตาก็คลอสองเบ้าตาจนร้อนผ่าว ฉันเงยหน้าขึ้นมองฟ้าเพื่อไล่น้ำตาออกไป ตั้งแต่เกิดมานี่เป็นเรื่องเเรกเลยจริงๆ ที่ทำให้ฉันอ่อนแอได้ขนาดนี้

 

“อ้าวมีน มีเรียนหรอ”

 

“อืม นายล่ะเช”

 

“ก็เหมือนกัน ว่าแต่พรีมไปไหนล่ะ ไม่เห็นเลย”

 

“ยังไม่เห็นเหมือนกัน ขอตัวนะ” เชยิ้มให้อย่างเหนื่อยๆ ยังมีหน้ามาทักกันอีกนะ เหอะ จริงๆแล้วจะมาหาพรีมก็บอก จะว่าไปฉันไม่ได้คุยกับพรีมมาเกือบสองวันแล้วด้วยสิ จะเป็นอะไรรึเปล่านะ...

 

 

 

เสียงรองเท้าผ้าใบของฉันกระทบกับพื้นส่งเสียงดัง แต่ก็ไม่มีใครสนใจมากนัก เพราะนักศึกษาบางคนก็มักจะชอบทำกันแบบนี้เป็นประจำ  

 

หลังจากเอะใจเเปลกๆเกี่ยวกับพรีม เลยโทรไปหาแต่ยัยนั่นก็ไม่รับเลย ทำให้ใจร้อนอยากเจอเดี๋ยวนี้เลย หวังว่าพรีมคงถึงคลาสแล้วนั่งจองที่ติดหน้าต่างเหมือนเคยนะ

 

แต่แล้วก็ไม่ มีเพียงโฮย่าที่นั่งฟังเพลงเงียบๆคนเดียว ฉันหันซ้ายขวามองรอบๆก็ไม่เจอพรีมเลย ไม่รู้หายไปไหนอีกแล้ว

 

“เป็นอะไรหรือเปล่ามีน”

 

“ไม่หรอก ว่าแต่ส้มเห็นพรีมบ้างมั้ย” ฉันถามเพื่อนร่วมห้อง

 

“พรีมหรอ เห็นเมื่อวานก่อนนะ มาทำเรื่องลาออกไปแล้ว มีนไม่รู้เรื่องเลยหรอ”

 

“ลาออก?!!

 

“อื้ม” ส้มพยักหน้าอย่างมั่นใจ ฉันกดโทรหาพรีมอีกครั้ง ภายในหัวตีกันยุ่งเหยิงไปหมด พรีมเนี่ยนะลาออก ทำไมไม่ปรึกษาฉันเลย

 

“เป็นอะไร” โฮย่าเงยหน้าขึ้นมาถามและรอฟังอย่างตั้งใจ ฉันถอนหายใจก่อนจะนั่งลงข้างๆเขา

 

“พรีมลาออกไปแล้ว นายรู้เรื่องอะไรบ้างมั้ย”

 

“ไม่รู้เลย ทำไมถึงลาออกได้ล่ะ เธอสิน่าจะรู้เยอะกว่าฉัน” เขาถอดหูฟังออก ดูแล้วคงจะตกใจไม่น้อยไปกว่าฉันหรอก ที่อยู่ๆพรีมก็ลาออกแบบไม่บอกกันเลยอย่างนี้

 

“ถ้าให้เดาคงเป็นเรื่องคีย์กับเช แต่ถึงขั้นลาออกนี่คงมีอะไรที่ฉันไม่รู้อีกแน่ๆ”

 

“คีย์กับเช?” โฮย่าทำหน้างง ฉันได้แต่ส่ายหน้าไปมาอย่างไม่รู้จะเริ่มเล่าอย่างไรก่อนดี เพราะเรื่องของพรีมที่เจ้าตัวเคยเล่าให้ฉันฟังเมื่อไม่นานมานี้มันยาวพอสมควร

 

“เอาไว้วันหลังจะเล่าให้ฟังแล้วกัน อาจารย์เข้าเเล้วด้วย เดี๋ยวค่อยไปตามหาพรีมกัน” ฉันพยักหน้าให้เขาหันไปดูทางหน้าห้อง ที่ตอนนี้อาจารย์ประจำวิชากำลังเริ่มสอน บรรยากาศในห้องเรียนเริ่มเงียบ ก่อนที่ทุกคนจะจดจ่ออยู่กับเนื้อหาบนกระดาน

 

แต่ในใจฉันมันร้อนรุ่นแปลกๆเมื่อนึกถึงพรีม หวังว่าจะไม่เป็นอะไรนะ

 

 

 

วันนี้เป็นวันที่แย่มากๆ วันทั้งวันฉันพยายามติดต่อพรีมและถามเพื่อนๆหลายๆคน รวมถึงถ่อไปถามคีย์ที่คณะทำให้ต้องเจอเฮียธันที่มองเลยผ่านไปราวกับฉันเป็นเศษฝุ่นเกาะตามพื้นเสียอย่างนั้น แต่ก็ไม่ได้ข้อมูลอะไรเลย

 

แถมฝนยังมาตกอีกด้วย ทำให้ฉันติดแหงกอยู่ที่ป้ายรถเมล์คนเดียวตอนเกือบสองทุ่ม ซึ่งป้ายรถเมล์ตรงนี้ไม่ค่อยมีคนมาใช้เท่าไหร่ เพราะค่อนข้างไกลจากถนนใหญ่ แต่ทำไงได้ในเมื่อตึกเรียนฉันมันใกล้ป้ายนี้ที่สุด

 

ส่วนโฮย่าก็กลับบ้านไปตั้งแต่คลาสเลิกเมื่อภาคเช้า แต่เชื่อเถอะ เขากำลังไปตามหาพรีมอยู่เหมือนกันแน่ๆ เพราะครั้งนี้เราสองคนมีความรู้สึกเหมือนกัน ว่าคงมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นกับพรีมแน่ๆ

 

และฉันหวังว่ามันจะไม่รุนแรง ขอร้องล่ะ ขออย่าให้พรีมเป็นอะไรเลย

 

สายฝนยังคงกระหน่ำลงมาไม่ขาดสาย ความหนาวทำให้ฟันของฉันกระทบกันสั่นกึกๆ ได้แต่ภาวนาให้รถเมล์หรือไม่ก็แท็กซี่ผ่านมาสักคัน

 

รถสปอร์ตสีดำคุ้นตาที่เคยนั่งบ่อยๆจอดเทียบข้างฟุตบาท ฉันยังคงยืนนิ่งอย่างไม่สนใจ ก็ไม่เข้าใจว่าเขาจะมาจอดทำไมตรงนี้

 

ไม่นานนักร่างสูงโปร่งในชุดนักศึกษาชายเสื้อหลุดลุ่ยก็เดินลงมา เขาปิดประตูเสียงดังแข่งกับเสียงฝน คิมเดินหน้านิ่งไร้อารมณ์เหมือนปกติเข้ามาหา

 

“ขึ้นรถ”

 

“....” ฉันเงียบ เหมือนเขาเองจะไม่พอใจแต่ก็ไม่พูดหรือแสดงออกมา

 

“มีนา จะเงียบอีกนานมั้ย”

 

“....”

 

“ฉันบอกให้ขึ้นรถ”

 

“.....”

 

“หรือจะให้อุ้ม”

 

“ไหนบอกว่าเราไม่เกี่ยวข้องอะไรกันอีกไง” ฉันตอบทันทีเมื่อเขาทำท่าจะอุ้ม คิมชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะสอดมือทั้งสองข้างเข้ากระเป๋ากางเกง

 

“ขึ้นรถซะ ไหนๆเราก็เคยรู้จักกัน”

 

“ไม่ต้องมาทำตัวเป็นคนดีตอนนี้หรอก ฉันมีปัญญากลับบ้านเอง”

 

“บอกให้ขึ้นรถ” น้ำเสียงเย็นกดต่ำไม่ได้ทำให้ฉันกลัว เขาล้วงบุหรี่ขึ้นมาสูบอย่างไม่สบอารมณ์

 

“ไม่”

 

“เหอะ ก็ดี” คิมทิ้งบุหรี่ลงกับพื้นและขยี้มันด้วยเท้าช้าๆพร้อมมองหน้าฉันด้วยแววตาว่างเปล่า

 

เจ็บดีนะ..

 

ความรู้สึกจี๊ดๆบริเวณหน้าอกข้างซ้าย มันทั้งหน่วงทั้งปวดจนบรรยายออกมาไม่ถูก ถ้าฉันร้องไห้ออกมาตอนนี้เขาจะเห็นใจขึ้นมาบ้างมั้ย?

 

ไม่หรอก มีนาคนนี้ต้องเข้มแข็ง ฉันบอกตัวเองและยกกระเป๋าขึ้นเพื่อช่วยบังฝน สูดหายใจเข้าลึกๆเพื่อปลอบใจตัวเองก่อนจะเดินฝ่าสายฝนออกไป

 

ฉันไม่ได้หันกลับไปมองคิมอีก ไม่รู้ว่าเขาขึ้นรถไปตั้งแต่เมื่อไหร่ หรือยังคงยืนมองฉันอยู่ รู้แต่เพียงว่าห้ามหันกลับไปมอง สิ่งที่ฉันควรทำคือเดินต่อไปเรื่อยๆ

 

ท่ามกลางสายฝนกระหน่ำ เหมือนกับจิตใจของฉันที่เปียกชุ่มไปด้วยคราบน้ำตา จะว่าน้ำฝนก็มีข้อดีอยู่อย่างหนึ่งนะ

 

เวลาที่เราร้องไห้ ก็จะไม่มีใครรู้และคิดว่ามันคือน้ำฝนนั่นเอง ฉันจึงเดินร้องไห้กลับบ้านได้อย่างไม่ต้องกลัวใครจะรู้

 

ตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ที่สองมือสั่นเทาเพราะความหนาวกำลังไขกุญแจเข้าบ้านอย่างทุลักทุเล นี่ฉันเดินมาจนถึงบ้านเลยหรอเนี่ย เสียงทีวีเล็ดลอดแข่งกับเสียงฝน ใจเต้นแรงอย่างควบคุมไม่อยู่ เฮียธันกลับมาบ้านแล้ว!

 

 

พื้นบ้านแฉะน้ำจากตัวฉันที่เปียกชุ่มทั้งตัว ฉันชะเง้อมองก็พบเฮียนั่งดูทีวีอยู่บนโซฟาที่ประจำ โดยไม่แม้แต่จะหันมาสนใจการกลับมาของฉันสักนิด

 

“กลับมาแล้วหรอเฮีย” เสียงแหบพร่าเพราะพิษไข้เริ่มเล่นงาน ถ้าเป็นเมื่อก่อนเฮียคงกุลีกุจอหายามาให้ พร้อมกับบ่นตามประสา แต่วันนี้เฮียเพียงแค่เหลือบมามอง ก่อนจะไม่สนใจฉันอีก

 

ทั้งๆที่ตัวเปียกชุุ่มขนาดนี้ อย่างน้อยถามสักนิดก็ยังดีว่าทำไมเปียกกลับบ้าน กินยามั้ย รู้สึกไม่สบายรึเปล่า

 

ฉันพยายามกลั้นน้ำตา กอดกระเป๋าเอาไว้แน่น ทุกย่างก้าวมันสั่นเทาเหมือนจะไม่ไหว ร่างกายและจิตใจมันไร้เรี่ยวแรง ไม่เคยเลยสักคนที่จะรู้สึกโดดเดี่ยวได้ขนาดนี้

 

ไอร้อนจากตัวเริ่มส่งสัญญาณว่าจะไม่สบาย แต่พอได้เข้าห้องนอนร่างกายกลับไม่ไหวอีกแล้ว มันไม่สามารถฝืนได้อีกแล้วจริงๆ ฉันทรุดลงกับพื้น เอนแผ่นหลังเข้ากับบานประตูห้อง สองมือกอดเข่าก่อนจะปล่อยโฮออกมาอย่างสุดกลั้น

 

ทำไมทุกคนถึงทำกับฉันอย่างนี้ ฉันไม่ใช่หรอที่ควรจะโกรธในสิ่งที่พวกเขาทำ แต่นี่อะไร แม้แต่คำขอโทษสักคำก็ไม่มี

 

เกลียดเหลือเกิน ฉันเกลียดตัวเองที่ไปรักพวกเขา

 

“ฮึก” เสียงสะอื้นที่พยายามกลั้นหลุดออกมาจนต้องรีบเอามือไปปิดปากไว้ มือที่ซีดเซียวจากการตากน้ำฝนนานๆทำให้ฉันกลั้นใจลุกขึ้นยืนเตรียมไปอาบน้ำ ถึงไม่มีใครสนใจ ฉันก็ต้องสนใจตัวเอง

 

ถึงไม่มีใครรัก ฉันก็ต้องรักตัวเอง

 

เสียงเรียกเข้าไอโฟนดังขึ้น ฉันหยิบมาดูก็ต้องแปลกใจเมื่อเป็นโนแอลโทรมา เขาจะโทรมาทำไม หรือว่าเรื่องวันนั้น! ที่เขามีอะไรอยากจะบอกฉัน

 

แต่ช่างมันเถอะ ตอนนี้ไม่มีอะไรสำคัญกว่าตัวฉันแล้ว ยาพาราสองเม็ดถูกกรอกลงอย่างรวดเร็วตามด้วยน้ำเปล่าอุ่นๆ ก่อนที่ฉันจะไปอาบน้ำแล้วเข้านอนเพื่อลืมทุกอย่าง

 

แล้วพรุ่งนี้จะต้องดีขึ้น..

 

 



TALK:
มาแล้วนะคะรีดเดอร์ ขอบคุณทุกคอมเม้น ไรต์เตอร์ได้อ่านและเห็นหมดเลย
ทุกคอมเม้นเป็นกำลังใจที่ดีให้เค้าเลย มีที่มาบ่อยๆเค้าจำได้นะคะ 

ตอนนี้สงสารหนูมีนจังเลย ทำไมทุกคนเมินหนูมีนได้ ฮืออออ ใจจะขาดดดดด


 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

122 ความคิดเห็น

  1. #102 เป๊ปซี่น้อย (@pepsi06) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2557 / 15:21
    เจิมมมม
    #102
    0
  2. #101 เป๊ปซี่น้อย (@pepsi06) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2557 / 15:20
    เจิมมมม
    #101
    0
  3. #100 เป๊ปซี่น้อย (@pepsi06) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2557 / 15:20
    เจิมมม
    #100
    0