The last one กับดักรักร้าย คุณชายสองหน้า

ตอนที่ 20 : Ch.18 คนโง่ที่รักเธอ 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 929
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    2 ก.พ. 58






CH.18 คนโง่ที่รักเธอ


 

“ทำไมทำกับน้องแบบนี้ แกมันแย่ ป๊าไม่เคยสั่งสอนให้ทำร้ายคนในครอบครัวกันเองเลยสักครั้ง” เฮียธันนั่งคุกเข่าสำนึกผิดมากว่าสองชั่วโมงแล้ว ป๊าก็เอาแต่บ่นไม่หยุด จนเริ่มสงสารเฮียขึ้นมา

 

หลังจากที่ป๊ากับแม่กลับมา ฉันก็ได้เล่าเรื่องทุกอย่างให้ฟัง ป๊าโมโหมากๆ ถึงขั้นหยิบไม้เบสบอลมาจะฟาดเฮียด้วยซ้ำ ตัวฉันเองไม่โกรธเฮียแล้ว เพราะมาคิดๆดูดีๆที่ผ่านมาตลอดชีวิต เฮียคอยตามดูแลฉันมาตลอด ที่ทำไปในครั้งนี้เพราะความคึกคะนองล้วนๆ ฉันรู้ว่าเฮียไม่คิดว่ามันจะเป็นเรื่องใหญ่โตอะไร และเฮียไม่ได้ตั้งใจให้ฉันเจ็บปวดด้วย

 

“ฉันจะยกโทษให้แกนะ แต่จะยกหุ้นของแกที่เหลือทั้งหมดให้มีน ส่วนแกถ้าอยากได้กิจการนี้ ต้องไปทำงานเอาเอง แล้วป๊าถึงจะยกให้ เข้าใจมั้ย!

 

“โห่ป๊า อะไรอ่ะ เรื่องแค่นี้เอง ผมไม่ยอมนะ ทำไมป๊าทำแบบนี้อ่ะ”

 

“อย่าโวยวาย นั่งเงียบๆไปเลย ไม่งั้นนอกจากจะเสียหุ้นไปแล้วแกอาจจะต้องออกจากบ้าน ไปเช่าห้องอยู่เอง”

 

“ก็ได้ครับ” เฮียรับเสียงอ่อย แม่เดินยิ้มเข้ามาตบไหล่เฮียอย่างขำๆ

 

“เราน่ะมันนิสัยเสียจนเคยตัว ยิ่งโตยิ่งก้าวร้าวกับคนอื่นๆ หัดทำตัวดีๆซะบ้างนะธัน เดี๋ยวแม่อาจจะยกกิจการให้ไปเลยแบบที่ไม่ตกมาทำงานให้เหนื่อย”

 

“จริงหรอแม่!”

 

“จะได้ยังไงกันคุณ ผมเพิ่งบอกให้มันเข้าไปทำงานอยู่หยกๆ” ป๊าท้วงขึ้น ฉันได้แต่นั่งขำมองทั้งสองอย่างยิ้มๆ

 

“เอาน่าคุณ ให้ธันทำตัวดีๆให้ได้ก่อนเถอะ”

 

“งั้นตามใจคุณแล้วกัน ว่าแต่เรายัยมีน ไม่ได้รักคิมหรอ ทำไมเลิกกันง่ายๆ”

 

“ป๊าอย่าถามถึงเค้าได้มั้ยคะ รู้แค่ว่าเค้าทำไปเพราะเฮียให้ช่วยทำก็พอ”

 

“เปล่าเลยนะมีน คิมไม่ได้หลอกแก ที่ทำไปเพราะรักแกนั่นแหละ” เฮียรีบท้วง ป๊าขมวดคิ้วมองอย่างสงสัย

 

“หมายความว่าคิมรักมีน แล้วมีนล่ะลูก รักคิมหรือเปล่า” เป็นแม่ที่เดินเข้ามาถาม สองมือประคองหน้าฉันเอาไว้อย่างเอ็นดู

 

“ไม่รู้ค่ะแม่ อย่าถามมีนเรื่องนี้เลย”

 

“เลี่ยงไม่ตอบแม่น่ะได้นะลูก แต่เลี่ยงหัวใจตัวเองไม่ได้หรอก ถ้ามีนไม่รีบไปทำความเข้าใจกับคิม หนูอาจเสียเขาไปได้นะคะ” แม่ลูบหัวเบาๆ เฮียก็ได้แต่มองมาอย่างหมันไส้

 

“หนูไม่มีอะไรจะทำความเข้าใจกับเขาค่ะ เรื่องของเรามันจบไปแล้ว”

 

“ไม่อยากรู้จริงๆหรอว่าทำไมเขาถึงมาหลอกหนู หืม คนเราทุกคนมีเหตุผลด้วยกันทั้งนั้น แม่อยากให้มีนเปิดใจไปคุยกับเขาดู”

 

“นั่นสิยัยมีน อย่ามาทำเป็นเล่นตัวนักเลย รีบๆไปหาคิมซะ แล้วจะได้รู้ความจริงสักที มัวแต่งอนอะไรไม่รู้เรื่อง”

 

“เราน่ะเงียบไปเลยธัน แม่เพิ่งบอกให้ทำตัวดีๆ”

 

“ขอโทษครับแม่”

 

ฉันคิดเรื่องที่แม่กับเฮียพูด เหมือนมันมีอะไรที่ฉันต้องรู้จริงๆด้วยสินะ

 

“ขอบคุณนะคะแม่” ว่าแล้วก็วิ่งออกจากบ้านกดโทรหาคิม แต่รอเท่าไหร่เขาก็ไม่รับสาย ฉันโทรหาโนแอล เขาบอกว่ากำลังอยู่ที่สนามแข่งรถกัน ฉันจึงไม่รอช้ารีบไปที่นั่นทันที

 

ที่สนามแข่งรถคนยังเยอะเหมือนเคย กลิ่นบุหรี่คละคลุ้งทำให้ฉันมึนๆ เสียงคนเฮดังขึ้นเป็นระยะๆ
เสียงเพลงดังกระหึ่มชวนปวดแก้วหูเสียเหลือเกิน

 

“อ้าวมีน มาแล้วหรอ”

 

“ไงโนแอล คิมอยู่ไหนหรอ”

 

“มันเพิ่งแข่งเสร็จน่ะ เดี๋ยวก็ออกมา” โนแอลพาฉันไปยังที่เดิมที่ฉันเคยมานั่งเมาเหมือนคราวนั้น นึกแล้วก็ได้แต่ตลกตัวเอง ฉันมากล้าเมาที่นี่ได้ยังไงกัน บ้าจริงๆเลย  ฮ่าๆ

 

“ว่าแต่เชไปไหนหรอ ไม่เห็นเลย” ฉันถามเมื่อไม่เห็นเชเลย จะว่าไปไม่เจอกันเลยตั้งแต่วันงานเผาของพรีมผ่านไป

 

“มันบินไปเรียนอังกฤษตั้งแต่เมื่อวานก่อนแล้วล่ะ”

 

“อ่อ..” ฉันเงียบ โนแอลก็เงียบ เชคงเจ็บปวดมากที่พรีมจากไป เขาคงไม่คิดว่าจะมีวันนี้ ทั้งเชทั้งคีย์คงคิดไม่ถึงว่าพรีมจะหนีพวกเขาไปอย่างนี้

  ไม่นานนัก คิมก็เดินออกมา ฉันลุกขึ้นจะไปหาเขา แต่ก็ต้องชะงัก เมื่อคิมเดินมาพร้อมกับทีน่า ซึ่งคล้องเเขนกันมาอย่างสนิทสนม

 

คิมเห็นฉันแล้วก็รีบดึงทีน่าออกห่างและเดินเข้ามาหาฉันอย่างดีใจ เหอะ ทำเป็นดีใจ ฉันไม่น่าเชื่อเฮียแล้วมาที่นี่เลย เมื่อกี้ยังยิ้มร่ากับยัยเด็กทีน่าอยู่เลย

 

“ทำไมไม่รับสายฉันเลยมีน”

 

“ไม่อยากรับ ขอตัวก่อนนะ”

 

“อ้าว ทำไมมาไวไปไวอย่างนี้ล่ะ” โนแอลถามอย่างไม่เข้าใจ คิมเองก็มองอย่างสงสัย

 

“ตอนแรกที่มา เพราะคิดว่าเราน่าจะคุยกันถึงเรื่องที่ผ่านมา แต่ไม่ต้องคุยก็พอจะรู้แล้วล่ะ ที่ผ่านมานานก็แค่หลอกให้ฉันรัก เพื่อช่วยเฮียใช่มั้ยล่ะ ไม่เข้าใจเลยทำไมเพื่อนๆนายถึงได้เอาแต่บอกว่านายรักฉัน ถ้าคบกับทีน่าอยู่ก็บอกมาเถอะ ไม่ต้องให้เพื่อนหรือเฮียมาคอยพูดว่านายสนใจฉันได้แล้ว ฉันไม่อยากเป็นคนโง่”

 

“เข้าใจผิดกันไปใหญ่แล้วนะ”

 

“ไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้นแหละโนแอล นายเองก็อีกคน วันนั้นที่บอกฉันว่าเขารักฉัน ที่แท้ก็โกหก ตั้งแต่วันนี้พวกเราไม่ต้องมาเจอหน้ากันอีกเลยดีกว่า”

 

“เดี๋ยวก่อนๆ ฟังกันบ้างสิมีน” โนแอลพูดขึ้นอีกครั้ง ส่วนคิมเอาแต่ยืนเงียบๆเท่านั้น ดูเอาสิ เขาไม่แม้แต่พยายามพูดอะไรเลย แปลว่าที่ฉันเข้าใจมันถูกแล้วสินะ

 

“ช่างเขาเถอะโนแอล อย่าไปเสียเวลาอธิบายให้คนงี่เง่าฟังเลย ฉันก็เหนื่อยแล้วเหมือนกัน”

 

“เหอะ! นายคิดว่าเหนื่อยเป็นคนเดียวหรอ แล้วฉันล่ะ? ที่ผ่านมานายโกหกฉันมากี่ครั้ง ปั่นหัวฉันมาตลอด วางแผนให้คนไปฉุดฉันครั้งนั้นรู้มั้ยว่าฉันกลัวแค่ไหน แต่ที่แท้ก็แค่แผนของพวกนาย ไหนจะคำพูดและการกระทำเสแสร้งของนายอีก เพื่อที่จะให้ฉันตายใจ สนุกมากมั้ย? มีความสุขใช่ป่ะที่หลอกกันได้ ให้ยัยทีน่าเข้ามายุ่งกับเฮีย มาอยู่บ้านฉัน มาให้เฮียหลอกฉันว่าเป็นน้องสะใภ้ แต่ที่จริงแล้วยัยเด็กแรดนี่ก็เป็นแฟนนาย ถึงว่าวันนั้นที่ฉันวางแผนให้เฮียไล่ยัยนี่ออกจากบ้าน นายกลับหาว่าฉันรุนแรงกับเด็กนี่  วันนั้นนายก็ไปเดินตลาดกันกระหนุงกระหนิงกับเด็กนี่ คืนนั้นยัยเด็กนี่ก็โทรมาตอนตีสอง ถึงฉันจะดูโง่ให้นายหลอกได้ แต่ฉันก็ไม่ได้โง่ไปตลอดหรอกนะ! ฮึก” ฉันปาดน้ำตาออกอย่างแรง ร้องไห้ออกมาจนได้ ฉันเบือนหน้าหนีไม่อยากให้เขาเห็นว่าฉันอ่อนแอมากขนาดไหน

 

ทีน่าเดินยิ้มมากอดแขนคิมไว้แน่น สีหน้าบ่งบอกถึงชัยชนะ คงจะสะใจที่ได้เอาคืนฉันบ้างล่ะสิ เห็นแล้วอยากจะไปกระชากผมเปียทั้งสองข้างเสียจริงๆ

 

“แล้วแต่เธอจะคิดเลยแล้วกัน ส่วนเรื่องที่ว่าเธอโง่น่ะมันเรื่องจริง เธอโง่จริงๆแหละ”

 

“คิม!” เขายักไหล่ก่อนจะเดินหนีไปกับทีน่า ฉันได้แต่กัดฟันกรอด น้ำตาก็พาลจะไหลลงมาอีก

 

แค่นี้ก็เจ็บจะแย่อยู่แล้ว เขายังซ้ำเติมด้วยคำว่าโง่อีก รู้สึกหมดแรงอยากจะทรุดลงไปนั่งกับพื้นเสียดื้อๆ

 

“เดี๋ยวฉันไปส่งบ้านนะมีน”

 

“ไม่ต้อง ฉันกลับเองได้ ต่อไปนี้เราไม่รู้จักกันอีกแล้ว” โนแอลร้องอ้าว ก่อนจะคว้าแขนฉันไว้ ฉันสะบัดแขนเขา แล้วเดินออกมาอย่างไว แต่ก็มาเจอทีน่าและคิมอีกครั้ง

 

ให้ตายเถอะ เมื่อกี้เขาไม่ได้เดินมาทางนี้ไม่ใช่หรอ

 

ฉันเดินหลบเข้าไปในห้องน้ำ ตอนมานั่งแท็กซี่มา ตอนกลับคงไม่มีแท็กซี่แถวนี้อย่างแน่นอน แถมที่นี่ยังไม่ปลอดภัยอีกด้วย จะกลับบ้านยังไงดีล่ะเนี่ย

 

“ไงคะพี่มีน”

 

“ทีน่า..”

 

“พี่มีนคะ จำความรู้สึกที่เอาชนะหนูวันนั้นได้มั้ยคะ วันนี้หนูจะได้รู้สึกเหมือนพี่แล้วล่ะค่ะ” ทีน่ายิ้มอย่างสนุก สองมือบีบเเขนฉันไว้แน่น

 

“จะทำอะไรของเธอ แล้วอีกอย่างเรียกฉันว่ามีนา”

 

“ฮ่าๆ ยังทำเป็นปากดีอยู่อีก”

 

“ยัยเด็กนี่ อย่าหาว่าฉันไม่กล้าทำอะไรเธอนะ”

 

“ถ้ากล้าก็ทำสิคะ” หนอย ยัยเด็กนี่ ฉันง้างมือขึ้น ทีน่าเหลือบไปมองหน้าห้องน้ำอย่างน่าสงสัย ทำให้ฉันชะงักมือที่หมายจะดึงผมเปีย ท่าทางแบบนี้มีพิรุธชัดๆเลย

 

“ไม่กล้าหรอคะ”

 

“ใครบอกไม่กล้า แค่ไม่อยากเอามือไปโดนตัวเธอเท่านั้นแหละ น่ารังเกียจ เห้ย! ทำอะไรของเธอน่ะยัยเด็กบ้า” ฉันร้องอย่างตกใจเมื่ออยู่ๆทีน่าก็ตบหน้าตัวเองอย่างแรง หลายๆที

 

“พอได้แล้ว เธอจะบ้าหรอ ตบตัวเองทำไม” ทีน่ายังไม่หยุด จนฉันต้องห้าม แต่เด็กนี่กลับยิ้มซะงั้น 

 

“ทำอะไรของเธอ!

 

“โอ๊ย!” อยู่ๆฉันก็ถูกผลักจนไปชนกับกำแพงห้องน้ำอย่างแรง เจ็บชะมัด

 

“ทำทีน่าทำไม” เป็นคิมนั่นเองที่เข้ามา เขาถามเสียงดัง โกรธจัดจนหน้าแดงไปหมด มันอาจจะน่ากลัวมากๆสำหรับใครหลายๆคน แต่ฉันกลับไม่รู้สึกอย่างนั้น เพราะฉันเองก็โกรธ เหมือนกันที่เขาไม่แม้แต่จะฟังว่ามันเกิดอะไรขึ้น

 

เขาคิดว่าอยู่ๆฉันจะทำอะไรทีน่าก่อนถ้าไม่มีเหตุผลอย่างงั้นหรอ..

 

ตอนนี้ฉันเข้าใจแล้วว่าทีน่าทำอะไร เข้าใจแล้วว่าทีน่าเสียใจมากแค่ไหนที่ตอนนั้นเฮียไม่เชื่อใจ

 

“ฉันไม่มีอะไรจะแก้ตัว แล้วแต่นายจะคิด”

 

“ถ้าเธอเกลียดฉันมากก็มาลงที่ฉัน ไม่ใช่ไปลงที่น้อง” คิมกระชากฉันอย่างแรง เขาบีบซ้ำที่เดิมกับที่ทีน่าบีบ จนมันเจ็บไปหมด

 

“พอเถอะค่ะพี่คิม”

 

“ได้ไงทีน่า ตัวเองเจ็บจะแย่อยู่แล้ว ยังจะอยากช่วยอีกหรอ”

 

“ทีน่าไม่เจ็บมากขนาดนั้นหรอกค่ะ พี่คิมปล่อยพี่มีนเถอะนะ”

 

เป็นครั้งแรกที่รู้สึกเกลียดตัวเองเหลือเกิน ทีน่าที่อยู่ๆก็มีสีหน้าสำนึกผิดและมองมาทางฉัน อย่างขอโทษจริงๆ กลับกัน เมื่อวันนั้นฉันไม่แม้แต่สำนึกผิดเลย

 

“ปล่อย” พี่แทนที่ไม่รู้มาจากไหน อยู่ๆก็มาดึงคิมออกไป ซึ่งเขาก็ยอมปล่อยแต่โดยดี คิมมองมาทางฉันอย่างว่างเปล่า ฆ่ากันให้ตายเลยเถอะถ้าจะมองแบบนี้ ฉันเม้มปากแน่นกลั้นน้ำตาเอาไว้ พี่แทนจูงมือฉันออกมา ผ่านติณห์ซึ่งยิ้มให้อย่างปลอบใจ

 

อย่างน้อยก็มีนายนี่แหละติณห์ ที่อยู่ข้างฉันมาตลอด ฉันยิ้มกลับก่อนจะโบกมือลา

 

“มีนเจ็บมากมั้ย?

 

“มีนไม่เป็นไรหรอกค่ะพี่แทน แค่นี้จิ๊บๆ ว่าแต่พี่แทนมาอยู่นี่ได้ไงคะ” พี่แทนวางมือไว้บนหัวฉัน ก่อนจะตอบเมื่อเราขึ้นมาอยู่บนรถพี่แทนเรียบร้อย

 

“พี่มานี่บ่อยอยู่เหมือนกัน เห็นคิมเดินผ่านแวบๆเลยจำได้ว่าคนนั้นเป็นแฟนหลอกๆมีน เลยเดินตามมาจนเจอเราทะเลาะกัน เรื่องมันเป็นยังไง ทำไมต้องรุนแรงกันขนาดนั้นด้วย”

 

“ไม่มีอะไรหรอกค่ะ แค่เราจบกันแล้ว”

 

“ทำไมล่ะ” พี่แทนทำหน้าเศร้า แต่ฉันเหมือนน้ำเสียงที่เขาถามจะดูตื่นเต้นแปลกๆ

 

“เราต่างคนต่างไม่ได้รักกันน่ะค่ะ พี่แทนก็รู้ว่ามีนแค่เอาคิมมาเป็นแฟนหลอกๆก็เท่านั้น” พูดเองเจ็บเอง ฉันรู้ว่าตัวเองโกหกใครต่อใครได้ แต่โกหกหัวใจตัวเองไม่ได้จริงๆ

 

ถึงแม้จะพูดว่าไม่ได้รัก แต่ฉันก็รู้ดีว่าแท้จริงแล้วรักเขามากขนาดไหน

 

“งั้น..มีนคบกับพี่ได้มั้ย? ยังไม่ต้องตอบพี่ตอนนี้ก็ได้ แค่คิดถึงเรื่องที่ผ่านมาตอนที่เราไปไหนมาไหนด้วยกันบ่อยๆ พี่มั่นใจว่าตอนนั้นมีนรู้สึกดีกับพี่ ถ้าไม่มีธันวาคอยห้ามเราคงคบกันไปแล้ว”

 

“พี่แทนคะ ถึงพี่จะให้เวลามีนคิด คำตอบก็เหมือนเดิมค่ะ มีนคิดกับพี่แค่พี่น้อง ขอโทษนะคะ”

 

“มีนมั่นใจหรอ”

 

“ค่ะ” ฉันพยักหน้ารับ ซึ่งพี่แทนก็ได้แต่เงียบ ก่อนจะถามขึ้นมาอีกคำถาม ซึ่งทำให้ฉันชะงักไป

 

“หรือที่จริงมีนรักคิม”

 

“......” ฉันเลือกที่จะไม่ตอบ พี่แทนเห็นอย่างนั้นจึงสตาร์ทรถขับออกไปเงียบๆ

 

“ที่ผ่านมา มีนขอโทษแทนเฮียธันด้วยนะคะ เฮียแค่รักมีนมากเกินไปเท่านั้นเอง จนบางครั้งเผลอทำเรื่องไม่ดีออกไปเพียงเพราะต้องการปกป้องมีน ไม่อยากให้มีนไปรักใคร จนต้องเสียใจ” ฉันเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ พี่แทนยิ้มให้อย่างใจดี ก่อนจะส่ายหน้าตอบ

 

“พี่ไม่เคยโกรธธันวา คนที่พี่โกรธมาโดยตลอดคือตัวพี่เอง ที่ไม่สามารถเอาชนะใจธันวาได้ เหมือนคิม”

 

“อย่าไปพูดถึงเค้าเลยค่ะ เฮียธันแค่ให้เค้าช่วยเฉยๆ เค้าไม่ได้ทำอะไรให้เฮียชอบได้ขนาดนั้นหรอก”

 

“แต่พี่ไม่คิดอย่างนั้นนะ มันต้องมีเหตุผลสิที่ธันวาจะเลือกคิม คนอย่างธันวาแค่เพียงจะกัน น้องสาวออกจากติณห์ทำได้ไม่ยากอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องให้คิมช่วยเลย”

 

“มีนไม่รู้เรื่องนั้นหรอกค่ะ ไม่อยากคิดถึงผู้ชายคนนั้่นอีกแล้ว”

 

“งั้นแล้วแต่มีนจะตัดสินใจ ส่วนเรื่องขอโทษ ก่อนหน้านี้ไม่ถึงชั่วโมงธันวาเพิ่งมาขอโทษพี่เอง สงสัยคุณป้าบังคับมาล่ะมั้ง เห็นบ่นๆว่าแม่บอกให้เปลี่ยนแปลงตัวเอง”

 

“ฮ่าๆ ใช่ค่ะ ถ้าเฮียยังใจร้อน นิสัยไม่ดีอยู่แบบนี้ แม่จะไม่ยกกิจการให้ดูแลค่ะ ต้องเข้ามาสมัครงานและไต่เต่าขึ้นไปเอง”

 

“งานยากเลยล่ะทีนี้ ได้เวลาดัดนิสัยคุณชายเอาแต่ใจแล้วสิ”

 

“ค่ะ ปล่อยมานาน จนโตแล้วนิสัยก็ยังไม่เปลี่ยน แม่กับป๊าคงทนไม่ไหว เลยใช้ไม้เด็ดเข้าให้”

 

“ฮ่าๆๆ พี่ล่ะสงสารมันจริงๆเลย” พี่แทนหัวเราะร่วน ดีแล้วล่ะที่เราคุยกันรู้เรื่อง ถึงแม้พี่แทนจะคิดกว่าฉันเกินน้องสาว แต่สักวันพี่จะลืมไปเอง หวังว่าพี่เขาจะทำใจได้เร็วๆ

 

“ขอบคุณนะคะที่มาส่ง หวังว่าพี่แทนจะเจอคนที่ดีกว่ามีนนะ คนที่ใช่และรักพี่ จากนี้เราคงไม่เจอกันอีกนาน ขอบคุณที่ช่วยเหลือมีนมาตลอด มีนจะจำไว้ว่าเคยมีพี่ชายที่ดี อย่างพี่แทนนะคะ” ทันทีที่รถจอดหน้าบ้าน ฉันก็ขอบคุณพี่แทนอย่างจริงใจ ถึงแม้จะไม่ใช่พี่แท้ๆ แต่ฉันก็รู้สึกอบอุ่นเหมือนเขาเป็นพี่ชายคนหนึ่งของฉัน

 

“พูดอย่างกับจะไปไหนไกลงั้นแหละ”

 

“ไม่รู้สิคะ เหมือนเบื่อๆ อยากจะไปไหนไกลๆเหมือนกัน”

 

“มีอะไรก็บอกพี่ได้ตลอดนะมีน” พี่แทนหันมายิ้มให้อย่างเอ็นดู ภายในแววตาของเขากลับเศร้าอย่างบอกไม่ถูก ฉันลงจากรถ โบกมือลาเขาจนรถพี่แทนลับตาไปไกล

 

 

 

 

 

หลายวันที่ผ่านมาฉันใช้ชีวิตอย่างน่าเบื่อมากถึงมากที่สุด ตื่นนอน ไปเรียน กลับบ้าน วกไปวนมาอยู่อย่างนี้ มีบางวันที่แม่กับป๊าพาออกไปกินข้าวนอกบ้าน แต่ฉันก็ซึมเหมือนเดิม มันเป็นเพราะคิมคนเดียวเลย ทำยังไงก็ลืมเขาไม่ได้สักที ยิ่งพยายามลืม กลับยิ่งจำ

 

มีบางครั้งเราเดินผ่านกันในมหาลัย เขาก็ทำตัวปกติ เหมือนฉันเป็นอากาศ ขนาดโนแอลยังยิ้มทักให้เลย แต่เขากลับเดินเลยผ่านไปราวกับมองไม่เห็นกัน

 

เพื่อนๆที่มหาลัยบางคนยังถามถึงพรีมกับฉันและโฮย่า เพราะมีบางคนเพิ่งได้ยินข่าว ทำเอาฉันบ่อน้ำตาแตกไปหลายรอบเมื่อต้องเล่าเรื่องพรีม

 

โฮย่ายุ่งกับการตามเรียนย้อนหลัง นอกจากเรื่องเรียนก็แทบไม่ได้คุยเรื่องอื่นกันเลย ที่บ้านก็ไม่มีใครกล้าพูดถึงคิมอีก แรกๆแม่ก็มาซักไซร้เรื่องของเขา แต่นานๆเข้า ก็เลิกถามไปเอง เมื่อฉันไม่ตอบ และไม่ให้พวกเขาพูดถึงคิม มีเฮียธันที่เหมือนจะเข้าใจ แต่ก็ไม่เข้าใจ เพราะชอบมาบอกให้ฉันไปตามหาหัวใจตัวเองซะ อะไรของเขาก็ไม่รู้เหมือนกัน

 

อีกเรื่องที่เปลี่ยนไปคือเฮียไม่ค่อยโมโห หรือใจร้อนแล้ว และดูแลฉันดีเหมือนเดิม ไม่เคร่งครัดหรือระเบียบจัดด้วย ไม่ว่าฉันจะไปไหนเฮียก็ไม่ได้ห้ามเหมือนเมื่อก่อนแล้ว

 

ฉันมาที่ร้านติณห์อีกครั้งในรอบหลายวันที่ผ่านมา กลิ่นกาแฟที่นี่ทำให้อารมณ์ดีขึ้นได้มาก กรีนรู้หน้าที่ดี น้องชงคาปูชิโนแก้วโปรดพร้อมคุกกี้นมมาเสิร์ฟที่โซนวีไอพี

 

“ย้อมผมดำแล้วหรอกรีน”

 

“ครับ พี่ธันอนุญาตแล้ว แถมยังปล่อยผมเป็นอิสระอีก ต่อไปนี้ก็ไม่ต้องไปทำงานให้อีกแล้วครับ”

 

“ดีจัง จะได้ไม่ต้องเหนื่อยทำงานสองที่ แถมยังอ่านหนังสือเตรียมสอบอีก อดทนหน่อยนะ เดี๋ยวก็ผ่านไปได้ พอเรียนจบก็มีงานดีๆทำ”

 

“ครับพี่มีน อ้อ ผมมีเรื่องอยากคุยด้วยครับ” ฉันพยักหน้าเป็นเชิงให้น้องนั่งลง

 

“คืองี้ครับ ทีน่าเขาฝากมาขอโทษพี่ เรื่องวันนั้นที่สนามเเข่ง เขาอยากให้ยกโทษให้ แล้วถ้าพร้อมจะมาขอโทษด้วยตัวเองครับ ทีน่าชอบพี่ธันมากๆ เลยอยากให้พี่มีนเข้าใจที่ทำไป ทั้งหมดก็เพราะอิจฉาที่พี่ธันเลือกพี่มีนมากกว่า ถึงพี่มีนจะเป็นน้องสาวก็ตาม”

 

“เดี๋ยวนะ..กรีนบอกว่าทีน่าชอบเฮียธันหรอ?

 

“ใช่ครับ ก็ที่ตามไปอยู่ด้วยที่บ้านตอนนั้น เพราะชอบพี่ธันนั่นแหละครับ ไม่ได้ตั้งใจเข้าไปยุ่งเรื่องพนันอะไรของพี่ๆเค้าหรอกครับ ทีน่าถึงแม้จะดูแสบๆ ที่จริงก็แค่เด็กเอาแต่ใจ ทำอะไรไม่รู้จักคิด ไม่ได้มีพิษภัยอะไรหรอกครับ เชื่อผมเถอะ”

 

“พี่เชื่อกรีนนะ แล้วพี่ก็ไม่ได้โกรธทีน่า อยากขอโทษด้วยซ้ำ ที่มานี่วันนี้เพราะคิดว่าอาจจะได้เจอทีน่า แต่ที่พี่ไม่เข้าใจคือทีน่าเป็นแฟนคิมไม่ใช่หรอ ทำไมถึงชอบเฮียธันได้” กรีนมองหน้าฉันขำๆเมื่อฉันพูดจบ หัวเราะอะไรของเขา

 

“ผมไม่รู้ว่าใครบอกพี่มีนนะครับ แต่สองคนนั้นไม่ได้เป็นแฟนกัน ทีน่าเป็นรุ่นน้องที่เคยเรียนศิลปะกับโรงเรียนแม่พี่คิมครับ ทั้งสองคนเลยรู้จักกันมานานแล้ว แต่พี่ติณห์เพิ่งรู้จักพี่คิมไม่นาน ทำให้พี่คิมสนิทกับทีน่ามากกว่าพี่ติณห์ครับ เพราะงั้นไม่ต้องคิดมากนะครับ”

 

“อ้าวหรอ.. นี่พี่เข้าใจผิดมาตลอดเลยสิเนี่ย”

 

“ครับ ถ้าเข้าใจถูกแล้วก็ไปปรับความเข้าใจกับพี่คิมเถอะครับ คนรอบข้างพี่เค้าลุ้นกันน่าดู”

 

“ช่างเถอะ ถึงยังไงพี่ก็ตัดสินใจแล้วว่าจะไม่กลับไปคุยกับพี่คิมอีก”

 

“โถ่ พี่มีน” ฉันไม่ตอบอะไรเพียงยิ้มๆให้เขาเท่านั้น ก่อนที่กระดิ่งร้านจะดังขึ้น เป็นติณห์นั่นเอง เขาโบกมือทัก ก่อนจะไปชงโกโก้ร้อนมาดื่ม

 

“ทำไมทำท่าเหนื่อยอะไรมาขนาดนี้”

 

“ก็ร้านพี่สาวที่ญี่ปุ่นมีปัญหานิดหน่อย วุ่นวายกันน่าดู”

 

“ร้านกาแฟน่ะหรอ”

 

“ใช่ พี่สาวฉันไปเปิดร้านที่ญี่ปุ่น ที่เคยเล่าว่าลูกพี่ลูกน้องเคยดูแลร้านนี้ไง รูปถ่ายที่ติดที่นี่ ส่วนใหญ่ก็พี่สาวฉันถ่ายจากญี่ปุ่นทั้งนั้นเลย”

 

ฉันละสายตาจากเขามองรอบๆร้านอีกครั้ง รูปถ่ายธรรมชาติรวมถึงวิถีชีวิตของคนญี่ปุ่น ทำให้ฉันเกิดไอเดียขึ้น ไหนๆก็เบื่อๆ อยากจะไปไหนไกลๆอยู่แล้ว

 

ไปญี่ปุ่นดีกว่า!

 

“ฉันมีเรื่องให้นายช่วย” เขาเลิกคิ้วอย่างแปลกใจ ฉันเกาะแขนเขาไว้แน่น กระพริบตาปริบๆขอความเห็นใจ

 

“ท่าทางแบบนี้ไม่ปลอดภัยเลย อย่าบอกนะว่าอยากจะไปญี่ปุ่น”

 

“หึหึ ใช่!” เขาทำหน้าเพลีย ส่วนฉันก็ยิ้มแฉ่งอย่างมั่นอกมั่นใจว่าที่นี่แหละคือที่ที่จะไปให้ได้

 

 

 

 

หลังจากเถียงกับเฮียอยู่นาน เรื่องไปเรียนต่อที่ญี่ปุ่นฉันก็ได้ไป เพราะป๊าให้ไป เฮียธันงอนตุ๊บป่องไปตามระเบียบ

 

กำหนดบินคืออีกสองอาทิตย์ข้างหน้า ถ้าไม่ติดเรื่องเดินเอกสารฉันอยากจะบินไปพรุ่งนี้เลยด้วยซ้ำ ในขณะที่กำลังจัดข้าวของในห้องแหวนเงินแท้ก็ร่วงลงมา

 

แหวนคู่ของฉันกับคิม ตัวอักษรที่สลักไว้ทำให้ใจเต้นแรงขึ้นมาอีกครั้ง พร้อมๆกับความเจ็บปวดที่ยากจะลบเลือน ฉันสวมแหวนที่นิ้วชี้ข้างขวา ก่อนจะออกจากบ้านมาที่ที่ฉันเคยมาซื้อแหวนกับคิม

 

เนื่องจากเป็นตอนเย็น คนเลยเยอะมากพอสมควร แสงไฟที่เคยประดับไว้ต้อนรับคริสต์มาสก็ไม่มีแล้ว

 

ฉันเดินเล่นรอบๆ ก่อนจะไปหยุดที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ร่างสูงคุ้นตาพร้อมกับกล้องตัวเดิม กำลังถ่ายรูปอยู่ไม่ไกล

 

คิมก็มาที่นี่หรอ...

 

ฉันหันหลังกลับกำมือแน่นเพื่อคลายความเจ็บปวดจากภายใน เขาจะมาที่นี่ทำไม มันทำให้ฉันคิดเข้าข้างตัวเอง ว่าบางทีเขาอาจจะคิดถึงเรื่องของเรา

 

แต่ฉันจะไม่ยอมกลับไปเป็นคนโง่ให้เขาหลอกอีกแล้ว ไม่มีทาง

 

ก่อนที่จะได้ก้าวเท้าหนี มือของฉันก็ถูกคว้าเอาไว้ก่อน กลิ่นน้ำหอมที่คุ้นเคย ไม่ต้องหันไปมองก็รู้อยู่แล้วว่าเป็นใคร

 

เขาไม่พูดอะไร เพียงแต่บีบมือฉันไว้แน่น ก่อนจะคลายออกมาเป็นกอดฉันเอาไว้จากด้านหลังแทน

 

“ฉันรักเธอ และฉันไม่เคยโกหกเธอเรื่องนี้”

 

 

 TALK:
ตอนหน้าก็จบแล้วนะคะ อยากรู้ว่ายัยมีนจะยอมเชื่อคิมมั้ยหนอ
หรือว่าจะไปญี่ปุ่น รีดเดอร์คิดว่าไงกันบ้างคะ หึๆ
ตอนจบมาภายในอาทิตย์หน้าแน่นอนร้อยเปอร์เซ็นต์ค่ะ 


ปล.มีใครอยากอ่านเรื่องเฮียตัวแสบต่อบ้างคะ?
ขอดูมือหน่อยน้าาา เค้าจะได้รู้ว่าจะเขียนเรื่องเฮียต่อดีมั้ย
หรืออยากอ่านใครต่อบอกได้เลยนะคะ

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

122 ความคิดเห็น

  1. #107 Som Na Kub (@sosolovenovel) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2558 / 17:12
    จะรอนะค้าา
    #107
    0
  2. #106 เป๊ปซี่น้อย (@pepsi06) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2558 / 01:22
    เพื่อจะพูดกันได้เนาะ
    #106
    0
  3. #104 Baby kim (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 31 มกราคม 2558 / 15:36
    รอนะค้าาาา>~
    #104
    0